เข้าสู่ระบบมนสิชายกมือขึ้นไหว้ ดนย์มองสำรวจเจ้าหล่อนราวกับว่ากำลังสำรวจสินค้าชิ้นหนึ่ง แววตามีแต่ความจาบจ้วง ไม่มีแม้แต่จะให้เกียรติเธอสักนิด หญิงสาวได้แต่ข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ พยายามนึกถึงใบหน้าผู้เป็นบิดาแล้วก็ท่องในใจว่า..
..เพื่อพ่อ
เมื่อดนย์มองสำรวจจนพอใจแล้ว เขาจึงเดินไปหยิบซองสีน้ำตาลยื่นให้วิจิตรา ซึ่งมนสิชาคาดว่าในนั้นคงจะเป็นเงินค่าตัวของเธอ
วิจิตรารับซองนั้นมาด้วยสีหน้าและแววตาบ่งบอกถึงความพอใจ เมื่อได้สิ่งที่ใจตนเองปรารถนาแล้ว นางจึงกล่าวขอบคุณและขอตัวกลับ
“เดี๋ยว!” มนสิชารีบเรียกแม่เลี้ยงของเธอเอาไว้ก่อนที่วิจิตราจะเดินออกไปจากห้องพร้อมซองเงินสดจำนวนห้าแสนบาท
“มีอะไรกับแม่อีกล่ะจ๊ะ”
“เงินส่วนของหนู หนูขอตอนนี้เลยแล้วกัน”
ดนย์มองภาพมนสิชาที่กำลังทวงขอค่าตัวของเธอจากแม่เลี้ยง ชายหนุ่มเหยียดยิ้มอย่างสมเพชออกมา ตอนแรกเขายังแอบหวังว่าจะได้เห็นภาพเด็กสาวใสซื่อ ร้องห่มร้องไห้ เมื่อโดนแม่เลี้ยงบังคับมาขายตัว แต่นี่อะไรกัน ไม่มีแม้แต่น้ำตาสักหยด
หึ! พวกเด็กใจแตกรักสบาย
“แหม! รีบทวงจังเลยนะ” วิจิตราจำใจต้องหยิบเงินในซองให้มนสิชา
มนสิชารับเงินมาและใส่ลงในกระเป๋าอย่างรวดเร็วเหมือนกับว่าถ้าช้าไปสักเสี้ยววินาทีเดียว เงินนั่นจะหายไป ส่วนแม่เลี้ยงของเธอนั้น เมื่อได้ทุกอย่างสมใจอยาก ก็เดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะกล่าวอะไรกับเธอสักคำ
ในห้องที่เหลือเพียงแค่สองคนทำให้มนสิชาทำตัวไม่ถูก เธอยังยืนอยู่ที่เดิม ดนย์เห็นดังนั้นจึงเอ่ยบอก ชายหนุ่มกดอินเตอร์คอมเรียกคนที่มนสิชาคิดว่าน่าจะเป็นเลขาฯ ไม่ถึงสองนาที หญิงสาวหน้าตาสะสวยแต่งตัวในชุดสูทกระโปรงดูดีก็เดินเข้ามารับคำสั่งเจ้านาย
“บ่ายนี้ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมคุณศจี”
“ไม่มีค่ะ แต่คุณโรซี่ขอนัดดินเนอร์กับท่านประธาน”
“บ่ายนี้ผมไม่รับนัดใคร เพราะผมต้องไปทดลองสินค้าชิ้นใหม่”
คนที่รู้ตัวเองว่าคงเป็น ‘สินค้า’ รู้สึกชาหนึบไปทั้งหัวใจ มนสิชาเบือนหน้าออกไปมองด้านนอกกระจกใส และพยายามจะไม่ใส่ใจกับคำพูดทำร้ายจิตใจของเขา
หลังจากที่ศจีออกไปดนย์จึงหันมาสั่งการกับสินค้าอย่างเธอ
“นั่งรอฉันบนโซฟาก่อนนะ ขอเคลียร์งานก่อน แล้วเราค่อยไปที่คอนโดฯ ของฉันกัน”
