LOGIN“ผมกินอะไรก็ได้ครับ ถ้าเป็นฝีมือป้าเฉลา” ปรเมศวร์กล่าวเอาใจแม่บ้านสูงวัย แล้วหันมาขอบคุณบิดาเบาๆ
“คุณพ่อเองก็ต้องกินเยอะๆ นะครับ ผอมจากเมื่อก่อนจนผิดหูผิดตา” ชายหนุ่มเอ่ยพลางสำรวจใบหน้าบิดาที่ดูซูบลงไป คงตรอมใจเรื่องการจากไปของอนุวัฒน์
“แกก็เหมือนกัน” เจ้าสัวพงษ์เทพตักอาหารใส่จานบุตรชายด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข บรรยากาศเก่าๆ กลับมาอีกครั้ง แม้ในใจของสองพ่อลูกกำลังคิดถึงอนุวัฒน์ อยากให้มานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันในเวลานี้ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยขึ้นมาทำลายบรรยากาศ และในขณะนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของชัญญาก็ดังแทรกกลางบทสนทนา ทำให้หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ เมื่อถูกสายตาของสามีมองมาอย่างตำหนิ จนเธอต้องรีบขอตัวออกไปรับสาย เพียงไม่นานก็เดินกลับเข้ามาขอตัวออกไปข้างนอกด้วยท่าทางรีบร้อน สองพ่อลูกมองตามด้วยความแปลกใจ แต่เพียงระยะสั้นๆ ก็ละความสนใจไป
“พ่อขอโทษนะ” เจ้าสัวพงษ์เทพเอ่ยขึ้นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย และพากันมานั่งที่ห้องนั่งเล่น
“เรื่องอะไรครับคุณพ่อ” ชายหนุ่มขมวดคิ้วพร้อมหันมามองหน้าบิดาอย่างงุนงง
“เรื่องของชัญญา ถ้าแกไม่พอใจที่จะอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน พ่อจะสร้างบ้านอีกหลังให้เธออยู่”
“ไม่ต้องหรอกครับคุณพ่อ ผมเองก็ไม่คิดอะไรแล้ว แค่ต่างคนต่างอยู่อย่ามาวุ่นวายกับผมก็พอ” ปรเมศวร์มีโลกส่วนตัวสูงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรทุกคนในบ้านต่างรับรู้ดี
“พ่อจะบอกเธอให้”
“แล้วเธอดูแลคุณพ่อดีหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามถึงเรื่องนี้
“ก็ดีนะ” เจ้าสัวพงษ์เทพก็ตอบไม่ได้เต็มปากเพราะช่วงพักหลังชัญญาเปลี่ยนไปหลายอย่าง แต่ไม่อยากบอกให้บุตรชายต้องขุ่นเคืองใจต่อภรรยาสาวของตน
“แกคงคิดว่าพ่อเป็นตาแก่ตัณหากลับสินะ”
“เอ่อ...ผมแค่กลัวว่าคุณญาจะมาหลอกคุณพ่อเท่านั้นเอง”
“เรื่องนั้นแกสบายใจได้ เพราะพ่อไม่เคยยกอะไรให้เธอเลย แม้แต่ชุดเครื่องเพชรของแม่แก จะให้ก็เพียงแค่เงินใช้แต่ละเดือน เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา ก็เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในวันแต่งงาน ตลอดห้าปีที่ผ่านมามีเพียงแค่กอดหรือหอมแก้มเท่านั้น แกคงสงสัยสินะ ว่าพ่อแต่งงานกับเธอทำไม”
“ครับ” ปรเมศวร์ยอมรับว่าเคยสงสัยและแอบคิดอกุศลมาตลอด
