LOGINบทที่ 3
ปึก! “แม่งเอ๊ย!” ปฐพีสบถออกมาพร้อมกับวางแก้วเหล้าในมือกระแทกกับโต๊ะตรงหน้าจนเกิดเสียงดัง อาโปที่กำลังเซ็นเอกสารเงยหน้ามองน้องคนเล็กอย่างหงุ่นงง ปฐพีเดินถือขวดเหล้าเข้ามาในห้องทำงานเขาไม่พอ ยังมานั่งทำสีหน้าบึ้งตึงไม่เลิกอีก จากที่เหล้าเต็มขวดตอนนี้มันจวนเจียนจะหมดแล้ว ทั้งที่อีกคนเพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องนี้ไม่ถึงสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ อาโปเห็นว่าน้องเข้ามาก็ไม่ได้ถามอะไร ปล่อยให้เขานั่งดื่มอยู่คนเดียวเพราะตัวเองงานล้นท่วมหัว พี่คนโตกำลังเลี้ยงลูก น้องคนเล็กกำลังนั่งเมา ลูกคนกลางอย่างเขาเลยต้องรับจบทุกอย่าง วิ่งวุ่นเข้าบริษัทนู้นทีนี้ที จะหวังให้ปฐพีช่วย ก็มัวแต่ไปทำตัวเละเทะที่ไหนไม่รู้ “พี่ทำงานเสร็จยังเนี่ย” ปฐพีหันมองหน้าพี่ชายคนกลางที่ไม่ยอมมานั่งดื่มเป็นเพื่อนตัวเองสักที “รอนานแล้ว” “ทำงาน ไม่เห็นเหรอ” “เห็น แต่มานั่งเป็นเพื่อนน้องก่อนไม่ได้หรือไง งานมันสำคัญกว่าผมเหรอวะ” อาโปวางปากกาในมือลง เขามองหน้าน้องคนเล็กอย่างเอือมระอา ไม่ช่วยงานแล้วยังมาทำตัวงอแงไม่เลิกอีก ร่างสูงดันเลื่อนเก้าอี้ทำงานออกก่อนจะลุกเดินมาทิ้งตัวบนโซฟาตรงข้ามกับปฐพี “ทำไม เป็นอะไรมาอีกวันนี้” เสียงทุ้มเอ่ยถาม “…” ปฐพีเงียบ เขายกแก้วในมือขึ้นกรอกปากตัวเอง ก่อนจะเทรินแก้วใหม่ให้อาโปและตัวเองอีกรอบ “ถามก็ตอบ เงียบทำไม” “พี่จำนับดาวได้ไหม” “นับดาว?” คิ้วเข้มของอาโปเลิกขึ้นเล็กน้อย เขานั่งนึกอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าให้ปฐพีที่จ้องมองรอคำตอบอยู่ “ทำไม” “ผมเจอเขา” “แล้วยังไง ความรู้สึกเก่า ๆ มันกลับมาอีกหรือไง” อาโปถามเสียงเรียบ เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มทีเดียวหมดก่อนจะเทรินใหม่อีกครั้ง “ไม่ อยากแก้แค้นว่ะ” “แก้แค้นอะไร!” ทันทีที่ได้ยินคำพูดของน้องชาย เขาก็ขมวดคิ้วพร้อมกับทำหน้าดุใส่อีกฝ่าย “ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วยังไม่หายโกรธเคืองเขาอีกหรือไง” “…” “ตอนนั้นแกก็เป็นคนทำให้ความสัมพันธ์มันพังลงเองไม่ใช่เหรอ ความไม่ชัดเจนตอนนั้นน่ะ” “ไม่ใช่สิ” “ไม่ใช่ยังไง ที่ปล่อยให้ผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้าหาตัวเองโดยไม่ยอมปิดกั้นอะไร เพียงเพราะตามใจเพื่อนอยากให้เพื่อนได้สาวแต่ตัวเองทะเลาะกับแฟนจนเลิกกัน” “อันนั้นก็รู้ตัวอยู่ว่าเป็นที่ผม แต่ที่บอกอยากแก้แค้นไม่ใช่เรื่องนั้นไง” “แล้วมีเรื่องอะไรอีก” “นับดาวทำร้ายร่างกายผม