เข้าสู่ระบบดาหวันเอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของคริสกับครามแต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามออกไป เธอก็เป็นแค่คนนอกไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของครอบครัวคนอื่น หรือบางทีอาจจะเป็นเธอเองที่คิดมากเกินไป
“คิดอะไรอยู่เหรอ ตั้งแต่ออกมาจากบ้านคุณไม่คุยกับผมเลย หรือว่าโกรธที่ผมไปส่งคุณแทนที่จะเป็นคราม”
“ทำไมคิดแบบนั้นคะ ฉันดีใจต่างหากที่เป็นคุณ”
“ก็เห็นคุณนั่งเงียบไม่พูดอะไรก็นึกว่าคุณจะไม่พอใจผมซะอีก งั้นผมถามได้มั้ยว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่”
“ฉันแค่กลัวคุณเหนื่อยค่ะเลยไม่อยากชวนคุย คุณพึ่งมาถึงบ้านเองแต่กลับต้องขับรถไปส่งฉันอีก ที่จริงคุณให้ฉันลงปากทางข้างหน้าก็ได้นะคะ ตรงนั้นน่าจะเรียกแท็กซี่ได้ง่ายอยู่”
“ดาหวัน คุณชักจะเกรงใจเกินไปแล้วนะ ทำไมผมรู้สึกว่าคุณเหมือนจะอึดอัดเลยเวลาที่ต้องอยู่กับผม ผมดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ไม่ใช่สักหน่อยคุณใจดีมากต่างหาก ฉันแค่เกรงใจคุณจริงๆ ฉันรู้สึกว่างานของฉันมันไม่คุ้มกับเงินเดือนที่คุณให้เลยด้วยซ้ำ”
“แล้วเวลาอยู่กับครามคุณเกรงใจแบบนี้มั้ย พวกคุณสองคนสนิทกันเหรอ”
“สนิทที่ไหนคะ ฉันกับคุณครามเราแทบจะไม่รู้จักกันเลย ดูคุณครามเขาแตกต่างจากคุณมากเลยนะคะ ทั้งนิสัยใจคอ การใช้ชีวิต ดูเป็นโลกคู่ขนานกับคุณยังไงไม่รู้”
ชายหนุ่มแสยะยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาว ทั้งที่พึ่งพูดไปเองว่าแทบจะไม่รู้จักกับครามแต่ทำไมกลับมองออกว่าเขาและชายหนุ่มนั้นนิสัยใจคอต่างกันราวกับว่าคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
“ครามเขาก็เป็นแบบนี้แหละ แต่จริงๆ เขาใจดีนะ เดี๋ยวคุณได้รู้จักเขามากขึ้นคุณก็เห็นมุมน่ารักๆ ของเขาเองแหละ นี่ก็บ่ายมากแล้วคุณกินข้าวเที่ยงยัง”
“ฉันกินที่บ้านคุณพร้อมกับคุณคีย์คุณครีมแล้วค่ะ”
“แต่ผมยังไม่ได้กินเลย ถ้าผมจะขอแวะกินข้าวก่อนค่อยไปส่งคุณได้มั้ย”
“ได้สิคะ เอ่อคุณคริสคะ คุณพอจะรู้เรื่องดอกไม้มั้ย คุณรู้มั้ยว่าดอกที่มันสีม่วงๆ ต้นไม่ใหญ่ก้านมันจะเล็กๆ ยาวๆ แตกใบออกดอกเป็นสีม่วงหน่อยๆ คือดอกอะไร”
“โจทย์คุณให้มายากไปนะ บนโลกนี้มีดอกไม้สีม่วงตั้งเยอะแยะ คุณถามทำไมเหรอ”
