Share

บทที่ 2

Author: ซีซีโหย่วอวี๋
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูกเลี้ยงที่เย็นชาและทรงอำนาจคนนี้ โจวอวี้ซู่ไม่เคยได้เปรียบเลยสักครั้ง

เธอไม่กล้าชนกับเขาตรง ๆ ทำได้เพียงลอบเล่นตุกติกอยู่ลับหลัง เธอรู้ดีว่าที่เขาพุ่งเป้ามาที่เธอ เป็นเพราะเพิ่งได้ยินสิ่งที่เธอพูดถึงหลินซีอิน

ไม่ใช่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนั้นดีเด่มากมายอะไร แต่เป็นเพราะอำนาจของเผยมู่เหยี่ยนั้นไม่อนุญาตให้ใครมาสอดปากต่างหาก

ปีนั้นเผยมู่เหยี่ยจำใจแต่งงานกับหลินซีอินเพราะทนแรงกดดันจากนายท่านไม่ไหว ทั้งคู่ทำได้เพียงให้เกียรติกันตามมารยาทเท่านั้น ว่ากันว่าในใจของเผยมู่เหยี่ยมีคนอื่นอยู่แล้ว โจวอวี้ซู่จึงรอคอยที่จะดูเรื่องตลกนี้มาตั้งนานแล้ว

โจวอวี้ซู่ไม่กล้าโต้แย้ง ได้แต่ยิ้มเจื่อน “ฉันแค่ล้อซีอินเล่น ซีอินเป็นนักวิทยาศาสตร์ ฉันยังรอให้เธอสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ เชิดหน้าชูตาให้ตระกูลเผยอยู่เลย จะให้เธอเข้าครัวได้ยังไง”

คำพูดนี้ช่างฟังดูแฝงนัย แฝงความเจ็บแสบและประชดประชันอยู่ไม่น้อย

นักวิทยาศาสตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ ตั้งแต่ก่อตั้งประเทศมาจนถึงตอนนี้ จะมีสักกี่คนกันเชียว

เผยมู่เหยี่ยถอดเสื้อสูทออกแล้วโยนทิ้งไว้ข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ผมอยากรู้จริง ๆ ว่าคุณสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติไปมากแค่ไหน แล้วช่วยเชิดหน้าชูตาให้บ้านหลังนี้ไปเท่าไหร่แล้ว?”

รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวอวี้ซู่แทบจะฝืนไว้ไม่อยู่

หมิงชิงหว่านเดินเข้ามาพอดี เธอส่งเสียงเรียกอย่างอ่อนหวานจากด้านหลังเขา “พี่มู่เหยี่ย เป็นอะไรไปคะ?”

ความหงุดหงิดและเกรี้ยวกราดบนใบหน้าของเผยมู่เหยี่ยจางหายไปไม่น้อย เขาหันกลับไปมองหมิงชิงหว่านแวบหนึ่งแล้วตอบกลับไปประโยคเดียว “ไม่มีอะไร”

พูดจบก็ปลดกระดุมแขนเสื้อพลางเดินเข้าไปด้านใน เมื่อเดินผ่านข้างกายหลินซีอินก็เอ่ยขึ้นว่า “ยังจะยืนอยู่อีก? กลับห้อง”

จากนั้นก็เดินนำขึ้นไปชั้นบน

หลินซีอินหันไปมองหมิงชิงหว่าน หมิงชิงหว่านเผยรอยยิ้มยั่วยุส่งมาให้เธอ

ที่เผยมู่เหยี่ยเพิ่งจะออกหน้าแก้สถานการณ์ให้เธอเมื่อครู่ หลินซีอินรู้ดีว่าเป็นเพราะเผยมู่เหยี่ยไม่ชอบแม่เลี้ยงคนนี้

เวลาที่เขาอารมณ์ขึ้น ไม่มีใครกล้าตอแยทั้งนั้น

แต่เสียงเรียก “พี่มู่เหยี่ย” เพียงคำเดียวของหมิงชิงหว่าน กลับทำให้ความเกรี้ยวกราดทั่วร่างของเขามลายหายไปจนสิ้น

หลินซีอินสบตากับหมิงชิงหว่านราวกับต้องการทำร้ายตัวเอง จากนั้นจึงดึงสายตากลับมาแล้วหันหลังเดินขึ้นไปชั้นบน

