LOGINบทที่ 2
ภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานาธิบดีในปีกตะวันออก ชเวแทกยอมวางสายโทรศัพท์จากซังฮยอนชอลลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อหนา แววตาสีรัตติกาลที่เคยเย็นชาฉายประกายพึงพอใจอย่างเปิดเผย
เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แฟ้มเอกสารประวัติส่วนบุคคลที่ประทับตรา ‘ลับที่สุด’ จากสำนักข่าวกรองแห่งชาติก็ถูกส่งตรงมาถึงโต๊ะทำงานโดยมีจองดงฮยอกเป็นผู้ถือเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด
“ฮยอนชอลมันส่งข้อมูลมาเร็วขนาดนี้ แสดงว่ามันคงจับตาดูคนคนนี้อยู่ก่อนแล้วแน่ๆ” ดงฮยอกวางแฟ้มลงตรงหน้าประธานาธิบดีหนุ่ม “มึงจะดูจริงๆ เหรอแทกยอม”
แทกยอมไม่ตอบคำถาม มือหนาเปิดแฟ้มเอกสารออกอย่างไม่ลังเล สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือรูปถ่ายหน้าตรงขนาดสองนิ้วของชายหนุ่มร่างโปร่ง
ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่อง ดวงตากลมโตสุกใสดั่งหยาดน้ำค้างยามเช้า ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อรับกับปลายจมูกรั้น
แทกยอมชะงักงัน ปลายนิ้วสัมผัสลงบนรูปถ่ายอย่างแผ่วเบา ความทรงจำเมื่อหกปีก่อนในค่ำคืนพายุฝนที่หอสมุดหลวงผุดวาบขึ้นมาในหัวทันที
ในค่ำคืนนั้นที่เขาถูกลอบวางยาพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลายคนหนึ่งที่ยอมเสี่ยงชีวิตนำยาถอนพิษเข้ามาช่วยเขาไว้ และในมือของเด็กคนนั้น... ก็ถือผ้าเช็ดหน้าปักลายกิ่งท้อผืนเดียวกันนี้!
‘เป็นคุณจริงๆ ด้วย...’ แทกยอมกระตุกยิ้มมุมปาก ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านหัวใจ ‘ตามหามาตั้งหกปี ในที่สุดก็กลับมาหาผมจนได้’
“มึงทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงวะแทกยอม” ดงฮยอกกอดอกมองเพื่อนสนิทอย่างหวาดระแวง “อย่าบอกนะว่ามึงตกหลุมรักโอเมก้ายีนด้อยคนนี้เข้าจริงๆ น่ะ”
“เขาชื่อแพคฮายอน” แทกยอมเงยหน้าขึ้น สบตาดงฮยอกด้วยแววตาหนักแน่น “เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านโบราณคดี ผู้เชี่ยวชาญการกู้คืนเอกสารโบราณ”
“กูไม่ได้ถามประวัติการศึกษา!” ดงฮยอกถอนหายใจพรืด “กูกำลังเตือนสติมึงอยู่! ฝ่ายค้านของไอ้คังจินฮวันกำลังจ้องจับผิดมึงทุกฝีก้าว ถ้ามีข่าวลือว่าประธานาธิบดีเอาโอเมก้าเข้ามามีความสัมพันธ์ชู้สาวในทำเนียบ มึงคิดว่าจะรอดเหรอวะ”
“กูไม่สนใจคำพูดไร้สาระของพวกมัน” แทกยอมปิดแฟ้มเอกสารลงเสียงดังฉับ “หน้าที่ของกูคือเอาตัวเขามาไว้ข้างกาย และปกป้องเขาให้อยู่ในสายตาของกูตลอดเวลา”
“มึงจะทำอะไร...”
“ออกหนังสือคำสั่งย้ายด่วน” แทกยอมสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “แต่งตั้งแพคฮายอนเป็นภัณฑารักษ์พิเศษประจำสำนักประธานาธิบดี ย้ายโต๊ะทำงานของเขามาไว้ที่ห้องเอกสารปีกตะวันออก มีผลบังคับใช้พรุ่งนี้เช้า!”
“มึงบ้าไปแล้วแทกยอม!” ดงฮยอกโวยวายลั่น “ย้ายข้ามกระทรวงแบบฟ้าผ่าแบบนี้ คนเขาจะสงสัยกันทั้งทำเนียบ!”
