تسجيل الدخولวันนั้นเป็นวันประกาศผลสอบ
ท้องฟ้ายังคงสดใสเจิดจ้า เมฆก้อนเล็กๆ ลอยผ่านไป อากาศข้างนอกร้อนจนทำให้รู้สึกสงสัยว่านกที่บินอยู่ข้างบนจะรู้สึกยังไง ความเป็นอิสระก็ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยยาก พอมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็เหมือนกับว่าจะเห็นข้อความนี้สะท้อนออกมา
"จะตายรึเปล่านะ? ประกาศผลสอบวันนี้ จะมีชีวิตรอดไปได้รึเปล่านะ? ต้องโดนแม่ฆ่าตายแน่ๆ พระเจ้าคะ ขอสัญญาว่าหลังจากนี้จะตั้งใจเรียน ได้โปรดช่วยให้ฉันมีชีวิตรอดผ่านวันนี้ไปด้วยเถอะค่ะ" ชะเอมเริ่มสวดอ้อนวอน
แม้จะกำลังพูดว่าหลังจากนี้จะตั้งใจเรียน แต่ก็กำลังลอกการบ้านอยู่เห็นๆ
ในที่สุดเธอก็เลิกทำสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าอยู่ในงานศพแล้วหันมาถามเราอย่างต้องการหาเพื่อนร่วมชะตากรรม
"สอบครั้งนี้...มั่นใจมาก?"
เราพยักหน้าอย่างเยือกเย็น
「คณิตศาสตร์พื้นฐาน: 100」
「คณิตศาสตร์เพิ่มเติม: 99」
「ฟิสิกส์: 99」
「เคมี: 99」
「ชีววิทยา: 99」
「ภาษาไทย: 99」
「ภาษาอังกฤษหลัก: 12」
「ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม: 14」
(หมายเหตุ: นี่เป็นคะแนนเพื่อพยายามแสดงให้เห็นความโหดขิงของก้ามปูเฉยๆ ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะได้คะแนนเท่านี้น่ะ)
"นี่การ่นข้อรึเปล่าน่ะ? มันมี 4 ช้อยส์ไม่ใช่เหรอ? เราเดายังไดัคะแนนมากกว่านี้เลย" ชะเอมชะโงกหน้ามามองคะแนนวิชาภาษาอังกฤษของเราแล้วทำหน้าตกใจ
อืมーคะแนนก็...เป็นไปตามที่มั่นใจไว้นั้นแหละ
คนเรานอนหลับจนอาจารย์จำหน้าไม่ได้ จะคาดหวังให้คะแนนสอบออกมาดีได้ก็ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว
คะแนนของชะเอมออกมาไม่ดีไม่แย่ สอบผ่านทุกวิชาแต่ไม่ถึง 60% ซักวิชา แต่สำหรับโรงเรียนของเราที่ข้อสอบยากฆ่ากันตายก็นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว
"เอาเหอะ" ชะเอมลอกการบ้านเสร็จในที่สุด ทำตาเป็นประกายหันมามองเรา "อย่างน้อยวิชาอื่นของนายก็ยังเยี่ยมสุดๆ ไปเลย เลิกเรียนแล้วไปฉลองให้กับการสอบผ่านทุกวิชาของเรา แล้วก็ทอปเคมีของนายกันเถอะ"
ในเฟซบุ๊คมีโพสโปรโมตร้านไอศกรีมเปิดใหม่ในห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ โรงเรียน เราชอบกินขนมมาก จึงทำตาเป็นประกายตอบกลับไปทันที
โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนมัธยมปลายขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางเมือง สาเหตุที่สอบเข้าที่นี่—ก็อย่างที่ได้พูดไปแล้วนั่นแหละ—อยากดูหนังซาวน์แทรคแล้วก็โรง imax3D น่ะ คือว่า มันแตกต่างกันจริงๆ นะ เทียบกันไม่ได้เลย ความอินน่ะ จ่ายแพงกว่าเดิมแค่ห้าสิบบาทกรุณาอย่าหาว่าฟุ่มเฟือย มันสุดยอดมากจนคุ้มกับที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบเข้าเลยล่ะ
