Share

2 รักแมว

last update publish date: 2026-10-15 22:14:22

ทิมยืนพิงเคาน์เตอร์ มืออีกข้างยกขึ้นลูบผ้าพันแผลที่ฝ่ามือเบาๆ สีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

"ชิ!…ไม่สนใจคนเพราะเป็นสัตวแพทย์ ตั้งใจกวนฉันหรือไง...!"

เสียงบ่นยังไม่ทันจางหาย เสียงร้องออดอ้อนแผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากมุมร้าน

"เหมียวววว…"

เจ้าแมวสีส้มตัวอ้วนกลมเดินโซเซ ก้าวขาไม่สม่ำเสมอเข้ามา หางห้อยตกอย่างไม่มีแรง ทิมตาเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นรอยเปื้อนสีแดงสดติดอยู่ที่อุ้งเท้าข้างหนึ่ง

"อ้าว! ฮันนี่!" ความหงุดหงิดหายไป ถูกแทนที่ด้วยความตกใจและความเป็นห่วง ทิมรีบก้มลงอุ้มร่างขนปุยขึ้นมาวางไว้บนเคาน์เตอร์ เมื่อพลิกดูอุ้งเท้าก็พบว่ามีเศษแก้วชิ้นใหญ่เท่าปลายนิ้วแทงลึกเข้าไปในเนื้อ เลือดซึมออกมาติดขนจนเห็นได้ชัด

"ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ… ไปโดนตอนไหนกัน!" ทิมพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เจ้าเหมียวเจ็บจนร้องเสียงอ่อนระโหย นิ้วมือเรียวลูบไล้ขนเบาๆ เพื่อปลอบประโลม

"ต้องรีบทำแผลเดี๋ยวนี้เลย!"

แต่พอคิดถึงความลึกของบาดแผล สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นกังวล

"จะทำเองไม่ได้สิ! ถ้าติดเชื้อขึ้นมาล่ะ… จะทำยังไงดี…!"

ความเป็นห่วงเอาชนะความรู้สึกน้อยใจเมื่อครู่ ทิมตัดสินใจอุ้มเจ้าฮันนี่แนบชิดอก รีบก้าวเท้าออกจากร้าน ข้ามถนนไปยังคลินิกสัตว์ฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทางร้อนรนจนแทบจะเป็นวิ่ง

ภายในคลินิกสัตว์

ห้องสีขาวดูสะอาดสะอ้าน มีกลิ่นยาฆ่าเชื้อปะปนกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ทิมก้าวเข้ามาแทบไม่ทันปิดประตู

"ช่วยดูฮันนี่ให้ผมหน่อยครับ! มันเหยียบโดนเศษแก้วตอนไหนไม่รู้ เหมือนจะแทงเข้าลึกมาก เลือดก็ออกเยอะด้วย ทำไงดีครับ ทำไงดี!" ทิมร้องขอด้วยน้ำเสียงร้อนใจจนพูดแทบไม่เป็นคำ

วอร์ที่กำลังจัดเตรียมอุปกรณ์อยู่ด้านในหันมาสบตา สังเกตเห็นความตื่นตระหนกและความกังวล เขาเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางสงบ

"ใจเย็นก่อนนะครับ ผมขอดูมันหน่อย" วอร์อุ้มร่างแมวออกมาจากอ้อมแขนของทิมอย่างนุ่มนวล ทิมเองก็รีบเดินตามเข้ามาใกล้ ชายตาจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวด้วยความเป็นห่วง

หมอหนุ่มใช้ไฟฉายดวงเล็กส่องตรงอุ้งเท้าข้างที่บาดเจ็บ เพื่อตรวจสอบความลึกและตำแหน่งอย่างละเอียด ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ดูจากตำแหน่งและความลึกของเศษแก้วที่ฝังอยู่ น่าจะเกิดจากการกระโดดลงมาจากที่สูงแล้วเหยียบโดนเศษแก้วเข้าพอดีครับ… ไม่รู้ว่าจะโดนเส้นเอ็นในอุ้งเท้าหรือเปล่า"

คำพูดนั้นทำให้หัวใจของทิมเต้นระรัว มือทั้งสองข้างกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

"แล้วมันจะเป็นอะไรมากไหมครับ?"

