Share

6 ข่าวร้าย

last update publish date: 2026-10-17 22:32:46

“แหม… เห็นผมหิวล่ะสิ” โยฮันหันไปยิ้มเยาะทิมที่กำลังง่วนกับการชงกาแฟให้ลูกค้าอยู่

“จะปาแก้วก็กลัวตกแตกอีก สงสัยต้องปามีดแทน” ทิมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก ทำเอาโยฮันยิ้มแห้ง กลัวว่าเจ้านายจะทำจริง ๆ

“หลงตัวเอง ชิ!” สกายหันไปจิกโยฮัน ก่อนจะเดินมาที่เคาน์เตอร์ จัดกาแฟกับเค้กวางในถาดแล้วยกไปเสิร์ฟตามออเดอร์

โยฮันมองตามอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะกัดขนมปังในมือแล้วสะบัดอย่างแรงด้วยความไม่พอใจปนอารมณ์ดี

“สกาย ฉันฝากดูร้านด้วยนะ จะเอาของไปส่งที่คลินิกหน่อย”

“ได้ครับ”

ทิมจัดกาแฟและขนมปังใส่ถุงกระดาษอย่างดี เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เตรียมจะออกจากร้าน

“ต้องเอาไปส่งเองเลยเหรอ เพิ่งจะหายป่วย ให้สกายไปส่งให้ก็ได้นี่” โยฮันรีบพูดห้ามขึ้นมา แววตาสงสัยปนน้อยใจลึก ๆ

“มันเรื่องของฉัน นายก็รีบกลับไปซะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” ทิมพูดโดยไม่ได้ใส่ใจคนข้างหลังนัก รีบเปิดประตูแล้วเดินออกไปทันที

โยฮันเริ่มสงสัยในความใจดีที่เจ้านายมีให้กับหมอคนนี้ เหมือนมีอะไรมากกว่านั้น จึงรีบเดินออกจากร้านตามไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ณ คลินิกสัตว์

“ผมเอากาแฟมาส่งครับ” ทิมเปิดประตูเข้ามาพร้อมพูดขึ้นอย่างสดใส ก่อนจะเดินเข้าไปวางถุงกระดาษไว้บนเคาน์เตอร์อย่างคุ้นเคย

“ขอบคุณครับ” วอร์กำลังง่วนกับการผสมยาอยู่ เหลือบมองร่างบางเล็กน้อย

“วันนี้ฮันนี่เป็นไงบ้างครับ” ทิมถามขึ้นก่อนจะเดินไปย่อตัวลง สายตามองเจ้าขนปุยที่นอนนิ่งอยู่ในกรง

“เมื่อวานมันน่าจะเอาเท้าตะกุยกรง แผลก็เลยบวมแดงขึ้นมานิดหน่อย ผมกำลังผสมยาฆ่าเชื้อเตรียมจะฉีดให้อยู่ครับ” วอร์ตอบพร้อมถือถาดเข็มฉีดยามานั่งยอง ๆ หน้ากรงข้าง ๆ ทิม

“ทำไมแกดื้ออย่างนี้หะ เกือบจะหายดีแล้วแท้ ๆ” ทิมลูบหัวเจ้าฮันนี่พร้อมนวดเบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว

“ช่วยอุ้มมันออกมาทีนะครับ ผมจะฉีดยาให้”

“อ้อ ได้ครับ” ทิมยื่นมือเข้าไปในกรงทั้งสองข้าง ค่อย ๆ ประคองร่างอ้วนกลมออกมาจากกรง วางลงบนหน้าขาอย่างเบามือ

วอร์หยิบเข็มฉีดยาขึ้นมา ก้มหน้าลงต่ำ มืออีกข้างบีบเนื้อบริเวณต้นคอให้นูนขึ้นก่อนจะแทงปลายเข็มลงไป เจ้าฮันนี่สะดุ้งเล็กน้อยด้วยความเจ็บ

“ชู่… ไม่เป็นไรนะ ชู่… เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” ทิมลูบขนเจ้าก้อนเบา ๆ พร้อมพูดปลอบอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล

วอร์เผลอเหลือบมองใบหน้าอ่อนโยนตรงหน้า ก่อนจะดึงเข็มที่ฉีดยาเสร็จออก วางอุปกรณ์ลงบนถาดที่เตรียมมา

“เห็นไหม เสร็จแล้ว… แค่นี้เองจะดิ้นทำไมหึ ไหนดูสิ… นายอ้วนขึ้นหรือเปล่าเนี่ย กินแล้วก็นอนสินะ ตัวหนักจนจะอุ้มไม่ไหวแล้ว” ทิมยังคงพูดคุยหยอกล้อกับแมวอย่างเผลอตัว วอร์มองภาพตรงหน้า รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจจนเผลอยิ้มออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ว่าแต่… ทำไมมันถึงตะกุยกรงล่ะครับ ปกติเจ้าฮันนี่มันเรียบร้อยมากเลยนะครับ” ทิมหันมองวอร์พร้อมถามอย่างสงสัย

วอร์ดึงสติกลับมา ปรับสีหน้าให้เป็นเหมือนเดิมก่อนจะตอบ

“คุณทิมเชื่อเรื่องสายใยของสัตว์กับเจ้าของไหมครับ เขาว่าเวลาเจ้าของมีภัยหรือกำลังเป็นอันตราย สัตว์ที่เลี้ยงไว้จะสามารถสัมผัสได้ และอยากจะหาทางช่วยน่ะครับ” วอร์ตอบอย่างเป็นกันเองมากขึ้น

“งั้น… ที่มันทำแบบนี้เพราะมันเป็นห่วงผมงั้นเหรอครับ”

“อาจจะใช่ครับ” วอร์ตอบเสียงเรียบ ใบหน้านิ่งเฉย แต่ในใจกลับฝังความอ่อนโยนของคนตรงหน้าเอาไว้

“นายเป็นห่วงฉันงั้นเหรอ รักฉันมากเลยใช่ไหม งั้นก็รีบ ๆ หายน้า จะได้กลับไปที่ร้านกัน” ทิมกอดเจ้าขนปุยไว้อย่างอบอุ่น เอาแก้มแนบกับหน้าผากของเจ้าเหมียวที่กำลังส่งเสียงอ้อนเจ้าของไม่ขาดสาย

โยฮันยืนนิ่งอยู่นอกประตูกระจก มือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวกระชับแน่นขึ้น เขาเห็นภาพอันแสนอบอุ่นที่เจ้านายมีต่อแมวที่รัก ความหนักอึ้งกดทับหน้าอกจนหายใจขัด เขารู้เหตุผลดีว่าทำไมทิมถึงปฏิบัติกับตัวเองแตกต่าง แต่ความน้อยใจก็ยังซัดเข้ามาไม่ขาดสาย

วอร์ลุกขึ้นยืน สายตาเหลือบเห็นร่างสูงยืนอยู่นอกร้าน เขามองด้วยความสงสัย ก่อนจะเอื้อมมือเปิดประตูให้กว้างขึ้น

โยฮันสะดุ้งเล็กน้อย จึงรีบก้าวเข้ามาในร้าน กลิ่นยาและความเย็นฉ่ำของห้องปรับอากาศกระทบใบหน้า

“เรื่องเมื่อคืน… ผมต้องขอบคุณคุณหมอมากจริงๆ ครับ”

“คุณขอบคุณผมไปแล้วครับ” วอร์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เดินกลับไปยืนหลังเคาน์เตอร์ มือหนาจัดเรียงแฟ้มเอกสารโดยไม่หันกลับมามอง

โยฮันจึงหันไปให้ความสนใจเจ้านายที่ยังคงนั่งเล่นกับแมว ก่อนจะเข้าไปย่อตัวลงจนใกล้ เอียงศีรษะยิ้มแย้มเหมือนเด็กต้องการความรัก

“นี่พี่… ลูบหัวผมหน่อยสิครับ แบบที่ลูบเจ้านี่น่ะ น้า ๆ ๆ”

“แกอยากตายเหรอ! เอาหน้าออกไปให้พ้นหน้าฉันซะ!” ทิมผลักหน้าผากคนหนุ่มออกอย่างแรง ดวงตาที่เคยอ่อนโยนฉายแววตึงเครียดและดุดัน