「ความรัก=ภาพยนตร์」
ระบบความคิดของเราก็เรียบง่ายอย่างนี้เอง
"นี่หล่อนจะกดจนยาวไปถึงพื้นเลยรึไง" ชะเอมด่าออกมาในที่สุด หลังจากที่เรากดไอศกรีมโยเกิร์ตใส่ถ้วยด้วยความพยายามประหนึ่งดั่งกำลังสร้างหอเอนปิซา ได้ความสูงของไอศกรีมจากถ้วยประมาณสี่สิบห้าเซนติเมตร
เราคิดว่าไอศกรีมน่าจะใกล้หมดตู้แล้วจึงหยุดกด ความสูงอยู่ที่ 47.5 cm
แล้วพวกเรานั่งกินกันอยู่หน้าร้าน เพราะร้านอยู่ข้างทางเชื่อมกับรถไฟฟ้า ก็เลยมีคนเดินผ่านไปมาอยู่ตลอด เราเห็นคู่รักหวานแหววหลายคู่เดินจูงกันผ่านไป เรามองตามพวกเขา บางคนยังดูเด็ก ในโรงเรียนมัธยมต้นของเราไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้เท่าไร
มันคือความแตกต่างระหว่างเด็กเมืองหลวงและเด็กต่างจังหวัดงั้นเหรอ นี่คือเรื่องปกติ หรือว่าเร็วเกินไป หรือว่าเป็นตัวเราช้าเกินไป ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก
ตอนอยู่ประถมปลาย มังงะกล่าวว่าเด็กอายุสิบห้าคือวัยที่จะมีความรักครั้งแรก เราคิดว่าอายุสิบห้าคงจะโตมากแล้ว มาตอนนี้ อืมーต่อให้อายุสิบแปดก็น่าจะยังเร็วเกินไปอยู่ดี หม่าม้าพูดถูกจริงๆ ด้วย อายุสามสิบห้าที่หม่าม้าแต่งงานเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด
(หม่าม้าของเราเรียนจบปริญญาเอกตอนอายุสามสิบเอ็ด หลังจากนั้นก็ตาลีตาเหลือกหาแฟนบ้าคลั่งมาก)
แต่ว่า เรื่องแบบนั้นช่างห่างไกลจริงๆ จินตนาการไม่ออกเลย
เนื่องจากเรา (ตูเอง) กดไอศกรีมออกมาเยอะมาก ดังนั้นพวกเราจึงนั่งกินกันอยู่เป็นเวลานาน จนสีหน้าของชะเอมเริ่มกลายเป็นสีเดียวกับโยเกิร์ต และเริ่มบ่นว่าถ้าคราวหน้ายังทำแบบนี้อีกจะเอาทั้งหมดนี่ปาใส่หน้า
อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าตัวเองกินไอศกรีมโยเกิร์ตจนหมดโควต้าสำหรับทั้งชาตินี้แล้วล่ะ เธอคงไม่มีโอกาสได้ทำแบบนั้นหรอก
เวลาผ่านไปนานมาก จนชะเอมหยุดกินแล้วกินต่อแล้วหยุดอีกประมาณสามครั้ง ก็มีความขัดแย้งบางอย่างเกิดขึ้นที่หางตา เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กับเด็กผู้ชายที่ดูเหมือนเป็นแฟนของเธอกำลังทะเลาะกัน เด็กผู้หญิงร้องไห้ เด็กผู้ชายคว้าแขนของเธอไว้
เราคุ้นๆ ว่าเมื่อก่อนเหมือนจะเคยมีเหตุการณ์ที่ควรค่าแก่การปรากฏตัวของฮีโร่แบบนี้เกิดขึ้นเหมือนกัน ในตอนนั้นー
อา ใช่แล้วล่ะ แบบนี้เลย
ชะเอมตรงดิ่งเข้าไปขวางทันที
เหตุการณ์ต่อไปนี้ ชวนให้สับสนงุนงงเล็กน้อย ต่างฝ่ายต่างเห็นแต่ในมุมมองของตัวเอง ชะเอมขมวดคิ้วทำหน้าโมโห ดึงเด็กผู้หญิงออกมา จากนั้นเด็กผู้ชายก็ทำหน้าโมโหมาก แล้วก็ทำท่าเหมือนจะต่อยกัน
ในตอนนั้น มีตัวประกอบ B ผ่านมาพอดีน่ะ
เขาคนนั้นแทรกเข้าไปตรงกลาง รับหมัดนั้นไว้ได้ ทำให้เรื่องราวเหมือนจะสมควรจบลงด้วยดี
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้น เราไม่ได้เห็นหรอก
