Share

7 เหนื่อยล้าเต็มที

last update publish date: 2026-10-18 22:33:32

พรึบ! พรึบ! พรึบ!

กระดาษปึกหนาถูกโยนมาตรงหน้า ปลิวว่อนกระจายตกลงบนพื้นหินอ่อนทั่วห้อง

“นี่คือประวัติการรักษาทั้งหมดของฉัน ฉันเหลือเวลาอีกแค่สามเดือน รู้ว่าฉันทำไม่ดีกับแกไว้มาก แต่ฉันจะไม่ขอโทษ เพราะทุกสิ่งที่ทำ ก็เพื่อให้แกเข้มแข็งอย่างที่เห็นวันนี้!” ชายชราเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด

“การส่งพ่อกับแม่ของผมไปตายเนี่ยนะครับ? ต้องการให้ผมเข้มแข็ง… สละได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง ปู่โหดเหี้ยมเกินไปแล้วครับ!!” มือทิมเกร็งแน่นจนขาวซีด เขาเผลอส่งเสียงดังขึ้นเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึก

“แกคิดว่าการเป็นมาเฟียมันง่ายนักหรือไง? ยืนอยู่ที่สูง ต้องคุมคนเป็นร้อยเป็นพัน ไม่ใช่แค่มีอำนาจก็ทำได้ เราต้องเก่งพอ! ต้องโหดพอ! ต้องเหี้ยมพอ… ถึงจะกุมทุกอย่างไว้ในมือได้! แต่พ่อแกอ่อนแอเกินไป ถ้าฉันไม่จัดการเอง แกคิดว่าจะมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ไหม?”

“เพราะพ่อรู้ว่าปู่เป็นแบบนี้ไง! ถึงไม่ยอมให้ผมลำบาก แต่สุดท้าย… พ่อก็สู้ปู่ไม่ได้อยู่ดี” น้ำเสียงของทิมสั่นเครือ ดวงตายังคงจ้องผู้เป็นปู่ไม่วางตา ปนไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนเร้น

“ใครใช้ให้มันคิดจะพาแกหนีไปล่ะ! ถ้าฉันตามไปไม่ทัน แกคงโดนศัตรูของแก๊งยิงตายแถวชายแดนไปนานแล้ว!” ปู่กระแทกแขนลงบนโต๊ะอย่างแรงจนโคมไฟสั่นไหว แต่ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มเกรงกลัวได้แม้แต่น้อย

“พอเถอะครับ เชื่อปู่แล้ว อีกสามเดือนผมจะมารับช่วงต่อ” ทิมตัดบท ไม่อยากให้ปู่ขุดคุ้ยอดีตที่เจ็บปวดขึ้นมาอีก

“แกนี่มัน! เฮ้อ… อย่างน้อยก็รับปากแล้ว” ปู่ถอนหายใจยาว ความโกรธคลายลงเหลือเพียงความเหนื่อยล้า

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ทิมไม่รอคำตอบ ก้าวออกจากห้องทันที

“ดูแลตัวเองด้วย อย่าป่วยอีกล่ะ… ฉันเป็นห่วง” เสียงปู่แผ่วตามหลังมา

ทิมไม่หันกลับ ไม่ตอบแม้แต่คำเดียว เขาก้าวออกมาจากห้องทำงานอย่างมั่นคง ใบหน้าไร้รอยยิ้ม เหลือเพียงความหนักอึ้งกดทับอกและแววตาที่เย็นชาจนแทบไร้ความรู้สึก เมื่อนึกถึงภาระหน้าที่ที่กำลังจะรับ แม้ไม่ใช่สิ่งที่ปรารถนาเลยแม้แต่น้อย

หน้าร้านคาเฟ่ (กลางดึก)

แสงไฟนีออนข้างถนนสีส้มจางๆ ลอดผ่านกิ่งไม้และใบไม้ สวนทางกับความเงียบสงบที่ปกคลุมถนนสายเล็กๆ หน้าร้าน

