INICIAR SESIÓN“ไม่! ยูโกะจะไปคนเดียวค่ะ ทาเคชิน่าเบื่อจะตาย คอยขัดยูโกะทุกเรื่อง และคุณพ่อก็เชื่อแต่ทาเคชิอย่างกับเขาเป็นลูก แทนที่จะเข้าข้างยูโกะซึ่งเป็นลูกแท้ๆ” ยูโกะกล่าวถึงบอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่งด้วยความหมั่นไส้ จนปรเมศวร์อดหัวเราะออกมาไม่ได้ กับท่าทางเหมือนเด็กยามที่ถูกขัดใจ ซึ่งก็ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก
“เพราะเขาเป็นห่วงคุณนะยูโกะ” ปรเมศวร์พอจะดูออกว่าบอดี้การ์ดหนุ่มชื่อทาเคชิคิดอย่างไรกับนายสาวของตน
“อย่าพูดถึงเขาอีกเลยค่ะ พานทำให้อารมณ์เสียเปล่าๆ...เดี๋ยวยูโกะขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะ แล้วเย็นนี้เจอกัน” หญิงสาวหันมาหอมแก้มชายหนุ่มแล้วผละร่างระหงเดินออกจากห้องทำงานของผู้บริหารหนุ่ม
คฤหาสน์อนันต์ตระการ
เจ้าสัวพงษ์เทพรู้สึกตัวลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประตูถูกเปิดเข้ามา ก่อนเอื้อมมือไปกดสวิตช์โคมไฟที่หัวเตียงนอน ทำเอาคนเดินเข้ามาเงียบๆ สะดุ้งตกใจไม่คิดว่าสามีจะตื่นขึ้นมาในเวลานี้
“ทำไมช่วงนี้ถึงกลับดึกนักล่ะ” ชายสูงวัยขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงนอนมองภรรยาสาวคราวลูกด้วยคำถาม
“งานที่บริษัทเยอะนี่คะท่าน ญาเลยต้องอยู่เคลียร์จนดึกทุกวัน”
“เธอคงเหนื่อยมากสินะ”
“ค่ะ แต่ญายอมเหนื่อยเพื่อท่าน” ชัญญากล่าวเอาใจสามีแก่คราวพ่อ ทั้งที่แสนจะรังเกียจ ถ้าไม่ใช่สมบัติมหาศาลเธอคงไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่มาถึงห้าปี
“ต่อไปเธอคงไม่ต้องเหนื่อยแล้วญา เพราะฉันจะให้ตาเมศวร์เข้าไปดูแลงานทั้งหมด”
“คุณเมศวร์จะยอมกลับมาเหรอคะ ในเมื่อคุณ
เมศวร์รังเกียจญา” ชัญญากล่าวราวตัดพ้อ เพราะลูกเลี้ยงหนุ่มแสดงตัวออกมาชัดเจนว่าไม่ยินดีต้อนรับเธอเป็นแม่เลี้ยง ยอมแม้กระทั่งละทิ้งทุกอย่าง และไม่ยอมติดต่อกลับมาที่บ้านเป็นเวลาห้าปีเต็ม จนกระทั่งอนุวัฒน์เสียชีวิตปรเมศวร์จึงต้องกลับมาที่เมืองไทยอีกครั้งเพื่อร่วมงานศพน้องชายบุญธรรม แต่ก็พูดกันนับครั้งได้ ถ้าเธอไม่พยายามพาตัวเข้าไปใกล้ และพูดถึงต้นเหตุที่ทำให้อนุวัฒน์ต้องจบชีวิตลง ชายหนุ่มคงไม่ยอมเอ่ยปากพูดด้วย
“ยอมสิ ฉันโทร.ไปขอร้องด้วยตัวเอง มีหรือตาเมศวร์จะปฏิเสธ พรุ่งนี้เธอบอกให้เด็กๆ เข้าไปทำความสะอาดห้องตาเมศวร์ด้วยล่ะ หาผ้าม่านผ้าปูที่นอนมาเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ด้วย”