โยฮันหุบยิ้มแทบไม่ทัน มือยกขึ้นถูจมูกด้วยความอาย

“พี่ก็ชอบใจดีแต่กับแมว… ชาติหน้าผมจะไปเกิดเป็นแมวบ้าง” โยฮันกระแซะไหล่ชนแขนทิมเบา ๆ

“ไปนั่งไกล ๆ ฉัน!” ทิมตัดบท ไม่ยอมมองหน้า

“ทำไมกับสกายพี่พูดจาดีด้วยได้ล่ะ ผมอ้อนเก่งกว่าอีกนะ พี่ไม่รักผมบ้างเลยเหรอ”

“สู้นายเอาเวลาอ้อนฉัน ไปทำงานของนายให้ดี ๆ ก็พอ เรื่องอื่น… อย่าหวัง!”

“ถ้างั้นผมจะเปลี่ยนเจ้านายใหม่! เชิญพี่หาคนอื่นมาแทนผมได้เลย ชิ!” โยฮันสะบัดหน้าเหมือนโกรธ

“ฉันไม่ง้อนายหรอกนะ แล้วก็… เสื้อผ้าชุดนี้ฉันยกให้”

โยฮันชะงัก รอยยิ้มค่อย ๆ จางหาย เขาเข้ามาใกล้อีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ

“ไม่ง้อจริงเหรอ… ถ้างั้นผมง้อพี่ก็ได้ ขอโทษคร้าบ… อย่าไล่ผมเลยนะครับ”

“โยฮัน… ถ้านายยังไม่ไป…” ทิมขมวดคิ้ว น้ำเสียงเย็นยะเยือก แววตาแน่วแน่ดุร้าย มองลูกน้องอย่างรำคาญเต็มที

“ไปแล้วครับ ไปแล้ว!” โยฮันรีบลุกพรวดขึ้นเดินถอยหลังไปทางประตู ก่อนจะหันกลับมาพูดอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“อ้อ… คืนนี้ผมจะมานอนเป็นเพื่อนนะครับ ห้ามล็อกประตูล่ะ”

“ไม่ต้อง!” ทิมกระแทกเสียงไม่พอใจ

“ปฏิเสธไม่ได้ครับ… เป็นคำสั่งของปู่พี่” โยฮันทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะรีบก้าวออกไปจนลับสายตา

เสียงประตูสไลด์ปิดลงเบา ๆ ทิมถอนหายใจยาวเหยียด เหมือนมีภาระหนักอึ้งถูกยกออก ดวงตาคมกริบมัวหมอง คลุมด้วยความเศร้าที่ซ่อนเร้นมานาน

วอร์ยืนมองเงาร่างบางที่ดูเปลี่ยนไปจากเดิมอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ

“พี่น้องแท้ ๆ เหรอกลับ… ดูสนิทกันดี”

ทิมเงยหน้าขึ้นมา สายตาเหม่อลอยออกไปนอกกระจก ริมฝีปากบางขยับตอบเบา ๆ

“ไม่ใช่หรอกครับ…”

คำตอบสั้น ๆ แค่นั้น แต่แววตาที่ฉายแววเจ็บปวด วอร์มองออกชัดเจนว่า… เบื้องหลังความสัมพันธ์นี้ เหมือนมีเรื่องราวที่ไม่อยากเล่าให้ใครฟัง

หลายวันต่อมา…

ทิมมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากวางสายโทรศัพท์ที่เพิ่งโทรเข้ามา

เขาเหลือบมองไปที่ลูกน้องที่เตรียมปิดร้านตามปกติ

“สกาย คืนนี้นายค้างที่ร้านได้ไหม ช่วยดูแลพวกเจ้าเหมียวแทนฉันที ฉันจะกลับบ้านซะหน่อย” ทิมพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูรัดกุมขึ้น แม้จะพยายามทำให้เป็นปกติ แต่ความกังวลยังคงเผยออกมาในท่าทาง

สกายหันมาเห็นท่าทางเคร่งเครียดของเจ้านาย รู้สึกเข้าใจว่าต้องมีเรื่องสำคัญที่ทำให้ทิมต้องรีบกลับบ้าน หนุ่มน้อยยิ้มกว้าง ดีใจที่เจ้านายไว้วางใจ

