مشاركة

บทที่ 2

مؤلف: จูน
เธอหมดสติไปหลังจากฉีดยาที่เธอคิดค้นขึ้น พอตื่นขึ้นมาก็อยู่ที่นี่แล้ว

ความทรงจำบางอย่างในสมองของเธอ ที่ไม่ได้เป็นของเธอนั้นค่อย ๆ ไหลทะลักเข้ามาเชื่อมโยงความทรงจำอย่างช้า ๆ

หยวนชิงหลิงบุตรสาวภรรยาหลวงของขุนนางจิ้ง รอคอยอย่างเงียบ ๆ เธอเฝ้ารออ๋องฉู่ หวี่เหวินห่าวมานาน เมื่ออายุได้สิบห้าปี เธอไปที่บ้านขององค์หญิงเพื่อร่วมงานเลี้ยง และวางแผนจัดฉากว่าอ๋องฉู่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเธอ และการขู่ว่าจะทำร้ายตัวเอง เลยทำให้เธอกลายเป็นพระชายาของอ๋องฉู่

น่าเสียดายที่หลังจากอภิเษกสมรสในวังเป็นเวลาหนึ่งปี เธอทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ อ๋องฉู่ก็ไม่เคยชายตามองเธอแม้แต่นิดเดียว

สาววิศวะ แม้ว่าจะไม่เคยมีความรัก แต่ร่างกายบอกกับเธอว่า ก่อนเจ้าของเดิมจะเสียชีวิต เธอน่าจะเคยมีพฤติกรรมก้าวร้าวมาก่อน

ความทรงจำของเจ้าของเดิมในใจของเธอก็ยืนยันสิ่งนี้เช่นกัน

จากหมออัจฉริยะเลื่อนขั้นเป็นพระชายาอ๋องฉู่แห่งราชวงศ์ที่ไม่รู้จัก สิ่งที่เสียดายเพียงอย่างเดียวของหยวนชิงหลิงคือโครงการวิจัยที่เธอมีอยู่ในมือแต่ไม่สามารถดำเนินการได้อีกต่อไป

วิญญาณข้ามมิติทะลุเวลาเป็นเรื่องที่ไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์แบบนี้ได้เกิดขึ้นกับเธอ เธอไม่กังวลกับสถานการณ์ของเธอมากนัก แต่เธอคิดว่าถ้าเธอสามารถย้อนเวลากลับไปสู่ยุคปัจจุบันได้ เธออาจจะศึกษาเรื่องจิตวิญญาณดูซะหน่อย

การสูญเสียเลือดมากเกินไปทำให้เธอเวียนหัว จนไม่คิดอะไรเลย เดินกลับไปที่เตียงและเผลอหลับไป

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ข้างนอก มีเสียงดังเข้ามา ตามมาด้วยเสียงร้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส “ไปตามหมอเร็ว!”

ข้างนอกประตู มีเสียงเร่งรีบและวุ่นวายจากแม่นมฉี

กลิ่นเลือดลอดผ่านประตูไม้เข้ามา

หยวน ชิงหลิง จับเก้าอี้ด้วยมือทั้งสองข้าง พยายามฝืนยืนขึ้น และมองออกไป

เห็นเพียงแม่นมฉีและสาวรับใช้กำลังพยุงเด็กน้อยที่นั่งอยู่หน้าระเบียง

ตาของเด็กน้อยผู้นั้นมีเลือดออก และมีบางอย่างติดอยู่ในดวงตา เด็กน้อยร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด

แม่นมฉีร้อนรนมาก คิดที่จะยื่นมือไปปิดบริเวณที่มีเลือดออกให้เขา แต่วัตถุมีคมยื่นออกมาจากบริเวณลูกตา นางจึงคิดจะดึงวัตถุมีคมนั้นออก

เมื่อเห็นเหตุการณ์ หยวน ชิงหลิงก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่คำนึงถึงความเจ็บปวดในร่างกายของตัวเอง “อย่าขยับ!”

