Share

3 เอาใจใส่

last update publish date: 2026-10-15 22:14:50

ทิมสวมเพียงเสื้อยืดตัวบางสีขาว แขนเรียวกอดถุงกระดาษใส่ขนมปังอุ่นๆ ไว้แนบอกเพื่อกันไม่ให้โดนน้ำฝน ก่อนจะก้าวออกจากร้านด้วยความรีบเร่ง

ร่างบางต้องวิ่งฝ่าสายฝนที่พัดแรงจนเสื้อผ้าชื้นเปียกทั่วตัวเกือบทันที กลุ่มผมเส้นเล็กชื้นแฉะแนบติดหน้าผาก แม้จะรู้สึกเย็นจนหนาวสั่น แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมเจ้าแมวที่รัก

ปึ้ก.. ปึ้ก..

เมื่อถึงหน้าคลินิก ทิมรีบเคาะประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับส่ายตัวเพื่อสะบัดน้ำฝนออกบ้าง

พรึบ…!

ประตูเปิดออก เผยให้เห็นวอร์ที่ยืนมองด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของผู้มาเยือน

ภายในคลินิก

บรรยากาศภายในอบอุ่นและแห้งสบาย มีกลิ่นยาฆ่าเชื้อบางๆ ตัดกับสภาพอากาศภายนอกอย่างชัดเจน

"มาทำไมตอนฝนตกหนักขนาดนี้ครับ?" วอร์ถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด สายตามองสำรวจร่างกายที่เปียกจนเสื้อผ้าแนบติดเนื้อ เผยให้เห็นรูปร่างบาง

ทิมยิ้มกว้าง ร่างสั่นเล็กน้อยจากความหนาว ก่อนจะยื่นถุงกระดาษที่ยังคงมีความอุ่นอยู่ออกมาให้

"ผมมาเยี่ยมฮันนี่ครับ แล้วก็เอาขนมปังมาให้คุณหมอด้วย เผื่อว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไร ร้านข้าวก็ปิดหมดแล้ว ผมอุ่นมาให้แล้วนะ"

วอร์รับถุงมาวางไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะหันไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ เดินกลับมาพาดบ่าบางของทิมอย่างเบามือ

"เช็ดตัวให้แห้งก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะเป็นหวัด"

ความเอาใจใส่ที่ไม่คาดคิดทำให้ทิมรู้สึกอบอุ่นจนลืมความหนาวไปชั่วครู่ เขารับผ้ามาเช็ดน้ำฝนบนศีรษะและใบหน้าอย่างขอบคุณ

"ขอบคุณครับ แล้ว...ฮันนี่เป็นยังไงบ้างครับ? กินอาหารได้ไหม? เจ็บน้อยลงบ้างหรือเปล่า?" ทิมรีบถามถึงสิ่งที่กังวลที่สุดด้วยแววตาเป็นห่วง

วอร์เดินนำไปยังมุมที่วางกรงแมวไว้ ซึ่งมีแสงไฟอบอุ่นส่องสว่าง

"อาการดีขึ้นมากครับ กินอาหารได้ปกติ แผลก็แห้งดีไม่มีรอยบวมแดง ส่วนใหญ่ก็นอนตลอดทั้งวันเหมือนเดิม"

หมอหนุ่มเปิดประตูกรงออก ทิมเอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าฮันนี่เบาๆ เจ้าตัวน้อยส่งเสียงร้องออดอ้อนตอบรับอย่างอ่อนหวาน ดูแข็งแรงขึ้นกว่าหลายวันก่อนอย่างเห็นได้ชัด

"ดีจัง… ขอบคุณมากจริงๆ นะครับที่ดูแลมันได้ดีขนาดนี้" ทิมพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ

วอร์ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบๆ พลางจ้องมองรอยยิ้มสดใสของทิม ก่อนจะเผลอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ

"ฝนตกหนักขนาดนี้ ครั้งหน้าถ้าจะมาก็พกร่มมาด้วยนะครับ"