ยัยนั่นมันแทงเข่าเข้าที่กลางเป้าแบบเต็ม ๆ พูดแล้วยังจุกไม่หาย!” ปฐพีทำท่าทางฟึดฟัด “สู้เขาไม่ได้ก็เลยพาลสินะ” อาโปหัวเราะเบา ๆ กับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน “ไม่ใช่ไม่สู้ แต่ตั้งหลักไม่ทัน” ปฐพีจิปากใส่พี่ชายอย่างไม่สบอารมณ์ “เล่นทีเผลอใครจะตั้งตัวได้อะ” “นั่นแหละ เขาเรียกแพ้แล้วพาล” “ผมไม่ได้แพ้ แค่ไม่ยอม!” “ไม่ยอมแล้วจะไปทำอะไรเขาได้ เขาเป็นผู้หญิงนะ” “หลอกฟันแม่งให้เข็ด!” “พี!” อาโปจ้องหน้าน้องชาย “อย่าทำนิสัยไม่ดี!” “อะไรล่ะ ยังไม่ได้ทำสักหน่อย ถึงจะทำจริง ๆ ถ้ายัยนั่นไม่ยอมผมก็ไม่ทำหรอก ไม่ใช่คนเลวขนาดนั้นสักหน่อย!” “คิดได้ก็ดี” “ผมไม่ใช่พี่ศิลานะที่จะโหดเลวเถื่อน!” “กล้าไปพูดต่อหน้าไหม” อาโปหรี่ตามองหน้าน้องชาย แต่ปฐพีรีบส่ายหัวใส่ “เก่งแต่ลับหลัง ไปว่าพี่เขารู้ไหมว่าวันที่ตัวเองโดนรถชนเขาเป็นห่วงเรามากขนาดไหน” อาโปพูดเตือนน้องชายตัวเองหลังจากที่เขาเอ่ยถึงพี่ชายคนโตในทางที่ไม่ดี “รู้น่าาา แค่หยอกเองพี่จริงจังทำไมวะเนี่ย” “อย่าพูดถึงพี่ชายตัวเองไม่ดีอีก เราก็มีกันแค่นี้ไม่รักกันจะไปรักใคร” “แต่ตอนนี้พี่ศิลารักแค่เมียนะ ดูดิน้องหงุดหงิดขนาดนี้ยังไม่สนใจ” “ไปหามาแล้วเหรอ” “ใช่ โดนเขกหัวกลับมาด้วย เพราะถือเหล้าเข้าไปตอนพี่อัญญากำลังชงนมให้สมายด์” “ดีแค่โดนเขก ไม่โดนซัดหน้ากลับมาก็ถือว่ายังมีบุญอยู่” “แสดงว่าพี่ไม่มี เพราะนอนจมตีนมาแล้ว” “อยากจมตีนพี่คนกลางไหมล่ะพี” อาโปถามเสียงเข้ม “เมาแล้วปากดีนะ” “ขอโทษครับ” “เลิกทำตัวเหลวไหลแล้วกลับมาช่วยงานเหมือนเดิมซะ บริษัทที่เปิดตัวไปใหม่น่ะ พ่อจะให้แกขึ้นเป็นประธาน” “ครับ” “หันมาจริงจังกับการทำงานสักที โตแล้วไม่ใช่เด็ก ๆ อย่ามัวไปมั่วผู้หญิงให้มาก ติดเอดส์ตายก่อนขึ้นมาจะเสียชื่อตระกูลหมด” “พูดซะสำนึกผิดแทบไม่ทัน” “พูดจริง ตั้งใจทำงานสืบทอดตำแหน่งต่อบ้างสิ เห็นไหมที่วัน ๆ ฉันไม่ได้ไปไหนเพราะอะไร กองเอกสารสูงกว่าตึกใบหยกอีก” “นั่นมันมีของพี่ศิลาด้วยเหอะ” “อันนั้นติดเลี้ยงลูกไม่เป็นไร แต่แกติดผู้หญิง” “ผมกำลังหาเมียและมีลูกอยู่” “ถึงเวลามันก็มาเอง ที่แกทำอยู่นั่นเขาเรียกมั่วไปเรื่อย ไม่ใช่การหาคู่ชีวิต มีที่ไหนวัน ๆ ไปสิงอยู่แต่ผับบาร์ ดูแลได้แค่สถานที่เดียวนั่นแหละ” “ก็ผมเป็นหุ้นส่วนนี่ ก็ต้องไปดูแลร้านหน่อยไง” “แล้วบริษัทที่กำลังจะเป็นชื่อแก แกจะก้าวเท้าเข้ามาดูแลตอนไหน” “…” ปฐพีเงียบลง เขาก้มหน้าหนีสายตาของอาโปที่กำลังจ้องมองอย่างคาดคั้น “อยากมีครอบครัวดี ๆ มันก็ต้องเริ่มจากตรงนี้ไม่ใช่หรือไง” “รู้แล้วน่า พรุ่งนี้เข้าบริษัทเลย” ปฐพีบอก แต่อาโปยังคงมองมาด้วยสายตาไม่เชื่อใจอยู่ดี “จริง ๆ” “อืม ให้มันจริงอย่างที่พูด” พี่คนกลางจ้องมองหน้าน้องชายคนเล็กนิ่ง ๆ ปฐพียักไหล่ไม่ใส่ใจเขาเทเหล้าให้ตัวเองสลับกับอาโป ก่อนจะยื่นแก้วมาชนกัน น้ำสีอำพันไหลลื่นลงคอราวกับเป็นน้ำเปล่า ดื่มเท่าไรก็ไม่เมาสักที ครืด ครืด เสียงโทรศัพท์ของน้องคนเล็กดัง ชื่อที่แสดงอยู่บนหน้าจอทำให้เขาเผลอวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังจนอาโปต้องหรี่ตามอง ปฐพียิ้มแห้ง ๆ ส่งไปก่อนจะรีบกดรับสายในทันที “ว่าไง” [ ได้ที่อยู่มาแล้วครับ ] “อืม ดีมาก ส่งที่อยู่มาให้กูเดี๋ยวนี้เลย” [ ครับนาย ] สายตัดไป ไม่นานที่อยู่ของคนที่เขาให้ลูกน้องไปตามสืบก็ถูกส่งเข้ามา ปฐพียิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ อาโปที่นั่งมองอยู่ตลอดเอนหลังพิงโซฟาจ้องหน้าน้องชายอย่างรอคำอธิบาย “อะไร” ปฐพีละสายตาจากหน้าจอก่อนจะมาปะทะกับสายตาคมดุของพี่ชายที่จ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย “มองทำไมครับ” “ทำอะไร” “อะไรล่ะ ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” “ใครโทรมา” “…” “จะทำอะไรไม่ดีอีก” “พี่เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย ผมจะไปทำอะไรไม่ดีได้ยังไง เห็นน้องตัวเองเป็นคนยังไงกันแน่” “คนไม่ดี” “ครับ ถูกเลยครับ เพราะฉะนั้นขอตัวไปก่อนนะครับ” ปฐพีพยักหน้ารับหงึก ๆ เขาคว้าแก้วเหล้ากรอกน้ำในแก้วเข้าปากจนหมดก่อนจะดีดตัวลุกจากโซฟาด้วยท่าทีรีบร้อน “ทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังให้มันดี ๆ” อาโปเตือนน้องอีกครั้ง “โต ๆ กันแล้วคงไม่ต้องให้สอนไปซะหมดนะ” “รับทราบครับพ่อ” น้องชายตัวแสบยืนก้มหัวทำท่าเคารพพี่ชายของตัวเอง “พี!” อาโปขึ้นเสียงใส่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร คนตัวโตก็รีบวิ่งแจ้นออกไปจากห้อง ทิ้งพี่ชายให้นั่งส่ายหัวอย่างเอือมระอาอยู่คนเดียว ปฐพีกับอาโปค่อนข้างจะสนิทกันเป็นพิเศษเพราะใช้เวลาอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดในช่วงวัยเรียน ส่วนศิลาพี่คนโตคอยช่วยงานพ่อมาตั้งแต่เด็ก ๆ มีความเป็นผู้นำสูงจึงไม่ค่อยได้สุงสิงกับน้อง ๆ พอโตขึ้นมาหน่อยก็มีบ้างที่คุยกันมากขึ้น เพราะมีเรื่องงานที่บริษัทที่ทั้งสามคนต้องคอยช่วยเหลือกันทำ แต่ปฐพีน้องคนเล็กก็ยังคงอยากใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไปอยู่ เขายังกิน ยังเที่ยวและมั่วหญิงอยู่ แม้จะมีช่วงนึงที่กลับมาทำงานอย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็กลับไปทำตัวเหมือนเดิมเพียงเพราะเห็นพี่ชายคนโตมีครอบครัว ตัวเองก็เลยอยากรีบมีบ้าง ความคิดเด็กน้อยสุด ๆ สำหรับอาโป ปฐพีก็ยังคงเป็นเด็กแสบในสายตาเขาเสมอ ยังคงเป็นน้องคนเล็กที่กวนประสาทและเอาแต่ใจตัวเองไม่เปลี่ยน “ไอ้แสบ” ยิ้มมุมปากปรากฏบนใบหน้าหล่อของเขา อาโปเทเหล้ายกดื่มอีกแก้วก่อนจะลุกกลับไปเซ็นเอกสารที่ทำทิ้งค้างไว้ เขาเชื่อใจในตัวน้องชายคนเล็ก ถึงปฐพีจะดื้อแต่เขาเชื่อว่าปฐพีจะไม่กล้าก่อเรื่องเด็ดขาดเพราะพ่อกับพี่คนโตสุดจะโหด หากทำตัวเหลวไหลขึ้นมาจริง ๆ เป็นเรื่องแน่ ด้านปฐพี “เจอที่อยู่แล้ว” มุมปากยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขารีบสตาร์ทรถแล้วขับออกจากบ้านไปทันที “จะจับกระแทกให้สาสมกับที่กระแทกพีน้อยเลย!”ตอนพิเศษ #3“ไอ้พีมานี่!!” เสียงนับดาวตะโกนลั่น “จะหนีไปไหนมานี่เลยนะ!!”“นับดาวทำบ้าอะไรเนี่ย ฟังก่อน!!”“ไม่ฟัง” เธอตะคอกใส่เขา ถือไม้เรียวไล่ตีปฐพีตั้งแต่ในห้องจนออกมานอกห้อง“ใจเย็น ๆ วางไม้ในมือลงก่อน มีอะไรค่อนพูดค่อยจากันนะ” ปฐพีเอ่ยบอกเขา“ใครสั่งให้พาลูกไปย้อมผมแบบนั้นฮะ!” นับดาวตะคอกใส่ “ผิวเด็กเล็กมันโดนสารเคมีได้ที่ไหน!”“เดี๋ยว ฟังก่อน มันไม่ใช่สารเคมี”“ไม่ใช่บ้าอะไร ลูกหัวเหลืองเหมือนขี้แบบนั้น!”“โอ๊ยนับดาวนั่นมันวิกไม่ใช่สีย้อม!” ปฐพีร้องบอก “วิกอะ!”“อะไร” นับดาววางไม้ลง “วิกบ้าอะไรเนียนขนาดนั้น” เธอขมวดคิ้วถาม“วิกจริง ๆ ไม่เชื่อไปลองถอดดู”“แม่ครับ~” ไดมอนด์วิ่งออกมา เขาถือวิกผมสีทองติดมือมาด้วย “พ่อพาผมไปซื้ออันนี้มา เท่ไหม”“เท่มากเลยครับ ไหนใส่แบบไหนใส่ให้แม่ดูหน่อย” นับดาวนั่งลงข้างกายลูกชาย ทำท่าช่วยใส่วิกให้เขาอย่างเบามือ“อ้าว เมื่อกี้ยังไล่ตีอยู่เลย!” ปฐพีแหวเสียงใส่“พ่อตะคอกแม่ทำไม” ไดมอนด์หันไปถามผู้เป็นพ่อคิ้วขมวด “ไม่น่ารักเลยนะ”“ครับ พ่อขอโทษครับ จะไม่ทำแล้วครับ” ปฐพีอาศัยช่
ตอนพิเศษ #2 “สวัสดีค่ะคุณปฐพี” พนักงานผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้ม “วันนี้พาลูกชายมาด้วยเหรอคะเนี่ย” “ครับ เขาอยากทำสีผมน่ะ” ปฐพีเอ่ยตอบ เขาชี้ไปทางไดมอนด์ที่ยืนมองหน้าพนักงานตาปริบ ๆ “กี่ขวบคะ” “สองจะสามแล้วครับ” “โอ้โห ยังเล็กเกินไปย้อมไม่ได้นะคะ” พนักงานเอ่ยบอก “คือน้ำยาที่ร้านค่อนข้างจะแรงมาก กลัวว่าย้อมไปแล้วจะแสบหนังหัวน่ะค่ะ” “อ้าว” ปฐพีมองหน้าไดมอนด์ “ย้อมไม่ได้นะครับ สารเคมีมันแรงทำให้เจ็บตัวได้นะ” “แต่ผมอยากเปลี่ยนสีนี่” “มันอันตราย ทำแบบนั้นเดี๋ยวแม่ดุเอานะ” ไดมอนด์ทำหน้าหงอย “ขอบคุณมากนะครับ” เขาหันไปขอบคุณพนักงานก่อนจะอุ้มลูกชายแล้วพาเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ไดมอนด์ทำหน้าบูดบึ้งไม่ยอมคุยกับเขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตา ปฐพีขึ้นมาบนรถคาดเข็มขัดให้ลูกชาย แต่ไดมอนด์กลับไม่ยอมมองหน้าเขาเลย เอาแต่หันหน้าหนีอยู่ร่ำไป “งอนอะไรครับ” “ไม่” ไดมอนด์กอดอก “ไม่คุย” “ไดมอนด์” “ไหนพ่อบอกได้ทุกอย่างถ้าอยู่กับพ่อ” เขาหันมาพูดใส่แ
ตอนพิเศษ #1 “จะไปไหนเนี่ยแต่งตัวซะสวยเชียว” ปฐพีเดินอ้อมมาดูนับดาวที่กำลังแต่งหน้าแต่งตัวราวกับกำลังจะออกไปไหนยังไงยังงั้นเลย “นัดเมญ่าไว้” เธอทาลิปสติกสีสวยก่อนจะหันมาทำปากจู๋ใส่สามีตัวเอง “สวยไหม” จุ้บ “สวยที่สุดเลยครับ” ปฐพีจุ้บปากเธอเบา ๆ ทั้งยังเอ่ยปากชมนับดาวด้วยรอยยิ้มอีกด้วย “เมียฉันสวยที่สุดในโลก” “น่ารัก” นับดาวหยิกแก้มของเขาอย่างหมั่นเขี้ยว “แล้วรักไหมล่ะ” ฝ่ามือหนาวางทาบทับมือเล็กของเธอที่จับประคองแก้มตัวเองเอาไว้ “นับดาวครับ รักหมาเด็กคนนี้ไหมตอบให้ชื่นใจหน่อยเร็วว~” “รักจ้า ทำตัวเหมือนไดมอนด์ไม่มีผิด” นับดาวบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมกระเป๋าสะพายไหล่ เธอใส่ชุดเดรสรัดรูปสีชมพูอ่อนที่สั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ซ้ำยังเปิดไหล่เปิดหลังโชว์ผิวขาวเนียนอีกต่างหาก ปฐพียืนมองชุดของเธออย่างพินิจพิจารณา “โป๊ไปไหม” “อะไร” นับดาวมองหน้าเขา “โป๊ตรงไหน ออกจะสวยน่ารัก” “โชว์เยอะไปนะนับดาว มีลูกแล้วก็ต้องแต่งตัวให้มิดชิดสิ แต่งแบบนี้ใครจะเชื่อว่ามีลูกมีผัวแล้ว” “ก
บทที่ 46 “ตื่น ๆ” ปฐพีตะโกนลั่น เขาดึงรั้งผ้าห่มที่ปิดหน้านับดาวออกก่อนจะขึ้นไปกระโดดโลดเต้นบนเตียง “โอ๊ยยย เป็นบ้าอะไร!!” นับดาวตะโกนตอบตั้งแต่ยังไม่ลืมตาตื่นดี “จะนอน!” “นอนอะไร นี่มันสายแล้วเนี่ย!” ปฐพีดึงตัวเธอให้ลุก “ลุกเร็ววว~” “ไม่เอาจะนอน ปล่อย!” นับดาวฝืนตัวสุด ๆ เขาดันหน้าปฐพีออก “ปล่อยฉันนน~” “ไปเดินเล่นกันเร็ว” “เดินเล่นอะไรแต่เช้าวะ” เธอพูดอย่างหงุดหงิด เพราะถูกรบกวนเวลานอนมากเกินไป “ขอนอนเหอะ ไปเดินคนเดียวไป” “ไม่ได้ดิ เรามาทะเลกันทั้งทีนะ พี่ศิลากับอัญญายังออกไปเดินเล่นเลย พาสมายด์วิ่งเล่นสนุกจะตาย!” “ไปเหอะ ไปสนุกเลยนายน่ะ ฉันขอนอนนะ” นับดาวสลัดแขนตัวเองออก แต่ปฐพีไม่ยอมปล่อยยังคงเกาะเธอไว้แน่นอยู่อย่างนั้น “โห่ไรอะ” ปฐพีงอแง “ไปเร็ววว~” “ไม่ ๆ ไปเลย ชิ่ว ๆ” นับดาวสะบัดมือไล่ ก่อนจะนอนคลุมโปงหลับต่ออย่างไม่สนใจปฐพี คนตัวโตกระทืบเท้าปึงปังอย่างงอแง อุตส่าห์ครบรอบหนึ่งปีที่คบหากันมาแล้วตรงกับทริปเที่ยวของครอบครัวแท้ ๆ แต่นับดาวกลับเอาแต่นอนหลับไม่ตื่
