Partager

องค์ชายตัวประกัน

Auteur: Luffy.g
last update Date de publication: 2025-05-20 01:30:58

บทที่ 4 องค์ชายตัวประกัน

“พวกเจ้า...หยุดเดี๋ยวนี้นะ...พวกเจ้าเลิกรังแกเขาได้แล้ว” เสียงหวานดังตวาดขึ้นด้วยอารมณ์ขัดเคืองใจกับภาพตรงหน้ายิ่งนัก

หยางตงหยางที่นอนคุดคู้อยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ รายล้อมไปด้วยกลุ่มขันทีหนุ่มที่กำลังรุมทุบตีเขาไม่หยุดหย่อน

หยางตงหยางปรือตาที่ปูดโปนขึ้นมองภาพของหญิงสาวร่างบางนางหนึ่งที่ยืนเคียงข้างโอรสสวรรค์ปรากฏตรงหน้า

“กระหม่อมสมควรตาย...กระหม่อมสมควรตาย” เสียงวิงวอนของขันทีน้อยพร้อมกับโขกศีรษะลงกับพื้น เมื่อผู้มีอำนาจเหนือเขาตำหนิการกระทำอันสนุกสนานและคึกคะนองดังกล่าว

เสวียนเฟยหลงทำเพียงโบกมือไล่บรรดาบ่าวไพร่ออกไป ก่อนจะหันไปหาฉู่อันหลาน “องค์ชายผู้นี้เป็นเพียงเชลยของแคว้น หลานเอ๋อร์...เจ้าอย่าได้สนใจไปเลย”

ฉู่อันหลานยู่หน้าอย่างนึกขัดเคือง “พี่เฟยหลง...ถึงอย่างไรคนผู้นี้ก็เป็นถึงองค์ชาย กลั่นแกล้งกันถึงเพียงนี้มิใจร้ายเกินไปหน่อยหรือ”

“เอาละๆ หากเจ้าไม่ชอบ ต่อไปข้าจะให้คนคอยดูแลเขาดีหรือไม่” เสวียนเฟยหลงกล่าวออกมาอย่างเอาใจ แม้ว่าเขาจะมิได้ใส่ใจในตัวของชายหนุ่มตรงหน้ามากนัก แต่ก็มิได้มีจิตใจคิดร้ายอันใดต่อเขา ในเมื่อหญิงสาวคนรักของเขามิชอบใจกับสภาพตรงหน้า เขาก็เพียงจัดการให้นางสบายใจเสียก็สิ้น

ฉู่อันหลานได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างพึงพอใจ นางคล้องแขนว่าที่คู่หมั้น พลางกล่าวออกมาอย่างเอาอกเอาใจ “พี่เฟยหลง...ท่านจิตใจดีที่สุด”

เสวียนเฟยหลงยิ้มกว้างอย่างพอใจยิ่งนักเมื่อได้รับคำชื่นชมจากหญิงสาว เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของนางอย่างนึกเอ็นดู

ฉู่อันหลานเป็นหญิงสาวที่มารดาของเขาหมายมั่นให้เป็นพระชายาของตนเอง และเขาเองก็สนิทสนมกับนางมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ฉู่อันหลานนั้นมีนิสัยร่าเริงและจิตใจดี นั่นทำให้เขารักและหลงใหลนางได้อย่างไม่ยากนัก

ฉู่อันหลานก้าวไปด้านหน้าพร้อมย่อกายลงตรงหน้าของหยางตงหยาง ก่อนจะค่อยๆ พยุงเขาให้ลุกขึ้น “ข้ามียาช่วยแก้ฟกช้ำ เจ้ารับไปเถิด” ฉู่อันหลานยื่นขวดยาขวดหนึ่งมอบให้กับบุรุษตรงหน้าด้วยความสงสารและเวทนา

หยางตงหยางมองใบหน้าหวานตรงหน้า พร้อมกับฝืนยิ้มออกมาอย่างนึกอดสูใจ “ขอบคุณ...”