โจวอวี้ซู่ประดับรอยยิ้มที่พอเหมาะบนใบหน้า พลางก้าวไปรับหน้าสองก้าว “ชิงหว่าน รีบเข้ามาสิ ตรงประตูมันหนาว”

หมิงชิงหว่านเอ่ยปากอย่างว่านอนสอนง่าย “ขอบคุณค่ะคุณน้า”

“ยังจะเรียกคุณน้าอะไรอีก” โจวอวี้ซู่ลูบผมของเธอ “อีกไม่นานก็ต้องเปลี่ยนสรรพนามแล้ว”

เมื่อเดินเลี้ยวพ้นมุมจนไม่ได้ยินเสียงสนทนาด้างล่างแล้ว หลินซีอินก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกลับเข้าไปในห้องของเธอและเผยมู่เหยี่ย

มีเสียงน้ำไหลดังมาจากห้องน้ำ เผยมู่เหยี่ยกำลังอาบน้ำอยู่

หลินซีอินนั่งลงบนเก้าอี้ริมหน้าต่าง หลุบตามองดูแสงไฟจากบ้านเรือนหลายหมื่นหลังคาเรือน

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอรับสาย “อวิ๋นซี”

หลี่อวิ๋นซีตอบรับคำหนึ่ง แล้วเอ่ยถาม “ข้อมูลพวกนั้นเมื่อตอนบ่าย เธอคำนวณเสร็จหรือยัง?”

หลินซีอินใช้นิ้วชี้คลึงขมับ “คำนวณเสร็จแล้ว”

“ข้อมูลอื่น ๆ ฉันส่งเข้าอีเมลเธอแล้ว พรุ่งนี้เธอจะได้สบายขึ้นหน่อย”

“นายทำเสร็จแล้วเหรอ?” หลินซีอินประหลาดใจ “ทางนั้นไม่ยุ่งหรือไง?”

หลี่อวิ๋นซีตอบ “ก็พอได้ ข้อมูลส่วนนี้เธอไม่ค่อยคุ้น แล้วก็ไม่ได้ถนัดด้วย คำนวณไปคงจะลำบากเปล่า ๆ ฉันเลยถือโอกาสทำให้แล้ว”

บางครั้งการรันข้อมูลตัวเดียว ก็ต้องใช้เวลาคำนวณถึงสองชั่วโมง

เมื่อนึกถึงคู่หูคนใหม่ที่ไม่ถนัดเรื่องข้อมูล ในใจของหลินซีอินก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ขอบใจนะ ถ้านายมีธุระอะไรก็เรียกฉันได้ตลอดเลย”

“แค่นี้ก่อนนะ ไว้พบกัน”

เผยมู่เหยี่ยเดินออกมา และได้ยินประโยคนี้เข้าพอดี

หลินซีอินได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงช้อนตามองไป

ชายหนุ่มใช้มือข้างเดียวเช็ดผม ไออุ่นของน้ำจากการอาบน้ำไม่ได้ช่วยทำให้ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนขึ้นเลย แม้แต่ขนตาที่เปียกชื้นเล็กน้อย ก็ยังเผยให้เห็นถึงความดุดัน

ผ้าเช็ดตัวถูกผูกไว้ที่เอวอย่างหลวม ๆ เส้นวีไลน์คมชัดสวยงาม กล้ามหน้าท้องเรียงตัวเป็นลอน ๆ อย่างน่าดึงดูดสายตา

เธอลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก ในจังหวะที่จะเดินสวนกับเผยมู่เหยี่ย ข้อมือก็ถูกคนคว้าเอาไว้

“ทำอะไร” หลินซีอินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ได้เวลาลงไปกินข้าวแล้ว”

นับตั้งแต่เห็นหมิงชิงหว่าน อารมณ์และหัวใจของเธอก็ตึงเครียดมาโดยตลอด

พูดจบเธอก็คิดจะสลัดเขาให้หลุด แต่เผยมู่เหยี่ยกลับรั้งตัวเธอเข้าไปในอ้อมกอด แล้วก้มหัวลงทำท่าจะจูบเธอ

พอหลินซีอินนึกถึงรอยยิ้มที่เขามีให้หมิงชิงหว่าน แถมยังให้ของขวัญหมิงชิงหว่านด้วย ในกระเพาะก็เกิดอาการปั่นป่วนขึ้นมาทันที

สองมือของเธอยันหน้าอกของเขาเอาไว้ แล้วผลักเขาออกไปตรง ๆ

เผยมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว เผยให้เห็นความรำคาญใจเล็กน้อย

ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็ถามขึ้น “เป็นอะไรไป? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”

หลินซีอินรู้ดีว่า ในเรื่องความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างพวกเขา เผยมู่เหยี่ยมีอำนาจควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ

ขอเพียงเขาเอ่ยปากว่าต้องการ หลินซีอินก็จะไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

เมื่อคิดถึงจุดนี้ หลินซีอินก็ยิ่งปวดใจ

เผยมู่เหยี่ย...คงเห็นเธอเป็นแค่เครื่องระบายความใคร่สินะ?

