Share

FOR#01: CHALLENGE

last update publish date: 2026-06-28 20:08:56

เราได้เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง

ตอนที่เลือกสอบเข้าที่นี่ ทั้งพ่อแม่และคุณครูที่โรงเรียนเก่าต่างก็คัดค้าน เรายังคงดื้อแพ่งจะสมัครให้ได้ บางคนบอกว่าคงจะทำไปเพื่อพิสูจน์ตัวเองล่ะสิ พิสูจน์ให้เห็นว่าโอเมก้าก็เก่งได้ ประสบความสำเร็จได้

แต่ไม่ใช่หรอก

เราไม่เคยคิดจะพิสูจน์ตัวเอง เพราะไม่มีอะไรให้ต้องพิสูจน์มาตั้งแต่แรกแล้ว

เหตุผลจริงๆ เรียบง่ายอย่างมาก เพียงแค่ทนกินอาหารโรงเรียนเก่าต่อไปไม่ไหวแล้ว บวกกับอยากเดินห้างดูหนังกับเพื่อนหลังเลิกเรียนบ้างเท่านั้น

มาถึงโรงเรียนวันแรก บนพื้นมีเงาจากต้นไม้กำลังไหวน้อยๆ เงยหน้าขึ้นไปเห็นต้นไม้ใหญ่ กิ่งยาวจนโค้งลงมาคล้ายต้นหลิว พลิ้วเหมือนเป็นม่านผืนหนึ่ง ถัดจากต้นไม้ปลูกเป็นแนวยาวคืออาคารเรียนสภาพไม่ใหม่นัก

เรามาถึงค่อนข้างเช้าเป็นพิเศษเพราะตั้งใจจะจองที่นั่งหลังสุดริมหน้าต่างโดยเฉพาะ พอมาถึงห้องจึงไม่มีเงาคนตามที่คาดไว้ สองมือค่อยๆ วางกระเป๋าลงบนพื้น มองออกไปนอกหน้าต่างที่แง้มออกเล็กน้อย ภาพที่เห็นจากมุมนี้คือทิวทัศน์ที่จะได้เห็นต่อไปอีกปีหนึ่ง

สนามปูนกับอาคารเรียนของโรงเรียนข้างๆ สายไฟระโยงระยาง ต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้าน กระรอกตัวหนึ่งวิ่งออกจากโพรง ไต่ไปตามสายไฟจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้น

ลมแผ่วๆ พัดผ่านมา

เป็นการเริ่มต้นปีการศึกษาที่เงียบสงบ

“แกน่ะเหรอ โอเมก้าที่เขาลือกันน่ะ” ตัวประกอบ A ที่โผล่มาจากมุมใดไม่ทราบเอ่ยขึ้น

—มันจะไปเป็นแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ

“ใช่ มีอะไร?” เราหันไปมองด้วยสายตาเย็นชา

“กล้ามาเรียนที่นี่อีกเหรอ ยังไงซะก็คงคิดว่าจะมาจับอัลฟ่ารวยๆ ซักคนใช่มั้ยล่ะ เราจะยอมคบด้วยก็ได้นะ”

“นาย…ถนัดวิชาอะไร”

“หา?”

“วิชาที่ได้คะแนนสูงสุดน่ะ”

“เอ่อ...ชีวะล่ะมั้ง…”

“อืม งั้นสรุปว่าเป็นชีวะนะ” เราหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาจากลิ้นชัก เปิดไปที่โจทย์ท้ายเล่ม “มาแข่งกัน สุ่มโจทย์ในข้อสอบเก่าขึ้นมาเลย”

“…” ตัวประกอบ A

“…” ห้องเรียน

“…” โลก

“คนที่โง่กว่าตัวเอง เราไม่คิดจะเอา DNA ส่งต่อไปให้ลูกอยู่แล้ว”

สภาพตอนที่เพื่อนคนอื่นในห้องเดินเข้ามาเห็นในตอนเช้าคือ ตัวประกอบ A โกรธจนหัวฟู ขยำกระดาษกำหมัดแน่นพูดไม่ออก พ่ายแพ้ต่อโอเมก้าคนหนึ่งตั้งแต่วิชาชีวะ เคมี ไปจนถึงฟิสิกส์

"ยังจะต่ออีกมั้ย" เราถาม

ตัวประกอบ A ชี้หน้าเรา แต่กลับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียวได้แต่วิ่งหนีไปทั้งอย่างนั้น

"นายน่าสนใจมาก! มาเป็นเพื่อนกันเถอะ!" 

