Share

8 ความในใจ🔞

last update publish date: 2026-10-19 22:34:12

“ก็คุณถาม… ผมก็แค่ตอบตามความจริง ถ้าคุณจะเอาผมไปต่อรอง หรือจะขายผม… ก็ตามใจครับ ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว… ขอแค่คุณช่วยดูแลพวกเจ้าเหมียวให้ผมก็พอ… ขอร้องละครับ… ดูแลพวกมันให้ดี… แค่นั้น… ผมยอมทุกอย่างเลย ฮือออ”

ทิมยกมือทั้งสองข้างเกาะแขนแกร่งแน่น ร้องขออย่างสิ้นหวัง วอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะโอบดึงร่างบางเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน ทิ้งความเย็นชาทั้งหมดไว้เบื้องหลัง

ทิมร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น รับรู้ถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ค่อยๆ คลายความตึงเครียดลงในอ้อมแขนของคนที่เขาเผลอไว้ใจไปโดยไม่รู้ตัว

“คุณไม่ควรไว้ใจคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานนะครับ”

“รอบตัวผมมีใครไว้ใจได้ที่ไหนกัน อึก… คุณเป็นคนเดียวที่ดูแลแมวให้ผม เพราะเจ้าเหมียวพวกนั้นคือเหตุผลที่ผมยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ฮือออ…”

“ผมเข้าใจแล้ว ไม่ร้องแล้วนะครับ” วอร์ลูบหลังปลอบเบาๆ จนเสียงร้องไห้ค่อยๆ แผ่วลง

ทิมขยับถอยออกมาเล็กน้อย มือยังเกาะเสื้อวอร์ไม่ปล่อย ดวงตาแดงก่ำมองขึ้นอย่างประหม่า

“คุณ… จะไม่ผลักไสผมแล้วใช่ไหมครับ”

วอร์ไม่ตอบทันที เพียงแต่ยกนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่แก้มให้อย่างอ่อนโยน

“ต้องดูการกระทำก่อนครับ”

แล้วเขาค่อยๆ เอื้อมมือจับปลายคางบางเบาๆ เลื่อนใบหน้าลงมาใกล้ทีละนิด ทิมเห็นเช่นนั้นก็หลับตาลงช้าๆ หัวใจเต้นรัวจนแทบได้ยิน

วอร์ยิ้มบางที่มุมปาก ก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปอีกครั้ง คราวนี้ไม่รุนแรงไม่เร่งรีบ เพียงแค่แนบแน่นอ่อนหวาน ริมฝีปากบางค่อยๆ ขยับตอบสนองอย่างไว้วางใจ วอร์เลื่อนปลายลิ้นเลียไล้ตามขอบปากอย่างนุ่มนวล จนอีกฝ่ายเผลอเผยอริมฝีปากออก ร่างกายสัมผัสกันแนบชิด รู้สึกถึงความร้อนที่เพิ่มขึ้น วอร์ประคองเอวบางค่อยๆ เอนลงบนผ้าห่มนุ่ม ก่อนจะผละริมฝีปากออกช้าๆ ขณะที่ยังคงคร่อมอยู่เหนือร่างบาง

“คุณเคยมีอะไรกับคนอื่นมาก่อนไหมครับ” วอร์ถามเสียงกระซิบ มือหนาลูบไล้แก้มเนียน สายตามองตามไม่วางตา

ทิมหน้าแดงฉาน ก้มหน้าลง

“อายุขนาดนี้แล้ว… ก็ต้องเคยสิครับ”

“งั้น… ทำให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับ” วอร์มองตากลมเขินอายโดยไม่ซ่อนความปรปรารถนา

ทิมกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ พยักหน้าตอบเบาๆ “ก็… ได้ครับ”

ทิมดันตัวเองขึ้นนั่งคุกเข่าตรงหน้าวอร์บนเตียง มือบางกำแน่นที่ตักตัวเอง สายตาแฝงด้วยความกล้าๆ กลัวๆ รอคำบอกใบ้จากคนตรงหน้า

วอร์ยืดตัวนั่งพิงหัวเตียง สายตาจ้องมองด้วยความสงสัยว่าคนตรงหน้าจะทำอย่างไรได้บ้าง