วินาทีต่อมา ทั้งๆ ที่เรื่องราวควรจะสงบลงตรงนี้ จู่ๆ เด็กผู้ชายล้มโครม เรายืนอยู่ข้างหลัง มือสองข้างถือกระติกน้ำค้างไว้ เมื่อกี้นี้ได้ฟาดออกไปสุดแรงเกิดเลยล่ะ
เพราะรู้ว่าชะเอมจะต้องวิ่งไปขวางตามประสาคนบ้าความยุติธรรมของเธอ เราจึงค่อยๆ ย่องไปข้างหลังเด็กผู้ชายคนนั้นตั้งแต่แรก หยิบกระติกน้ำขึ้นมาถือไว้เผื่อมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น พอเห็นท่าไม่ดีก็ฟาดเหมือนจะทำโฮมรัน
ไม่คิดว่าจะมีฮีโร่ผ่านมาซะได้ แบบนี้ไม่เท่ากับว่าเรากระทำการโดยเกินกว่าเหตุหรอกเหรอ
ตัวประกอบ B มองมาด้วยสีหน้าตกตะลึง
เด็กผู้ชายแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้น
ได้ยินเสียงนกหวีดของยามแว่วมา
เรากับต้นสนไม่ได้เลือกเรียนต่อคณะเดียวกัน เพราะต้นสนเลือกเรียนต่อกฎหมายอาจารย์ก้มหน้ามองคะแนนอันหรูหราอลังการ เงยหน้ามองต้นสน ก้มลงมองคะแนนอีกรอบ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดเหลือจะกล่าว "เธอคิดใหม่มั้ย อย่างน้อยก็ไปต่อต่างประเทศด้วยทุน [เซนเซอร์] ""ไม่อยากไปเรียนต่อด้วยเงินของ [เซนเซอร์] ครับ""..." อาจารย์"..." เราปี 2018 น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โรงเรียนเราที่คนที่เรียนเก่งที่สุดเลือกเรียนต่อกฎหมายในประเทศน่ะต้นสนกล่าวว่า "ที่พูดว่าอยากจะคบกันในฐานะมนุษย์คนหนึ่งน่ะ ไม่ได้พูดพล่อยๆ นะ"ในยุคสมัยที่บางประเทศมองโอเมก้าไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามราวกับไม่ใช่มนุษย์ 'เท่ากัน'ตอนแรกเราคิดว่าแค่ต้นสนมองว่าเราเป็น 'มนุษย์' ก็พอแล้วแต่ต้นสนกลับอยากจะใช้ชีวิตเพื่อให้ทั้งโลกมองว่าเราเป็น 'มนุษย์' เหมือนกัน"แต่ถ้าเป้าหมายยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเอาทุน [เซ็นเซอร์] แล้วไปต่อต่างประเทศน่าจะเห็นผลง่ายกว่านะ ส่วนเรื่องรำลึกบุญคุณอะไรนั่นก็ไม่เห็นจะต้องสนใจเลย"เรากล่าวหลังจากครุ่นคิดอย่างจริงจัง"..." ต้นสนหลังจากเวลาผ่านไป 10 นาที ต้นสนหาเสียงตัวเองเจอในที่สุด"เอ่อ เธอต่างหากท
เรากำลังแทะเครป แล้วก็ได้ยินเสียงร้องกรี๊ดๆ ลอยมาพอหันไปดูก็พบกับฉากที่เห็นได้บ่อยๆ ใน BL มังงะ เด็กหนุ่มหน้าสวยคนหนึ่งกำลังถูกนักเลงห้าคนรุมล้อม แล้วยังเป็นห้าคนที่เป็นอัลฟ่าด้วยนะคนเรียนเก่งส่วนใหญ่เป็นอัลฟ่า แต่อัลฟ่าไม่จำเป็นต้องเรียนเก่ง อาจจะเล่นกีฬาเก่ง ค้าขายเก่ง ทำธุรกิจเก่ง ฯลฯ ซึ่งก็รวมไปถึงต่อยตีเก่งเช่นกัน ดังนั้น นักเลงส่วนหนึ่งจึงเป็นอัลฟ่าด้วยบุญบาปบางประการ ตามสถิติแล้ว นักเลง 99.99% ในโลก BL เป็นอัลฟ่า แล้วก็ต้องมีโอเมก้ากำลังฮีทโดนรังแกในซอยเปลี่ยวอยู่เรื่อยไป จากนั้นอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปก็ขึ้นอยู่กับความมืดในใจของคนเขียนละแต่เราไม่สามารถทนยืนมองให้สถานการณ์พาไปจนถึงจุดที่ ‘ได้แต่รอความเมตตาของคนเขียน’ ได้เพราะตัดสินใจไปแล้วว่าจะกำหนดชีวิตของตัวเองด้วยตัวเองเรื่องที่เป็นโอเมก้าจะเป็นยังไงก็ช่าง เราจะมีชีวิตอยู่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเราจึงหยิบนกหวีดเลียนแบบนกหวีดของตำรวจขึ้นมาเป่า ได้ยินเสียงนั้น นักเลงห้าคนเลิกลั่กขึ้นมาทันที จากนั้น—“เดี๋ยวนะ เป็นไปไม่ได้ ตำรวจประเทศ S รู้จักการลาดตระเวนตั้งแต่เมื่อไรกัน”“เชี่ย! ใครแกล้งวะ ตกใจหมด”เอ่อ นั่นสินะ คนเราเกิดมาในปร
ห้องของเราจัดทริปห้องขึ้นตอนปิดเทอมนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ไปเที่ยวด้วยกันแบบพร้อมหน้า แต่ก็อาจจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายด้วยเหมือนกันแต่ที่จริงแล้วคนส่วนใหญ่คงจะได้ไปเจอกันที่ห้องคิงนั่นแหละพอคิดว่าจะไม่ได้นั่งเรียนด้วยกันอีกต่อไปครบทุกคนแล้วก็รู้สึกใจหาย เราคงจะคิดถึงห้องเรียนที่ต่อให้หลับทั้งวันและสอบได้คะแนนแย่ก็ไม่เป็นไร (ชะเอม: เป็นเดะ เรียงความสารภาพผิดที่คะแนนอังกฤษพังพินาศที่ส่งให้แม่ของนายไปไหนละนะ) แล้วก็เพื่อนๆ ที่ฉลาดจนบ้าไปแล้วทุกคนมากๆรถตู้จอดที่โรงอาหารคณะข้างๆ ระหว่างที่กำลังกินข้าวปั้นเซเว่นที่กินจนเบื่อ ต้นสนก็มาถึงอืม ปกติพวกเราก็มาเช้าเป็นอันดับหนึ่งตลอดนี่เนอะ“เอ่อ...” ภายใต้ยามเช้าที่เงียบสงัด เรารู้สึกว่าต้องพูดอะไรบางอย่างออกมาให้ได้ “ที่ไม่ได้ไปกินข้าวเช้าด้วย...เราดูอนิเมะมากไปหน่อยก็เลย...”“ก็เลยตื่นไม่ไหว?”จริงๆ แล้วเรายังมาโรงเรียนในเวลาเดิมเพราะไม่ชอบยืนเบียดบน BTS ตอนเช้า แค่เอาเวลาไปนั่งหลับในห้องเรียนแทนเท่านั้นเองเราหลบตา แต่ก็พยักหน้าตอบไปเรานี่มันแย่จริงๆพอเงยหน้ามองต้นสน เห็นสีหน้าของเขา ก็รู้สึกเหมือนกับอะไรบางอย่างในตัวเองกำลังปริ
หมวดพละมีกิจกรรมสมควรตายอันหนึ่ง เรียกว่าการวิ่งเก็บรอบ นักเรียนต้องวิ่งรอบสนามให้ได้เทอมละ 100 รอบแลกเป็นคะแนนวิชาพละ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากวิ่ง ส่วนครูก็ไม่มีปัญญามาตรวจว่าใครวิ่งจริงๆ จึงได้แต่ใช้วิธีปั่นจักรยานถือโทรโข่งไล่ให้เด็กวิ่ง "ใครวิ่งขอให้ติดจุฬา ธรรมศาสตร์ ศิริราช มหิดล ศิลปกร ขอนแก๊น ใครเดินขอให้อ้วน~~~"มาถึงจุดนี้แล้ว เอ่อ—ขอยืนยันอีกครั้งว่านี่เป็นโรงเรียนสมมุติส่วนครูที่ทำหน้าที่ปั๊มรอบวิ่งให้ก็ตรวจเหงื่อนักเรียนกันเป็นการใหญ่"นี่เหงื่อหรือน้ำเนี่ย แอบไปล้างหน้ามาใช่มั้ย หน้าไม่แดงเลย ครูให้รอบเดียวแล้วกัน อยากได้เพิ่มไปวิ่งมาใหม่" ปกติแล้วเรากับชะเอมใช้วิธีไปนั่งห้องซาวน่า (สนามแบต) นั่งครบสิบนาทีเหงื่อก็โชกทั้งตัว ไปเซ็นได้ห้ารอบเลยไม่ต้องวิ่งจริงแต่ช่วงหลังมานี้—แค่เห็นหน้าต้นสนเดินผ่านไปไกลๆ เราก็—"หน้าแดงมาก เก่งๆๆ เอาไปเลยห้ารอบ" คุณครูชมเปาะ เซ็นให้ห้ารอบอย่างง่ายดายชะเอม: ขี้โกงมากอะ -3-สอบไฟนอลเสร็จเรารีบบินกลับบ้านที่ต่างจังหวัดทันที ขอชี้แจงก่อนว่านี่ไม่ใช่การลี้ภัยนะ แค่คิดถึงน้องที่บ้านเฉยๆๆ ส่วนประกาศผลสอบ สอบซ่อมอะไรนั่น—ช่างมันเถอะชะเอมที่