แม่นมฉีถึงกลับตกใจ และเมื่อหันหลังไปเห็นเป็นเธอ แม่นมฉีจึงพูดกับเธอด้วยความอารมณ์เสียว่า “ไม่ใช่เรื่องอะไรของพระชายาเพคะ พระองค์ทรงกลับไปเถอะเพคะ”

หยวน ชิงหลิงมอง ๆ ดูแล้ว รู้สึกโล่งใจ ของแหลมคมนั้นคือตะปู และไม่ได้เสียบเข้าไปในลูกตา แต่เฉียด ๆ ที่หางตา

ตะปูไม่ได้เข้าลึกมาก แต่หากดึงออกแรง ๆ ก็จะทำให้กระจกตาเสียหายและอาจทำให้แก้วฉีกขาดได้

“นำแหนบ, สำลี, เข็ม, เหล้า แล้วก็สมุนไพรอูโถว, เลี่ยงตั้งจึ, กัญชา, หยางจือจู๋ และดอกลำโพงม่วงมาเคี่ยวรวมกันเร็วเข้า!” หยวน ชิงหลิงดึงแม่นมฉีหลบไป และพูดกำชับอย่างนิ่ง ๆ

แม่นมฉีผลักเธอออกไปและพูดอย่างโมโหว่า “อย่าแตะต้องหลานชายของข้า”

“รอจนกว่าหมอมา...”

เมื่อเห็นเธอ แม่นมฉีก็เหมือนจะพูดอะไรออกมา และแม่นมฉีก็ผลักเธอเข้าไปในห้องด้วยแรงมหาศาลและปิดประตู

หยวน ชิงหลิงถูกผลักลงไปที่พื้น และมีประโยคที่เย็นชาสะท้อนอยู่ในหัวของเธอ “ไม่ต้องปฏิบัติกับนางเหมือนเจ้านาย ให้ถือซะว่าข้าเลี้ยงหมาอีกตัวในจวนฉู่”

ดังนั้นแล้วจึงไม่แปลกใจเลยสักนิดที่บ่าวไพร่ในเรือนจะไม่เคารพเธอ

หยวน ชิงหลิง ค่อย ๆ เอนหลังลงบนเตียง ได้ยินเสียงร้องของเด็กน้อยจากข้างนอก หัวใจของเธอก็รู้สึกอึดอัดและท้อแท้

เสียงนั้นค่อย ๆ จางหายไป ดูเหมือนจะถูกพาไปไว้ที่ไหนสักแห่งในจวนนี้

เด็กคนนั้นอายุประมาณสิบปี?

น่าเสียดาย หากการรักษาล่าช้า ตาที่บาดเจ็บอาจใช้การไม่ได้หรืออาจเสียชีวิตจากการติดเชื้อก็เป็นได้

หยวน ชิงหลิง ไม่ได้รู้สึกเห็นอกเห็นใจ เธอคิดเพียงว่าสิ่งที่เรียนรู้คือการแพทย์และเภสัช เธอค้นคว้าเกี่ยวกับยาและไวรัส ครอบครัวของเธอล้วนเป็นหมอ ตั้งแต่เด็ก ปู่ย่าตายายของเธอพูดเน้นถึงเรื่องความรับผิดชอบของหมอและวิธีของการรักษาเป็นส่วนมาก

ในสายตาของตระกูลหยวน การรักษาเป็นหน้าที่สูงสุด

พวกเขาฝึกฝนตัวเอง และใช้ชีวิตทั้งชีวิตทำมันให้ดี
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
تعليقات (1)
goodnovel comment avatar
Sorasit
สนุกดีนะคะ อ่านต่อๆ
عرض جميع التعليقات

