เข้าสู่ระบบดาหวันละสายตาจากคริสก่อนจะคลายตัวออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม ท่าทีและการแสดงออกของเขาที่มีต่อเธอนั้นทำให้อดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าชายหนุ่มรู้สึกพิเศษกับเธอ
“ถ้าคุณไม่สบายตรงไหนต้องบอกผมทันทีนะ”
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ
ระหว่างนั้นมีแม่บ้านเดินมาแจ้งกับชายหนุ่มว่ามีคนมาหา ดาหวันจึงบอกให้ชายหนุ่มไปเจอแขกที่รออยู่ ส่วนเธอนั้นขอเดินเล่นต่ออีกสักครู่แล้วค่อยกลับห้อง วันนี้คีรนามานอนกับลูกสาวเป็นคืนส่งท้ายก่อนจะบินกลับต่างประเทศ เธออยากให้สองแม่ลูกได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด
คริสเดินเข้ามาในบ้านก็ถูกแขกผู้มาเยือนปรี่เข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่น จนชายหนุ่มต้องรีบแกะมือที่โอบเอวเขาไว้นั้นออกอย่างไม่รอช้า
“โตเป็นสาวแล้วนะ จะมากอดพี่แบบนี้ได้ไง”
“ทำไมจะกอดไม่ได้คะ ก็พี่คริสเป็นของทิชานี่” หญิงสาวรีบสวนกลับ
“พูดแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดพอดี แล้วนี่พึ่งกลับมาถึงเหรอ”
“ค่ะ ถึงปุ๊บทิชาก็รีบมาหาพี่คริสเลย”
ทิชา หญิงสาวในวัย23ปี เป็นลูกสาวคนเล็กของวิโรจน์เพื่อนสนิทไกรภพ ตอนยังเป็นเด็กเธอมักตัวติดกับคริสเสมอและตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าโตขึ้นมาต้องแต่งงานกับชายหนุ่มให้ได้ ถึงแม้ว่าไกรภพจะเห็นด้วยกับความคิดของหญิงสาวแต่ก็ไม่ได้บังคับผู้เป็นลูกชาย ยังไงเรื่องของความรักก็เป็นเรื่องของคนสองคน แต่ก็จะยินดีมากถ้าวันหนึ่งคริสกับทิชาได้แต่งงานกันจริงๆ
ดาหวันเดินเล่นอยู่สักครู่ก็กลับเข้าบ้าน หญิงสาวเห็นความสนิทสนมระหว่างคริสกับทิชานั้นก็อดสงสัยไม่ได้ ที่จริงเธอตั้งใจจะกลับห้องพอเห็นทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่ก็กลัวว่าจะเป็นการรบกวนเพราะห้องของเธอต้องเดินผ่านห้องรับแขกไป
ดาหวันถอนหายใจเล็กน้อยและรู้สึกคลายความสงสัยในความคิดตัวเองก่อนหน้านี้ พอเห็นธิชาเกาะแกะชายหนุ่มไม่ห่างก็คิดว่าคงเป็นคนรักของเขา ส่วนการที่ชายหนุ่มดูแลเอาใจใส่เธอก็ทำเพราะเป็นเพียงความใจดีของเขาเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกพิเศษกับเธออย่างที่คาดเดาไว้ก่อนหน้านี้