“ใครสงสัยก็ให้มันมาถามกูตรงๆ” แทกยอมปรายตามองอย่างดุดัน “ไปจัดการตามคำสั่งซะดงฮยอก อย่าให้กูต้องสั่งซ้ำเป็นครั้งที่สอง”
ดงฮยอกสบถพึมพำในลำคอ แต่เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของเพื่อนสนิทก็จำต้องยอมก้มหัวรับคำสั่งแล้วเดินก้าวเร็วๆ ออกจากห้องไป
เวลาบ่ายคล้อยในห้องพักฟื้นของหอจดหมายเหตุประวัติศาสตร์แห่งชาติ ฮายอนนอนขดตัวอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ใบหน้าหวานซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด
ความรู้สึกคลื่นไส้และวิงเวียนศีรษะถาโถมเข้ามาเป็นระลอก กลิ่นหมึกเคมีและน้ำยาบูรณะเอกสารที่เขาเคยคุ้นชินมาตลอดสองปี วันนี้กลับส่งกลิ่นฉุนรุนแรงจนลำคอตีบตัน
“อึก... พะอืดพะอมชะมัด...” ฮายอนยกมือลูบหน้าอก พยายามหายใจเข้าลึกๆ
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับมีแรที่ถือแก้วน้ำอุ่นเดินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นกังวล “เป็นไงบ้างมึง กินน้ำอุ่นก่อน หน้ามึงซีดจนจะกลืนไปกับผนังห้องแล้วเนี่ย”
“ขอบใจนะมีแร...” ฮายอนรับแก้วน้ำมาจิบช้าๆ แต่เพียงแค่น้ำอุ่นแตะปลายลิ้น กระเพาะอาหารก็บีบตัวรุนแรงจนเขาต้องรีบวางแก้วลง
“เฮ้ย! ไหวไหมวะ” มีแรรีบประคองไหล่เพื่อน “กูว่ามึงไปโรงพยาบาลเถอะฮายอน อาการมึงไม่ปกติแล้วนะเว้ย”
“ไม่ไป! กูไม่ไปโรงพยาบาลเด็ดขาด!” ฮายอนตอบปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน
“ทำไมวะ! ป่วยขนาดนี้แล้วจะดื้อไปทำไม!”
ฮายอนก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ‘ถ้าไปโรงพยาบาล หมอต้องตรวจเจอรอยกัดพันธะของอัลฟ่าอินิกมาแน่ๆ... ข้อมูลในระบบสาธารณสุขจะเชื่อมตรงไปยังฝ่ายความมั่นคง แล้วความลับเรื่องเมื่อคืนก็จะแตก!’
“กูแค่อ่อนเพลีย...” ฮายอนพูดเสียงแผ่ว พลางเอื้อมมือไปล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบขวดยาสีชาขนาดเล็กที่ไม่มีฉลากขึ้นมาเปิดฝา “กินยานี่เดี๋ยวก็หาย...”
“ฝันดีนะครับเด็กดีของแม่” ฮายอนกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนดวงหน้าหวานแทกยอมที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรัก เดินเข้ามากุมมือฮายอนเบาๆ ก่อนจะพากันก้าวเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามระเบียงหินอ่อนทอดยาว มุ่งหน้าสู่ระเบียงปีกตะวันออกของทำเนียบอันเป็นมุมสงบส่วนตัวสายลมอุ่นยามค่ำคืนพัดพากลีบดอกท้อสีชมพูอ่อนจากสวนพฤกษศาสตร์ด้านล่างให้ลอยละล่องขึ้นมาตามกระแสลม กลิ่นหอมหวานของดอกท้อและลูกพีชขาวผสานเข้ากับกลิ่นไม้ซีดาร์ลุ่มลึกอย่างแนบแน่น เบื้องหน้าคือทัศนียภาพของเมืองชองซองยามราตรี แสงไฟระยิบระยับดั่งทะเลดวงดาวทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า สะท้อนถึงความสงบสุขและความมั่นคงของบ้านเมืองแทกยอมก้าวมายืนซ้อนด้านหลังของฮายอน สองแขนแกร่งสอดประสานโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่น ดึงแผ่นหลังของคนรักเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างอันอบอุ่น ฮายอนเอนศีรษะพิงไหล่หนาอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้ไออุ่นของคู่แท้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ“เหนื่อยไหมครับคนดีของพี่ วันนี้ต้องรับแขกทั้งคืนเลย” แทกยอมเกยคางลงบนไหล่มน กระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“ไม่เหนื่อยเลยครับพี่แทกยอม มีความสุขมากจนล้นหัวใจเลย
