Share

ตอนที่ 11 กลัวเหรอ

last update Last Updated: 2026-01-08 14:31:03

เช้าวันธรรมดาอากาศร้อนจนแดดเหมือนจะกัดผิวไหม้ สองวันที่ผ่านมาเตอร์ที่อยู่ในร่างวิคเตอร์ใช้ชีวิตแบบเดิมทุกอย่าง ทั้งตื่นเช้า อาบน้ำ แต่งตัวไปเรียน กินข้าวเที่ยงกับเพื่อนแล้วกลับบ้านตามเวลา

เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแต่ความรู้สึกข้างในกลับต่างออกไปมาก สบายใจขึ้นอย่างประหลาดเพราะไม่ต้องเห็นหน้าคนน่าหมั่นไส้คนนั้น…และใช่ คือ นนท์

ตั้งแต่ตื่นจนหลับเตอร์รู้สึกเหมือนหายใจได้เต็มปอดไม่ต้องคอยระวังคำพูดหรือโดนสายตากวน ๆ ไล่ต้อนเหมือนก่อนหน้า เขาเผลอยิ้มบางตอนยกกระเป๋าขึ้นไหล่ สองวันสบายสุดในชีวิตเขาคิดในใจขณะเดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

บ่ายวันนั้นแดดแรงจัดจนพื้นคอนกรีตร้อนจ้า เตอร์เดินคุยกับน้ำใสเพื่อนสนิทตัวเล็ก ๆ ผิวขาว ตาโตใสแจ๋วที่มักเดินคู่กันเสมอ

“วันนี้อาจารย์ดูอารมณ์ดีเนอะวิคกี้” น้ำใสถือขวดน้ำโบกไปมาพลางพูดเสียงสดใส

“อือ ดีจะตาย ไม่สั่งงานเพิ่มก็บุญละ” เตอร์ตอบพลางเช็ดเหงื่อที่ขมับ เสียงเขาเรียบแต่แววตาดูผ่อนคลายกว่าเมื่อก่อน

ทั้งคู่กำลังจะเดินผ่านลานกว้างหน้าตึกเรียน จู่ ๆ น้ำใสก็ชะงักหันขวับไปอีกทางแล้วคว้าแขนวิคเตอร์ไว้แน่น

“วิคกี้... พี่นนท์ปะนั่น!” เสียงเรียกนั้นเหมือนฟ้าผ่า เตอร์หันไปตามสายตาก่อนที่หัวใจจะกระตุกวูบ

เขาเห็นผู้ชายร่างสูงโปร่งเดินตรงเข้ามาในชุดเสื้อเชิ้ตขาวพับแขน กางเกงดำเรียบหรู แว่นกันแดดปกปิดดวงตาแต่ไม่อาจซ่อนออร่าความมั่นใจที่แผ่ออกมาได้เลย เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบไว้ลวก ๆ ดูกวนแต่เท่สุด ๆ

“เวรเอ๊ย...จะมาทำไมตอนนี้วะ” เตอร์สบถในใจพลางพ่นลมหายใจออกแรง ๆ

“ไม่เจอกันตั้งหลายวัน... คิดถึงกูมั้ย” นนท์ก้าวเข้ามาเรื่อย ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคย เสียงเรียบ ๆ แต่ฟังยังไงก็มีแววล้อ

“ไม่คิดถึง แถมไม่อยากเจอด้วยซ้ำ” เตอร์เชิดหน้าพูดเสียงนิ่ง

“สบายตาสบายใจมาได้ตั้งสองวันแน่ะ” เตอร์บอกซ้ำ

น้ำใสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับทำตาโตเพราะปกติวิคเตอร์จะยิ้มหวานทุกครั้งที่เจอพี่นนท์ไม่ใช่พูดเสียงเย็นแบบนี้

“ปากดีขึ้นเยอะนะ เดี๋ยวนี้กัดเป็น” นนท์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ

“อยากโดนกัดมั้ยล่ะ เดี๋ยวจัดให้” เตอร์สวนกลับทันทีสีหน้าจริงจังจนคนพูดเองแทบจะหลุดหัวเราะ