ดาหวันตัดสินใจที่จะยังไม่เข้าไปในบ้าน หญิงสาวเดินกลับออกมาก็เห็นแม่บ้านกำลังย้ายเก้าอี้ตัวที่เธอตกลงมาจึงรีบเข้าไปถามไถ่ด้วยความสงสัย
“ป้าจะเอาเก้าอี้ไปไหนคะ”
“คุณครามให้เอาไปไว้ที่เรือนเก็บของค่ะ คุณครามบอกว่าขาเก้าอี้ไม่ค่อยดีแล้วกลัวว่าจะอันตรายถ้ามีคนไปนั่ง” ป้าแม่บ้านบอกต่อหญิงสาวก่อนจะเดินจากไป
“ใส่ใจขนาดนั้นเชียว คงเป็นห่วงหลานเขาแหละ จะไปไหนต่อดีเราบ้านก็เข้าไม่ได้ สวนท้ายบ้านเจ้าของก็ดุอีก งั้นนั่งตบยุงเล่นมันตรงนี้แล้วกัน” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปยังม้านั่งที่อยู่ไม่ไกลนัก
เวลาผ่านไปสักพักดาหวันจากที่นั่งเล่นเพลินๆ ก็เกิดอาการสัปหงกขึ้นมา ครามที่กำลังจะออกไปข้างนอกผ่านมาเห็นหญิงสาวนั่งคอตกก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มก้มหน้าลงเพื่อมองดูว่าหญิงสาวเป็นอะไร ดาหวันเองลืมตาขึ้นมาก็ตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของครามเข้ามาใกล้ หญิงสาวรีบลุกจากม้านั่งทำให้ศีรษะของเธอชนเข้าไปที่จมูกของชายหนุ่มอย่างเต็มแรง
“โอ๊ย! นี่เธอตั้งใจใช่มั้ย”
“เปล่าสักหน่อย ก็ฉันตกใจนี่ แล้วคุณยื่นหน้ามาใกล้ฉันทำไมล่ะ”
“ก็ฉันเห็นเธอนั่งคอตกนึกว่าเป็นอะไรเลยจะเข้าไปดู”
“เจ็บมากมั้ยคะฉันขอดูหน่อยสิ” ดาหวันยื่นมือเข้าไปใกล้ใบหน้าชายหนุ่มเพื่อจะสำรวจดูว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสถึงใบหน้าก็ถูกมือใหญ่ปัดมือของเธอออกไปก่อน
“ไม่ต้อง ว่าแต่ทำไมเธอมานั่งอยู่ตรงนี้ไม่กลัวยุงจะหามไปหรือไง”
“ฉันออกมาเดินเล่น บรรยากาศมันเย็นๆ ก็เลยเผลอหลับไป แล้วนี่คุณจะออกไปข้างนอกเหรอคะ”
“ยุ่ง! ใครให้เธอถาม” ชายหนุ่มตอบกลับก่อนจะเดินจากไป แต่พอเห็นว่าผู้เป็นพ่อกำลังเดินมาจึงรีบคว้ามือดาหวันและพาหญิงสาวเดินไปหลบผู้เป็นพ่ออย่างไม่รีรอ
“เงียบๆ นะห้ามส่งเสียง”
“คุณหลบอะไรคะ?”
“ก็บอกให้เงียบไง” ชายหนุ่มรีบใช้มือปิดปากหญิงสาวเอาไว้เมื่อเธอเอาแต่ถาม ขืนไม่ทำอะไรสักอย่างพ่อของเขาคงได้เห็นเขาแน่
ดาหวันหลังจากถูกครามเอามือปิดปากก็ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเมื่อรู้ตัวว่ากำลังซบไปที่แผ่นอกแน่นของชายหนุ่ม ความใกล้ชิดนี้ทำเธอหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ครามเองเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อเดินจากไปแล้วก็ค่อยๆ คลายมือที่ปิดปากดาหวันออก ดูเหมือนว่าเขาก็พึ่งรู้ตัวว่าได้แนบชิดหญิงสาวมากจนเกินไปจึงรีบถอยห่างออกมา
