เข้าสู่ระบบ“อืม...ไปเถอะ พ่อว่าจะไปนั่งเล่นที่สวนกล้วยไม้สักหน่อย”
“ครับคุณพ่อ” ปรเมศวร์ขานรับก่อนลุกขึ้นเดินตรงไปยังชั้นสองห้องนอนเก่าของตน โดยมีสายตาเจ้าสัว
พงษ์เทพมองตามหลังไปอย่างไม่สบายใจ ดูจากแววตาปรเมศวร์ยามเอ่ยถึงกันธิชาแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก ก็ได้แต่หวังว่าบุตรชายจะไม่คิดบ้าบิ่นทำอะไรโง่ๆ ลงไป จนเป็นตราบาปชีวิต
ฟากคนที่ปรเมศวร์เอ่ยถึงกำลังรู้สึกผิดกับการจากไปของอนุวัฒน์อดีตแฟนหนุ่มแม้จะเพิ่งคบกันได้ไม่กี่เดือนแต่ก็รู้สึกผูกพันกันอยู่ไม่น้อย หากวันนั้นเธอยอมรับสาย เขาก็คงไม่ต้องจากไป ถึงแม้อีกฝ่ายจะเคยทรยศหักหลังตนอย่างแสนสาหัส แต่เขาก็ไม่ควรจบชีวิตลงง่ายๆ แบบนี้ งานศพอนุวัฒน์ที่ผ่านมาเธอยังไม่มีโอกาสเข้าไปเคารพศพ เพราะถูกชัญญาแม่เลี้ยงของเขาและเป็นต้นเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอนุวัฒน์ขาดสะบั้นลง สั่งคนคุมเข้มไม่ให้เธอย่างกรายเข้าไปในงานเด็ดขาด
“เลวที่สุด ยายนั่นกล้าดียังไงถึงให้แกออกจากงาน”
หลังกลับมาจากสัมมนาก็ทราบข่าวร้ายที่เกิดขึ้น เขมจิรารู้สึกเดือดดาลแทนเพื่อนรักจนนั่งไม่ติด กันธิชาถูกชัญญาแย่งคนรักไม่พอยังถูกให้ออกจากงานอีก แต่ก็ไม่มีสิทธิ์คัดค้านได้ เพราะช่วงเวลานั้นชัญญามานั่งรักษาการในตำแหน่งประธานบริษัท
“ก็ดีแล้วไง ไม่ต้องเจอผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นอีก” กันธิชาฝืนยิ้มปลอบใจตัวเอง
“ก็จริง ผู้หญิงอะไรน่าขยะแขยงที่สุด แอบเป็นชู้กับลูกชายสามีตัวเอง คุณวัฒน์ก็เหมือนกัน ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะทำตัวแบบนี้”
“เรื่องมันผ่านไปแล้วอย่าพูดถึงมันอีกเลย ไหนๆ คุณวัฒน์ก็เสียไปแล้ว”
กันธิชาเจ็บปวดทุกครั้งยามนึกถึงเหตุการณ์ที่ถูกอดีตคนรักทรยศหักหลัง แอบไปมีความสัมพันธ์กับแม่เลี้ยงสาว หากเขมจิราไม่พาเธอไปให้เห็นกับตาก็คงจะไม่เชื่อ ว่าผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วอย่างอนุวัฒน์จะกล้าทำเรื่องน่าอายเช่นนี้ สงสารแต่เจ้าสัวพงษ์เทพที่ไม่รู้ว่าบุตรชายกับภรรยาทำเรื่องเลวๆ อะไรลับหลัง
“อืม... แกเองก็เลิกโทษตัวเองได้แล้วนะ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของแกสักนิดเดียวนะธิชา ฉันนี่แหละผิดเต็มๆ ที่บอกคุณวัฒน์ไปว่าแกมีคนรักใหม่แล้ว ก็ไม่คิดว่าคุณวัฒน์จะเสียใจทั้งที่เขาเองก็นอกใจแกไปแอบมีอะไรกับแม่เลี้ยงเขาที่คอนโดฯ”
แทนที่อนุวัฒน์จะโล่งอกที่กันธิชามีคนรักใหม่ แต่กลับตาลปัตรมาคอยตามตื๊อขอคืนดี จนกันธิชาทนไม่ไหวหนีไปพักร้อนที่ต่างจังหวัดเกือบสองอาทิตย์ กลับมาก็ยังรังควานไม่เลิก
“แกไม่ผิดหรอกเขม ฉันรู้ว่าแกหวังดีถึงพูดไปแบบนั้น”