หลินซีอินผลักมือของเขาออกอย่างเด็ดเดี่ยว “วันหลัง ถ้าฉันไม่อนุญาต คุณก็ห้ามแตะต้องตัวฉัน”

เธอรวบรวมความกล้าพูดจบก็เดินลงไปชั้นล่าง โดยไม่ได้มองปฏิกิริยาของเผยมู่เหยี่ยเลย

พอลงไปชั้นล่าง เธอก็เห็นเผยเย่าไห่

เผยเย่าไห่เป็นผู้ชาย...ที่โชคดีมากคนหนึ่ง

ตอนหนุ่ม ๆ ก็มีนายท่านคอยพยุงธุรกิจครอบครัวไว้ให้เขา

พอนายท่านจากไป ไม่สิ ต้องบอกว่าตอนที่นายท่านยังมีชีวิตอยู่ เผยมู่เหยี่ยก็ใช้วิธีการอันเด็ดขาดรุนแรงดั่งสายฟ้าฟาดปูรากฐานในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งเอาไว้แล้วต่างหาก

เผยเย่าไห่มีพ่อที่ดี มีลูกชายที่ดี เขาไม่ต้องเก่งอะไรเลย ก็ได้นั่งเสวยสุขกับทรัพย์สินนับล้านล้าน

ดังนั้นแม้เขาจะอายุห้าสิบกว่าแล้ว แต่ยังดูเหมือนคนเพิ่งจะสี่สิบต้น ๆ มีความเป็นผู้ใหญ่ที่ดูสง่าผ่าเผย และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาปรานี

เขาเห็นหลินซีอิน จึงโบกมือให้เธอ “เสี่ยวอิน รีบลงมากินข้าวเร็ว มู่เหยี่ยล่ะ?”

การแต่งงานครั้งนี้เป็นสิ่งที่นายท่านกำหนดไว้ เผยเย่าไห่มีความกตัญญูมาโดยตลอด ดังนั้นต่อให้นายท่านจะไม่อยู่แล้ว เขาก็ไม่ได้มีอคติอะไรกับหลินซีอิน

หลินซีอินตอบ “เดี๋ยวเขาก็ลงมาแล้วค่ะ”

หมิงชิงหว่านเดินเข้าไปควงแขนเธออย่างสนิทสนม “พี่ซีอิน พี่นั่งตรงนี้นะคะ”

หลินซีอินส่ายหน้า แล้วดึงแขนตัวเองออก “บ้านนี้ ฉันน่าจะคุ้นเคยกว่าเธอ”

หมิงชิงหว่านทำท่าเหมือนจะร้องไห้ขึ้นมาทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและทำอะไรไม่ถูก “ฉะ ฉันไม่ได้มีความหมายอื่นเลยนะคะ...”

โจวอวี้ซู่ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น “ชิงหว่านก็แค่หวังดี ทำไมเธอต้องมาทำท่าทางวางอำนาจด้วย คิดว่าตัวเองเป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้จริง ๆ หรือไง แล้วเอาฉันไปไว้ที่ไหน ทำไมถึงได้ไม่มีมารยาทเลยสักนิด?”

พูดจบเธอก็หันไปมองเผยเย่าไห่ “ถ้าต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้ ต่อไปชิงหว่านจะไม่โดนเธอรังแกจนตายเลยเหรอคะ?”

