LOGINทว่าทันทีที่หยิบเม็ดยาสีฟ้าหม่นขึ้นมาจ่อปาก กลิ่นสารเคมีสังเคราะห์รุนแรงกลับกระแทกประสาทรับกลิ่น ร่างกายของฮายอนต่อต้านยาอย่างรุนแรงจนเกิดอาการขย้อน
“อุ๊บ!” ฮายอนปัดเม็ดยาทิ้ง รีบก้มตัวลงโก่งคออาเจียนใส่อ่างขยะข้างโซฟาจนตัวโยน
“ฮายอน!” มีแรตกใจสุดขีด รีบเข้าไปลูบหลังให้ ก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นเม็ดยาและขวดยาที่ตกอยู่บนพื้น
มีแรก้มลงคว้าขวดยาขึ้นมาดู พลันเปลวเพลิงแห่งความโกรธก็ปะทุขึ้นในดวงตา “มึงกินยาบ้าอะไรเข้าไปเนี่ยฮายอน! สารเคมีเถื่อนพวกนี้มันทำลายสุขภาพมึงได้เลยนะ! มึงไปเอายาอันตรายแบบนี้มาจากไหน!”
“กูไม่มีทางเลือกมีแร...” ฮายอนหอบหายใจรวยริน น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม “กูเป็นแค่โอเมก้ายีนด้อย... ถ้ายีนของกูรั่วไหลออกมาตอนที่คนอื่นอยู่เยอะๆ กูจะทำงานต่อได้ยังไง... ยาถูกกฎหมายมันระงับฟีโรโมนกูไม่อยู่ มีแต่ยาพวกนี้เท่านั้น...”
มีแรมองเพื่อนสนิทด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เธอโยนขวดยาลงถังขยะทันที ก่อนจะดึงฮายอนเข้ามากอดแนบอก “กูเข้าใจ... กูเข้าใจมึงนะฮายอน แต่ร่างกายมึงจะพังเอา... สัญญากับกูนะว่าจะไม่แตะต้องยาบ้าๆ นี่อีก ถ้ามีปัญหาเรื่องกลิ่น เดี๋ยวกูจะช่วยมึงหาคลินิกลับที่ไม่บันทึกประวัติราชการเอง เคไหม”
ฮายอนพยักหน้าทั้งน้ำตา ซุกหน้าลงกับไหล่เพื่อนสนิท สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ช่วยประโลมใจ ทว่าลึกๆ ในใจกลับโหยหากลิ่นไม้ซีดาร์ที่เคยโอบกอดเขาไว้เมื่อคืนอย่างน่าประหลาด
เวลาสี่โมงเย็น แสงแดดสีส้มอุ่นทอดเงายาวผ่านหน้าต่างห้องทำงานใหญ่ของหอจดหมายเหตุ เจ้าหน้าที่หลายคนเริ่มทยอยเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
ทันใดนั้น ชายในชุดสูทดำติดตราสัญลักษณ์ทำเนียบประธานาธิบดีสองนายก็เดินตรงเข้ามายังโต๊ะทำงานของฮายอนพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มประทับตราครุฑแดง
“คุณแพคฮายอนใช่ไหมครับ” เจ้าหน้าที่เอ่ยถามเสียงเรียบ
“ใช่ครับ... ผมเอง” ฮายอนลุกขึ้นยืนด้วยความประหม่า
“มีหนังสือคำสั่งด่วนที่สุดจากสำนักประธานาธิบดีถึงคุณครับ กรุณาเซ็นชื่อรับทราบด้วย”
ฮายอนรับปากกามาเซ็นชื่อด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อเปิดซองเอกสารออกดู ข้อความในหนังสือราชการทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
‘คำสั่งแต่งตั้งและโอนย้ายข้าราชการพิเศษ... ให้ นายแพคฮายอน ตำแหน่งภัณฑารักษ์ชำนาญการ ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักประธานาธิบดี ปีกตะวันออก ทำเนียบบลูการ์เดน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป’
“มะ ไม่จริง...” ฮายอนพึมพำ ขาแทบหมดแรงทรุดลงกับเก้าอี้
“มีเรื่องอะไรกันเหรอคุณฮายอน” น้ำเสียงนุ่มนวลไพเราะดังขึ้นจากด้านหลัง
ชายหนุ่มร่างสง่างามในชุดสูทสั่งตัดเนื้อดี กิริยาท่าทางสุขุมเปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางการทูตเดินก้าวเข้ามา ซูยอง (ยุนซูยอง) นักการทูตอาวุโสประจำกระทรวงการต่างประเทศที่แวะมาประสานงานเอกสารโบราณส่งยิ้มอ่อนโยนให้
ซูยองชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเดินเข้ามาในระยะประชิด จมูกที่ไวต่อฟีโรโมนของนักการทูตหนุ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นฟีโรโมนพีชขาวที่ปนเปื้อนกลิ่นไม้ซีดาร์จางๆ จากซอกคอของฮายอน แววตาคมฉายประกายสงสัยเพียงครู่หนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ
“ยินดีด้วยนะคุณฮายอน...” ซูยองเหลือบมองเอกสารในมือฮายอน “ได้ไปทำงานใกล้ชิดท่านประธานาธิบดีแบบนี้ มีคนอิจฉากันทั้งกระทรวงแน่ๆ”
“ผม... ผมไม่ได้อยากไปเลยครับพี่ซูยอง...” ฮายอนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มันกะทันหันเกินไป... ผมกลัวว่าจะทำงานได้ไม่ดี”
ซูยองมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ จึงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูฮายอนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ฟังพี่นะคุณฮายอน... ทำเนียบบลูการ์เดนไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บและการห้ำหั่นทางการเมือง แต่ในเมื่อท่านผู้นำออกคำสั่งเรียกตัวคุณไปด้วยตัวเอง การอยู่ใต้ปีกคุ้มครองของท่านประธานาธิบดี อาจจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณในเวลานี้ก็ได้นะ”
คำพูดของซูยองทำให้ฮายอนสะท้านไปทั้งอก
ดวงตากลมโตมองเอกสารคำสั่งย้ายในมือ สองมือกำกระดาษแน่นจนยับย่น ความกลัว ความสับสน และความตื่นตระหนกถาโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก
พรุ่งนี้เช้า... เขาจะต้องก้าวเท้าเข้าไปในกรงเล็บของชเวแทกยอม ชายผู้เป็นเจ้าของรอยกัดบนต้นคอนี้จริงๆ หรือ!
“ฝันดีนะครับเด็กดีของแม่” ฮายอนกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนดวงหน้าหวานแทกยอมที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรัก เดินเข้ามากุมมือฮายอนเบาๆ ก่อนจะพากันก้าวเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามระเบียงหินอ่อนทอดยาว มุ่งหน้าสู่ระเบียงปีกตะวันออกของทำเนียบอันเป็นมุมสงบส่วนตัวสายลมอุ่นยามค่ำคืนพัดพากลีบดอกท้อสีชมพูอ่อนจากสวนพฤกษศาสตร์ด้านล่างให้ลอยละล่องขึ้นมาตามกระแสลม กลิ่นหอมหวานของดอกท้อและลูกพีชขาวผสานเข้ากับกลิ่นไม้ซีดาร์ลุ่มลึกอย่างแนบแน่น เบื้องหน้าคือทัศนียภาพของเมืองชองซองยามราตรี แสงไฟระยิบระยับดั่งทะเลดวงดาวทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า สะท้อนถึงความสงบสุขและความมั่นคงของบ้านเมืองแทกยอมก้าวมายืนซ้อนด้านหลังของฮายอน สองแขนแกร่งสอดประสานโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่น ดึงแผ่นหลังของคนรักเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างอันอบอุ่น ฮายอนเอนศีรษะพิงไหล่หนาอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้ไออุ่นของคู่แท้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ“เหนื่อยไหมครับคนดีของพี่ วันนี้ต้องรับแขกทั้งคืนเลย” แทกยอมเกยคางลงบนไหล่มน กระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“ไม่เหนื่อยเลยครับพี่แทกยอม มีความสุขมากจนล้นหัวใจเลย
“แน่นอนสิครับ หลานรักของพี่ทั้งทีจะให้น้อยหน้าใครได้ยังไง” ซูยองยิ้มร่าพลางโน้มตัวลงจี้เอวฮายังจนเด็กหญิงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “โตขึ้นมาหนูฮายังต้องสวยระดับโลกแน่ๆ ส่วนเจ้าแทฮอนก็ถอดแบบความเก๊กมาจากคุณพ่อเขาเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยน”“เขาเรียกว่าความสุขุมต่างหากล่ะคุณซูยอง พูดจาให้เกียรติหลานชายคนโปรดของผมหน่อยสิครับ” เสียงทุ้มต่ำเข้มของซังฮยอนชอลดังแทรกขึ้น