บทที่ 45“ใกล้ตื่นหรือยังนับดาว” เขาลูบผมของเธออย่างเบามือ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสองวันแล้วแต่นับดาวยังคงหลับอยู่ เธอไม่ยอมตื่นมาเจอเขาเลย ปฐพีนั่งเฝ้านอนเฝ้าเธอทุกวัน ทิ้งงานให้พี่ชายทั้งสองดูแลเพราะตัวเขาเองไม่มีกระจิตกระใจในการทำงานเลยสักนิดเขาคอยแต่จะนึกถึงนับดาวจนทำงานต่อไม่ไหว สุดท้ายอัคคีก็บอกให้ปฐพีมานอนเฝ้านับดาว ส่วนงานที่เหลือให้อาโปและศิลาเป็นคนทำแทนไปก่อนในช่วงนี้สองมือแกร่งบีบมือเล็กไว้แน่น เขาแนบหน้ากับมือของเธอ ภาวนาให้นับดาวรีบตื่นขึ้นมาคุยกับเขา หรือเธอจะตื่นมาด่าเขาก็ได้เขาจะไม่โกรธหรือโมโหเธอเลยแม้แต่น้อย“รออยู่นะ รีบฟื้นสินับดาว” ปฐพีเอ่ยบอกจอก~เสียงท้องเขาร้องประท้วงอย่างหนัก เขาไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า มัวแต่เฝ้านับดาวจนลืมดูแลตัวเองไปด้วยเลย ปฐพีลูบท้องตัวเองเล็กน้อย เขาคงต้องกินข้าวบ้างแล้วก่อนที่จะเป็นอะไรไม่งั้นพี่ชายทั้งสองและพี่สะใภ้ได้สวดยับแน่ เพราะเอาแต่ห่วงคนอื่นจนลืมตัวเอง โดยเฉพาะอัญญาพี่สะใภ้สุดสวยของเขา ที่บ่นเก่งไม่ต่างจากแม่เขาเลยสักนิด“เดี๋ยวมานะ ขอกินข้าวก่อนแป๊บเดียว” ปฐพ
บทที่ 44“อาการตอนนี้คงที่ดีครับ ปลอดภัยหายห่วงไม่ต้องกังวลไปนะครับ” หมอพูดบอกกับปฐพีก่อนจะเดินออกจากห้องไปคนตัวโตรีบพุ่งเข้าหานับดาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอเริ่มมีเลือดฝาดบ้างแล้วและมือก็อุ่นกว่าเดิมมาก ปฐพีเอื้อมมือเกลี่ยผมที่ปรกหน้าผากเธอออกอย่างแผ่วเบาเขาบีบมือเธอไว้บางเบา หัวใจเต้นระรัวด้วยความดีใจที่อีกฝ่ายปลอดภัยดี เขายิ้มออกมาอย่างสบายใจหลังจากกังวลมาเนิ่นนาน เมื่อวานเขาเผลอหลับไปนานจนถึงเช้า คงจะเพลียมากจากการบริจาคเลือดเลยหลับลึกพอเช้ามาหมอก็เข้ามาตรวจอาการของนับดาวและย้ายเธอไปที่ห้องพิเศษตามที่อาโปได้ทำการจองเอาไว้ หมอแจ้งว่าเธอพ้นวิกฤตอันตรายแล้ว เพียงแค่รอเธอฟื้นขึ้นมาเท่านั้น แต่อาจจะใช้เวลาหน่อยตอนนี้พ่อกับแม่เขาก็รับรู้เรื่องของปฐพีและนับดาวแล้วเหมือนกัน ปานวาดพอรู้ว่าผู้หญิงที่ลูกชายตัวเองมาติดพันคือแฟนเก่าของเขาที่เธอเคยเจอเมื่อสามปีก่อนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเธอรู้จักและรู้ว่านับดาวเป็นคนยังไงจึงไม่มีปากมีเสียงคัดค้านอะไรเพียงแค่ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอ ส่วนอัคคีรู้และรับทราบเรื่องทั้งหมด เขารู้ดีว่าปฐพีลูกชา