แต่ยังไม่ทันที่หยางตงหยางจะกล่าวสิ่งใดต่อ เสวียนเฟยหลงก็เดินเข้ามาโอบร่างบางเอาไว้แนบกาย “ข้าจะให้คนตามหมอหลวงมาดูอาการของเขาก็แล้วกัน...พวกเราไปกันเถิด...เสด็จแม่คงรอนานมากแล้ว”

ฉู่อันหลานหันมายิ้มให้เสวียนเฟยหลง ก่อนที่ทั้งคู่จะสาวเท้าเดินจากบริเวณนั้นไป

หยางตงหยางลอบมองคนทั้งสองไปจนลับสายตา แววตาทอดมองตามร่างหนาตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ทั้งอิจฉา ทั้งเคืองแค้นจนยากที่จะแยกแยะออกได้

หลังจากวันนั้นมา ความคิดหนึ่งก็โลดแล่นเข้ามาภายในหัวของหยางตงหยาง “หากว่าเขาช่วงชิงคนรักของเสวียนเฟยหลงมาได้ หากเขาได้ครอบครองหญิงสาวคนดังกล่าว หากเขาได้เปลี่ยนแปลงฐานะจากองค์ชายไร้บัลลังก์เป็นบุตรเขยสกุลฉู่”

ความคิดดำมืดนั้นทำให้หยางตงหยางเริ่มต้นวางแผนการขึ้นมา เขาพยายามสืบเรื่องของฉู่อันหลานและเสวียนเฟยหลงมาโดยตลอด ยิ่งฉู่อันหลานมีจิตใจดีมากเท่าใด นั่นก็ยิ่งกลายเป็นจุดอ่อนให้เขาสำเร็จตามแผนที่วางไว้มากขึ้นเท่านั้นเช่นกัน

และแล้วโอกาสทองของหยางตงหยางก็มาถึง เมื่อเสวียนซีฮัน ฮ่องเต้แห่งแคว้นเว่ย บิดาของเสวียนเฟยหลงได้จัดงานเลี้ยงภายในวังหลวงขึ้น

บรรดาขุนนางและครอบครัวต่างมาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง และสกุลฉู่ก็เช่นเดียวกัน ฉู่ม่อเย่พาฉู่อี้เหรินและฉู่อันหลานมาเข้าร่วมงานเลี้ยงภายในวังหลวงตามคำเชิญของฮ่องเต้และฮองเฮา

ฉู่อันหลานได้รับความสนใจเป็นพิเศษในฐานะว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาท ฮองเฮาให้การต้อนรับและดูแลนางยิ่งกว่าผู้ใด ส่งผลให้มีสายตาหลายคู่ที่จ้องมองฉู่อันหลานด้วยความอิจฉาและชิงชัง

ในระหว่างงานเลี้ยงที่กำลังดำเนินไป หยางตงหยางที่ยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สายตาเฝ้ามองแสงไฟที่ส่องสว่างจากงานเลี้ยงดังกล่าวอย่างเลื่อนลอย

และแล้วเสียงสนทนาหนึ่งก็ดังขึ้น ดึงสติของหยางตงหยางให้หันเหความสนใจไปหา เขาเคลื่อนกายหลบอยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ บดบังร่างกายหนาเอาไว้อย่างไม่ให้คนทั้งสองได้ล่วงรู้ถึงการมีตัวตนของเขา

“เจ้าเพียงแกล้งทำเหล้าหกใส่ฉู่อันหลาน จากนั้นพานางไปยังตำหนักหลังที่เตรียมไว้” เสียงหวานหนึ่งดังขึ้นสั่งการ แต่ทว่าเจตนากลับร้ายลึกและอำมหิตยิ่งนัก “หลังจากนั้น...คงมิต้องให้ข้าบอกหรอกนะ”

หยางตงหยางเพียงยืนฟังอย่างนิ่งเฉย เขามิได้คิดจะเข้าไปขัดขวางแผนการร้ายอันใด รอยยิ้มเยาะผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

จากนั้นหยางตงหยางก็แอบลอบไปยังตำหนักหลังดังกล่าว เขาเร้นกายหลบอยู่ด้านหลังฉากกั้น เพียงรอคอยเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