มนสิชาไปนั่งบนโซฟาตามคำสั่งเขา เมื่อนั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ ทำให้หญิงสาวคิดถึงสิ่งที่ตัวจะต้องเจอในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ความสาวที่เธอเฝ้าทะนุถนอมมาเกือบๆ ยี่สิบปี แต่ตอนนี้เธอกลับต้องเอามันมาแลกกับเงินห้าแสน ช่างบัดซบสิ้นดี
เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง งานของดนย์ก็เสร็จ แต่นั่นหมายถึงว่างานของเธอกำลังจะเริ่ม
“ไปกันเลยนะ ฉันเคลียร์งานเสร็จแล้ว”
ดนย์กล่าวแค่นั้นก็เดินนำออกไป มนสิชาจึงลุกขึ้นและเดินตามอยู่ห่างๆ
ประตูหน้าห้องของคอนโดมิเนียมชั้นสิบเจ็ดถูกเปิดออก มนสิชามองเข้าไปภายในห้องที่ตกแต่งไว้อย่างเรียบแต่หรูตามสไตล์ของคนเป็นเจ้าของ ดนย์เดินนำเข้าไปในห้อง
“เข้ามาก่อนสิ”
หญิงสาวก้าวตามเขาเข้ามา ไม่พูดไม่จา ยามนี้เธอทำตามราวกับว่าเป็นหุ่นยนต์ที่ใครสั่งอะไรก็ทำตาม
มนสิชานั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาล ตรงหน้าของเธอมีทีวีและโฮมเธียเตอร์ครบชุด เหนือขึ้นไปเป็นรูปของผู้หญิงกับผู้ชายวัยกลางคนและดนย์ ซึ่งน่าจะถ่ายไว้นานแล้ว ดูจากใบหน้าของผู้ชายวัยกลางคนที่ดนย์ถอดแบบรูปหน้าและจมูกมาเป๊ะขนาดนี้ คงจะเป็นพ่อของเขา ส่วนผู้หญิงอีกคนที่มีดวงตาอบอุ่นและท่าทางผู้ดี๊ผู้ดีคงจะเป็นแม่กระมัง ก่อนที่เธอจะได้มองสำรวจมุมอื่นๆ ของห้อง แก้วก้านยาวที่มีไวน์แดงบรรจุอยู่สองในสามของขนาดแก้วก็ถูกยื่นมาตรงหน้าของหญิงสาว
“รับไปสิ” ดนย์ส่งแก้วไวน์ให้มนสิชา ก่อนจะยกแก้วที่อยู่ในมือของตนขึ้นมาดื่ม
มนสิชาลองจิบดูเล็กน้อยก็พบว่ารสชาติของมันละมุนลิ้นและได้กลิ่นคล้ายกลิ่นของดอกกุหลาบจางๆ
“มานั่งตรงนี้ แล้วช่วยปลดกระดุมให้ฉันหน่อย” มือดนย์ตบเบาๆ ลงบนโซฟาอีกตัวที่เขานั่งอยู่
มนสิชาถึงกับสะดุ้งเมื่อดนย์สั่งเธอเช่นนั้น เจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา เมื่อเห็นสายตาวาววับที่ชายหนุ่มส่งมาให้ ถึงแม้จะเตรียมตัวเตรียมใจกับเรื่องนี้มาบ้าง แต่ก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย อย่างไรเสียเมื่อรับค่าจ้างมาแล้ว เขาสั่งอะไรเธอก็ต้องทำ ร่างบางค่อยๆ ขยับเข้าไปนั่งข้างๆ และลงมือปลดกระดุมเสื้อให้ดนย์ตามคำสั่ง
มือของมนสิชาสั่นเพราะความกลัวจนดนย์เองรู้สึกได้ ชายหนุ่มที่ลอบสังเกตอาการของมนสิชา กลับคิดไปอีกแบบ..
