LOGINหลินซีอินส่ายหน้า: “ไม่ออกไปเจอหรอก นี่เธอซื้อของสดมาเหรอ?” “เลขาซื้อมาให้น่ะ” เซียวรั่วอีหิ้วถุงวัตถุดิบเดินเข้าไปในครัว: “เดี๋ยวทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานให้กินนะ” หลินซีอินเดินตามเข้าไป: “อย่าใช้งานเลขาให้มาทำเรื่องพวกนี้เลยน่า โทรบอกฉันคำเดียว ฉันลงไปซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตข้างล่างเองก็ได้” “จะปล่อยให้เธอไปได้ยังไงล่ะ” เซียวรั่วอีแย้ง: “เธอเป็นคนท้องนะ จะให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมาไม่ได้เด็ดขาด อีกอย่างฉันก็จ่ายเงินเดือนเลขาตั้งแพง ให้ช่วยแวะซื้อของสดนิดหน่อยจะเป็นไรไป” หลินซีอินยิ้มพลางยื่นมือออกไป: “งั้นเอาต้นหอมมา เดี๋ยวฉันช่วยเด็ด” “ไม่ต้องเลย” เซียวรั่วอีดันหลังเพื่อนไปที่หน้าประตูห้องครัว: “นั่งอยู่ตรงนี้แล้วคุยเป็นเพื่อนฉันก็พอแล้ว” หลินซีอินจึงได้แต่ยอมนั่งลงแต่โดยดี เซียวรั่วอีง่วนอยู่กับการเตรียมของพลางพูดขึ้นว่า: “เผยมู่เหยี่ยฝากฉันมาบอกเธอว่า เขาไม่ได้นอกใจ เขากับหมิงชิงหว่านบริสุทธิ์ใจต่อกัน แถมยังบอกอีกว่าจะขอนัดเวลา เอาหมิงชิงหว่านมาเผชิญหน้าเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ด้วยนะ” พูดจบเธอก็หันกลับมามองหลินซีอิน: “เธอเชื่อไหมล่ะ?” หลินซีอินเอนศีรษะพิงกรอบประตู:
ทว่าเมื่อมาถึงหน้าประตูห้องของตัวเอง เธอกลับเห็นเผยมู่เหยี่ยยืนรออยู่ด้านนอก “ประธานเผย แขกคนสำคัญนี่เอง” น้ำเสียงของเซียวรั่วอีแฝงความประชดประชัน: “ไม่ทราบเลยนะคะว่าประธานเผยจะให้เกียรติมาเยือนถึงที่ เลยไม่ได้ออกไปต้อนรับให้สมเกียรติ ต้องขออภัยด้วย” ใบหน้าของเผยมู่เหยี่ยดูอิดโรยเล็กน้อย ชายหนุ่มไม่ได้ถือสากับถ้อยคำที่แฝงความเป็นศัตรูของเซียวรั่วอี เขาเอ่ยปาก: “เราคุยกันหน่อยได้ไหมครับ” ในเมื่อหลินซีอินไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขา เซียวรั่วอีซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกที่เขาน่าจะลองคุยด้วยดู “ระหว่างเรามีเรื่องอะไรให้ต้องคุยกันด้วยเหรอคะ” เซียวรั่วอีตอบกลับ: “รบกวนหลีกทางด้วยค่ะ ฉันจะเข้าบ้านไปทำกับข้าวแล้ว”“ขอเวลาคุณแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น” เผยมู่เหยี่ยพูดต่อ: “ผมคิดว่าถ้าเป็นไปได้ คุณเองก็คงไม่อยากเห็นหร่วนหร่วนต้องหย่าหรอก จริงไหม” “งั้นคุณก็คิดผิดแล้วล่ะค่ะ” เซียวรั่วอีสวนทันควัน: “ฉันสนับสนุนให้หร่วนหร่วนหย่าแบบสุดตัวเลยล่ะ อ้อ แล้วอีกอย่าง หร่วนหร่วนก็บอกไปแล้วนี่คะว่าไม่อนุญาตให้คุณเรียกชื่อเล่นของเธอ ทำไมคุณถึงจำไม่ได้สักที” “ทีพวกคุณยังเรียกได้ แ