ทิมค่อยๆ ก้มตัวลงจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน ประทับริมฝีปากลงมาอย่างนุ่มนวล ขณะที่มือบางอีกข้างเลื่อนลงไปสัมผัสช่วงล่างอย่างช้าๆ จนกระทบกับความแข็งตึงที่ชูชันอยู่ ก่อนจะลูบไล้จับโอบไว้อย่างประคบประหงม ค่อยๆ ขยับขึ้นลงเบาๆ ด้วยความชำนาญ กระชับและผ่อนแรงที่โอบอุ้มอย่างเป็นจังหวะ จนทำให้อีกฝ่ายหายใจถี่แรง

เมื่อริมฝีปากผละออกจากกัน ทิมไล่จูบลงตามซอกคอแกร่ง จนถึงแผงอกแน่น แล้วค่อยๆ ขยับเข่าถอยตัวออกห่างเล็กน้อย พอให้ก้มลงไปที่แก่นกายใหญ่ได้พอดี ลิ้นเล็กค่อยๆ เลียเบาๆ ที่ปลายยอด มีของเหลวใสปริ่มออกมาจนรับรู้ถึงรสชาติ ก่อนจะไล่ลิ้นลูบต่ำลงตามเส้นเลือดที่นูนเด่นชัดอย่างช้าๆ

จังหวะนั้นหนุ่มหน้าหวานเหลือบสายตาขึ้นมองใบหน้าคม เห็นรอยกระตุกที่มุมปากและสายตาที่หลี่ลงด้วยความพอใจ จึงกล้าดียิ่งขึ้น เขาอ้าปากและห่อลิ้นเล็กน้อย ขยับแก่นกายใหญ่เข้าไปในช่องปากจนสุดเพดาน ศีรษะโยกขึ้นลงเป็นจังหวะที่อ่อนหวาน สายตาเหลือบมองคนตรงหน้าที่มองมาเช่นกัน ก่อนจะเร่งจังหวะเร็วขึ้นอีกนิดเพื่อปลุกอารมณ์ให้คนตรงหน้าพอใจ

แต่แล้ว… มือหนาก็กดท้ายทอยแน่น บังคับให้กลืนแก่นกายเข้าไปในโพรงปากจนลึกถึงลำคอ ทิมตากลมโตแทบหายใจไม่ออก ขณะที่วอร์ใช้แรงฝ่ามือกดและบังคับให้ขยับขึ้นลงตามความต้องการ เมื่อการกระทำนั้นปลุกอารมณ์จนเต็มที่ ของเหลวภายในแก่นกายใหญ่ก็พุ่งทะลักออกมา ขณะที่ทิมเองก็ทนความใหญ่และความลึกไม่ไหวจนปวดกราม จึงผละตัวถอยออกทันทีพร้อมเสียงครางแผ่ว ของเหลวสีขาวขุ่นพุ่งกระจายทั่วใบหน้าและคิ้ว ยาวไปจนถึงปลายผม วอร์ผ่อนคลายลงอย่างพอใจ สายตามองใบหน้าหวานตรงหน้า

“ทำได้ดีเลยนี่” วอร์ยิ้มอ่อน ก่อนจะดึงร่างบางให้นอนราบลงกับเตียง มือหนาถลกกางเกงและชั้นในของทิมลงจนหลุดออกจากขาเรียวยาว

“เดี๋ยว!! เดี๋ยวก่อนครับ!” ทิมพยายามยกมือขึ้นห้าม แต่ไม่ทัน…

“น้ำหล่อลื่นก็มีแล้ว กลัวอะไรอีก ไหนว่าเคยแล้วไง” ร่างใหญ่โน้มตัวคร่อมลงมามองใบหน้าหวานที่กำลังตระหนกอย่างจับผิด

“ไม่ใช่ครับ คือว่า… ถ้าใส่เข้ามาแบบนั้นเลย… มันอาจจะฉีกได้น่ะครับ…” ทิมตอบอย่างเขินอาย

“ผมเป็นหมอนะ คุณลืมไปแล้วเหรอ” วอร์กระซิบเสียงเบา ใช้ของเหลวที่ออกมาเมื่อกี้ทาบนนิ้วยาวหนา

“หมายความว่าไง… อื้อออ!!!”