“ก็ฉันหวังดีจริงๆ และโมโหด้วยที่คุณวัฒน์ยังมาวุ่นวายกับแก เลยพลั้งปากไป...ว่าแต่แกเถอะ จะเอายังไงต่อไป”
“คงต้องไปหางานใหม่ แต่ปัญหาติดอยู่ที่อายุ ปีหน้าจะแตะเลขสามแล้ว ไม่รู้ว่าบริษัทไหนยังอยากจะรับอยู่หรือเปล่า” กันธิชากล่าวติดกังวล
“แต่แกมีประสบการณ์”
“ก็จริง แต่ฉันถูกปลดออกจากงานนะอย่าลืมสิ” กันธิชากล่าวอย่างท้อใจ ไม่คิดว่าจะต้องมาตกงานเอาตอนอายุจะสามสิบ
“ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงสักหน่อย อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ไปสมัครที่บริษัทฉันสิ ฝ่ายบุคคลเพิ่งติดประกาศเปิดรับตำแหน่งเลขาฯ ผู้บริหาร เห็นว่าเลขาฯ คนเก่าจะลาออกไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ”
“จริงเหรอ แล้วเขารับไม่เกินอายุเท่าไหร่” กันธิชาเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
“น่าจะไม่เกินสามสิบห้านี่แหละ เขาอยากได้คนมีประสบการณ์”
“เยี่ยม พรุ่งนี้ฉันจะรีบเข้าไปสมัครแต่เช้าเลย” กันธิชารู้สึกมีความหวังขึ้นมาบ้าง แม้จะไม่เต็มร้อยว่าทางบริษัทจะรับเธอเข้าทำงาน
“ฉันเชื่อว่าเขาต้องรับแกแน่ธิชา” เขมจิราตบบ่าเพื่อนรักเพื่อให้กำลังใจ
“ขอบใจแกมากนะเขมที่คอยให้คำปรึกษาฉันตลอด”
“ก็เราเพื่อนกันนี่ธิชา”
“นั่นสิ ตั้งแต่จำความได้เลยมั้งที่เราเป็นเพื่อนกันมา”
เธอกับเขมจิราถูกนำมาทิ้งหน้าสถานสงเคราะห์ในวันเดียวกัน จากคำบอกเล่าของครูสมใจเจ้าของสถานสงเคราะห์ ทั้งสองจึงถูกเลี้ยงดูมาพร้อมๆ กัน ทำให้เธอและเขมจิรารักใคร่กันดุจประหนึ่งพี่น้อง ยามมีปัญหาก็คอยช่วยเหลือกันมาตลอดจนถึงทุกวันนี้
“ถึงฉันไม่มีใครก็ยังมีแก มีแม่สมใจ และพีทคอยเป็นห่วงเสมอ” กันธิชาเอนศีรษะลงบนไหล่เพื่อนรักอย่างเหนื่อยล้ากับปัญหาชีวิตที่กำลังประสบ แต่ต่อนี้ไปเธอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่และคงเข็ดกับความรักไปอีกนานแสนนาน
“ถูกต้องแล้วจ้า อืม...เดี๋ยวฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ รู้สึกเหนียวตัวยังไงไม่รู้” เขมจิราดันร่างเพื่อนรักออก ก่อนจะลุกขึ้นเดินหายเข้าไปในห้องนอน ส่วนกันธิชาก็เดินกลับไปยังห้องนอนตัวเองบ้าง เพื่อจัดเตรียมเอกสารไว้สมัครงานในวันรุ่งขึ้น และภาวนาให้เขารับเธอเข้าทำงาน
ปรเมศวร์โน้มใบหน้าลงแนบกับกลีบปากนุ่มอย่างแผ่วเบาราวกับปุยเมฆแล้วสอดลิ้นที่ร้อนผะผ่าวเข้าไปสำรวจรอบๆ โพรงปากนุ่ม ก่อนลิ้นของทั้งสองจะเกี่ยวตวัดดูดซับความหอมหวานของกันและกันทั้งหนักหน่วงและเร่าร้อนไปในคราเดียวกันในขณะนั้นมือเรียวเล็กเริ่มลูบคลำร่างกำยำสะเปะสะปะเผลอไปสัมผัสความแข็งแกร่งที่ร้อนผ่าว จนชักมือขึ้นมาราวกับถูกของร้อน แต่ถูกชายหนุ่มดึงกลับลงไปแตะที่เดิม“อืม...มันคิดถึงเธอแทบขาดใจ”“ฮื้อ...