Share

ตอนที่ 13 ถูกท้าทาย

last update Last Updated: 2026-01-08 14:31:55

เสียงเบสจากลำโพงดังจนพื้นห้องสั่นแสงไฟสีแดงม่วงกะพริบวาบสลับกันอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นแอลกอฮอล์และเหงื่อของผู้คนในผับผสมปนเปกันจนอบอวลในอากาศ

บนชั้นวีไอพีด้านบนสุด นนท์เอนหลังพิงโซฟาหนังสีดำ ดวงตาคมกริบมองลงไปยังฝูงชนที่กำลังเต้นกันอย่างไร้สติ เขาถือแก้วไวน์สีเข้มในมือหมุนวนช้า ๆ จนของเหลวในนั้นสะท้อนกับแสงไฟระยิบระยับเป็นสีเลือด

แต่ในหัวของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่เลย

ภาพเดียวที่ยังฝังแน่นคือภาพริมฝีปากของวิคเตอร์ตอนที่เขาโน้มตัวเข้าไปจูบอย่างแรง

ริมฝีปากนั้นแข็งตึงดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เสียงหอบกระชั้นและแรงผลักเต็มแรงที่ยังจำได้ดี มันกลับกลายเป็นภาพที่วนเวียนไม่หยุด จนนนท์ยกมุมปากยิ้มอย่างเย้ยหยันในความคิดของตัวเอง

“ยิ้มอะไรของมึงวะ ไอ้นนท์” เสียงธามเพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ เอ่ยขึ้นพลางเทเหล้าใส่แก้วของตัวเอง

นนท์เหลือบตามองไม่ตอบเขายกแก้วขึ้นดื่มไวน์จิบหนึ่ง แสงไฟสะท้อนบนผิวแก้วและใบหน้าเรียวคมของเขาจนดูเหมือนภาพวาดในโทนมืด

“อีกสามวันกูต้องแต่งงานแล้ว... เลยรู้สึกขำนิดหน่อย” เสียงพูดของเขาเรียบเฉยแต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับมีแววขมขื่น

“ขำเหี้ยอะไร กูเห็นแต่หน้าเครียด ๆ ของมึงตั้งแต่รู้ข่าวแล้ว” ธามหัวเราะในลำคอเบา ๆ

“ที่บ้านบอกว่าสองปีไง สัญญาแต่งสองปี”

“กูเลยคิดว่า...แค่สองปีเอง มันคงไม่ยากอะไร” นนท์หัวเราะตามในลำคอดวงตานิ่งเย็น

“สองปีที่ต้องอยู่กับคนที่มึงไม่ได้รักเนี่ยนะ” ธามถามต่อ น้ำเสียงปนแปลกใจแต่ก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“กูไม่ได้รักมันอยู่แล้วแถมยังเกลียดมันด้วย”

“มึงอย่าบอกว่ายังแค้นที่น้องมันวางยาจะรวบมึงตอนนั้นนะ” ธามที่พอจะรู้เหตุผลของนนท์เพราะเขาถูกนนท์โทรให้จัดการสาวมาให้ในวันนั้น

“ จะว่างั้นก็ได้ แต่แต่ง ๆ ไปงั้นแหละพอครบกำหนดก็คงจบ” นนท์หันมามองเพื่อนตรง ๆ ริมฝีปากยกยิ้มช้า ๆ

เขาวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเบื้องหน้าแล้วเอนตัวพิงพนักอีกครั้ง แสงไฟสีแดงสะท้อนในดวงตาที่เยือกเย็นราวกับไม่มีความรู้สึก

แต่ในความเงียบของรอยยิ้มกลับมีบางอย่างที่ไม่น่าจะเรียกได้ว่า…ว่างเปล่า นนท์ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

ตั้งแต่วันที่นนท์ไปเยี่ยมวิคเตอร์ที่โรงพยาบาล สายตาของวิคเตอร์ที่มองเขาดูเปลี่ยนไปและเขารู้สึกว่าถูกท้าทาย ทำให้เขาอยากเอาชนะสายตาคู่นั้นมาก นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เขากลับไปตอบตกลงกับคุณปู่ว่าจะแต่งงานกับวิคเตอร์