ทิมก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเซื่องซึม บ่าที่เคยผ่อนคลายกลับตึงเครียดราวกับมีภาระหนักทับ รอยยิ้มที่เคยมีตอนอยู่กับแมวหายวับไป

สกายที่นอนบนโซฟาชั้นล่าง เห็นรถมาจอดผ่านกระจกใส จึงรีบเปิดประตูร้านมารับเจ้านายด้วยรอยยิ้ม พร้อมยื่นมือรับกุญแจรถที่ถูกส่งมาอย่างหมดแรง

“กลับมาดึกมากนะครับ นึกว่าพี่จะไม่กลับซะอีก ผมขับไปจอดด้านหลังให้นะครับ” สกายเห็นท่าทางอ่อนเพลียจึงอาสาช่วยโดยไม่รีรอ ทิมเพียงพยักหน้าเบาๆ ไม่ตอบอะไรกลับ

ขณะที่สกายขับรถออกไป ทิมเหลือบมองข้ามถนนด้วยสายตาที่ยังไม่โฟกัสชัดเจน เขาชะงักชั่วครู่ แสงไฟสลัวสีขาวจากภายในคลินิกยังคงสว่าง ไม่เหมือนร้านอื่นที่ปิดมืดไปทั้งแถบ

ชายหนุ่มลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าช้าๆ ข้ามถนนไปจนถึงประตูกระจก แล้วยกมือเคาะเบาๆ

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงเคาะดังก้องในความเงียบก่อนจะจางหายไป

ไม่นาน ประตูก็ถูกดึงเปิด วอร์ยืนอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอก มือถือผ้าขนหนูเช็ดมือ สายตาคมกริบมองลงมาที่ร่างบางซึ่งยืนเฉาอยู่หน้าประตู

“ยังไม่ปิดร้านเหรอครับคุณหมอ” ทิมถามเสียงแผ่ว แทบเป็นเสียงกระซิบ

“เพิ่งจัดการเอกสารเสร็จ กำลังจะปิดพอดี” วอร์ตอบเรียบเฉย แต่ไม่ได้ปิดประตูกลับ หากแต่เปิดถอยให้กว้างขึ้น “จะเข้ามาสักครู่ไหมครับ”

ทิมมองหน้าวอร์ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปในความอบอุ่นของแสงไฟภายใน

ทิมยืนมองรอบร้านด้วยสายตาเลือนลาง ก่อนจะหันกลับมาถามเสียงเบา

“ที่นี่มีเบียร์ไหมครับ ที่ร้านผมไม่มี เมื่อกี้ก็ลืมซื้อ”

วอร์มองหน้าหวานที่ดูหม่นหมองชั่วครู่

“ไม่มีครับ แต่มีเหล้าขาว คุณจะเอาไหม”

“ได้ครับ” ทิมค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา

วอร์เดินไปยังตู้เก็บของด้านหลัง หยิบขวดเหล้าสีใสกับแก้วหนึ่งใบมาวางที่โต๊ะข้างเก้าอี้ที่ทิมนั่ง

วอร์กลับมายืนหลังเคาน์เตอร์ ไม่ถามเหตุผล ไม่ซักไซ้ เพียงยืนนิ่งมองทิมยกแก้วจิบจนหมด แก้วแล้วแก้วเล่า

ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อความร้อนซัดขึ้นจมูก แต่ก็ไม่หยุดมือ เขารินเหล้าใส่แก้วต่อไปอย่างไม่ลังเล