ดวงตาของนนท์หรี่ลงนิดหนึ่งก่อนจะก้าวเข้ามาอีกนิด ระยะระหว่างทั้งสองเหลือไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของอีกฝ่ายลอยเข้าจมูกจนเตอร์ต้องกลืนน้ำลาย สายตาคู่นั้นนิ่งแต่แฝงแววขบขันปนเจ้าเล่ห์

เตอร์ถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณแต่ยังไม่ทันพ้น มือใหญ่ของนนท์ก็พุ่งมาคว้าเอวไว้แน่น

“มึงจะทำบ้าอะไร ปล่อยดิ!” เตอร์ดันอกอีกฝ่ายแรง ๆ

“เลิกเรียนแล้ว รอกูหน้าตึก” นนท์ก้มลงกระซิบเบา

“ปู่ให้พาไปดูคอนโดที่เราจะอยู่ด้วยกันหลังแต่งงาน”

คำว่า แต่งงาน ดังขึ้นชัดเจนในหัวจนเตอร์ชะงักนิ่งอึ้งจนตอบไม่ถูกได้แต่เบิกตากว้าง ส่วนอีกฝ่ายก็หัวเราะเบา ๆ หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“อย่าช้า กูไม่ชอบคนผิดเวลา” ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น

“วิคกี้...แกต้องย้ายเข้าไปอยู่กับพี่นนท์เหรอ หู้ย” น้ำใสที่ยืนอึ้งอยู่หันมามองเพื่อนเสียงสั่น

“อย่าพูดเลยน้ำใส ปวดหัวฉิบหาย” เตอร์ถอนหายใจแรงเท้าเอวหงุดหงิด

ตอนเย็นหน้าตึกคณะแดดอ่อนลงแต่ความเหนื่อยของทั้งวันยังคงเกาะอยู่เต็มตัว เตอร์เดินออกมาพร้อมมือถือในมือพลางบ่นพึมพำ

“ขออย่าให้มามึงตรงเวลานะ กูจะดีใจสุด ๆ”เตอร์ที่รอนนท์พอเป็นพิธีเพราะตั้งใจจะเลี่ยงอีกฝ่ายด้วยการรอให้ถึงเวลา หากนนท์มาช้า เตอร์จะกลับทันที

แต่พอเงยหน้าขึ้นเท่านั้นเขาก็เห็นร่างสูงคุ้นตายืนพิงม้าหินอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ นนท์ใส่แว่นกันแดดเดิมมือหนึ่งล้วงกระเป๋าอีกมือถือกุญแจรถหมุนเล่นรอยยิ้มมุมปากยังเหมือนเดิมทุกอย่าง

“กว่าจะออกมาได้นะมึง กูคิดว่าจะเรียนยันค่ำซะแล้ว” เสียงกวน ๆ ดังขึ้น

“ใครใช้ให้มารอ ไม่ได้อยากให้มาสักหน่อย” เตอร์กลอกตา

“อย่าพูดมาก เดี๋ยวก็ฉุดขึ้นรถหรอก”

พูดยังไม่ทันจบนนท์ก็ทำตามคำพูดเป๊ะมือใหญ่คว้าแขนวิคเตอร์ไว้แล้วลากไปทางลานจอดรถแบบไม่สนใจสายตาเพื่อนนักศึกษาที่เริ่มหันมามองกันเต็มไปหมด

“เฮ้ย! มึงปล่อยดิ!” วิคเตอร์พยายามดึงแขนกลับแต่แรงของอีกฝ่ายเยอะมากกว่า

“พูดมากเหมือนเดิม”

บนรถสีดำที่แล่นฝ่าการจราจรยามเย็นเสียงเครื่องยนต์ต่ำ ๆ ดังผสมกับเสียงแอร์ที่พ่นลมเย็นเบา ๆ เตอร์นั่งไขว้แขนพิงเบาะ มองออกไปนอกกระจกโดยไม่พูดอะไร

แววตาเย็นเฉียบริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนพยายามกลั้นคำด่าไว้ เตอร์เอนตัวพิงเบาะสุด ๆ แกล้งทำเหมือนไม่สนใจคนข้าง ๆ ทั้งที่รู้สึกหงุดหงิดตั้งแต่ขึ้นรถ

“เลิกทำท่าปั้นปึ่งใส่ได้ยัง” เสียงของนนท์ดังขึ้นเรียบ ๆ ขณะมือยังจับพวงมาลัยแน่น แววตาเหลือบมามองแค่แวบเดียวก่อนหันกลับไปมองถนน

“กูไม่ได้ปั้นปึ่ง กูแค่รำคาญ” เตอร์ตอบเสียงห้วนโดยไม่หันมอง

“หึ คำพูดคำจาเดี๋ยวนี้ไม่เพราะเลยนะครับน้อง…วิคกี้” คำพูดนั้นทำให้เตอร์หันขวับไปทันทีดวงตาคู่นั้นวาววับ

“พูดอะไรของมึงวะ!”

