LOGIN“ก็ได้ปริม คืนนี้ฉันต้องไปถามพี่คินให้รู้เรื่อง” คืนนี้เธอต้องค้นหาคำตอบที่ค้างคาอยู่ในใจให้ได้ แม้คำตอบจะโหดร้ายแค่ไหนก็ตาม เธอต้องยอมรับมันให้ได้เช่นกัน ดีกว่าจะถลำลึกไปกว่านี้
“ต้องอย่างนี้สิเพื่อนรัก” ปริมพิตาขยับตัวเข้าไปโอบไหล่เพื่อนรักให้กำลังใจ เพียงตะวันหันมาฝืนยิ้มเจื่อนๆ ให้กับปริมพิตา ความมั่นใจของเธอขาดหายไปเกือบครึ่ง ตั้งแต่รู้ว่าชายหนุ่มมีเจ้าของหัวใจตัวจริงอยู่ข้างกาย และไม่ใช่เธออย่างแน่นอน
“ขอบใจเธอมากนะปริม เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับฉัน” เพียงตะวันมองเพื่อนรักอย่างซาบซึ้งใจ และเข้าใจตัวเธอในทุกๆ เรื่อง
“แล้วฉันล่ะ” สองสาวสวยหันขวับไปดูต้นเสียงทันที
“นายโจ ใครเชิญนายมาที่บ้านไม่ทราบ” พอรู้ว่าเป็นใคร ปริมพิตาถึงกับทำหน้างอเป็นปลายจวัก สะบัดหน้าหนีทันที
“ก็มาตามเสียงหัวใจเรียกร้องสิครับคนสวย” หนุ่มหล่อมาดเซอร์ทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อนสาว แถมยิ้มออกมาด้วยความสุขใจ ที่ได้เห็นหน้าเง้างอของคนตัวเล็ก
“พอๆ สองคนนี้ เจอหน้ากันทีไร เป็นทะเลาะกันทุกทีสิน่า จะคุยกันดีๆ บ้างไม่ได้หรือไง” เพียงตะวันถึงกับส่ายหน้าให้เพื่อนรักทั้งสองคนของเธออย่างเบื่อหน่าย คนหนึ่งชอบแหย่ คนหนึ่งชอบงอน ช่างเข้ากันได้ดีจริงๆ
“ตะวันดูนายโจสิ” ปริมพิตาตวัดหางตามองอย่างไม่พอใจ แทบอยากจะเข้าไปข่วนใบหน้าหล่อๆ เหลือเกิน แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจคิด ได้แต่ทำเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอสักหน่อยปริม ร้องโวยวายอยู่ได้ ยัยขี้ฟ้อง” ชายหนุ่มยิ้มๆออกมาอย่างกวนอารมณ์คนมอง พอใจกับท่าทางแสนงอนของหญิงสาว และทรุดตัวนั่งลงข้างๆ คนตัวเล็ก แบบแนบชิด จนเธอต้องขยับหนีออกห่าง เพราะรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ใจเต้นแรงเมื่อได้สัมผัสถึงไออุ่นจากเรือนกายของชายหนุ่ม ใจหวิวๆ เมื่อได้กลิ่นน้ำหอมชายผสมกลิ่นกายของเขา เป็นความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
“ถอยออกไปสินายโจ จะมานั่งเบียดฉันทำไม ที่ก็ออกเยอะแยะ” ปริมพิตาแกล้งโมโหกลบเกลื่อนความรู้สึกเขินอายของตัวเอง ดันร่างใหญ่ให้ออกห่างจากตัวเธอให้มากที่สุด
“โจ หยุดแกล้งยัยปริมได้แล้ว ก็รู้ๆ อยู่ว่ายัยปริมขี้โมโห ก็ยั่วให้เขาโกรธอยู่ได้” ทั้งคู่เป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันมาตั้งแต่ตอนที่รับน้องปีหนึ่งจนถึงปัจจุบัน และก็เป็นแบบนี้ตลอดมา จนเพื่อนๆ ต่างระอาใจกันไปตามๆ กัน