อยู่ดีๆ รัฐบาลทหารที่ยึดอำนาจมานี้ก็เกิดไอเดียบรรเจิด 'ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้' แต่ไม่ลดเนื้อหาในหลักสูตร ขึ้นมา เนื้อหาคือลดเวลาเรียนในห้องเรียน ให้เด็กมีเวลาค้นหาตัวเองมากขึ้นไม่ปฏิเสธว่าแนวคิดดี แต่ถ้าลดแค่เวลาเรียนไม่ลดสิ่งที่ต้องเรียนไปด้วย มองลงมาจากดาวอังคารก็รู้อยู่แล้วว่าไม่รอดแน่ ไม่รู้ว่าคนที่สั่งนโยบายนี้ลงมามาจากดาวพลูโตรึเปล่าไม่ว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับโรงเรียนอื่นอย่างไร คุณครูสอนกันทันหรือไม่ แต่กับโรงเรียนเรา พูดได้คำเดียวว่า สบายมาก หมายถึง นักเรียนไปเรียนพิเศษจนทันสบายมาก ส่วนครูที่สอนในคาบ—"เอ่อ—เรื่องนี้..." อาจารย์ Q เปิดหนังสือหน้าที่หนึ่ง "ก็ไม่มีอะไร ก็ขอข้ามไปแล้วกัน..."เปิดไปหน้าที่สอง "อันนี้ก็ไม่มีอะไร ก็ขอข้ามไปแล้วกัน..." ข้ามๆๆๆ ไปโผล่หน้าที่สิบเลย สอนทันสบายมากในภายหลัง เราได้ทราบว่าคำพูดติดปากของอาจารย์ Q คือ 'ก็ไม่มีอะไร ข้ามไปแล้วกัน' ส่วนอาจารย์หมีก็คือ "เก็บหนังสือเรียนลงไปเลย ครูรู้พวกเธอไปเรียนมาหมดแล้ว เอาข้อสอบ กสพท. ไปทำดีกว่า"บ่ายสองโมงครึ่ง โรงเรียนเลิก ทุกคนเก็บกระเป๋าเตรียมออกจากโรงเรียนไปเรียนพิเศษ พบว่าครูล็อคประตูไม่ให
เราฉีกซองมันฝรั่งแผ่น เปิดกระป๋องโค้ก ดื่มด่ำกับภาพยนตร์แอคชั่นไซไฟเรื่องหนึ่งอย่างพยายามจะหนีความจริงความรักระหว่างพระเอกกับนางเอกเราไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์แบบนั้น ความสัมพันธ์ที่เวลาอยู่ในนิยายมักจะไม่ได้ถูกอธิบายออกมาอย่างชัดเจน ดังนั้น เวลาดูหรืออ่าน บางครั้งก็รู้สึกเหมือนดูหนังหักมุมเรื่องหนึ่ง ในฉากจบ จู่ๆ ก็หักมุมว่านางเอกนั้นแอบมองพระเอกมาตลอดเช่นกันเราจึงโฟกัสไปที่ภาพยนตร์แอคชั่นเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางเรื่องที่สอดแทรกเรื่องราวความรักลงไปเราเคยคิด ถ้าหากความรักแบบนั้นเกิดขึ้นในชีวิตอันเรียบง่ายนี้เมื่อก่อน ตอนที่ยังเป็นเด็ก เราเคยโหยหาความรักในตอนนี้ อืม—มันช่างห่างไกลแม้จะยังเป็นเด็กอยู่ แต่เรากลับรู้สึกเหมือนกับว่า ตนเองเป็นสีเทาเกินไป รับความรักที่สดใสเจิดจ้านั้นไม่ค่อยไหวบางคนกล่าวว่า 'ถ้าหากเจอคนที่ดีพอ...'แต่เรากลับคิดว่า แม้จะเจอคนที่ดีพอ แต่เราก็คงคิดว่า...อืม มันยุ่งยากเกินไปน่ะสาเหตุของการหย่าร้างคือการแต่งงานสาเหตุของการเลิกราก็คือการคบหาแต่มิตรภาพยืนยาวตลอดไป เพราะว่าเป็นโชเน็นมังงะยังไงล่ะเรามีความเข้าใจต่อตัวเองอย่างหนึ่ง—เราเป็นคนที่ค่