“พ่อฉันไปแล้ว งั้นฉันไปก่อนนะ” ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยความอึกอักก่อนจะเดินจากไป
ดาหวันมองตามหลังชายหนุ่มที่พึ่งเดินออกไปจนสุดสายตา พอหันกลับมาก็เห็นไกรภพยืนยิ้มอยู่ก็สะดุ้งตกใจเล็กน้อย หญิงสาวไม่รีรอที่จะยิ้มทักทายไกรภพด้วยความนอบน้อม
“เมื่อกี๊หลบฉันสินะ”
“คุณไกรภพเห็นด้วยเหรอคะ”
“ฉันเห็นตั้งแต่ลูกชายฉันดึงมือเธอไปหลบที่พุ่มไม้แล้ว”
“แล้วทำไมคุณครามต้องหลบด้วยคะ”
“ก็คงขี้เกียจคุยกับฉันมั้ง ไม่เจอหน้าก็จะได้ไม่ต้องคุยไง เห็นคีย์บอกว่าหนูครีมชอบเธอมาก รู้แบบนี้ก็สบายใจหน่อย ระหว่างนี้ฉันก็ฝากหลานไว้กับเธอด้วยนะ ครอบครัวฉันงานยุ่งทุกคนจะให้เลี้ยงหลานเองก็คงลำบาก แต่หนูครีมเป็นเด็กน่ารักเลี้ยงไม่ยากหรอก เดี๋ยวพอ6ขวบพ่อแม่เขาก็มารับกลับไปอยู่ที่เยอรมันแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงค่ะฉันจะดูแลคุณครีมเป็นอย่างดี” หญิงสาวยิ้มรับด้วยความจริงใจ
หลายวันต่อมา
ดาหวันกำลังเพลิดเพลินกับการสอนหลานสาวของบ้านอิชญาเล่นเปียโน ถึงแม้เธอจะไม่ได้เล่นเก่งแต่ก็พอมีทักษะอยู่บ้าง คริสที่เดินผ่านมาเข้ามาก็ยืนยิ้มมองคนทั้งคู่ด้วยความเอ็นดู วันนี้เป็นวันหยุดชายหนุ่มจึงใช้เวลาอยู่ที่บ้าน หลานสาวสุดน่ารักเมื่อเห็นผู้เป็นน้าชายก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที
“น้าคริสวันนี้น้องครีมอยากออกไปเที่ยวค่ะ”
“ได้สิ น้องครีมอยากไปไหนบอกน้าได้เลย ดาหวัน…คุณก็ไปด้วยนะ” ชายหนุ่มทำตามความต้องการของหลานสาวคนโปรด พร้อมกับบอกดาหวันให้ออกไปด้วยกัน
ผ่านไปไม่นานนักทั้งสามคนก็มาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง คริสและดาหวันเดินจูงมือเด็กน้อยคนละฝั่งช่างน่าเอ็นดูนัก คนที่ไม่รู้จักต้องคิดว่าทั้งสามคนเป็นพ่อแม่ลูกกันอย่างแน่นอน
ระหว่างเดินกันอยู่นั้นเด็กหญิงก็เหลือบไปเห็นครามกำลังเดินอยู่จากที่ไกลๆ จึงรีบสลัดมือออกจากคนทั้งสองแล้ววิ่งตามออกไป เด็กน้อยตะโกนเรียกน้าชายอย่างสุดเสียง ด้วยความเร่งรีบจึงสะดุดขาตัวเองล้ม ดาหวันกับคริสรีบเข้าไปประคองเด็กน้อยด้วยความเป็นห่วง
