Share

บทที่ 17

Author: จูน
หลังจากองค์ชายที่สี่ของจักรพรรดิหมิงหยวนและพระชายาของเขาเข้าไปข้างใน ต่อไปคือ อวี่ เหวินห่าว และ หยวน ชิงหลิง

หยวน ชิงหลิงค่อย ๆ หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ ปรับอารมณ์ของเธอ และไม่สนต่อความรู้สึกไม่สบายทางร่างกายทั้งหมด

เธอไม่สามารถทนต่อเรื่องความเป็นและความตายได้

ฉางกงกงกล่าวว่า "ท่านอ๋องฉู่และพระชายา เชิญเข้าไปข้างใน"

หยวน ชิงหลิงลุกขึ้นเดินตาม อวี่ เหวินห่าว เขาเดินนำหน้าเธอ เปิดม่านและเข้าไปข้างใน

อวี่ เหวินห่าวคุกเข่าข้างเตียง หยวน ชิงหลิงคุกเข่าอยู่ข้างหลังเขา และรีบหยิบกล่องยาของเธอออกมา หลังจากที่มันตกลงที่พื้นกล่องยาก็ใหญ่ขึ้น หยวน ชิงหลิงไม่มีเวลาคิดว่าทำไมกล่องยาถึงเป็นแบบนี้ ทำเพียงแค่รีบนำเข็มฉีดยาชาออกมาอย่างรวดเร็ว

อวี่ เหวินห่าว ผู้ซึ่งจมอยู่ในความเศร้าโศก และไม่ได้สังเกตพฤติกรรมของเธอ เขาสะอื้น และเรียก "ท่านปู่... "

หยวน ชิงหลิงจับมือของเขา ทันใดนั้นเขาก็หันกลับมาอย่างไม่รู้ตัวและลืมตาขึ้น หยวน ชิงหลิง ก็ฉีดยาชาเข้าไปที่มือของเขา

เขาสะดุ้งตกใจ ดวงตาของลุกวาวเต็มไปด้วยความโกรธ หยวน ชิงหลิงเอื้อมมือไปหาเขาแล้วพูดว่า “ท่านปู่ หลานขอคุกเข่าต่อหน้าท่าน...”

นับในใจ หนึ่ง สอง สาม…

ร่างกายของ อวี่ เหวินห่าวอ่อนแอลง แต่ดวงตาของเขานั้นเบิกกว้าง

หยวน ชิงหลิงก็ตกใจที่ยาชาคีตามีใช้ได้ผลอย่างรวดเร็ว และสามารถทำคนยังพอมีสติ เพียงแต่เขาแค่ขยับตัวไม่ได้ แต่พยายามที่จะรักษาสติไว้อยู่

ไท่ซ่างหวงสังเกตเห็นความผิดปกติ จากดวงตาที่นิ่งก็ค่อย ๆ จดจ่อไปที่ หยวน ชิงหลิง

หยวน ชิงหลิงยังคงพูดคำนับ และนำเข็มฉีดยาที่เธอเตรียมไว้ขึ้นมา เธอเจือจางโดพามีนด้วยน้ำกลูโคส พับแขนเสื้อของไท่ซ่างหวงขึ้น เพื่อหาเส้นเลือด เมื่อพบเส้นเลือด จากนั้นเอนตัวไปที่หูของไท่ซ่างหวงแล้วพูดว่า : "ท่านปู่ไม่ต้องกลัว ข้ากำลังช่วยท่านอยู่"

เมื่อลูกสุนัขฟูเป่าเห็น หยวน ชิงหลิงแทงไท่ซ่างหวงด้วยเข็ม ฟูเป่าก็เห่าเสียงดัง หยวน ชิงหลิง กลัวว่าผู้คนภายนอกได้ยิน เธอจจึงบอกกับมันว่า : "ช่วยข้าด้วย ข้าจะช่วยเจ้านายของเจ้า ออกไป และถ่วงเวลาให้ข้า"

