Mag-log in“อ้าวหนูตะวันนั่นเอง” ภาคีร้องทักหลานสาวสวยด้วยความแปลกใจ ส่วนอนาคินถึงกับดีใจจนออกนอกหน้า รีบเดินเข้าไปหาสาวน้อยหวานใจของเขาทันที
“ขอโทษค่ะที่ตะวันมาขัดจังหวะ คือตะวันลืมมอบของขวัญให้พี่คินค่ะ ขอต้อนรับการกลับบ้านนะคะพี่คิน” ชายหนุ่มเอื้อมไปรับ แถมจับมือสาวน้อยไม่ยอมปล่อย ส่งสายตาหวานเชื่อมให้อย่างไม่เกรงใจใคร
“ขอบคุณครับตะวัน” เสียงกระแอมของบิดาดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตัว ยิ้มออกมาด้วยความเก้อเขิน
“หนูตะวันมานั่งใกล้ๆ แม่สิลูก” กานต์ธิดากวักมือเรียกสาวน้อยหน้าหวานเข้ามานั่งข้างๆ
“อยู่ทานข้าวเที่ยงกับแม่ก่อนนะลูก” ใบหน้าสวยดูหมองเศร้าจนเห็นได้ชัดเจน กานต์ธิดาจึงยกมือขึ้นโอบกระชับอย่างปลอบโยน
“วันนี้ตะวันคงอยู่ทานด้วยไม่ได้ค่ะคุณแม่ พอดีตะวันนัดกับเพื่อนไว้”
“ยกเลิกนัดกับเพื่อนไม่ได้เหรอตะวัน อยู่คุยกับพี่ก่อนสิครับ” อนาคินทรุดตัวนั่งลงข้างๆ ร่างเล็ก
“คงไม่ได้หรอกค่ะพี่คิน งั้นตะวันขอตัวก่อนนะคะคุณแม่ คุณลุง” หญิงสาวหันไปลาบุคคลที่เคารพรักทั้งสอง
“เดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่รถนะครับ” อนาคินถือวิสาสะจับข้อมือเล็ก ก็จะพาเดินออกไปจากห้องรับแขกทันที ด้วยไม่สนใจสีหน้างุนงงของบุพการีทั้งสอง
“ตะวันจะมางานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาเย็นนี้หรือเปล่า” ชายหนุ่มรีบเดินไปเปิดประตูรถเบนซ์คันหรูให้เธอตามแบบฉบับ สุภาพบุรุษที่พึงกระทำต่ออิสตรี
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวก้าวเท้าไปขึ้นนั่งบนรถเป็นที่เรียบร้อย โดยมีอนาคินปิดประตูรถตามหลังให้
“ตะวันยังไม่ตอบคำถามพี่เลย ว่าเย็นนี้จะมาหรือเปล่า” อนาคินเห็นความลังเลในดวงตาคู่สวย เหมือนเธอกำลังคิดหนัก
“ตะวันไม่แน่ใจว่าจะทำธุระเสร็จทันหรือเปล่าค่ะ”
“ธุระของตะวัน คงมีความสำคัญมากกว่าพี่ชายคนนี้ใช่มั้ย” ชายหนุ่มรู้สึกน้อยใจ ที่เธอไม่ให้ความสำคัญ
“เอ่อ...ถ้าทำธุระเสร็จแล้ว ตะวันจะรีบมาค่ะ” แค่เห็นแววตาที่ตัดพ้อของชายที่รัก ทำให้หญิงสาวปฏิเสธเขาไม่ลง
“จริงๆ นะตะวัน แล้วพี่จะรอ” เพียงตะวันฝืนยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนจะขับรถออกไป
เพียงตะวันขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านของปริมพิตาเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุด แถวชานเมืองนนทบุรี เพื่อปรับทุกข์ ธุระสำคัญนั้น เธอใช้เป็นเพียงเป็นข้ออ้างเท่านั้นเอง ยิ่งเธอเห็นเขา กลัวจะเผลอแสดงความอ่อนแอออกมาให้ชายหนุ่มสมเพชเวทนาก็เป็นได้
“ตะวัน! เกิดอะไรขึ้น ร้องไห้ทำไม” เพียงตะวันโผเข้ากอดเพื่อนรัก และร้องไห้สะอึกสะอื้นปานคนขาดใจ ราวกับเด็กน้อยที่กำลังหลงทางกับแม่ก็ไม่ปาน
“โอ๋ โอ๋ ไม่ร้องนะตะวัน ค่อยๆ พูด บอกฉันสิว่าเกิดอะไรขึ้น” เพียงตะวันยิ่งปล่อยโฮออกมา อย่างหนักกว่าเดิม จนปริมพิตาไม่รู้จะปลอบเพื่อนรักอย่างไงดี คงต้องปล่อยให้สงบลงเอง และประคองเพื่อนรักเดินเข้าไปข้างในบ้านหลังเล็กของเธอ
“เอ่อ...พี่คินเขากลับมาแล้วนะปริม” เพียงตะวันเอ่ยออกมาเป็นคำแรกหลังจากร้องไห้สงบลง บอกด้วยน้ำเสียงแหบๆ