วอร์ไม่รอช้า ดันนิ้วเข้าไปที่ช่องทางหลังของทิมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขยับเข้าออกเพื่อผ่อนคลายช่องทาง เตรียมพร้อมรับความต้องการที่กำลังสูงขึ้นอีกครั้งของเขา

“อื้อออ… ช้าๆ หน่อยครับ! อารร์!” ทิมดิ้นรน ความเจ็บปวดปนความเสียวซ่านซัดเข้ามาพร้อมกันจนแทบทนไม่ไหว

“เสียงครางเพราะใช้ได้เลยนะครับ”

“อื้อออ อึก… ฮื้ออ!”

วอร์กระตุ้นจังหวะนิ้วเร็วขึ้นจนทิมร้องครางไม่ขาดสาย สายตาจ้องมองใบหน้าหวานที่เกร็งเพราะความเสียวจากการกระทำนั้น ยิ่งทำให้เขามีอารมณ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก

“ชิ!… ผมไม่ไหวแล้วสิ แค่นี้คงพอแล้วมั้ง” วอร์หยุดการกระทำ ยืดตัวขึ้นพร้อมยื่นมือไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบซองสีเงินเล็กๆ ออกมา ฉีกซองแล้วสวมลงอย่างชำนาญ

“คุณพกของแบบนี้ติดห้องไว้ด้วยเหรอครับ” ทิมถามเสียงสั่นเบาๆ ปะปนความประหม่า

“ผมก็เป็นคนนะครับ มีความต้องการเหมือนกัน”

วอร์โน้มตัวลงมาประกบริมฝีปากบางอีกครั้ง จูบที่ลึกซึ้งดำเนินไปอย่างนุ่มนวล ขณะที่มือหนาจับแก่นกายใหญ่จ่อไปที่ช่องทางหลังที่เตรียมไว้ ช่วงล่างค่อยๆ ดันแท่งนั้นเข้าไปช้าๆ ด้วยความแน่นอึดอัด

“อื้ออออ!!” ทิมหลุดเสียงครางออกมาด้วยความเจ็บตึง

วอร์เองก็รู้สึกว่ามันแน่นเกินกว่าจะขยับได้ จึงเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบเข้าไปใต้เสื้อของทิมพร้อมถลกชายเสื้อขึ้น เผยให้เห็นผิวเนียนและตุ่มเนื้อสีชมพูหวาน วอร์แลบลิ้นออกมาสัมผัสปลายยอดน้อยเบาๆ ก่อนจะลูบไล้เลียลานรอบๆ ทั้งจูบและดูดบริเวณผิวเนียนจนขึ้นรอยแดงเป็นจุดๆ อย่างหมั่นเขี้ยว

ร่างบางใต้กายกระตุกเกร็งด้วยความเสียวที่ถูกสัมผัสจุดไวต่อความรู้สึก วอร์ดูดดึงตุ่มน้อยเบาๆ ลิ้นก็ปัดไกวไปมาราวกับหยอกเย้า

เมื่อเห็นว่าช่องทางหลังเริ่มคลายความเกร็ง วอร์ก็ดันบั้นเอวเข้าหาร่างบางจนสุดแรง

“อร๊างงง!!!” ทิมร้องออกมาเสียงหลง ขาหดเกร็งจนตึงทั้งตัว ร่างกายเต็มไปด้วยความอึดอัดแน่นที่แทรกเข้ามา

วอร์ขยับช่วงล่างเข้าจังหวะเพื่อเร่งเร้าให้สำเร็จความใคร่ ร่างบางยกมือปิดปากแน่นเพื่อกลบเสียงคราง แต่เสียงหวานใสก็ยังเล็ดลอดออกมาตามจังหวะการกระแทกที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ของอีกฝ่าย

แสงสลัวสีส้มพร่ามัวทั่วห้อง เสียงเนื้อกระทบเนื้อสะท้อนดังก้อง ตัดกับเสียงหายใจหอบกระเส่าและเสียงครางหวานที่เล็ดลอดออกมาไม่ขาดสาย ทิมดิ้นเกร็งใต้ร่างใหญ่ที่กระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ลดละ ร่างกายไหวกระเพื่อมตามแรงกระแทกที่หนักหน่วง ความเจ็บตึงในตอนแรกค่อยๆ ถูกกลบด้วยความเสียวซ่านที่ซัดขึ้นจนลามไปทุกเส้นประสาท แทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

“อื้ออออ… อึก… อึก… อร๊างงง!!”