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

วอร์ขึ้นห้องไปอาบน้ำ ทิ้งทิมไว้ชั้นล่างเพียงลำพัง ไม่นานเสียงฝีเท้าเดินลงบันไดก็ดังขึ้น วอร์ในชุดเสื้อแขนสั้นสีดำก้าวลงมาจากชั้นสอง พบว่าร่างบางก้มหน้าซ่อนใบหน้าไว้กับข้อศอก มือยังกุมแก้วเปล่าไว้แน่น ของเหลวสีใสในขวดหายไปเกลี้ยงเหลือเพียงก้นขวด คาดได้ว่าคนตรงหน้าคงเมาฟุบหลับสนิทไปแล้ว

วอร์เดินเข้ามาใกล้ เอื้อมมือแตะไหล่บางเบาๆ “คุณทิม… ตื่นหน่อยครับ”

ไม่มีการตอบรับ ทิมหลับลึกจนดูเหมือนไม่รับรู้อะไร วอร์มองออกไปนอกกระจก เห็นว่าไฟหน้าคาเฟ่ดับมืด ประตูคงถูกล็อกเรียบร้อย เขากวาดสายตามองทั่วคลินิก ที่นี่ไม่มีโซฟาหรือที่พักผ่อนเลย

วอร์ถอนหายใจเบาๆ ก้มลงสอดแขนโอบร่างบางขึ้นอย่างระมัดระวัง ทิมตกอยู่ในอ้อมแขนอย่างอ่อนยวบ หายใจลึกและมีกลิ่นเหล้าจางๆ ปะทะจมูก วอร์มองใบหน้าที่หลับสนิทแนบอก ก็อดยิ้มบางๆ ไม่ได้กับความวุ่นวายที่คนตรงหน้ามอบให้

ในห้องของวอร์

เมื่อวางร่างลงบนผ้าห่มนุ่ม ร่างบางเริ่มขยับตัวเล็กน้อยบนเตียงกว้าง วอร์ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงหน้าอกให้อย่างเบามือ

วอร์มองคนตรงหน้าอย่างพิจารณาและสงสัย แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เพียงคิดว่ามันอาจไม่เกี่ยวข้องกับตน…

ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนตัวนอนลงอีกฝั่ง โดยไม่เข้าใกล้จนเกินไป

เช้ามืดวันต่อมา

เสียงนกบนต้นไม้ร้องทักทายแสงอรุณที่กำลังจะโผล่พ้นทิวเขา ทิมตื่นขึ้นพร้อมความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่โอบล้อม แขนบางโอบอยู่ที่เอวแกร่งของคนข้างกาย จมูกได้กลิ่นหอมสะอาดสดชื่น

ทันทีที่ตระหนักว่ากำลังกอดใครอยู่ ดวงตาก็เบิกกว้าง เหลือบมองใบหน้าของวอร์ที่ยังคงหลับสนิท แก้มขาวแดงฉานไล่ขึ้นไปถึงใบหู เขาพยายามขยับตัวช้าๆ เพื่อถอยห่าง แต่สายตากลับเผลอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลา ราวกับมีแรงดึงดูดให้ชะงักไป

“คุณวอร์… คุณชอบผู้ชายเหมือนกันไหมครับ” ทิมพลั้งปากพูดเสียงเบา รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะรีบดึงสติหันหน้าหนี พยายามลุกขึ้นจากเตียงอย่างรีบร้อน

แต่เพียงแค่ยกศีรษะขึ้นนั่งขอบเตียง ความปวดตุบที่ขมับก็ซัดเข้ามาจนแทบลืมตาไม่ขึ้น ทิมยกมือบีบขมับขณะที่ร่างกำลังจะเซถลาลงไปข้างล่าง

ก่อนที่ร่างบางจะตกลงไป อ้อมแขนแกร่งก็คว้าเอวไว้ได้ทัน วอร์ดึงร่างบางเข้ามาชิดตัวให้พ้นขอบเตียง ใบหน้ายังคงเรียบเฉยแม้อยู่ในสภาพเพิ่งตื่น

“รีบลุกแบบนี้ก็ปวดหัวสิครับ ดื่มเหล้าจนหมดขวดขนาดนั้น” วอร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สายตาคมกริบจับจ้องใบหน้าหวานไม่วางตา

ทิมเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดและอายล้นท่วมหัวใจ

“ผมคงรบกวนคุณวอร์เกินไปแล้ว ต้องขอโทษจริงๆ งั้นผมขอตัวก่อนดีกว่าครับ” ทิมพยายามจะผลักมือหนาออกจากเอวและลุกยืนอีกครั้ง

“คุณดื่มเหล้าของผมจนหมดขวด จะหนีไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอครับ” วอร์ดึงแขนกลับมา แผ่นหลังบางกระทบแผงอกหนาเบาๆ

“คุณ… จะทำอะไรครับ!” ทิมตาแป๋ว จ้องใบหน้าวอร์ด้วยความตกใจปนระแวง

“เมื่อกี้คุณถามผมว่า… ชอบผู้ชายไหม ไม่ใช่เหรอครับ” วอร์ขยับตัวนั่งชิดหัวเตียง ยื่นหน้าเข้าใกล้จนแทบไม่เหลือระยะห่าง

“ผะ… ผมแค่เห็นว่าคุณหล่อมาก ก็เลยเผลอพูดออกไปเฉยๆ นะครับ…” ทิมรีบแก้ตัว ก้มหน้าหลบด้วยความอาย กลัวอีกฝ่ายจะรู้ความในใจลึกๆ

“งั้น… ลองดูไหมครับ ว่าผมชอบผู้ชายหรือเปล่า”

“คุณหมายความว่ายังไง…”

“ที่คุณมาหาผม มาดื่มเหล้าในคลินิกของผมดึกๆ แบบนี้… เพราะต้องการแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ” วอร์เอ่ยตัดบท น้ำเสียงเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก

“มะ… ไม่ใช่นะครับ! ผมแค่… อุ๊บ!”

ก่อนจะทันพูดจบ วอร์ก็ดึงเอวบางเข้าชิดตัวพร้อมก้มลงกดประกบริมฝีปากอย่างรุนแรง ไม่ทิ้งช่องว่างให้หายใจ เขาบดเบียดและรุกล้ำ ลูบไล้รอบปากบางอย่างต่อเนื่อง ทิมขัดขืนดิ้นรนเต็มแรง แต่แรงกายอีกฝ่ายเหนือกว่ามากจนไม่อาจขยับหนีได้แม้น้อย ความตกใจทำให้ทิมตัดสินใจอ้าปากแล้วกัดริมฝีปากอีกฝ่ายจนวอร์ผละออกไปเอง

วอร์เหลือบมองใบหน้าทิม ก่อนจะใช้ลิ้นแตะริมฝีปากที่มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย

“คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอ!” ทิมถอยห่างพร้อมเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มปริ่มขอบตา ไม่อยากเชื่อว่าคนที่เคยใจดีจะทำเช่นนี้

“ถึงผมจะชอบคุณ… แต่ไม่ได้หมายความว่าให้คุณมาทำอะไรกับผมก็ได้นะครับ!” ทิมกล่าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

“คุณคงไม่ได้ของขาดสินะ คนที่วนเวียนมาหาคุณ แต่ละคนก็คงจัดให้คุณเรียบร้อยแล้ว” วอร์มองกลับด้วยสายตาเย็นชา

“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้…”

“ถ้างั้นก็เลิกมาอ่อยผมสักที มันน่ารำคาญ”

“ผมไม่น่ามาหาคุณเลย!” ทิมรีบลุกจากเตียง หันหลังเดินไปทางประตูเพื่อหนีออกไป

มับ!!

