LOGINแทกยอมยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ดงฮยอกหยุดพูด สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ยอดกระหม่อมของคนตัวเล็กกว่าตรงหน้า ก่อนที่ปลายนิ้วแกร่งจะเอื้อมไปแตะลงที่ปลายคางมน แล้วค่อยๆ เชยขึ้นให้สบตากับเขาตรงๆ
สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วทำให้ฮายอนสะดุ้ง พยายามจะเบี่ยงหน้าหนีแต่แรงกดเบาๆ กลับตรึงเขาไว้แน่น
“พบกันอีกแล้วนะ... คุณแพคฮายอน” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมทอประกายลึกล้ำ
“ทะ ท่านประธานาธิบดี...” ฮายอนเอ่ยตอบด้วยเสียงสั่นเครือ รู้สึกเหมือนกำลังจะละลายภายใต้สายตาคู่นั้น “ขออภัยที่เมื่อวานผมเสียมารยาทครับ...”
“เมื่อคืนหนีกลับไปเร็วเหลือเกินนะ” แทกยอมกระตุกยิ้มบาง “ทิ้งไว้แค่ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียว คิดว่าผมจะหาคุณไม่เจอหรือไง”
“ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจจะหนีครับ...” ฮายอนกลืนน้ำลายลงคอ พยายามรวบรวมสติ “เมื่อคืนเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน... ผมเห็นท่านหลับสนิท และกลัวว่าจะเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของท่านประธานาธิบดี ผมจึงรีบกลับครับ”
“กลัวภาพลักษณ์ของผม หรือกลัวผมกันแน่” แทกยอมโน้มใบหน้าลงมาใกล้อีกนิดจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจ “แต่เอาเถอะ... ในเมื่อคุณมาอยู่ที่นี่แล้ว เรื่องเมื่อคืนผมจะไม่เอาความ”
แทกยอมปล่อยมือออกจากคางของฮายอน เดินกลับไปนั่งลงที่เก้าอี้หนังหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ผายมือไปยังโต๊ะไม้ตัวยาวที่จัดวางอยู่ตรงมุมห้องด้านขวา ซึ่งเต็มไปด้วยกองเอกสารโบราณ กล่องไม้ใส่บันทึกประวัติศาสตร์ และอุปกรณ์บูรณะกระดาษครบครัน
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หน้าที่ของคุณคือคัดแยกและบูรณะเอกสารประวัติศาสตร์ส่วนตัวของตระกูลชเว” แทกยอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทางการ “และโต๊ะทำงานของคุณ... จะตั้งอยู่ตรงนั้น ในห้องนี้”
ฮายอนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันมองโต๊ะทำงานสลับกับใบหน้าของผู้นำประเทศ “ในห้องนี้เหรอครับ! แต่... นี่คือห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานาธิบดีนะครับ ผมเป็นแค่ภัณฑารักษ์ธรรมดา ควรจะไปทำงานที่ห้องเอกสารกลางของปีกตะวันออกมากกว่าครับ”
“เอกสารพวกนี้คือบันทึกชั้นความลับของตระกูลผู้นำประเทศ” แทกยอมขัดขึ้นเสียงเรียบ สายตามองตรงมาอย่างไม่ยอมถอย “ไม่อนุญาตให้นำออกนอกห้องทำงานนี้แม้แต่แผ่นเดียว และการทำงานของคุณต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของผมโดยตรง”
“แต่การที่ผมมานั่งทำงานร่วมห้องกับท่านทั้งวัน มันอาจดูไม่เหมาะสมในสายตาของเจ้าหน้าที่คนอื่นนะครับท่าน” ฮายอนพยายามหาเหตุผลมาคัดค้าน “คนอื่นอาจมองว่าท่านใช้อำนาจตามอำเภอใจ...”
