Mag-log inเมื่อวิจิตราได้ฟังเช่นนั้น ตาของนางโตจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เพราะไม่คิดว่าลูกเลี้ยงของนางจะสนใจข้อเสนอนี้ วิจิตราเปลี่ยนเป็นคนละคน นางรีบเข้าไปพะเน้าพะนอจูงแขนมนสิชาเข้าบ้านทันที
“นั่งก่อนนะจ๊ะหนูม่อน มาเหนื่อยๆ เดี๋ยวแม่ไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่มก่อนดีกว่านะ แล้วเราค่อยมาคุยกัน”
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ต้อง หนูรีบ เรามาคุยกันให้เสร็จๆ เลยดีกว่า”
เมื่อเห็นว่ามนสิชาเข้าเรื่องเร็ว นางจึงไม่พิรี้พิไรอะไรอีก “หนูม่อนยอมที่จะให้คุณเขาอุปการะเลี้ยงดูหนูแล้วเหรอจ๊ะ”
“ค่ะ แต่คุณบอกว่าเขาจะให้เงินสดมาห้าแสนใช่ไหม”
“ใช่จ้ะ”
“หนูขอสี่แสน หนูยกให้คุณหนึ่งแสน ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาของคุณ”
วิจิตราได้ฟังเช่นนั้น สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นไม่พอใจทันที แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น นางรีบปรับอารมณ์และพยายามคุยกับมนสิชาอย่างใจเย็นที่สุด “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะจ๊ะหนูม่อน เงินนั่นต้องเป็นของแม่สิ”
“คุณเอาตัวหนูไปขาย ไม่ใช่ตัวคุณซะหน่อย คุณเลือกเอาเองนะว่าจะตกลง แล้วแบ่งเงินก้อนนั้นให้หนูสี่แสน คุณเอาไปหนึ่งแสน หรือจะไม่ตกลงแล้วคุณไม่ได้อะไรเลย ก็แล้วแต่คุณ”
วิจิตราถึงจะไม่พอใจลูกเลี้ยงมาก แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้
เอาว่ะ! หนึ่งแสนก็หนึ่งแสน ดีกว่าไม่ได้อะไร
“ก็ได้! พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปหาคุณเขา แต่งตัวสวยๆ ด้วยล่ะ” สั่งเสร็จวิจิตราก็สะบัดผมเดินออกจากบ้านทันที
ตึกสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ความใหญ่โตและหรูหราของที่นี่ยิ่งทำให้มนสิชารู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าและไร้ซึ่งศักดิ์ศรีสิ้นดี
ขาเรียวพาเจ้าของร่างบางก้าวไปข้างหน้า หัวใจของมนสิชาเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อแม่เลี้ยงของเธอกดลิฟต์ไปที่ชั้นสี่สิบเจ็ด ซึ่งนางบอกว่าเป็นชั้นของผู้บริหารหรือ ‘เขา’ คนนั้น
ดนย์เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ หน้าปัดแสดงผลบอกว่าขณะนี้เป็นเวลาสิบโมงกว่าๆ เกือบสิบเอ็ดโมง ชายหนุ่มนั่งพิงพนักเก้าอี้ พลางนึกถึงเรื่องเมื่อวาน
วิจิตราโทรหาศจีซึ่งเป็นเลขาฯ ของเขา เพื่อจะแจ้งเรื่องของเล่นชิ้นใหม่
‘ท่านประธานคะ มีคนขอเรียนสายด้วยค่ะ บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะขอคุยกับท่านโดยตรง’
‘ใคร?’
‘เธอแจ้งว่า เธอชื่อวิจิตรา’
‘อืม.. โอนสายมา’
‘ฮัลโหล.. ผมเอง ดนย์’
‘คุณดนย์คะ ...’
วิจิตราโทรมาแจ้งเขาว่าลูกเลี้ยงของเธอตกลงที่จะมาเป็นอีหนู คู่นอน นางบำเรอ หรืออะไรก็ได้ที่เขาจะเรียก นางนัดหมายเวลาที่จะส่งตัวเวลาสิบเอ็ดโมงของวันนี้ ก่อนวางสายวิจิตราไม่วายสำทับเรื่องสำคัญกับเขา
‘คุณดนย์คะ อย่าลืมเตรียมค่าตัวของลูกสาวอิฉันไว้นะคะ’
‘อืม..’