“วิ่งไปไหนคะน้องครีม” คริสอุ้มหลานสาวขึ้นมาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“น้องครีมเห็นน้าครามค่ะ น้องครีมตะโกนเรียกน้าครามก็ไม่สนใจเลย” เด็กหญิงงอแง
“คงไม่ใช่น้าครามหรอก น้องครีมน่าจะจำผิดแล้ว”
“น้องครีมจำได้ว่าเป็นน้าคราม น้องครีมโกรธน้าคริสแล้วที่ไม่เชื่อน้องครีม” เด็กสาวเบะปากเบือนหน้าหนี
“โอ๋ๆ น้าขอโทษนะ น้าคริสผิดเองที่ไม่ยอมเชื่อน้องครีม งั้นเอาแบบนี้มั้ยเดี๋ยวน้าคริสจะพาไปกินไอติม จากนั้นก็ไปซื้อของเล่นกัน วันนี้น้องครีมอยากได้อะไรน้าคริสจะให้หมดเลย”
“จริงนะคะ”
“จริงสิคะเจ้าหญิงน้อยของน้า แล้วน้าคริสจะโทรไปบอกน้าครามด้วยว่าให้มารับโทษที่ไม่สนใจน้องครีมวันนี้ ดีมั้ยคะ”
“ดีค่ะ น้าครามต้องโดนทำโทษที่ไม่สนใจน้องครีม” เด็กหญิงยิ้มร่าด้วยความพอใจ
ช่วงค่ำของวัน บ้านอิชญา
“วันนี้สนุกมั้ยคะ” ดาหวันเอ่ยถามเด็กหญิงที่นั่งอยู่บนเตียงนอน
“สนุกมากเลยค่ะ น้าคริสใจดีที่สุดเลยตามใจน้องครีมทุกอย่าง”
“ถ้าน้าคริสใจดีขนาดนี้แล้วทำไมน้องครีมถึงงอแงใส่น้าคริสล่ะคะ ทำแบบนี้น้าคริสของน้องครีมจะไม่มีความสุขเอานะ”
“น้องครีมขอโทษค่ะ งั้นวันนี้น้าคริสไม่มีความสุขใช่มั้ยคะเพราะน้องครีมงอแงใส่ ต่อไปน้องครีมจะไม่งอแงใส่น้าคริสแล้วค่ะ”
“น่ารักที่สุดเลยค่ะ ต่อไปถ้าน้องครีมไม่อยากให้คนที่น้องครีมรักไม่มีความสุขก็ต้องไม่งอแง โอเคมั้ยคะ”
“โอเคค่ะ” เด็กหญิงยิ้มกว้างรีบตอบรับ ท่าทีของเธอช่างน่าเอ็นดูนัก
ระหว่างทั้งสองเย้าหยอกกันเล่นครามก็เปิดประตูห้องเข้ามา ชายหนุ่มได้รับสายจากคริสที่เล่าเรื่องผู้เป็นหลานให้ฟังพอเสร็จธุระก็รีบมาหาหลานสาวในทันที ชายหนุ่มค่อยๆ เดินเข้าไปนั่งที่เตียงใกล้ๆ เด็กหญิงและทำหน้ารู้สึกผิด
“น้องครีมหายโกรธน้าครามได้มั้ยคะ น้าครามนี่แย่จริงๆ เลยที่ตาถั่วมองไม่เห็นน้องครีม น้องครีมจะทำโทษน้าครามยังไงก็ได้ น้าครามยอมหมดเลย”
“จริงนะคะ งั้นน้าครามก็เลิกดุพี่ดาหวันสักทีสิ น้องครีมไม่อยากให้พี่ดาหวันไม่มีความสุข”
“นี่เธอพูดถึงฉันให้หลานฟังยังไงเนี่ย” ครามหันไปดุให้ดาหวันที่ยืนทำตัวไม่ถูก หญิงสาวคิดไม่ถึงว่าเด็กหญิงจะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก่อนหน้านี้เธอก็แค่เล่าให้ฟังเท่านั้นว่าเวลาเจอน้าครามของเด็กหญิงที่ไรเป็นต้องโดนดุทุกที
“น้าครามดุพี่ดาหวันอีกแล้ว” เด็กสาวค้อนใส่