“ได้ค่ะท่าน เดี๋ยวญาจะจัดการให้” ชัญญาตอบรับคำสั่งด้วยถ้อยคำอ่อนหวาน ข่มความเจ็บแค้นไว้ในอก แผนการที่เคยคิดไว้ผิดพลาดไปหมด ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเธอคอยเอาอกเอาใจเจ้าสัวพงษ์เทพตามคำสั่งมารดา แต่ดูเหมือนจะเสียเวลาเปล่า เพราะนอกจากจะไม่ได้รับความไว้วางใจแล้ว เงินทองที่หยิบยื่นมาให้แต่ละเดือนก็เป็นเพียงแค่เศษเงินเท่านั้น ต่อไปคงต้องใช้วิธีของเธอบ้าง หญิงสาวแอบกระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจกับแผนร้ายที่คาดคิดไว้ในใจ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
เจ้าสัวพงษ์เทพชะเง้อรอการกลับมาของบุตรชายอย่างใจจดใจจ่อ พร้อมสัญญากับตัวเองว่าสิ่งไหนที่บุตรชายต้องการก็จะทำตามโดยไม่มีข้อยกเว้น และจะไม่ดื้อรั้นทำอะไรตามใจตนเองเฉกเช่นเมื่อห้าปีก่อน เพราะเขาไม่อยากให้บุตรชายหนีไปจากอกอีกแล้ว
“ของโปรดตาเมศวร์เตรียมไว้หมดแล้วใช่ไหมเฉลา” เจ้าสัวพงษ์เทพหันไปถามแม่บ้าน ซึ่งตามออกมายืนรอต้อนรับคุณหนูของนางด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้ผู้เป็นนาย จนชัญญาต้องกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่ายกับท่าทางดีใจเกินเหตุของทั้งคู่
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณท่าน” เฉลาหันมาตอบด้วยใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เพียงไม่นานรถตู้คันหรูก็เคลื่อนเข้ามาจอดภายในคฤหาสน์ ก่อนร่างสูงใหญ่ของปรเมศวร์จะก้าวเท้าลงมาจากรถ แล้วเดินเข้าไปสวมกอดบิดาที่ยืนกางแขนต้อนรับการกลับมาของเขา
“พ่อดีใจที่เมศวร์กลับมา” เจ้าสัวพงษ์เทพเอ่ยเสียงสั่นจนบุตรชายต้องยกมือขึ้นตบแผ่นหลังเบาๆ ราวปลอบใจ แม้ทั้งสองจะเคยมีเรื่องไม่เข้าใจกันแต่สายใยระหว่างพ่อลูกก็ตัดกันไม่ขาด
“ครับคุณพ่อ ผมเองก็ดีใจที่ได้กลับมาอยู่บ้านของเรา” ปรเมศวร์พึมพำบอกบิดา ก่อนผละร่างออกมาแล้วหันไปสวมกอดแม่บ้านสูงวัยที่คอยเลี้ยงดูตนมาตั้งแต่เยาว์วัย
“เฉลาดีใจเหลือเกินที่คุณหนูกลับมา” นางกล่าวทั้งน้ำตาด้วยความปลาบปลื้มยินดี
“ป้าเฉลาครับ ผมสามสิบแปดแล้วนะ อย่าเรียกคุณหนูอีกเลย”
“แต่เฉลาเรียกมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่คะ” นางกล่าวยิ้มๆ ในขณะชัญญาก็คอยหาจังหวะกล่าวทักทายปรเมศวร์เพื่อให้รู้ว่าเธอก็มีตัวตน
“เอ่อ...คุณเมศวร์มาเหนื่อยๆ ขึ้นไปพักก่อนไหมคะ เดี๋ยวญาเตรียมน้ำอุ่นให้อาบ”
“ผมไม่เหนื่อยอะไร แต่หิวมากกว่า ป้าเฉลามีอะไรให้ผมกินบ้างหรือเปล่าครับ ผมหิ้วท้องมาจากญี่ปุ่นเพื่อกินฝีมือของป้าเฉลาเลยนะครับ” ชายหนุ่มหันมาถามแม่บ้านด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเหมือนเมื่อครั้งในอดีต