“ใครจะมองยังไงผมไม่สนใจ” แทกยอมตัดบทอย่างเด็ดขาด “ที่นี่คือทำเนียบของผม และคำสั่งของผมคือที่สุด คุณฮายอน”
ดงฮยอกที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ได้แต่แอบถอนหายใจยาว ส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความเผด็จการไร้ที่ติของเพื่อนสนิท ก่อนจะแกล้งกระแอมไอขึ้นมาหนึ่งที
“ถ้าท่านประธานาธิบดีไม่มีอะไรเพิ่มเติมแล้ว ผมขอตัวไปเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมสภาความมั่นคงรอบบ่ายก่อนนะครับ” ดงฮยอกกล่าวพลางส่งสายตาเห็นอกเห็นใจให้ฮายอนหนึ่งแวบ
“ไปเถอะ” แทกยอมโบกมืออนุญาต
ทันทีที่บานประตูปิดสนิทลง ความเงียบงันอันหนักอึ้งก็กลับเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างใหญ่อีกครั้ง
ฮายอนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สองมือกำแน่นด้วยความประหม่า แทกยอมลุกขึ้นจากเก้าอี้อีกครั้ง ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของฮายอนในระยะประชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ
กลิ่นฟีโรโมนไม้ซีดาร์เข้มข้นแผ่ซ่านโอบล้อมแผ่นหลัง ฮายอนเกร็งตัวแน่นจนแทบไม่กล้าขยับ แทกยอมโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมใบหูขาวเนียน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้ออ่อนจนขนอ่อนลุกซู่
“กลิ่นพีชของคุณเมื่อคืน...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาจนหัวใจของฮายอนกระตุกวูบ “มันทำให้ผมแทบคลั่ง... และผมไม่คิดจะปล่อยให้กลิ่นนี้ลอยไปแตะจมูกใครหน้าไหนอีกแล้ว รู้ไว้ด้วยนะ... ฮายอน”
ใบหน้าหวานของฮายอนเห่อร้อนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เลือดในกายสูบฉีดรุนแรงจนแทบระเบิด
“ไปเริ่มทำงานได้แล้ว” แทกยอมผละออกช้าๆ รอยยิ้มมุมปากแฝงความพึงพอใจอย่างที่สุด “อย่าให้ผมเห็นว่าคุณอู้งานล่ะ... คุณภัณฑารักษ์ส่วนตัว”
ฮายอนรีบก้มหัวเร็วๆ แล้วก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังโต๊ะทำงานของตนเอง สองมือนั่งจัดเรียงพู่กันและแผ่นกระดาษโบราณด้วยอาการใจสั่นระรัว ขณะที่สายตาคมกริบของประธานาธิบดีหนุ่มยังคงจับจ้องมองตามทุกอิริยาบถอย่างไม่ละสายตา!
คำพูดและสายตาที่หวงแหนอย่างเปิดเผยนี้... มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่!
ชายผู้กุมอำนาจสูงสุดของประเทศคนนี้... กำลังคิดจะทำอะไรกับชีวิตของเขากันแน่!
“ฝันดีนะครับเด็กดีของแม่” ฮายอนกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนดวงหน้าหวานแทกยอมที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรัก เดินเข้ามากุมมือฮายอนเบาๆ ก่อนจะพากันก้าวเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามระเบียงหินอ่อนทอดยาว มุ่งหน้าสู่ระเบียงปีกตะวันออกของทำเนียบอันเป็นมุมสงบส่วนตัวสายลมอุ่นยามค่ำคืนพัดพากลีบดอกท้อสีชมพูอ่อนจากสวนพฤกษศาสตร์ด้านล่างให้ลอยละล่องขึ้นมาตามกระแสลม กลิ่นหอมหวานของดอกท้อและลูกพีชขาวผสานเข้ากับกลิ่นไม้ซีดาร์ลุ่มลึกอย่างแนบแน่น เบื้องหน้าคือทัศนียภาพของเมืองชองซองยามราตรี แสงไฟระยิบระยับดั่งทะเลดวงดาวทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า สะท้อนถึงความสงบสุขและความมั่นคงของบ้านเมืองแทกยอมก้าวมายืนซ้อนด้านหลังของฮายอน สองแขนแกร่งสอดประสานโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่น ดึงแผ่นหลังของคนรักเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างอันอบอุ่น ฮายอนเอนศีรษะพิงไหล่หนาอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้ไออุ่นของคู่แท้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ“เหนื่อยไหมครับคนดีของพี่ วันนี้ต้องรับแขกทั้งคืนเลย” แทกยอมเกยคางลงบนไหล่มน กระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“ไม่เหนื่อยเลยครับพี่แทกยอม มีความสุขมากจนล้นหัวใจเลย