“น้าไม่ได้ดุสักหน่อย น้าแค่พูดเสียงดัง งั้นต่อไปนี้น่าจะพูดกับพี่ดาหวันของน้องครีมเบาๆ ดีมั้ยคะ”
“น้าครามสัญญาแล้วนะ” เด็กน้อยยื่นนิ้วก้อยออกมาเพื่อให้น้าชายเกี่ยวก้อยสัญญา
“สัญญาค่ะ งั้นตอนนี้น้องครีมก็นอนได้แล้วนะ ไว้พรุ่งนี้น้าครามมาเล่นด้วย” ชายหนุ่มประคองหลานสาวนอนลงที่เตียงพร้อมลูบผมเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินจากห้องโดยมีดาหวันตามออกไปติดๆ
“คุณคราม เรื่องที่น้องครีมพูด…”
“ต่อไปอย่าทำอีก ต่อให้ฉันนิสัยไม่ดียังไงฉันก็ไม่อยากให้ครีมต้องมารับรู้พฤติกรรมแย่ๆ ของฉัน”
“ฉันไม่ได้พูดถึงคุณในทางไม่ดีสักหน่อย ก็แค่บอกว่าคุณชอบทำหน้าดุเวลาเจอฉัน ก็เหมือนที่คุณทำอยู่ตอนนี้นั่นแหละ คุณไม่รู้ตัวหรือไงว่าฉันกลัวคุณขนาดไหน”
“กลัวฉัน? ฉันควรจะเป็นฝ่ายที่ต้องกลัวเธอมากกว่า เจอเธอทีไรมีเรื่องดีๆ ตลอด” ชายหนุ่มประชด
“ปกติคุณอยู่กับคนอื่นแล้วดุแบบนี้มั้ยหรือเป็นแค่ฉันคนเดียว งั้นฉันถามตรงๆ เลยแล้วกัน คุณไม่ชอบฉันใช่มั้ย”
คำถามของดาหวันทำให้ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปทันที ดูเหมือนว่าท่าทีของเขาที่แสดงออกกับหญิงสาวที่ผ่านมาดูจะแข็งกระด้างไปมากเลยทำให้เธอคิดแบบนี้ ชายหนุ่มค่อยๆ เดินเข้าใกล้หญิงสาวให้มากขึ้น มือใหญ่ก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอ ก่อนจะดีดไปที่หน้าผากของหญิงสาวเบาๆ
“เพ้อเจ้อ!” พูดจบชายหนุ่มก็เดินจากไป
ช่วงค่ำของวัน คอนโดพรีเลช“ดาหวันเกินไปแล้วนะ วันหยุดก็ยังจะเอางานมาทำอีกเก็บได้แล้ว” ครามดึงกองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาออก วันหยุดทั้งทีชายหนุ่มก็อยากให้หญิงสาวได้ผ่อนคลายบ้างไม่ใช่มัวแต่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องงาน“ไม่เห็นเป็นไรเลยงานก็ไม่ได้เครียดสักหน่อย”“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ฉันอยากให้ลูกของฉันได้พักผ่อน”“นี่พึ่งจะทุ่มหนึ่งเองนะคะ”“ก็นั่งเฉยๆ ไปไม่ต้องทำอะไรไง เดือนหน้าแม่ใหญ่อยากให้เราย้ายไปอยู่ที่บ้านอิชญาน่ะ เธอเองก็ท้องโตทุกวันถ้าอยู่คอนโดไม่ค่อยสะดวกด้วย ไว้ปรับปรุงบ้านเสร็จเราก็ค่อยย้ายอีกที”“แล้วคุณเห็นด้วยกับแม่คุณหรือเปล่า ถ้าคุณโอเคฉันก็โอเค ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่มีคุณอยู่ด้วยก็พอ”“ฉันก็เห็นด้วยกับแม่ใหญ่นะ อยู่บ้านอิชญาจะได้มีคนคอยช่วยดูแลเธอ”“งั้นก็ตามนั้นค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกจากโซฟาตรงไปยังภาพวาดที่เธอถือช่อดอกแคสเปียที่แขวนไว้ตรงผนัง พอได้มองภาพนั้นความรู้สึกมากมายก็เข้ามา“ฉันที่อยู่ในภาพนี้ดูไร้เดียงสาจังเลยนะคะ แต่ตอนนี้กลับเป็นผู้หญิงที่มีภาระมากมายที่ต้องแบกรับ ถ้าไม่มีคุณฉันยังนึกไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเลือกเดินทางไหน”“ไม่ว่าตอนไหนเธอก็เหมือ
1 เดือนต่อมา ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง“แม่คะพอได้แล้วจะเอาไปถมบ้านหรือไง” คีรนาเอ่ยหยอกผู้เป็นแม่ที่ช้อปปิ้งเลือกดูของใช้ให้หลานคนที่สองของบ้าน“แม่ว่ายังไม่พอนะ เอาไปหลายๆ แบบก็ดี”“หลานพึ่งจะได้เดือนกว่าเองนะคะหญิงหรือชายก็ยังไม่รู้เลยแม่จะตื่นเต้นทำไม ยังมีเวลาให้เลือกตั้งเยอะ”“ความสุขของแม่คีย์อย่าขัดใจแม่นักเลย แม่ว่าเราไปดูแปลนอนดีกว่า”“แม่!” คีรนาตะโกนตามผู้เป็นแม่ ดูท่าว่าไม่สามารถหยุดผู้เป็นแม่ของเธอได้แล้วในตอนนี้บริษัทอิชญา จิวเวลรี่“ถูกใจมากเลยเดี๋ยวจะเพิ่มโบนัสให้นะ” ครามบอกต่อมินตาที่ออกแบบเซตเครื่องประดับได้ถูกใจเขา เครื่องประดับชุดนี้ชายหนุ่มตั้งใจจะให้ดาหวันเป็นของหมั้นหมาย ในเมื่อเธอจะเข้ามาเป็นสะใภ้อิชญาแล้วก็ต้องได้รับสิ่งที่คู่ควร ส่วนแหวนแต่งงานชายหนุ่มจะเป็นคนออกแบบเอง“ขอบคุณค่ะคุณคราม ว่าแต่คุณคริสจะรีบไปไหนคะยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลย” มินตาเห็นท่าทีเร่งงีบของคริสก็เกิดความสงสัย ปกติชายหนุ่มมักจะทำงานจนถึงค่ำถึงได้กลับ แต่วันนี้ดูรีบร้อนเป็นพิเศษ“รีบไปเตรียมตัวสู่ขอสาวพรุ่งนี้มั้ง”“คุณทิชาเหรอคะ”“ก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ เห็นว่าได้ฤกษ์แต่งปลายปีนี้”."ปลา
มินตายืนชะเง้อมองหาคริสด้วยความตื่นเต้น เห็นผู้เป็นเจ้านายปรากฏตัวแบบไม่ทันตั้งตัวก็ดูจะตื่นเต้นยกใหญ่ พอเห็นมาวินเดินมาก็รีบเข้าไปถามไถ่ในทันที“คุณวินแล้วคุณคริสล่ะ”“อยู่ห้องรับรองกับคุณทิชาน่ะ”“คุณทิชาก็กลับมาด้วยเหรอ งั้นก็แปลว่าคุณคริสง้อคุณทิชาสำเร็จแล้ว”“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเรื่องของเจ้านายไม่ค่อยอยากยุ่งน่ะ”“นี่คุณว่าฉันยุ่งเรื่องของเจ้านายเหรอ” มินตาตีไปที่แขนมาวินโทษฐานที่ชายหนุ่มพูดหยอกเธอ ความสนิทสนมของทั้งคู่ทำให้ฟิลิปที่เดินมาเห็นเข้าพอดีดูจะไม่ค่อยสบอารมณ์นัก“คุณฟิลิปออกไปกินกาแฟด้วยกันมั้ย กว่าจะเข้าห้องประชุมอีกตั้งชั่วโมง” มาวินเหลือบเห็นฟิลิปกำลังเดินมาก็รีบชวนออกไปดื่มกาแฟด้วย“ไม่ดีกว่าครับผมต้องไปหาคุณครามและก็คงไม่ได้เข้าประชุมด้วย ขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินจากคนทั้งคู่ไป“คุณครามนี่คัดผู้ช่วยเหมือนตัวเองเปี๊ยบเลยเนาะ คุณฟิลิปเดินผ่านผมทีไรผมหนาวไปทั้งตัวเลย เวลาคุยงานกับเขาผมนี่ตัวเกร็งเชียว”“นี่คุณวินกำลังนินทาเรื่องเจ้านายอยู่นะคะ เดี๋ยวฉันก็เอาไปฟ้องคุณครามหรอก ตามสบายนะคะฉันขอตัวก่อน” พูดจบมินตาก็รีบวิ่งตามฟิลิปออกไป“คุณฟิลิปเ
บ้านอิชญา“คุณมนัสมาคุยอะไรกับคุณคะ” ดุจดาวถามผู้เป็นสามีหลังจากที่มนัสกลับออกไปแล้ว การมาของมนัสเธอรู้ดีว่าต้องมีเรื่องบางอย่างแอบแฝง“คุณมนัสอยากให้ครามกับหนูเชอรีนคบกันน่ะเลยอยากให้ผมไปคุยกับคราม ถ้าไม่ตกลงก็จะพิจารณาเรื่องถอนทุนโปรเจกต์”“แล้วคุณตอบว่าไงคะ”“ผมเคยทำผิดกับครามแล้วและก็จะไม่ทำผิดอีก ถ้าเขาจะถอนการลงทุนออกจริงๆ ผมก็ทำอะไรไม่ได้”“ค่อยโล่งใจหน่อย คุณมนัสก็เหลือเกินสมัยไหนแล้วยังเอาเรื่องธุรกิจมาต่อรองอีก เดี๋ยวนี้เขาไม่บังคับลูกแต่งงานเชื่อมธุรกิจกันแล้ว ฉันเริ่มจะไม่ชอบหนูเชอรีนแล้วสิ รู้ทั้งรู้ว่าลูกชายเรามีแฟนแล้วก็ยังจะอยากได้อีก”“ใจเย็นๆ สิคุณ”“เย็นไม่ไหวแล้วค่ะ สะใภ้รองบ้านอิชญาต้องเป็นหนูดาหวันเท่านั้น คุณก็รู้ที่ครามกลับมายอมเปิดใจให้พวกเราก็เพราะหนูดาหวัน ฉันไม่อยากเห็นลูกต้องทนทุกข์ใจอีกแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ครามจะรับมือไหวเหรอคะ พรุ่งนี้คุณก็ไปเป็นเพื่อนลูกหน่อยสิ มีคุณอยู่ด้วยคุณมนัสคงไม่กล้าเท่าไหร่”“งานนี้เป็นส่วนรับผิดชอบของลูกเรา ผมเองก็ลาพักร้อนตั้งแต่ครามเข้าไปช่วยงานที่บริษัทแล้วจะไปออกหน้ารับแทนได้ยังไง แบบนั้นเขาก็ยิ่งมองว่าลูกเราเป็นลูกแหง่คอยแต่จ