“มีสิคะ เฉลาทำเมนูโปรดไว้รอเพียบ คุณท่านเขียนเมนูอาหารมาให้เองเลยนะคะ” แม่บ้านสูงวัยโยนความดีความชอบให้แก่เจ้านายของตน หวังให้พ่อลูกสานสัมพันธ์กันดังเดิม ปรเมศวร์หันไปยิ้มขอบคุณบิดา เขาเองก็ไม่ได้โกรธเคืองบิดา เพียงแต่ทำใจยอมรับแม่เลี้ยงสาวไม่ได้เท่านั้นเอง
“งั้นไปที่โต๊ะอาหารกันเถอะ พ่อก็ตั้งใจรอกินข้าวพร้อมกับแก” เจ้าสัวพงษ์เทพตบบ่าบุตรชายแล้วเดินนำไปที่โต๊ะอาหาร โดยชัญญาเดินรั้งท้ายด้วยใบหน้าเซ็งๆ ที่เหมือนจะถูกตัดความสำคัญ
“ทำไมถึงเยอะแบบนี้ล่ะครับ ถ้าผมกินหมดคงเป็นชูชกแน่ๆ” ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ก็คุณท่านสิคะ สั่งให้เฉลากับเด็กทำให้ครบ”
“ก็พ่อไม่รู้ว่าแกอยากกินอะไรบ้าง ก็เลยสั่งให้เฉลาทำไว้สิบอย่าง”
“ได้ครับ ก๋วยเตี๋ยวนี่ของโปรดเอมมี่เขาเลยนะครับ” พิษณุวัชร์เอ่ยพลางมองบุตรสาวที่กำลังสนุกสนานร้องเพลงกับพีรพลที่หน้าเวทีกว่าทั้งหมดจะลากลับก็เกือบสามทุ่ม ส่วนพีรพลกลับไปก่อนเพราะถูกมารดาโทร.ตามตัวตั้งแต่บ่าย เมื่อมาถึงที่หน้าคอนโดฯ ก็เห็นเขมจิรากำลังยืนคุยกับปรเมศวร์อยู่ข้างรถ กันธิชาแกล้งทำทีไม่เห็นแต่พิษณุวัชร์เดินเข้าไปกล่าวทักทายปรเมศวร์เสียก่อนทำให้เธอจำต้องเดินตามไปด้วย“สวัสดีครับคุณเมศวร์”“อ้าวคุณณุ ไปไหนกันมาหรือครับ” ปรเมศวร์เหลือบมองกันธิชาชั่วแวบหนึ่งก่อนถาม“ไปที่สถานสงเคราะห์บ้านต้องรักสมใจมาครับ ไปแจกของให้เด็กๆ” คำตอบของพิษณุวัชร์ทำให้เขมจิราหันไปมองกันธิชาเป็นคำถาม“คุณณุคะ ธิชาต้องขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะรู้สึกเหนื่อยๆ” กันธิชาเอ่ยแทรก เพราะไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนี้นาน รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก“แล้วเจอกันที่บริษัทครับ” พิษณุวัชร์หันมายิ้มให้กับเลขาฯ สาว จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปในคอนโดฯ เขมจิราจึงขอตัวเดินตามไปเพราะมีเรื่องค้างคาใจ เมื่อกลับเข้ามาถึง
“คุณธิชาอยากกินอะไรสั่งเลยครับ เผื่อผมด้วย”“คุณณุสั่งดีกว่าค่ะ เดี๋ยวไม่ถูกปาก”“ผมกินได้หมดครับ” ชายหนุ่มคะยั้นคะยอพร้อมส่งเมนูรายการอาหารไปให้ หญิงสาวจึงหันไปสั่งอาหารกับพนักงานมาสามอย่างพร้อมกับน้ำดื่ม ในระหว่างที่รออาหาร พิษณุวัชร์ก็ถือโอกาสเอ่ยถามถึงครูสมใจเรื่องอาการป่วย“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ วันอาทิตย์นี้ธิชาก็ตั้งใจจะไปเยี่ยมท่านที่สถานสงเคราะห์ ว่าจะไปช่วยดูแลเด็กๆ ด้วยค่ะ”“ผมขอไปด้วยได้ไหมครับ ชวนเอมมี่ไปแจกขนมให้เพื่อนๆ ด้วย”“ได้สิคะ เด็กๆ คงดีใจ นานแล้วที่ไม่มีคนใจดีเข้าไปหาเด็กๆ” กันธิชากล่าวขอบคุณพลางส่งยิ้มให้ และตั้งใจจะชวนเขมจิราไปด้วย ตั้งแต่เกิดเรื่องเธอยังไม่มีโอกาสได้เล่าเรื่องสถานสงเคราะห์ให้เขมจิราฟังเลยเมื่อถึงวันอาทิตย์ปรากฏว่าเขมจิราได้ออกจากห้องพักไปตั้งแต่เช้าตรู่ โดยแปะกระดาษโน้ตไว้ที่หน้าประตูห้องนอนบอกเพียงสั้นๆ ว่าไปเที่ยวพัทยากับปรเมศวร์ กันธิชารู้สึกหน่วงที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูกหลังจากวันนั้นที่ปรเมศวร์ขอคบหาดูใจกับเข
ต่างกับกันธิชาที่นั่งแทบไม่ติด เดินวนไปเวียนมาอยู่ที่ห้องรับแขก รอเพื่อนรักกลับมาอย่างร้อนใจหวังว่าเขมจิราจะรอดปลอดภัยกลับมา จวบจนกระทั่งเที่ยงคืนเขมจิรากลับมาถึงห้องพัก“เขมทำไมเพิ่งกลับมา” กันธิชารีบเดินเข้ามาถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง“คุณเมศวร์พาขับรถเล่นน่ะ แต่ทำไมแกยังไม่นอนอีก” เขมจิราเดินเข้าไปเปิดตู้เย็นเพื่อดื่มน้ำดับกระหาย“ก็ฉันรอแกอยู่ มีเรื่องจะคุยด้วย”“ดึกแล้ว เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้เช้านะธิชา ฉันเองก็มีเรื่องจะบอกแกเหมือนกัน กู๊ดไนต์จ้ะเพื่อนรัก” เขมจิราพูดจบก็เดินหายเข้าไปในห้องนอน ทำให้กันธิชาหมดโอกาสพูด แต่ก็ยังรู้สึกสบายใจที่เพื่อนรักกลับมาอย่างปลอดภัย คุยกันพรุ่งนี้ก็คงยังไม่สาย คิดได้ดังนั้นก็กลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อพักผ่อนเช้ารุ่งขึ้นของวันถัดมาเขมจิราเดินออกจากห้องนอนก็พบว่าเพื่อนรักได้มานั่งรออยู่ที่โต๊ะพร้อมกับอาหารเช้า เธอจึงทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม“วันนี้ตื่นเช้าเชียว” เขมจิราเอ่ยพลางตักโจ๊กรับประทาน“พอดีมีงานด่วนต้องไปทำแต่เช้า&rdq
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่ตรี เดี๋ยวธิชาต้องขอตัวกลับก่อน”“จ้ะ มีอะไรโทร.มาหาพี่ได้ตลอดเลยนะไม่ต้องเกรงใจ”“ค่ะพี่ตรี” กันธิชาระบายยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินลงมาจากชั้นดาดฟ้าแล้วแยกกันตรงหน้าลิฟต์กันธิชาเข้าบริษัทในช่วงบ่ายทั้งๆ ที่โทร.มาขอลางานเจ้านายหนุ่มเต็มวัน เพราะอยากเข้ามาเคลียร์งานที่ค้างไว้ พร้อมกับความรู้สึกโล่งอกที่ไม่ต้องหาเหตุผลในการลาออก เพราะเจ้าสัวพงษ์เทพได้มาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในทิศทางที่ดีขึ้น“ที่จริงน่าจะอยู่ดูแลคุณแม่ก่อน”“ท่านไม่เป็นไรแล้วค่ะ แถมยังไล่ธิชากลับมาทำงานอีก ขอโทษด้วยนะคะ ช่วงนี้ลางานบ่อยไปหน่อย หวังว่าสิ้นเดือนคงไม่แจกซองขาวให้ธิชานะคะ” หญิงสาวกล่าวพลางหัวเราะออกมาเบาๆ“ถ้าผมทำแบบนั้นคงโง่มาก คนดีและทำงานเก่งอย่างคุณธิชา ใครปล่อยไปคงโง่เต็มทน”“ขอบคุณค่ะ งั้นธิชาขอกลับไปทำงานต่อก่อนนะคะ”“ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำเบาๆ และเผลอยิ้มตามหญิงสาว ดูเหมือนเธอจะไม่มีเรื่อ