เพียงไม่นานนางกำนัลคนหนึ่งก็พาฉู่อันหลานเข้ามาภายในตำหนัก “คุณหนูฉู่...ท่านผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อนเถิด” นางพูดเพียงเท่านั้นก็ย่อกายแล้วเดินถอยออกจากห้องไป

ฉู่อันหลานถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกหงุดหงิดใจที่นางกำนัลผู้หนึ่งช่างสะเพร่ายิ่งนัก เผลอทำเหล้าหกใส่เสื้อผ้าของนางเสียได้ นางจึงต้องเสียเวลามาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่

ฉู่อันหลานเริ่มปลดเสื้อออกทีละชั้น โดยมิรู้ว่ามีสายตาหนึ่งจ้องมองนางอยู่อย่างไม่วางตา และเพียงไม่นานสติของนางก็เริ่มพร่ามัว กลิ่นกำยานที่กระจายไปทั่วทั้งห้องส่งผลให้นางเริ่มซวนเซ นางพยายามฝืนพยุงกายเอาไว้ ก่อนจะทรุดลงไปนั่งที่เตียงนอนที่ถูกจัดเตรียมมาอย่างดี

“หลานเอ๋อร์...ข้าหมายปองเจ้ามานานแล้ว” เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับร่างของเสวียนจื่อหาว องค์ชายหกของแคว้นเว่ย เขาย่างกรายเข้ามาภายในห้องพร้อมกับมองร่างบางตรงหน้าที่ไร้เรี่ยวแรงราวกับราชสีห์ที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ

“ข้า...ข้า...” ฉู่อันหลานเพ้อออกมาราวกับความฝัน ร่างกายร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ หัวใจของนางเต้นรัวแรงราวกับกลองศึก ผิวกายแดงเรื่อขึ้นมาจากฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดเผลอสูดดมเข้าไป

ในขณะที่เสวียนจื่อหาวกำลังย่างสามขุมเข้าไปหาร่างบางตรงหน้าอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ จู่ๆ ร่างหนาก็ทรุดลงกับพื้นและนอนนิ่งอย่างหมดสติ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   วันใหม่

    บทที่ 58 วันใหม่ ฤดูใบไม้ผลิที่แคว้นหนานกลับมาอีกครา กลีบดอกเหมยผลิบานสะพรั่งไปทั่วลานกว้างในสวนหลวง ทว่าครั้งนี้กลับอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ หยางตงหยางเดินเคียงข้างมากับฉู่อันหลาน ฮองเฮาของเขา และหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในวังหลังแห่งนี้ แม้ว่าจะมีเสียงทัดทานมากมายที่ต้องการให้ชายหนุ่มรับสนมเข้ามาภายในวังหลังเพื่อเติมเต็มอำนาจและบารมีของฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขากลับยืนกรานเสียงแข็งและมิยอมรับหญิงใดเข้ามาแม้แต่คนเดียว ร่างสูงใหญ่โอบประคองร่างระหงอย่างแนบแน่นและทะนุถนอม ทั้งสองเดินทอดน่องไปตามทางเดินในสวนหลวงอย่างเชื่องช้า ดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันแสนสุขราวกับช่วงเวลาได้หยุดชะงักลงไป “หลานเอ๋อร์...” หยางตงหยางเอ่ยขึ้นพร้อมเลิกคิ้วอย่างสงสัย “เหตุใดวันนี้เจ้าลูกดื้อทั้งสองถึงได้เงียบเชียบนัก มิเห็นวิ่งวุ่นสร้างเรื่องให้ข้าปวดหัวเหมือนเช่นเคย” ฉู่อันหลานหัวเราะเบาๆ พร้อมยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย โดยมิได้กล่าวสิ่งใด หากนางบอกออกไปมีหวังชายหนุ่มคงได้ควันออกหูอีกครั้งเป็นแน่ ณ ศาลาริมสระ หยางฟางซินและหยางซูเมิ่งน