"ไม่เป็นไรครับ… แค่ข้ามถนนไปมาเอง ปีนี้ผมยังไม่ได้ซื้อร่มใหม่น่ะครับ ของปีที่แล้วก็เก็บลืมจนหาไม่เจอ" ทิมยิ้มตอบ ก่อนจะรู้สึกตัวว่าอากาศเริ่มเย็นลงอีกครั้งจนตัวสั่นเกร็ง

"รอสักครู่นะครับ"

วอร์เดินขึ้นไปชั้นบนสักพัก ก่อนจะกลับลงมาพร้อมกับเสื้อแจ็กเก็ตหนาตัวใหญ่ในมือแล้วยื่นให้

"ใส่ตัวนี้ทับไว้ก่อน เดี๋ยวตอนกลับจะได้ไม่หนาวจนเกินไป เสื้อบางแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบาย"

ทิมรับมาสวมใส่อย่างเกรงใจ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ห่อหุ้มร่างกาย กลิ่นสะอาดผสมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยออกมาจากเสื้อทำให้รู้สึกสบายใจอย่างน่าประหลาด

"ขอบคุณมากครับ… คุณหมอก็ใจดีเหมือนกันนะครับ" ทิมยิ้มบางๆ แก้มเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อจากความหนาว

"นั่งพักรอให้ฝนเบาลงหน่อยค่อยกลับก็ได้ครับ ไม่ต้องรีบ" วอร์ทอดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถดู

สายฝนยังคงตกกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะซาลง เสียงฝนกระทบหลังคาและหน้าต่างดังก้อง ทำให้อากาศภายนอกยิ่งเย็นฉ่ำลงทุกที และในคลินิกก็ไม่มีร่มคันใดเหลืออยู่ให้ยืมใช้

ยิ่งเวลาผ่านไปนานขึ้น ท้องฟ้าก็เริ่มมืดสนิท

ทิมนั่งเล่นและลูบไล้ขนเจ้าฮันนี่อย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลา ความอบอุ่นจากการเล่นกับแมวทำให้เขาไม่รู้สึกถึงความเย็นที่ยังคงแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าชื้นๆ

จนกระทั่ง…

“ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว!!”

เสียงจามดังติดต่อกันสองสามครั้งทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน ไม่นานนักก็เริ่มรู้สึกคัดจมูกและมีน้ำมูกไหลออกมาเล็กน้อย เป็นสัญญาณชัดเจนว่าความเย็นเริ่มส่งผลต่อร่างกายแล้ว

วอร์ที่ยืนจัดเรียงของอยู่ที่เคาน์เตอร์สังเกตเห็น เขาถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกทั้งเป็นห่วงและเอือมระอาในความไม่ระมัดระวังของอีกฝ่าย ก่อนจะหันมาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบตึง

"เสื้อผ้าเปียกโชกนานขนาดนี้ จะไม่เป็นหวัดได้ยังไง" วอร์เดินเข้ามายืนใกล้ๆ แล้วพูดต่อ "ไปอาบน้ำอุ่นในห้องชั้นบนของผมก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนไปก่อน ดีกว่านั่งอยู่แบบนี้ จะป่วยหนักกว่าเดิม"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ… แค่จามนิดหน่อยเอง เดี๋ยวสักพักก็คงหาย" ทิมรู้สึกเกรงใจ รีบโบกมือปฏิเสธทันที

แต่สายตาคมกริบของวอร์ยังคงจ้องมองกลับมา ความเย็นชาในแววตานั้นทำให้ทิมรู้สึกเหมือนถูกบังคับกลายๆ

วอร์พูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังดุเด็กดื้อ

"ถ้าปล่อยไว้จนเป็นหวัด มันจะยุ่งยากกว่านี้อีกครับ ผมไม่อยากดูแลทั้งคนทั้งแมวในเวลาเดียวกัน"

คำพูดจริงจังและการบีบบังคับเบาๆ ทำให้ทิมไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป

"ก็ได้ครับ… ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องรบกวนขนาดนี้" ทิมพยักหน้ารับคำเสียงอ่อน

เมื่อได้รับคำตอบ วอร์จึงปรับสีหน้าให้ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำขึ้นบันไดไปยังชั้นบนพร้อมชี้ทางให้อย่างชัดเจน