นนท์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนั่นทำให้คนข้าง ๆ ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่

“ขับรถไปเงียบ ๆ ไม่ได้หรือไงวะ”

“เงียบก็ได้ แต่กวนมึงสะใจดีเพราะเดี๋ยวมึงจะสบายหูเกินไป” นนท์พูดพลางยกยิ้มบางที่มุมปากแล้วเปลี่ยนเกียร์เร่งเครื่องขึ้นทางด่วน

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงเบา ๆ ในรถที่เปิดคลอเป็นจังหวะช้า ๆ ฟังแล้วกลับทำให้บรรยากาศยิ่งอึดอัด

นนท์นั่งขับรถพยายามไม่มองหน้าอีกฝ่ายแต่สายตากลับเผลอมองคอขาวระหงของวิคเตอร์ที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ตออกมา

ทุกครั้งที่อีกฝ่ายพูดเส้นเลือดตรงนั้นจะขยับตามจังหวะลมหายใจ เสียงหัวใจของตัวเองกลับเต้นดังจนต้องขยับตัวหนี

กูจะเคลิ้มทำไมวะ…

“ถ้ามึงคิดจะทำอะไรแปลก ๆ อีก กูเตะจริงนะ” เตอร์พูดเสียงขู่แต่แฝงความสั่นเล็กน้อย

“แล้วถ้ากูอยากทำล่ะ” นนท์หันมามองแวบหนึ่งก่อนจะยิ้ม

“ไอ้!” คำด่าถูกกลืนกลับไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ แล้วมองถนนต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ความเงียบปกคลุมไปตลอดเส้นทางเหลือแค่เสียงลมที่พัดลอดกระจกกับเสียงเพลงแผ่ว ๆ จนกระทั่งรถคันนั้นเลี้ยวเข้าจอดหน้าตึกสูงใจกลางเมือง

คอนโดหรูหราที่ด้านหน้ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนตรงข้างประตูอัตโนมัติ เสียงเครื่องยนต์ดับลงเตอร์รีบปลดเข็มขัดนิรภัยทันที

“ถึงซะที กูนึกว่ามึงจะขับพาไปฆ่า”

“ถ้าจะฆ่า คงไม่พามาดูบ่นของเราก่อนหรอก” นนท์หัวเราะในลำคอ

“บ้านของเรา” เตอร์ขมวดคิ้วแต่ยังไม่ทันถามต่ออีกฝ่ายก็เดินอ้อมมาเปิดประตูให้

“ขึ้นไปก่อน เดี๋ยวจะรู้เอง”

นนท์เดินตามไปอย่างเสียไม่ได้ลิฟต์กระจกใสค่อย ๆ เลื่อนขึ้นทีละชั้น วิวกรุงเทพยามค่ำปรากฏอยู่ด้านนอกแผ่วแสงทองของตะวันกำลังจะลับขอบตึก

 เตอร์กอดอกแน่นสายตาหลุบต่ำเพราะไม่อยากสบตาคนข้าง ๆ ที่ยืนใกล้เกินไป

“อย่ามายืนชิดได้มั้ย ร้อน” เขาพึมพำเบา ๆ

“ลิฟต์มันแคบ มึงคิดมากไปเอง” เสียงตอบเรียบ ๆ แต่แววตาที่หันมามองนั้นมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่ทำเอาคนโดนมองถึงกับเบือนหน้าหนี

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกนนท์เดินนำไปข้างหน้าแล้วใช้คีย์การ์ดแตะเข้าห้องหนึ่ง ประตูเปิดออกเผยให้เห็นห้องกว้างขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยโทนอบอุ่น

เฟอร์นิเจอร์สีครีมสลับน้ำตาลทอง บานหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นวิวเมืองทั้งเมืองยามเย็น แสงไฟสีส้มจากโคมเพดานสะท้อนพื้นไม้เงาวับ