“ก็แค่ผ่านไปเจอแล้วสะดุดตา ช่างเถอะค่ะฉันก็ถามไปงั้นๆ” หญิงสาวยิ้มเจื่อน เธอไม่อยากบอกว่าตามหาดอกไม้นั้นเพราะอยากจะชดใช้คืนให้กับครามที่ทำกระถางของเขาแตกไปเมื่อเช้านี้ ตอนนี้เธอเองก็ยังไม่รู้สถานการณ์ระหว่างคริสกับครามด้วย ถ้าจะบอกคริสไปก็กลัวทำให้ชายหนุ่มลำบากใจ
ช่วงค่ำของวัน คอนโดพรีเลช
ดาหวันกลับมาถึงห้องก็เห็นมินตานั่งรออยู่ที่โซฟา เธอมองไปยังเพื่อนสาวที่พึ่งมาถึงและยิ้มอ่อนออกมาอย่างมีเลศนัย
“ยิ้มให้ฉันทำไม แปลกๆ นะเธอเนี่ย”
“คุณคริสพาไปไหนบ้างล่ะถึงได้กลับค่ำป่านนี้”
“เธอรู้ด้วยเหรอว่าฉันไปกับคุณคริสมา”
“รู้สิก็เขาบอกฉันเองถึงขั้นเลื่อนประชุมออกไปเป็นวันอื่น เขายังบอกอีกด้วยนะว่าเธอจะย้ายไปอยู่ที่บ้านเขา เธอกับคุณคริสนี่มันยังไงกัน”
“ไม่ยังไงทั้งนั้น คุณคริสแค่พาฉันไปกินข้าวเพื่อคุยข้อตกลงเรื่องงานก็แค่นั้น”“แย่จัง นึกว่ามีอะไรในกอไผ่ซะอีก นี่ถามหน่อยสิ เวลาเธออยู่ใกล้เขาไม่หวั่นไหวบ้างเหรอ”
“ก็…นิดหนึ่งนะเวลาที่เขายิ้ม” ดาหวันยอมรับออกไปตามตรง ยิ้มอบอุ่นของคริสในช่วงนั้นทำเธอรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาจริงๆ
“ถ้าคุณคริสเขาชอบเธอล่ะ เธอจะทำยังไง”
“ก็ดีนะสิ หน้าตาดี ฐานะก็ดีแถมยังอบอุ่นเอาใจใส่เก่งอีกมีใครบ้างจะไม่ชอบ แต่เธอน่ะเลิกพูดเล่นได้แล้ว คนแบบคุณคริสเขาไม่มามองฉันหรอกจ้ะ เอ๊ะ…นั่น!” ระหว่างนั้นดาหวันก็เหลือบไปเห็นช่อดอกไม้ที่วางไว้บนโต๊ะข้างๆ โซฟา หญิงสาวรีบเดินไปหยิบช่อดอกไม้ขึ้นมาก่อนจะยิ้มกว้างอย่างพอใจ
“มิน ดอกม่วงๆ นี้ดอกอะไรเหรอ”
“แคสเปียน่ะ ถ้าชอบก็เอาไปสิพอดีลูกค้าให้ฉันมา”
“แคสเปีย? ใบก็เหมือนก้านก็เหมือนน่าจะใช่แหละ พอออกดอกเต็มแบบนี้ดูสวยจัง”
“เธอดูสนใจมากเลยนะ มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอก งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ” ดาหวันวางช่อดอกไม้กลับที่เดิม ก่อนจะเดินเข้าไปทำกิจธุระส่วนตัวตามที่บอกเพื่อนสาวเอาไว้
วันต่อมา บ้านอิชญา
ดาหวันยืนรอครามอยู่ที่ทางเข้า พอเห็นชายหนุ่มเปิดประตูออกมาก็รีบเดินเข้าไปหาพร้อมกับยื่นกระถางดอกแคสเปียให้
“อ๊ะเอาไปสิ บอกแล้วไงว่าจะชดใช้คืนให้ เมื่อวานที่ฉันทำของคุณเสียหายคือต้นแคสเปียใช่มั้ย”