ชายตัวใหญ่ลงจากเตียงก้าวเพียงสองก้าวก็ประชิดตัวทิม เอื้อมมือจับมือของทิมที่กำลังจับลูกบิดประตู ก่อนจะดันแผ่นหลังบางให้ชิดกำแพง

วอร์ยกมืออีกข้างขึ้นบีบปลายคางอีกฝ่ายแน่น บังคับให้ใบหน้าหวานหันกลับมา แล้วประทับริมฝีปากลงไปอีกครั้ง

ทิมเบิกตากว้าง พยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้น มือตบลงที่อกแกร่งอย่างสั่นเทา แต่แรงกายอีกฝ่ายเหนือกว่ามาก กลิ่นหอมสะอาดปะทะจมูกปนกับรสน้ำตา ทว่าปลายลิ้นกลับรุกล้ำ โอบกอดลิ้นอ่อนนุ่มไล่ล่าอย่างดื้อรั้น ดูดดึงจนขาเรียวแทบยืนไม่ไหว

แรงต้านที่เคยมีค่อยๆ จางหาย มือที่เคยตบตีกลับเปลี่ยนเป็นเกาะเสื้อหน้าอกอีกฝ่ายแน่นจนยับยู่ยี่ น้ำตาไหลรินลงอาบแก้มจนชื้นแฉะ ร่างบางสั่นระริกจากทั้งความตกใจ ความเจ็บปวด และความสับสนที่ท่วมท้น หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมา ทิมค่อยๆ คลายความตึงเครียด ยืนนิ่งเฉยปล่อยให้ความรู้สึกปนเปกันไป จนกว่าร่างสูงใหญ่จะพอใจ

วอร์ค่อยๆ ถอยริมฝีปากออกเหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ สายตาคมกริบจ้องมองใบหน้าบางที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำตา แววตาผิดหวังและเจ็บปวดฉายชัดจนเขาแทบแยกไม่ออกว่าใครคือฝ่ายที่ทำผิด เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอทำรุนแรงเกินไป

“คุณ… ชอบผมจริงๆ เหรอ”

ทิมพยักหน้าแผ่วเบา น้ำตายังไหลริน

“งั้นคุณคิดว่า… ที่ผมเตรียมกาแฟกับขนมส่งให้คุณทุกวัน… เพื่ออะไรล่ะครับ ผมทำไปเพราะอยากเจอคุณ… เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ดีกับผม ดีกับแมวของผม ผมถึงได้ชอบคุณ”

“แล้วคุณบอกผมได้ไหม ว่าตกลงคุณเป็นใครกันแน่”

ทิมชะงักทันที ร่างแข็งค้างราวกับถูกจับได้

“คุณ… พูดอะไรน่ะ ผมไม่เข้าใจ” ทิมพยายามเฉไฉ เบือนหน้าหลบสายตาคมกริบ

“คุณไม่ใช่แค่เจ้าของคาเฟ่ธรรมดาใช่ไหม” วอร์ยังคงส่งสายตาคาดคั้น

“ผม…” ริมฝีปากบางสั่นระริก พูดเสียงเบา

“ถ้าไม่บอกก็ตามใจ งั้นก็อย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก!” วอร์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ทั้งที่ในใจกลับหวั่นไหวจนเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

“ผม… ผมเป็นหลานของหัวหน้ามาเฟียครับ! แต่ผมไม่ได้อยากเกิดมาในตระกูลนั้น มันพรากพ่อกับแม่ของผมไป ผมเลือกเกิดเองไม่ได้ ฮือออ”

ความเจ็บปวดที่ซ่อนมานานไหลทะลักออกมาพร้อมน้ำตาที่อาบแก้ม

วอร์มองทิมอย่างพิจารณา พลางนึกถึงชายชุดสูทที่มักแวะเวียนมาหาทิมบ่อยๆ กับนิสัยระแวงคนแปลกหน้า และความเหนื่อยล้าที่ฝังอยู่ในดวงตา ทุกอย่างบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องโกหก

“ถ้าที่คุณพูดเป็นความจริง… คุณบอกผมแบบนี้… ไว้ใจผมขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

ทิมเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำมองวอร์ด้วยความหมดหวัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   8 ความในใจ🔞