“ครับนางฟ้า” ธนพลหันไปขานรับเสียงหวาน จนทำให้ใครบางคนแอบน้อยใจอยู่ลึกๆ
“โจนายมีธุระกับปริมหรือไง ถึงได้มาหาปริมถึงที่บ้านได้ ปกตินายไม่ค่อยว่าง คิวแน่นไม่ใช่เหรอ” เพียงตะวันอดแขวะเพื่อนหนุ่มไม่ได้ เพราะธนพลเป็นหนุ่มหล่อ เจ้าเสน่ห์ มีสาวๆ มาให้ควงไม่ซ้ำหน้า จนเธอเห็นแล้วระอาใจ
“เปล่า ฉันมีธุระกับนางฟ้าต่างหาก ออกไปคุยด้วยกันหน่อยสิ” ชายหนุ่มจูงมือเพียงตะวันเดินออกไป โดยไม่สนใจ หญิงสาวอีกคนที่มองตามด้วยสายตาที่เจ็บปวด ไม่รู้สองคนนั้นมีเรื่องสำคัญอะไรคุยกัน ถึงไม่อยากให้เธอได้รับรู้ เขาคงเห็นเธอเป็นคนไม่สำคัญสินะ เสียงหยอกล้อกันดังแว่วเข้ามา หญิงสาวจึงรีบกะพริบตา ไล่ละอองน้ำตาออกไปทันที ก่อนสองคนนั้นจะเดินเข้ามา
“มาแล้วครับคนสวย” ธนพลเดินยิ้มร่าเข้ามาหาเพื่อนสาวอย่างอารมณ์ดี จนเธอต้องสะบัดหน้าหนี ก่อนจะเผลอไผลไปกับรอยยิ้มของชายหนุ่ม
“ปริมฉันคงต้องกลับก่อนนะ เย็นนี้ต้องไปงานเลี้ยงที่บ้านพี่คินอีก ไปนะโจ มีอะไรค่อยโทร.มาหาแล้วกัน”
“ครับนางฟ้า เดี๋ยวฉันเดินไปส่งที่รถ” ส่วนปริมพิตารู้สึกเหมือนตัวเธอเป็นส่วนเกิน จึงค่อยๆ เดินตามหลังไปอย่างช้าๆ ด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
“ปริมเดี๋ยวคืนนี้ฉันโทรหานะ ไปก่อนนะโจ” เพียงตะวันโบกมือให้เพื่อนรักก่อนจะขึ้นรถไป
หลังจากเพียงตะวันเคลื่อนรถออกไป ปริมพิตาตัดสินใจหันหลังเดินกลับเข้าบ้านทันที เธอไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีเหตุผลอยู่ต่อ เพราะคนสำคัญของเขาได้กลับไปแล้ว
“ปริมรอฉันด้วยสิ จะรีบไปไหน” หนุ่มหล่อวิ่งไปดักหน้าเพื่อนสาว กลัวเธอจะหนีหายเข้าบ้านไปเสียก่อน
“ทำไมนายยังไม่กลับอีก จะอยู่อีกทำไม” ปริมพิตาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบออกมา ช่างเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับหัวใจโดยสิ้นเชิง
“เอะอะเธอก็จะไล่ฉันลูกเดียว ฉันคงน่ารำคาญ ในสายตาเธอมากสินะปริม” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ รู้สึกน้อยใจในตัวเพื่อนสาว
“ใช่ นายอยากจะไปไหนก็ไปเลย เหม็นขี้หน้า ชิ โน่น!ไปหาบรรดากิ๊กของนายสิ ป่านนี้เขาคงรอนายแย่” หญิงสาวพูดประชดประชันชายหนุ่ม ด้วยความน้อยใจ ที่สะสมมานาน และรีบหันหลังให้เพื่อนชายทันที ก่อนที่จะเผลอแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาสมเพช
“ได้! ถ้าเธออยากให้ฉันไปมานักล่ะก็ ฉันก็จะไป ไปหาน้องเชอร์รี่ตามที่เธอต้องการ พอใจเธอหรือยังปริมพิตา” ทันทีที่ได้ยินเสียงรถแล่นออกไป หญิงสาวถึงกับทรุดตัวนั่งลงกับพื้น อย่างหมดเรี่ยวแรง น้ำตาที่เก็บกักไว้เริ่มไหลรินออกจากดวงตาคู่สวย เขาก็คงเห็นเธอเป็นแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น ตัดใจเสียแต่ตอนนี้ ดีกว่าถลำลึกลงไปอีก ขอให้เก็บรักนี้ไว้ในส่วนลึกของหัวใจเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับคนที่แอบรักอย่างเธอ
“นายหญิงไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ แต่คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้ เพราะคราวหน้าอาจจะไม่โชคดีแบบนี้ นายหญิงอาจจะมีโอกาสแท้งได้ครับ” ชายหนุ่มโผเข้ากอดคุณหมอด้วยความดีใจ ก่อนจะให้วิชัยจัดการติดต่อเรื่องเอกสาร ส่วนตัวเขารีบตามหญิงสาวไปที่ห้องพักฟื้น เห็นหญิงสาวนอนหลับสนิทอยู่ ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปยืนดูหญิงสาวอยู่ใกล้ๆ และปัดปอยผม ที่ปรกหน้าผากหญิงสาวออก“พี่ขอโทษนะครับตะวัน” ชายหนุ่มก้มจุมพิตที่หน้าผากเนียนได้รูป อย่างอ่อนโยน“นายครับ นาย” อนาคินหันมาสนใจลูกน้องหนุ่มทันที“มีอะไรวิชัย”“ผมขอโทษนาย แทนน้องสาวผมด้วยนะครับ” อนาคินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง“นายบอกฉันสิว่าเกิดอะไรขึ้น” วิชัยตัดสินใจเล่าทุกเรื่องอย่าง ให้นายหัวฟัง แม้แต่เรื่องที่น้องสาวเขาพูดกับนายหญิง“ระยำ ฉันไม่ได้อยู่กับน้องนายอย่างที่ตะวันเข้าใจ แล้ววิญาภา เข้าไปอยู่ที่ห้องฉันได้ยังไงกัน”“ผมก็ไม่ทราบครับนาย ผมก็เจอยัยญา พร้อมกับนายหญิง”“นายกลับไปถามน้องสาวนายให้รู้เ
ทั้งสองหนุ่มสาว มุ่งหน้าไปที่คอนโดฯ หรูกลางใจเมืองของมาร์คทันที ปาริสากดกริ่งที่หน้าประตูห้อง อยู่หลายครั้ง แต่ยังไม่มีใครออกมาเปิดประตู ถึงเธอจะมีกุญแจห้องของชายหนุ่มชุดหนึ่ง แต่ก็ไม่กล้าเอาออกมาไข กลัวเควินจะสงสัยได้ ว่าทำไมเธอถึงมีกุญแจห้องของมาร์ค ประตูห้องเปิดออกพร้อมร่างสูงใหญ่ของเจ้าของห้อง มีเพียงผ้าขนหนูพันกายช่วงล่างเท่านั้น มาร์คมองปาริสากับชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความงุนงง“ใครมาคะมาร์ค” วิยะดาโผล่หน้าออกมา ด้วยผ้าขนหนูสีขาวพันกายเช่นเดียวกับเจ้าของห้อง ทำให้ผู้มาใหม่รู้ทันทีว่า เมื่อก่อนหน้าที่จะมาถึง เกิดอะไรขึ้นบ้างภายในห้อง ปาริสาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้จะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม“ฉันขอคุยเรื่องเพียงตะวันหน่อยสิคะ แต่ถ้าคุณสองคนไม่สะดวก ก็ไม่เป็นไร” ปาริสายื่นมือไปจับมือใหญ่ของเควินทันที ทำให้มาร์คเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจ โดยไม่รู้ตัว“สะดวกครับ เชิญเข้าไปนั่งคุยข้างในห้องดีกว่าครับ วิคุณเข้าไปแต่งตัวได้แล้ว” ชายหนุ่มหันไปบอกหญิงสาวข้างกาย ที่ได้แต่เกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย“ค่ะมาร์ค” เมื่อเจ้าของห้องพร้
“ถ้าจะให้แน่ใจ ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกรอบครับ เดี๋ยวหมอจะจัดยาแก้แพ้ให้ทาน ช่วงแรกๆ นายหญิงอาจจะต้องแพ้มากหน่อยนะครับ แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร” คำพูดของนายแพทย์หนุ่ม เข้าหูซ้ายทะลุงหูขวาของอนาคิน เพราะเขาไม่ยอมรับรู้อะไรอีก ได้เพียงแต่มองหน้าภรรยาสาว ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ อยากจะเข้าไปกระชากเธอให้ขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่อง ว่าลูกในท้อง เป็นลูกของใครกันแน่ วิชัยมองหน้านายหัวหนุ่มด้วยความงุนงง และหันไปตอบคำถามแทนเจ้านายทุกอย่าง พร้อมกับเดินออกไปส่งคุณหมอ ปล่อยให้นายอยู่ตามลำพังกับนายหญิงของเขาอนาคินนั่งจ้องหน้าหญิงสาวไม่ละสายตา มองเธอด้วยสายตาที่เจ็บปวด เขาอยากจะฆ่าเธอให้ตายคามือเขานัก แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจคิด แพรขนตางอนของเพียงตะวันเริ่มขยับ และค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองไปรอบๆ ห้อง แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง พิงที่หัวเตียงนอน เห็นอนาคินจ้องมองเธอด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด จนหญิงสาวเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง“พี่คิน มีอะไรหรือเปล่าคะ”“พี่ควรถามเธอ ว่าปล่อยให้ตัวเองท้องได้ยังไง” หญิงสาวถึงกับเบิกตาโพลง ตกใจชาวาบไปทั้งร่าง เผลอยกมือขึ้นกุ
“ไปเถอะวิญาภา” เด็กสาวแกล้งเซไปซบอกชายหนุ่มที่เธอรัก จนถึงบ้านพัก“เกิดอะไรขึ้นครับนาย” วิชัยเข้าไปรับร่างน้องสาว มาประคองไว้แทน“อุบัติเหตุนิดหน่อย งั้นฉันกลับก่อนนะ”“นายไม่อยู่ทานข้าวก่อนเหรอคะ คุณพ่อคงดีใจ ที่นายมาทานด้วยเย็นนี้”“ไม่ล่ะ ฉันขอตัวก่อนนะวิชัย” อนาคินรีบเดินตรงไปที่บ้านพักทันที เพราะเป็นห่วงภรรยาสาว บ้านเงียบสงัด เห็นอาหารที่หญิงสาวทำไว้ วางไว้บนโต๊ะอาหาร ไม่พร่องลงเลยสักนิด ชายหนุ่มละความสนใจอาหาร และเดินตามภรรยาสาวขึ้นไปที่ห้องนอน“เพียงตะวัน” หญิงสาวสะบัดหน้าหนีด้วยความหมั่นไส้“ทำไมถึงไม่ทานข้าว”“พี่คินจะมาสนใจตะวันอีกทำไม” หญิงสาวหันไปถามด้วยความน้อยใจ จวนเจียนจะร้องไห้ “เดี๋ยวเธอจะไม่มีแรง ทำหน้าที่เป็นนางบำเรอพี่คืนนี้ ถ้าเกิดพี่รู้สึกอารมณ์ค้างขึ้นมา พี่คงเรียกผู้หญิงสวยๆ สักคนมาปลดปล่อย เธอห้ามมาว่าพี่ทีหลังไม่ได้นะ เพราะเธอบกพร่องในห