“ไม่รู้ว่าพรหมลิขิตหรือเปล่า พ่อบังเอิญเจอญามาทำบุญที่วัดอยู่เป็นประจำ เมื่อมีโอกาสเจอกันบ่อยครั้ง ก็ทำให้ตาแก่ขี้เหงาอย่างพ่อ เกิดอยากหาคู่ชีวิตไว้พากันเข้าวัดเข้าวา สนทนาเรื่องธรรมะบ้าง”
“คุณญาน่ะหรือครับชอบไปวัด” ชายหนุ่มค่อนข้างแปลกใจ ดูภาพลักษณ์ชัญญาแล้วไม่น่าจะเป็นจำพวกชอบเข้าวัด แต่ภาพลักษณ์ภายนอกก็ใช่จะบ่งบอกถึงนิสัยใจคอเสมอไป
“อืม...ก็มีเธอนี่แหละคอยไปเป็นเพื่อนพ่อฟังเทศน์ ทำบุญอยู่ที่วัดเป็นประจำ แต่ช่วงหลังจากที่ตาวัฒน์เสีย เธอก็ไม่มีเวลาไปเป็นเพื่อนพ่อเลย เพราะยุ่งกับงานบริษัท” เจ้าสัวพงษ์เทพกล่าวด้วยน้ำเสียงเหงาๆ ตามประสาคนแก่
“ต่อไปผมเข้าไปดูแลบริษัท คุณญาคงมีเวลาดูแลคุณพ่อมากขึ้น”
“ขอบใจนะเมศวร์ที่เข้าใจหัวใจคนแก่อย่างพ่อ”
“ครับ ถ้าเป็นความสุขของคุณพ่อ ผมก็ยินดี” เขาอยากทำให้ทุกๆ เวลาของบิดามีแต่ความสุขมากที่สุด เท่าที่จะมากได้ เพราะไม่อยากจะเสียดายวันเวลา เหมือนเช่นที่เคยรู้สึกกับอนุวัฒน์
“จริงๆ ถ้าเราเปิดใจคุยกันเมื่อห้าปีก่อนก็คงดี” เจ้าสัวพงษ์เทพรู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านมา ในเวลานั้นต่างคนต่างเอาความคิดของตนเป็นใหญ่ จนไม่ยอมรับฟังเหตุผลของกันและกัน
“ผมก็ต้องขอโทษคุณพ่อ ที่แสดงกิริยาก้าวร้าวไปในวันนั้น”
“ช่างมันเถอะ เรื่องก็ผ่านไปแล้ว ถ้าตาวัฒน์รู้ว่าพ่อกับแกปรับความเข้าใจกันได้ เขาคงดีใจ” เจ้าสัวพงษ์เทพอดกล่าวถึงบุตรบุญธรรมไม่ได้
“ใช่ครับ” ปรเมศวร์ขานรับเพียงสั้นๆ แล้วนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยเสียงสั่นยามนึกถึงน้องชายอันเป็นที่รักของตน รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างน้องชายยามที่กำลังมีปัญหากับชีวิตรัก “ถ้าผมรู้ว่านายวัฒน์มีปัญหา ผมคงกลับมาหาเขาเร็วกว่านี้”
“ตาวัฒน์ไม่ได้เล่าอะไรให้แกฟังบ้างหรือไงกับปัญหาที่เกิดขึ้น” เจ้าสัวพงษ์เทพเห็นบุตรชายทั้งสองสนิทสนมกัน มีอะไรก็ปรึกษากันตลอด ทำให้เขาทราบข่าวคราวปรเมศวร์จากอนุวัฒน์เสมอ
“ไม่ครับเลยครับ ปิดปากเงียบไม่ยอมพูดถึง แต่ส่วนมากก็โทร.คุยกันก็เฉพาะเรื่องงานและเรื่องคุณพ่อเท่านั้น มารู้ว่านายวัฒน์เลิกกับกันธิชาก่อนประสบอุบัติเหตุก็จากคำบอกเล่าของคุณญา คุณพ่อล่ะครับ รู้เรื่องนี้หรือเปล่า”
“ไม่เลย นับครั้งได้ที่จะเจอหน้ากัน เพราะพักหลังมานี้ตาวัฒน์คอยหลบหน้าพ่อตลอด แถมยังขอย้ายออกไปอยู่คอนโดฯ ใกล้บริษัท พ่อเคยถามว่าทำไม เขาบอกเพียงว่าขี้เกียจขับรถไกลๆ” เจ้าสัวพงษ์เทพเองก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของบุตรบุญธรรม และใบหน้าเหมือนคนอมทุกข์ตลอดเวลา