“อะไรนะคะ ฉันท้อง!”“ค่ะ สองสัปดาห์แล้ว”“แน่ใจนะคะหมอ เป็นไปได้ไงฉันกินยาคุมฉุกเฉินแล้วนี่”“แล้วยาที่คุณกินได้ซื้อตามร้านเภสัชมั้ย บางทีพวกร้านขายทั่วไปมักจะมียาที่หมดอายุค้างสต๊อกอยู่ ตอนขายให้ลูกค้าก็ไม่ได้ตรวจดู หมอเองก็เจอเคสนี้บ่อยเหมือนกัน”“มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอคะ”“ทุกอย่างเป็นไปได้หมดแหละงั้นจะมีคำว่าพลาดกันเหรอ ถ้ายังไม่พร้อมลองปรึกษากับสามีดูนะคะว่าจะยุติการตั้งครรภ์มั้ย”“ขอบคุณค่ะ” ดาหวันออกมาจากห้องตรวจด้วยสีหน้าสับสน ไม่คิดว่าคำพูดโกหกของเธอที่บอกเชอรีนไปจะเป็นเรื่องจริง แล้วตอนนี้เธอต้องทำยังไงต่อ หรือจะบอกแฟนหนุ่มเรื่องที่เธอท้องไปเลย แต่พอมาคิดดูแล้วปิดไว้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยหาโอกาสบอกอีกที“ดาหวันหมอบอกว่ายังไงบ้าง” ขุนพลรีบเดินตรงมาถามหญิงสาวด้วยความร้อนใจ“หมอบอกฉันพักผ่อนน้อยค่ะไม่เป็นไรมาก คุณขุนรับปากนะคะว่าจะไม่บอกคุณคราม ฉันไม่อยากให้เขากังวลจะได้ทำงานอย่างสบายใจ”“ก็ได้ งั้นพรุ่งนี้เธอก็พักแล้วกันไม่ต้องไปทำงานหรอก”“ได้ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ บางทีรอให้โปรเจกต์งานจบก่อนค่อยบอกครามแล้ว ถึงตอนนั้นท้องของเธอก็น่าจะยังไม่โตมากจนผิดสังเกตบริษัทอิชญา จิ
เวสต์มิดแลนด์ ประเทศอังกฤษ“โอเคเข้าใจแล้ว งั้นอาทิตย์หน้านายบินมาหาฉันที่เวสต์มิดแลนด์ได้เลย เอาแผนงานมาด้วย” คริสบอกต่อมาวินผู้ช่วยหนุ่มที่รายงานถึงสถานการณ์ของบริษัทให้ฟัง“บริษัทมีปัญหาเหรอคะ งั้นพี่ก็ควรกลับได้แล้ว” ทิชาเห็นคริสคิ้วขมวดสีหน้าค่อนข้างจริงจังก็อดเป็นกังวลไม่ได้ แทนที่ชายหนุ่มจะตามเธออยู่แบบนี้สู้ไม่กลับไปแก้ไขปัญหาเรื่องบริษัทเสียดีกว่า“ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงหรอกแค่นี้ครามจัดการได้อยู่แล้ว ก็พี่บอกแล้วไงว่าถ้าทิชาไม่กลับไปพร้อมพี่ พี่ก็ไม่กลับ”“ทำไมพี่ดื้อขนาดนี้”“งั้นก็กลับกับพี่สิ”“ไม่ค่ะ”“งั้นพี่ไม่กลับ ไม่ต้องห่วงหรอกน่าพี่เชื่อครามเอาอยู่ ถ้าจะมีผลกระทบก็แค่ต้องถอนทุนโปรเจกต์คืน ไม่เสียหายมากหรอก”“นี่ยังไม่เสียหายอีกเหรอคะ พี่คริสรีบกลับไปช่วยพี่ครามเถอะค่ะ โปรเจกต์นี้เป็นแผนงานที่พี่ตั้งใจทำมาก พี่จะยอมให้มันพังไปจริงๆ เหรอ ทิชาไม่ได้บอกว่าพี่ครามไม่มีความสามารถ แต่พี่ครามจะรู้จุดด้อยจุดเด่นของแผนงานเท่ากับคนคิดโปรเจกต์ได้ไง”“งั้นทิชากลับพร้อมพี่ได้มั้ย นะครับ นะ” ชายหนุ่มเว้าวอน ทิชาเองก็เหมือนตกที่นั่งลำบากเพราะที่คริสทำอยู่นั้นเหมือนกับการเอาปัญหาของบริ