บ้านอัครภาค“ตาคิน หนูตะวันจะเดินทางไปไหนกันลูก” กานต์ธิดาเห็บบุตรชายกับลูกสะใภ้ถือกระเป๋าเดินทาง ผ่านหน้าห้องนั่งเล่นไป จึงรีบเรียกมาสอบถามทันที“เอ่อ...ผมจะไปดูงานที่เกาะแสนรักสักหน่อยครับ คุณพ่อคุณแม่”“อ้าว...ที่โน่นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า สองวันก่อนพ่อโทรไปถามวิชัย เห็นบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยและไม่มีปัญหาอะไรนี่”“นิดหน่อยครับคุณพ่อ วิชัยพึ่งโทรมาตามผม เมื่อครึ่งชั่วโมงนี้เองครับ” เพียงตะวันเงยหน้าขึ้นมามองหน้าสามีเธอแวบหนึ่ง ที่โกหกได้หน้าตายเฉย จนเขาต้องถลึงตาใส่เธอ ไม่ให้พูดอะไรออกมา“ช่วงนี้ผมคงฝากคุณพ่อ ช่วยเข้าไปดูงานที่บริษัท แทนผมหน่อยนะครับ เพราะผมจะพาตะวันไปพักผ่อนต่อสักสองอาทิตย์ หลังดูงานเสร็จครับ” กานต์ธิดาถึงกับยิ้มออกมาอย่างปลื้มใจ ที่เห็นบุตรชายเอาใจใส่ลูกสะใภ้คนโปรดของเธอ“ได้สิ ไม่มีปัญหา พาหนูตะวันไปพักผ่อนนานๆ ก็ได้ พ่ออยากอุ้มหลานแล้ว” เพียงตะวันส่ายหน้าไม่อยากไป แต่กลับถูกอนาคินบีบมือไว้แน่น“แม่ด้วยจ้ะ”
ณ...ห้องเสื้อปาริสาเพียงตะวันทำหน้าที่ พาเพื่อนรักมาลองชุดเจ้าสาว เพราะเจ้าบ่าวอย่างธนพลต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศหนึ่งอาทิตย์ ชายหนุ่มอยากจะพาว่าที่เจ้าสาวของเขาตามไปด้วย แต่ถูกคุณหญิงพิมแขสั่งห้าม ให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง จนกว่าจะถึงงานแต่งงาน ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถคัดค้าน ความคิดเห็นของคุณย่าเขาได้“ตะวันเป็นยังไงบ้าง” เพียงตะวันเงยหน้าขึ้นจากนิตยสารแฟชั่น มองเพื่อนรักที่กำลังเดินออกมา จากห้องลองชุด“ว้าว! ปริมจ๋า สวยมากๆ” เพียงตะวันเข้าไปหมุนตัวของปริมพิตาไปรอบๆ มองด้วยความชื่นชม“มีอะไรตรงไหนติดขัด ก็บอกพี่ได้นะคะน้องปริม” ปาริสาเดินเข้ามาสมทบกับสองสาว ที่หน้าห้องลองชุด“เพอร์เฟกต์ที่สุดเลยค่ะพี่ใบตอง สวยถูกใจปริมมากค่ะ” ปริมพิตาระบายยิ้มให้พี่สาวเพื่อนรัก“ตะวันจ๊ะ เดี๋ยวมาร์คเขาจะมาที่นี่นะ”“ตะวัน เดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ”“จ้ะ” ปาริสาจูงมือน้องน้อยเข้าไปในห้องทำงานทันที ไม่อยากให้ใครมาเห็นเพียงตะวันคุยกับมาร์คในเวลานี้ เพราะไม