มือของวิจิตราที่กำลังบิดลูกบิดประตู ราวกับว่ามันบิดก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเธอด้วย แต่ก้าวมาถึงขนาดนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมหันหลังกลับ เงินจำนวนมากที่รออยู่ข้างหน้ามันสามารถใช้รักษาศรันย์ได้ แม้จะไม่หายขาด แต่อย่างน้อย.. ก็ช่วยต่อลมหายใจของพ่อให้นานขึ้น..
..ก็ยังดี
เมื่อประตูเปิดออก ภาพของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งดูสมส่วนเยี่ยงชายชาตรี และใบหน้าที่หล่อคมคาย ทำให้มนสิชาแทบจะไม่อยากเชื่อว่าเขาคือ ‘ดนย์’ หรือเศรษฐีที่ใช้เงินซื้อหญิงสาวเพื่อมานอนด้วย ทั้งๆ ที่เขาน่าจะแค่กระดิกนิ้ว ผู้หญิงมากมายก็คงพร้อมจะยอมศิโรราบง่ายๆ แล้ว
“ไหว้คุณเขาสิจ๊ะหนูม่อน” วิจิตราหันมาสั่งมนสิชาที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ นาง
“หนูม่อนไม่ทิ้งพี่ดนย์ไปไหนหรอกค่ะ หนูม่อนกับลูกจะเป็นกำลังใจให้พี่ดนย์เองนะคะ”“หนูม่อนไม่โกรธพี่แล้วเหรอ”“ตอนแรกก็โกรธ แต่หายนานแล้ว หลังๆ มานี่แค่อยากเอาคืน”“ยัยตัวแสบ” คนที่บอกว่าตัวเองป่วยหนักกำลังจะตายกระโดดลงจากเตียง ก่อนที่จะช้อนร่างหญิงสาวขึ้นมาอุ้ม ดนย์ดูแข็งแรงจนหญิงสาวเอะใจ“พี่ดนย์! หลอกหนูม่อนเหรอคะ”“เปล่าซะหน่อย พี่ป่วยจริง เป็นโรคกลัวเมียกับลูกทิ้ง แต่ตอนนี้พี่หายแล้วครับ”“พี่ดนย์รักหนูม่อนไหมคะ”“รักมาก รักแบบที่ไม่เคยรักใครมาก่อน หนูม่อนกลับมาอยู่กับพี่นะ พี่สัญญาชั่วชีวิตนี้จะมีแต่หนูม่อน เรามาสร้างครอบครัวด้วยกันนะครับ”“ค่ะ หนูม่อนขอโทษกับทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ”“ครับ พี่ก็เหมือนกันนะ” ดนย์ก้มลงจูบที่กลางกระหม่อมของหญิงสาว ก่อนจะโอบกอดเธอไว้อย่างกลัวว่าเจ้าหล่อนจะหายไปไหนอีกมนสิชาเมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของยาดมสมุนไพรก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น หญิงสาวหันไปมองดนย์ที่กำลังจิ้มมะยมดองเข้าปากอย่างกับคนที่ตายอดตายอยากมาจากไหน เขากินชนิดที่ว่า กินได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ จนป้าหมอนกับมะลิแซวว่าเขาแพ้ท้องแทนเมีย“พี่ดนย์ไหวไหมคะ”ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตอบ ป้าหมอนก็จูงแขนอวบป้อมของเด็ก
“ไม่หนูม่อน ครอบครัวเราจะมีทั้งพ่อและลูกพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ใช่พ่อไปทางแม่ไปทาง”“สมัยนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะขาดความอบอุ่น”“แต่ตอนนี้พี่ต้องการความอบอุ่นจากหนูม่อนนะ สำหรับเรื่องที่ผ่านมาพี่ขอโทษ”มนสิชามองชายหนุ่มก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาอย่างคร้านที่จะพูดกับเขา