ตอนที่กำลังเก็บกวาดเศษขยะที่ตัวประกอบ A เหลือทิ้งไว้ก็ได้ยินเสียงของนักเรียนหญิงคนหนึ่งดังขึ้น จากนั้นเธอก็กระแทกกระเป๋าลงบนโต๊ะตัวข้างๆ ยึดครองที่นั่งข้างเราไปโดยไม่ถามไถ่

อืม แต่ที่นั่งเป็นของสาธารณะ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องถามอะไรจริงๆ

"อ้อ จริงสิ ต้องแนะนำตัวก่อน เราชื่อชะเอมนะ ยินดีที่ได้รู้จัก"

"เราชื่อก้ามปู ยินดีที่ได้รู้จัก"

ชะเอมเป็นเด็กสาวหน้าตาดี ดวงตากลมโตผมหยักเป็นลอนน่ารักมาก

หลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าห้องเรียนก็เป็นเวลาโฮมรูมต้อนรับวันเปิดภาคเรียน ครูประจำชั้นเป็นผู้ชายเรียบร้อย ท่าทางเอาจริงเอาจังตามฉบับครูคณิตศาสตร์ทั่วไป

คุณครูมองมาทางเรากับชะเอม ซึ่งเป็นโต๊ะคู่เดียวที่นั่งจับคู่ชาย-หญิง

โรงเรียนนี้ สมัยก่อตั้งแรกๆ ในฐานะที่เป็นโรงเรียนสหศึกษาแห่งแรกของประเทศ ก็เลยค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการนั่งเรียนด้วยกันของนักเรียนต่างเพศเป็นพิเศษ

แต่สมัยนี้แล้ว โอเมก้าชายนั่งจับคู่กับอัลฟ่าหญิง หรือ โอเมก้าชายนั่งจับคู่กับอัลฟ่าชาย เป็นเรื่องไม่เหมาะสมกว่ากัน—คำถามนี้มันไม่มีคำตอบที่ถูกต้องมาตั้งแต่แรกแล้ว

ด้วยเหตุนั้น เราจึงยังคงได้นั่งคู่กับชะเอม

หลังจากโฮมรูมสองคาบแรกเสร็จก็เริ่มการเรียนตามปกติตั้งแต่เปิดเทอมวันแรก การเรียนการสอนเป็นไปอย่างเงียบเชียบ ทำให้คิดถึงห้องเรียนครึกครื้นของโรงเรียนเก่านิดนึง

คาบที่สี่ คาบภาษาอังกฤษ หายนะบังเกิด

เอ่อ...ความจริงแล้ว...ภาษาอังกฤษของเรา...ไม่ค่อยจะสู้ดี...

ครูที่สอนพ่นศัพท์ออกมาเป็นชุดไม่จดใส่กระดาน คำศัพท์ไม่ยากแต่ตัวเราเองนั้นภาษาอ่อนด้อยเป็นทุนเดิม ทำข้อสอบกาได้แต่ข้อเขียนสะกดผิดทุกตัว มีชีวิตอยู่ด้วย auto correct ใน Microsoft Word มาโดยตลอด ชำเลืองมองเพื่อนข้างๆ พบว่าอ้าปากค้างอยู่ไม่ต่างกัน

ชะเอมพยายามชะโงกหน้ามาดูโน้ตของเรา พบความว่างเปล่า แล้วอ้าปากค้างมากกว่าเดิม

"เราโง่อังกฤษ"