“วิคเตอร์ก็ไม่ใช่สเปกกูอยู่แล้ว” นนท์พูดต่อเสียงเรียบแต่ก่อนจบประโยค รอยยิ้มเล็ก ๆ ก็ผุดขึ้นตรงมุมปากอีกครั้งเหมือนกำลังหลอกตัวเองเสียมากกว่า

ธามมองเพื่อนนิ่ง ๆ เขารู้จักนนท์ดี รู้ว่าผู้ชายคนนี้มักพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่คิด และรอยยิ้มของเขาในตอนนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มของคนที่ไม่รู้สึกอะไรเลย

มันเป็นรอยยิ้มของคนที่ “ติดใจ” อะไรบางอย่างมากกว่า

เสียงดนตรีดังกลบทุกสิ่งแต่ในหัวของนนท์กลับมีแต่เสียงหอบของคนในความทรงจำ เสียงคำพูดที่ลอดออกมาจากริมฝีปากบางของวิคเตอร์นั้น

“มึงจะทำเหี้ยอะไรอีก!”

จนนนท์เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

เช้าวันถัดมา

กลิ่นข้าวต้มร้อนลอยอวลในอากาศผสมกับแสงแดดอ่อนที่ส่องลอดม่านเข้ามาในห้องอาหาร บ้านหลังใหญ่ของครอบครัววิคเตอร์เงียบเกินกว่าจะเรียกว่าปกติ เสียงช้อนกระทบถ้วยเป็นเสียงเดียวที่ดังอยู่บนโต๊ะ

เตอร์ในร่างของวิคเตอร์นั่งอยู่ฝั่งหนึ่งสีหน้าตึงเครียดตั้งแต่เริ่มมื้ออาหาร เขาก้มหน้ากินช้า ๆ มือที่ถือช้อนสั่นน้อย ๆ ทั้งจากความประหม่าหรือความกลัวก็ไม่รู้ ส่วนตรงข้ามคือนนท์ที่นั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้เสียงครืดเบา ๆ ทุกครั้งที่เขาขยับตัว

นนท์มองอีกฝ่ายไม่วางตาสังเกตทุกอากัปกิริยาทั้งผมที่ยาวขึ้นเล็กน้อย ผิวที่ดูคล้ำกว่าก่อนหน้านี้นิดหน่อยหรือแม้แต่แววตาที่ไม่เหมือนเดิม ดวงตาที่เคยมั่นใจตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

“วันนี้ได้ข่าวว่านนท์จะพาน้องไปดูสถานที่จัดงานแต่งใช่ไหมลูก” เสียงของแม่วิคเตอร์ดังขึ้นจากปลายโต๊ะน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเดิม

“ครับคุณน้า เดี๋ยวทานเสร็จแล้วจะออกไปเลยครับ” นนท์หันไปยกยิ้มบางพยักหน้าช้า ๆ

“ดีจ้ะ แม่ฝากดูแลน้องด้วยนะลูก ช่วงนี้น้องเครียดเรื่องงานแต่ง”

“ครับ” นนท์ตอบรับเรียบ ๆ แล้วหันกลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง

เตอร์ก้มหน้ากินอย่างเงียบ ๆ ไม่ยอมสบตา มือขยับเร็วเหมือนอยากให้มื้อนี้จบไว ๆ

นนท์เอนตัวเล็กน้อยเท้าคางมองอีกฝ่ายแววตานั้นแฝงรอยขบขันจาง ๆ เหมือนกำลังดูคนที่ดิ้นไม่หลุดจากกับดักที่เขาวางไว้

“กินเสร็จแล้วไปได้หรือยังครับน้องวิคเตอร์” เสียงหัวเราะในลำคอของเขาเบาแต่ชัด

คำพูดเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันจนเตอร์ชะงักช้อนในมือ เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาอีกฝ่ายด้วยสายตาเขม็งใบหน้าเคร่งเครียด ริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็กลืนกลับลงไป

นนท์มองสบตากลับนิ่ง ๆ รอยยิ้มบางยังติดอยู่ตรงมุมปาก เหมือนกำลังท้าทายโดยไม่ต้องออกเสียง