“ได้สิครับ งั้นผมขอกลับไปเอาเสื้อผ้าก่อนนะครับ”

“ขอโทษด้วยนะที่บอกกะทันหัน” ทิมก้มหัวเล็กน้อย ความรับผิดชอบอัดแน่นในอก

“ไม่เป็นไรครับ ผมก็อยู่คนเดียวอยู่แล้ว แค่นี้สบายมากครับ” สกายพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ไม่มีอาการไม่พอใจเลย ทำให้ทิมรู้สึกโล่งใจบ้าง แต่ก็อยากดูแลลูกน้องให้ดีขึ้น

“ขอบใจนะ ถ้านายไม่รังเกียจ เอาเสื้อผ้าของฉันใส่ก่อนก็ได้นะ เลือกได้ตามสบายเลย จะได้ไม่ต้องเดินทางไปมา นี่ก็ใกล้จะมืดแล้ว” ทิมแสดงออกว่าเอ็นดูอย่างชัดเจน

“ไม่รังเกียจเลยครับ เสื้อผ้าของพี่มีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้น ผมเกรงใจมากกว่า” แม้ว่าตัวเองจะไม่เคยพูดออกมา แต่สกายรู้ว่าทิมมักคอยใส่ใจเขามากกว่าคนอื่น

“ไม่ต้องเกรงใจ จะขึ้นไปอาบน้ำที่ห้องฉันก็ได้นะ”

“ผมอาบที่ชั้นล่างก็ได้ครับ”

“ตามใจ งั้นฉันไปก่อนนะ อย่าลืมล็อกประตูหลังด้วยล่ะ” ทิมหยิบกระเป๋าสะพายข้างหลังเคาน์เตอร์มาสวม หยิบกุญแจรถที่ไม่ได้ใช้มาสักพักใหญ่ออกมาถือไว้ในมือ

“ครับ” สกายพยักหน้ารับคำ มองตามหลังทิมที่เดินออกจากร้าน

ทิมเดินไปข้างตึก เข้าไปในโรงจอดรถแล้วขับรถคันโปรดออกไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเย็นชากับสายตาที่เย็นยะเยือก ต่างจากลุคเจ้าของคาเฟ่โดยสิ้นเชิง

อีกฟากหนึ่งของถนน วอร์กำลังจับตาดูการเคลื่อนไหวของทิมผ่านกระจกใสอย่างเงียบ ๆ ทันทีที่เห็นท่าทางเย็นชา และรถหรูราคาสูงเกินกว่าคนที่อายุเท่านี้ซึ่งเปิดแค่ร้านคาเฟ่เล็ก ๆ จะสามารถซื้อได้ ก็ทำให้เขาอยากจะรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของทิมเป็นใครกันแน่…

ณ คฤหาสน์สไตล์ยุโรปหลังใหญ่

ท่ามกลางแสงสลัวยามเย็น รั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรเปิดรับรถสปอร์ตคันหรูอย่างคุ้นเคย

เมื่อขับมาจอดสนิทที่หน้าตัวอาคาร ทิมในชุดเสื้อยืดธรรมดากับกางเกงยีนส์ตัวโคร่ง ก้าวเท้าเหยียบพื้นหินอ่อนเงาวับที่สะท้อนแสงไฟสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์สว่างจ้า ทางเข้าโอบล้อมด้วยสวนที่จัดแต่งอย่างประณีตทุกตารางนิ้ว

“สวัสดีครับนายน้อย” ชายวัยห้าสิบกว่าในชุดสูทสีเข้ม อาเจียง หัวหน้าบอดี้การ์ดที่คอยดูแลคฤหาสน์แห่งนี้ เดินเข้ามารับด้วยกิริยานอบน้อม

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะอาเจียง” ทิมยิ้มตอบบาง ๆ ขณะเดินผ่านประตูไม้แกะสลักสูงใหญ่เข้าไปในตัวอาคาร

“นายน้อยยังจำไอ้เจียงคนนี้ได้ ผมก็ดีใจมากแล้วครับ นายน้อยสบายดีไหมครับ เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ?” อาเจียงเดินตามระยะห่างพอเหมาะ