ไม่เอาคุณเมศวร์” กันธิชาใจหวิวเมื่อแตะสัมผัสส่วนกลางกายของสามี แต่ดูมันจะดิ้นสู้กับมือเธอเหลือเกิน และเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาวิงวอน เขาถึงยอมปล่อยมือเธอออกมาเพราะไม่อยากบังคับเธอให้ทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง แต่แอบน้อยใจอยู่ลึกๆ ที่หญิงสาวทำเหมือนรังเกียจมัน เสี้ยววินาทีต่อมาต้องชะงักงันเมื่อเธอเอื้อมมือลงไปสัมผัสมันอีกครั้งอย่างแผ่วเบา จนชายหนุ่มเหลือบสายตามองเธอด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนบดขยี้จูบเรียวปากนุ่มอย่างดูดดื่มและเร่าร้อนกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ปลายนิ้วแกร่งบรรจงลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างบนผิวเนียนละเอียดไม่เว้นแม้แต่ตารางเดียว จากนั้นกลับมาหยุด
“ก็ได้ค่ะ” กันธิชาจำต้องพยักหน้าคล้อยตามเพราะไม่อยากทะเลาะกับเขาในวันสำคัญ ก่อนพาร่างเดินหายเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับชุดนอนและผ้าขนหนู ปรเมศวร์จึงสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปแต่ปรากฏว่าประตูถูกล็อกจากด้านใน นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเขามีกุญแจสำรอง เมื่อไขเข้าไปพบว่าหญิงสาวกำลังพยายามเอื้อมมือมาด้านหลังเพื่อรูดซิปชุดแต่งงาน ชายหนุ่มจึงรีบสาวเท้าเข้าไปช่วยพร้อมจรดริมฝีปากอุ่นลงบนแผ่นหลังขาวเนียนอย่างแผ่วเบา ก่อนชุดจะร่วงลงไปกองกับพื้น“เข้ามาทำไมคุณเมศวร์ ไม่เห็นหรือว่าฉันกำลังจะอาบน้ำ...” กันธิชาเอียงหน้าถามไม่ทันจบประโยค ก็ถูกริมฝีปากอุ่นโน้มลงมาทาบบนเรียวปากอย่างแนบแน่น เพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ ให้เสียเวลา หญิงสาวอึกอักเล็กน้อยเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนค่อยๆ หลับตาพริ้มลงรับจุมพิตของอีกฝ่าย ขณะเดียวกันนั้นฝ่ามือใหญ่ก็เลื่อนมาเคล้นคลึงทรวงอกอิ่มเบาๆ เพียงอึดใจต่อมาก็พลิกร่างหันมาเผชิญหน้า“พี่จะทำให้คืนนี้เป็นคืนพิเศษที่น่าจดจำสำหรับเรา” ปรเมศวร์เอ่ยพลางถอดชิ้นเล็กออกจากเรือนร่างของหญิงสาว แม้ใจอยากจะทำอะไรต่อมิอะไรกับร่างเย้ายวนเบื้องหน้า แต่ต้อง
“ก็มันอดไม่ได้นี่”“ฉันกับพี่ณุก็แค่เจ้านายกับลูกน้อง ทีคุณล่ะยังตามเทกแคร์คุณยูโกะตั้งแต่เธอเดินทางมาถึงเชียว”“ก็ยูโกะไม่รู้จักใครในงาน ทาเคชิก็ติดธุระสำคัญมาด้วยไม่ได้ คงไม่ดีที่ปล่อยให้แขกเวิ้งว้างคนเดียว น่าเกลียดแย่” ปรเมศวร์รีบอธิบายไม่อยากให้หญิงสาวไม่สบายใจ“ก็เหมือนกับพี่ณุ ทั้งที่ไม่มีอะไรแต่คุณก็ยังจะหาเรื่องหึงหวง” กันธิชายกเรื่องนี้ขึ้นมาเปรียบเปรยให้ชายหนุ่มเข้าใจและเลิกหึงหวงตนกับพิษณุวัชร์สักที“จ้าเข้าใจแล้ว” ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มนวลหนึ่งฟอดอย่างเอาใจ ก่อนจะได้ยินเสียงกระแอมดังขึ้นแทรกทำให้คู่บ่าวสาวต้องผละร่างออกจากกัน แล้วหันไปมองที่ต้นเสียง พบว่าเป็นยูโกะที่เดินเฉิดฉายนำหน้าสองพ่อลูกเข้ามา“หวานไม่เกรงใจใครเลยนะคะ” ยูโกะกล่าวกระเซ้าคู่บ่าวสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพอทราบว่าปรเมศวร์กำลังจะแต่งงาน ทำให้เธอตกใจไม่คาดคิดว่าปรเมศวร์จะลงเอยกับใครได้ ยิ่งรู้ว่าผู้หญิงที่โชคดีคือกันธิชายิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่ จึงบังคับขู่เข็ญเขาเล่าให้ฟัง ปรเมศวร์ก็เล่าเพียงคร่าวๆ พอได้ร
“จ้า” ชายหนุ่มยิ้มแหยพลางคิดเรียบเรียงคำพูดอยู่ในใจ ปรากฏว่าอาหารมื้อนี้เขารับประทานได้น้อยมาก ผิดกับกันธิชาที่กินหมดจานไม่เหลือ“วันนี้ทำไมกินน้อยจังคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นจานข้าวของปรเมศวร์พร่องลงไปเพียงนิดเดียว“พี่เห็นเธอกินอร่อยก็อิ่มตามแล้วล่ะ เอาเค้กสักชิ้นนะ” ชายหนุ่มวางจานเค้กลงเบื้องหน้าหญิงสาว“ขอบคุณค่ะ ถ้าฉันกินแบบนี้ทุกวันคงอ้วนเป็นหมูแน่” กันธิชาบ่นแต่ก็ตักเค้กขึ้นกินไม่หยุด“ดีสิ”“อ้วนนี่นะดี”“ใช่จ้ะ ถ้าเธออ้วนแล้วจะได้ไม่มีผู้ชายคนไหนชายตาแลไง”“ต่อไปคุณก็คงเบื่อฉันใช่ไหม”“พี่บอกตรงไหนว่าเบื่อ”“ก็คุณบอกว่าอ้วนแล้วจะไม่มีผู้ชายชายตาแลไงเล่า” หญิงสาวโต้แย้งกลับไปด้วยน้ำเสียงแง่งอนจนชายหนุ่มหลุดขำ“พี่หมายถึงผู้ชายคนอื่น แต่สำหรับพี่ถึงเธอจะอ้วนถึงร้อยกิโลพี่ก็จะไม่มีทางเบื่อเธออย่างแน่นอน และยังจะรักเธอไปจนวันตาย” ชายหนุ่มยืนยันด้วยน้ำเสียงและแว
ส่วนคนเจ้าแผนการเข้ามาคุยเรื่องสถานที่จัดงานแต่งงานกับผู้จัดการโรงแรมซึ่งเป็นคนเดียวกันกับคนที่ยืนจ้องเธอหน้าโรงแรมเมื่อหลายเดือนก่อน จนมารู้ความลับที่ปรเมศวร์เคยกุเรื่องว่าเธอเป็นคนรักของเขาอีกด้วย หญิงสาวเก็บความสงสัยไว้ในใจแต่ไม่กล้าแย้งอะไรขึ้นมาในเวลานี้ เพราะไม่อยากให้ปรเมศวร์เสียหน้าต่อหน้าลูกน้องจนเสียการปกครองและเขายังแนะนำเธอให้พนักงานทุกคนได้รู้จักในฐานะว่าที่นายหญิง ทำให้อดตื้นตันใจไม่ได้ที่ปรเมศวร์ให้เกียรติเธอขนาดนี้แม้กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่เขาโกหกเรื่องเธอกับศักดิ์ชาย กระทั่งเข้ามานั่งในห้องทำงานของปรเมศวร์ ก็ไม่รอช้าเอ่ยถามข้อข้องใจทันที“นี่คุณเมศวร์ ทำไมคุณต้องโกหกคุณศักดิ์ชายว่าฉันเป็นแฟนคุณด้วย”“โกหกที่ไหน ก็เราเป็นแฟนกันจริงๆ และกำลังจะแต่งงานกันอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”“ไม่ใช่ตอนนี้ ก่อนหน้าที่เราจะเจอกัน ตอนที่คุณเกลียดฉันเข้ากระดูกดำน่ะ”“อย่ารู้เลยดีกว่า” ชายหนุ่มตอบเลี่ยงๆ แล้วเฉไฉเปิดแฟ้มเอกสาร“แต่ฉันอยากรู้เพราะมันเกี่ยวข้องกับฉันเต็มๆ”“อืม...งั้นพ