แต่พอเห็นสายตาละห้อยแล้วก็อดสงสารไม่ได้ อันที่จริงเธอหายโกรธเขาตั้งนานแล้วแหละ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเธอเองก็มีส่วนผิดไม่น้อย แต่แค่อยากจะลองแกล้งคนแก่เล่นเท่านั้นเอง“คุณมีผู้หญิงข้างกายตั้งเยอะ จะมาสนอะไรกับฉัน”“ไม่มีใครเหมือนหนูม่อน ตั้งแต่ที่หนูม่อนกลับมา ไม่ว่าพี่จะพยายามคบใครหรือนอนกับใคร พี่ก็ทำไม่ได้ เพราะหนูม่อนเหมือนผีที่ตามหลอกหลอนพี่ไปทุกที่”“คุณว่าฉันเป็นผีเหรอ!”“ไม่ๆ พี่แค่เปรียบเทียบ”“ไม่! มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ ฉันจะทำงาน”หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปมนสิชานึกแปลกใจแล้วก็อดหวิวๆ ในใจไม่ได้ เพราะเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเธอไม่เจอกับดนย์เลย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตัวติดกับเธอชนิดที่เอาอะไรมาแซะก็ไม่ออก แต่ดูสิ! ไม่ทันไรก็หายหัวไปซะแล้ว“คุณม่อนคะ”“อ้าว สวัสดีค่ะคุณศจี”“คือ ท่านประธานให้พี่มาคอย
“ผลตรวจ ท้อง..”“ใช่ครับ หลานผมให้มาช่วยตามพ่อของเขากลับไปหาแม่หน่อยนะ”“ม่อนท้องเหรอคุณวัฒน์ นี่ผมกำลังจะมีลูกเหรอเนี่ย” ดนย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะตรงปรี่เข้าไปกอดศิวัฒน์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม“คุณดนย์! ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ”“ขอโทษๆ ขอบคุณนะคุณศิวัฒน์”ดนย์ผละจากศิวัฒน์ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องทันที ชายหนุ่มที่เหลือเพียงคนเดียวในห้องยิ้มตามหลังให้สามีและพ่อของลูกของผู้หญิงที่ตนหลงรักมาหลายปี ถึงแม้จะเสียใจแต่ก็มีความรู้สึกยินดีที่ม่อนของเขาจะสมหวังและมีความสุขกับคนอื่นเสียที“คุณม่อนล่ะ”วิศวกรในแผนกมองมาที่ท่านประธานของพวกเขาที่หอบแทบจะหายใจไม่ทัน จึงรีบตอบคำถามพลางชี้ไปที่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่กำลังปาร์ตี้ผลไม้ดองกับเหล่าวิศวกรรุ่นลุงอยู่“นู่นครับ”“ม่อน..”มะยมดองที่กำลังจะเข้าปากถูกขัดลาภโดยดนย์ที่มาดึงส้อมไว้เสียก่อน คนที่ฮอร์โมนของคนท้องกำลังพลุ่งพล่านถึงกับหันมาตาเขียวใส่“อะไรของคุณเนี่ย”“เออ..ผลไม้ดองมันจะดีต่อหนูม่อนเหรอ”‘หนูม่อน’ มาแล้ว วิศวกรหลายคนที่กำลังจิ้มของดองและขนมเข้าปากถึงกับหยุดชะงัก“เรื่องของฉันน่า”“แต่ในท้องหนูม่อนลูกพี่นะ”เพล้ง!ลุงวิศวกรรุ่นอาวุโสรีบก
มนสิชาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่เพราะเสียใจที่มีเขา แต่เพราะยังสับสนเรื่องราวของชีวิตตัวเองที่ทุกอย่างดูจะเกิดรวดเร็วไปหมด“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร แล้วม่อนจะบอกเขาไหม”“ไม่วัฒน์ บอกไปมีแต่จะทำให้เขาคิดว่าม่อนปล่อยท้องเพื่อจะจับเขา เขาเกลียดม่อน คุณดนย์กลับเข้ามาในชีวิตม่อนเพื่อแก้แค้นเรื่องเมื่อสี่ปีก่อน”ศิวัฒน์ได้แต่ฟังแล้วก็พยักหน้า ตอนนี้มนสิชาปักใจเชื่อไปแล้วว่าดนย์เกลียดเธอ ถึงแม้การกระทำที่เขาแสดงออกมาจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่สายตาที่เขามองมนสิชาเมื่อตอนกลางวัน มันไม่ใช่เลย..มันเป็นสายตาที่ทั้งรักทั้งหวงและ.. ห่วง“ท่านประธานเรียกฉันมาพบมีอะไรเหรอคะ”“เป็นยังไงบ้าง”ก้อนสะอึกแล่นมาจุกอยู่ลำคอ มนสิชาพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุดก่อนจะปั้นน้ำเป็นตัวพูดโกหกเขาออกไป “พักผ่อนน้อยน่ะค่ะ”“อืม..แค่นี้แหละ คุณกลับไปทำงานเถอะ”มนสิชาหมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องของเขาทันที เจ้าหล่อนไม่อยากจะคิดว่าดนย์ห่วงใยเพราะรังแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บเปล่าๆ“คุณม่อนจะลาออกไปแต่งงานกับคุณศิวัฒน์หรือเปล่าคะเนี่ย” ฝ่ายบุคคลที่รับหนังสือลาออกจากหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยแซวเพราะนึกว่ามนสิชาคบหาดูใจอยู่กับศิวั
คำพูดคำจาถากถางที่พ่นออกมาจากปากของคนที่เธอยอมวางหัวใจไว้ในมือของเขา ตอนนี้เหมือนมีดผ่าตัดที่กำลังผ่าหัวใจเธอออกมาแล้วเหยียบมันเล่น น้ำตาที่ตั้งใจว่าจะไม่ให้มันไหล แต่ก็สุดความสามารถของเธอที่จะกลั้นไว้จริงๆ“คุณควรถามตัวเองมากกว่านะ ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดคุณต้องการอะไร แต่ถ้าคุณต้องการแก้แค้น ฉันบอกได้เลยว่าคุณทำสำเร็จแล้ว ฉันเจ็บ! ทั้งตัว ทั้งหัวใจ”มือที่บีบอยู่ที่หัวไหล่มนทั้งสองข้างของหญิงสาว บัดนี้ตกกลับมาอยู่ข้างลำตัว ไม่ใช่ว่าที่ทำแบบนี้เขาไม่เจ็บ เขาเองก็ไม่ต่างจากเธอ เจ็บที่ต้องเห็นน้ำตา เห็นแววตาตัดพ้อ แววต่อว่าและแววเกลียดชังที่เธอมองมายังเขา“อย่ามายุ่งกับฉันอีก!”“แต่ฉันเป็นผัวเธอทำไมจะยุ่งไม่ได้ แล้วฉันห้ามเลยนะ ห้ามพาผู้ชายคนไหนขึ้นมาบนห้องนี้อีก!”“สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันถือว่าให้ทานหมามันกิน ออกไป!”“ไม่! ทำไมฉันจะอยู่ที่ไม่ได้ ไอ้ศิวัฒน์มันยังอยู่ยังมาที่นี่ได้เลย”ดนย์คาดไม่ถึงกับการกระทำของมนสิชา เจ้าหล่อนนั่งคุกเข่าแล้วก้มลงกราบเขาทั้งน้ำตา“ขอร้อง ฉันขอร้อง หัวใจดวงนี้มันเจ็บจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้วคุณดนย์ ฮือๆ”ใจอยากจะเข้าไปกอดไปปลอบ แต่สมองกลับสั
