LOGIN“ก็คุณถาม… ผมก็แค่ตอบตามความจริง ถ้าคุณจะเอาผมไปต่อรอง หรือจะขายผม… ก็ตามใจครับ ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว… ขอแค่คุณช่วยดูแลพวกเจ้าเหมียวให้ผมก็พอ… ขอร้องละครับ… ดูแลพวกมันให้ดี… แค่นั้น… ผมยอมทุกอย่างเลย ฮือออ”ทิมยกมือทั้งสองข้างเกาะแขนแกร่งแน่น ร้องขออย่างสิ้นหวัง วอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะโอบดึงร่างบางเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน ทิ้งความเย็นชาทั้งหมดไว้เบื้องหลังทิมร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น รับรู้ถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ค่อยๆ คลายความตึงเครียดลงในอ้อมแขนของคนที่เขาเผลอไว้ใจไปโดยไม่รู้ตัว“คุณไม่ควรไว้ใจคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานนะครับ”“รอบตัวผมมีใครไว้ใจได้ที่ไหนกัน อึก… คุณเป็นคนเดียวที่ดูแลแมวให้ผม เพราะเจ้าเหมียวพวกนั้นคือเหตุผลที่ผมยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ฮือออ…”“ผมเข้าใจแล้ว ไม่ร้องแล้วนะครับ” วอร์ลูบหลังปลอบเบาๆ จนเสียงร้องไห้ค่อยๆ แผ่วลงทิมขยับถอยออกมาเล็กน้อย มือยังเกาะเสื้อวอร์ไม่ปล่อย ดวงตาแดงก่ำมองขึ้นอย่างประหม่า“คุณ… จะไม่ผลักไสผมแล้วใช่ไหมครับ”วอร์ไม่ตอบทันที เพียงแต่ยกนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่แก้มให้อย่างอ่อนโยน
พรึบ! พรึบ! พรึบ!กระดาษปึกหนาถูกโยนมาตรงหน้า ปลิวว่อนกระจายตกลงบนพื้นหินอ่อนทั่วห้อง“นี่คือประวัติการรักษาทั้งหมดของฉัน ฉันเหลือเวลาอีกแค่สามเดือน รู้ว่าฉันทำไม่ดีกับแกไว้มาก แต่ฉันจะไม่ขอโทษ เพราะทุกสิ่งที่ทำ ก็เพื่อให้แกเข้มแข็งอย่างที่เห็นวันนี้!” ชายชราเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด“การส่งพ่อกับแม่ของผมไปตายเนี่ยนะครับ? ต้องการให้ผมเข้มแข็ง… สละได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง ปู่โหดเหี้ยมเกินไปแล้วครับ!!” มือทิมเกร็งแน่นจนขาวซีด เขาเผลอส่งเสียงดังขึ้นเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึก“แกคิดว่าการเป็นมาเฟียมันง่ายนักหรือไง? ยืนอยู่ที่สูง ต้องคุมคนเป็นร้อยเป็นพัน ไม่ใช่แค่มีอำนาจก็ทำได้ เราต้องเก่งพอ! ต้องโหดพอ! ต้องเหี้ยมพอ… ถึงจะกุมทุกอย่างไว้ในมือได้! แต่พ่อแกอ่อนแอเกินไป ถ้าฉันไม่จัดการเอง แกคิดว่าจะมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ไหม?”“เพราะพ่อรู้ว่าปู่เป็นแบบนี้ไง! ถึงไม่ยอมให้ผมลำบาก แต่สุดท้าย… พ่อก็สู้ปู่ไม่ได้อยู่ดี” น้ำเสียงของทิมสั่นเครือ ดวงตายังคงจ้องผู้เป็นปู่ไม่วางตา ปนไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนเร้น“ใครใช้ให้มันคิดจะพาแกหนีไปล่ะ! ถ้า
“แหม… เห็นผมหิวล่ะสิ” โยฮันหันไปยิ้มเยาะทิมที่กำลังง่วนกับการชงกาแฟให้ลูกค้าอยู่“จะปาแก้วก็กลัวตกแตกอีก สงสัยต้องปามีดแทน” ทิมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก ทำเอาโยฮันยิ้มแห้ง กลัวว่าเจ้านายจะทำจริง ๆ“หลงตัวเอง ชิ!” สกายหันไปจิกโยฮัน ก่อนจะเดินมาที่เคาน์เตอร์ จัดกาแฟกับเค้กวางในถาดแล้วยกไปเสิร์ฟตามออเดอร์โยฮันมองตามอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะกัดขนมปังในมือแล้วสะบัดอย่างแรงด้วยความไม่พอใจปนอารมณ์ดี“สกาย ฉันฝากดูร้านด้วยนะ จะเอาของไปส่งที่คลินิกหน่อย”“ได้ครับ”ทิมจัดกาแฟและขนมปังใส่ถุงกระดาษอย่างดี เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เตรียมจะออกจากร้าน“ต้องเอาไปส่งเองเลยเหรอ เพิ่งจะหายป่วย ให้สกายไปส่งให้ก็ได้นี่” โยฮันรีบพูดห้ามขึ้นมา แววตาสงสัยปนน้อยใจลึก ๆ“มันเรื่องของฉัน นายก็รีบกลับไปซะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” ทิมพูดโดยไม่ได้ใส่ใจคนข้างหลังนัก รีบเปิดประตูแล้วเดินออกไปทันทีโยฮันเริ่มสงสัยในความใจดีที่เจ้านายมีให้กับหมอคนนี้ เหมือนมีอะไรมากกว่านั้น จึงรีบเดินออกจากร้านตามไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ณ คลินิกสัตว์“ผมเอากาแฟมา