สุดท้ายเตอร์ก็เลือกจะเงียบเขาก้มหน้ากินต่อเร็ว ๆ แล้วลุกขึ้นทันทีที่หมดคำสุดท้าย ขาเก้าอี้เสียดสีกับพื้นเสียงดังเอี๊ยดก่อนเจ้าตัวจะเดินออกไปโดยไม่หันกลับมา ได้แต่คิดในใจ

‘น้องวิคเตอร์งั้นเหรอ ต่อหน้าผู้ใหญ่พูดจาดีนะมึง’

นนท์มองตามเงานั้นที่หายไปตรงประตูแววตาเขาแปรเปลี่ยนเล็กน้อย จากความเยาะหยันเป็นความสนใจที่ยากจะอธิบาย

“หนีอีกแล้วเหรอ...” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วเบาแทบกลืนไปกับเสียงช้อนในมือ

แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากนั้นกลับยังไม่หาย เหมือนคนที่รู้แน่ว่าไม่ว่าจะหนียังไง… สุดท้ายอีกฝ่ายก็ต้องกลับมาอยู่ในเกมของเขาอยู่ดี

รถยุโรปสีดำขลับแล่นฝ่าถนนสายเงียบของย่านชานเมือง เสียงเครื่องยนต์ต่ำชิดกับพื้นราวกับจะข่มทุกเสียงรอบข้างให้หายไปจากโลกใบนี้ เหลือเพียงเสียงหายใจของคนสองคนที่นั่งอยู่ภายในรถเท่านั้น

เตอร์นั่งพิงกระจกฝั่งข้างคนขับแสร้งหลับตาปล่อยตัวให้เอนพิงเบาะหนังเย็น ๆ แต่ในอกกลับเต้นแรงราวกับหัวใจจะทะลุออกมา เขารู้สึกถึงสายตาของคนข้าง ๆ มองมาเป็นระยะเหมือนจะเผาใบหน้าของเขาให้ละลายอยู่ตรงนั้น

นนท์ขับรถด้วยท่าทีเรียบเฉยมือข้างหนึ่งจับพวงมาลัยแน่น อีกข้างวางบนเกียร์นิ่ง ๆ แสงแดดยามสายลอดผ่านกระจกมาขีดรอยบนใบหน้าเฉียบคม

ดวงตาใต้ขนตายาวคู่นั้นเหลือบมองคนที่ทำเป็นหลับอยู่ไม่ห่าง ทุกครั้งที่มองริมฝีปากเขาก็เผลอยกขึ้นน้อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่

‘ยังคิดจะหนีกูอีกเหรอ’ เสียงในหัวของนนท์ดังขึ้นเบา ๆ แต่เขาไม่ได้พูดออกมา เพียงหายใจลึก ยิ่งขับก็ยิ่งรู้สึกถึงความอึดอัดที่ไม่รู้มาจากไหน

รอยจูบของวันนั้น... ริมฝีปากที่สะบัดหนี สายตาเบิกกว้างเหมือนกลัวตายมันวนกลับมาในหัวไม่หยุด

เสียงเพลงจากวิทยุคลอเบา ๆ เหมือนจะเย้ยว่าความเงียบในรถนั้นชัดเจนเกินไป เตอร์ขยับตัวนิดหนึ่งทำทีเหมือนละเมอแต่จริง ๆ คือทนแรงจ้องของอีกฝ่ายไม่ไหว เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำมือไว้แน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ปลายนิ้วชื้นเหงื่อ

“ถึงแล้ว” เสียงทุ้มของนนท์พูดขึ้นช้า ๆ พร้อมแรงเบรคเบา ๆ ที่ทำให้ตัวของเตอร์เอนมาข้างหน้า

เขาลืมตาขึ้นเห็นว่ารถจอดหน้าตึกคณะของวิคเตอร์พอดี แสงแดดสะท้อนกระจกจนแสบตา เตอร์รีบคว้ากระเป๋าเตรียมจะเปิดประตูลงไปโดยไม่พูดอะไรทั้งนั้น

แต่ยังไม่ทันได้จับที่เปิดประตูรถ เสียงลมหายใจร้อนจัดก็รินรดลงข้างแก้ม เตอร์ชะงักลมหายใจติดคอก่อนจะค่อย ๆ หันหน้าแล้วก็พบว่าปลายจมูกของนนท์อยู่ห่างจากของเขาไม่ถึงหนึ่งคืบ