“แล้วตอนนี้กันธิชายังทำงานเป็นผู้ช่วยคุณจิตตรีอยู่หรือเปล่าครับ ผมอยากคุยกับเธอสักหน่อย”
“เห็นญาบอกว่าหนูธิชาลาออกไปแล้ว ตาเมศวร์เรื่องก็ผ่านไปแล้ว เราอย่ารื้อฟื้นมันอีกเลยนะ”
เจ้าสัวพงษ์เทพรู้ว่าบุตรชายต้องการไปพูดคุยอะไรกับกันธิชา
“ผมแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่ตาวัฒน์จะเสียเท่านั้นเองครับ”
“งั้นก็ตามใจ แต่พ่ออยากจะบอกว่าหนูธิชาเป็นคนดี” เจ้าสัวพงษ์เทพเอ่ยขึ้นราวกับต้องการเตือนบุตรชายทางอ้อม
“ครับคุณพ่อ เดี๋ยวผมขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวตัดบทเพราะทนฟังบิดาเอ่ยถึงกันธิชาในแง่ดีต่อไม่ไหว
“ใครเชื่อแกก็โง่แล้ว” เขมจิราสวนกลับทันควันแล้วหันไปถามกันธิชาที่เอาแต่ตัวสั่นร้องไห้ไม่หยุด“ยายนี่ มันให้ไอ้ชั่วข่มขืนเธอใช่ไหมธิชา” จบคำถามของเขมจิรา กันธิชาก็พยักหน้าเบาๆ ทั้งน้ำตานองหน้าปรเมศวร์แทบอยากจะเข้าไปฆ่าชัญญาให้ตายคามือนัก หากเขาไม่มาเข้าห้องน้ำไม่อยากคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับกันธิชาบ้าง“คุณเขมช่วยจัดการโทร.หาตำรวจให้หน่อยสิครับ ผมจะแจ้งความจับหญิงร้าย ชายชั่วคู่นี้”“ไม่นะคุณเมศวร์ ญาไม่ได้ทำ ญาไม่รู้จักผู้ชายคนนี้เลย” ชัญญาปฏิเสธทันควัน“ไม่จริง เธอกับผู้ชายคนนี้รู้จักกันดี”“เธอมีหลักฐานอะไรมาปรักปรำฉันกันธิชา เธอนั่นแหละที่พาไอ้ผู้ชายคนนี้มาพลอดรัก อย่ามาโยนความผิดให้กันสิ” ชัญญาปั้นแต่งเรื่องขึ้นมาหวังให้ปรเมศวร์ยอมเชื่อตน“ในโทรศัพท์คุณไง คุณบอกว่าจะถ่ายคลิปประจานฉัน” กันธิชาบอกเท่านั้น ปรเมศวร์ก็คว้าโทรศัพท์ในมือของชัญญาขึ้นมาเปิดดู และก็จริงอย่างที่กันธิชาพูด“เธอมันนรกส่งมาเกิดจริงๆ ทำแบบนี้ทำไมชัญญา ธิชาไม่เคยคิดร้ายอะไรกับเธ
ปรเมศวร์กล่าวตัดบทขอตัวพายูโกะไปที่โต๊ะหลังได้ทักทายกันพอสมควร ถึงพีรพลจะชักชวนให้นั่งด้วยก็ตาม แต่เขาไม่สามารถทนดูภาพบาดตาบาดใจได้แม้นาทีเดียว“คุณณุ คุณยูโกะกับคุณเมศวร์นี่เป็นอะไรกันหรือครับ” พีรพลเอ่ยถามด้วยความสงสัย และเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนรักก็คงอยากรู้ด้วย โดยเฉพาะเขมจิราถึงกับนั่งหน้าบึ้งตั้งแต่เห็นปรเมศวร์ควงผู้หญิงคนอื่นเดินเข้ามา“เพื่อนครับ คุณเมศวร์เคยทำงานที่บริษัทของคุณยูโกะช่วงหนึ่งก่อนกลับมาบริหารบริษัทที่เมืองไทย”พิษณุวัชร์อธิบายเพียงคร่าวๆ เท่าที่ทราบมาจากปากของยูโกะ“พีทว่าคงไม่ใช่แค่เพื่อนแล้วล่ะครับ ดูสิซบกันแทบจะสิงร่าง” สิ่งที่พีรพลพูดไม่เกินจริงเลยสักนิด