"ผมขอทำความสะอาดแผลและดึงเศษแก้วออกให้ก่อนนะครับถึงจะบอกได้" วอร์ตอบก่อนจะหันไปเตรียมอุปกรณ์

"ครับๆ รบกวนด้วยนะครับ"

ในขณะนั้นเอง ประตูคลินิกก็เปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาดี แต่งตัวสะอาดสะอ้าน อายุประมาณยี่สิบต้นๆ ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย

"พี่ทิมครับ! เกิดอะไรขึ้นที่ร้านครับ? ผมเห็นรอยเลือดเปื้อนตามพื้น เจ้าตัวไหนได้รับบาดเจ็บเหรอครับ?" สกาย พนักงานเพียงคนเดียวของคาเฟ่ เมื่อมาทำงานตามปกติแล้วเจอรอยเลือด จึงรีบตามมาจนเห็นเจ้านายนั่งอยู่ในคลินิกเปิดใหม่ด้วยสีหน้ากังวล

ทิมหันมาสบตา ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่หายร้อนใจ

"สกาย… ฮันนี่มันเหยียบโดนเศษแก้วเมื่อกี้น่ะ ยังไม่รู้ว่าบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน หมอกำลังทำแผลให้อยู่"

สกายเหลือบสายตาไปเห็นมือข้างที่พันผ้าไว้อย่างเรียบร้อยของทิม สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นกังวลขึ้นมาอีกครั้ง

"มือพี่! พี่ทิมก็ได้รับบาดเจ็บเหรอครับ?" เขารีบก้าวเข้ามาจับข้อมือเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง

"ฉันไม่เป็นไรหรอก แค่โดนบาดนิดหน่อย" ทิมรีบดึงมือกลับ "ฮันนี่น่าเป็นห่วงกว่าฉันอีก นายรีบกลับเข้าไปเช็กดูในร้านให้ละเอียดทีนะ เผื่อมีเศษแก้วหลงเหลืออยู่ แล้วก็ช่วยดูเจ้าเหมียวตัวอื่นๆ ด้วยว่ามีตัวไหนเหยียบโดนอีกไหม ถ้าเจอให้รีบพามาที่นี่เลยนะ"

"ครับพี่…" สกายรับคำ ก่อนจะก้าวออกจากคลินิกไปอย่างว่าง่าย

ผ่านไปสักพักใหญ่ ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงอุปกรณ์และเสียงร้องแผ่วเบาของแมว วอร์หันมาพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายขึ้น

"เสร็จแล้วครับ"

ทิมรีบก้าวเข้ามาในห้องตรวจทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความหวังว่าจะได้ยินข่าวดี

"มันเป็นยังไงบ้างครับ?"

"เศษแก้วปักลึกโดนบริเวณเส้นเอ็นเล็กๆ ในอุ้งเท้าทำให้มันรับน้ำหนักไม่ได้ คงจะเดินไม่ได้ไปอีกพักใหญ่ครับ ช่วงนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ ผมแนะนำให้มันนอนพักในกรงแคบๆ เพื่อไม่ให้กระโดดหรือเดินไปมาจนแผลฉีกขาดอีก"

คำตอบนั้นทำให้หัวใจของทิมรู้สึกหนักอึ้ง เขาก้มลงลูบหัวเจ้าฮันนี่ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มด้วยฤทธิ์ยาชา พึมพำกระซิบแผ่วเบาด้วยความรู้สึกผิดในใจ

"ฮันนี่… ฉันขอโทษนะ คงเจ็บมากน่าดูเลยใช่ไหม อยากเจ็บแทนจัง"

"ต้องล้างแผลและเปลี่ยนผ้าปิดแผลทุกวันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ช่วงนี้จะให้มันอยู่ที่นี่ก่อนก็ได้ ผมจะช่วยดูแลให้เอง" วอร์เสนอขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความเอาใจใส่

ทิมพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยทันที "คงต้องเป็นแบบนั้นแหละครับ…" เขามองเจ้าเหมียวด้วยสายตาอาวรณ์

"ถ้าห่วงมันมากขนาดนั้น ก็แวะเข้ามาดูมันได้ตลอดครับ ผมพักอยู่ที่ชั้นสองของที่นี่ ถ้าเห็นไฟเปิดอยู่ก็มาเรียกได้เลย" วอร์บอกเพิ่มเติม น้ำเสียงสุขุมจริงใจทำให้ทิมรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง

"งั้นก็ได้ครับ… ขอบคุณมากนะครับ" ทิมตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่สดใสขึ้น มือเรียวลูบไล้ขนอ่อนของเจ้าฮันนี่เบาๆ

"ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว"

ทิมรู้สึกได้ว่า ถึงวอร์จะเป็นคนเย็นชาดูไร้ความรู้สึกไปบ้าง แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ดูเป็นคนดีมาก ทัศนคติที่ทิมมีต่อวอร์เริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

ณ คาเฟ่

สองวันต่อมา

กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นหอมของเบเกอรี่อบใหม่ที่เพิ่งมาส่งโชยเตะจมูกไปทั่วร้าน ทิมยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางผ่อนคลาย มือที่พันแผลค่อยๆ จัดวางกล่องคุกกี้และแก้วกาแฟลงในถุงกระดาษอย่างเรียบร้อย

"สกาย ช่วยเอาคุกกี้กับกาแฟชุดนี้ไปส่งให้คุณหมอฝั่งตรงข้ามหน่อยนะ ไม่ต้องคิดเงิน บอกเขาว่าเป็นการขอบคุณที่ช่วยดูแลฮันนี่ก็พอ" ทิมพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน วางถุงกระดาษไว้บนเคาน์เตอร์

"ครับพี่ทิม" สกายที่เพิ่งเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้าเสร็จ หันมารับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินมารับถุงกระดาษเตรียมออกไปจากร้าน

กริ้ง…!

เสียงกระดิ่งประตูดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของโยฮันที่ก้าวเข้ามาในร้านอย่างคุ้นเคย จนเกือบจะชนเข้ากับสกายที่กำลังจะออกไป

"อ๊ะ!! พี่โยฮัน!" สกายร้องตกใจ ก่อนจะหยุดก้าวเท้าได้ทัน

"รีบอะไรขนาดนั้นเนี่ย… เอ๋? คาเฟ่มีบริการเดลิเวอรี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?" โยฮันเลิกคิ้วสงสัย มองถุงกระดาษในมือสกาย ก่อนจะหันไปมองทิม

"เป็นของให้พี่หมอฝั่งตรงข้ามน่ะครับ" สกายตอบกลับอย่างสุภาพ

"โอ้โห… ผูกมิตรเพื่อนบ้านใหม่งั้นเหรอ เจ้านายของนายทำแบบนี้เป็นด้วยเหรอเนี่ย?" โยฮันแซวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขบขัน แต่แฝงความสงสัย

"ว่างมากเหรอ ถ้าว่างก็กลับไปทำงานซะ" ทิมส่งสายตาคมกริบมองโยฮันจากหางตา

สกายรีบพยักหน้าแล้วเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว

กริ่ง…!

เสียงกระดิ่งดังอีกครั้งเมื่อประตูปิดลง เหลือเพียงทิมกับโยฮัน และลูกค้าอีกสองสามคนที่นั่งจิบกาแฟอยู่มุมร้าน

โยฮันเดินเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ด้วยท่าทางขี้อ้อนผิดปกติ

"ก็ผมน้อยใจนี่ครับ พี่ดีกับคนแปลกหน้าขนาดนี้ แต่กลับไม่เคยเอาใจใส่คนของพี่อย่างผมบ้างเลย" เขามองหน้าทิมด้วยแววตาหวานซึ้ง จนลูกค้าสาวที่นั่งใกล้ๆ หันมามองด้วยความสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่

"ลูกน้องอย่างนายน่ะ ฉันไม่นับว่าเป็นคนของฉันหรอกนะ" ทิมตอบกลับอย่างเฉยชา แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งทำเป็นน้อยใจก็ตาม

"พี่ก็ใจร้ายกับผมตลอดเลย"

"ว่ามา มีอะไร" ทิมเปลี่ยนสีหน้าเข้มขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เรื่องงานเรียบร้อยดีครับ ของส่งถึงมือลูกค้าตรงเวลาไม่มีปัญหา เงินก็โอนเข้าบัญชีของพี่เรียบร้อยแล้ว พี่ไม่ได้เปิดดูโทรศัพท์เลยหรือไง?" โยฮันมองทิมด้วยความสงสัย ปกติเจ้านายไม่เคยพลาดเรื่องสำคัญแบบนี้

"สองวันนี้วุ่นวายนิดหน่อยเลยไม่ได้สนใจ" ทิมไม่ได้หันมองคนตรงหน้า

แล้วสายตาของโยฮันก็บังเอิญเหลือบไปเห็นผ้าพันแผลที่พันรอบฝ่ามือของทิม สีหน้าเปลี่ยนเป็นกังวลทันที เขาโน้มตัวข้ามเคาน์เตอร์เข้ามาใกล้

"มือพี่!! ไปโดนอะไรมา!?"