“นี่คอนโดหรือวังวะ…” เตอร์อุทานออกมาทันทีที่ก้าวเข้าไป

“ก็ปู่จัดไว้ให้หลังแต่งไง ห้องนี้ของเรา” นนท์ยืนพิงประตูยกยิ้ม

“ของมึงกับคู่หมั้นน่ะสิ”

“ก็ใช่...มึงไง คู่หมั้นกู”

“ไม่ใช่กู” เตอร์หันขวับเสียงขึ้นสูงนิด ๆ

“มึงนั่นแหละ” น้ำเสียงเรียบแต่สายตาคมกริบ

เตอร์จ้องหน้าอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพ่นลมหายใจแรง เขาเดินหนีไปทางห้องครัวหวังจะหาน้ำเย็นดื่มสักแก้วให้ใจเย็นลง แต่ยังไม่ทันพ้นจากห้องรับแขกมือใหญ่ของนนท์ก็คว้าแขนไว้แน่น

แรงดึงนั้นทำให้ร่างบางเซเข้าหาอกของอีกฝ่ายอย่างแรง ก่อนที่แผ่นหลังของเขาจะถูกดันไปติดผนังเสียงดัง ปึก!

“มึงจะทำเหี้ยอะไรอีก!” เตอร์กัดฟันพูดเสียงสั่นนิด ๆ กำมือแน่นข้างลำตัว

นนท์โน้มหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนของทั้งคู่แทบจะชนกันตรงกลาง ดวงตาคมเข้มจ้องไม่ละจากใบหน้าคนตรงหน้า

“อยากได้กูนักไม่ใช่เหรอ...อุตส่าห์เปิดโอกาสให้”

“ลองดูหน่อยมั้ย กูจะสงเคราะห์ให้” เสียงทุ้มต่ำของนนท์กระซิบช้า ๆ ชัดทุกคำ

“ฝันไปเถอะ!” เตอร์พยายามผลักอกอีกฝ่ายสุดแรงแต่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย นนท์กลับยิ่งโน้มเข้ามาใกล้ริมฝีปากของทั้งสองห่างกันเพียงเสี้ยวนิ้ว

เสียงหัวใจดัง ตุบ ตุบ ไม่รู้ว่าเป็นของใครหรือของทั้งคู่ เตอร์กลืนน้ำลายรู้สึกได้ถึงความร้อนจากลมหายใจที่ปะทะแก้ม

ดวงตาของนนท์นิ่งแต่ลึกในนั้นมีประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก…มันไม่ใช่แค่ความกวนหรือเยาะเย้ยอีกต่อไป

“กลัวเหรอ” เสียงกระซิบต่ำดังชิดหูจนวิคเตอร์สะดุ้งเผลอหันหน้าหนีทันที

“กูไม่ได้กลัว...กูรำคาญ” เตอร์เม้มปากแน่นดวงหน้าแดงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

แต่นนท์เพียงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งแตะปลายคางอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาดวงตายังคงจ้องไม่ละ

“งั้นก็อย่าหนี ถ้าหนีถือว่ากลัว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 5 ลงโทษคนดื้อ NC