أحدث فصل

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1015

    ซูยี่อยู่ในห้องของสุนัขป่าเช่นกัน เมื่อเห็นอวี่เหวินห่าวและหยวนชิงหลิงเข้ามา เขาพูดอย่างกังวล "องค์รัชทายาท พระชายา นายน้อยสุนัขป่าไม่กินอะไรเลย หาหมอหลวงดีไหมพ่ะย่ะค่ะ?"อวี่เหวินห่าวหัวเราะ "เขารักษาอาการป่วยของสุนัขป่าไม่ได้ จะพาเขาไปทำไม?"เขาดูสุนัขป่าน้อยสามตัวนอนอยู่บนเตียงเล็ก ร่างเล็ก ๆ ของพวกมันเบียดเสียดกัน ดูเซื่องซึม บางทีอาจเป็นเพราะพวกมันไม่ได้กินอะไรจึงดูอ่อนแอและซูบผอมเป็นพิเศษ อวี่เหวินห่าวพูดด้วยความประหลาดใจว่า "ผอมลงมากขนาดนี้เลยรึ? สุนัขป่าคงหิวมากแน่ ๆ""สุนัขป่าที่โตเต็มวัย เวลาหิวนั้นกินอาหารหนึ่งมื้อสามารถอยู่ได้นานถึงครึ่งเดือน ตอนนี้พวกมันยังเด็กและต้องกินเนื้อ" ซูยี่เลี้ยงสุนัขป่า และได้ศึกษาการเลี้ยงมามากมายอวี่เหวินห่าวหยิบหนึ่งในนั้นขึ้นมา เห็นสุนัขป่าหิมะตัวน้อยนอนนิ่งอยู่ในมือของเขาเหมือนก้อนสำลีเบาหวิวไม่มีน้ำหนัก "ตัวนี้ของใครกัน?""ของเสี่ยวลั่วหมี่" หยวนชิงหลิงกล่าว "ตัวเล็กที่สุดคือของเสี่ยวลั่วหมี่ ท่านดูสิแยกออกได้เลยเห็นไหม ของ เปาจื่อปากจะแหลมมาก ของทังหยวนก็หน้ากลมกว่า มันแปลกที่จะบอกว่าสุนัขป่าพวกนี้ ทั้งลักษณะนิสัยหรือรูปร่างหน้าตา พว

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1014

    อวี่เหวินห่าวไม่ได้อธิบายอะไรแทนจิ้งถิง เขาแค่พูดว่า "เขาจะอยู่ในจวนสักพัก ดังนั้นเจ้าควรเปิดตาของเจ้าดูสิว่าเขาจริงใจหรือเสเเสร้ง เจ้าฉลาดมากขนาดนี้ ย่อมต้องดูออกอยู่แล้ว”หยวนชิงหลิงได้ยินถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงของเขา ดูเหมือนว่าเขาใส่ใจมิตรภาพนี้จริง ๆหยวนชิงหลิงลองคิดดูแล้ว หลังจากใช้เวลาร่วมกับจวิ้นจู่มาสองสามวัน จวิ้นจู่ก็เป็นคนตรงไปตรงมาและเปิดเผย ดังนั้นนางคงไม่หาสามีที่มีจิตใจล้ำลึกซับซ้อนหรอกนางจึงขอโทษเขา "ข้าคิดมากไป ในอนาคตข้าจะไม่พูดอะไรแบบนี้อีก"อวี่เหวินห่าวเอื้อมมือไปเชยคางนาง และมองหน้านาง "เหล่าหยวน ข้าเองก็เห็นว่านิสัยของเจ้าช่างเถรตรงจริง ๆ แม้ว่าบางครั้งเจ้าจะดุร้าย เผด็จการ และไม่มีเหตุผล แต่ถ้าเจ้าทำอะไรผิด เจ้าจะต้องขอโทษอย่างแน่นอน เกรงว่าแม้จะเป็นคนรับใช้ก็ยังกล่าวคำขอโทษได้ เจ้านี่นิสัยดี ใช้ได้จริง ๆ"“ข้าเป็นคนไร้เหตุผลตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” หยวนชิงหลิงหัวเราะ “ท่านจะชมข้าก็ชมสิ ทำไมต้องดุกันก่อน”อวี่เหวินห่าวหัวเราะ "รางวัลและบทลงโทษต้องแยกให้ออกจากกันอย่างชัดเจน หากเจ้าทำสิ่งที่ถูกต้อง เจ้าควรได้รับคำชมเชย หากเจ้าทำอะไรผิด ก็ต้องบอกกล่าวตักเตือ