ร่างบางดิ้นไปมาพร้อมเสียงร้องที่หลุดลอยออกมาไม่หยุด ภายในโดนกระแทกจุดเสียวซ้ำๆ จนกระทั่งของเหลวพวยพุ่งออกมาจากปลายแท่งน้อยสีหวาน จนเจ้าตัวไร้แรงต้าน คลายร่างกายลงอย่างอ่อนระทวย

วอร์ชะลอจังหวะลงช้าๆ มองใบหน้าบางที่แดงฉานและเปียกปอนไปด้วยเหงื่อใต้กาย พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ก่อนจะพลิกสะโพกกลมให้หันมาคว่ำ จับแก่นกายใหญ่ที่ยังไม่สำเร็จความใคร่จ่อตรงรอยแยกเนื้อสะโพกสีชมพูอ่อน แล้วดันบั้นเอวลงไปจนสุดลึกในคราวเดียว

“อื้ออออ!!!”

ความลึกที่ทะลุผ่านจุดเดิมทำให้ความเสียวซ่านวูบวาบจนแทบหมดสติ ทิมรีบยกหลังมือปิดปากแน่น ร่างสูงกระหน่ำรัวไม่พัก ทิมกลั้นเสียงครางจนคอสั่นระริก เผลอกัดลงบนหลังมือไปสุดแรงจนได้รสชาติโลหิตจางๆ ซึมลิ้น

วอร์ไม่หยุดยั้ง กระแทกซ้ำๆ เข้าที่เดิมพร้อมเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น โน้มตัวลงโอบร่างบางไว้แน่นราวกับจะผสานร่างให้เป็นหนึ่งเดียว จนกระทั่งความสุขพุ่งถึงจุดสูงสุด แก่นกายขยายเต็มที่ภายในร่างกาย ก่อนของเหลวจะทะลักพวยพุ่งออกมาจนหมดสิ้น…!

ร่างสูงค่อยๆ ผ่อนแรง ขยับเอวช้าลงจนหยุดนิ่ง แต่ทิมกลับอ่อนแรงลงทันที เมื่อเขาเองก็สำเร็จความใคร่อีกครั้งอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ร่างบางนอนนิ่งไม่ขยับ เหงื่อซึมทั่วผิวเนียน

วอร์มองลงมาเห็นหลังมือเรียวมีรอยกัดจนมีแผลและเลือดไหลรินลงตามข้อมือเป็นทางยาว

วอร์ทิ้งตัวนอนข้างๆ ตะแคงมองร่างบางที่หมดแรงข้างกาย

“ผ้าห่มก็มี จะกัดมือตัวเองทำไม” วอร์เอื้อมมือไปจับมือของทิมข้างที่มีรอยฟัน ลูบเช็ดเลือดเพื่อดูความลึกของบาดแผลเบาๆ

“ผม… ไม่ทันได้คิด อ๊ะ!… เจ็บนะครับ” ทิมร้องเบาๆ เมื่อถูกสัมผัสโดนผิวหนังที่ฉีกขาด

“เข้าลึกด้วย ผมจะทำแผลให้”

วอร์ลุกขึ้น ถอดเครื่องป้องกันออกโยนลงถังขยะข้างเตียง คว้าผ้าขนหนูขึ้นมาพันรอบเอว รีบหยิบกล่องปฐมพยาบาลกลับมานั่งที่ขอบเตียงอีกครั้ง ค่อยๆ ใช้น้ำเกลือล้างคราบเลือดออกอย่างชำนาญ ทายาฆ่าเชื้อจนทิมตัวสั่นเบาๆ ด้วยความเจ็บแสบ แล้วปิดแผลด้วยพลาสเตอร์อย่างเรียบร้อย

“ขอบคุณครับ” ทิมพูดเสียงเบาอย่างอ่อนแรง

“คุณลุกไหวไหมครับ เลอะขนาดนี้คงต้องอาบน้ำ” วอร์ถามขึ้นเสียงเรียบ ทว่ามีความเป็นห่วงเล็กๆ ในใจ