“เธอควรดีใจไม่ใช่เหรอตะวัน” ปริมพิตามองหน้าเพื่อนรักด้วยความงุนงง เพราะเพียงตะวัน ได้แต่นับวันรอเวลานี้ เพื่อจะได้พบชายอันเป็นที่รัก แทนที่จะมีความสุข แต่กลับมานั่งร้องห่มร้องไห้เสียอยู่แบบนี้
“แล้วเธอควรให้ฉันดีใจเหรอปริม พี่คินเขาปฏิเสธหมั้นกับฉัน เพราะเขามีคนรักอยู่แล้ว”
“อะไรนะ! ตะวัน พี่คินของเธอมีคนรักแล้วงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้ เธอฟังมาผิดหรือเปล่าตะวัน” ปริมพิตาลุกขึ้นยืน และอุทานออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจ ก่อนจะค่อยๆ ปรับระดับเสียงลง ยิ้มแหยๆ และค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อนรักดั่งเดิม
“ใช่ปริม ฉันได้ยินมากับหูตัวเอง ฉันมันโง่เอง หลงทึกทักไปเองว่าเขามีใจให้ ช่างน่าสมเพชตัวเองจริงๆ” เพียงตะวันซบไหล่เพื่อนรักอย่างหมดเรี่ยวแรง ยิ่งคิดก็เจ็บปวดไปทั่วหัวใจ ราวกับว่าใครเอามีดมาเฉือนที่หัวใจของเธอ
“อ้าว...แล้วที่พี่คินของเธอ สั่งห้ามเธอคบใครล่ะ แบบนี้มันหมายความว่าอย่างไงกันแน่” ปริมพิตาไม่เข้าใจในตัวอนาคินสักเท่าไหร่ ทำเหมือนต้องการกักขังหัวใจเพียงตะวันไว้ ทั้งที่ตัวเองกลับไปมีใครก็ได้ ช่างไม่ยุติธรรมเอาสักเลย
“ฉันไม่รู้ปริม ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น” เพียงตะวันได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่รับรู้อะไร ใบหน้าที่เคยสวยใสนองไปด้วยคราบน้ำตา จนปริมพิตาเอื้อมมือไปเช็ดให้อย่างอ่อนโยน ตอนนี้เพียงตะวันรู้สึกปวดใจอย่างแสนสาหัส เมื่อถูกคนที่เธอรักปฏิเสธการหมั้นหมาย แค่นั้นคงไม่เจ็บเท่ากับการที่เขามีคนที่รักอยู่ข้างกาย
“ฉันว่าเธอควรกลับไปถามเขาให้รู้เรื่องนะตะวัน งั้นก็ต้องค้างคาใจอยู่แบบนี้ มีแต่ความทรมานไม่จบ ไม่สิ้น” เพียงตะวันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเพื่อนรักอย่างครุ่นคิด ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้กับตัวเอง ใช่ เธอควรกลับไปถามเขาให้รู้เรื่อง ทุกคำพูดและการกระทำของอนาคิน แสดงออกมาทั้งห่วงหาและอาทรณ์กับเธอ ราวกับคนรักก็ไม่ปาน ถึงเขาไม่พูด แต่การกระทำทุกอย่างบ่งชี้ได้ชัดเจน ไม่ใช่เธอละเมอเพ้อพกไปเอง
“นายหญิงไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ แต่คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้ เพราะคราวหน้าอาจจะไม่โชคดีแบบนี้ นายหญิงอาจจะมีโอกาสแท้งได้ครับ” ชายหนุ่มโผเข้ากอดคุณหมอด้วยความดีใจ ก่อนจะให้วิชัยจัดการติดต่อเรื่องเอกสาร ส่วนตัวเขารีบตามหญิงสาวไปที่ห้องพักฟื้น เห็นหญิงสาวนอนหลับสนิทอยู่ ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปยืนดูหญิงสาวอยู่ใกล้ๆ และปัดปอยผม ที่ปรกหน้าผากหญิงสาวออก“พี่ขอโทษนะครับตะวัน” ชายหนุ่มก้มจุมพิตที่หน้าผากเนียนได้รูป อย่างอ่อนโยน“นายครับ นาย” อนาคินหันมาสนใจลูกน้องหนุ่มทันที“มีอะไรวิชัย”“ผมขอโทษนาย แทนน้องสาวผมด้วยนะครับ” อนาคินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง“นายบอกฉันสิว่าเกิดอะไรขึ้น” วิชัยตัดสินใจเล่าทุกเรื่องอย่าง ให้นายหัวฟัง แม้แต่เรื่องที่น้องสาวเขาพูดกับนายหญิง“ระยำ ฉันไม่ได้อยู่กับน้องนายอย่างที่ตะวันเข้าใจ แล้ววิญาภา เข้าไปอยู่ที่ห้องฉันได้ยังไงกัน”“ผมก็ไม่ทราบครับนาย ผมก็เจอยัยญา พร้อมกับนายหญิง”“นายกลับไปถามน้องสาวนายให้รู้เ
ทั้งสองหนุ่มสาว มุ่งหน้าไปที่คอนโดฯ หรูกลางใจเมืองของมาร์คทันที ปาริสากดกริ่งที่หน้าประตูห้อง อยู่หลายครั้ง แต่ยังไม่มีใครออกมาเปิดประตู ถึงเธอจะมีกุญแจห้องของชายหนุ่มชุดหนึ่ง แต่ก็ไม่กล้าเอาออกมาไข กลัวเควินจะสงสัยได้ ว่าทำไมเธอถึงมีกุญแจห้องของมาร์ค ประตูห้องเปิดออกพร้อมร่างสูงใหญ่ของเจ้าของห้อง มีเพียงผ้าขนหนูพันกายช่วงล่างเท่านั้น มาร์คมองปาริสากับชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความงุนงง“ใครมาคะมาร์ค” วิยะดาโผล่หน้าออกมา ด้วยผ้าขนหนูสีขาวพันกายเช่นเดียวกับเจ้าของห้อง ทำให้ผู้มาใหม่รู้ทันทีว่า เมื่อก่อนหน้าที่จะมาถึง เกิดอะไรขึ้นบ้างภายในห้อง ปาริสาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้จะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม“ฉันขอคุยเรื่องเพียงตะวันหน่อยสิคะ แต่ถ้าคุณสองคนไม่สะดวก ก็ไม่เป็นไร” ปาริสายื่นมือไปจับมือใหญ่ของเควินทันที ทำให้มาร์คเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจ โดยไม่รู้ตัว“สะดวกครับ เชิญเข้าไปนั่งคุยข้างในห้องดีกว่าครับ วิคุณเข้าไปแต่งตัวได้แล้ว” ชายหนุ่มหันไปบอกหญิงสาวข้างกาย ที่ได้แต่เกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย“ค่ะมาร์ค” เมื่อเจ้าของห้องพร้
“ถ้าจะให้แน่ใจ ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกรอบครับ เดี๋ยวหมอจะจัดยาแก้แพ้ให้ทาน ช่วงแรกๆ นายหญิงอาจจะต้องแพ้มากหน่อยนะครับ แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร” คำพูดของนายแพทย์หนุ่ม เข้าหูซ้ายทะลุงหูขวาของอนาคิน เพราะเขาไม่ยอมรับรู้อะไรอีก ได้เพียงแต่มองหน้าภรรยาสาว ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ อยากจะเข้าไปกระชากเธอให้ขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่อง ว่าลูกในท้อง เป็นลูกของใครกันแน่ วิชัยมองหน้านายหัวหนุ่มด้วยความงุนงง และหันไปตอบคำถามแทนเจ้านายทุกอย่าง พร้อมกับเดินออกไปส่งคุณหมอ ปล่อยให้นายอยู่ตามลำพังกับนายหญิงของเขาอนาคินนั่งจ้องหน้าหญิงสาวไม่ละสายตา มองเธอด้วยสายตาที่เจ็บปวด เขาอยากจะฆ่าเธอให้ตายคามือเขานัก แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจคิด แพรขนตางอนของเพียงตะวันเริ่มขยับ และค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองไปรอบๆ ห้อง แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง พิงที่หัวเตียงนอน เห็นอนาคินจ้องมองเธอด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด จนหญิงสาวเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง“พี่คิน มีอะไรหรือเปล่าคะ”“พี่ควรถามเธอ ว่าปล่อยให้ตัวเองท้องได้ยังไง” หญิงสาวถึงกับเบิกตาโพลง ตกใจชาวาบไปทั้งร่าง เผลอยกมือขึ้นกุ