    “ก็คุณถาม… ผมก็แค่ตอบตามความจริง ถ้าคุณจะเอาผมไปต่อรอง หรือจะขายผม… ก็ตามใจครับ ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว… ขอแค่คุณช่วยดูแลพวกเจ้าเหมียวให้ผมก็พอ… ขอร้องละครับ… ดูแลพวกมันให้ดี… แค่นั้น… ผมยอมทุกอย่างเลย ฮือออ”ทิมยกมือทั้งสองข้างเกาะแขนแกร่งแน่น ร้องขออย่างสิ้นหวัง วอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะโอบดึงร่างบางเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน ทิ้งความเย็นชาทั้งหมดไว้เบื้องหลังทิมร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น รับรู้ถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ค่อยๆ คลายความตึงเครียดลงในอ้อมแขนของคนที่เขาเผลอไว้ใจไปโดยไม่รู้ตัว“คุณไม่ควรไว้ใจคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานนะครับ”“รอบตัวผมมีใครไว้ใจได้ที่ไหนกัน อึก… คุณเป็นคนเดียวที่ดูแลแมวให้ผม เพราะเจ้าเหมียวพวกนั้นคือเหตุผลที่ผมยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ฮือออ…”“ผมเข้าใจแล้ว ไม่ร้องแล้วนะครับ” วอร์ลูบหลังปลอบเบาๆ จนเสียงร้องไห้ค่อยๆ แผ่วลงทิมขยับถอยออกมาเล็กน้อย มือยังเกาะเสื้อวอร์ไม่ปล่อย ดวงตาแดงก่ำมองขึ้นอย่างประหม่า“คุณ… จะไม่ผลักไสผมแล้วใช่ไหมครับ”วอร์ไม่ตอบทันที เพียงแต่ยกนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่แก้มให้อย่างอ่อนโยน

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   7 เหนื่อยล้าเต็มที

    พรึบ! พรึบ! พรึบ!กระดาษปึกหนาถูกโยนมาตรงหน้า ปลิวว่อนกระจายตกลงบนพื้นหินอ่อนทั่วห้อง“นี่คือประวัติการรักษาทั้งหมดของฉัน ฉันเหลือเวลาอีกแค่สามเดือน รู้ว่าฉันทำไม่ดีกับแกไว้มาก แต่ฉันจะไม่ขอโทษ เพราะทุกสิ่งที่ทำ ก็เพื่อให้แกเข้มแข็งอย่างที่เห็นวันนี้!” ชายชราเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด“การส่งพ่อกับแม่ของผมไปตายเนี่ยนะครับ? ต้องการให้ผมเข้มแข็ง… สละได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง ปู่โหดเหี้ยมเกินไปแล้วครับ!!” มือทิมเกร็งแน่นจนขาวซีด เขาเผลอส่งเสียงดังขึ้นเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึก“แกคิดว่าการเป็นมาเฟียมันง่ายนักหรือไง? ยืนอยู่ที่สูง ต้องคุมคนเป็นร้อยเป็นพัน ไม่ใช่แค่มีอำนาจก็ทำได้ เราต้องเก่งพอ! ต้องโหดพอ! ต้องเหี้ยมพอ… ถึงจะกุมทุกอย่างไว้ในมือได้! แต่พ่อแกอ่อนแอเกินไป ถ้าฉันไม่จัดการเอง แกคิดว่าจะมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ไหม?”“เพราะพ่อรู้ว่าปู่เป็นแบบนี้ไง! ถึงไม่ยอมให้ผมลำบาก แต่สุดท้าย… พ่อก็สู้ปู่ไม่ได้อยู่ดี” น้ำเสียงของทิมสั่นเครือ ดวงตายังคงจ้องผู้เป็นปู่ไม่วางตา ปนไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนเร้น“ใครใช้ให้มันคิดจะพาแกหนีไปล่ะ! ถ้า