"ทางนี้ครับ น้ำอุ่นปรับได้ตามใจชอบ เสื้อผ้าผมอาจจะดูหลวมไปหน่อยแต่ก็ใส่แก้ขัดไปก่อนได้"

วอร์หยิบเสื้อผ้าออกมาจากตู้แล้วส่งให้ทิมที่ยืนตัวเกร็งอยู่ข้างๆ

"แล้วก็… ไม่ต้องเกรงใจ ผมแค่ไม่อยากให้ใครมาแพร่เชื้อในคลินิกของผม" พูดจบวอร์ก็เดินกลับลงไปโซนคลินิกชั้นล่างต่อ

ทิมเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างเงียบๆ รู้สึกน้อยใจในคำพูดนั้นเล็กน้อย แต่ก็พยายามมองข้าม เพราะอย่างไรการกระทำของอีกฝ่ายก็บอกชัดเจนว่าเป็นห่วง กลัวว่าตนจะป่วย

ทิมอาบน้ำอุ่นจนรู้สึกผ่อนคลายทั่วทั้งร่าง ความเย็นชื้นและอาการคัดจมูกเริ่มทุเลาลง เมื่อเดินลงมาที่ชั้นล่างด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ ก็พลันได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นกลิ่นโจ๊กสำเร็จรูปที่เพิ่งใส่น้ำร้อน ทำให้ความหิวที่ซ่อนอยู่แผ่ซ่านออกมาทันที

โครก…!!

เสียงท้องร้องดังชัดเจนจนไม่อาจปิดบัง ทิมรีบก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความอาย

วอร์ซึ่งถือถ้วยโจ๊กมาวางไว้ที่โต๊ะได้ยินเสียงนั้นก็เผลอขยับมุมปากยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความขบขัน แต่ก็รีบเก็บอาการกลับมาทำหน้านิ่งสุขุมดังเดิม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความเอาใจใส่

"มาทานโจ๊กก่อนสิครับ ผมต้มเผื่อแล้ว เป็นโจ๊กคัพ ทานได้ใช่ไหมครับ"

วอร์ผายมือไปที่โต๊ะซึ่งวางชามโจ๊กสองถ้วยไว้อย่างเรียบร้อย ควันร้อนลอยฉุยขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอม ยิ่งกระตุ้นความหิวในท้องของทิม

"ทานได้ครับ ขอบคุณนะครับ"

ทิมเดินเข้ามานั่งลงตรงข้ามวอร์อย่างเกรงใจ เมื่อตักโจ๊กเข้าปาก ความนุ่มละมุนและรสชาติกลมกล่อมอุ่นๆ ก็แผ่ซ่านลงสู่ท้อง ทำให้รู้สึกสบายตัวและผ่อนคลายขึ้นอย่างมาก

"วันนี้ผมรบกวนคุณเยอะเลย" ทิมพูดขึ้นขณะทานคำต่อไป

"ไม่เป็นไรครับ" วอร์ตอบกลับสั้นๆ

ระหว่างทานโจ๊กอุ่นๆ ทิมพลันรู้สึกว่ามีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่เคยเอ่ยถาม แม้จะได้พบปะและได้รับความช่วยเหลือมาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่รู้จักชื่อของอีกฝ่าย

มือที่ถือช้อนหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยแววตาเกรงใจ

"เอ่อ... ขอโทษนะครับที่เพิ่งนึกขึ้นได้... ผมเรียกแต่คุณหมอมาตลอด จนลืมถามชื่อของคุณไปเลยครับ" ทิมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบา

วอร์เงยหน้าขึ้นสบตา ก่อนจะตอบอย่างเรียบง่าย

"ผมชื่อวอร์"

"ผมชื่อทิม เจ้าของร้านคาเฟ่แมวฝั่งตรงข้าม เรื่องนั้นคุณคงรู้อยู่แล้ว" ทิมแนะนำตัวเองกลับไปด้วยความสุภาพปนเขินเล็กน้อย

วอร์เพียงพยักหน้ารับทราบเบาๆ สีหน้ายังคงเย็นชาและเรียบเฉยเหมือนเดิม

ทิมรู้สึกเหมือนความอบอุ่นที่เพิ่งเกิดขึ้นจางหายไปเล็กน้อย เขาได้แต่ย улыบบางๆ แล้วกลับมาสนใจโจ๊กในชามต่อ พลางคิดในใจ