เธอสามารถเข้าใจฟูเป่าได้ แต่เธอไม่รู้ว่าฟูเป่าจะเข้าใจเธอหรือไม่

ฟูเป่ารีบวิ่งออกไป กระโดดขึ้นบนโต๊ะ ล้มเก้าอี้ และกระโดดขึ้นไปอยู่บนตักไทเฮา ทุกคนต่างตกตะลึง แต่ไม่มีใครกล้าที่จะจัดการกับมัน เพราะเป็นคำสั่งก่อนที่ไท่ซ่างหวงจะสิ้นลม การรับมือกับฟูเป่าทำได้เพียงปล่อยให้มันบ้าคลั่ง

อวี่ เหวินห่าวไม่ได้โดนวางยาชาอย่างอย่างสมบูรณ์ เขาจ้องมอง หยวน ชิงหลิงด้วยสายตาที่มีแต่ความโกรธแค้น ความโกรธแผดเผาในดวงตาของเขา จะที่หยวนชิงหลิงดวงตาของเขาถูกเผาด้วยความโกรธ ซึ่งหมายความว่าเขาจะทำลายเธอให้กลายเป็นปุยผง

หยวน ชิงหลิงไม่กล้าที่สบตาเขา หัวใจเธอเหมือนจะหลุดออกมา และเธอแน่ใจว่าถ้าใครเข้ามาเห็นฉากนี้ เธอจะต้องถูกประหารชีวิตอย่างแน่นอน และบางทีมันอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิต และครอบครัวของเจ้าของร่างนี้ด้วย

หนึ่งนาที สองนาที สามนาที สี่นาทีผ่านไป เมื่อเห็นว่าการฉีดยากำลังจะเสร็จสิ้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างเงียบ ๆ นอกผ้าม่าน หยวนชิงรู้สึกกังวลและกล่าวว่า “ท่านปู่ ไม่ต้องกังวลไป หลานจะต้องให้กำเนิดบุตรชาย สองหรือสามคนแก่ท่านอ๋องอย่างแน่นอน”

ฉีดเสร็จแล้ว

เธอรีบเก็บเข็มฉีดยากลับเข้าไปในกล่องและหยิบกล่องยาขึ้นมาจากพื้น ทันทีหลังจากที่กล่องยาถูกยกขึ้นจากพื้น มันก็เล็กลงอย่างรวดเร็ว และเธอก็ซ่อนมันไว้ในแขนเสื้อดังเดิม

เธอโน้มตัวเข้าไปที่หูของไท่ซ่างหวงและกระซิบว่า: "อีกสักครู่ท่านจะดีขึ้น โปรดให้ข้าอยู่ในวังต่อ ท่านถึงจะมียารักษาอย่างเต่อเนื่อง"

โดยไม่คำนึงถึงปฏิกิริยาของไท่ซ่างหวง เธอยกผ้าม่านขึ้นแล้วเดินออกไป โดยพูดอย่างเศร้า ๆ ว่า "ท่านอ๋องเสียใจมากเสียจนยืนไม่ไหว"

ฉางกงกงรีบเข้าไป และเห็น อวี่ เหวินห่าวในลักษณะกึ่งคุกเข่ากึ่งนั่งบนพื้น ช่างดูเป็นท่วงท่าที่เหมือนคนโศกเศร้าจนเกินจะรับได้ไหวจริง ๆ เสียด้วย

จนฮ่องเต้ก็เห็นเช่นกัน จึงถอนหายใจเบา ๆ และมอง อวี่ เหวินห่าวด้วยสายตาที่อ่อนโยนมากขึ้น และเขาสั่งให้คนเข้าไปช่วยพา อวี่ เหวินห่าวไปห้องข้าง ๆ ห้องโถงเพื่อให้พักผ่อน

หยวน ชิงหลิงได้รับการดูแลจากไทเฮากับฮองเฮาในฐานะชายาของ อวี่ เหวินห่าว

เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความโกรธของเขา เมื่อเขาตื่นขึ้น

ไท่ซ่างหวงยังคงต้องการการรักษา ดังนั้นเธอจึงต้องปิดปากของเขา ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่อยากที่จะต้องถูกเฆี่ยนตีไปตลอด
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1015