หมิงชิงหว่านสะอึกสะอื้นสองครั้งอย่างถูกจังหวะ

เผยเย่าไห่ปวดหัวขึ้นมาตงิด ๆ “รังแกอะไรกันล่ะ? นั่งลง ๆ ชิงหว่าน เธออย่าร้องไห้สิ...โธ่ เสี่ยวอิน เธอรีบขอโทษเธอสิ อย่าปล่อยให้มู่เหยี่ยกับอวิ๋นชิงเข้าใจผิดกันไปใหญ่”

หลินซีอินหันไปมองหมิงชิงหว่าน

หมิงชิงหว่านหันข้าง คนอื่นจึงมองไม่เห็นสีหน้าของเธอ มีเพียงหลินซีอินเท่านั้นที่มองเห็น ว่าแววตาของเธอเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งหลังจากที่ทำสำเร็จ

มาบ้านตระกูลเผยวันแรก ก็ทำให้หลินซีอินถูกตำหนิได้ เธอรู้สึกพอใจมาก

น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวก็คือเผยมู่เหยี่ยไม่ได้เห็นฉากนี้

หลินซีอินจะยอมขอโทษได้อย่างไร?

โจวอวี้ซู่ยังคงกัดไม่ปล่อย “พ่อของเธอให้เธอขอโทษ ไม่ได้ยินหรือไง?”

เสียงฝีเท้าดังขึ้น ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นไปมอง

เผยมู่เหยี่ยพับแขนเสื้อพลางเดินลงมา

ชุดอยู่บ้านสีเทาเข้มเมื่ออยู่บนตัวเขา ก็ยังคงเผยให้เห็นถึงความสูงส่งและเย็นชา

สายตาของเขา จับจ้องไปที่ร่างของหลินซีอินอย่างแม่นยำ มันทั้งเย็นชาและทรงอำนาจ

หลินซีอินมองเห็นความโกรธและความไม่พอใจในสายตาของเขา

นั่นสิ วันแรกแท้ ๆ เธอก็ทำให้รักแรกของเขาร้องไห้เสียแล้ว

เพียงแต่ไม่รู้ว่า ตอนที่เขาคิดจะจูบเธอเมื่อครู่นี้ ในใจเขากำลังนึกถึงใครอยู่

พอคิดมาถึงตรงนี้ หัวใจของหลินซีอินก็คล้ายกับถูกคนบีบรัดเอาไว้ มันเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

แต่กลับรู้สึกขยะแขยงด้วยเช่นกัน

สายตาลึกล้ำของเผยมู่เหยี่ยนั้นราวกับบ่อน้ำลึกอันเก่าแก่ เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดแทนหลินซีอิน

เผยเย่าไห่เป็นคนไม่มีความคิดเป็นของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร และมักจะเชื่อฟังเผยมู่เหยี่ยผู้เป็นลูกชายมาตลอด

เดิมทีเขายังคิดจะทำตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ย แต่พอมองดูสีหน้าของเผยมู่เหยี่ยแล้ว ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก

แม้ว่าโจวอวี้ซู่จะไม่ชอบเผยมู่เหยี่ย แต่เธอเกลียดหลินซีอินมากกว่า

ด้วยเหตุผลอะไร เป็นผู้หญิงเหมือนกันแท้ ๆ กว่าเธอจะผ่านความยากลำบากแสนสาหัสจนได้แต่งงานกับเผยเย่าไห่และก้าวเข้ามาในประตูบ้านตระกูลเผยได้ กลับยังต้องคอยดูสีหน้าของเผยมู่เหยี่ยอีก

แต่หลินซีอิน ชาติตระกูลก็ธรรมดา กลับได้แต่งงานกับเผยมู่เหยี่ยอย่างง่ายดาย พอแต่งเข้ามาก็ได้เป็นสะใภ้น้อยเลย

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างเผยมู่เหยี่ยกับหลินซีอินยิ่งแย่ลงเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งชอบใจมากเท่านั้น

กับสิ่งอื่น ๆ ทั้งหมด หลินซีอินไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นเลย

จะมีก็แต่สายตาเคลือบแคลงสงสัยของเผยมู่เหยี่ย ที่ทำให้หัวใจของเธอค่อย ๆ เย็นเยียบลง

ปลายนิ้วของเธอสั่นเทา ริมฝีปากยกยิ้มเย้ยหยันตัวเอง

รู้อยู่แก่ใจมาตั้งนานแล้วว่าเผยมู่เหยี่ยไม่ได้รักเธอ เธอควรจะชินได้แล้วสิ

แต่ว่า...ก็ยังคงปวดใจ ก็ยังคงรู้สึกเสียใจอยู่ดี…

ภายในใจเย็นเฉียบไปหมดแล้วแต่แรก ทั้งยังปวดหนึบขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ โดยไม่รู้ว่ามาจากส่วนไหน

เธอปรายตามองเผยเย่าไห่แวบหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าของเผยเย่าไห่ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย

เผยเย่าไห่เอ่ยขึ้นมาถูกจังหวะ “เอาล่ะ ๆ คนครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น รีบนั่งลงกินข้าวเถอะ”

หลินซีอินยืดหลังตรงตลอดมื้ออาหาร โดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรออกมาอีกเลยสักคำเดียว

ขอโทษเหรอ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วจะให้ขอโทษเรื่องอะไร?