สาวแดนปลาดิบแทบจะเกยขึ้นมานั่งอยู่บนตักของปรเมศวร์ จนกันธิชาอดที่จะเหลือบไปมองไม่ได้“เขาจะเป็นอะไรกัน คุณจะสนใจทำไมฮันนี่”“ก็แค่อยากรู้เท่านั้นเจฟ” พีรพลยิ้มแหยๆ เพราะแฟนหนุ่มไม่ค่อยชอบให้ไปยุ่งเรื่องของคนอื่น“ขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะ” กันธิชาเอ่ยขึ้นแทรกกลางบทสนทนาพร้อมกับลุกเดินอ
“ดื่มเป็นเพื่อนคุณเมศวร์เถอะค่ะ” จิตตรีพอจะทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ถึงทุกอย่างจะคลี่คลายความจริงกระจ่างหมดแล้ว แต่เหลือปัญหารักสามเส้าให้ต้องเคลียร์“ก็ได้ งั้นคุณก็ช่วยจัดการเครื่องดื่มให้หน่อยแล้วกัน” วรเชษฐ์หันไปบอกกับภรรยา“ค่ะ” จิตตรีรับคำแล้วเดินหายเข้าไปในห้องครัว เตรียมเครื่องดื่มออกมาให้สามีกับเจ้านายหนุ่ม“มีเรื่องไม่สบายใจอะไรเมศวร์ เล่าให้พี่ฟังได้นะ”“ผมทำเรื่องไม่ดีไว้กับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเสียใจเพราะการกระทำของผมจนทนไม่ไหว และขอให้ผมออกไปจากชีวิตของเธอแต่ผมทำไม่ได้ ผมควรทำยังไงดีครับพี่เชษฐ์” ปรเมศวร์ระบายความอัดอั้นในใจออกมา จิตตรีไม่รู้ว่าควรสมน้ำหน้าหรือสงสารดี เพราะรู้ว่าเจ้านายหนุ่มกำลังเอ่ยถึงใคร“ก็ควรออกมาจากชีวิตเธอซะ” วรเชษฐ์ช่วยแนะนำได้เท่านี้ ก่อนรับแก้วเหล้าจากภรรยามาส่งให้ปรเมศวร์ ซึ่งอีกฝ่ายรับขึ้นมาดื่มพรวดเดียวราวกับน้ำเปล่า“แต่ผมรักเธอ รักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ความรักมันเกิดขึ้นตอนไหนไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ขาดเธอไม่ได้แล้ว”
หลังเสร็จงานจากสถานสงเคราะห์ พิษณุวัชร์ก็อาสาขับรถมาส่งกันธิชาที่คอนโดฯ เช่นเคย แม้จะถูกหญิงสาวปฏิเสธความสัมพันธ์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็ตาม ซ้ำร้ายไปกว่านั้นเธอยังมีชายคนอื่นซุกซ่อนอยู่ในใจ ทำให้เขาต้องยอมรับความเป็นจริง และขอทำหน้าที่พี่ชายที่จะปกป้องดูแลน้องสาวคนนี้ตลอดไป ซึ่งกันธิชาก็รู้สึกยินดีระคนโล่งอกที่เจ้านายหนุ่มไม่โกรธเคืองอะไรตนอย่างที่คิด“ขอบคุณนะคะคุณณุ ที่อุตส่าห์สละเวลาขับรถมารับมาส่ง”“พี่ครับ ธิชาลืมไปแล้วหรือไงว่าเราตกลงเป็นอะไรกัน”“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ก็ธิชายังไม่ชินนี่คะ” หญิงสาวหันมายิ้มตาหยีจนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นขยี้ศีรษะเล็กเบาๆ ด้วยความเอ็นดู “เอ่อ...ธิชาว่าจะซื้อรถสัก” เธอเอ่ยขึ้นราวขอคำปรึกษา“แล้วธิชาอยากได้รถแบบไหนล่ะ”“ธิชาอยากได้รถเล็กๆ ค่ะ จะเอาไว้ขับไปทำงาน” กันธิชาตัดสินใจซื้อรถเพราะไม่อยากรบกวนใครโดยเฉพาะพิษณุวัชร์และที่สำคัญเธออยากมีรถส่วนตัวไว้ขับไปสถานสงเคราะห์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์“อืม...งั้นวันจันทร์ช่วงบ่ายๆ เราค่อย