อดีตผู้ช่วยหน่วยข่าวกรองที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งระดับสูงและเพิ่งได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติชั้นสูงสุดด้านความมั่นคง เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่วงท่าองอาจ“คุณลุงฮยอนชอล!” แทฮอนหันขวับ ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นคุณลุงคนโปรด “พรุ่งนี้คุณลุงจะมาสอนวิชายิงธนูโบราณให้ผมตามสัญญาใช่ไหมครับ”“แน่นอนสิครับท่านชายตัวน้อย ลุงเตรียมคันธนูไม้จำลองไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่ลานฝึกหลังทำเนียบได้เลย” ฮยอนชอลย่อตัวลงตบบ่าเด็กชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้น“เบาๆ มือหน่อยเถอะคุณฮยอนชอล หลานเพิ่งจะห้าขวบ จะฝึกให้กลายเป็นสายลับหน่วยพิเศษหรือยังไงกัน” อันมีแรเดินก้าวเข้ามาสมทบด้วยชุดราตรีสีน้ำเงินครามสง่าผ่าเผย ปัจจุบันเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุ
ตอนพิเศษ 3โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์บนเพดานห้องจัดเลี้ยงกลางของทำเนียบบลูการ์เดนเปล่งประกายระยิบระยับ ขับเน้นบรรยากาศโอ่อ่าและอบอุ่นในค่ำคืนสำคัญระดับชาติ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแว่วหวานผสานกับเสียงพูดคุยของแขกผู้มีเกียรติจากทั่วทุกสารทิศ ค่ำคืนนี้คืองานกาล่าดินเนอร์ฉลองครบรอบห้าปีแห่งการปฏิรูปกฎหมายความเท่าเทียมทางชนชั้น ซึ่งผลักดันให้สาธารณรัฐก้าวสู่ยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองและสิทธิมนุษยชนอันงดงามแพคฮายอนในชุดสูททักซิโดสีงาช้างตัดเย็บอย่างประณีต ยืนกุมมือลูกน้อยทั้งสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมหวานของลูกพีชขาวจากกายของสุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่งยังคงอบอวลนุ่มละมุนไม่เคยเปลี่ยน แทฮอนในวัยห้าขวบสวมชุดสูททักซิโดสีน้ำเงินเข้มตัวจิ๋วที่เข้าชุดกับบิดา ยืนนิ่งสง่างามด้วยแววตาสุขุมดั่งถอดแบบมาจากประธานาธิบดีไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่ฮายังแฝดผู้น้องสวมชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ฟูฟ่องสีพีชอ่อน ดวงตากลมโตสดใสและรอยยิ้มร่าเริงดั่งมารดา“แทฮอนลูก ชายเสื้อสูทตึงไปไหมครับ” ฮายอนก้มลงจัดโบไทสีดำเส้นเล็กให้ลูกชายคนโตด้วยความอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้มเนียนใสของเด็กชายเบาๆ“ไม่เลยครับ พอดีตัวมากครับ” เ
ทั้งสองหยุดยืนอยู่ตรงปลายสะพานไม้ที่ยื่นออกไปกลางทะเล ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสองคนท่ามกลางความเงียบสงัดของธรรมชาติฮายอนเอนแผ่นหลังพิงอกแกร่ง สองมือหนาของแทกยอมเลื่อนมากุมประสานมือเรียวของคนรักไว้ตรงหน้าท้อง“จำคืนนั้นได้ไหมครับพี่แทกยอม... คืนที่เราสลักพันธะนิรันดร์” ฮายอนเอ่ยถามเสียงหวานแผ่วเบา“พี่จำได้ทุกวินาทีครับคนดี... ไม่มีวันไหนที่พี่จะลืมสัมผัสและความรักที่คุณมอบให้เลย” แทกยอมกดจูบลงบนรอยสลักพันธะที่ท้ายทอยของฮายอน สัมผัสถึงความร้อนผ่าวแห่งจิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกัน“เมื่อก่อน... ฮายอนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฮายอนเคยคิดว่าชีวิตของฮายอนคงไม่มีวันได้พบเจอกับความอบอุ่นแบบนี้ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้มีครอบครัว มีลูกที่น่ารัก และมีพี่แทกยอมที่คอยรักและทะนุถนอมฮายอนขนาดนี้ครับ” หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นคลอเบ้าตาคู่สวยแทกยอมประคองร่างโปร่งให้หันกลับมาสบตากัน มือหนาประคองดวงหน้างามขึ้นมารับแสงจันทร์ นิ้วหัวแม่มือช่วยเกลี่ยซับหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนที่สุด“คุณคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่โชคชะตามอบให้แก่พี่นะฮายอนอา... ตั้งแต่วินาทีแรกที่พี่ได้กลิ่นพีชของคุณ พี่ก็รู