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   6 ข่าวร้าย

    “แหม… เห็นผมหิวล่ะสิ” โยฮันหันไปยิ้มเยาะทิมที่กำลังง่วนกับการชงกาแฟให้ลูกค้าอยู่“จะปาแก้วก็กลัวตกแตกอีก สงสัยต้องปามีดแทน” ทิมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก ทำเอาโยฮันยิ้มแห้ง กลัวว่าเจ้านายจะทำจริง ๆ“หลงตัวเอง ชิ!” สกายหันไปจิกโยฮัน ก่อนจะเดินมาที่เคาน์เตอร์ จัดกาแฟกับเค้กวางในถาดแล้วยกไปเสิร์ฟตามออเดอร์โยฮันมองตามอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะกัดขนมปังในมือแล้วสะบัดอย่างแรงด้วยความไม่พอใจปนอารมณ์ดี“สกาย ฉันฝากดูร้านด้วยนะ จะเอาของไปส่งที่คลินิกหน่อย”“ได้ครับ”ทิมจัดกาแฟและขนมปังใส่ถุงกระดาษอย่างดี เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เตรียมจะออกจากร้าน“ต้องเอาไปส่งเองเลยเหรอ เพิ่งจะหายป่วย ให้สกายไปส่งให้ก็ได้นี่” โยฮันรีบพูดห้ามขึ้นมา แววตาสงสัยปนน้อยใจลึก ๆ“มันเรื่องของฉัน นายก็รีบกลับไปซะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” ทิมพูดโดยไม่ได้ใส่ใจคนข้างหลังนัก รีบเปิดประตูแล้วเดินออกไปทันทีโยฮันเริ่มสงสัยในความใจดีที่เจ้านายมีให้กับหมอคนนี้ เหมือนมีอะไรมากกว่านั้น จึงรีบเดินออกจากร้านตามไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ณ คลินิกสัตว์“ผมเอากาแฟมา

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   5 เจ้านาย

    ณ คาเฟ่ทันทีที่วอร์ก้าวตามโยฮันเข้ามาถึงด้านในคาเฟ่ ความประหลาดใจและความสงสัยก็ผุดขึ้นทันที‘เจ้านาย’ ที่ชายหนุ่มในชุดสูทเรียกร้องให้ช่วยเหลืออย่างร้อนรนเมื่อครู่ คือทิม เจ้าของร้านคาเฟ่แมวแห่งนี้นี่เอง‘ทำไมเจ้าของร้านคาเฟ่ธรรมดา ถึงมีคนเรียกว่าเจ้านาย และดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ด้วย...’คำถามมากมายซัดเข้ามาในหัว วอร์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงอาการ แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกว่าทิมน่าจะมีเรื่องราวบางอย่าง ยิ่งรวมกับคนที่มาหาเมื่อวาน ก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าทิมไม่ใช่แค่เจ้าของคาเฟ่ธรรมดาแน่นอน ณ ห้องนอนของทิมวอร์กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้เตียง พลางทิ้งคำถามไว้ในใจ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือรักษาอาการป่วยของคนตรงหน้าให้ปลอดภัยก่อนสายตาสำรวจอาการอย่างละเอียด เมื่อเห็นสภาพของทิมที่ใบหน้าแดงก่ำก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาสีหน้านิ่งสุขุมไว้ได้เป็นอย่างดี“ช่วยดูให้หน่อยครับหมอ! พี่เขาเริ่มพูดเพ้อไม่รู้เรื่องแล้วครับ!” โยฮันร้องขอเสียงสั่น มือไม้สั่นเทาไปด้วยความเป็นห่วงวอร์ใช้ที่วัดอุณหภูมิจ่อไปที่หน้าผากของทิม“ไข้สูงข