หมิงชิงหว่านใช้ตะเกียบกลางคีบอาหารให้ทุกคนอย่างว่าง่าย ซึ่งรวมถึงหลินซีอินด้วย

คนสุดท้ายที่เธอคีบอาหารให้คือเผยมู่เหยี่ย เผยมู่เหยี่ยเอ่ยปากขึ้น “เธอกินของเธอไปเถอะ”

หมิงชิงหว่านตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “พี่มู่เหยี่ย ฉันจะกินเดี๋ยวนี้เลยค่ะ วางใจเถอะ ฉันจะกินเยอะ ๆ เลย”

เปลือกตาของหลินซีอินกระตุกเล็กน้อย

เผยอวิ๋นชิงทำไมยังไม่มาอีก?

หรืออยากให้สีหมวกเขียวบนหัวมันสว่างจ้ากว่านี้อีกสักหน่อยหรือไง?

จนกระทั่งมื้ออาหารดำเนินมาถึงช่วงท้าย เผยอวิ๋นชิงถึงได้เดินทอดน่องเข้ามา

เผยอวิ๋นชิงทำโปรเจกต์กับอาจารย์ที่ปรึกษา ช่วงหลายวันนี้จึงยุ่งมาก

หน้าตาของเขาได้โจวอวี้ซู่มา ส่วนสูงก็ไม่เท่าเผยมู่เหยี่ย ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความเจ้าชู้ออกมาเล็กน้อย ในแววตาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและการคิดคำนวณ

ตั้งแต่เขาเข้าเรียนชั้นประถม โจวอวี้ซู่ก็คอยกรอกหูพร่ำสอนเขามาตลอด ให้เขามองเผยมู่เหยี่ยเป็นคู่แข่ง และในอนาคตก็ต้องกำธุรกิจของตระกูลเผยเอาไว้ในกำมือให้ได้

เผยอวิ๋นชิงรู้ดีว่าปีกของตัวเองยังไม่กล้าแข็งพอ ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเผยมู่เหยี่ย เขาก็ยอมก้มหน้าเรียกอีกฝ่ายว่าพี่ใหญ่เสมอ

เขานั่งลงข้าง ๆ หมิงชิงหว่าน วาดแขนพาดไปบนพนักเก้าอี้ของเธอ พลางพูดถึงผลกำไรและอนาคตของโปรเจกต์ในครั้งนี้อย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

โจวอวี้ซู่ได้ฟังแล้วก็เบิกบานใจเป็นอย่างยิ่ง “ลูกชายของฉันเก่งจริง ๆ นี่ขนาดยังไม่เรียนจบมหาวิทยาลัย ก็สามารถคว้าเงินถังแรกมาได้แล้ว!”

หลินซีอินแค่นเสียงเยาะอยู่ในใจ

แบบนี้เรียกว่าเก่งแล้วเหรอ?

เธออายุเท่ากับเผยอวิ๋นชิง เรียนจบปริญญาโทจนทำงานแล้ว

แต่เผยอวิ๋นชิงปริญญาตรียังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ

โปรเจกต์ที่ว่านั่น ตระกูลเผยก็เป็นคนทุ่มเงินลงไปให้ทั้งนั้น ไม่ว่าใครทำก็ได้กำไรกันทั้งนั้น

ถ้าพูดถึงเงินถังแรก เผยมู่เหยี่ยต่างหากถึงจะเรียกว่าเก่งของจริง…

หลินซีอินเงยหน้าขึ้นมากะทันหัน แต่กลับบังเอิญสบเข้ากับดวงตาสีดำขลับของเผยมู่เหยี่ยพอดี

มื้ออาหารในวันนี้ เดิมทีก็คือการที่เผยอวิ๋นชิงพาหมิงชิงหว่านกลับมาที่บ้าน เพื่อปรึกษาหารือเรื่องการหมั้นหมายอยู่แล้ว

ขณะที่เผยเย่าไห่กำลังพูดถึงเรื่องการให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมาพบปะกัน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังปัง

เป็นเสียงเผยมู่เหยี่ยวางตะเกียบกระแทกกับโต๊ะ

หลินซีอินเห็นใบหน้าของเขาเรียบนิ่งดุจผิวน้ำ สายตามืดมิดดั่งน้ำหมึก ราวกับมีเมฆดำทะมึนลอยมาปกคลุม พายุฝนกำลังจะตั้งเค้า

รักแรกในใจกำลังจะหมั้นหมายกับน้องชายแท้ ๆ ของตัวเอง เผยมู่เหยี่ย...คงจะทนไม่ไหวแล้วสินะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 338

    ที่ดินแปลงนั้นเปิดประมูลขายแค่สิทธิ์การใช้ประโยชน์ ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ครอบครอง แต่สิทธิ์การใช้ประโยชน์ตั้งสามสิบปี ก็ถือเป็นตัวเลขมูลค่ามหาศาลอยู่ดี เซียวรั่วอีรู้สึกหวั่นไหวจริง ๆ นั่นแหละ: “ใจป้ำขนาดนี้เลยเหรอคะ? แค่เพื่อแลกกับคำถามเดียวเนี่ยนะ? คุ้มเหรอ?” “ถ้าเป็นเรื่องของหร่วนหร่วน ก็คุ้มครับ” เซียวรั่วอีถอนหายใจ: “ช่างเถอะ ลาภลอยจากฟ้าใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป” เผยมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว: “คุณยังมีเงื่อนไขอะไรอีก?” “ไม่มีค่ะ” เซียวรั่วอีบอก: “ฉันหักหลังเพื่อนไม่ได้” เผยมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว ไปไม่เป็นอยู่ชั่วขณะ เซียวรั่วอีลองครุ่นคิด ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นเอง: “ฉันขอถามอะไรคุณสักสองสามข้อได้ไหมคะ?” เผยมู่เหยี่ยพยักหน้า: “ได้ครับ” เซียวรั่วอีบอกดักคอ: “ตกลงกันก่อนนะ ฉันถามคุณได้ แต่ไม่ได้แปลว่าคุณจะมีสิทธิ์ถามฉันกลับ” เผยมู่เหยี่ยเพียงแค่ถามว่า: “คุณอยากรู้อะไรล่ะครับ?” เซียวรั่วอีคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยิงคำถามออกไป: “ช่วงนี้คุณว่างมากเหรอคะ? ตกลงคุณคิดยังไงกับหร่วนหร่วนกันแน่? ตอนฮั่วเซียนหยางโทรหา ทำไมคุณถึงยอมมาล่ะ?” “ไม่ว่างครับ ผมยุ่งมาก” เผยมู่เหยี่ยไล่ตอบ

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 337

    เผยมู่เหยี่ยทำได้เพียงรอดูสถานการณ์ไปก่อน: “ตกลง” ทันทีที่เจอกัน เซียวรั่วอีก็ลอบด่าไอ้ผู้ชายเฮงซวยในใจ มิน่าล่ะตอนนั้นหลินซีอินถึงได้หลงรักเขานัก ผ่านไปสามปี ผู้ชายคนนี้ไม่เพียงแต่ไม่แก่ลง กลับดูดีขึ้นกว่าเดิมเสียอีก กลิ่นอายความหล่อเหลาและเสน่ห์ลุ่มลึกเฉพาะตัวแบบผู้ชายเต็มวัย ดึงดูดสายตาผู้หญิงได้อย่างง่ายดายหล่อยิ่งกว่าฮั่วเซียนหยางเสียอีก เซียวรั่วอีวางมาดนางพญาแบบจัดเต็ม เธอวางกระเป๋าคลัตช์ลงบนโต๊ะ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างผ่าเผยพร้อมยกขาขึ้นไขว่ห้าง: “ประธานเผยมีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถอะค่ะ ฉันยุ่งมาก” เผยมู่เหยี่ยปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะขยับมือรินชาให้ ทั้งสองนัดเจอกันที่โรงน้ำชา เพราะด้วยสถานะความสัมพันธ์แบบนี้ ขืนไปนั่งกินข้าวด้วยกันคงอึดอัดแย่ ต่างจากห้องส่วนตัววีไอพีห้องอื่นที่มีผู้เชี่ยวชาญศิลปะการชงชาคอยให้บริการ ห้องของพวกเขาเงียบสงบมาก ไม่มีแม้กระทั่งพนักงานดีดกู่เจิง เซียวรั่วอีมองภาพเขาค่อย ๆ รินชาให้ตัวเองด้วยความรู้สึกตื่นตระหนกแกมทำตัวไม่ถูกอยู่ลึก ๆ ก็นะ... ชื่อเสียงของเผยมู่เหยี่ยนั้นโด่งดังสะท้านแวดวงไฮโซเมืองไห่เฉิง คนที่อยากประจบสอพลอเขามีถมเถไป