“แน่นอนสิครับ หลานรักของพี่ทั้งทีจะให้น้อยหน้าใครได้ยังไง” ซูยองยิ้มร่าพลางโน้มตัวลงจี้เอวฮายังจนเด็กหญิงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “โตขึ้นมาหนูฮายังต้องสวยระดับโลกแน่ๆ ส่วนเจ้าแทฮอนก็ถอดแบบความเก๊กมาจากคุณพ่อเขาเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยน”“เขาเรียกว่าความสุขุมต่างหากล่ะคุณซูยอง พูดจาให้เกียรติหลานชายคนโปรดของผมหน่อยสิครับ” เสียงทุ้มต่ำเข้มของซังฮยอนชอลดังแทรกขึ้น อดีตผู้ช่วยหน่วยข่าวกรองที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งระดับสูงและเพิ่งได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติชั้นสูงสุดด้านความมั่นคง เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่วงท่าองอาจ“คุณลุงฮยอนชอล!” แทฮอนหันขวับ ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นคุณลุงคนโปรด “พรุ่งนี้คุณลุงจะมาสอนวิชายิงธนูโบราณให้ผมตามสัญญาใช่ไหมครับ”“แน่นอนสิครับท่านชายตัวน้อย ลุงเตรียมคันธนูไม้จำลองไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่ลานฝึกหลังทำเนียบได้เลย” ฮยอนชอลย่อตัวลงตบบ่าเด็กชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้น“เบาๆ มือหน่อยเถอะคุณฮยอนชอล หลานเพิ่งจะห้าขวบ จะฝึกให้กลายเป็นสายลับหน่วยพิเศษหรือยังไงกัน” อันมีแรเดินก้าวเข้ามาสมทบด้วยชุดราตรีสีน้ำเงินครามสง่าผ่าเผย ปัจจุบันเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุ
ตอนพิเศษ 3โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์บนเพดานห้องจัดเลี้ยงกลางของทำเนียบบลูการ์เดนเปล่งประกายระยิบระยับ ขับเน้นบรรยากาศโอ่อ่าและอบอุ่นในค่ำคืนสำคัญระดับชาติ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแว่วหวานผสานกับเสียงพูดคุยของแขกผู้มีเกียรติจากทั่วทุกสารทิศ ค่ำคืนนี้คืองานกาล่าดินเนอร์ฉลองครบรอบห้าปีแห่งการปฏิรูปกฎหมายความเท่าเทียมทางชนชั้น ซึ่งผลักดันให้สาธารณรัฐก้าวสู่ยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองและสิทธิมนุษยชนอันงดงามแพคฮายอนในชุดสูททักซิโดสีงาช้างตัดเย็บอย่างประณีต ยืนกุมมือลูกน้อยทั้งสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมหวานของลูกพีชขาวจากกายของสุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่งยังคงอบอวลนุ่มละมุนไม่เคยเปลี่ยน แทฮอนในวัยห้าขวบสวมชุดสูททักซิโดสีน้ำเงินเข้มตัวจิ๋วที่เข้าชุดกับบิดา ยืนนิ่งสง่างามด้วยแววตาสุขุมดั่งถอดแบบมาจากประธานาธิบดีไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่ฮายังแฝดผู้น้องสวมชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ฟูฟ่องสีพีชอ่อน ดวงตากลมโตสดใสและรอยยิ้มร่าเริงดั่งมารดา“แทฮอนลูก ชายเสื้อสูทตึงไปไหมครับ” ฮายอนก้มลงจัดโบไทสีดำเส้นเล็กให้ลูกชายคนโตด้วยความอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้มเนียนใสของเด็กชายเบาๆ“ไม่เลยครับ พอดีตัวมากครับ” เ
ทั้งสองหยุดยืนอยู่ตรงปลายสะพานไม้ที่ยื่นออกไปกลางทะเล ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสองคนท่ามกลางความเงียบสงัดของธรรมชาติฮายอนเอนแผ่นหลังพิงอกแกร่ง สองมือหนาของแทกยอมเลื่อนมากุมประสานมือเรียวของคนรักไว้ตรงหน้าท้อง“จำคืนนั้นได้ไหมครับพี่แทกยอม... คืนที่เราสลักพันธะนิรันดร์” ฮายอนเอ่ยถามเสียงหวานแผ่วเบา“พี่จำได้ทุกวินาทีครับคนดี... ไม่มีวันไหนที่พี่จะลืมสัมผัสและความรักที่คุณมอบให้เลย” แทกยอมกดจูบลงบนรอยสลักพันธะที่ท้ายทอยของฮายอน