    นนท์เอามือโอบเอวเตอร์แน่น ประคองออกจากแดนซ์ฟลอร์แบบไม่สนสายตาคนในผับที่เริ่มหันมามองตามแล้วกระซิบกัน“เห้ย เดี๋ยว ๆ กูยังไม่เมานะ” เตอร์เดินงง ๆ นนท์หันมามองใกล้มากจนแทบจะแตะหน้ากากเสียงทุ้มกดต่ำจนขนลุก“กูรู้… แต่กูก็จะพาเมียกูออกไปแบบนี้แหละ”“จะหึงอะไรนักวะ กูก็มากับมึงมากับกับเพื่อน” เตอร์บ่นเบา ๆ เหมือนงอน“กูก็จะหวงแบบนี้แหละ… เมียกู ไม่อยากให้ใครมองทั้งนั้น ” นนท์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูจนลมหายใจร้อน ๆ กระทบผิวเตอร์หน้าแดงเป็นมะเขือเทศ แม้พยายามไม่ยิ้มก็ยิ้มจนแก้มปริ ถูกผัวลากออกจากฟลอร์อย่างคนแพ้แต่ยอมแพ้ด้วยความเต็มใจด้านหลังน้ำใสส่งไลน์ทันที…สติ๊กเกอร์โชคดีนะเพื่อนพร้อมหน้าเจ้าเล่ห์…เตอร์เห็นตอนขึ้นรถก็ได้แต่สบถในใจ…คืนนี้กูโดนแน่…เตอร์ทำอะไรไม่ถูกเพราะเขาไม่ได้คิดว่าจะทำให้นนท์หึงขนาดนี้ ร่างสูงดันตัวเตอร์เข้าไปในรถเบาๆแล้วเขากดสตาร์ทพร้อมเปิดแอร์เย็นฉ่ำไว้รอ ก่อนที่จะเดินอ้อมเข้ามาในรถฝั่งคนขับแล้วปรับเบาะถอยออกจนสุด ก่อนจะรั้งตัวเตอร์ขึ้นมานั่งตักตัวเอง“มึงจะทำอะไรนนท์” นนท์ทำตาโตใส่เตอร์แบบกวนๆแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์“ไม่บอกแต่ขอจูบหน่อย ”นนท์ประกบริมฝีปากของเตอร์อย่างอย่าง

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 4 คืนนี้กูโดนแน่

    ไฟสีส้มสลับม่วงกระพริบเป็นจังหวะเหมือนหัวใจที่เต้นรัวช่วงใกล้ปล่อยผี ตรงชั้นสองของผับกำลังวุ่นพอ ๆ กับสนามรบ พนักงานหลายคนยืนห้อยฟักทองพลาสติกสลับหัวกะโหลกเชือกผูกไฟ LED จนทั่วฝ้าเพดานเหมือนเป็นรังของซอมบี้ EDM สักตัว นนท์ยืนกอดอกพิงราวกั้น มองลงไปด้วยสายตาแบบ…ถ้าใครติดไฟผิดตำแหน่งกูจะเดินไปจัดเองแล้วนะธามเดินขึ้นบันไดมาพร้อมเสียงบันไดไม้ดังอ๊อดแอ๊ด มือถือในมือยังเปิดภาพฮาโลวีนอยู่ เขาเดินมาหยุดข้าง ๆ นนท์แบบสบาย ๆ“นี่ ตามที่คุยกันนะเว้ย โครงหัวกะโหลกต้องอยู่ฝั่ง EDM เพราะมันมีไฟสโตรบ ไม่งั้นภาพรวมจะเละ”“เออ เดี๋ยวเพิ่มธีมลอยกระทงไปด้วยเลยมั้ยวะ รวมกันไปเลย ฮาโลวีน EDM กับลอยกระทง จัดหนักไป” นนท์พยักหน้าช้า ๆ เหมือนกำลังสแกนอีกสิบจุดในหัว“เห้ย เออว่ะ เข้าท่า!”ธามหันขวับมามองทำตาโตแล้วทำหน้าเหมือนค้นพบอเมริกาใหม่อีกรอบก่อนหัวเราะฮึ ๆ“แนวจัด”ทั้งคู่ยืนกอดอกพร้อมกันเหมือนเป็นหัวหน้าฝ่ายตรวจคุณภาพผีหลุดโลก พนักงานมองแบบเกร็ง ๆ แต่ก็พยายามติดของต่อ…ระหว่างกำลังตรวจผี ธามก็ทำเสียงจริงจังขึ้นมาซะงั้น“มึง… ลูกสาวมึงเป็นไงวะ เห็นว่าเข้าโรงพยาบาล” นนท์หันไปมอง ขมวดคิ้วแน่น“ก็ไข้หวัดธร