“แน่นอนสิครับ หลานรักของพี่ทั้งทีจะให้น้อยหน้าใครได้ยังไง” ซูยองยิ้มร่าพลางโน้มตัวลงจี้เอวฮายังจนเด็กหญิงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “โตขึ้นมาหนูฮายังต้องสวยระดับโลกแน่ๆ ส่วนเจ้าแทฮอนก็ถอดแบบความเก๊กมาจากคุณพ่อเขาเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยน”“เขาเรียกว่าความสุขุมต่างหากล่ะคุณซูยอง พูดจาให้เกียรติหลานชายคนโปรดของผมหน่อยสิครับ” เสียงทุ้มต่ำเข้มของซังฮยอนชอลดังแทรกขึ้น อดีตผู้ช่วยหน่วยข่าวกรองที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งระดับสูงและเพิ่งได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติชั้นสูงสุดด้านความมั่นคง เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่วงท่าองอาจ“คุณลุงฮยอนชอล!” แทฮอนหันขวับ ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นคุณลุงคนโปรด “พรุ่งนี้คุณลุงจะมาสอนวิชายิงธนูโบราณให้ผมตามสัญญาใช่ไหมครับ”“แน่นอนสิครับท่านชายตัวน้อย ลุงเตรียมคันธนูไม้จำลองไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่ลานฝึกหลังทำเนียบได้เลย” ฮยอนชอลย่อตัวลงตบบ่าเด็กชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้น“เบาๆ มือหน่อยเถอะคุณฮยอนชอล หลานเพิ่งจะห้าขวบ จะฝึกให้กลายเป็นสายลับหน่วยพิเศษหรือยังไงกัน” อันมีแรเดินก้าวเข้ามาสมทบด้วยชุดราตรีสีน้ำเงินครามสง่าผ่าเผย ปัจจุบันเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุ
ตอนพิเศษ 3โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์บนเพดานห้องจัดเลี้ยงกลางของทำเนียบบลูการ์เดนเปล่งประกายระยิบระยับ ขับเน้นบรรยากาศโอ่อ่าและอบอุ่นในค่ำคืนสำคัญระดับชาติ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแว่วหวานผสานกับเสียงพูดคุยของแขกผู้มีเกียรติจากทั่วทุกสารทิศ ค่ำคืนนี้คืองานกาล่าดินเนอร์ฉลองครบรอบห้าปีแห่งการปฏิรูปกฎหมายความเท่าเทียมทางชนชั้น ซึ่งผลักดันให้สาธารณรัฐก้าวสู่ยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองและสิทธิมนุษยชนอันงดงามแพคฮายอนในชุดสูททักซิโดสีงาช้างตัดเย็บอย่างประณีต ยืนกุมมือลูกน้อยทั้งสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมหวานของลูกพีชขาวจากกายของสุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่งยังคงอบอวลนุ่มละมุนไม่เคยเปลี่ยน แทฮอนในวัยห้าขวบสวมชุดสูททักซิโดสีน้ำเงินเข้มตัวจิ๋วที่เข้าชุดกับบิดา ยืนนิ่งสง่างามด้วยแววตาสุขุมดั่งถอดแบบมาจากประธานาธิบดีไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่ฮายังแฝดผู้น้องสวมชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ฟูฟ่องสีพีชอ่อน ดวงตากลมโตสดใสและรอยยิ้มร่าเริงดั่งมารดา“แทฮอนลูก ชายเสื้อสูทตึงไปไหมครับ” ฮายอนก้มลงจัดโบไทสีดำเส้นเล็กให้ลูกชายคนโตด้วยความอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้มเนียนใสของเด็กชายเบาๆ“ไม่เลยครับ พอดีตัวมากครับ” เ
ทั้งสองหยุดยืนอยู่ตรงปลายสะพานไม้ที่ยื่นออกไปกลางทะเล ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสองคนท่ามกลางความเงียบสงัดของธรรมชาติฮายอนเอนแผ่นหลังพิงอกแกร่ง สองมือหนาของแทกยอมเลื่อนมากุมประสานมือเรียวของคนรักไว้ตรงหน้าท้อง“จำคืนนั้นได้ไหมครับพี่แทกยอม... คืนที่เราสลักพันธะนิรันดร์” ฮายอนเอ่ยถามเสียงหวานแผ่วเบา“พี่จำได้ทุกวินาทีครับคนดี... ไม่มีวันไหนที่พี่จะลืมสัมผัสและความรักที่คุณมอบให้เลย” แทกยอมกดจูบลงบนรอยสลักพันธะที่ท้ายทอยของฮายอน