สัมผัสถึงความร้อนผ่าวแห่งจิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกัน“เมื่อก่อน... ฮายอนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฮายอนเคยคิดว่าชีวิตของฮายอนคงไม่มีวันได้พบเจอกับความอบอุ่นแบบนี้ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้มีครอบครัว มีลูกที่น่ารัก และมีพี่แทกยอมที่คอยรักและทะนุถนอมฮายอนขนาดนี้ครับ” หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นคลอเบ้าตาคู่สวยแทกยอมประคองร่างโปร่งให้หันกลับมาสบตากัน มือหนาประคองดวงหน้างามขึ้นมารับแสงจันทร์ นิ้วหัวแม่มือช่วยเกลี่ยซับหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนที่สุด“คุณคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่โชคชะตามอบให้แก่พี่นะฮายอนอา... ตั้งแต่วินาทีแรกที่พี่ได้กลิ่นพีชของคุณ พี่ก็รู
ตอนพิเศษ 2สายลมฤดูร้อนพัดพากลิ่นไอทะเลสะอาดบริสุทธิ์เข้าปะทะผิวกายอย่างสดชื่น คลื่นสีครามซัดสาดเข้ากระทบหาดทรายขาวเนียนละเอียดของเกาะยองด็อกเป็นฟองคลื่นสีขาว ในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ชเวแทกยอมพาแพคฮายอนและลูกแฝดวัยหนึ่งขวบครึ่งเดินทางกลับมาเยือนวิลล่าริมหน้าผาอีกครั้ง โดยมีเพื่อนสนิททั้งสี่คนร่วมเดินทางมาพักผ่อนด้วยอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศริมชายหาดส่วนตัวจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนผู้อำนวยการซังฮยอนชอลในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ กำลังให้แทฮอนตัวน้อยขี่คอ วิ่งเหยาะๆ ไปตามแนวชายหาด แทฮอนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ สองมือน้อยเกาะศีรษะของลุงฮยอนชอลไว้แน่นอย่างไม่กลัวความสูง“เร็วอีกครับลุงฮยอนชอล! แทฮอนบินได้แล้ว!” หนุ่มน้อยอัลฟ่าส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แผ่กลิ่นไม้ซีดาร์จางๆ ด้วยความสนุกสนาน“เกาะแน่นๆ นะเจ้าตัวแสบ! วันนี้ลุงจะพาบินข้ามเกาะยองด็อกเลย!” ฮยอนชอลหัวเราะร่า พาหลานชายหมุนตัวไปรอบๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคนไม่ไกลกันนัก บนร่มชายหาดผืนใหญ่ อันมีแรและท่านทูตยุนซูยอง กำลังนั่งล้อมวงก่อปราสาททรายร่วมกับ ชเวฮายัง ตัวน้อยที่สวมชุดว่ายน้ำลายลูกพีชพร้อม
ทูตหญิงอาวุโสจากยุโรปเอ่ยชื่นชมด้วยความประทับใจ “คุณฮายอนไม่เพียงแต่มีบุคลิกภาพที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เท่านั้น แต่ผลงานการขับเคลื่อนนโยบายสิทธิมนุษยชนของคุณยังกลายเป็นต้นแบบให้แก่นานาชาติด้วยค่ะ ท่านประธานาธิบดีช่างโชคดีเหลือเกินที่มีคู่ชีวิตที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาดเช่นนี้”“ขอบคุณมากครับท่านทูต ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากประชาชนทุกคนและความมุ่งมั่นของท่านประธานาธิบดีครับ” ฮายอนตอบอย่างนอบน้อมและสง่างามมีแรที่ยืนมองอยู่ข้างๆ สะกิดแขนซูยองเบาๆ น้ำตาซึมด้วยความภาคภูมิใจ “ดูฮายอนสิคุณซูยอง... จากเด็กจดหมายเหตุขี้อายที่เคยโดนรังแกในวันนั้น ตอนนี้สง่างามจนผู้นำระดับโลกยังต้องยอมรับนับถือ ฉันภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้จนบรรยายไม่ถูกจริงๆ ค่ะ”“ท่านแทกยอมเลือกคนไม่ผิดหรอกครับมีแร ฮายอนคือเพชรน้ำหนึ่งที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ที่สุด และความดีงามของเขาก็เปล่งประกายให้ทุกคนได้ประจักษ์แล้ว” ซูยองยิ้มรับด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้นในจังหวะนั้นเอง ชเวแทกยอมในชุดสูทประธานาธิบดีเต็มยศก้าวเข้ามาสมทบในศาลาจัดแสดง แทกยอมเดินตรงเข้ามายืนเคียงข้างฮายอน วางมือลงบนเอวคอดของคนรักอย่างเป็นธร




![แกรนด์ดยุกของข้าคลั่งรักไม่ไหว [YAOI] + [BDSM] + [PWP] + [NC](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