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1013

    เขากลับมาที่จวนอย่างไม่สบอารมณ์ หยวนชิงหลิงเห็นว่าเขาขมวดคิ้ว นางรู้ว่าเป็นเพราะเรื่องลงนามพันธมิตรอีกเป็นแน่ ดังนั้นนางจึงปลอบเขาอวี่เหวินห่าวพูดด้วยความโกรธ "เสด็จพ่อจงใจทำให้ข้าลำบาก จูกั๋วกงเห็นด้วยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องสำคัญขนาดนั้นเลยรึอย่างไร?"หยวนชิงหลิงหัวเราะ "ท่านอยู่ในเกมและกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเกินไป จึงไม่เข้าใจความหมายของเสด็จพ่อ เสด็จพ่อต้องการให้ท่านเอาแรงสนับสนุนจากจูกั๋วกงมาให้ได้ ไม่ใช่แค่แรงสนับสนุนเรื่องนี้เท่านั้น แต่มันจะเป็นแรงสนับสนุนงานในอนาคตทั้งหมดของท่าน เพราะตอนนี้เขาเป็นคนที่สามารถปราบปรามตี้เว่ยหมิงอย่างออกหน้าได้ นั้นก็คือตัวเขาที่เป็นพ่อตา”อวี่เหวินห่าวตกตะลึงไปครู่หนึ่ง "เจ้าหมายความว่า เสด็จพ่อก็มองตี้เว่ยหมิงออกด้วยหรือ?"หยวนชิงหลิงยืนพิงเขา "เสด็จพ่อย่อมต้องรู้มากกว่าท่านอยู่แล้ว เหมือนที่ท่านเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าพระองค์ลำเอียงเข้าข้างพี่ใหญ่เสมอ จริง ๆ แล้วพระองค์ทรงรู้อยู่แก่ใจ พระองค์แค่ให้โอกาสพี่ใหญ่เสมอ แต่เมื่อเจอโอกาสที่เหมาะสม ก็ควรจัดการไม่ใช่หรอกหรือ? ความคิดของพระองค์ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นจงทำตามที่พระองค์ต้องการเถอะ จัดก

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1012

    พระชายาจี้พูดจบก็กลับไปนั่งลงบนเก้าอี้เก้าอี้ที่นางนั่งนั้นใหญ่มาก แต่นางผอมมากเนื่องจากป่วยมาเป็นเวลานาน เก้าอี้นั้นยังมีพื้นที่เหลืออีกมาก ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นนั่งบนเก้าอี้กว้างตัวใหญ่ประจัญหน้ากับพวกขุนนางกว่าสิบคนที่อยู่ตรงนั้นแม่ทัพซุยไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป ความโกรธบนใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวคนที่เหลือก็เงียบและก้มหน้าเช่นกันพระชายาจี้รออยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวอย่างใจเย็นว่า "องค์รัชทายาทคือผู้กำหนดชะตา ถ้าเจ้าปฏิบัติตามให้ดี เจ้าจะมีชีวิตอยู่อย่างมั่งคั่งและมั่งคั่งในภายภาคหน้า วันนี้ข้าพูดได้เพียงเท่านี้ ทุกคนไปเถอะ รักษาตัวด้วย"หลังจากพูดจบ นางก็ยืนขึ้น และเดินออกไปโดยเอามือไพล่หลัง แผ่นหลังบาง ๆ ของนางตั้งตรงดูยิ่งใหญ่ราวกับว่าสามารถแบกท้องฟ้าได้ครึ่งหนึ่งแรงสนับสนุนของอวี่เหวินห่าวสูงขึ้นเรื่อย ๆอย่างไรก็ตาม มีคน ๆ ​​หนึ่งที่มีความคิดเห็นเป็นปฏิปักษ์อยู่เสมอ ถึงกับตำหนิเขาตรง ๆ ต่อหน้าท้องพระโรงทำให้บรรยากาศของวันนั้นแย่เป็นอย่างยิ่ง แม้แต่จักรพรรดิหมิงหยวนก็ยังกริ้วจนหน้าดำจูกั๋วกงคนนี้คือ จูหรูเพ่ย เป็นพ่อตาของตี้เว่ยหมิงเมื่อก่อน