“ไม่ต้อง เธอเอากลับไปเถอะ”
“คุณรับไปเถอะนะฉันไม่อยากติดค้างคุณ ฉันออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปหามาให้คุณเลยนะ ก็ชดใช้ที่ฉันทำของคุณแตกไปไง”
“ที่แตกคือกระถาง ส่วนดอกไม้ไม่ได้เสียหาย ฉันแค่เอาลงกระถางใหม่ก็จบแล้ว เธอนี่คิดเยอะจังเลย”
“ก็ฉัน… ช่างเถอะไหนๆ ฉันเอามาแล้วคุณก็รับไปเถอะ”
“เซ้าซี้จัง งั้นเธอก็เอาไปวางไว้กับพวกมันแล้วกัน” ชายหนุ่มชี้ไปยังกลุ่มกระถางต้นแคสเปียเพื่อให้ดาหวันนำไปวางรวมกันไว้
“เสร็จแล้วใช่มั้ยก็ออกไปสิ บอกแล้วไงว่าอย่ามาที่นี่อีก”
“คุณคราม ฉันขอโทษนะคะสำหรับทุกเรื่องที่ฉันสร้างปัญหาให้คุณ และก็ขอโทษที่มองคุณเป็นคนสวน แต่ฉันไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับคุณจริงๆ นะ ตอนนี้ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วก็ไม่อยากทำให้คุณลำบากใจอีก เรื่องกระเป๋าสตางค์คุณจะให้ฉันชดใช้ยังไงคุณค่อยบอกแล้วกัน ฉันรับปากค่ะว่าจะไม่มาที่นี่อีก และถ้าฉันเห็นคุณจะอยู่ให้ห่างๆ แค่นี้แหละค่ะที่ฉันอยากจะบอกคุณ” หญิงสาวเผยยิ้มเอ่ยบอกชายหนุ่มด้วยความจริงใจ ในเมื่อเธอเป็นผู้อาศัยก็ไม่อยากทำให้คนที่เป็นเจ้าของบ้านต้องอึดอัดลำบากใจเพราะเธออีก เธอเองก็รู้สึกว่าชายหนุ่มนั้นไม่ค่อยชอบเธอด้วย
“อยู่ดีๆ ก็จริงจังซะงั้น” ครามพึมพำตามหลังหญิงสาวที่พึ่งเดินออกไป ก่อนจะเดินมายังกระถางแคสเปียที่ดาหวันนำมาวางไว้เมื่อสักครู่ และเผยรอยยิ้มออกมา
ช่วงบ่ายของวัน
ดาหวันเข้ามายังห้องหนังสือเพื่อหาหนังสืออ่านขั้นเวลาระหว่างรอคีรนาพาผู้เป็นลูกสาวมาส่ง หญิงสาวเดินดูตามชั้นวางก็สะดุดเข้ากับหนังสือปกหนาสีแดงที่อยู่บนสุดของชั้น แต่ด้วยความสูงของเธอคงไม่สามารถเอาหนังสือเล่มดังกล่าวลงมาได้ ระหว่างนั้นครามก็เดินผ่านมาเธอจึงไม่รีรอที่จะขอความช่วยเหลือจากชายหนุ่ม
“วานคุณเอาหนังสือปกแดงนั้นให้หน่อยได้มั้ยคะ ฉันเอาไม่ถึงน่ะ”
“เมื่อเช้าเธอพึ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะอยู่ให้ห่างจากฉัน แล้วทำไมถึงเรียกให้ฉันมาหาล่ะ”
“งั้นช่างเถอะค่ะฉันเอาเองก็ได้” หญิงสาวโต้กลับ ดูเหมือนว่าเธอจะลืมคำพูดของตัวเองไปแล้วจริงๆ