"เอะอะอะไรเล่า! แค่นี้เอง ไม่ตายหรอกน่า!" ทิมพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ

"ผมถามว่าพี่ไปโดนอะไรมา!" โยฮันพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น ความห่วงใยชัดเจนจนลูกค้าหันมามองตามเสียงที่ดังขึ้น

"ถ้านายจะมาหาเรื่องก็กลับไปซะ!" ทิมตอบเสียงเข้ม

"พี่นี่จริงๆ เลย!… ผมขอโทษที่ถามมากเกินไป งั้นผมขอตัวกลับก่อนแล้วกัน" โยฮันถอนหายใจ ยอมจำนน

"เดี๋ยว!" ทิมเรียกไว้ ก่อนจะหยิบถุงกระดาษใส่กล่องคุกกี้และแก้วกาแฟอุ่นๆ ยื่นให้โยฮัน "เอานี่ไปด้วย"

"ขอบคุณครับพี่" โยฮันรับมาด้วยรอยยิ้มที่กลับมาสดใสอีกครั้ง แม้จะเล็กน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยจากเจ้านายที่แสนจะใจร้ายของตน

ด้านนอกคาเฟ่

โยฮันเดินออกมาจนพ้นประตู ก็เจอกับสกายที่กำลังข้ามถนนกลับมาพอดี

"เดี๋ยว สกาย!" โยฮันรีบทักรั้งหนุ่มน้อยไว้ทันที

"ครับ?" สกายชะงักเท้ามองคนตรงหน้าอย่างงงๆ

"ฉันถามอะไรหน่อยสิ มือพี่ทิมไปโดนอะไรมา?"

"อ๋อ… เศษแก้วบาดมือพี่ทิมน่ะครับ วันก่อนเจ้าคาเวียร์มันกระโจนใส่พี่ทิมตอนถือถาดแก้วอยู่ ก็เลยตกแตก" สกายตอบอย่างสุภาพ

"งั้นเหรอ… แค่นี้เอง มันบอกยากมากหรือไง"

"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" สกายเตรียมจะเดินต่อ

"เดี๋ยว!" โยฮันเรียกไว้อีกครั้ง "แล้วเจ้านายของนายไปสนิทกับไอ้หมอสัตว์ฝั่งตรงข้ามได้ยังไง?"

"พอดีเจ้าฮันนี่มันโดนเศษแก้วบาดเหมือนกัน ตอนนี้รักษาตัวอยู่ในคลินิก พี่ทิมเลยให้เอาของไปให้ครับ"

"เหอะ… ทีกับแมวนี่ห่วงนักหนา แต่กับลูกน้องแทบจะบีบคอให้ตายได้ตลอดเวลา…!" โยฮันพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันเล็กน้อย

"พูดแบบนี้ไม่ถูกนะครับ พี่ทิมไม่เคยใจร้ายกับผมเลย เขาใจดีมากนะ พี่โยฮันเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าครับ?" สกายรีบแก้ต่างให้เจ้านายอย่างจริงใจ

"เฮ้อ… ถ้าฉันเกิดมาเป็นแค่ลูกน้องในร้านคาเฟ่แบบนายก็ดีสิ แต่ดันไม่ใช่… มันเลยยากที่จะได้รับการเอาใจใส่แบบนั้น" โยฮันพูดลอยๆ เหมือนกำลังบ่นกับตัวเอง ก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินจากไปด้วยท่าทางอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย

"พูดอะไรแปลกๆ" สกายมองตามร่างสูงที่เดินห่างออกไปอย่างสงสัย ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิด แล้วรีบกลับเข้าไปในคาเฟ่อีกครั้ง