มนสิชาตกใจที่จู่ๆ ดนย์ซึ่งมาจากไหนไม่รู้ แล้วเดินเข้ากระชากแขนเธอ จนหญิงสาวต้องลุกขึ้นยืนข้างๆ เขา “อะไรกันคุณดนย์!”“กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้”ศิวัฒน์ที่ไม่รู้ว่าดนย์เป็นใคร และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำราวกับว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมนสิชายังไงยังงั้น “อะไรกันคุณ ปล่อยม่อนเดี๋ยวนี้นะ”“อย่าเสือก!!”ถ้อยคำผรุสวาทที่ดนย์พูดออกมาทำให้มนสิชาเหลืออด อะไรกัน เขาทำเหมือนกับว่าเธอไปทำอะไรผิด“คุณดนย์! กรุณาสุภาพกับเพื่อนฉันด้วย”“ทำไมฉันต้องสุภาพกับมันด้วย ไม่จำเป็น!”“งั้นถ้าคุณไม่สามารถทำตัวเป็นคนที่มีมารยาท หรือสุภาพกับคนอื่นได้ มาทางไหน เชิญคุณกลับไปทางนั้นเลยค่ะ”ดนย์โกรธที่มนสิชาปกป้องศิวัฒน์ ชายหนุ่มจึงดึงแขนเจ้าหล่อนแล้วพาเดินออกจากร้าน ศิวัฒน์เห็นดังนั้นรีบเดินตามไปทันที“คุณ! มันจะมากไปแล้วนะ”“อย่ามายุ่ง! เรื่องของผัวเมียเขาจะคุยกัน คนนอกอย่างแกไม่เกี่ยว”ศิวัฒน์โกรธมากเมื่อได้ยินดนย์พูดเช่นนั้น เขาไม่เชื่อว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นสามีของมนสิชา จะเป็นไปได้ยังไง ที่ผ่านมาหญิงสาวไม่เคยคบกับผู้ชายคนไหนในฐานะแฟน คนที่ใกล้ชิดกับมนสิชาที่สุดก็คือเขา แล้วไอ้บ้านี่มันเป็นใคร“ม่อน! ไม่จริงใช่ไหม” ศิวั
“อร๊าย!” หญิงสาวตกใจที่โดนรวบกอดจากด้านหลัง“คิดถึงจัง”“คิดถึงอะไรคะ เจอหน้ากันอยู่ทุกวัน” มนสิชางงเพราะจู่ๆ ชายหนุ่มก็มาเป็นอารมณ์เหมือนคนหื่นแทนตาลุงขี้เก๊กแบบเมื่อกี้“คิดถึงกอด แล้วก็คิดถึงจูบ” ดนย์หมุนร่างน้อยให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา แล้วจุมพิตชิมปากหวานของเธออย่างโหยหา กลิ่นสบู่เด็กที่มนสิชาชอบใช้ กระตุ้นให้เลือดในกายของชายหนุ่มพลุ่งพล่านได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มจะหายใจไม่ทัน ใบหน้าที่แดงซ่านช่างดูน่ารักยิ่งนัก เขากำลังหลงเด็กหรือนี่“คุณดนย์อะ ทำอะไรก็ไม่รู้” มนสิชารีบซุกหน้าลงที่อกแกร่ง เพื่อหลบสายตาหวานเชื่อมยามที่เขามองมายังเธอ“ก็หนูม่อนน่ารัก จนฉันอดใจไม่ไหวนี่”ดนย์เรียกเธอว่าหนูม่อน ตามที่เธอบอกให้ป้าหมอนเรียก ทำให้หญิงสาวยิ่งเขินเข้าไปอีกยังไม่ทันที่มนสิชาจะเอ่ยอะไรออกมา คำพูดของเธอก็โดนกลืนด้วยปากอุ่นๆ ของเขาเสียแล้ว ดนย์ถอนจูบออกจากปากหวานล้ำ แล้วเลือนริมฝีปากลงมาสำรวจที่ซอกคอขาวของสาวเจ้า มือหนากวาดเอกสารบนโต๊ะทำงาน แล้วอุ้มมนสิชาขึ้นนั่ง จัดท่าจัดทางแล้วพาเธอไปวิ่งเล่นบนทุ่งดอกไม้แสนหวานที่หญิงสาวพึ่งเคยพานพบ“คุณดนย์! ม
แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่าน ปลุกให้หญิงสาวที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเนื้อดีรู้สึกตัวตื่น ข้างกายของเธอเป็นหมอนข้างที่ดนย์คงจะนำมาให้เธอก่ายกอดแทนตัวเขาซึ่งมักจะตื่นเช้าเพื่อไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้ๆ เสมอมนสิชารีบไปอาบน้ำและลงไปด้านล่าง เพื่อเข้าครัวเตรียมอาหารเช้าให้ดนย์เหมือนเช่นทุกเช้าตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ศรันย์จากไป เช้าวันนี้ก็เช่นกัน เจ้าหล่อนมาช่วยมะลิและป้าสมรที่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่“ให้หนูช่วยนะคะ”“อุ๊ย! ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณม่อน” ถึงแม้เจ้านายหนุ่มจะไม่ได้บอกว่ามนสิชามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร แต่ทั้งป้าสมรและมะลิก็พอจะรู้ ด้วยว่ามะลิต้องเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของดนย์และมนสิชาทุกวัน สาวใช้ประจำบ้านที่เห็นเตียงนอนห้องดนย์ตึงเปรี๊ยะเหมือนกับไม่เคยมีใครนอน ต่างกับเตียงที่ห้องมนสิชา ซึ่งยับยู่ยี่ราวกับผ่านสงครามมายังไงยังงั้น ทีแรกมะลิเองก็ไม่แน่ใจ แต่หลังๆ มาเริ่มเห็นดนย์ออกจากห้องของมนสิชาในตอนเช้าบ่อยๆ ก็เริ่มแน่ใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ธรรมดาแน่นอน“ให้ม่อนช่วยเถอะค่ะ ม่อนอยู่เฉยๆ กินแรงพี่มะลิกับป้าสมร ม่อนรู้สึกเกรงใจ”ความขี้เกรงใจและความไม่
“ปะ..เปล่าค่ะ”“เปล่าอะไร ก็เห็นนั่งเหม่ออยู่ตั้งนาน เรียกก็ไม่ได้ยิน”“เออคือ..” ก่อนที่หญิงสาวจะพูดอะไรออกมา ปากอุ่นๆ ของดนย์ก็ประกบลงมาชิมปากหวานล้ำก่อนเสียแล้ว ชายหนุ่มก้มลงช้อนร่างอรชร และวางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แต่ก่อนที่ไฟปรารถนาจะโหมกระหน่ำทั้งคู่ เสียงโทรศัพท์ของมนสิชาก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวแปลกใจมาก ว่าใครโทรมาเวลานี้ เธอจึงเบี่ยงตัวออกจากร่างของดนย์ที่ทับอยู่บนตัวเธอ แล้วหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้อยู่บนโต๊ะปลายข้างเตียงขึ้นมาดู ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำให้หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอกดรับด้วยใจที่กลัวกลัวว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับศรันย์“สวัสดีค่ะพี่อ้อย” หญิงสาวกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ และเงียบฟังสิ่งที่ปลายสายพูด เมื่อพยาบาลอ้อย พยาบาลพิเศษที่เธอจ้างมาดูแลพ่อพูดจบ พลันโทรศัพท์ที่แนบอยู่ข้างหู ก็ร่วงหล่นลงบนพื้น เพราะมือของหญิงสาวบัดนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง“ม่อนๆ ..” ดนย์เขย่าเรียกให้มนสิชาที่นั่งนิ่งเหมือนคนช็อกไป ให้ได้สติ“คุณดนย์คะ ตอนนี้ฉันขอออกไปข้างนอกได้ไหมคะ” มนสิชาส่งสายตาขอร้อง และยกมือไหว้ ดนย์รีบจับมือที่หญิงสาวยกไหว้เขาลง และดึงเธอเข้ามากอด“เธอเป็นอะไร บอกฉั