    ซูยี่อยู่ในห้องของสุนัขป่าเช่นกัน เมื่อเห็นอวี่เหวินห่าวและหยวนชิงหลิงเข้ามา เขาพูดอย่างกังวล "องค์รัชทายาท พระชายา นายน้อยสุนัขป่าไม่กินอะไรเลย หาหมอหลวงดีไหมพ่ะย่ะค่ะ?"อวี่เหวินห่าวหัวเราะ "เขารักษาอาการป่วยของสุนัขป่าไม่ได้ จะพาเขาไปทำไม?"เขาดูสุนัขป่าน้อยสามตัวนอนอยู่บนเตียงเล็ก ร่างเล็ก ๆ ของพวกมันเบียดเสียดกัน ดูเซื่องซึม บางทีอาจเป็นเพราะพวกมันไม่ได้กินอะไรจึงดูอ่อนแอและซูบผอมเป็นพิเศษ อวี่เหวินห่าวพูดด้วยความประหลาดใจว่า "ผอมลงมากขนาดนี้เลยรึ? สุนัขป่าคงหิวมากแน่ ๆ""สุนัขป่าที่โตเต็มวัย เวลาหิวนั้นกินอาหารหนึ่งมื้อสามารถอยู่ได้นานถึงครึ่งเดือน ตอนนี้พวกมันยังเด็กและต้องกินเนื้อ" ซูยี่เลี้ยงสุนัขป่า และได้ศึกษาการเลี้ยงมามากมายอวี่เหวินห่าวหยิบหนึ่งในนั้นขึ้นมา เห็นสุนัขป่าหิมะตัวน้อยนอนนิ่งอยู่ในมือของเขาเหมือนก้อนสำลีเบาหวิวไม่มีน้ำหนัก "ตัวนี้ของใครกัน?""ของเสี่ยวลั่วหมี่" หยวนชิงหลิงกล่าว "ตัวเล็กที่สุดคือของเสี่ยวลั่วหมี่ ท่านดูสิแยกออกได้เลยเห็นไหม ของ เปาจื่อปากจะแหลมมาก ของทังหยวนก็หน้ากลมกว่า มันแปลกที่จะบอกว่าสุนัขป่าพวกนี้ ทั้งลักษณะนิสัยหรือรูปร่างหน้าตา พว

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1014

    อวี่เหวินห่าวไม่ได้อธิบายอะไรแทนจิ้งถิง เขาแค่พูดว่า "เขาจะอยู่ในจวนสักพัก ดังนั้นเจ้าควรเปิดตาของเจ้าดูสิว่าเขาจริงใจหรือเสเเสร้ง เจ้าฉลาดมากขนาดนี้ ย่อมต้องดูออกอยู่แล้ว”หยวนชิงหลิงได้ยินถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงของเขา ดูเหมือนว่าเขาใส่ใจมิตรภาพนี้จริง ๆหยวนชิงหลิงลองคิดดูแล้ว หลังจากใช้เวลาร่วมกับจวิ้นจู่มาสองสามวัน จวิ้นจู่ก็เป็นคนตรงไปตรงมาและเปิดเผย ดังนั้นนางคงไม่หาสามีที่มีจิตใจล้ำลึกซับซ้อนหรอกนางจึงขอโทษเขา "ข้าคิดมากไป ในอนาคตข้าจะไม่พูดอะไรแบบนี้อีก"อวี่เหวินห่าวเอื้อมมือไปเชยคางนาง และมองหน้านาง "เหล่าหยวน ข้าเองก็เห็นว่านิสัยของเจ้าช่างเถรตรงจริง ๆ แม้ว่าบางครั้งเจ้าจะดุร้าย เผด็จการ และไม่มีเหตุผล แต่ถ้าเจ้าทำอะไรผิด เจ้าจะต้องขอโทษอย่างแน่นอน เกรงว่าแม้จะเป็นคนรับใช้ก็ยังกล่าวคำขอโทษได้ เจ้านี่นิสัยดี ใช้ได้จริง ๆ"“ข้าเป็นคนไร้เหตุผลตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” หยวนชิงหลิงหัวเราะ “ท่านจะชมข้าก็ชมสิ ทำไมต้องดุกันก่อน”อวี่เหวินห่าวหัวเราะ "รางวัลและบทลงโทษต้องแยกให้ออกจากกันอย่างชัดเจน หากเจ้าทำสิ่งที่ถูกต้อง เจ้าควรได้รับคำชมเชย หากเจ้าทำอะไรผิด ก็ต้องบอกกล่าวตักเตือ