ตอนพิเศษ 2สายลมฤดูร้อนพัดพากลิ่นไอทะเลสะอาดบริสุทธิ์เข้าปะทะผิวกายอย่างสดชื่น คลื่นสีครามซัดสาดเข้ากระทบหาดทรายขาวเนียนละเอียดของเกาะยองด็อกเป็นฟองคลื่นสีขาว ในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ชเวแทกยอมพาแพคฮายอนและลูกแฝดวัยหนึ่งขวบครึ่งเดินทางกลับมาเยือนวิลล่าริมหน้าผาอีกครั้ง โดยมีเพื่อนสนิททั้งสี่คนร่วมเดินทางมาพักผ่อนด้วยอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศริมชายหาดส่วนตัวจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนผู้อำนวยการซังฮยอนชอลในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ กำลังให้แทฮอนตัวน้อยขี่คอ วิ่งเหยาะๆ ไปตามแนวชายหาด แทฮอนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ สองมือน้อยเกาะศีรษะของลุงฮยอนชอลไว้แน่นอย่างไม่กลัวความสูง“เร็วอีกครับลุงฮยอนชอล! แทฮอนบินได้แล้ว!” หนุ่มน้อยอัลฟ่าส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แผ่กลิ่นไม้ซีดาร์จางๆ ด้วยความสนุกสนาน“เกาะแน่นๆ นะเจ้าตัวแสบ! วันนี้ลุงจะพาบินข้ามเกาะยองด็อกเลย!” ฮยอนชอลหัวเราะร่า พาหลานชายหมุนตัวไปรอบๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคนไม่ไกลกันนัก บนร่มชายหาดผืนใหญ่ อันมีแรและท่านทูตยุนซูยอง กำลังนั่งล้อมวงก่อปราสาททรายร่วมกับ ชเวฮายัง ตัวน้อยที่สวมชุดว่ายน้ำลายลูกพีชพร้อม
ทูตหญิงอาวุโสจากยุโรปเอ่ยชื่นชมด้วยความประทับใจ “คุณฮายอนไม่เพียงแต่มีบุคลิกภาพที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เท่านั้น แต่ผลงานการขับเคลื่อนนโยบายสิทธิมนุษยชนของคุณยังกลายเป็นต้นแบบให้แก่นานาชาติด้วยค่ะ ท่านประธานาธิบดีช่างโชคดีเหลือเกินที่มีคู่ชีวิตที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาดเช่นนี้”“ขอบคุณมากครับท่านทูต ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากประชาชนทุกคนและความมุ่งมั่นของท่านประธานาธิบดีครับ” ฮายอนตอบอย่างนอบน้อมและสง่างามมีแรที่ยืนมองอยู่ข้างๆ สะกิดแขนซูยองเบาๆ น้ำตาซึมด้วยความภาคภูมิใจ “ดูฮายอนสิคุณซูยอง... จากเด็กจดหมายเหตุขี้อายที่เคยโดนรังแกในวันนั้น ตอนนี้สง่างามจนผู้นำระดับโลกยังต้องยอมรับนับถือ ฉันภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้จนบรรยายไม่ถูกจริงๆ ค่ะ”“ท่านแทกยอมเลือกคนไม่ผิดหรอกครับมีแร ฮายอนคือเพชรน้ำหนึ่งที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ที่สุด และความดีงามของเขาก็เปล่งประกายให้ทุกคนได้ประจักษ์แล้ว” ซูยองยิ้มรับด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้นในจังหวะนั้นเอง ชเวแทกยอมในชุดสูทประธานาธิบดีเต็มยศก้าวเข้ามาสมทบในศาลาจัดแสดง แทกยอมเดินตรงเข้ามายืนเคียงข้างฮายอน วางมือลงบนเอวคอดของคนรักอย่างเป็นธร






![Boylove the Serise|ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