หลายวันต่อมา

ช่วงค่ำ

ท้องฟ้าครึ้มมืดตั้งแต่ช่วงบ่าย ก่อนที่สายฝนจะตกลงมาอย่างหนักหน่วงจนถึงยามเย็น เสียงฝนกระทบหลังคาและพื้นถนนดังก้องตลอดเวลา ทำให้อากาศเย็นสบายแต่ก็ชื้นแฉะไปทั่ว

ทิมมองออกไปนอกร้าน แสงไฟของคลินิกยังคงสว่างแม้ท้องฟ้าจะเริ่มมืด เขาทราบดีว่าปกติคุณหมอจะออกมาซื้อกับข้าวที่ร้านใกล้ๆ แต่เพราะฝนตกหนัก ร้านอาหารต่างพากันปิดตั้งแต่เย็น ตนจึงเกรงว่าคุณหมออาจจะกำลังหิวอยู่ก็ได้

ทิมจัดแจงคีบขนมปังเข้าไปอุ่นในเตา 2 ชิ้น ก่อนจะเก็บใส่ถุงกระดาษ เดินออกมานอกร้าน มองสายฝนที่ตกไม่หยุด แต่ก็ไม่ลังเลที่จะนำขนมปังอุ่นๆ ไปส่งให้คนที่ช่วยดูแลแมวของตน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   8 ความในใจ🔞

    “ก็คุณถาม… ผมก็แค่ตอบตามความจริง ถ้าคุณจะเอาผมไปต่อรอง หรือจะขายผม… ก็ตามใจครับ ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว… ขอแค่คุณช่วยดูแลพวกเจ้าเหมียวให้ผมก็พอ… ขอร้องละครับ… ดูแลพวกมันให้ดี… แค่นั้น… ผมยอมทุกอย่างเลย ฮือออ”ทิมยกมือทั้งสองข้างเกาะแขนแกร่งแน่น ร้องขออย่างสิ้นหวัง วอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะโอบดึงร่างบางเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน ทิ้งความเย็นชาทั้งหมดไว้เบื้องหลังทิมร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น รับรู้ถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ค่อยๆ คลายความตึงเครียดลงในอ้อมแขนของคนที่เขาเผลอไว้ใจไปโดยไม่รู้ตัว“คุณไม่ควรไว้ใจคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานนะครับ”“รอบตัวผมมีใครไว้ใจได้ที่ไหนกัน อึก… คุณเป็นคนเดียวที่ดูแลแมวให้ผม เพราะเจ้าเหมียวพวกนั้นคือเหตุผลที่ผมยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ฮือออ…”“ผมเข้าใจแล้ว ไม่ร้องแล้วนะครับ” วอร์ลูบหลังปลอบเบาๆ จนเสียงร้องไห้ค่อยๆ แผ่วลงทิมขยับถอยออกมาเล็กน้อย มือยังเกาะเสื้อวอร์ไม่ปล่อย ดวงตาแดงก่ำมองขึ้นอย่างประหม่า“คุณ… จะไม่ผลักไสผมแล้วใช่ไหมครับ”วอร์ไม่ตอบทันที เพียงแต่ยกนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่แก้มให้อย่างอ่อนโยน

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   7 เหนื่อยล้าเต็มที

    พรึบ! พรึบ! พรึบ!กระดาษปึกหนาถูกโยนมาตรงหน้า ปลิวว่อนกระจายตกลงบนพื้นหินอ่อนทั่วห้อง“นี่คือประวัติการรักษาทั้งหมดของฉัน ฉันเหลือเวลาอีกแค่สามเดือน รู้ว่าฉันทำไม่ดีกับแกไว้มาก แต่ฉันจะไม่ขอโทษ เพราะทุกสิ่งที่ทำ ก็เพื่อให้แกเข้มแข็งอย่างที่เห็นวันนี้!” ชายชราเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด“การส่งพ่อกับแม่ของผมไปตายเนี่ยนะครับ? ต้องการให้ผมเข้มแข็ง… สละได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง ปู่โหดเหี้ยมเกินไปแล้วครับ!!” มือทิมเกร็งแน่นจนขาวซีด เขาเผลอส่งเสียงดังขึ้นเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึก“แกคิดว่าการเป็นมาเฟียมันง่ายนักหรือไง? ยืนอยู่ที่สูง ต้องคุมคนเป็นร้อยเป็นพัน ไม่ใช่แค่มีอำนาจก็ทำได้ เราต้องเก่งพอ! ต้องโหดพอ! ต้องเหี้ยมพอ… ถึงจะกุมทุกอย่างไว้ในมือได้! แต่พ่อแกอ่อนแอเกินไป ถ้าฉันไม่จัดการเอง แกคิดว่าจะมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ไหม?”“เพราะพ่อรู้ว่าปู่เป็นแบบนี้ไง! ถึงไม่ยอมให้ผมลำบาก แต่สุดท้าย… พ่อก็สู้ปู่ไม่ได้อยู่ดี” น้ำเสียงของทิมสั่นเครือ ดวงตายังคงจ้องผู้เป็นปู่ไม่วางตา ปนไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนเร้น“ใครใช้ให้มันคิดจะพาแกหนีไปล่ะ! ถ้า