“ผมอยู่ข้างนอกสบายใจกว่าครับ” ทิมตอบพลางมองไปตามทางเดินยาวที่เพดานสูงโปร่ง ประดับโคมไฟหรูหรา แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่ในกรง

“คุณท่านบ่นถึงนายน้อยทุกวันเลยครับ กลัวว่านายน้อยอยู่ข้างนอกจะเกิดอันตราย”

“เขากลัวผมจะตายก่อนมากกว่า”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ นายท่านรักนายน้อยมากนะครับ”

“นั่นเพราะผมเป็นหลานเพียงคนเดียวต่างหาก”

“นายน้อยอย่าอคติมากเกินไปเลยครับ คุณท่านก็แก่มากแล้ว” อาเจียงแนะนำด้วยความเป็นห่วง

ทิมหันมามองเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนลงแต่ยังแน่วแน่

“ยังไงผมก็ต้องขอบคุณอาเจียงนะครับ ที่อุตส่าห์ส่งคนไปช่วยคุ้มครองผมตลอด แต่ผมดูแลตัวเองได้ครับ อย่าเอาชีวิตลูกน้องมาทิ้งขว้างกับผมดีกว่า”

“ผมก็คิดว่านายน้อยต้องรู้แน่ ๆ …นี่เป็นคำสั่งจากคุณท่านครับ นายน้อยคือทายาทเพียงคนเดียว จะให้เกิดอันตรายไม่ได้เด็ดขาด” อาเจียงก้มหน้า

ทิมถอนหายใจยาว เท้าหยุดลงหน้าประตูไม้บานใหญ่ ซึ่งเป็นห้องทำงานของผู้เป็นปู่

“อาเจียงกลับไปทำงานต่อเถอะครับ ผมเข้าไปหาปู่เองได้”

“เชิญครับนายน้อย” อาเจียงก้าวไปเปิดห้องทำงานให้กว้างออก พร้อมก้มรอร่างบางก้าวเข้าไปข้างใน

ในห้องทำงาน

เพดานสูงโปร่ง ผนังกรุด้วยไม้เนื้อแข็งและหนังสือเก่าแก่เรียงรายเต็มชั้น กลิ่นยาสูบคละคลุมอยู่ทั่วห้อง

ที่โต๊ะทำงานไม้เคลือบเงาขนาดใหญ่ ชายชราผมขาวโพลนนั่งพิงเก้าอี้หนัง สวมสูทสีดำพอดีตัว แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่หลังยังคงตรงองอาจ สายตาคมกริบ บ่งบอกถึงอำนาจที่ไม่เคยจางหาย

“สวัสดีครับคุณปู่” ทิมก้มหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบ

“มาได้สักทีนะ แกต้องรอให้ฉันตายก่อนหรือไง” ผู้เป็นปู่พูดด้วยน้ำเสียงห้าวหาญ คว้าปากกาลูกลื่นกระแทกพื้นโต๊ะเบา ๆ หลังจากไม่ได้เจอหน้าหลานชายเกือบปี

“ดูคุณปู่ก็ไม่ได้ป่วยนี่ครับ ก็ยังดูแข็งแรงดี คงไม่ตายง่าย ๆ หรอกครับ” ทิมมองตรง ไม่ขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม

“หึ… นิสัยแกเหมือนฉันไม่มีผิดเลย ถ้าพ่อแกได้สักครึ่งหนึ่งของแกก็คงจะดี” ปู่หัวเราะในลำคอ

“ผมกลับอยากเหมือนพ่อมากกว่า” ทิมตอบทันที แววตาแน่วแน่มั่นใจ

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ดี!! ต้องแบบนี้! อนาคตของแก๊งต้องการคนแบบแกนี่แหละ อยากเป็นในสิ่งที่เป็นไม่ได้! นี่สิถึงเหมาะจะมารับช่วงต่อจากฉัน!” ชายชราพูดเสียงดังอย่างพอใจ รอยยิ้มติดอยู่บนใบหน้าไม่จางหาย

“ที่บอกว่าป่วย แล้วหลอกให้ผมมาหา คือต้องการพูดแค่นี้เท่านั้นใช่ไหมครับ งั้นผมกลับก่อนล่ะ” ทิมหันหลังเตรียมก้าวออก