ระยะห่างนั้นมันใกล้จนรู้สึกได้ถึงกลิ่นไวน์เจือจางกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ติดบนตัวอีกฝ่าย แววตาคมนั้นกดลงตรงหน้าเต็ม ๆ ไม่มีคำพูดใด ๆ มีเพียงรอยยิ้มที่คล้ายจะเยาะคล้ายจะหยอก

หัวใจของเตอร์เต้นโครมมือที่ถือกระเป๋าสั่นเล็กน้อย เขาขยับปากช้า ๆ ก่อนจะคว้าปกเสื้ออีกฝ่ายแล้วผลักออกเต็มแรง

“ทำห่าอะไรของมึงอีกเนี่ย!”

น้ำเสียงสั่นนิด ๆ ทั้งโกรธทั้งตกใจแต่ในความจริง... มันมีอย่างอื่นแฝงอยู่ ความกลัว หรืออาจจะอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับเลยสักนิด

นนท์เอนตัวกลับไปแต่ยังไม่ละสายตาเขาไม่พูดอะไรเพียงมองคนตรงหน้าอยู่นิ่ง ๆ สายตานั้นนิ่งเกินไปเหมือนกำลังอ่านใจเขาทีละชั้น

ริมฝีปากของนนท์ค่อย ๆ ยกขึ้นอีกครั้งมุมปากแตะรอยยิ้มเย็นเฉียบที่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรได้บ้าง มันไม่ใช่ความขำแต่มันคือความพอใจที่เห็นสีหน้าของวิคเตอร์

“รอกูหน้าคณะเหมือนเดิม...เดี๋ยวกูมารับ” น้ำเสียงเรียบไม่มีแววอารมณ์ใด ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของเตอร์หดลงอย่างไม่เข้าใจ

เตอร์เบือนหน้าหนีไม่อยากสบตากัดฟันแน่นจนกรามขึ้น เสียงคำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวเหมือนคำสั่ง

เขาผลักประตูลงจากรถอย่างแรงจนเกิดเสียง ปัง! ดังลั่น คนแถวนั้นบางส่วนหันมามอง แต่เตอร์ไม่สนใจแม้แต่น้อยเขาก้าวเร็ว ๆ ไปทางคณะพยายามทำให้ฝีเท้าไม่สั่นเทา

ภายในรถ นนท์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิมเขายกมือขึ้นแตะปลายจมูกตัวเองเบา ๆ เหมือนจะจดจำสัมผัสเมื่อครู่ ดวงตาคมที่ทอดมองผ่านกระจกไปยังร่างนั้นค่อย ๆ แปรเปลี่ยนจากเรียบเฉยเป็นเจือรอยร้อนแรงที่ยากจะปิดบัง

เสียงทุ้มแผ่วเบาแทบจะกลืนไปกับเสียงเครื่องยนต์ที่สตาร์ทขึ้นอีกครั้ง เขาเหยียบคันเร่งช้า ๆ รถแล่นออกจากหน้าคณะ

“หึ... เดี๋ยวคืนนี้มึงได้เจอกูแน่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 5 ลงโทษคนดื้อ NC