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   6 ข่าวร้าย

    “แหม… เห็นผมหิวล่ะสิ” โยฮันหันไปยิ้มเยาะทิมที่กำลังง่วนกับการชงกาแฟให้ลูกค้าอยู่“จะปาแก้วก็กลัวตกแตกอีก สงสัยต้องปามีดแทน” ทิมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก ทำเอาโยฮันยิ้มแห้ง กลัวว่าเจ้านายจะทำจริง ๆ“หลงตัวเอง ชิ!” สกายหันไปจิกโยฮัน ก่อนจะเดินมาที่เคาน์เตอร์ จัดกาแฟกับเค้กวางในถาดแล้วยกไปเสิร์ฟตามออเดอร์โยฮันมองตามอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะกัดขนมปังในมือแล้วสะบัดอย่างแรงด้วยความไม่พอใจปนอารมณ์ดี“สกาย ฉันฝากดูร้านด้วยนะ จะเอาของไปส่งที่คลินิกหน่อย”“ได้ครับ”ทิมจัดกาแฟและขนมปังใส่ถุงกระดาษอย่างดี เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เตรียมจะออกจากร้าน“ต้องเอาไปส่งเองเลยเหรอ เพิ่งจะหายป่วย ให้สกายไปส่งให้ก็ได้นี่” โยฮันรีบพูดห้ามขึ้นมา แววตาสงสัยปนน้อยใจลึก ๆ“มันเรื่องของฉัน นายก็รีบกลับไปซะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” ทิมพูดโดยไม่ได้ใส่ใจคนข้างหลังนัก รีบเปิดประตูแล้วเดินออกไปทันทีโยฮันเริ่มสงสัยในความใจดีที่เจ้านายมีให้กับหมอคนนี้ เหมือนมีอะไรมากกว่านั้น จึงรีบเดินออกจากร้านตามไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ณ คลินิกสัตว์“ผมเอากาแฟมา

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   5 เจ้านาย

    ณ คาเฟ่ทันทีที่วอร์ก้าวตามโยฮันเข้ามาถึงด้านในคาเฟ่ ความประหลาดใจและความสงสัยก็ผุดขึ้นทันที‘เจ้านาย’ ที่ชายหนุ่มในชุดสูทเรียกร้องให้ช่วยเหลืออย่างร้อนรนเมื่อครู่ คือทิม เจ้าของร้านคาเฟ่แมวแห่งนี้นี่เอง‘ทำไมเจ้าของร้านคาเฟ่ธรรมดา ถึงมีคนเรียกว่าเจ้านาย และดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ด้วย...’คำถามมากมายซัดเข้ามาในหัว วอร์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงอาการ แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกว่าทิมน่าจะมีเรื่องราวบางอย่าง ยิ่งรวมกับคนที่มาหาเมื่อวาน ก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าทิมไม่ใช่แค่เจ้าของคาเฟ่ธรรมดาแน่นอน ณ ห้องนอนของทิมวอร์กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้เตียง พลางทิ้งคำถามไว้ในใจ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือรักษาอาการป่วยของคนตรงหน้าให้ปลอดภัยก่อนสายตาสำรวจอาการอย่างละเอียด เมื่อเห็นสภาพของทิมที่ใบหน้าแดงก่ำก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาสีหน้านิ่งสุขุมไว้ได้เป็นอย่างดี“ช่วยดูให้หน่อยครับหมอ! พี่เขาเริ่มพูดเพ้อไม่รู้เรื่องแล้วครับ!” โยฮันร้องขอเสียงสั่น มือไม้สั่นเทาไปด้วยความเป็นห่วงวอร์ใช้ที่วัดอุณหภูมิจ่อไปที่หน้าผากของทิม“ไข้สูงข