สัมผัสถึงความร้อนผ่าวแห่งจิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกัน“เมื่อก่อน... ฮายอนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฮายอนเคยคิดว่าชีวิตของฮายอนคงไม่มีวันได้พบเจอกับความอบอุ่นแบบนี้ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้มีครอบครัว มีลูกที่น่ารัก และมีพี่แทกยอมที่คอยรักและทะนุถนอมฮายอนขนาดนี้ครับ” หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นคลอเบ้าตาคู่สวยแทกยอมประคองร่างโปร่งให้หันกลับมาสบตากัน มือหนาประคองดวงหน้างามขึ้นมารับแสงจันทร์ นิ้วหัวแม่มือช่วยเกลี่ยซับหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนที่สุด“คุณคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่โชคชะตามอบให้แก่พี่นะฮายอนอา... ตั้งแต่วินาทีแรกที่พี่ได้กลิ่นพีชของคุณ พี่ก็รู
ตอนพิเศษ 2สายลมฤดูร้อนพัดพากลิ่นไอทะเลสะอาดบริสุทธิ์เข้าปะทะผิวกายอย่างสดชื่น คลื่นสีครามซัดสาดเข้ากระทบหาดทรายขาวเนียนละเอียดของเกาะยองด็อกเป็นฟองคลื่นสีขาว ในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ชเวแทกยอมพาแพคฮายอนและลูกแฝดวัยหนึ่งขวบครึ่งเดินทางกลับมาเยือนวิลล่าริมหน้าผาอีกครั้ง โดยมีเพื่อนสนิททั้งสี่คนร่วมเดินทางมาพักผ่อนด้วยอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศริมชายหาดส่วนตัวจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนผู้อำนวยการซังฮยอนชอลในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ กำลังให้แทฮอนตัวน้อยขี่คอ วิ่งเหยาะๆ ไปตามแนวชายหาด แทฮอนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ สองมือน้อยเกาะศีรษะของลุงฮยอนชอลไว้แน่นอย่างไม่กลัวความสูง“เร็วอีกครับลุงฮยอนชอล! แทฮอนบินได้แล้ว!” หนุ่มน้อยอัลฟ่าส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แผ่กลิ่นไม้ซีดาร์จางๆ ด้วยความสนุกสนาน“เกาะแน่นๆ นะเจ้าตัวแสบ! วันนี้ลุงจะพาบินข้ามเกาะยองด็อกเลย!” ฮยอนชอลหัวเราะร่า พาหลานชายหมุนตัวไปรอบๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคนไม่ไกลกันนัก บนร่มชายหาดผืนใหญ่ อันมีแรและท่านทูตยุนซูยอง กำลังนั่งล้อมวงก่อปราสาททรายร่วมกับ ชเวฮายัง ตัวน้อยที่สวมชุดว่ายน้ำลายลูกพีชพร้อม
ทูตหญิงอาวุโสจากยุโรปเอ่ยชื่นชมด้วยความประทับใจ “คุณฮายอนไม่เพียงแต่มีบุคลิกภาพที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เท่านั้น แต่ผลงานการขับเคลื่อนนโยบายสิทธิมนุษยชนของคุณยังกลายเป็นต้นแบบให้แก่นานาชาติด้วยค่ะ ท่านประธานาธิบดีช่างโชคดีเหลือเกินที่มีคู่ชีวิตที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาดเช่นนี้”“ขอบคุณมากครับท่านทูต ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากประชาชนทุกคนและความมุ่งมั่นของท่านประธานาธิบดีครับ” ฮายอนตอบอย่างนอบน้อมและสง่างามมีแรที่ยืนมองอยู่ข้างๆ สะกิดแขนซูยองเบาๆ น้ำตาซึมด้วยความภาคภูมิใจ “ดูฮายอนสิคุณซูยอง... จากเด็กจดหมายเหตุขี้อายที่เคยโดนรังแกในวันนั้น ตอนนี้สง่างามจนผู้นำระดับโลกยังต้องยอมรับนับถือ ฉันภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้จนบรรยายไม่ถูกจริงๆ ค่ะ”“ท่านแทกยอมเลือกคนไม่ผิดหรอกครับมีแร ฮายอนคือเพชรน้ำหนึ่งที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ที่สุด และความดีงามของเขาก็เปล่งประกายให้ทุกคนได้ประจักษ์แล้ว” ซูยองยิ้มรับด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้นในจังหวะนั้นเอง ชเวแทกยอมในชุดสูทประธานาธิบดีเต็มยศก้าวเข้ามาสมทบในศาลาจัดแสดง แทกยอมเดินตรงเข้ามายืนเคียงข้างฮายอน วางมือลงบนเอวคอดของคนรักอย่างเป็นธร