ดาหวันเมื่อไม่ได้รับความช่วยเหลือเธอจึงหาวิธีเอาหนังสือดังกล่าวลงมาด้วยตัวเอง หญิงสาวลากเก้าอี้ไม้เก่าๆ ที่อยู่ข้างชั้นวางหนังสือมาเพื่อจะปีนขึ้นไปเอาหนังสือเล่มที่ต้องการ โดยมีครามยืนแสยะยิ้มมองย่างไม่ละสายตา
ระหว่างที่ดาหวันหยิบเอาหนังสือนั้นเก้าอี้ที่เธอเหยียบอยู่ก็โคลงเคลงจนหญิงสาวเสียการทรงตัวแล้วตกลงมาจากเก้าอี้ในที่สุด ก้นกบของหญิงสาวกระแทกกับพ้นในทันที ดาหวันรู้สึกเคืองขุ่นต่อครามที่รู้ว่าเธอกำลังจะตกจากเก้าอี้แต่ไม่เข้ามาช่วย แม้แต่ตอนนี้เขายังยืนยิ้มชอบใจมองมาที่เธอโดยไม่สนใจสักนิด
“ผู้ชายอะไรใจดำชะมัด”
“ขึ้นเองตกเอง กลับมาว่าฉันใจดำซะงั้น”
“ถ้าไม่ช่วยก็ไปเถอะค่ะ ไม่ต้องมาหัวเราะสมน้ำหน้าฉันก็ได้”
“งั้นฉันไปแล้วนะ” ชายหนุ่มถามย้ำในความต้องการของหญิงสาวก่อนจะเดินออกจากห้องหนังสือไป ท่าทีของครามทำดาหวันเอือมระอาเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าเขาจะเป็นผู้ชายตัวโตที่แล้งน้ำใจขนาดนี้
ดาหวันพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ไม่ทันได้ขึ้นยืนก็ถูกครามเข้าคว้าตัวเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะอุ้มพาเธอไปนั่งยังโซฟาที่อยู่ใกล้ๆ การกระทำของชายหนุ่มทำดาหวันสับสนอยู่ไม่น้อย
“ฉันไม่อยากโดนตราหน้าว่าแล้งน้ำใจ” ชายหนุ่มบอกต่อดาหวันก่อนจะเดินไปเก็บหนังสือเล่มแดงที่ตกอยู่ที่พื้นนำมาให้กับเธอ
“ขอบคุณค่ะ ก็ไม่ได้เย็นชานี่” หญิงสาวมองค้อนประชด
“เดี๋ยวฉันให้แม่บ้านเอายามาให้ ดูแลตัวเองยังไม่ได้แล้วแบบนี้เธอจะดูแลหลานฉันได้ไง”
“ฉันไม่เป็นไรก็แค่เคล็ดนิดหน่อยเองเดี๋ยวก็หายแล้ว นั่นเสียงคุณครีมนี่คะ งั้นฉันขอตัวไปหาเธอก่อนนะ”
“เธออยู่นิ่งๆ ก่อนได้มั้ย” ชายหนุ่มตวาดใส่พร้อมเข้าไปประคองดาหวันที่กำลังจะลุกให้นั่งลงกลับที่เดิม หญิงสาวเองก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้เลยต้องจำนน
“เธออยู่นี่แหละ” พูดจบก็เดินจากไป
ผ่านไปสักครู่เด็กน้อยวัยกระเตาะก็วิ่งเข้ามาหาดาหวันที่ห้องหนังสือ เธอยิ้มหวานสดใสให้กับผู้เป็นพี่เลี้ยงของเธออย่างน่าเอ็นดู
“กลับมาแล้วเหรอคะน้องครีม วันนี้ไปเที่ยวไหนมาบ้าง”
“แม่พาน้องครีมไปเที่ยวสวนสนุกมาค่ะ ไว้ครั้งหน้าพี่ดาหวันไปกับน้องครีมนะคะ”
“ได้สิคะ ไว้เราไปด้วยกันเนาะ”
“น้าครามบอกว่าพี่ดาหวันตกเก้าอี้ พี่เจ็บมากมั้ยน้องครีมเป็นห่วงค่ะ”