‘คงเป็นนิสัยของเขาล่ะมั้ง... ถึงจะเย็นชาแต่ก็ใจดี’

แสงไฟสว่างจ้าจากรถยนต์หรูคันสีดำเคลื่อนเข้ามาจอดนิ่งหน้าคาเฟ่ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำไม่หยุด

ทิมที่นั่งพักอยู่ในคลินิกมองผ่านกระจกบานใหญ่ แม้จะไม่ชัดเจน แต่ก็รู้ได้ทันทีว่าผู้มาเยือนคือใคร

สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและอ่อนโยนพลันเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมอย่างรวดเร็ว แววตาฉายความเย็นชาขึ้นทันที

"งั้น… ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ขอบคุณมากสำหรับโจ๊กและเสื้อผ้าด้วย พรุ่งนี้จะเอามาคืนให้ครับ" ทิมหันไปพูดกับวอร์ด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

วอร์รู้สึกแปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน สายตาจ้องมองอย่างสงสัย

"แต่ฝนยังตกหนักอยู่เลยนะครับ"

"แค่ข้ามถนนแค่นี้เองครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ" ทิมตอบสั้นๆ พยายามรักษาน้ำเสียงให้ปกติ แม้ภายในใจจะรู้สึกหนักอึ้งขึ้นทุกวินาที

พูดจบร่างบางก็เปิดประตู วิ่งฝ่าสายฝนข้ามถนนกลับไปยังร้านของตนอย่างรวดเร็ว

วอร์ยืนมองตามหลังจนร่างบางลับหายเข้าไปในร้าน พลางมองสำรวจบุคคลที่เพิ่งมาถึงด้วยความสงสัย ว่าใครกันแน่ที่สามารถเปลี่ยนอารมณ์ของทิมได้รวดเร็วถึงเพียงนี้

ภายในคาเฟ่

เมื่อทิมเปิดประตูเข้ามา ก็เจอกับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาในชุดสูทสีดำ นั่งพิงโต๊ะด้วยท่าทางสบายแต่แฝงความอหังการ

พสิน หัวหน้าหน่วยที่สองผู้รับผิดชอบด้านการเงินและการบริหารภายในแก๊ง เงยหน้ามองร่างบางที่ยืนเปียกชื้นในเสื้อผ้าหลวมโคร่งตัวใหญ่ สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยปนจับผิด

"นายไปทำอะไรอยู่ที่คลินิกสัตว์นั่น? อย่าบอกนะว่าแมวป่วย"

"ใช่… และมันก็ไม่เกี่ยวกับนาย มาหาฉันมีเรื่องอะไร?" ทิมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดความชื้นออกจากผมและใบหน้า ก่อนจะยืนพิงเคาน์เตอร์แล้วใช้สายตาคมกริบมองกลับไป

"ได้ข่าวมาว่าการขนส่งล็อตนี้เกือบเกิดปัญหา หัวหน้าฝากมาเตือนว่าให้ระวังให้มากขึ้น แค่คำว่า ‘เกือบ’ ก็ไม่ได้!" พสินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและชัดเจน

"หมาตัวไหนคาบข่าวไปบอกอีกล่ะ ถ้าตาแก่อยากเตือนฉันจริงๆ ทำไมไม่มาพูดด้วยตัวเอง จะฝากผ่านคนอื่นมาทำไม" ทิมถามกลับอย่างเหยียดหยัน

"ก็เพราะนายมีนิสัยแบบนี้ไง ถ้านายไม่มัวมาทำไอ้คาเฟ่ห่วยๆ นี่ แล้วตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ปัญหาพวกนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น" พสินยกมือขึ้นบีบขมับด้วยความรู้สึกทั้งรำคาญและเสียดาย

"งั้นก็ฝากบอกเขาด้วย… ว่าฉันไม่เคยต้องการอยู่ในแก๊งนี้เลยสักวัน รีบๆ ปลดฉันออกสักทีเถอะ" ทิมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ

"เหอะ… หัวหน้าหน่วยคนอื่นมีแต่อิจฉานายที่เกิดมาเป็นถึงหลานแท้ๆ ของหัวหน้าใหญ่ แต่นายกลับไม่สนใจ เอาแต่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ คิดว่าการออกจากแก๊งมันง่ายนักหรือไง?" พสินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

"ไอ้กฎที่ว่า… ถ้าอยากออกจากแก๊งก็ต้องตาย หรือไม่ก็พิการจนใช้งานไม่ได้น่ะเหรอ? ความจริง... ฉันก็อยากจะตายไปให้จบๆ แต่ก็เป็นห่วงเจ้าขนปุยที่เลี้ยงไว้ รอจนกว่าจะหาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลพวกมัน ฉันก็จะหาทางออกของตัวเอง" ทิมมองตรงเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างนิ่งสงบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   8 ความในใจ🔞

    “ก็คุณถาม… ผมก็แค่ตอบตามความจริง ถ้าคุณจะเอาผมไปต่อรอง หรือจะขายผม… ก็ตามใจครับ ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว… ขอแค่คุณช่วยดูแลพวกเจ้าเหมียวให้ผมก็พอ… ขอร้องละครับ… ดูแลพวกมันให้ดี… แค่นั้น… ผมยอมทุกอย่างเลย ฮือออ”ทิมยกมือทั้งสองข้างเกาะแขนแกร่งแน่น ร้องขออย่างสิ้นหวัง วอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะโอบดึงร่างบางเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน ทิ้งความเย็นชาทั้งหมดไว้เบื้องหลังทิมร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น รับรู้ถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ค่อยๆ คลายความตึงเครียดลงในอ้อมแขนของคนที่เขาเผลอไว้ใจไปโดยไม่รู้ตัว“คุณไม่ควรไว้ใจคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานนะครับ”“รอบตัวผมมีใครไว้ใจได้ที่ไหนกัน อึก… คุณเป็นคนเดียวที่ดูแลแมวให้ผม เพราะเจ้าเหมียวพวกนั้นคือเหตุผลที่ผมยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ฮือออ…”“ผมเข้าใจแล้ว ไม่ร้องแล้วนะครับ” วอร์ลูบหลังปลอบเบาๆ จนเสียงร้องไห้ค่อยๆ แผ่วลงทิมขยับถอยออกมาเล็กน้อย มือยังเกาะเสื้อวอร์ไม่ปล่อย ดวงตาแดงก่ำมองขึ้นอย่างประหม่า“คุณ… จะไม่ผลักไสผมแล้วใช่ไหมครับ”วอร์ไม่ตอบทันที เพียงแต่ยกนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่แก้มให้อย่างอ่อนโยน

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   7 เหนื่อยล้าเต็มที

    พรึบ! พรึบ! พรึบ!กระดาษปึกหนาถูกโยนมาตรงหน้า ปลิวว่อนกระจายตกลงบนพื้นหินอ่อนทั่วห้อง“นี่คือประวัติการรักษาทั้งหมดของฉัน ฉันเหลือเวลาอีกแค่สามเดือน รู้ว่าฉันทำไม่ดีกับแกไว้มาก แต่ฉันจะไม่ขอโทษ เพราะทุกสิ่งที่ทำ ก็เพื่อให้แกเข้มแข็งอย่างที่เห็นวันนี้!” ชายชราเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด“การส่งพ่อกับแม่ของผมไปตายเนี่ยนะครับ? ต้องการให้ผมเข้มแข็ง… สละได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง ปู่โหดเหี้ยมเกินไปแล้วครับ!!” มือทิมเกร็งแน่นจนขาวซีด เขาเผลอส่งเสียงดังขึ้นเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึก“แกคิดว่าการเป็นมาเฟียมันง่ายนักหรือไง? ยืนอยู่ที่สูง ต้องคุมคนเป็นร้อยเป็นพัน ไม่ใช่แค่มีอำนาจก็ทำได้ เราต้องเก่งพอ! ต้องโหดพอ! ต้องเหี้ยมพอ… ถึงจะกุมทุกอย่างไว้ในมือได้! แต่พ่อแกอ่อนแอเกินไป ถ้าฉันไม่จัดการเอง แกคิดว่าจะมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ไหม?”“เพราะพ่อรู้ว่าปู่เป็นแบบนี้ไง! ถึงไม่ยอมให้ผมลำบาก แต่สุดท้าย… พ่อก็สู้ปู่ไม่ได้อยู่ดี” น้ำเสียงของทิมสั่นเครือ ดวงตายังคงจ้องผู้เป็นปู่ไม่วางตา ปนไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนเร้น“ใครใช้ให้มันคิดจะพาแกหนีไปล่ะ! ถ้า