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1013

    เขากลับมาที่จวนอย่างไม่สบอารมณ์ หยวนชิงหลิงเห็นว่าเขาขมวดคิ้ว นางรู้ว่าเป็นเพราะเรื่องลงนามพันธมิตรอีกเป็นแน่ ดังนั้นนางจึงปลอบเขาอวี่เหวินห่าวพูดด้วยความโกรธ "เสด็จพ่อจงใจทำให้ข้าลำบาก จูกั๋วกงเห็นด้วยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องสำคัญขนาดนั้นเลยรึอย่างไร?"หยวนชิงหลิงหัวเราะ "ท่านอยู่ในเกมและกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเกินไป จึงไม่เข้าใจความหมายของเสด็จพ่อ เสด็จพ่อต้องการให้ท่านเอาแรงสนับสนุนจากจูกั๋วกงมาให้ได้ ไม่ใช่แค่แรงสนับสนุนเรื่องนี้เท่านั้น แต่มันจะเป็นแรงสนับสนุนงานในอนาคตทั้งหมดของท่าน เพราะตอนนี้เขาเป็นคนที่สามารถปราบปรามตี้เว่ยหมิงอย่างออกหน้าได้ นั้นก็คือตัวเขาที่เป็นพ่อตา”อวี่เหวินห่าวตกตะลึงไปครู่หนึ่ง "เจ้าหมายความว่า เสด็จพ่อก็มองตี้เว่ยหมิงออกด้วยหรือ?"หยวนชิงหลิงยืนพิงเขา "เสด็จพ่อย่อมต้องรู้มากกว่าท่านอยู่แล้ว เหมือนที่ท่านเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าพระองค์ลำเอียงเข้าข้างพี่ใหญ่เสมอ จริง ๆ แล้วพระองค์ทรงรู้อยู่แก่ใจ พระองค์แค่ให้โอกาสพี่ใหญ่เสมอ แต่เมื่อเจอโอกาสที่เหมาะสม ก็ควรจัดการไม่ใช่หรอกหรือ? ความคิดของพระองค์ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นจงทำตามที่พระองค์ต้องการเถอะ จัดก

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1012

    พระชายาจี้พูดจบก็กลับไปนั่งลงบนเก้าอี้เก้าอี้ที่นางนั่งนั้นใหญ่มาก แต่นางผอมมากเนื่องจากป่วยมาเป็นเวลานาน เก้าอี้นั้นยังมีพื้นที่เหลืออีกมาก ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นนั่งบนเก้าอี้กว้างตัวใหญ่ประจัญหน้ากับพวกขุนนางกว่าสิบคนที่อยู่ตรงนั้นแม่ทัพซุยไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป ความโกรธบนใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวคนที่เหลือก็เงียบและก้มหน้าเช่นกันพระชายาจี้รออยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวอย่างใจเย็นว่า "องค์รัชทายาทคือผู้กำหนดชะตา ถ้าเจ้าปฏิบัติตามให้ดี เจ้าจะมีชีวิตอยู่อย่างมั่งคั่งและมั่งคั่งในภายภาคหน้า วันนี้ข้าพูดได้เพียงเท่านี้ ทุกคนไปเถอะ รักษาตัวด้วย"หลังจากพูดจบ นางก็ยืนขึ้น และเดินออกไปโดยเอามือไพล่หลัง แผ่นหลังบาง ๆ ของนางตั้งตรงดูยิ่งใหญ่ราวกับว่าสามารถแบกท้องฟ้าได้ครึ่งหนึ่งแรงสนับสนุนของอวี่เหวินห่าวสูงขึ้นเรื่อย ๆอย่างไรก็ตาม มีคน ๆ ​​หนึ่งที่มีความคิดเห็นเป็นปฏิปักษ์อยู่เสมอ ถึงกับตำหนิเขาตรง ๆ ต่อหน้าท้องพระโรงทำให้บรรยากาศของวันนั้นแย่เป็นอย่างยิ่ง แม้แต่จักรพรรดิหมิงหยวนก็ยังกริ้วจนหน้าดำจูกั๋วกงคนนี้คือ จูหรูเพ่ย เป็นพ่อตาของตี้เว่ยหมิงเมื่อก่อน