“ฉันป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย… ที่ฉันยังอยู่ได้ก็เพราะยา เกรงว่าเรื่องนี้จะปิดไว้ไม่ได้แล้ว เวลาของฉันเหลือไม่มาก หวังว่าก่อนที่ฉันจะตาย แกจะคิดให้ดี เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการขึ้นรับตำแหน่ง” เสียงปู่พูดขัดขึ้น น้ำเสียงจริงจังแต่อ่อนโยน แฝงไปด้วยความร้องขอและความหวัง

ทิมชะงักเท้ากะทันหัน

“มุกแบบนี้ผมเจอในละครบ่อยแล้วครับ ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัว น้ำเน่าสิ้นดี” ทิมหันหน้ามาแค่ยิ้มเยือกเย็น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   8 ความในใจ🔞

    “ก็คุณถาม… ผมก็แค่ตอบตามความจริง ถ้าคุณจะเอาผมไปต่อรอง หรือจะขายผม… ก็ตามใจครับ ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว… ขอแค่คุณช่วยดูแลพวกเจ้าเหมียวให้ผมก็พอ… ขอร้องละครับ… ดูแลพวกมันให้ดี… แค่นั้น… ผมยอมทุกอย่างเลย ฮือออ”ทิมยกมือทั้งสองข้างเกาะแขนแกร่งแน่น ร้องขออย่างสิ้นหวัง วอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะโอบดึงร่างบางเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน ทิ้งความเย็นชาทั้งหมดไว้เบื้องหลังทิมร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น รับรู้ถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ค่อยๆ คลายความตึงเครียดลงในอ้อมแขนของคนที่เขาเผลอไว้ใจไปโดยไม่รู้ตัว“คุณไม่ควรไว้ใจคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานนะครับ”“รอบตัวผมมีใครไว้ใจได้ที่ไหนกัน อึก… คุณเป็นคนเดียวที่ดูแลแมวให้ผม เพราะเจ้าเหมียวพวกนั้นคือเหตุผลที่ผมยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ฮือออ…”“ผมเข้าใจแล้ว ไม่ร้องแล้วนะครับ” วอร์ลูบหลังปลอบเบาๆ จนเสียงร้องไห้ค่อยๆ แผ่วลงทิมขยับถอยออกมาเล็กน้อย มือยังเกาะเสื้อวอร์ไม่ปล่อย ดวงตาแดงก่ำมองขึ้นอย่างประหม่า“คุณ… จะไม่ผลักไสผมแล้วใช่ไหมครับ”วอร์ไม่ตอบทันที เพียงแต่ยกนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่แก้มให้อย่างอ่อนโยน

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   7 เหนื่อยล้าเต็มที

    พรึบ! พรึบ! พรึบ!กระดาษปึกหนาถูกโยนมาตรงหน้า ปลิวว่อนกระจายตกลงบนพื้นหินอ่อนทั่วห้อง“นี่คือประวัติการรักษาทั้งหมดของฉัน ฉันเหลือเวลาอีกแค่สามเดือน รู้ว่าฉันทำไม่ดีกับแกไว้มาก แต่ฉันจะไม่ขอโทษ เพราะทุกสิ่งที่ทำ ก็เพื่อให้แกเข้มแข็งอย่างที่เห็นวันนี้!” ชายชราเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด“การส่งพ่อกับแม่ของผมไปตายเนี่ยนะครับ? ต้องการให้ผมเข้มแข็ง… สละได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง ปู่โหดเหี้ยมเกินไปแล้วครับ!!” มือทิมเกร็งแน่นจนขาวซีด เขาเผลอส่งเสียงดังขึ้นเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึก“แกคิดว่าการเป็นมาเฟียมันง่ายนักหรือไง? ยืนอยู่ที่สูง ต้องคุมคนเป็นร้อยเป็นพัน ไม่ใช่แค่มีอำนาจก็ทำได้ เราต้องเก่งพอ! ต้องโหดพอ! ต้องเหี้ยมพอ… ถึงจะกุมทุกอย่างไว้ในมือได้! แต่พ่อแกอ่อนแอเกินไป ถ้าฉันไม่จัดการเอง แกคิดว่าจะมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ไหม?”“เพราะพ่อรู้ว่าปู่เป็นแบบนี้ไง! ถึงไม่ยอมให้ผมลำบาก แต่สุดท้าย… พ่อก็สู้ปู่ไม่ได้อยู่ดี” น้ำเสียงของทิมสั่นเครือ ดวงตายังคงจ้องผู้เป็นปู่ไม่วางตา ปนไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนเร้น“ใครใช้ให้มันคิดจะพาแกหนีไปล่ะ! ถ้า