ดนย์มองกลีบปากอวบอิ่ม ที่มันช่างเย้ายวนตาเขาเหลือเกิน จนอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบ“อือ..” มนสิชารู้สึกตัวตื่นเพราะโดนคนขโมยจูบ เธอรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ เพราะจูบที่เขาปรนเปรอให้ช่างอ่อนหวานและนุ่มนวลเสียเหลือเกิน เนิ่นนานหลายนาทีดนย์จึงถอนริมฝีปากออกมนสิชารีบลุกขึ้นและวิ่งหนีเข้าห้องน้ำทันทีเพราะรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูกดนย์มองกิริยานั้นแล้วยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว “ยัยเด็กบ้า”เวลาเกือบสองเดือนแล้วที่มนสิชามาอยู่กับดนย์ หญิงสาวใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกวัน เช้าไปโรงพยาบาล เย็นๆ หลังจากพยาบาลพิเศษมาแล้ว เธอก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ ‘นางบำเรอ’ ให้เขา“เดี๋ยวสิ มากินข้าวด้วยกันก่อน” ดนย์เอ่ยเรียกหญิงสาวที่กำลังจะออกจากบ้านมนสิชาเดินมานั่งโต๊ะ และรับประทานอาหารกับเขา ดนย์จึงเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจออกไปข้างนอกทุกวัน “เธอจะไปไหนเหรอ” ถึงแม้จะอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน แต่เขากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมนสิชาเลย ตลอดเวลาสองเดือนมานี้ เห็นเพียงแค่ว่าหญิงสาวรีบออกจากบ้านไปแต่เช้า และกลับมาตอนเย็นๆ แต่เธอก็ไม่เคยบอกเขาว่าไปไหนหรือไปทำอะไร“ไปธุระค่ะ”มนสิชาตอบแค่นั้น โดยไม่ได้ขยายค
หัวใจของมนสิชากระตุกวูบ พ่อพูดราวกับว่ากำลังสั่งเสียเพื่อเตรียมตัวจากไปในที่ไกลแสนไกล ที่ที่เธอไม่อาจไปถึง “พ่อจ๋า.. ม่อนสัญญา ม่อนจะไม่ทิ้งการเรียน และม่อนจะดูแลตัวเองให้ดี ม่อนเก่งเหมือนพ่อ” เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มกว้าง แต่ทว่าข้างในร้องไห้จนน้ำตาแทบไม่มีจะไหลแล้ว มันรวดร้าวและเจ็บปวดเหลือเกิน..“ดีแล้วลูก.. พ่อขอโทษที่ไม่ได้ยืนอยู่ข้างๆ ในวันที่ลูกประสบความสำเร็จ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ดูแลรักษาเนื้อรักษาตัว จำเอาไว้นะ ความรักของพ่อกับแม่จะอยู่กับม่อนตลอดไป”ใบหน้าของศรันย์อิ่มใสเหมือนคนป่วยที่ใกล้จะหาย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอแสงอบอุ่น มนสิชาจ้องมองมันเนิ่นนานอย่างพยายามบันทึกลงไปในความทรงจำว่าดวงตาคู่นี้ของพ่อเธอนั้นอบอุ่นเพียงไหน “พ่อจ๋า ม่อนรักพ่อนะ” มนสิชากราบที่อกพ่อ ก่อนจะโอบกอดศรันย์หลวมๆ ด้วยกลัวว่าพ่อจะเจ็บ“พ่อก็รักม่อน นายช่างใหญ่ของพ่อ”“ม่อนจะเป็นนายช่างใหญ่ ม่อนจะตั้งใจอ่านหนังสือสอบและทำฝันของตัวเองให้สำเร็จให้ได้ ม่อนสัญญา”“พ่อเชื่อว่าลูกสาวของพ่อทำได้”หลังจากใช้เวลาอยู่กับพ่อจนถึงห้าโมงเย็น หญิงสาวก็ขอตัวกลับ กว่าจะถึงบ้านก็เกือบสองทุ่ม เพราะระยะทางจากโรงพยาบาลมาที่บ้า