    นนท์เอามือโอบเอวเตอร์แน่น ประคองออกจากแดนซ์ฟลอร์แบบไม่สนสายตาคนในผับที่เริ่มหันมามองตามแล้วกระซิบกัน“เห้ย เดี๋ยว ๆ กูยังไม่เมานะ” เตอร์เดินงง ๆ นนท์หันมามองใกล้มากจนแทบจะแตะหน้ากากเสียงทุ้มกดต่ำจนขนลุก“กูรู้… แต่กูก็จะพาเมียกูออกไปแบบนี้แหละ”“จะหึงอะไรนักวะ กูก็มากับมึงมากับกับเพื่อน” เตอร์บ่นเบา ๆ เหมือนงอน“กูก็จะหวงแบบนี้แหละ… เมียกู ไม่อยากให้ใครมองทั้งนั้น ” นนท์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูจนลมหายใจร้อน ๆ กระทบผิวเตอร์หน้าแดงเป็นมะเขือเทศ แม้พยายามไม่ยิ้มก็ยิ้มจนแก้มปริ ถูกผัวลากออกจากฟลอร์อย่างคนแพ้แต่ยอมแพ้ด้วยความเต็มใจด้านหลังน้ำใสส่งไลน์ทันที…สติ๊กเกอร์โชคดีนะเพื่อนพร้อมหน้าเจ้าเล่ห์…เตอร์เห็นตอนขึ้นรถก็ได้แต่สบถในใจ…คืนนี้กูโดนแน่…เตอร์ทำอะไรไม่ถูกเพราะเขาไม่ได้คิดว่าจะทำให้นนท์หึงขนาดนี้ ร่างสูงดันตัวเตอร์เข้าไปในรถเบาๆแล้วเขากดสตาร์ทพร้อมเปิดแอร์เย็นฉ่ำไว้รอ ก่อนที่จะเดินอ้อมเข้ามาในรถฝั่งคนขับแล้วปรับเบาะถอยออกจนสุด ก่อนจะรั้งตัวเตอร์ขึ้นมานั่งตักตัวเอง“มึงจะทำอะไรนนท์” นนท์ทำตาโตใส่เตอร์แบบกวนๆแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์“ไม่บอกแต่ขอจูบหน่อย ”นนท์ประกบริมฝีปากของเตอร์อย่างอย่าง

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 4 คืนนี้กูโดนแน่

    ไฟสีส้มสลับม่วงกระพริบเป็นจังหวะเหมือนหัวใจที่เต้นรัวช่วงใกล้ปล่อยผี ตรงชั้นสองของผับกำลังวุ่นพอ ๆ กับสนามรบ พนักงานหลายคนยืนห้อยฟักทองพลาสติกสลับหัวกะโหลกเชือกผูกไฟ LED จนทั่วฝ้าเพดานเหมือนเป็นรังของซอมบี้ EDM สักตัว นนท์ยืนกอดอกพิงราวกั้น มองลงไปด้วยสายตาแบบ…ถ้าใครติดไฟผิดตำแหน่งกูจะเดินไปจัดเองแล้วนะธามเดินขึ้นบันไดมาพร้อมเสียงบันไดไม้ดังอ๊อดแอ๊ด มือถือในมือยังเปิดภาพฮาโลวีนอยู่ เขาเดินมาหยุดข้าง ๆ นนท์แบบสบาย ๆ“นี่ ตามที่คุยกันนะเว้ย โครงหัวกะโหลกต้องอยู่ฝั่ง EDM เพราะมันมีไฟสโตรบ ไม่งั้นภาพรวมจะเละ”“เออ เดี๋ยวเพิ่มธีมลอยกระทงไปด้วยเลยมั้ยวะ รวมกันไปเลย ฮาโลวีน EDM กับลอยกระทง จัดหนักไป” นนท์พยักหน้าช้า ๆ เหมือนกำลังสแกนอีกสิบจุดในหัว“เห้ย เออว่ะ เข้าท่า!”ธามหันขวับมามองทำตาโตแล้วทำหน้าเหมือนค้นพบอเมริกาใหม่อีกรอบก่อนหัวเราะฮึ ๆ“แนวจัด”ทั้งคู่ยืนกอดอกพร้อมกันเหมือนเป็นหัวหน้าฝ่ายตรวจคุณภาพผีหลุดโลก พนักงานมองแบบเกร็ง ๆ แต่ก็พยายามติดของต่อ…ระหว่างกำลังตรวจผี ธามก็ทำเสียงจริงจังขึ้นมาซะงั้น“มึง… ลูกสาวมึงเป็นไงวะ เห็นว่าเข้าโรงพยาบาล” นนท์หันไปมอง ขมวดคิ้วแน่น“ก็ไข้หวัดธร