“ไม่เจ็บแล้วค่ะ เห็นมั้ยคะว่าพี่ไม่เป็นอะไรเลย” ดาหวันลุกจากเก้าอี้หมุนตัวให้เด็กน้อยดู ตอนนี้เธอไม่ค่อยรู้สึกปวดแล้ว ครั้งนี้โชคดีที่เก้าอี้ไม่ได้สูงมากไม่งั้นเธอคงเจ็บหนักกว่านี้แน่นอน
ระหว่างที่ดาหวันและน้องครีมพูดคุยหยอกเล่นกันอยู่นั้นคีรนาก็เดินเข้ามาสมทบ หญิงสาวต้องกลับต่างประเทศแล้วเลยอยากจะฝากฝังเรื่องของผู้เป็นลูกสาวให้กับดาหวันดูแลต่อ เธอหวังว่าดาหวันจะรักและเอ็นดูลูกสาวของเธอเป็นอย่างดี
ช่วงค่ำของวัน
“คิดอะไรอยู่เหรอ” คริสเอ่ยทักดาหวันเมื่อเห็นหญิงสาวกำลังยืนเหม่ออยู่ที่สวนข้างบ้าน
“คิดอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะ พึ่งกลับมาถึงเหรอคะ”
“อืม แล้วนั่นคุณเป็นอะไร” ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวยืนทุบหลังตัวเองก็ถามด้วยความสงสัย
“คือตอนบ่ายฉันตกจากเก้าอี้ค่ะ หลังเลยตึงๆ ไปหน่อย”
“เป็นอะไรมากมั้ย?” คริสปรี่เข้าไปคว้าตัวหญิงสาวเพื่อสำรวจความผิดปกติจากการตกเก้าอี้ สีหน้าชายหนุ่มดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย
ดาหวันจ้องไปที่ดวงตาอบอุ่นของคริสอย่างไม่ลดละ ความเอาใจใส่ของชายหนุ่มนั้นทำเธอรู้สึกเคลือบแคลงอย่างบอกไม่ถูก ท่าทีของเขาในตอนนี้ดูห่วงใยเธอมากจริงๆ
ช่วงค่ำของวัน คอนโดพรีเลช“ดาหวันเกินไปแล้วนะ วันหยุดก็ยังจะเอางานมาทำอีกเก็บได้แล้ว” ครามดึงกองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาออก วันหยุดทั้งทีชายหนุ่มก็อยากให้หญิงสาวได้ผ่อนคลายบ้างไม่ใช่มัวแต่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องงาน“ไม่เห็นเป็นไรเลยงานก็ไม่ได้เครียดสักหน่อย”“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ฉันอยากให้ลูกของฉันได้พักผ่อน”“นี่พึ่งจะทุ่มหนึ่งเองนะคะ”“ก็นั่งเฉยๆ ไปไม่ต้องทำอะไรไง เดือนหน้าแม่ใหญ่อยากให้เราย้ายไปอยู่ที่บ้านอิชญาน่ะ เธอเองก็ท้องโตทุกวันถ้าอยู่คอนโดไม่ค่อยสะดวกด้วย ไว้ปรับปรุงบ้านเสร็จเราก็ค่อยย้ายอีกที”“แล้วคุณเห็นด้วยกับแม่คุณหรือเปล่า ถ้าคุณโอเคฉันก็โอเค ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่มีคุณอยู่ด้วยก็พอ”“ฉันก็เห็นด้วยกับแม่ใหญ่นะ อยู่บ้านอิชญาจะได้มีคนคอยช่วยดูแลเธอ”“งั้นก็ตามนั้นค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกจากโซฟาตรงไปยังภาพวาดที่เธอถือช่อดอกแคสเปียที่แขวนไว้ตรงผนัง พอได้มองภาพนั้นความรู้สึกมากมายก็เข้ามา“ฉันที่อยู่ในภาพนี้ดูไร้เดียงสาจังเลยนะคะ แต่ตอนนี้กลับเป็นผู้หญิงที่มีภาระมากมายที่ต้องแบกรับ ถ้าไม่มีคุณฉันยังนึกไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเลือกเดินทางไหน”“ไม่ว่าตอนไหนเธอก็เหมือ
1 เดือนต่อมา ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง“แม่คะพอได้แล้วจะเอาไปถมบ้านหรือไง” คีรนาเอ่ยหยอกผู้เป็นแม่ที่ช้อปปิ้งเลือกดูของใช้ให้หลานคนที่สองของบ้าน“แม่ว่ายังไม่พอนะ เอาไปหลายๆ แบบก็ดี”“หลานพึ่งจะได้เดือนกว่าเองนะคะหญิงหรือชายก็ยังไม่รู้เลยแม่จะตื่นเต้นทำไม ยังมีเวลาให้เลือกตั้งเยอะ”“ความสุขของแม่คีย์อย่าขัดใจแม่นักเลย แม่ว่าเราไปดูแปลนอนดีกว่า”“แม่!” คีรนาตะโกนตามผู้เป็นแม่ ดูท่าว่าไม่สามารถหยุดผู้เป็นแม่ของเธอได้แล้วในตอนนี้บริษัทอิชญา จิวเวลรี่“ถูกใจมากเลยเดี๋ยวจะเพิ่มโบนัสให้นะ” ครามบอกต่อมินตาที่ออกแบบเซตเครื่องประดับได้ถูกใจเขา เครื่องประดับชุดนี้ชายหนุ่มตั้งใจจะให้ดาหวันเป็นของหมั้นหมาย ในเมื่อเธอจะเข้ามาเป็นสะใภ้อิชญาแล้วก็ต้องได้รับสิ่งที่คู่ควร ส่วนแหวนแต่งงานชายหนุ่มจะเป็นคนออกแบบเอง“ขอบคุณค่ะคุณคราม ว่าแต่คุณคริสจะรีบไปไหนคะยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลย” มินตาเห็นท่าทีเร่งงีบของคริสก็เกิดความสงสัย ปกติชายหนุ่มมักจะทำงานจนถึงค่ำถึงได้กลับ แต่วันนี้ดูรีบร้อนเป็นพิเศษ“รีบไปเตรียมตัวสู่ขอสาวพรุ่งนี้มั้ง”“คุณทิชาเหรอคะ”“ก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ เห็นว่าได้ฤกษ์แต่งปลายปีนี้”."ปลา
มินตายืนชะเง้อมองหาคริสด้วยความตื่นเต้น เห็นผู้เป็นเจ้านายปรากฏตัวแบบไม่ทันตั้งตัวก็ดูจะตื่นเต้นยกใหญ่ พอเห็นมาวินเดินมาก็รีบเข้าไปถามไถ่ในทันที“คุณวินแล้วคุณคริสล่ะ”“อยู่ห้องรับรองกับคุณทิชาน่ะ”“คุณทิชาก็กลับมาด้วยเหรอ งั้นก็แปลว่าคุณคริสง้อคุณทิชาสำเร็จแล้ว”“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเรื่องของเจ้านายไม่ค่อยอยากยุ่งน่ะ”“นี่คุณว่าฉันยุ่งเรื่องของเจ้านายเหรอ” มินตาตีไปที่แขนมาวินโทษฐานที่ชายหนุ่มพูดหยอกเธอ ความสนิทสนมของทั้งคู่ทำให้ฟิลิปที่เดินมาเห็นเข้าพอดีดูจะไม่ค่อยสบอารมณ์นัก“คุณฟิลิปออกไปกินกาแฟด้วยกันมั้ย กว่าจะเข้าห้องประชุมอีกตั้งชั่วโมง” มาวินเหลือบเห็นฟิลิปกำลังเดินมาก็รีบชวนออกไปดื่มกาแฟด้วย“ไม่ดีกว่าครับผมต้องไปหาคุณครามและก็คงไม่ได้เข้าประชุมด้วย ขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินจากคนทั้งคู่ไป“คุณครามนี่คัดผู้ช่วยเหมือนตัวเองเปี๊ยบเลยเนาะ คุณฟิลิปเดินผ่านผมทีไรผมหนาวไปทั้งตัวเลย เวลาคุยงานกับเขาผมนี่ตัวเกร็งเชียว”“นี่คุณวินกำลังนินทาเรื่องเจ้านายอยู่นะคะ เดี๋ยวฉันก็เอาไปฟ้องคุณครามหรอก ตามสบายนะคะฉันขอตัวก่อน” พูดจบมินตาก็รีบวิ่งตามฟิลิปออกไป“คุณฟิลิปเ
บ้านอิชญา“คุณมนัสมาคุยอะไรกับคุณคะ” ดุจดาวถามผู้เป็นสามีหลังจากที่มนัสกลับออกไปแล้ว การมาของมนัสเธอรู้ดีว่าต้องมีเรื่องบางอย่างแอบแฝง“คุณมนัสอยากให้ครามกับหนูเชอรีนคบกันน่ะเลยอยากให้ผมไปคุยกับคราม ถ้าไม่ตกลงก็จะพิจารณาเรื่องถอนทุนโปรเจกต์”“แล้วคุณตอบว่าไงคะ”“ผมเคยทำผิดกับครามแล้วและก็จะไม่ทำผิดอีก ถ้าเขาจะถอนการลงทุนออกจริงๆ ผมก็ทำอะไรไม่ได้”“ค่อยโล่งใจหน่อย คุณมนัสก็เหลือเกินสมัยไหนแล้วยังเอาเรื่องธุรกิจมาต่อรองอีก เดี๋ยวนี้เขาไม่บังคับลูกแต่งงานเชื่อมธุรกิจกันแล้ว ฉันเริ่มจะไม่ชอบหนูเชอรีนแล้วสิ รู้ทั้งรู้ว่าลูกชายเรามีแฟนแล้วก็ยังจะอยากได้อีก”“ใจเย็นๆ สิคุณ”“เย็นไม่ไหวแล้วค่ะ สะใภ้รองบ้านอิชญาต้องเป็นหนูดาหวันเท่านั้น คุณก็รู้ที่ครามกลับมายอมเปิดใจให้พวกเราก็เพราะหนูดาหวัน ฉันไม่อยากเห็นลูกต้องทนทุกข์ใจอีกแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ครามจะรับมือไหวเหรอคะ พรุ่งนี้คุณก็ไปเป็นเพื่อนลูกหน่อยสิ มีคุณอยู่ด้วยคุณมนัสคงไม่กล้าเท่าไหร่”“งานนี้เป็นส่วนรับผิดชอบของลูกเรา ผมเองก็ลาพักร้อนตั้งแต่ครามเข้าไปช่วยงานที่บริษัทแล้วจะไปออกหน้ารับแทนได้ยังไง แบบนั้นเขาก็ยิ่งมองว่าลูกเราเป็นลูกแหง่คอยแต่จ