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ร่ำลา

    บทที่ 57 ร่ำลา ข่าวการเสียชีวิตของฮองเฮาแห่งแคว้นเว่ยพร้อมกับบุตรทั้งสองถูกกระพือไปทั่วแคว้นไม่ต่างจากไฟลามทุ่ง ภายในวังหลวงของแคว้นเว่ย จัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ เสวียนเฟยหลงในฉลองพระองค์สีขาวขลิบทองยืนอยู่ด้านหน้าโลงเปล่า ใบหน้าที่เรียบเฉยจ้องมองโลงเปล่านั้นด้วยแววตาเศร้าหมองคล้ายจะอาลัยอยู่ในที “ข้าหวังว่าเจ้าจะมีความสุขในหนทางที่เจ้าเลือก” ชายหนุ่มพึมพำออกมาราวกับกระซิบให้กับหญิงอันเป็นที่รักยิ่งเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากพิธีศพผ่านพ้นไปได้ไม่นาน เหล่าขุนนางต่างพากันยื่นฎีกาขึ้นมาหลายต่อหลายฉบับ...เรียกร้องให้เสวียนเฟยหลงแต่งตั้งฮองเฮาคนใหม่โดยเร็ว ด้วยเหตุผลที่ว่าแคว้นเว่ยต้องการผู้ปกครองที่เหมาะสมในวังหลังเพื่อให้บัลลังก์มั่นคงและเป็นปึกแผ่น และผู้ใดจะเหมาะสมไปกว่า "โม่ชิงโหล" สนมเฟยผู้เป็นที่โปรดปราน ธิดาของใต้เท้าโม่ซางเหวินไปได้ เสวียนเฟยหลงปรายตามองฎีกาเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่เฉยชา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากราวกับคนที่มีแผนการในใจ “เรียกตัวแม่ทัพหลี่มาเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้” แม่ทัพหลี่มาถึงในเวลาไม่ช้า พร้อมกับคุกเข่าลง “ฝ่าบาท...มีรับสั่งสิ่งใ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ถวิลหา

    บทที่ 56 ถวิลหา หลังจากฉู่อันหลานพาเสวียนฟางซินและเสวียนซูเมิ่งกลับเรือน นางก็อยู่กล่อมบุตรชายบุตรสาวจนกระทั่งพวกเขาเข้านอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นหญิงสาวก็ตัดสินใจเดินตรงไปยังเรือนนอนของหยางตงหยางอีกครั้ง “เฮ้อ..เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจหนักดังถี่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉู่อันหลานถึงกับยกยิ้มขึ้นมาอย่างนึกขบขันและเห็นใจชายหนุ่มในเวลาเดียวกัน เวลานี้หยางตงหยางยังคงนอนเอนกายก่ายหน้าผากด้วยความหนักใจ สายตาเหม่อลอยจ้องมองไปยังเพดานอย่างไร้จุดหมาย หัวสมองของเขาเอาแต่ครุ่นคิดอย่างหนักกับความสัมพันธ์ของบุตรทั้งสอง แม้ว่าเวลานี้ระยะห่างระหว่างเขากับเด็กน้อยจะเขยิบเข้ามาใกล้อีกนิด แต่ก็ระยะห่างนั้นกลับช่างดูห่างไกลเสียเหลือเกิน ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกแผ่วเบาตามด้วยร่างระหงของฉู่อันหลานที่ย่างกรายเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาทอดมองไปยังหยางตงหยางพร้อมกับรอยยิ้มที่แต้มบนใบหน้านวล หยางตงหยางสะดุ้งเฮือกสุดตัว พร้อมหยัดกายขึ้น ดวงตาของเขาเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง หกเดือนแล้วที่ชายหนุ่มได้แต่เฝ้ามองหญิงสาวตาละห้อย คำพูดน้อยครั้งทีเดียวที่นางจะยอมปริปากพูดคุยกับเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   เปิดใจ