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 3 เวียนว่ายตายเกิด

    หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่รู้ตัว ชีวิตหลังมีลูกเหมือนถูกปั่นจนวันเวลาวิ่งเร็วขึ้นครึ่งหนึ่ง เสียงหัวเราะเด็ก เสียงงอแง ไหนจะงาน ไหนจะการเลี้ยงดู เข้ามาปะปนกันจนเหนื่อยแต่สุขแบบบอกไม่ถูกวันนี้เป็นวันเข้าพรรษา อากาศร้อนอบอ้าวเล็ก ๆ แต่ลมก็ยังพอพัดช่วยให้ไม่อึดอัดนัก หน้าโบสถ์คนเดินกันแน่น เสียงแม่ค้าขายดอกไม้ เสียงเด็กวิ่ง เสียงระฆังวัดที่ดังแผ่ว ๆ อยู่ไกล ๆ ทำให้บรรยากาศดูคึกคักแบบที่เห็นแล้วรู้สึกชื่นใจนนท์อุ้มลูกชายวัยเกือบสองขวบเนตั้นขึ้นมาประคองบนสะโพก เด็กน้อยแก้มกลม ผมเส้นนิ่มยาวปิดหูเล็กน้อย ใส่เสื้อยืดลายการ์ตูนกับกางเกงขาสั้นที่เขาชอบนักหนา อยู่ในท่าเกาะคอพ่อพลางมองไปรอบ ๆ แบบตาใสเป็นพิเศษ“เดินดี ๆ นะครับตัวแสบ” นนท์ก้มลงพูดกับลูก พลางใช้มืออีกข้างลูบหัวเบา ๆอีกด้านหนึ่งของครอบครัวเล็ก ๆ นี้ เตอร์เดินนำอยู่ ข้างแขนมีพานดอกไม้ ธูปเทียนสำหรับไหว้พระครบชุด หน้าตาเขาดูสดใสกว่าปีที่ผ่านมา เหมือนความเหนื่อยล้าหลายอย่างถูกแทนที่ด้วยความสงบที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น“เร็ว ๆ มานี่ เดี๋ยวคนแน่น” เขาหันมาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ ที่มีแต่ตอนอยู่กับนนท์และลูกเท่านั้นทั้งสามเดินผ่านหน้าวั

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 2 คนใจร้าย

    เสียงแป้นคีย์บอร์ดดังถี่เหมือนเครื่องจักรที่กำลังเร่งรอบแปะ ๆ ไม่หยุด ทุกตัวอักษรที่ถูกพิมพ์เหมือนพุ่งออกมาปะทะอากาศหนัก ๆแสงจากหน้าจอคอมส่องเข้าหน้าของนนท์จนเห็นใต้ตาคล้ำเป็นปื้น ผมที่เคยจัดทรงเรียบร้อยตอนเช้าตอนนี้ชี้มั่วไปหมด ริมฝีปากเม้มตึง ขากระตุกอยู่ใต้โต๊ะเพราะความเครียดที่สะสมมาหลายสัปดาห์แปดเดือนแล้วหลังมีลูกแต่กลับรู้สึกว่าทุกวันมันเหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเตอร์ได้กลับไปเรียนอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงนี้จะเป็นช่วงเริ่มฝึกงานและโปรเจกต์ที่ดันประจวบเหมาะมากองพร้อมกันจนเหมือนชีวิตไม่มีปุ่มหยุดหายใจเตอร์นั่งอุ้มลูกอยู่ที่โซฟาใกล้ ๆ แค่ระยะเอื้อมถึง เขามองนนท์ด้วยสายตาเป็นห่วงจนหัวใจตัวเองอึดอัดไปหมด เด็กน้อยในอ้อมแขนเพิ่งกินนมเสร็จหน้าแดงนิด ๆ ง่วงนอนกำลังจะหลับ แต่เตอร์กลับไม่กล้าจะลุกเพราะกลัวรบกวนคนตรงนั้นที่ทำงานจนไหล่แข็งไปหมดเขาเองก็เหนื่อยเหมือนกัน…เขาก็อดนอน…เขาก็อยากได้คำถามว่า “ไหวไหม” บ้างเหมือนกัน… เตอร์คิดแต่ไม่พูดออกไป เขาไม่อยากเป็นภาระให้นนท์ในช่วงที่อีกฝ่ายเครียดจนแทบระเบิดอยู่แล้วเมื่อเด็กหลับสนิท เตอร์ก็ลุกขึ้นอย่างเบามือที่สุด เขาค่อย ๆ วางลูกลงในแปล ผ้