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1011

    มีแม่ทัพแซ่ซุยอยู่ที่นี่ ซึ่งเคยอยู่กับตี้เว่ยหมิงมาก่อน และตี้เว่ยหมิงได้ติดต่อเขาแล้ว เมื่อได้ยินสิ่งที่พระชายาจี้พูด เขาพูดอย่างเฉยเมยว่า "ข้อเสนอขององค์รัชทายาทที่จะจัดตั้งพันธมิตรกับต้าโจว ไม่ต่างอะไรไปกว่าการกระทำของคนขี้ขลาด คิดว่าด้วยการสนับสนุนของต้าโจว เป่ยถังของเราจะสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุขรึ และเช่นกันด้วยวิธีนี้ เป่ยถังของเราจะต้องมองสีหน้าท่าทีของต้าโจวในทุก ๆ เรื่องงั้นหรือ? นี่คิดว่ามันคงไม่เหมาะกระมั่ง”พระชายาจี้มองเขา น้ำเสียงของนางเย็นชาเล็กน้อย “แม่ทัพซุย แม้ว่าข้าจะเป็นผู้หญิง แต่ข้าก็รู้ด้วยว่าสิ่งที่องค์รัชทายาทเสนอเป็นพันธมิตร มิใช่การยอมจำนน ทำไมเจ้าต้องสังเกตสีหน้าท่าทางต้าโจวทุกอย่างด้วย?”แม่ทัพซุยพูดอย่างแข็งกร้าว "พระชายาคงไม่เข้าใจสินะ? เมื่อพันธมิตรถูกจัดตั้งขึ้น ก็จะมีข้อจำกัดซึ่งกันและกัน ข้อจำกัดทางทหารไม่ใช่เรื่องที่ดี"พระชายาจี้ถึงกับขำ แววตาของนางดูเย็นชาขึ้นมา "จริงหรือ? แล้วทำไมข้าถึงได้ยินว่าสนธิสัญญานี้หมายถึงการไม่รุกรานกัน? หรือว่าแม่ทัพซุยมีความคิดที่จะรุกรานแคว้นอื่น"แม่ทัพซุยตกตะลึง "นี่...ข้าย่อมไม่มีอยู่แล้ว"“ในเมื่อไม่มี เจ