“ไหวครับ” ทิมพยายามยืนด้วยตัวเอง ขาสั่นเบาๆ จากภายใน แต่ก็สามารถยืนเองได้

“งั้นคุณไปอาบน้ำก่อนนะครับ ผมจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอน” วอร์ส่งผ้าขนหนูผืนใหม่ให้

“ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำที่นอนคุณเลอะขนาดนี้” ทิมรับผ้าขนหนูมาพันรอบตัวไว้ ก้มหน้าลงด้วยความเกรงใจและความอาย

“ผมเป็นคนทำคุณต่างหาก” วอร์ตอบเสียงอ่อนลง สายตาเจ้าเล่ห์ไม่จางหาย

“งั้น… ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ทิมเดินโซเซไม่มั่นคง ค่อยๆ เข้าห้องน้ำไปช้าๆ

วอร์มองตามหลัง พลางคิดว่าทำแบบนี้มันถูกต้องแล้วหรือ เผลอปล่อยให้อารมณ์พาไปจนทำเกินเลยกับทิม ผู้ชายที่เพิ่งจะเปิดเผยความในใจและไว้ใจตนขนาดนี้

ความรู้สึกผิดค่อยๆ ทะลักเข้ามากดทับในอก ลืมถามความเต็มใจ มือหนากำแน่นจนขาวซีด วอร์ก้มหน้าลง มองพื้นกระเบื้องด้วยความรู้สึกผิดบีบคั้น เขาไม่อยากทำร้าย ไม่อยากเป็นอีกคนที่ทำให้ความไว้วางใจของทิมแตกสลาย

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ทิมก้าวออกมา ผิวเนียนยังชุ่มชื่นในผ้าขนหนูผืนบาง พร้อมกับกลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆ ลอยละล่องในอากาศ ขาสองข้างยังคงสั่นเบาๆ เดินไม่สะดวกนักด้วยความเจ็บตึง

วอร์นั่งพิงหมอนที่หัวเตียง ในมือถือโทรศัพท์หันมามองคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ทิมหน้าแดงฉาน รีบหันหน้าหนี หลบสายตาลงมองพื้นอย่างรวดเร็ว

“คุณใส่เสื้อผมก่อนสิครับ พอดีผมเอาเสื้อผ้าคุณไปซักแล้ว” วอร์ชี้ไปที่เสื้อยืดสีขาวที่วางพับเรียบร้อยไว้ที่ขอบเตียง

“ขอบคุณครับ” ร่างบางเดินเข้ามาหยิบขึ้นสวมต่อหน้าเจ้าของห้องด้วยความอายที่ยังหลงเหลือ วอร์เหลือบมองรอยแผลเป็นและรอยจูบจางๆ ผลงานของเขาเองที่กระจายทั่วเนื้อขาวใต้เสื้อตัวหลวม แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร มีเพียงความสงสัยที่ยังไม่ได้คำตอบ

“งั้น… ผมกลับก่อนนะครับ” ทิมกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่ ก้มหน้าพูดเสียงแผ่วแทบไม่ได้ยิน

“จะกลับไปทั้งอย่างนี้เลยเหรอครับ” วอร์ขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะขอตัวกลับทันทีหลังจากเพิ่งมีอะไรกัน

“ทำไมล่ะครับ” ทิมถามโดยไม่ได้หันมอง ยังคงหลบสายตาคมด้วยความประหม่า

วอร์ไม่ตอบ เพียงแต่เอื้อมมือดึงข้อมือบางเบาๆ ให้ลงมานั่งบนตักตัวเอง ทิมทำตัวไม่ถูก ได้แต่ทำตามคนตรงหน้าอย่างว่าง่าย

“คุณคงไม่คิดว่า… ได้ผมแล้ว ผมจะปล่อยคุณกลับไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอครับ” วอร์กระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำจนคนหน้าหวานขนลุกซู่

“ผมเป็นฝ่ายเสียเปรียบนะครับ แล้ว… คุณก็เป็นคนบอกให้ผมเริ่มก่อนด้วย” ทิมตอบเสียงอ่อยลง

“งั้นผมต้องรับผิดชอบคุณสินะ”

“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นครับ ก็แค่… ลืมมันไปซะ คิดซะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ทิมพูด แววตาหม่นลงด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ในใจ

“หึ… คุณเป็นคนยังไงกันแน่ นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป เหมือนผมเป็นแค่ของเล่นชั่วคราวของคุณอย่างนั้นแหละ” วอร์หัวเราะในลำคอ แต่ไร้ซึ่งความขำขัน

“ไม่ใช่นะครับ! ผม… ชอบคุณก็จริง แต่คุณไม่ได้ชอบผมนี่ครับ”

วอร์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้คนตรงหน้า

“เอาเบอร์คุณมา”

“ครับ?” ทิมรับโทรศัพท์มาด้วยความสงสัย กดหมายเลขลงไปช้าๆ ก่อนจะส่งคืน

วอร์รับมาแล้วกดโทรออกทันที

ครืด! ครืด!