เรายอมรับตามตรง

มันเป็นความโง่เรื้อรังมาตั้งแต่ประถม ตอนนั้นตามประสาเด็กโรงเรียนบ้านนอกเล็กๆ ครูใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจดแกรมม่าขึ้นกระดานแล้วให้เด็กลอก คำศัพท์ท่องไปตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการแบบพอเป็นพิธี ไม่ได้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษอย่างจริงจังและด้วยจำนวนนักเรียนเกือบห้าสิบคนในห้องทำให้แทบไม่ได้พูดเลย เรียนภาษาอังกฤษกับโรงเรียนนั้นมาเก้าปีที่ได้ติดตัวมาเห็นจะมีแค่ความเร็วในการเขียนหนังสือเท่านั้น

"เอ่อ แล้วความมั่นใจเมื่อเช้านั่นมาจากไหน ถ้าบังเอิญเจ้าบ้านั่นบอกว่าถนัดภาษาอังกฤษขึ้นมาล่ะ"

"ก็จะบอกไปว่า แข่งกับโอเมก้าคนนึงยังจำเป็นต้องแข่งวิชาที่ถนัดที่สุดเท่านั้นเหรอ หรือวิชาอื่นกระจอกจนไม่กล้า? ตอนสอบเข้ามาใช้เส้นงั้นเหรอ?"

"..." ชะเอมแผ่เมตตาให้ตัวประกอบ A ผู้โชคร้ายที่สุดในปฐพีสามวินาที

แต่ผู้คนรอบด้านที่เหลือไม่ได้โง่อังกฤษไปกับพวกเราด้วย สมกับเป็นโรงเรียนชื่อดัง ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาจดยิกๆ อย่างลื่นไหล ไม่มีทีท่าจะมีปัญหาซักนิด

หลังจากนั้นจนจบเทอม ไม่รู้ว่าคนอื่นยังตั้งใจเรียนกันต่อไปหรือไม่เพราะเราได้ยึดเอาคาบอังกฤษไว้เป็นคาบนอนหลับอย่างเหนียวแน่น หลับตั้งแต่ก่อนครูเดินเข้ามาและไม่เงยหน้าจนครูออกไป เงียบสงบหลับสบายไม่ตื่นอีกเลย

วันก่อนสอบกลางภาค:

คุณครูอังกฤษ: เธออยู่ห้องนี้ด้วยเหรอ

เรา: ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โอเมก้าเป็นสัตว์กินเนื้อ   FOR#EVER

    เรากับต้นสนไม่ได้เลือกเรียนต่อคณะเดียวกัน เพราะต้นสนเลือกเรียนต่อกฎหมายอาจารย์ก้มหน้ามองคะแนนอันหรูหราอลังการ เงยหน้ามองต้นสน ก้มลงมองคะแนนอีกรอบ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดเหลือจะกล่าว "เธอคิดใหม่มั้ย อย่างน้อยก็ไปต่อต่างประเทศด้วยทุน [เซนเซอร์] ""ไม่อยากไปเรียนต่อด้วยเงินของ [เซนเซอร์] ครับ""..." อาจารย์"..." เราปี 2018 น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โรงเรียนเราที่คนที่เรียนเก่งที่สุดเลือกเรียนต่อกฎหมายในประเทศน่ะต้นสนกล่าวว่า "ที่พูดว่าอยากจะคบกันในฐานะมนุษย์คนหนึ่งน่ะ ไม่ได้พูดพล่อยๆ นะ"ในยุคสมัยที่บางประเทศมองโอเมก้าไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามราวกับไม่ใช่มนุษย์ 'เท่ากัน'ตอนแรกเราคิดว่าแค่ต้นสนมองว่าเราเป็น 'มนุษย์' ก็พอแล้วแต่ต้นสนกลับอยากจะใช้ชีวิตเพื่อให้ทั้งโลกมองว่าเราเป็น 'มนุษย์' เหมือนกัน"แต่ถ้าเป้าหมายยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเอาทุน [เซ็นเซอร์] แล้วไปต่อต่างประเทศน่าจะเห็นผลง่ายกว่านะ ส่วนเรื่องรำลึกบุญคุณอะไรนั่นก็ไม่เห็นจะต้องสนใจเลย"เรากล่าวหลังจากครุ่นคิดอย่างจริงจัง"..." ต้นสนหลังจากเวลาผ่านไป 10 นาที ต้นสนหาเสียงตัวเองเจอในที่สุด"เอ่อ เธอต่างหากท