“อะไรนะคะ ฉันท้อง!”“ค่ะ สองสัปดาห์แล้ว”“แน่ใจนะคะหมอ เป็นไปได้ไงฉันกินยาคุมฉุกเฉินแล้วนี่”“แล้วยาที่คุณกินได้ซื้อตามร้านเภสัชมั้ย บางทีพวกร้านขายทั่วไปมักจะมียาที่หมดอายุค้างสต๊อกอยู่ ตอนขายให้ลูกค้าก็ไม่ได้ตรวจดู หมอเองก็เจอเคสนี้บ่อยเหมือนกัน”“มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอคะ”“ทุกอย่างเป็นไปได้หมดแหละงั้นจะมีคำว่าพลาดกันเหรอ ถ้ายังไม่พร้อมลองปรึกษากับสามีดูนะคะว่าจะยุติการตั้งครรภ์มั้ย”“ขอบคุณค่ะ” ดาหวันออกมาจากห้องตรวจด้วยสีหน้าสับสน ไม่คิดว่าคำพูดโกหกของเธอที่บอกเชอรีนไปจะเป็นเรื่องจริง แล้วตอนนี้เธอต้องทำยังไงต่อ หรือจะบอกแฟนหนุ่มเรื่องที่เธอท้องไปเลย แต่พอมาคิดดูแล้วปิดไว้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยหาโอกาสบอกอีกที“ดาหวันหมอบอกว่ายังไงบ้าง” ขุนพลรีบเดินตรงมาถามหญิงสาวด้วยความร้อนใจ“หมอบอกฉันพักผ่อนน้อยค่ะไม่เป็นไรมาก คุณขุนรับปากนะคะว่าจะไม่บอกคุณคราม ฉันไม่อยากให้เขากังวลจะได้ทำงานอย่างสบายใจ”“ก็ได้ งั้นพรุ่งนี้เธอก็พักแล้วกันไม่ต้องไปทำงานหรอก”“ได้ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ บางทีรอให้โปรเจกต์งานจบก่อนค่อยบอกครามแล้ว ถึงตอนนั้นท้องของเธอก็น่าจะยังไม่โตมากจนผิดสังเกตบริษัทอิชญา จิ
เวสต์มิดแลนด์ ประเทศอังกฤษ“โอเคเข้าใจแล้ว งั้นอาทิตย์หน้านายบินมาหาฉันที่เวสต์มิดแลนด์ได้เลย เอาแผนงานมาด้วย” คริสบอกต่อมาวินผู้ช่วยหนุ่มที่รายงานถึงสถานการณ์ของบริษัทให้ฟัง“บริษัทมีปัญหาเหรอคะ งั้นพี่ก็ควรกลับได้แล้ว” ทิชาเห็นคริสคิ้วขมวดสีหน้าค่อนข้างจริงจังก็อดเป็นกังวลไม่ได้ แทนที่ชายหนุ่มจะตามเธออยู่แบบนี้สู้ไม่กลับไปแก้ไขปัญหาเรื่องบริษัทเสียดีกว่า“ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงหรอกแค่นี้ครามจัดการได้อยู่แล้ว ก็พี่บอกแล้วไงว่าถ้าทิชาไม่กลับไปพร้อมพี่ พี่ก็ไม่กลับ”“ทำไมพี่ดื้อขนาดนี้”“งั้นก็กลับกับพี่สิ”“ไม่ค่ะ”“งั้นพี่ไม่กลับ ไม่ต้องห่วงหรอกน่าพี่เชื่อครามเอาอยู่ ถ้าจะมีผลกระทบก็แค่ต้องถอนทุนโปรเจกต์คืน ไม่เสียหายมากหรอก”“นี่ยังไม่เสียหายอีกเหรอคะ พี่คริสรีบกลับไปช่วยพี่ครามเถอะค่ะ โปรเจกต์นี้เป็นแผนงานที่พี่ตั้งใจทำมาก พี่จะยอมให้มันพังไปจริงๆ เหรอ ทิชาไม่ได้บอกว่าพี่ครามไม่มีความสามารถ แต่พี่ครามจะรู้จุดด้อยจุดเด่นของแผนงานเท่ากับคนคิดโปรเจกต์ได้ไง”“งั้นทิชากลับพร้อมพี่ได้มั้ย นะครับ นะ” ชายหนุ่มเว้าวอน ทิชาเองก็เหมือนตกที่นั่งลำบากเพราะที่คริสทำอยู่นั้นเหมือนกับการเอาปัญหาของบริ