“ก็ทำกับเขาไว้มาก ไหนจะหลอกเพื่อนเขาอีกใครอยากให้เข้าใกล้อีกล่ะ พ่อก็เคยเตือนแล้วว่าหนูธิชาเป็นคนดี แต่ก็ไม่ยอมรับฟัง งานนี้จะโทษใครไม่ได้ แล้วกับหนูเขมล่ะแกยังรักเธออยู่หรือเปล่า”“ผมไม่เคยรักคุณเขมครับ”“อ้าว...แล้วแกรักใคร หรือว่าหนูยูโกะ” เจ้าสัวพงษ์เทพเอ่ยถึงสาวแดนปลาดิบที่เพิ่งเดินทางมาเป็นแขกของที่บ้าน“ไม่ครับ ผมกับยูโกะเราเป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้น”“งั้นก็คงเป็นหนูธิชาสินะ จะทำอะไรก็รีบๆ ทำ หาโอกาสปรับความเข้าใจกับหนูธิชาซะ ช่วงนี้พ่อเห็นคุณณุตามไปที่สถานสงเคราะห์ทุกสัปดาห์ไหนจะลูกสาวเขาอีกล่ะ หนูเอมมี่น่ะติดหนูธิชาแจอย่างกับลูกติดแม่”ตั้งแต่ได้ไปที่สถานสงเคราะห์บ่อยครั้ง ทำให้ได้เจอพิษณุวัชร์กับบุตรสาวจึงรู้จักคุ้นเคยกันดี เขาเองก็เอ็นดูเด็กหญิงเอมมิกาไม่น้อย พานอยากมีหลานขึ้นมา“คือผม...ไม่รู้จะง้อเธอยังไงแล้วครับคุณพ่อ” ปรเมศวร์เอ่ยอย่างเหนื่อยใจ ความผิดที่สร้างไว้มันมากจนไม่แน่ใจว่าชาตินี้กันธิชาจะให้อภัยตนหรือเปล่า“ถ้าแกรักหนูธิชาจริ
“คุณณุหรือ” เขมจิราขมวดคิ้วถามอย่างแปลกใจ พลางคิดทบทวน“ใช่ เขาเจอแกที่ไนต์คลับ กำลังถูกผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาลวนลามเลยช่วยไว้ แกไม่ควรไปที่นั่นคนเดียวมันไม่ปลอดภัย” กันธิชาอดไม่ได้ที่จะกล่าวตักเตือน จนลืมไปว่าเธอกับเขมจิราทะเลาะกันจนตัดขาดความเป็นเพื่อนกันไปแล้ว เขมจิรานิ่งเงียบไปทำให้เริ่มรู้สึกตัวว่าพูดมากเกินไป“เอ่อ...ฉันขอโทษที่ยุ่งเรื่องของแกมากเกินไป นอนพักเถอะพรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ ห้องยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ฉันเข้ามาทำความสะอาดทุกอาทิตย์” เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายพูดอะไรกันธิชาจึงลุกขึ้น แต่เขมจิราคว้าแขนไว้เสียก่อน“ธิชาอยู่คุยกับฉันสักห้านาทีสิ”“อืม...ว่ามาสิ” กันธิชานั่งลงพร้อมรอฟัง คิดว่าเขมจิราคงอยากจะเคลียร์ปัญหาเรื่องปรเมศวร์กับตน“ทำไมแกไม่ยอมบอกฉันเรื่องรูป”“รูปอะไร” กันธิชาถามอย่างตื่นตระหนกใจ“รูปที่ถูกคุณเมศวร์แบล็กเมล์ แล้วยังเรื่องข่มขู่ต่างๆ รวมถึงเรื่องฉันด้วย แกทำไมไม่บอกธิชา แกเก็บไว้ทำไม” เขมจิราถามพร้อมจ้องหน้าร