“ทำเพื่อลูกงั้นเหรอ?” เมื่อสบเข้ากับแววตาอันกระจ่างใสของหลินซีอิน เผยมู่เหยี่ยก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงได้เข้าใจว่าคำพูดของหลินซีอินนั้นหมายความว่าอย่างไร เขาส่ายหน้า: “ไม่ใช่... ไม่ใช่แค่เพราะลูก แต่ชีวิตคู่ของเรา ผมอยากรักษามันไว้หร่วนหร่วน... บางทีผมอาจจะพูดคำหวานไม่เป็น แต่คุณ... คุณคือผู้หญิงคนแรกที่ผมชอบ และเป็นเพียงคนเดียว...” พูดยังไม่ทันจบประโยค เขากลับได้ยินเสียงแค่นหัวเราะดังขึ้น เผยมู่เหยี่ยมองหลินซีอินด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการเสียดสีและเย้ยหยันเมื่อครู่ จะหลุดออกมาจากปากของหลินซีอิน “เผยมู่เหยี่ย นึกไม่ถึงเลยนะว่าคุณจะเสแสร้งได้เก่งขนาดนี้” หลินซีอินเอ่ย: “เพื่อรั้งไม่ให้เราต้องหย่ากัน คุณนี่ช่างลงทุนลงแรงซะเหลือเกินนะ” สิ้นคำพูด หลินซีอินก็ยื่นมือออกไปผลักเขาอย่างแรง เผยมู่เหยี่ยไม่ได้ระวังตัวแม้แต่น้อย อาศัยจังหวะนั้น หลินซีอินก็ปิดประตูกระแทกใส่หน้าเขาเสียงดังปัง เผยมู่เหยี่ยไม่ทันระวังตัว จึงถูกปิดประตูขังไว้ข้างนอก ชายหนุ่มที่พลาดท่าถูกขังอยู่ด้านนอกยกมือขึ้นเคาะประตู: “หร่วนหร่วน ผมยังพูดไม่จบนะ เรื่องขอ
ทีแรกเผยมู่เหยี่ยไม่รู้เลยว่าสองวันที่ผ่านมานี้หลินซีอินมาพักอยู่กับเซียวรั่วอี เขาไปตามหาเธอที่มหาวิทยาลัยก่อนเป็นอันดับแรก แต่ทางนั้นกลับบอกว่าเธอยังไม่กลับมา เขาจึงโทรศัพท์ไปหาหลินจื่อหาว ปลายสายตกใจอยู่ไม่น้อยในตอนแรก แต่พอได้ยินว่าเขาโทรมาถามเรื่องหลินซีอิน น้ำเสียงของอีกฝ่ายถึงได้กลับมาเป็นปกติ หลินซีอินไม่ได้กลับไปที่บ้านตระกูลหลินเช่นกัน หลังจากได้เรื่องจากการโทรหาหลินจื่อหาว ก่อนจะกดตัดสาย เผยมู่เหยี่ยก็ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งว่า: “นายโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เลิกทำเรื่องพวกนั้นให้พี่สาวนายต้องมานั่งเป็นห่วงได้แล้ว” หลินจื่อหาวรับคำด้วยความหวาดหวั่น: “ผมทราบแล้วครับพี่เขย” เผยมู่เหยี่ยวางสายไป หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงสั่งให้คนไปสืบหาที่อยู่ของหลินซีอินโดยตรงแล้ว แต่ตอนนี้ เขากลับมีข้อกังวลมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ร้อนใจจนทนไม่ไหว ท้ายที่สุดเมื่อหมดหนทางจึงยอมให้คนไปสืบดู ถึงได้รู้ว่าหลินซีอินมาพักอยู่กับเซียวรั่วอี เมื่อเปิดประตูห้องออกมาเจอเผยมู่เหยี่ย หลินซีอินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม: “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?” “ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ” เผยมู่เหยี