ณ คาเฟ่ทันทีที่วอร์ก้าวตามโยฮันเข้ามาถึงด้านในคาเฟ่ ความประหลาดใจและความสงสัยก็ผุดขึ้นทันที‘เจ้านาย’ ที่ชายหนุ่มในชุดสูทเรียกร้องให้ช่วยเหลืออย่างร้อนรนเมื่อครู่ คือทิม เจ้าของร้านคาเฟ่แมวแห่งนี้นี่เอง‘ทำไมเจ้าของร้านคาเฟ่ธรรมดา ถึงมีคนเรียกว่าเจ้านาย และดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ด้วย...’คำถามมากมายซัดเข้ามาในหัว วอร์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงอาการ แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกว่าทิมน่าจะมีเรื่องราวบางอย่าง ยิ่งรวมกับคนที่มาหาเมื่อวาน ก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าทิมไม่ใช่แค่เจ้าของคาเฟ่ธรรมดาแน่นอน ณ ห้องนอนของทิมวอร์กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้เตียง พลางทิ้งคำถามไว้ในใจ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือรักษาอาการป่วยของคนตรงหน้าให้ปลอดภัยก่อนสายตาสำรวจอาการอย่างละเอียด เมื่อเห็นสภาพของทิมที่ใบหน้าแดงก่ำก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาสีหน้านิ่งสุขุมไว้ได้เป็นอย่างดี“ช่วยดูให้หน่อยครับหมอ! พี่เขาเริ่มพูดเพ้อไม่รู้เรื่องแล้วครับ!” โยฮันร้องขอเสียงสั่น มือไม้สั่นเทาไปด้วยความเป็นห่วงวอร์ใช้ที่วัดอุณหภูมิจ่อไปที่หน้าผากของทิม“ไข้สูงข
“นายกำลังทำอะไรอยู่ ประท้วงชีวิตอย่างนั้นเหรอ นายก็รู้ว่าอำนาจเท่านั้นที่จะคุมทุกคนได้ และทำได้ทุกอย่างอย่างที่นายต้องการ” พสินพูดเน้นย้ำทุกคำ"แล้วอำนาจมันทำให้พ่อกับแม่ฉันฟื้นขึ้นมาได้ไหมล่ะ และมันก็เพราะอำนาจนี่ไงที่ทำให้ทั้งสองท่านต้องจากฉันไปตลอดกาล” น้ำเสียงของทิมแฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง“นายก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ไม่ว่าตอนนี้นายจะรู้สึกยังไง ปู่ของนายก็ยังหวังว่าสักวันนายจะกลับมารับช่วงต่อ”“ฉันไม่ทำ! ใครอยากทำก็ทำไปเถอะ” ทิมปฏิเสธอย่างเด็ดขาดพสินยืดตัวขึ้นจากโต๊ะ เดินตรงเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตาคมกริบจ้องมองดวงตาดุดันตรงหน้า“นายเลือกไม่ได้ตั้งแต่วินาทีที่เกิดมาแล้ว… และนายก็ไม่มีทางที่จะตายหนีหน้าที่ของนายได้ด้วย..!” พสินกระซิบเบาๆ ข้างหู ทิมไม่ได้มีท่าทีถอยหนีแม้แต่น้อย“หมายความว่ายังไง?” ทิมถามกลับอย่างเย็นชา“คิดว่าคนฐานะอย่างนายจะไม่มีใครจับตามองงั้นเหรอ? การที่นายได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแบบนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเองหรอกนะ เพราะมันมีคนคอยปกป้องและตามดูแลนายอยู่ตลอด”เขากระซิบต่อ“ชีวิตที่สงบสุขสำหรับหลานหัวหน้าแก๊งงั้นเหรอ… ต
ทิมสวมเพียงเสื้อยืดตัวบางสีขาว แขนเรียวกอดถุงกระดาษใส่ขนมปังอุ่นๆ ไว้แนบอกเพื่อกันไม่ให้โดนน้ำฝน ก่อนจะก้าวออกจากร้านด้วยความรีบเร่งร่างบางต้องวิ่งฝ่าสายฝนที่พัดแรงจนเสื้อผ้าชื้นเปียกทั่วตัวเกือบทันที กลุ่มผมเส้นเล็กชื้นแฉะแนบติดหน้าผาก แม้จะรู้สึกเย็นจนหนาวสั่น แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมเจ้าแมวที่รักปึ้ก.. ปึ้ก..เมื่อถึงหน้าคลินิก ทิมรีบเคาะประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับส่ายตัวเพื่อสะบัดน้ำฝนออกบ้างพรึบ…!ประตูเปิดออก เผยให้เห็นวอร์ที่ยืนมองด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของผู้มาเยือนภายในคลินิกบรรยากาศภายในอบอุ่นและแห้งสบาย มีกลิ่นยาฆ่าเชื้อบางๆ ตัดกับสภาพอากาศภายนอกอย่างชัดเจน"มาทำไมตอนฝนตกหนักขนาดนี้ครับ?" วอร์ถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด สายตามองสำรวจร่างกายที่เปียกจนเสื้อผ้าแนบติดเนื้อ เผยให้เห็นรูปร่างบางทิมยิ้มกว้าง ร่างสั่นเล็กน้อยจากความหนาว ก่อนจะยื่นถุงกระดาษที่ยังคงมีความอุ่นอยู่ออกมาให้"ผมมาเยี่ยมฮันนี่ครับ แล้วก็เอาขนมปังมาให้คุณหมอด้วย เผื่อว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไร ร้านข้าวก็ปิดหมดแล้ว ผมอุ่นมาให้แล้วนะ"วอร์รับถ







