LOGIN“พี่คิน ออกไปก่อนสิคะ ตะวันขอแต่งตัว ห้านาทีค่ะ” เพียงตะวันรีบต่อรองหวังว่าเขาจะรับฟั
“พี่คิน ออกไปก่อนสิคะ ตะวันขอแต่งตัว ห้านาทีค่ะ” เพียงตะวันรีบต่อรองหวังว่าเขาจะรับฟัง แต่คนตัวโตกลับไม่สนใจในคำพูดของหญิงสาวเลย มีแต่ความต้องการที่จะลงโทษเธอเท่านั้น“ทำไม? ตะวันต้องหลบหน้าพี่ด้วย” ชายหนุ่มตัวโตแต่ใจน้อย กล่าวด้วยซุ่มเสียงขุ่นเคือง และกระชากคนตัวเล็กมากอดไว้แนบกายแกร่ง หญิงสาวแหงนมองด้วยแววตาที่ตื่นตระหนก ใช้มือน้อยๆ ทั้งสองข้าง ดันแผ่นอกแกร่งให้ห่างกายมากที่สุด กลัวชายหนุ่มรู้ว่าภายใต้เสื้อคลุมสีขาว เธอไม่ได้สวมใส่อะไรไว้ เพราะความรีบร้อนเดินออกมาเปิดประตูนั่นเอง แต่เหมือนเขาจะสัมผัสได้ ก้มมองคนในอ้อมกอดแทบจะกลืนกินให้ได้ เขาต้องบ้าแน่ถ้าไม่ได้สัมผัสในตัวเธอ ใจเริ่มสั่นสะท้าน ร้อนรุ่มไปทั้งร่าง“ตะวันเปล่านะ พี่คินชอบกล่าวหาตะวันอยู่เรื่อย” ริมปีปากบางยื่นออกมาเล็กน้อย รู้สึกไม่พอใจที่ถูกเขากล่าวหา แต่กลับถูกชายหนุ่มก้มหน้าลงปิดริมฝีปากสีหวานทันที อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เป็นการลงโทษที่แสนหวานที่สุด หญิงสาวดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดอุ่นเพื่อเอาตัวรอด แต่ไม่สำเร็จ ยิ่งทำให้ลำแขนแกร่งกอดรัดร่างบางแน่นขึ้นกว่าเดิม ปลายลิ้นอุ
“โอ๋ๆๆ พี่ขอโทษนะครับคนดี” อนาคินชูนิ้วก้อยไปตรงหน้าหญิงสาว หวังจะง้องอนให้เธอใจอ่อน แต่หญิงสาวกลับไม่สนใจมองคนเจ้าเล่ห์ด้วยซ้ำ ดูสิจะงอนเสียให้เข็ด ล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นดีนัก“ต้องให้พี่คินทำยังไง ตะวันถึงจะหายโกรธ บอกได้มั้ย” ชายหนุ่มยื่นหน้าหล่อเข้าไปใกล้ๆ แนบชิดกับใบหน้าน้อยๆ จนหญิงสาวผลักออกแทบไม่ทัน สร้างความหวั่นไหวให้เพียงตะวันอยู่ไม่น้อย ใบหน้าเนียนเปลี่ยนเป็นสีชมพูแดงระเรื่อขึ้นมาทันที“พี่คินถอยไปสิ เดี๋ยวเรือก็ล่มหรอก” หญิงสาวทำหน้ามุ่ยเอียงหน้าไปบอกชายหนุ่ม แต่เขากลับไม่สนใจฟัง ยิ่งแนบชิดเข้าไปอีกจนเรือเริ่มโคลงเคลงไปมา จนหญิงสาวตกใจ“พี่คินเห็นมั้ย เรือจะล่มอยู่แล้ว” เพียงตะวันพูดไม่ทันขาดคำ เรือเกิดอาการเอียงตัวเพราะรับน้ำหนักไม่ไหว จึงทำให้เรือพลิกคว่ำทันที ด้วยความตกใจ เพียงตะวันคว้าแขนอนาคินไว้ และตกลงไปในน้ำด้วยกัน“พี่คินบ้าที่สุด” หญิงสาวเข้าไปทุบตีชายหนุ่มด้วยความโมโห ยิ่งทำให้เขากอดกระชับเธอยิ่งขึ้น จนหญิงสาวต้องชะงัก เมื่อสัมผัสถึงสิ่งแปลกปลอมตรงหน้าขาเธอ&ldqu
หลังจากอนาคินเดินลงจากรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูรุ่นใหม่ล่าสุด ที่บิดาสั่งถอยมาให้เป็นของขวัญต้อนรับการกลับเมืองไทยของเขา บิดานี้ช่างรู้ใจเขาไปเสียทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของเพียงตะวัน ชายหนุ่มจึงรีบเดินไปเปิดประตูรถให้สาวน้อยของเขาทันที ก่อนจะจับข้อมือเล็กของเธอ แล้วพาเดินเข้าไปหาคุณย่าที่ยืนยิ้มรอรับพวกเขาอยู่ที่หน้าประตู“ตาคินหลานย่า” คุณย่าภาดาโผเข้ากอดหลานชายด้วยความคิดถึง นานเหลือเกินที่ท่านไม่ได้เจอหลานรัก คุณย่าทั้งกอดทั้งหอมแก้มฟอดใหญ่ซ้ายขวาไม่ยอมหยุด จนหลานชายคนโปรดทำหน้าปูเลี่ยน เพียงตะวันเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ จนต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทางหนึ่ง ถ้าเกิดอนาคินหันมาเจอเข้า มีหวังถูกเขาคาดโทษเป็นแน่“พอแล้วครับคุณย่า แก้มคินช้ำหมดแล้ว” ชายหนุ่มอายจนหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงลำคอ คุณย่านะคุณย่า ไม่รู้หรือไงว่าคินอายเขา อนาคินแอบต่อว่าคุณย่าจอมเฮี้ยบของเขาอยู่ในใจ“ย่าหอมแค่นี้ก็ไม่ได้นะตาคิน” เพียงตะวันจึงได้มีโอกาสเข้าไปทำความเคารพคุณภาดา ในช่วงที่ท่านหันมายิ้มให้เธอ“หนูตะวันมาใกล้ๆ ย่าสิลูก” เพียงตะวันเดินเข้าไปหาคุณย่าภาดาอย่างนอบน้อม จนเป็นที่น่าเอ็นดูในสายตาของท่านยิ่งนัก“เป็นไงบ้าง
“แม่นึกว่าอะไรเสียอีก คินไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก แม่จะให้ลุงสมชายขับรถไปส่งเราเอง”“แล้วใครจะขับรถให้คุณพ่อล่ะครับ ผมขับรถไปเองดีกว่าครับคุณแม่” ชายหนุ่มรีบปฏิเสธทันที เพราะจะทำให้เขาไม่มีโอกาสได้อยู่กับน้องน้อยตามลำพัง ซึ่งเขายอมไม่ได้“ไหนลูกบอกว่าไม่ชินทางไงจ๊ะ” ภาคีมองหน้าบุตรชายด้วยความสงสัย รู้สึกว่าบุตรชายทำตัวแปลกๆ ตั้งแต่เช้า“ให้หนูตะวันนั่งรถไปเป็นเพื่อนตาคินน่ะดีแล้วธิดา เพราะหนูตะวันขับรถไปที่นั่นออกบ่อย” ภาคีแย้งขึ้นมาทันที“ใช่ครับคุณแม่ คุณพ่อพูดถูก” อนาคินรีบสนับสนุนคำพูดของบิดายกใหญ่ เพราะเขาไม่อยากให้โอกาสนี้ได้หลุดลอยไป แต่การกระทำของชายหนุ่มไม่อาจจะหลุดรอดพ้นสายตา คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน อย่างภาคีได้ ต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่ แต่เขาไม่รู้ว่าคืออะไร“งั้นก็ได้จ้ะ คินเข้าไปรับน้องตอนสิบโมงแล้วกัน รีบทานข้าวเถอะจ้ะ”“ครับคุณแม่” อนาคินขานรับแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนจะก้มหน้าลงรับประทานอาหารต่อ โดยไม่รู้ตัวว่าบิดาเขากำลังจ้องมองดูอยู่เป็นระยะอนาคินรีบขับรถออกจากบ้าน เพื่อมารับเพียงตะวันที่บ้านเปรมอนันต์ฤา ก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง แต่หญิงสาวยังแต่งตัวไม่เสร็จ เลยทำให้ชา