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   6 ข่าวร้าย

    “แหม… เห็นผมหิวล่ะสิ” โยฮันหันไปยิ้มเยาะทิมที่กำลังง่วนกับการชงกาแฟให้ลูกค้าอยู่“จะปาแก้วก็กลัวตกแตกอีก สงสัยต้องปามีดแทน” ทิมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก ทำเอาโยฮันยิ้มแห้ง กลัวว่าเจ้านายจะทำจริง ๆ“หลงตัวเอง ชิ!” สกายหันไปจิกโยฮัน ก่อนจะเดินมาที่เคาน์เตอร์ จัดกาแฟกับเค้กวางในถาดแล้วยกไปเสิร์ฟตามออเดอร์โยฮันมองตามอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะกัดขนมปังในมือแล้วสะบัดอย่างแรงด้วยความไม่พอใจปนอารมณ์ดี“สกาย ฉันฝากดูร้านด้วยนะ จะเอาของไปส่งที่คลินิกหน่อย”“ได้ครับ”ทิมจัดกาแฟและขนมปังใส่ถุงกระดาษอย่างดี เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เตรียมจะออกจากร้าน“ต้องเอาไปส่งเองเลยเหรอ เพิ่งจะหายป่วย ให้สกายไปส่งให้ก็ได้นี่” โยฮันรีบพูดห้ามขึ้นมา แววตาสงสัยปนน้อยใจลึก ๆ“มันเรื่องของฉัน นายก็รีบกลับไปซะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” ทิมพูดโดยไม่ได้ใส่ใจคนข้างหลังนัก รีบเปิดประตูแล้วเดินออกไปทันทีโยฮันเริ่มสงสัยในความใจดีที่เจ้านายมีให้กับหมอคนนี้ เหมือนมีอะไรมากกว่านั้น จึงรีบเดินออกจากร้านตามไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ณ คลินิกสัตว์“ผมเอากาแฟมา

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   5 เจ้านาย

    ณ คาเฟ่ทันทีที่วอร์ก้าวตามโยฮันเข้ามาถึงด้านในคาเฟ่ ความประหลาดใจและความสงสัยก็ผุดขึ้นทันที‘เจ้านาย’ ที่ชายหนุ่มในชุดสูทเรียกร้องให้ช่วยเหลืออย่างร้อนรนเมื่อครู่ คือทิม เจ้าของร้านคาเฟ่แมวแห่งนี้นี่เอง‘ทำไมเจ้าของร้านคาเฟ่ธรรมดา ถึงมีคนเรียกว่าเจ้านาย และดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ด้วย...’คำถามมากมายซัดเข้ามาในหัว วอร์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงอาการ แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกว่าทิมน่าจะมีเรื่องราวบางอย่าง ยิ่งรวมกับคนที่มาหาเมื่อวาน ก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าทิมไม่ใช่แค่เจ้าของคาเฟ่ธรรมดาแน่นอน ณ ห้องนอนของทิมวอร์กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้เตียง พลางทิ้งคำถามไว้ในใจ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือรักษาอาการป่วยของคนตรงหน้าให้ปลอดภัยก่อนสายตาสำรวจอาการอย่างละเอียด เมื่อเห็นสภาพของทิมที่ใบหน้าแดงก่ำก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาสีหน้านิ่งสุขุมไว้ได้เป็นอย่างดี“ช่วยดูให้หน่อยครับหมอ! พี่เขาเริ่มพูดเพ้อไม่รู้เรื่องแล้วครับ!” โยฮันร้องขอเสียงสั่น มือไม้สั่นเทาไปด้วยความเป็นห่วงวอร์ใช้ที่วัดอุณหภูมิจ่อไปที่หน้าผากของทิม“ไข้สูงข