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   4 ผู้มาเยือน

    “นายกำลังทำอะไรอยู่ ประท้วงชีวิตอย่างนั้นเหรอ นายก็รู้ว่าอำนาจเท่านั้นที่จะคุมทุกคนได้ และทำได้ทุกอย่างอย่างที่นายต้องการ” พสินพูดเน้นย้ำทุกคำ"แล้วอำนาจมันทำให้พ่อกับแม่ฉันฟื้นขึ้นมาได้ไหมล่ะ และมันก็เพราะอำนาจนี่ไงที่ทำให้ทั้งสองท่านต้องจากฉันไปตลอดกาล” น้ำเสียงของทิมแฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง“นายก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ไม่ว่าตอนนี้นายจะรู้สึกยังไง ปู่ของนายก็ยังหวังว่าสักวันนายจะกลับมารับช่วงต่อ”“ฉันไม่ทำ! ใครอยากทำก็ทำไปเถอะ” ทิมปฏิเสธอย่างเด็ดขาดพสินยืดตัวขึ้นจากโต๊ะ เดินตรงเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตาคมกริบจ้องมองดวงตาดุดันตรงหน้า“นายเลือกไม่ได้ตั้งแต่วินาทีที่เกิดมาแล้ว… และนายก็ไม่มีทางที่จะตายหนีหน้าที่ของนายได้ด้วย..!” พสินกระซิบเบาๆ ข้างหู ทิมไม่ได้มีท่าทีถอยหนีแม้แต่น้อย“หมายความว่ายังไง?” ทิมถามกลับอย่างเย็นชา“คิดว่าคนฐานะอย่างนายจะไม่มีใครจับตามองงั้นเหรอ? การที่นายได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแบบนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเองหรอกนะ เพราะมันมีคนคอยปกป้องและตามดูแลนายอยู่ตลอด”เขากระซิบต่อ“ชีวิตที่สงบสุขสำหรับหลานหัวหน้าแก๊งงั้นเหรอ… ต

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   3 เอาใจใส่

    ทิมสวมเพียงเสื้อยืดตัวบางสีขาว แขนเรียวกอดถุงกระดาษใส่ขนมปังอุ่นๆ ไว้แนบอกเพื่อกันไม่ให้โดนน้ำฝน ก่อนจะก้าวออกจากร้านด้วยความรีบเร่งร่างบางต้องวิ่งฝ่าสายฝนที่พัดแรงจนเสื้อผ้าชื้นเปียกทั่วตัวเกือบทันที กลุ่มผมเส้นเล็กชื้นแฉะแนบติดหน้าผาก แม้จะรู้สึกเย็นจนหนาวสั่น แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมเจ้าแมวที่รักปึ้ก.. ปึ้ก..เมื่อถึงหน้าคลินิก ทิมรีบเคาะประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับส่ายตัวเพื่อสะบัดน้ำฝนออกบ้างพรึบ…!ประตูเปิดออก เผยให้เห็นวอร์ที่ยืนมองด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของผู้มาเยือนภายในคลินิกบรรยากาศภายในอบอุ่นและแห้งสบาย มีกลิ่นยาฆ่าเชื้อบางๆ ตัดกับสภาพอากาศภายนอกอย่างชัดเจน"มาทำไมตอนฝนตกหนักขนาดนี้ครับ?" วอร์ถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด สายตามองสำรวจร่างกายที่เปียกจนเสื้อผ้าแนบติดเนื้อ เผยให้เห็นรูปร่างบางทิมยิ้มกว้าง ร่างสั่นเล็กน้อยจากความหนาว ก่อนจะยื่นถุงกระดาษที่ยังคงมีความอุ่นอยู่ออกมาให้"ผมมาเยี่ยมฮันนี่ครับ แล้วก็เอาขนมปังมาให้คุณหมอด้วย เผื่อว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไร ร้านข้าวก็ปิดหมดแล้ว ผมอุ่นมาให้แล้วนะ"วอร์รับถ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status