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   6 ข่าวร้าย

    “แหม… เห็นผมหิวล่ะสิ” โยฮันหันไปยิ้มเยาะทิมที่กำลังง่วนกับการชงกาแฟให้ลูกค้าอยู่“จะปาแก้วก็กลัวตกแตกอีก สงสัยต้องปามีดแทน” ทิมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก ทำเอาโยฮันยิ้มแห้ง กลัวว่าเจ้านายจะทำจริง ๆ“หลงตัวเอง ชิ!” สกายหันไปจิกโยฮัน ก่อนจะเดินมาที่เคาน์เตอร์ จัดกาแฟกับเค้กวางในถาดแล้วยกไปเสิร์ฟตามออเดอร์โยฮันมองตามอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะกัดขนมปังในมือแล้วสะบัดอย่างแรงด้วยความไม่พอใจปนอารมณ์ดี“สกาย ฉันฝากดูร้านด้วยนะ จะเอาของไปส่งที่คลินิกหน่อย”“ได้ครับ”ทิมจัดกาแฟและขนมปังใส่ถุงกระดาษอย่างดี เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เตรียมจะออกจากร้าน“ต้องเอาไปส่งเองเลยเหรอ เพิ่งจะหายป่วย ให้สกายไปส่งให้ก็ได้นี่” โยฮันรีบพูดห้ามขึ้นมา แววตาสงสัยปนน้อยใจลึก ๆ“มันเรื่องของฉัน นายก็รีบกลับไปซะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” ทิมพูดโดยไม่ได้ใส่ใจคนข้างหลังนัก รีบเปิดประตูแล้วเดินออกไปทันทีโยฮันเริ่มสงสัยในความใจดีที่เจ้านายมีให้กับหมอคนนี้ เหมือนมีอะไรมากกว่านั้น จึงรีบเดินออกจากร้านตามไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ณ คลินิกสัตว์“ผมเอากาแฟมา

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   5 เจ้านาย

    ณ คาเฟ่ทันทีที่วอร์ก้าวตามโยฮันเข้ามาถึงด้านในคาเฟ่ ความประหลาดใจและความสงสัยก็ผุดขึ้นทันที‘เจ้านาย’ ที่ชายหนุ่มในชุดสูทเรียกร้องให้ช่วยเหลืออย่างร้อนรนเมื่อครู่ คือทิม เจ้าของร้านคาเฟ่แมวแห่งนี้นี่เอง‘ทำไมเจ้าของร้านคาเฟ่ธรรมดา ถึงมีคนเรียกว่าเจ้านาย และดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ด้วย...’คำถามมากมายซัดเข้ามาในหัว วอร์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงอาการ แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกว่าทิมน่าจะมีเรื่องราวบางอย่าง ยิ่งรวมกับคนที่มาหาเมื่อวาน ก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าทิมไม่ใช่แค่เจ้าของคาเฟ่ธรรมดาแน่นอน ณ ห้องนอนของทิมวอร์กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้เตียง พลางทิ้งคำถามไว้ในใจ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือรักษาอาการป่วยของคนตรงหน้าให้ปลอดภัยก่อนสายตาสำรวจอาการอย่างละเอียด เมื่อเห็นสภาพของทิมที่ใบหน้าแดงก่ำก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาสีหน้านิ่งสุขุมไว้ได้เป็นอย่างดี“ช่วยดูให้หน่อยครับหมอ! พี่เขาเริ่มพูดเพ้อไม่รู้เรื่องแล้วครับ!” โยฮันร้องขอเสียงสั่น มือไม้สั่นเทาไปด้วยความเป็นห่วงวอร์ใช้ที่วัดอุณหภูมิจ่อไปที่หน้าผากของทิม“ไข้สูงข