เรื่องที่ปรเมศวร์โทร.มาตามตนไปพบ คาดว่าเจ้าสัวพงษ์เทพคงเข้าไปคุยเรื่องที่ดินแล้ว งานนี้ไม่รู้เธอจะต้องเจอพายุอารมณ์อะไรบ้าง แต่คิดว่าอีกฝ่ายคงโกรธจนแทบกระอัก กว่ากันธิชาจะเดินทางไปถึงบริษัทอนันต์ตระการก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่งเพราะระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ และไหนจะต้องฝ่าด่านรถติดอีก“ธิชามาพอดี คุณเมศวร์เพิ่งอินเตอร์โฟนมาถามพี่ว่าธิชามาถึงหรือยัง”“ค่ะพี่ตรี เดี๋ยวธิชาขอตัวก่อนนะคะ” กันธิชากล่าวจบก็เดินหายเข้าไปในห้องทำงานของประธานหนุ่ม ท่ามกลางความสงสัยของจิตตรีว่าสาวรุ่นน้องมีเรื่องสำคัญอะไรคุยกับปรเมศวร์กัน ทำไมถึงต้องมาพบที่บริษัทในเวลางานแบบนี้ จิตตรีไม่ทันคลายสงสัยประตูก็ถูกเปิดออกมาจากฝีมือของเจ้านายหนุ่ม“ห้ามใครมารบกวนจนกว่าผมจะคุยธุระเสร็จนะครับคุณตรี”“ค่ะ” จิตตรีตอบรับอย่างงุนงง และคิดว่าธุระที่บอกคงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงาน มิเช่นนั้นเธอก็ต้องรู้ หลังสั่งงานเลขาฯ สาวเสร็จปรเมศวร์ก็จัดการปิดล็อกประตู“เธอกล้ามากนะกันธิชาที่ไปขอให้คุณพ่อช่วยเรื่องที่ดิน” ชายหนุ่มเค้นเสียงลอดไรฟันถามแล
“ตวงไม่น่าโทร.ไปรบกวนหนูเลยนะ” ครูสมใจส่ายหน้าพลางเอ่ยถึงคนสนิทอย่างอ่อนใจ“เมื่อเช้าฉันตกใจทำอะไรไม่ถูก เลยโทร.หาหนูธิชาน่ะ”“อย่าโทษน้าตวงเลยนะคะ ธิชาเป็นคนบอกน้าตวงเองค่ะว่ามีเรื่องอะไรให้โทร.มาหา”กันธิชาเห็นตวงพรเดินตามเข้ามาในห้องฉุกเฉินเพียงลำพัง จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามถึงเจ้าสัวพงษ์เทพ“แล้วคุณลุงล่ะคะน้าตวง”“ท่านเจ้าสัวกลับไปแล้วจ้ะ” ตวงพรตอบด้วยใบหน้าแช่มชื่นจนกันธิชาเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ“ใครน่ะท่านเจ้าสัว”“เป็นเจ้าของบริษัทเก่าที่ธิชาเคยทำงานด้วยค่ะ ท่านเห็นธิชารีบมาโรงพยาบาลเลยอาสามาส่ง...คุณแม่ขาอย่าเครียดไปเลยนะคะ ปัญหาทุกอย่างต้องมีทางออก” หญิงสาวบอกพร้อมเอื้อมมือมากุมมือผู้มีพระคุณเพื่อต้องการปลอบใจ“ใช่ค่ะครูอย่าเครียดไปเลย เพราะตอนนี้กำลังมีคนใจบุญมาช่วยจัดการเรื่องนี้แล้ว” คำพูดของตวงพรทำให้กันธิชากับครูสมใจหันไปมองหน้าด้วยความประหลาดใจ“ก็เจ้าสัวพงษ์เทพนั่นแหละที่จะเข้ามาช่วยเรา”