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   4 ผู้มาเยือน

    “นายกำลังทำอะไรอยู่ ประท้วงชีวิตอย่างนั้นเหรอ นายก็รู้ว่าอำนาจเท่านั้นที่จะคุมทุกคนได้ และทำได้ทุกอย่างอย่างที่นายต้องการ” พสินพูดเน้นย้ำทุกคำ"แล้วอำนาจมันทำให้พ่อกับแม่ฉันฟื้นขึ้นมาได้ไหมล่ะ และมันก็เพราะอำนาจนี่ไงที่ทำให้ทั้งสองท่านต้องจากฉันไปตลอดกาล” น้ำเสียงของทิมแฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง“นายก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ไม่ว่าตอนนี้นายจะรู้สึกยังไง ปู่ของนายก็ยังหวังว่าสักวันนายจะกลับมารับช่วงต่อ”“ฉันไม่ทำ! ใครอยากทำก็ทำไปเถอะ” ทิมปฏิเสธอย่างเด็ดขาดพสินยืดตัวขึ้นจากโต๊ะ เดินตรงเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตาคมกริบจ้องมองดวงตาดุดันตรงหน้า“นายเลือกไม่ได้ตั้งแต่วินาทีที่เกิดมาแล้ว… และนายก็ไม่มีทางที่จะตายหนีหน้าที่ของนายได้ด้วย..!” พสินกระซิบเบาๆ ข้างหู ทิมไม่ได้มีท่าทีถอยหนีแม้แต่น้อย“หมายความว่ายังไง?” ทิมถามกลับอย่างเย็นชา“คิดว่าคนฐานะอย่างนายจะไม่มีใครจับตามองงั้นเหรอ? การที่นายได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแบบนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเองหรอกนะ เพราะมันมีคนคอยปกป้องและตามดูแลนายอยู่ตลอด”เขากระซิบต่อ“ชีวิตที่สงบสุขสำหรับหลานหัวหน้าแก๊งงั้นเหรอ… ต

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   3 เอาใจใส่

    ทิมสวมเพียงเสื้อยืดตัวบางสีขาว แขนเรียวกอดถุงกระดาษใส่ขนมปังอุ่นๆ ไว้แนบอกเพื่อกันไม่ให้โดนน้ำฝน ก่อนจะก้าวออกจากร้านด้วยความรีบเร่งร่างบางต้องวิ่งฝ่าสายฝนที่พัดแรงจนเสื้อผ้าชื้นเปียกทั่วตัวเกือบทันที กลุ่มผมเส้นเล็กชื้นแฉะแนบติดหน้าผาก แม้จะรู้สึกเย็นจนหนาวสั่น แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมเจ้าแมวที่รักปึ้ก.. ปึ้ก..เมื่อถึงหน้าคลินิก ทิมรีบเคาะประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับส่ายตัวเพื่อสะบัดน้ำฝนออกบ้างพรึบ…!ประตูเปิดออก เผยให้เห็นวอร์ที่ยืนมองด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของผู้มาเยือนภายในคลินิกบรรยากาศภายในอบอุ่นและแห้งสบาย มีกลิ่นยาฆ่าเชื้อบางๆ ตัดกับสภาพอากาศภายนอกอย่างชัดเจน"มาทำไมตอนฝนตกหนักขนาดนี้ครับ?" วอร์ถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด สายตามองสำรวจร่างกายที่เปียกจนเสื้อผ้าแนบติดเนื้อ เผยให้เห็นรูปร่างบางทิมยิ้มกว้าง ร่างสั่นเล็กน้อยจากความหนาว ก่อนจะยื่นถุงกระดาษที่ยังคงมีความอุ่นอยู่ออกมาให้"ผมมาเยี่ยมฮันนี่ครับ แล้วก็เอาขนมปังมาให้คุณหมอด้วย เผื่อว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไร ร้านข้าวก็ปิดหมดแล้ว ผมอุ่นมาให้แล้วนะ"วอร์รับถ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status