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 336

    ช่วงนี้เผยอวิ๋นชิงกำลังดูใจกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ชาติตระกูลดีมาก โจวอวี้ซู่จึงไม่เห็นหมิงชิงหว่านอยู่ในสายตามาตั้งนานแล้ว เผยมู่เหยี่ยถือแฟ้มเอกสารเดินลงมาชั้นล่าง ภายในห้องนั่งเล่นจึงเหลือเพียงโจวอวี้ซู่คนเดียว โจวอวี้ซู่เอ่ยปากถามเขา: “เดี๋ยวพ่อแกก็กลับมาแล้ว จะอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนไหม”“ไม่ล่ะ” น้ำเสียงของเผยมู่เหยี่ยราบเรียบติดจะเย็นชา เขาเดินออกไปที่ลานหน้าบ้าน ก็เห็นหมิงชิงหว่านยืนอยู่ข้างรถของตัวเอง “พี่มู่เหยี่ย ไปส่งฉันสักหน่อยได้ไหมคะ” หมิงชิงหว่านมองเขาพลางส่งยิ้มให้: “ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วยน่ะค่ะ” เผยมู่เหยี่ยยืนนิ่งไม่ขยับ: “พูดมาสิ”“พี่มู่เหยี่ย…” หญิงสาวตรงหน้าดูสะสวยอ่อนหวาน น้ำเสียงก็ออดอ้อนฉอเลาะ ทว่าเมื่อเข้าหูเผยมู่เหยี่ยแล้ว เขากลับแยกแยะได้เพียงแค่ว่าเป็นเสียงของผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชายก็เท่านั้น เขาขมวดคิ้ว: “ตกลงว่ามีเรื่องอะไรกันแน่”หมิงชิงหว่านจึงจำต้องเอ่ยปาก: “พี่มู่เหยี่ย ฉันอยากจะถามว่า งานเลี้ยงวันเกิดของพี่เหลียนอี พี่จะไปไหมคะ แล้วต้องเตรียมของขวัญอะไรดี ฉันกลุ้มใจอยู่นิดหน่อย เลยอยากขอคำแนะนำจากพี่ดูน่ะค่ะ”“ไม่ไป” เผยมู่เหยี่ยตอบกลับอ

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 335

    ไม่รอให้เขาได้พูดอะไรต่อ หลินซีอินก็ชิงเอ่ยขึ้น: “ประธานเผยคะ คุณรู้ตัวไหมว่าการกระทำแบบนี้ของคุณ... มันชวนให้รู้สึกรังเกียจมาก?”เผยมู่เหยี่ยตอบกลับ: “ผมรู้ แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่น คุณเล่นบล็อกช่องทางการติดต่อของผมไปหมดแล้ว”ก็จริง... เมื่อกลางดึกเขาแอบแอดเฟรนด์เธอมา แถมยังเมมเบอร์มือถือของตัวเองลงในเครื่องเธออีก แต่หลินซีอินก็ลบทิ้งไปแล้ว “แล้วยังไงคะ?” หลินซีอินจ้องหน้าเขา: “คุณถึงได้เมินเฉยต่อความรู้สึกคนอื่น ไปตามสืบที่อยู่ แล้วก็มาโผล่ตรงหน้าเขาหน้าตาเฉยแบบนี้น่ะเหรอ?” “ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริง ๆ” แววตาของเผยมู่เหยี่ยแฝงไปด้วยความเจ็บปวด: “อย่างน้อย... ได้โปรดให้โอกาสผมได้ตามจีบคุณเถอะนะ” “ขอโทษด้วยค่ะ แต่ฉันไม่อยากให้” หลินซีอินพูดอย่างตรงไปตรงมา: “ฉันไม่รู้ว่าประธานเผยหมายความว่ายังไงกันแน่ แต่ฉันขอบอกไว้ให้ชัดเจนตรงนี้เลยว่า ฉันไม่ชอบ ไม่ตกลง และไม่มีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้น... รบกวนประธานเผยช่วยกรุณาปล่อยฉันไปเถอะค่ะ” เผยมู่เหยี่ยนิ่งอึ้งจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ทำได้เพียงใช้ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นจ้องมองเธอ หลินซีอินเบือนหน้าหนีและเอ่ยต่อ:

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 334

    “ผู้ใหญ่ที่บ้านก็พูดแบบนี้เหมือนกันค่ะ” ชวีจิงโยวยู่ปาก: “ฉันไม่อยากคบเป็นเพื่อนกับเขาหรอก ชื่อเสียงเขาในแวดวงไฮโซแย่จะตายไป ไม่กี่วันก็ควงแฟนใหม่แล้ว ชีวิตส่วนตัวเละเทะไม่ไหว” หลินซีอินร้อง “อ้อ” ออกมาคำหนึ่ง ชวีจิงโยวรีบอธิบาย: “ฉันไม่ได้เอาเขามานินทาลับหลังนะคะ แต่มันคือเรื่องจริง!” เธอหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดหน้าโมเมนต์ในไลน์ เลื่อนหาชื่อผู้ชายคนนั้นเจออย่างง่ายดาย: “พี่ดูสิคะ ผ่านไปไม่กี่วันก็เปลี่ยนผู้หญิงมาโชว์หวานออกสื่ออีกแล้ว!” หลินซีอินก้มหน้ามองจอ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นตา ลู่จั่วฝาน? ลู่จั่วฝานเนี่ยนะ! เธอจำได้ว่าเขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเผยมู่เหยี่ยไม่ใช่หรือไง? อายุมากกว่าชวีจิงโยวเกือบสิบปีเลยนะ ทางบ้านของชวีจิงโยวคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้นัดดูตัวผู้ชายที่อายุมากกว่าขนาดนี้ให้เธอ? ชวีจิงโยวสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของหลินซีอิน จึงเอ่ยถาม: “พี่คะ พี่รู้จักลู่จั่วฝานด้วยเหรอ” หลินซีอินได้สติกลับมา เธอพยักหน้า แล้วส่ายหน้า: “พี่แค่เคยได้ยินชื่อเขาน่ะ แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอก” “งั้นพี่ก็คงเคยได้ยินใช่ไหมคะ ว่าเขาเป็นเสือผู้หญิงต

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 333

    “อายุเธอยังน้อยอยู่เลยนะ” หลินซีอินอดประหลาดใจไม่ได้: “คุณพ่อคุณแม่ของเธอรีบร้อนกันไปหรือเปล่า” “เพราะ... พวกท่านกลัวว่าฉันจะถูกหลอกน่ะสิคะ” ชวีจิงโยวบอก: “คนที่เพิ่งเลิกกันไป... เขาก็หวังแค่เงินของบ้านฉันเหมือนกัน” คราวนี้หลินซีอินถึงกับอึ้งไปจริง ๆ เด็กผู้หญิงอย่างชวีจิงโยวออกจะน่ารักน่าเอ็นดูถึงขนาดนี้ จะไม่มีผู้ชายคนไหนมารักเธอด้วยใจจริงเลยเชียวหรือ? เธอจึงเอ่ยถามออกไป: “มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า”ชวีจิงโยวทำหน้าราวกับจะร้องไห้อีกรอบ: “จะเข้าใจผิดอะไรได้ล่ะคะ พี่ชายฉันแค่ไปหาเขาหนเดียว เขาก็กลัวหัวหดจนรีบมาขอเลิกกับฉันเลย!”พอหลินซีอินนึกย้อนไปถึงท่าทีคุกคามของชวีฉงโยวในตอนที่บุกมาหาเธอเมื่อคราวก่อน ก็แอบรู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นก็คงจะเจอมาหนักและออกจะน่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า: “จิงจิง ฉันว่าเรื่องบางเรื่อง เธอน่าจะลองไปถามผู้ชายคนนั้นดูให้แน่ใจอีกทีนะ เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจหลอกคบเธอแค่เพราะฐานะทางบ้านหรอก อีกอย่าง... ถ้าพี่ชายเธอออกโรงขัดขวางขนาดนั้น การที่พวกเธอจะคบกันต่อไปก็คงยาก เดาว่าปัญหาน่าจะมาจากเรื่องฐานะทางบ้านที่แตกต่างกันเกินไป ซึ่งจุดนี้ ปั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status