  • โอเมก้าเป็นสัตว์กินเนื้อ   FOR#17: ANSWER

    เรากำลังแทะเครป แล้วก็ได้ยินเสียงร้องกรี๊ดๆ ลอยมาพอหันไปดูก็พบกับฉากที่เห็นได้บ่อยๆ ใน BL มังงะ เด็กหนุ่มหน้าสวยคนหนึ่งกำลังถูกนักเลงห้าคนรุมล้อม แล้วยังเป็นห้าคนที่เป็นอัลฟ่าด้วยนะคนเรียนเก่งส่วนใหญ่เป็นอัลฟ่า แต่อัลฟ่าไม่จำเป็นต้องเรียนเก่ง อาจจะเล่นกีฬาเก่ง ค้าขายเก่ง ทำธุรกิจเก่ง ฯลฯ ซึ่งก็รวมไปถึงต่อยตีเก่งเช่นกัน ดังนั้น นักเลงส่วนหนึ่งจึงเป็นอัลฟ่าด้วยบุญบาปบางประการ ตามสถิติแล้ว นักเลง 99.99% ในโลก BL เป็นอัลฟ่า แล้วก็ต้องมีโอเมก้ากำลังฮีทโดนรังแกในซอยเปลี่ยวอยู่เรื่อยไป จากนั้นอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปก็ขึ้นอยู่กับความมืดในใจของคนเขียนละแต่เราไม่สามารถทนยืนมองให้สถานการณ์พาไปจนถึงจุดที่ ‘ได้แต่รอความเมตตาของคนเขียน’ ได้เพราะตัดสินใจไปแล้วว่าจะกำหนดชีวิตของตัวเองด้วยตัวเองเรื่องที่เป็นโอเมก้าจะเป็นยังไงก็ช่าง เราจะมีชีวิตอยู่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเราจึงหยิบนกหวีดเลียนแบบนกหวีดของตำรวจขึ้นมาเป่า ได้ยินเสียงนั้น นักเลงห้าคนเลิกลั่กขึ้นมาทันที จากนั้น—“เดี๋ยวนะ เป็นไปไม่ได้ ตำรวจประเทศ S รู้จักการลาดตระเวนตั้งแต่เมื่อไรกัน”“เชี่ย! ใครแกล้งวะ ตกใจหมด”เอ่อ นั่นสินะ คนเราเกิดมาในปร

  • โอเมก้าเป็นสัตว์กินเนื้อ   FOR#16: TRIP

    ห้องของเราจัดทริปห้องขึ้นตอนปิดเทอมนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ไปเที่ยวด้วยกันแบบพร้อมหน้า แต่ก็อาจจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายด้วยเหมือนกันแต่ที่จริงแล้วคนส่วนใหญ่คงจะได้ไปเจอกันที่ห้องคิงนั่นแหละพอคิดว่าจะไม่ได้นั่งเรียนด้วยกันอีกต่อไปครบทุกคนแล้วก็รู้สึกใจหาย เราคงจะคิดถึงห้องเรียนที่ต่อให้หลับทั้งวันและสอบได้คะแนนแย่ก็ไม่เป็นไร (ชะเอม: เป็นเดะ เรียงความสารภาพผิดที่คะแนนอังกฤษพังพินาศที่ส่งให้แม่ของนายไปไหนละนะ) แล้วก็เพื่อนๆ ที่ฉลาดจนบ้าไปแล้วทุกคนมากๆรถตู้จอดที่โรงอาหารคณะข้างๆ ระหว่างที่กำลังกินข้าวปั้นเซเว่นที่กินจนเบื่อ ต้นสนก็มาถึงอืม ปกติพวกเราก็มาเช้าเป็นอันดับหนึ่งตลอดนี่เนอะ“เอ่อ...” ภายใต้ยามเช้าที่เงียบสงัด เรารู้สึกว่าต้องพูดอะไรบางอย่างออกมาให้ได้ “ที่ไม่ได้ไปกินข้าวเช้าด้วย...เราดูอนิเมะมากไปหน่อยก็เลย...”“ก็เลยตื่นไม่ไหว?”จริงๆ แล้วเรายังมาโรงเรียนในเวลาเดิมเพราะไม่ชอบยืนเบียดบน BTS ตอนเช้า แค่เอาเวลาไปนั่งหลับในห้องเรียนแทนเท่านั้นเองเราหลบตา แต่ก็พยักหน้าตอบไปเรานี่มันแย่จริงๆพอเงยหน้ามองต้นสน เห็นสีหน้าของเขา ก็รู้สึกเหมือนกับอะไรบางอย่างในตัวเองกำลังปริ