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   4 ผู้มาเยือน

    “นายกำลังทำอะไรอยู่ ประท้วงชีวิตอย่างนั้นเหรอ นายก็รู้ว่าอำนาจเท่านั้นที่จะคุมทุกคนได้ และทำได้ทุกอย่างอย่างที่นายต้องการ” พสินพูดเน้นย้ำทุกคำ"แล้วอำนาจมันทำให้พ่อกับแม่ฉันฟื้นขึ้นมาได้ไหมล่ะ และมันก็เพราะอำนาจนี่ไงที่ทำให้ทั้งสองท่านต้องจากฉันไปตลอดกาล” น้ำเสียงของทิมแฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง“นายก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ไม่ว่าตอนนี้นายจะรู้สึกยังไง ปู่ของนายก็ยังหวังว่าสักวันนายจะกลับมารับช่วงต่อ”“ฉันไม่ทำ! ใครอยากทำก็ทำไปเถอะ” ทิมปฏิเสธอย่างเด็ดขาดพสินยืดตัวขึ้นจากโต๊ะ เดินตรงเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตาคมกริบจ้องมองดวงตาดุดันตรงหน้า“นายเลือกไม่ได้ตั้งแต่วินาทีที่เกิดมาแล้ว… และนายก็ไม่มีทางที่จะตายหนีหน้าที่ของนายได้ด้วย..!” พสินกระซิบเบาๆ ข้างหู ทิมไม่ได้มีท่าทีถอยหนีแม้แต่น้อย“หมายความว่ายังไง?” ทิมถามกลับอย่างเย็นชา“คิดว่าคนฐานะอย่างนายจะไม่มีใครจับตามองงั้นเหรอ? การที่นายได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแบบนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเองหรอกนะ เพราะมันมีคนคอยปกป้องและตามดูแลนายอยู่ตลอด”เขากระซิบต่อ“ชีวิตที่สงบสุขสำหรับหลานหัวหน้าแก๊งงั้นเหรอ… ต

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   3 เอาใจใส่

    ทิมสวมเพียงเสื้อยืดตัวบางสีขาว แขนเรียวกอดถุงกระดาษใส่ขนมปังอุ่นๆ ไว้แนบอกเพื่อกันไม่ให้โดนน้ำฝน ก่อนจะก้าวออกจากร้านด้วยความรีบเร่งร่างบางต้องวิ่งฝ่าสายฝนที่พัดแรงจนเสื้อผ้าชื้นเปียกทั่วตัวเกือบทันที กลุ่มผมเส้นเล็กชื้นแฉะแนบติดหน้าผาก แม้จะรู้สึกเย็นจนหนาวสั่น แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมเจ้าแมวที่รักปึ้ก.. ปึ้ก..เมื่อถึงหน้าคลินิก ทิมรีบเคาะประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับส่ายตัวเพื่อสะบัดน้ำฝนออกบ้างพรึบ…!ประตูเปิดออก เผยให้เห็นวอร์ที่ยืนมองด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของผู้มาเยือนภายในคลินิกบรรยากาศภายในอบอุ่นและแห้งสบาย มีกลิ่นยาฆ่าเชื้อบางๆ ตัดกับสภาพอากาศภายนอกอย่างชัดเจน"มาทำไมตอนฝนตกหนักขนาดนี้ครับ?" วอร์ถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด สายตามองสำรวจร่างกายที่เปียกจนเสื้อผ้าแนบติดเนื้อ เผยให้เห็นรูปร่างบางทิมยิ้มกว้าง ร่างสั่นเล็กน้อยจากความหนาว ก่อนจะยื่นถุงกระดาษที่ยังคงมีความอุ่นอยู่ออกมาให้"ผมมาเยี่ยมฮันนี่ครับ แล้วก็เอาขนมปังมาให้คุณหมอด้วย เผื่อว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไร ร้านข้าวก็ปิดหมดแล้ว ผมอุ่นมาให้แล้วนะ"วอร์รับถ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status