เช้ารุ่งอรุณของวันใหม่ อนาคินตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ รีบอาบน้ำแต่งตัว ลงมาชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่ เดินตามหามารดา เพื่อจะมาขอโทษเรื่องราวที่เขาก่อไว้เมื่อคืนที่ผ่านมา เห็นท่านกำลังปรุงอาหารอยู่กับแม่บ้านอยู่ในห้องครัวใหญ่ เขายกปลายนิ้วชี้แตะริมฝีปาก ห้ามให้ใครพูดอะไรออกมา“คุณแม่ทำอะไรอยู่ครับ หอมจัง” อนาคินเข้าไปสวมกอดมารดาอย่างเอาใจ“แม่ทำข้าวต้มทรงเครื่องของโปรดเราไง” อนาคินถึงกับนิ่งทันที“คินขอโทษเรื่องเมื่อคืนที่ทำให้คุณแม่ต้องตกใจ คินสัญญาว่าจะไม่ทำอีกครับ” กานต์ธิดาละงานที่ทำอยู่หันมาคุยกับบุตรชาย อย่างจริงจัง“แม่ว่าเราออกไปคุยกันที่ห้องอาหารเถอะ” อนาคินประคองมารดาที่เขารักออกไปที่ห้องอาหารทันที“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าลูก ไม่สบายใจอะไร ก็น่าจะมาปรึกษาแม่ได้” อนาคินลุกจากเก้าอี้ ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น เข้าไปโอบเอวบางของมารดาอย่างออดอ้อน เขามักจะชอบอ้อนมารดา เวลาที่เขาทำความผิดและทำให้ท่านเสียใจ“ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณแม่สบายใจได้ คินขอโทษที่ทำให้คุณแม่ต้องตกใจกับเรื่องเมื่อคื
“พรุ่งนี้เที่ยง ตะวันออกไปทานข้าวกับพี่นะครับ” หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มอย่างครุ่นคิด“ตะวันคงต้องดูตารางงานก่อนค่ะ ว่าจะมีเวลาว่างพอออกไปทานข้าวข้างนอกหรือเปล่า”“แค่ตอนพักเที่ยงเองนะตะวัน จะยุ่งอะไรหนักหนา พึ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่ใช่เหรอ” อนาคินถามอย่างไม่สบอารมณ์ ตามฉบับนิสัยคนเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ เพราะไม่ชอบให้ใครขัดใจ หรือปฏิเสธเขา“ก็เพราะ พึ่งรับตำแหน่งก็ยิ่งพิสูจน์ตัวเองให้คณะกรรมการ และผู้ถือหุ้นเห็นสิคะ ยิ่งตะวันเป็นผู้หญิง คงเป็นที่ยอมรับยากค่ะ” หญิงสาวนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไร ก็เกิดอาการเครียดขึ้นมาทุกที“อย่าคิดมากสิครับคนเก่ง ไม่ว่างก็ไม่ว่าง มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะ พี่ยินดีช่วยตะวันเสมอ” หญิงสาวยิ้มบางๆ ออกมา ขอบคุณความมีน้ำใจของชายหนุ่ม“ค่ะ ถ้าตะวันมีปัญหาจนแก้ไม่ตก ตะวันจะนึกถึงพี่คินเป็นคนแรก ตะวันสัญญา” หญิงสาวชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว ยิ้มแป้นให้ชายหนุ่มเป็นการให้สัญญา มือหนาเอื้อมไปโยกศีรษะหญิงสาวด้วยความเอ็นดู“งั้นพี่กลับก่อนนะ ฝันดีนะครับคน