    บทที่ 55 เปิดใจ วันถัดมาหยางตงหยางออกไปเดินด้านนอกและเห็นเสวียนซูเมิ่งที่กำลังปลูกต้นไม้อยู่ตามลำพัง ดวงหน้าเล็กแต่กลับจิ้มลิ้มน่ารัก บัดนี้เปื้อนดินเปื้อนทรายเต็มไปหมด “เจ้าชอบดอกเหมยหรือ” หยางตงหยางเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ พร้อมหย่อนกายนั่งลงด้านข้าง เสวียนซูเมิ่งหันมองหน้าชายหนุ่มที่มารดาบอกว่าเป็นบิดาของตนอย่างนึกชั่งใจ แม้ว่านางจะมิได้รู้สึกรังเกียจอันใด แต่เมื่อพี่ชายไม่คิดจะยอมรับเขา เช่นนั้นนางเองก็ต้องทำตามเช่นกัน “เสด็จพ่อบอกว่าดอกเหมยแม้จะดูบอบบาง แต่กลับทนทานหิมะยิ่ง...ข้าก็อยากเป็นเช่นนั้น” หยางตงหยางยิ้มกริ่มออกมาอย่างใจชื้นเมื่อบุตรสาวตัวน้อยยอมพูดคุยกับเขาขึ้นมา “แล้วเจ้ารู้ไหมว่าตอนข้าอายุเท่าเจ้า...ข้าก็ปลูกดอกเหมยเช่นกัน...แต่ทว่ากลับไม่มีต้นใดรอดเสียเลย...นั่นเพราะว่าข้ารดน้ำให้มันมากเกินไป” เสวียนซูเมิ่งอดที่จะหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้เป็นบิดาของนางนั้นช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย “ข้าว่าเพราะท่านดูแลต้นเหมยไม่เป็นอย่างใดเล่า...ท่านมาช่วยข้าปลูกเสียสิ...รับรองต้นเหมยของท่านต้องงอกงามเป็นแน่” หยางตงหยางเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   พิสูจน์ตนเอง

    บทที่ 54 พิสูจน์ตนเอง นับตั้งแต่สงครามสงบลง หยางตงหยางก็ย้ายมาปักหลักอยู่ที่แคว้นเว่ย ข้อตกลงหนึ่งปีที่เขาต้องพิสูจน์ตนเองให้ได้ตามสัญญา ชายหนุ่มพักอยู่ที่จวนร่วมกับฉู่อันหลานและบุตรทั้งสอง โดยฉู่อันหลานมิยอมให้เขาร่วมห้องกับตนเองเป็นอันขาด ทางด้านแคว้นหนาน หยางตงหยางที่วางรากฐานการปกครองอย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเรื่องปัญหาจุกจิกต่างๆ เขาจึงมอบหมายให้จางเซี่ยเหวิน ขุนนางผู้ภักดีเป็นผู้ตัดสินใจแทน จะมีก็เพียงเรื่องเร่งด่วนที่จางเซี่ยเหวินจะส่งม้าเร็วมามอบสารให้แก่เขาเป็นผู้ตัดสินใจ ในขณะที่ราชวังแคว้นเว่ย ข่าวลือเรื่องอาการเจ็บป่วยของฮองเฮาและบุตรทั้งสองแพร่กระจายไปทั่ว โรคประหลาดที่หมอหลวงทั้งหลายต่างจนปัญญาจะรักษาทำให้สามแม่ลูกต้องย้ายออกมาพำนักอยู่ที่ตำหนักนอกเมืองเพื่อหาวิธีรักษาตัว โดยมิให้ผู้ใดรบกวนเป็นอันขาด ในช่วงเย็นวันหนึ่งหยางตงหยางนั่งอยู่ที่ห้องอักษร สองมือกำพู่กันค้างอยู่เหนือแผ่นกระดาษ สายตาพยายามจับจ้องตัวอักษรตรงหน้า แต่สมาธิกลับมิได้จดจ่อแต่อย่างใด สุดท้ายเขาก็กระแทกพู่กันลงกับโต๊ะด้วยความหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์อย่างแรง ยิ่