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 3 เวียนว่ายตายเกิด

    หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่รู้ตัว ชีวิตหลังมีลูกเหมือนถูกปั่นจนวันเวลาวิ่งเร็วขึ้นครึ่งหนึ่ง เสียงหัวเราะเด็ก เสียงงอแง ไหนจะงาน ไหนจะการเลี้ยงดู เข้ามาปะปนกันจนเหนื่อยแต่สุขแบบบอกไม่ถูกวันนี้เป็นวันเข้าพรรษา อากาศร้อนอบอ้าวเล็ก ๆ แต่ลมก็ยังพอพัดช่วยให้ไม่อึดอัดนัก หน้าโบสถ์คนเดินกันแน่น เสียงแม่ค้าขายดอกไม้ เสียงเด็กวิ่ง เสียงระฆังวัดที่ดังแผ่ว ๆ อยู่ไกล ๆ ทำให้บรรยากาศดูคึกคักแบบที่เห็นแล้วรู้สึกชื่นใจนนท์อุ้มลูกชายวัยเกือบสองขวบเนตั้นขึ้นมาประคองบนสะโพก เด็กน้อยแก้มกลม ผมเส้นนิ่มยาวปิดหูเล็กน้อย ใส่เสื้อยืดลายการ์ตูนกับกางเกงขาสั้นที่เขาชอบนักหนา อยู่ในท่าเกาะคอพ่อพลางมองไปรอบ ๆ แบบตาใสเป็นพิเศษ“เดินดี ๆ นะครับตัวแสบ” นนท์ก้มลงพูดกับลูก พลางใช้มืออีกข้างลูบหัวเบา ๆอีกด้านหนึ่งของครอบครัวเล็ก ๆ นี้ เตอร์เดินนำอยู่ ข้างแขนมีพานดอกไม้ ธูปเทียนสำหรับไหว้พระครบชุด หน้าตาเขาดูสดใสกว่าปีที่ผ่านมา เหมือนความเหนื่อยล้าหลายอย่างถูกแทนที่ด้วยความสงบที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น“เร็ว ๆ มานี่ เดี๋ยวคนแน่น” เขาหันมาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ ที่มีแต่ตอนอยู่กับนนท์และลูกเท่านั้นทั้งสามเดินผ่านหน้าวั

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 2 คนใจร้าย

    เสียงแป้นคีย์บอร์ดดังถี่เหมือนเครื่องจักรที่กำลังเร่งรอบแปะ ๆ ไม่หยุด ทุกตัวอักษรที่ถูกพิมพ์เหมือนพุ่งออกมาปะทะอากาศหนัก ๆแสงจากหน้าจอคอมส่องเข้าหน้าของนนท์จนเห็นใต้ตาคล้ำเป็นปื้น ผมที่เคยจัดทรงเรียบร้อยตอนเช้าตอนนี้ชี้มั่วไปหมด ริมฝีปากเม้มตึง ขากระตุกอยู่ใต้โต๊ะเพราะความเครียดที่สะสมมาหลายสัปดาห์แปดเดือนแล้วหลังมีลูกแต่กลับรู้สึกว่าทุกวันมันเหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเตอร์ได้กลับไปเรียนอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงนี้จะเป็นช่วงเริ่มฝึกงานและโปรเจกต์ที่ดันประจวบเหมาะมากองพร้อมกันจนเหมือนชีวิตไม่มีปุ่มหยุดหายใจเตอร์นั่งอุ้มลูกอยู่ที่โซฟาใกล้ ๆ แค่ระยะเอื้อมถึง เขามองนนท์ด้วยสายตาเป็นห่วงจนหัวใจตัวเองอึดอัดไปหมด เด็กน้อยในอ้อมแขนเพิ่งกินนมเสร็จหน้าแดงนิด ๆ ง่วงนอนกำลังจะหลับ แต่เตอร์กลับไม่กล้าจะลุกเพราะกลัวรบกวนคนตรงนั้นที่ทำงานจนไหล่แข็งไปหมดเขาเองก็เหนื่อยเหมือนกัน…เขาก็อดนอน…เขาก็อยากได้คำถามว่า “ไหวไหม” บ้างเหมือนกัน… เตอร์คิดแต่ไม่พูดออกไป เขาไม่อยากเป็นภาระให้นนท์ในช่วงที่อีกฝ่ายเครียดจนแทบระเบิดอยู่แล้วเมื่อเด็กหลับสนิท เตอร์ก็ลุกขึ้นอย่างเบามือที่สุด เขาค่อย ๆ วางลูกลงในแปล ผ้

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 1 พ่อแม่มือใหม่

    กลางดึกเงียบสนิทจนเหมือนมีเพียงแสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมเล็กข้างเตียงที่ส่องไหว ๆ ตามแรงลมแอร์อ่อน ๆ และเสียงเดียวที่ดังฝ่าเงามืดขึ้นมา“แอ้ แอ้ แอ้”เสียงร้องใส ๆ ของเจ้าตัวเล็กวัยหนึ่งเดือนดังแทรกเข้ามาในหูนนท์เหมือนเสียงไซเรนปลุกตามสัญชาตญาณ พอได้ยินแบบนั้น ร่างที่เพิ่งหลับได้ไม่ถึงสามชั่วโมงก็เหมือนถูกกดปุ่มเปิด ใช้เวลาไม่ถึงวินาที นนท์ก็กระพริบตาช้า ๆ ขึ้นมาเปลือกตาหนักราวกับมีทรายกดทับอยู่ข้างใน ทั้งร่างเหนื่อยล้าจนเหมือนถูกขโมยพลังไปครึ่งชีวิต แต่เมื่อเสียง “แอ้ แอ้” ดังขึ้นอีกคำเขาก็ถอนหายใจยาวแล้วพยายามยันแขนลุกขึ้นช้า ๆ ร่างโยกนิด ๆ เหมือนคนเมาเพราะยังไม่ตื่นเต็มที่“โอ๋ โอ๋…ลูกครับ”“พ่อเพิ่งหลับเองนะ…” เขาบ่นในคอแบบไม่มีแรงบ่นเหมือนทุกคืนที่ผ่านมาพอลุกนั่งได้ก็หันไปมองอีกฟากของเตียงก็เห็นเตอร์นอนคว่ำหน้าแนบหมอนไปซีกหนึ่ง แขนทั้งสองข้างกอดหมอนข้างไว้เหมือนเด็กน้อยหลับลึกจนไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว ผมยุ่งเล็กน้อยกระจายบนหมอน หายใจสม่ำเสมอราวกับไม่รู้เลยว่าลูกกำลังโวยอยู่ตรงนั้น“ครับ…หลับสบายเลยนะ” นนท์กระซิบหงอย ๆ ทั้งหมั่นไส้และเอ็นดูปนกันก่อนจะก้มลงหอมแก้มเตอร์เบาๆอย่างไม่คิ

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนที่ 37 ขอชื่นใจหน่อยนะ NC (ตอนจบ)

    เช้าวันต่อมา หลังจากทานอาหารเช้าที่บ้านของวิคเตอร์แล้ว นนท์ก็ขอพาวิคเตอร์กลับมาอยู่ที่คอนโดกับเขา ความตื่นเต้นเริ่มซาตัวลง นนท์รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้น โทรหาเพื่อนสนิท ธาม โดม นัท ผ่านวิดีโอคอล เสียงสัญญาณดังขึ้น และภาพเพื่อน ๆ ปรากฏทันที“ไอ้นนท์… มีอะไร” ธามถามด้วยน้ำเสียงตกใจ“กูมีอะไรจะประกาศ…พวกมึงจะต้องไม่เชื่อแน่”“เรื่องอะไรวะ” เสียงประสานกันของเพื่อนๆดังขึ้น“เตอร์ท้องครับเพื่อน!” นนท์ยิ้มกว้าง น้ำเสียงสั่นเพราะตื่นเต้นเพื่อนทั้งสามแทบลุกขึ้นจากเก้าอี้ โอ้โห… ความตกใจทำให้เสียงแทบดังทะลุหู“มึงบอกจะรีบหย่าไม่ใช่เหรอไอ้นนท์ ตอนนี้ติดกับเป็นพ่อตลอดชีวิตแล้วดิ!” ธามหัวเราะจนหูแทบดับ“เมื่อคืนมึงทำเด็กเหรอวะ หื้ม” โดมยิ้มแหย ๆ แอบพูดหยอก“กูบอกแล้วว่าให้ใส่ถุง!” นัทแทบตะโกนจากอีกฝั่งนนท์หน้าแดงจ๋อย มือกุมหน้า แต่เตอร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังยกมือขึ้นเท้าเอวกลางสาย“เสือก!” นนท์ด่ากลางสายแบบขำ ๆเสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งสองฝั่ง ห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเป็นกันเองหลังวางสาย นนท์เดินกลับมาหาเตอร์ทันที กอดร่างของเขาไว้จากด้านหลังแผ่นหลังเตอร์แนบชิดกับอกนนท์ ความอบอุ่นของกันและกันทำให้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status