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1011

    มีแม่ทัพแซ่ซุยอยู่ที่นี่ ซึ่งเคยอยู่กับตี้เว่ยหมิงมาก่อน และตี้เว่ยหมิงได้ติดต่อเขาแล้ว เมื่อได้ยินสิ่งที่พระชายาจี้พูด เขาพูดอย่างเฉยเมยว่า "ข้อเสนอขององค์รัชทายาทที่จะจัดตั้งพันธมิตรกับต้าโจว ไม่ต่างอะไรไปกว่าการกระทำของคนขี้ขลาด คิดว่าด้วยการสนับสนุนของต้าโจว เป่ยถังของเราจะสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสงบสุขรึ และเช่นกันด้วยวิธีนี้ เป่ยถังของเราจะต้องมองสีหน้าท่าทีของต้าโจวในทุก ๆ เรื่องงั้นหรือ? นี่คิดว่ามันคงไม่เหมาะกระมั่ง”พระชายาจี้มองเขา น้ำเสียงของนางเย็นชาเล็กน้อย “แม่ทัพซุย แม้ว่าข้าจะเป็นผู้หญิง แต่ข้าก็รู้ด้วยว่าสิ่งที่องค์รัชทายาทเสนอเป็นพันธมิตร มิใช่การยอมจำนน ทำไมเจ้าต้องสังเกตสีหน้าท่าทางต้าโจวทุกอย่างด้วย?”แม่ทัพซุยพูดอย่างแข็งกร้าว "พระชายาคงไม่เข้าใจสินะ? เมื่อพันธมิตรถูกจัดตั้งขึ้น ก็จะมีข้อจำกัดซึ่งกันและกัน ข้อจำกัดทางทหารไม่ใช่เรื่องที่ดี"พระชายาจี้ถึงกับขำ แววตาของนางดูเย็นชาขึ้นมา "จริงหรือ? แล้วทำไมข้าถึงได้ยินว่าสนธิสัญญานี้หมายถึงการไม่รุกรานกัน? หรือว่าแม่ทัพซุยมีความคิดที่จะรุกรานแคว้นอื่น"แม่ทัพซุยตกตะลึง "นี่...ข้าย่อมไม่มีอยู่แล้ว"“ในเมื่อไม่มี เจ