“ไปเถอะวิญาภา” เด็กสาวแกล้งเซไปซบอกชายหนุ่มที่เธอรัก จนถึงบ้านพัก“เกิดอะไรขึ้นครับนาย” วิชัยเข้าไปรับร่างน้องสาว มาประคองไว้แทน“อุบัติเหตุนิดหน่อย งั้นฉันกลับก่อนนะ”“นายไม่อยู่ทานข้าวก่อนเหรอคะ คุณพ่อคงดีใจ ที่นายมาทานด้วยเย็นนี้”“ไม่ล่ะ ฉันขอตัวก่อนนะวิชัย” อนาคินรีบเดินตรงไปที่บ้านพักทันที เพราะเป็นห่วงภรรยาสาว บ้านเงียบสงัด เห็นอาหารที่หญิงสาวทำไว้ วางไว้บนโต๊ะอาหาร ไม่พร่องลงเลยสักนิด ชายหนุ่มละความสนใจอาหาร และเดินตามภรรยาสาวขึ้นไปที่ห้องนอน“เพียงตะวัน” หญิงสาวสะบัดหน้าหนีด้วยความหมั่นไส้“ทำไมถึงไม่ทานข้าว”“พี่คินจะมาสนใจตะวันอีกทำไม” หญิงสาวหันไปถามด้วยความน้อยใจ จวนเจียนจะร้องไห้ “เดี๋ยวเธอจะไม่มีแรง ทำหน้าที่เป็นนางบำเรอพี่คืนนี้ ถ้าเกิดพี่รู้สึกอารมณ์ค้างขึ้นมา พี่คงเรียกผู้หญิงสวยๆ สักคนมาปลดปล่อย เธอห้ามมาว่าพี่ทีหลังไม่ได้นะ เพราะเธอบกพร่องในห
บ้านอัครภาค“ตาคิน หนูตะวันจะเดินทางไปไหนกันลูก” กานต์ธิดาเห็บบุตรชายกับลูกสะใภ้ถือกระเป๋าเดินทาง ผ่านหน้าห้องนั่งเล่นไป จึงรีบเรียกมาสอบถามทันที“เอ่อ...ผมจะไปดูงานที่เกาะแสนรักสักหน่อยครับ คุณพ่อคุณแม่”“อ้าว...ที่โน่นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า สองวันก่อนพ่อโทรไปถามวิชัย เห็นบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยและไม่มีปัญหาอะไรนี่”“นิดหน่อยครับคุณพ่อ วิชัยพึ่งโทรมาตามผม เมื่อครึ่งชั่วโมงนี้เองครับ” เพียงตะวันเงยหน้าขึ้นมามองหน้าสามีเธอแวบหนึ่ง ที่โกหกได้หน้าตายเฉย จนเขาต้องถลึงตาใส่เธอ ไม่ให้พูดอะไรออกมา“ช่วงนี้ผมคงฝากคุณพ่อ ช่วยเข้าไปดูงานที่บริษัท แทนผมหน่อยนะครับ เพราะผมจะพาตะวันไปพักผ่อนต่อสักสองอาทิตย์ หลังดูงานเสร็จครับ” กานต์ธิดาถึงกับยิ้มออกมาอย่างปลื้มใจ ที่เห็นบุตรชายเอาใจใส่ลูกสะใภ้คนโปรดของเธอ“ได้สิ ไม่มีปัญหา พาหนูตะวันไปพักผ่อนนานๆ ก็ได้ พ่ออยากอุ้มหลานแล้ว” เพียงตะวันส่ายหน้าไม่อยากไป แต่กลับถูกอนาคินบีบมือไว้แน่น“แม่ด้วยจ้ะ”
ณ...ห้องเสื้อปาริสาเพียงตะวันทำหน้าที่ พาเพื่อนรักมาลองชุดเจ้าสาว เพราะเจ้าบ่าวอย่างธนพลต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศหนึ่งอาทิตย์ ชายหนุ่มอยากจะพาว่าที่เจ้าสาวของเขาตามไปด้วย แต่ถูกคุณหญิงพิมแขสั่งห้าม ให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง จนกว่าจะถึงงานแต่งงาน ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถคัดค้าน ความคิดเห็นของคุณย่าเขาได้“ตะวันเป็นยังไงบ้าง” เพียงตะวันเงยหน้าขึ้นจากนิตยสารแฟชั่น มองเพื่อนรักที่กำลังเดินออกมา จากห้องลองชุด“ว้าว! ปริมจ๋า สวยมากๆ” เพียงตะวันเข้าไปหมุนตัวของปริมพิตาไปรอบๆ มองด้วยความชื่นชม“มีอะไรตรงไหนติดขัด ก็บอกพี่ได้นะคะน้องปริม” ปาริสาเดินเข้ามาสมทบกับสองสาว ที่หน้าห้องลองชุด“เพอร์เฟกต์ที่สุดเลยค่ะพี่ใบตอง สวยถูกใจปริมมากค่ะ” ปริมพิตาระบายยิ้มให้พี่สาวเพื่อนรัก“ตะวันจ๊ะ เดี๋ยวมาร์คเขาจะมาที่นี่นะ”“ตะวัน เดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ”“จ้ะ” ปาริสาจูงมือน้องน้อยเข้าไปในห้องทำงานทันที ไม่อยากให้ใครมาเห็นเพียงตะวันคุยกับมาร์คในเวลานี้ เพราะไม