  • โอเมก้าเป็นสัตว์กินเนื้อ   FOR#15: TRUST

    หมวดพละมีกิจกรรมสมควรตายอันหนึ่ง เรียกว่าการวิ่งเก็บรอบ นักเรียนต้องวิ่งรอบสนามให้ได้เทอมละ 100 รอบแลกเป็นคะแนนวิชาพละ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากวิ่ง ส่วนครูก็ไม่มีปัญญามาตรวจว่าใครวิ่งจริงๆ จึงได้แต่ใช้วิธีปั่นจักรยานถือโทรโข่งไล่ให้เด็กวิ่ง "ใครวิ่งขอให้ติดจุฬา ธรรมศาสตร์ ศิริราช มหิดล ศิลปกร ขอนแก๊น ใครเดินขอให้อ้วน~~~"มาถึงจุดนี้แล้ว เอ่อ—ขอยืนยันอีกครั้งว่านี่เป็นโรงเรียนสมมุติส่วนครูที่ทำหน้าที่ปั๊มรอบวิ่งให้ก็ตรวจเหงื่อนักเรียนกันเป็นการใหญ่"นี่เหงื่อหรือน้ำเนี่ย แอบไปล้างหน้ามาใช่มั้ย หน้าไม่แดงเลย ครูให้รอบเดียวแล้วกัน อยากได้เพิ่มไปวิ่งมาใหม่" ปกติแล้วเรากับชะเอมใช้วิธีไปนั่งห้องซาวน่า (สนามแบต) นั่งครบสิบนาทีเหงื่อก็โชกทั้งตัว ไปเซ็นได้ห้ารอบเลยไม่ต้องวิ่งจริงแต่ช่วงหลังมานี้—แค่เห็นหน้าต้นสนเดินผ่านไปไกลๆ เราก็—"หน้าแดงมาก เก่งๆๆ เอาไปเลยห้ารอบ" คุณครูชมเปาะ เซ็นให้ห้ารอบอย่างง่ายดายชะเอม: ขี้โกงมากอะ -3-สอบไฟนอลเสร็จเรารีบบินกลับบ้านที่ต่างจังหวัดทันที ขอชี้แจงก่อนว่านี่ไม่ใช่การลี้ภัยนะ แค่คิดถึงน้องที่บ้านเฉยๆๆ ส่วนประกาศผลสอบ สอบซ่อมอะไรนั่น—ช่างมันเถอะชะเอมที่