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1010

    หยวนชิงหลิงไม่สบายใจ อย่างไรก็ตาม เสี่ยวลั่วหมี่ยังมีไข้อยู่นางยิ้มและพูดว่า "เสด็จย่า พวกเขาอาจจะงอแง เกรงว่าจะทำให้พระองค์ทรงเหนื่อยได้เพคะ"ไทเฮาทรงมีสีพระพักตร์นิ่งเฉย และตรัสอย่างไม่พอใจว่า “เกรงว่าคนแก่อย่างข้าจะอ่อนล้า หรือไม่วางใจให้ข้าดูแลพวกเขากัน? กลัวว่าพวกเขาอยู่กับข้าแล้วจะดูแลไม่ดี ไม่มีนมให้กินอย่างนั้นรึ” หยวนชิงหลิงยิ้มและพูดว่า "ดูพระองค์พูดสิเพคะ พระองค์จะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเลวร้ายได้อย่างไร? พระองค์ออกจะรักเหมือนเป็นหัวแก้วหัวแหวน... "“บุ้ย ๆ ๆ หัวแก้วหัวแหวนอะไรกัน ไม่ใช่ลูกสาวสักหน่อย แต่เป็นทองคำต่างหาก ทองคำของข้า” ไทเฮาทรงตรัสแปลก ๆ ขณะอุ้มเสี่ยวลั่วหมี่ไว้นางเงยหน้าขึ้นและมองไปที่หยวนชิงหลิงและพูดอย่างเย็นชาว่า "อย่าพูดไร้สาระ แค่อยู่ในวังสักสองสามวัน ไว้หายดีแล้วค่อยให้เจ้ามารับไป หากยังกังวลใจ ให้ไปหาไท่ซ่างหวงให้รับรองให้เจ้าเถอะ”หยวนชิงหลิงได้ยินว่านางถึงกับยกไท่ซ่างหวงออกมาแบบนี้ นางจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร นางจึงจำใจต้องส่งลูกที่เพิ่งครบเดือนให้ห่างอกนางเท่านั้นอย่างไรก็ตาม เมื่อนึกถึงเรื่องการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์ ทุกวันนี้นางก็แทบไม่มีเวลา

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 973

    อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วเสี่ยวลั่วหมี่ก็ไม่เคยห่างนางเลยสักครั้ง ตอนนี้กลับถูกจิ้งโฮ่วลักพาตัวไป นางเองไม่รู้ว่าทำไมนางถึงกลัวได้มากมายขนาดนี้เขาขี้ตกใจ ขนาดตัวเองผายลมออกมาเอง ก็ยังทำให้ตัวเองตกใจจนร้องไห้ออกมาได้อวี่เหวินห่าวเห็นมือเท้านางเย็นแบบนี้ เขารู้ว่านางหวาดกลัวมาก ดังนั้นเขาจึงกอดนางแล

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 1002

    หยวนหยงอี้ว้าวุ่นใจจนแทบไม่ได้นอนทั้งคืน และหลับไปด้วยความสะลึมสะลือในตอนเช้าเท่านั้นอย่างไรก็ตาม วันนี้นางสัญญาว่าจะไปเที่ยวกับพี่หยวน ดังนั้นนางจึงตื่นแต่เช้าแม้จะง่วงมากก็ตามอาไฉ่เข้ามารับใช้นาง นางรู้สึกประหลาดใจมากและพูดว่า "วันนี้ท่านอ๋องตื่นเช้ามาก และตอนนี้กำลังฝึกซ้อมอยู่ที่ลานด้วยเพคะ"เมื่

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 982

    หยวนชิงหลิงไม่กล้าดื่มมันเลย อย่างไรก็ตาม ถ้านางดื่มแก้วเล็ก ๆ นางก็เมาจนสติหลุดอยู่ดีแต่ด้วยการยุของพระชายาซุนและองค์หญิงเหวินจิ้ง นางจึงยกแก้วเหล้าขึ้นจิบลงไปกลายเป็นน้ำเปล่านางมองไปที่นางข้าหลวงสี่ด้วยความประหลาดใจ และนางข้าหลวงสี่ก็พูดเสียงเบาอย่างไร้ความรู้สึกว่า "องค์หญิงควรรู้องค์เองนะเพคะ พว

  • ใต้หล้าสยบรัก   บทที่ 976

    จวนอ๋องฉู่วันนี้ครึกครื้นมีชีวิตชีวาจริง ๆแม้ว่าจะไม่ได้ติดต่อกับรัชทายาท แต่ในวันนี้ย่อมต้องมากันที่นี่คู่สามีภรรยาอ๋องอันและอ๋องซุนที่มาพร้อมกัน ของขวัญจากจวนอ๋องซุนได้ถูกส่งมาก่อนล่วงหน้าแล้ว ขณะที่อ๋องอันเข้ามา ได้ถือกล่องผ้ามายืนอยู่ตรงหน้าอวี่เหวินห่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "น้องห้า เจ้านี่ถือว่าไ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status