“รับได้สิคะ และไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือรำคาญใจที่คุณเป็นแบบนี้”“ขอบใจนะธิชา แม้ว่าความรักของเราเริ่มต้นไม่สวย แต่หลังจากนี้พี่สัญญาว่าเธอจะพบแต่สิ่งที่สวยงาม”“ฉันไม่ขออะไรมาก ขอแค่คุณรักและซื่อสัตย์กับฉันเท่านั้น”“พี่สัญญาว่าจะรักและซื่อสัตย์กับเธอคนเดียวและจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด” ปรเมศวร์ยืนยันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคงก่อนวกกลับมาคุยเรื่องงานแต่งงาน “อืม...ธิชาคิดแพลนงานแต่งงานของเราหรือยังล่ะว่าอยากจัดแบบไหน”“ฉันอยากจัดงานแต่งงานเล็กๆ ริมชายหาด และเชิญแต่ญาติกับเพื่อนที่สนิทๆ เท่านั้นค่ะ คุณว่าดีไหม”“จะจัดงานเล็กๆ ไม่ได้หรอก เธอก็รู้นี่ว่าพี่ทำธุรกิจ รู้จักคนมากมาย”“ฉันเข้าใจค่ะ งั้นก็แล้วแต่คุณแล้วกันค่ะ” หญิงสาวพึมพำตอบเสียงแผ่วเบาๆ“งานเล็กๆ ก็งานเล็กๆ” ชายหนุ่มไม่ชอบเลยที่เห็นแววตาสดใสดูเศร้าสลดลง“เอ...แต่เมื่อกี้คุณยังบอกเลยว่าจัดงานเล็กๆ ไม่ได้”“พี่แต่งงาน
“ไม่ต้องมาหัวเราะเลย ก็ฉันเคาะประตูเรียก แกไม่ยอมเปิดประตูนี่ ก็เลยคิดว่าโกรธ”“ตอนนั้นฉันยอมรับว่าไม่อยากพูดอะไรกับใคร โอเคต่อไปฉันจะไม่ปิดห้องหนีปัญหาอีกแล้ว”“ดีมากจ้ะ แต่ตอนนี้แกช่วยฉันคิดหน่อยสิ ว่าทำยังไงให้หายง่วง วันนี้ต้องเข้าประชุมด้วย” เขมจิราเอ่ยทั้งที่ตาแทบจะปิด แว่นที่ใส่ตกลงมาที่ปลาย
“เอ่อ...ธิชา ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่”“ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ รู้สึกเหนื่อยๆ อยากพัก” กันธิชากล่าวแค่นั้นก็เดินเข้าห้องนอนไป เขมจิราแทบอยากจะยกมือตบปากตัวเอง แต่มิวายกล่าวโทษคนที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอเผลอตัวเอ่ยถึงอนุวัฒน์ขึ้นมา ก่อนสาวเท้าตรงไปยังห้องนอนของกันธิชา ปรากฏว่าเจ้าของห้องปิ
พิษณุวัชร์พ่อหม้ายวัยสามสิบแปดส่งยิ้มพร้อมตักอาหารใส่จานให้แก่หญิงสาว ที่เขาประทับใจตั้งแต่แรกพบ ในวันที่เข้ามาสัมภาษณ์ และตัดสินใจรับเธอเข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขาฯ ทันที โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “มีอะไรหรือเปล่าคะบอส” กันธิชาเลิกคิ้วขึ้นเชิงถาม เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งมองหน้าเธอ และยิ้มแปลกๆ“เอ่อ...เปล่า
ปรเมศวร์เข้ามาสานต่องานโครงการที่อนุวัฒน์ทำค้างไว้และเคลียร์ปัญหาต่างๆ ที่ชัญญาสร้างขึ้นซึ่งค่อนข้างหนักเอาการ แต่โชคดียังมีจิตตรีเลขาฯ สาวคนเก่งช่วยอีกแรง เพราะเธอรู้เกี่ยวกับข้อมูลของโครงการทั้งหมด ทำให้งานรุดหน้าไปได้อย่างรวดเร็วจนน่าพึงพอใจ“ขอบคุณมากครับคุณตรี ที่อยู่ช่วยงานจนดึกทุกว