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   หาข้อยุติ

    บทที่ 53 หาข้อยุติ ฉู่อันหลานหลับตาลงอีกครั้งเมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองเริ่มตั้งท่าจะฟาดฟันกันอีกหน นางพยายามข่มกลั้นโทสะที่มีเอาไว้และรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับบุรุษทั้งสองที่ทำตัวราวกับเด็กอมมือก็ไม่ปาน “พวกท่านเมื่อไหร่จะพอเสียที” ฉู่อันหลานกล่าวคำหนักออกมาอีกครั้ง พร้อมกับจ้องหน้าคนทั้งสองอย่างต้องการเอาเรื่อง “พวกท่านต่างบอกว่ารักข้า...แต่สิ่งที่พวกท่านทำล้วนแล้วแต่เห็นข้าเป็นเพียงสิ่งของที่คิดจะแย่งชิงกันไปมา...นี่นะหรือสิ่งที่พวกท่านต่างกล่าวว่ารักข้า” หญิงสาวพูดพลางหันไปจ้องหน้าของเสวียนเฟยหลงและหยางตงหยางสลับกันไปมา พร้อมทอดสายตาที่เจ็บปวดและผิดหวังอย่างรุนแรง บุรุษทั้งสองได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความจนใจที่จะหาเหตุผลในการโต้เถียงนาง เมื่อทุกสิ่งที่หญิงสาวพ้อออกมานั้นล้วนแล้วแต่ถูกต้องทุกประการ เสวียนเฟยหลงเงยหน้าขึ้นทอดมองหญิงสาวตรงหน้าสายตาที่อ่อนโยนและจริงจังอีกครั้ง “แล้วเจ้าเล่า...เจ้าอยากอยู่ที่ใด” ฉู่อันหลานนิ่งเงียบไป ในขณะที่เสวียนเฟยหลงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกปลง “หลานเอ๋อร์...ตั้งแต่วันแรกที่ข้าขอเจ้าแต่งงานจนกระทั่งถึงวันนี้...ขอเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ตัดสินใจ

    บทที่ 36 ตัดสินใจ ข่าวลือเกี่ยวกับฉู่อันหลานยังคงถูกแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง มันลุกลามราวกับไฟลามทุ่งที่ไม่มีวันมอดดับ สร้างความเสื่อมเสียและอับอายให้กับหญิงสาวและฉู่ม่อเย่ยิ่งนัก ฉู่ม่อเย่ที่มิอาจอดทนต่อไปได้อีก เขาร้อนใจจนอดรนทนไม่ไหวจึงสั่งให้พ่อบ้านเรียกตัวบุตรสาวมาพบ “พ่อบ้า

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ตั้งครรภ์

    บทที่ 33 ตั้งครรภ์ เวลาผ่านไปกว่าสามเดือนแล้วนับตั้งแต่ฉู่อันหลานลอบหนีจากแคว้นหนานกลับมายังแคว้นเว่ยได้สำเร็จ ฉู่ม่อเย่และฉู่อี้เหรินต่างยินดียิ่งที่ได้พบหน้าบุตรสาวอีกครั้ง หลังจากกลับมาที่จวนสกุลฉู่ ฉู่อันหลานก็เงียบขรึมไปลงกว่าแต่กว่า นางที่เคยเป็นหญิงสาวร่าเริงสดใส เวลานี้กลั

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ข่าวลือ

    บทที่ 35 ข่าวลือ หลายวันต่อมา ข่าวลือเรื่องฉู่อันหลานก็กลับมาร่ำลือลุกลามไปทั่วเมืองหลวงอีกครั้ง คุณหนูใหญ่สกุลฉู่ที่หน้าด้านไร้ยางอายถึงกับลักลอบหลับนอนกับบุรุษไปทั่ว จนสุดท้ายก็ถูกรัชทายาทถอนหมั้นอย่างไม่ไว้หน้า และจำต้องแต่งงานกับองค์ชายตัวประกันโดยมิมีทางเลือก สุดท้ายนางกลับถู

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   คำขอ

    บทที่ 34 คำขอ สายฝนโปรยปรายลงมาคล้ายม่านน้ำไหลทอดลงมาตามหลังคาของศาลากลางสวนในจวนสกุลฉู่ กลิ่นดินลอยฟุ้งอบอวลไปในอากาศ ละอองเย็นของช่วงฤดูฝนทำเอาฉู่อันหลานถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมา นางกระชับเสื้อคลุมขึ้นแนบกับตัว แต่ก็มิคิดจะเดินกลับเข้าไปภายในห้อง สายตายังคงเหม่อมองสายฝนที่ตกลงมาราวกับต้องกา

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status