บรรยากาศตลอดมื้ออาหารหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและเป็นกันเอง ท้ายที่สุดแล้ว การที่หลินซีอินออกจากโรงพยาบาลได้ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แถมในที่สุดหลินซีอินยังได้กินหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่ตัวเองเฝ้าใฝ่ฝันหามาตลอดเสียที ไม่ใช่แค่หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงเท่านั้น แต่ยังมีอาหารอย่างอื่นอีกสารพัด สรุปก็คือ... หลินซีอินที่ต้องทนกินแต่อาหารรสจืดชืดมานานจนลิ้นแทบไม่รับรู้รสชาติ ได้กินอาหารมื้อนี้อย่างเอร็ดอร่อยจนหยุดไม่ได้ ทานข้าวเสร็จ เซียวรั่วอีก็พาหลินซีอินกลับ สรุปว่าพวกเขาสี่คนสั่งกับข้าวมาหกอย่างกับซุปอีกหนึ่งที่ และก็พากันจัดการจนเกลี้ยง เมื่อมองดูจานเปล่าบนโต๊ะ ไม่รู้ทำไมฉือเทียนหลินถึงรู้สึกภูมิใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงโมเมนต์อีกครั้ง ครั้งนี้พร้อมแคปชันว่า: ภารกิจกินเกลี้ยงจาน เริ่มต้นที่ตัวเรา ไม่รู้เลยว่าโพสต์นี้ทำเอาใครต่อใครเห็นแล้วถึงกับต้องขยี้ตารัว ๆ ด้วยความตกใจไปกี่คน คุณชายใหญ่ฉือเนี่ยนะ เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้วเหรอ? ถึงกับรู้จักแคมเปญกินเกลี้ยงจานด้วย?ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย หลังจากส่งหลินซีอินกับเพื่อนกลับไปแล้ว ฮั่วเซียนหยางและฉือเท
บังเอิญอะไรกัน วันนี้เขาจงใจทำชัด ๆ ถึงแม้เขาและเผยมู่เหยี่ยจะไม่ถูกกันราวกับน้ำกับไฟ แต่การที่ทั้งคู่กลับแอดเฟรนด์กันไว้นั้น คิด ๆ ดูก็น่าเหลือเชื่อพิลึก ใช่แล้ว โมเมนต์ที่เพิ่งโพสต์ไปเมื่อครู่นี้ เขาตั้งใจให้เผยมู่เหยี่ยเห็นแค่คนเดียวเท่านั้น และเผยมู่เหยี่ยจะต้องดูออกอย่างแน่นอน เพราะถึงแม้ในรูปจะเป็นแค่อาหารมื้อธรรมดา ทว่าแคปชันที่เขาเขียนคู่กันคือ: เพื่อนออกจากโรงพยาบาล มาฉลองด้วยกันแล้วคนที่ออกจากโรงพยาบาลในวันนี้ จะเป็นใครไปได้อีกล่ะถ้าไม่ใช่หลินซีอิน? ทางด้านเผยมู่เหยี่ยที่กำลังคิดหาวิธีติดต่อและหาโอกาสคุยกับหลินซีอินอยู่นั้น ก็พอดีกับที่สายตาเหลือบไปเห็นโมเมนต์ที่ฉือเทียนหลินเพิ่งโพสต์เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือ แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ทว่าในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต่างรู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี ความคิดที่จะอวดอ้างของฉือเทียนหลิน เผยมู่เหยี่ยเพียงแค่มองปราดเดียวก็เดาทางออก ต้องยอมรับเลยว่าในเรื่องพรรค์นี้ ความคิดของทั้งคู่กลับตรงกันอย่างน่าประหลาด หากเป็นเมื่อก่อน เผยมู่เหยี่ยคงทนไม่ไหว บุกไปถึงที่แล้วพาตัวหลินซีอินกลับมาอย่างอุกอาจแน่ ๆ แต่ตอนนี้ เ




![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