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   4 ผู้มาเยือน

    “นายกำลังทำอะไรอยู่ ประท้วงชีวิตอย่างนั้นเหรอ นายก็รู้ว่าอำนาจเท่านั้นที่จะคุมทุกคนได้ และทำได้ทุกอย่างอย่างที่นายต้องการ” พสินพูดเน้นย้ำทุกคำ"แล้วอำนาจมันทำให้พ่อกับแม่ฉันฟื้นขึ้นมาได้ไหมล่ะ และมันก็เพราะอำนาจนี่ไงที่ทำให้ทั้งสองท่านต้องจากฉันไปตลอดกาล” น้ำเสียงของทิมแฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง“นายก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ไม่ว่าตอนนี้นายจะรู้สึกยังไง ปู่ของนายก็ยังหวังว่าสักวันนายจะกลับมารับช่วงต่อ”“ฉันไม่ทำ! ใครอยากทำก็ทำไปเถอะ” ทิมปฏิเสธอย่างเด็ดขาดพสินยืดตัวขึ้นจากโต๊ะ เดินตรงเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตาคมกริบจ้องมองดวงตาดุดันตรงหน้า“นายเลือกไม่ได้ตั้งแต่วินาทีที่เกิดมาแล้ว… และนายก็ไม่มีทางที่จะตายหนีหน้าที่ของนายได้ด้วย..!” พสินกระซิบเบาๆ ข้างหู ทิมไม่ได้มีท่าทีถอยหนีแม้แต่น้อย“หมายความว่ายังไง?” ทิมถามกลับอย่างเย็นชา“คิดว่าคนฐานะอย่างนายจะไม่มีใครจับตามองงั้นเหรอ? การที่นายได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแบบนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเองหรอกนะ เพราะมันมีคนคอยปกป้องและตามดูแลนายอยู่ตลอด”เขากระซิบต่อ“ชีวิตที่สงบสุขสำหรับหลานหัวหน้าแก๊งงั้นเหรอ… ต

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   3 เอาใจใส่

    ทิมสวมเพียงเสื้อยืดตัวบางสีขาว แขนเรียวกอดถุงกระดาษใส่ขนมปังอุ่นๆ ไว้แนบอกเพื่อกันไม่ให้โดนน้ำฝน ก่อนจะก้าวออกจากร้านด้วยความรีบเร่งร่างบางต้องวิ่งฝ่าสายฝนที่พัดแรงจนเสื้อผ้าชื้นเปียกทั่วตัวเกือบทันที กลุ่มผมเส้นเล็กชื้นแฉะแนบติดหน้าผาก แม้จะรู้สึกเย็นจนหนาวสั่น แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมเจ้าแมวที่รักปึ้ก.. ปึ้ก..เมื่อถึงหน้าคลินิก ทิมรีบเคาะประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับส่ายตัวเพื่อสะบัดน้ำฝนออกบ้างพรึบ…!ประตูเปิดออก เผยให้เห็นวอร์ที่ยืนมองด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของผู้มาเยือนภายในคลินิกบรรยากาศภายในอบอุ่นและแห้งสบาย มีกลิ่นยาฆ่าเชื้อบางๆ ตัดกับสภาพอากาศภายนอกอย่างชัดเจน"มาทำไมตอนฝนตกหนักขนาดนี้ครับ?" วอร์ถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด สายตามองสำรวจร่างกายที่เปียกจนเสื้อผ้าแนบติดเนื้อ เผยให้เห็นรูปร่างบางทิมยิ้มกว้าง ร่างสั่นเล็กน้อยจากความหนาว ก่อนจะยื่นถุงกระดาษที่ยังคงมีความอุ่นอยู่ออกมาให้"ผมมาเยี่ยมฮันนี่ครับ แล้วก็เอาขนมปังมาให้คุณหมอด้วย เผื่อว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไร ร้านข้าวก็ปิดหมดแล้ว ผมอุ่นมาให้แล้วนะ"วอร์รับถ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status