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 1 พ่อแม่มือใหม่

    กลางดึกเงียบสนิทจนเหมือนมีเพียงแสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมเล็กข้างเตียงที่ส่องไหว ๆ ตามแรงลมแอร์อ่อน ๆ และเสียงเดียวที่ดังฝ่าเงามืดขึ้นมา“แอ้ แอ้ แอ้”เสียงร้องใส ๆ ของเจ้าตัวเล็กวัยหนึ่งเดือนดังแทรกเข้ามาในหูนนท์เหมือนเสียงไซเรนปลุกตามสัญชาตญาณ พอได้ยินแบบนั้น ร่างที่เพิ่งหลับได้ไม่ถึงสามชั่วโมงก็เหมือนถูกกดปุ่มเปิด ใช้เวลาไม่ถึงวินาที นนท์ก็กระพริบตาช้า ๆ ขึ้นมาเปลือกตาหนักราวกับมีทรายกดทับอยู่ข้างใน ทั้งร่างเหนื่อยล้าจนเหมือนถูกขโมยพลังไปครึ่งชีวิต แต่เมื่อเสียง “แอ้ แอ้” ดังขึ้นอีกคำเขาก็ถอนหายใจยาวแล้วพยายามยันแขนลุกขึ้นช้า ๆ ร่างโยกนิด ๆ เหมือนคนเมาเพราะยังไม่ตื่นเต็มที่“โอ๋ โอ๋…ลูกครับ”“พ่อเพิ่งหลับเองนะ…” เขาบ่นในคอแบบไม่มีแรงบ่นเหมือนทุกคืนที่ผ่านมาพอลุกนั่งได้ก็หันไปมองอีกฟากของเตียงก็เห็นเตอร์นอนคว่ำหน้าแนบหมอนไปซีกหนึ่ง แขนทั้งสองข้างกอดหมอนข้างไว้เหมือนเด็กน้อยหลับลึกจนไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว ผมยุ่งเล็กน้อยกระจายบนหมอน หายใจสม่ำเสมอราวกับไม่รู้เลยว่าลูกกำลังโวยอยู่ตรงนั้น“ครับ…หลับสบายเลยนะ” นนท์กระซิบหงอย ๆ ทั้งหมั่นไส้และเอ็นดูปนกันก่อนจะก้มลงหอมแก้มเตอร์เบาๆอย่างไม่คิ

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนที่ 37 ขอชื่นใจหน่อยนะ NC (ตอนจบ)

    เช้าวันต่อมา หลังจากทานอาหารเช้าที่บ้านของวิคเตอร์แล้ว นนท์ก็ขอพาวิคเตอร์กลับมาอยู่ที่คอนโดกับเขา ความตื่นเต้นเริ่มซาตัวลง นนท์รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้น โทรหาเพื่อนสนิท ธาม โดม นัท ผ่านวิดีโอคอล เสียงสัญญาณดังขึ้น และภาพเพื่อน ๆ ปรากฏทันที“ไอ้นนท์… มีอะไร” ธามถามด้วยน้ำเสียงตกใจ“กูมีอะไรจะประกาศ…พวกมึงจะต้องไม่เชื่อแน่”“เรื่องอะไรวะ” เสียงประสานกันของเพื่อนๆดังขึ้น“เตอร์ท้องครับเพื่อน!” นนท์ยิ้มกว้าง น้ำเสียงสั่นเพราะตื่นเต้นเพื่อนทั้งสามแทบลุกขึ้นจากเก้าอี้ โอ้โห… ความตกใจทำให้เสียงแทบดังทะลุหู“มึงบอกจะรีบหย่าไม่ใช่เหรอไอ้นนท์ ตอนนี้ติดกับเป็นพ่อตลอดชีวิตแล้วดิ!” ธามหัวเราะจนหูแทบดับ“เมื่อคืนมึงทำเด็กเหรอวะ หื้ม” โดมยิ้มแหย ๆ แอบพูดหยอก“กูบอกแล้วว่าให้ใส่ถุง!” นัทแทบตะโกนจากอีกฝั่งนนท์หน้าแดงจ๋อย มือกุมหน้า แต่เตอร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังยกมือขึ้นเท้าเอวกลางสาย“เสือก!” นนท์ด่ากลางสายแบบขำ ๆเสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งสองฝั่ง ห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเป็นกันเองหลังวางสาย นนท์เดินกลับมาหาเตอร์ทันที กอดร่างของเขาไว้จากด้านหลังแผ่นหลังเตอร์แนบชิดกับอกนนท์ ความอบอุ่นของกันและกันทำให้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status