  • โอเมก้าเป็นสัตว์กินเนื้อ   FOR#14: FICTION

    อยู่ดีๆ รัฐบาลทหารที่ยึดอำนาจมานี้ก็เกิดไอเดียบรรเจิด 'ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้' แต่ไม่ลดเนื้อหาในหลักสูตร ขึ้นมา เนื้อหาคือลดเวลาเรียนในห้องเรียน ให้เด็กมีเวลาค้นหาตัวเองมากขึ้นไม่ปฏิเสธว่าแนวคิดดี แต่ถ้าลดแค่เวลาเรียนไม่ลดสิ่งที่ต้องเรียนไปด้วย มองลงมาจากดาวอังคารก็รู้อยู่แล้วว่าไม่รอดแน่ ไม่รู้ว่าคนที่สั่งนโยบายนี้ลงมามาจากดาวพลูโตรึเปล่าไม่ว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับโรงเรียนอื่นอย่างไร คุณครูสอนกันทันหรือไม่ แต่กับโรงเรียนเรา พูดได้คำเดียวว่า สบายมาก หมายถึง นักเรียนไปเรียนพิเศษจนทันสบายมาก ส่วนครูที่สอนในคาบ—"เอ่อ—เรื่องนี้..." อาจารย์ Q เปิดหนังสือหน้าที่หนึ่ง "ก็ไม่มีอะไร ก็ขอข้ามไปแล้วกัน..."เปิดไปหน้าที่สอง "อันนี้ก็ไม่มีอะไร ก็ขอข้ามไปแล้วกัน..." ข้ามๆๆๆ ไปโผล่หน้าที่สิบเลย สอนทันสบายมากในภายหลัง เราได้ทราบว่าคำพูดติดปากของอาจารย์ Q คือ 'ก็ไม่มีอะไร ข้ามไปแล้วกัน' ส่วนอาจารย์หมีก็คือ "เก็บหนังสือเรียนลงไปเลย ครูรู้พวกเธอไปเรียนมาหมดแล้ว เอาข้อสอบ กสพท. ไปทำดีกว่า"บ่ายสองโมงครึ่ง โรงเรียนเลิก ทุกคนเก็บกระเป๋าเตรียมออกจากโรงเรียนไปเรียนพิเศษ พบว่าครูล็อคประตูไม่ให

  • โอเมก้าเป็นสัตว์กินเนื้อ   FOR#13: SUFFOCATE

    เราฉีกซองมันฝรั่งแผ่น เปิดกระป๋องโค้ก ดื่มด่ำกับภาพยนตร์แอคชั่นไซไฟเรื่องหนึ่งอย่างพยายามจะหนีความจริงความรักระหว่างพระเอกกับนางเอกเราไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์แบบนั้น ความสัมพันธ์ที่เวลาอยู่ในนิยายมักจะไม่ได้ถูกอธิบายออกมาอย่างชัดเจน ดังนั้น เวลาดูหรืออ่าน บางครั้งก็รู้สึกเหมือนดูหนังหักมุมเรื่องหนึ่ง ในฉากจบ จู่ๆ ก็หักมุมว่านางเอกนั้นแอบมองพระเอกมาตลอดเช่นกันเราจึงโฟกัสไปที่ภาพยนตร์แอคชั่นเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางเรื่องที่สอดแทรกเรื่องราวความรักลงไปเราเคยคิด ถ้าหากความรักแบบนั้นเกิดขึ้นในชีวิตอันเรียบง่ายนี้เมื่อก่อน ตอนที่ยังเป็นเด็ก เราเคยโหยหาความรักในตอนนี้ อืม—มันช่างห่างไกลแม้จะยังเป็นเด็กอยู่ แต่เรากลับรู้สึกเหมือนกับว่า ตนเองเป็นสีเทาเกินไป รับความรักที่สดใสเจิดจ้านั้นไม่ค่อยไหวบางคนกล่าวว่า 'ถ้าหากเจอคนที่ดีพอ...'แต่เรากลับคิดว่า แม้จะเจอคนที่ดีพอ แต่เราก็คงคิดว่า...อืม มันยุ่งยากเกินไปน่ะสาเหตุของการหย่าร้างคือการแต่งงานสาเหตุของการเลิกราก็คือการคบหาแต่มิตรภาพยืนยาวตลอดไป เพราะว่าเป็นโชเน็นมังงะยังไงล่ะเรามีความเข้าใจต่อตัวเองอย่างหนึ่ง—เราเป็นคนที่ค่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status