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1010

    หยวนชิงหลิงไม่สบายใจ อย่างไรก็ตาม เสี่ยวลั่วหมี่ยังมีไข้อยู่นางยิ้มและพูดว่า "เสด็จย่า พวกเขาอาจจะงอแง เกรงว่าจะทำให้พระองค์ทรงเหนื่อยได้เพคะ"ไทเฮาทรงมีสีพระพักตร์นิ่งเฉย และตรัสอย่างไม่พอใจว่า “เกรงว่าคนแก่อย่างข้าจะอ่อนล้า หรือไม่วางใจให้ข้าดูแลพวกเขากัน? กลัวว่าพวกเขาอยู่กับข้าแล้วจะดูแลไม่ดี ไม่มีนมให้กินอย่างนั้นรึ” หยวนชิงหลิงยิ้มและพูดว่า "ดูพระองค์พูดสิเพคะ พระองค์จะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเลวร้ายได้อย่างไร? พระองค์ออกจะรักเหมือนเป็นหัวแก้วหัวแหวน... "“บุ้ย ๆ ๆ หัวแก้วหัวแหวนอะไรกัน ไม่ใช่ลูกสาวสักหน่อย แต่เป็นทองคำต่างหาก ทองคำของข้า” ไทเฮาทรงตรัสแปลก ๆ ขณะอุ้มเสี่ยวลั่วหมี่ไว้นางเงยหน้าขึ้นและมองไปที่หยวนชิงหลิงและพูดอย่างเย็นชาว่า "อย่าพูดไร้สาระ แค่อยู่ในวังสักสองสามวัน ไว้หายดีแล้วค่อยให้เจ้ามารับไป หากยังกังวลใจ ให้ไปหาไท่ซ่างหวงให้รับรองให้เจ้าเถอะ”หยวนชิงหลิงได้ยินว่านางถึงกับยกไท่ซ่างหวงออกมาแบบนี้ นางจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร นางจึงจำใจต้องส่งลูกที่เพิ่งครบเดือนให้ห่างอกนางเท่านั้นอย่างไรก็ตาม เมื่อนึกถึงเรื่องการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์ ทุกวันนี้นางก็แทบไม่มีเวลา

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 214

    อวี่เหวินห่าวหันหลังให้นางแล้วเก็บซ่อนความโกรธนั้นแล้วพูดกับนางว่า “สักสามหรือห้าคนได้”หยวนชิงหลิงตกใจมาก เดิมทีคิดว่าคนสองคนก็เยอะแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามีตั้งสามหรือห้าคนแบบนี้ ในฐานะคนยุคปัจจุบัน จึงไม่สามารถเข้าใจได้จริง ๆ เหตุผลที่ผู้ชายหานางบำเรอได้และก็ไม่สามารถเข้าใจเหตุผลเพื่อสืบทายาทได้เธอ

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 187

    จักรพรรดิหมิงหยวนลุกขึ้นยืน “เสด็จพ่อ งั้นเรื่องนี้ก็...”ไท่ซ่างหวงหันกายออกไป “ใครจะไปรู้? แต่ข้าได้ยินมาว่าเดิมทีจิ้งโฮ่วจะเอาลูกสาวไปแต่งเป็นภรรยาฮุ่ยติ่งโฮ่ว จิ้งโฮ่วคนนี้ก็เป็นคนที่น่าสนใจเสียจริง ถ้าให้พูด มีเวลาเจ้ามองสถานการณ์ในราชสำนักไม่ชัดเจน ก็จะเห็นเพียงคนประเภทจิ้งโฮ่ว พวกเขาก็จะกระดิก

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 205

    ส่วนตำแหน่งองค์รัชทายาท เขาบอกว่าไม่เคยคิดว่านั่นคือของปลอม แต่เขารู้ภาระของตัวเอง หนึ่งประเทศให้เขาแบกรับไว้บนบ่า เขาจะรับไหวไหม? แต่ถ้าอ๋องจี้ได้รับอำนาจ ตัวเองจะสามารถสละตำแหน่งนี้ และเป็นท่านอ๋องทำตัวสบาย ๆ ได้อย่างสบายใจหรือไม่? ฉู่หมิงชุ่ยกล่าวต่อ “เพื่อตำแหน่งองค์รัชทายาท ทุกคนต่างมีเล่ห์เหลี

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 204

    สีหน้าของอ๋องฉีเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่เคยเห็นฉู่หมิงชุ่ยเป็นแบบนี้มาก่อน นางมักพูดอย่างนุ่มนวลมาตลอด การกระทำแน่วแน่ และใจดีต่อผู้อื่น แม้แต่คนรับใช้ในจวน นางก็ไม่เคยทำโอ้อวดว่าเป็นพระชายา แม่นมในวังก็เมตตายิ่งนักนางไม่เคยแสดงความรุนแรงมาก่อน เพราะตกใจกลัวแน่นอน อ๋องฉีคิดถึงเรื่องนี้แล้วเอื้อมมือออ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status