อ้อ! คำพูดของพนักงานกอปรกับข่าวที่ลงเด่นหราอยู่ในเพจเมาส์ดาราเซเลบของเมืองไทย บอกว่าตอนนี้เขากำลังคั่วอยู่กับ ‘ซินดี้’ ดาราลูกครึ่งคนนั้น แล้วจะมาสนใจอะไรกับเธอแม้ว่าจะเตรียมมาพร้อมแล้วสำหรับการประชุมที่ต้องเจอหน้าดนย์ในวันนี้ แต่ทว่าเมื่อใกล้ถึงเวลาจริงๆ เธอกลับรู้สึกว่าความพร้อมที่มีเกือบเต็มร้อยเมื่อกี้ดิ่งลงมาจนเกือบจะเป็นศูนย์ ประตูที่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่เดินนำหน้าเลขาฯ เข้ามาทำให้หัวใจของมนสิชาเต้นไม่เป็นส่ำ เธอพยายามไม่สบตาหรือมองหน้าเขา แต่กระนั้นก็อดไม่ได้อยู่ดีที่จะเผลอหันไปมองบ้าง“วันนี้หัวข้อในการประชุมคือการก่อสร้างโครงการห้างสรรพสินค้าของท่านเจ้าสัววิสัย ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ แล้ววันนี้รองประธานของห้างฯ จะเข้าร่วมประชุมด้วย”สิ้นเสียงของดนย์ประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดออก แล้วคนที่เดินเข้ามาก็ทำให้ทั้งดนย์และมนสิชาตกใจไม่แพ้กัน“วัฒน์!”ศิวัฒน์กวาดตามองไปรอบๆ ห้องประชุมก่อนจะมาสะดุดเข้ากับเจ้าของใบหน้าที่คุ้นเคย“เชิญทางนี้ค่ะคุณศิวัฒน์”ศจีที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยจึงปฏิบัติไปตามหน้าที่ของตน หารู้ไหมว่าตอนนี้อุณหภูมิในใจของผู้เป็นนายอย่างดนย์กำลังพุ่งสูงขึ้นจนสามารถทำให
“จะเอาแบบนี้จริงๆ เหรอม่อน” ศิวัฒน์เอ่ยปากถามเพื่อนสนิท ดวงตาคมฉายแววไม่สบายใจ เขารักมนสิชาเฉกเช่นชายหนุ่มหญิงสาวก็จริง แต่ถ้าเจ้าหล่อนเลือกที่จะแตกหักกับผู้ชายที่เธอรักด้วยวิธีนี้ เขาไม่สบายใจเลย..“มาถึงขนาดนี้แล้ววัฒน์”แขนเรียวเสลาของมนสิชายกขึ้นคล้องแขนเพื่อนชาย ก่อนจะเอียงแก้มแนบไหล่ให้ดูสนิท
ดนย์เห็นดังนั้นรีบกุมมือของหญิงสาวไว้ แล้วใช้ฝ่ามือของเขาลูบไปที่หลังมือของมนสิชาเบาๆ “มันเป็นอุบัติเหตุนะหนูม่อน หนูม่อนไม่ผิดเลย”“ฮื่อๆ” มนสิชาร้องไห้และหลับไปในอ้อมกอดของชายหนุ่มดนย์วางหญิงสาวให้นอนราบกับเตียงอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเดินออกไปต่อสายหาสารวัตรจรัส เพื่อนสนิทสมัยมัธยม เพื่อติดตามเรื่อง
“หนูม่อน... ฟังพี่ก่อนนะ”“กี่ครั้งแล้วคะ” น้ำเสียงเจ้าหล่อนเรียบเฉย แต่ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวด“ไม่นะหนูม่อน พี่ไม่เคยทำอะไรแบบที่หนูม่อนคิดเลยนะ ครั้งนี้พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเกิด”“อะไรนะคะดนย์! คุณพูดแบบนี้หมายความว่าไง” จิรัญญาออกอาการไม่พอใจ“ก็หมายความอย่างที่พูด ผมไม่รู้ว่าคุณเอาอะ
แสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่าน ปลุกให้หญิงสาวที่นอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเนื้อดีรู้สึกตัวตื่น ข้างกายของเธอเป็นหมอนข้างที่ดนย์คงจะนำมาให้เธอก่ายกอดแทนตัวเขาซึ่งมักจะตื่นเช้าเพื่อไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้ๆ เสมอมนสิชารีบไปอาบน้ำและลงไปด้านล่าง เพื่อเข้าครัวเตรียมอาหารเช้าให้ดนย์เหมือน