เสียงเครื่องสั่นดังขึ้นจากโทรศัพท์ของทิมที่วางอยู่บนหมอน วอร์กดวางสายเมื่อมั่นใจว่าเบอร์ถูกต้อง

“นี่เบอร์ผมครับ มีอะไรก็โทรมาหาได้ตลอด” วอร์วางโทรศัพท์ลงข้างตัว หันมาจ้องคนขี้อายตรงหน้าไม่วางตา

“อ๋อ… ครับ งั้นผมกลับได้แล้วใช่ไหมครับ” ทิมขยับตัวจะลุก

“เดี๋ยวสิ…”

วอร์โอบเอวไว้แน่น มืออีกข้างสอดขึ้นมาที่ต้นคอทิมเบาๆ เลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ช้าๆ จนลมหายใจปะทะใบหน้าหวาน

ทิมหลับตาลงแผ่วเบา พร้อมรับการจู่โจมของอีกฝ่ายอย่างยินยอม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   8 ความในใจ🔞

    “ก็คุณถาม… ผมก็แค่ตอบตามความจริง ถ้าคุณจะเอาผมไปต่อรอง หรือจะขายผม… ก็ตามใจครับ ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว… ขอแค่คุณช่วยดูแลพวกเจ้าเหมียวให้ผมก็พอ… ขอร้องละครับ… ดูแลพวกมันให้ดี… แค่นั้น… ผมยอมทุกอย่างเลย ฮือออ”ทิมยกมือทั้งสองข้างเกาะแขนแกร่งแน่น ร้องขออย่างสิ้นหวัง วอร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะโอบดึงร่างบางเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน ทิ้งความเย็นชาทั้งหมดไว้เบื้องหลังทิมร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น รับรู้ถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ค่อยๆ คลายความตึงเครียดลงในอ้อมแขนของคนที่เขาเผลอไว้ใจไปโดยไม่รู้ตัว“คุณไม่ควรไว้ใจคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานนะครับ”“รอบตัวผมมีใครไว้ใจได้ที่ไหนกัน อึก… คุณเป็นคนเดียวที่ดูแลแมวให้ผม เพราะเจ้าเหมียวพวกนั้นคือเหตุผลที่ผมยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ฮือออ…”“ผมเข้าใจแล้ว ไม่ร้องแล้วนะครับ” วอร์ลูบหลังปลอบเบาๆ จนเสียงร้องไห้ค่อยๆ แผ่วลงทิมขยับถอยออกมาเล็กน้อย มือยังเกาะเสื้อวอร์ไม่ปล่อย ดวงตาแดงก่ำมองขึ้นอย่างประหม่า“คุณ… จะไม่ผลักไสผมแล้วใช่ไหมครับ”วอร์ไม่ตอบทันที เพียงแต่ยกนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่แก้มให้อย่างอ่อนโยน

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   7 เหนื่อยล้าเต็มที

    พรึบ! พรึบ! พรึบ!กระดาษปึกหนาถูกโยนมาตรงหน้า ปลิวว่อนกระจายตกลงบนพื้นหินอ่อนทั่วห้อง“นี่คือประวัติการรักษาทั้งหมดของฉัน ฉันเหลือเวลาอีกแค่สามเดือน รู้ว่าฉันทำไม่ดีกับแกไว้มาก แต่ฉันจะไม่ขอโทษ เพราะทุกสิ่งที่ทำ ก็เพื่อให้แกเข้มแข็งอย่างที่เห็นวันนี้!” ชายชราเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด“การส่งพ่อกับแม่ของผมไปตายเนี่ยนะครับ? ต้องการให้ผมเข้มแข็ง… สละได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง ปู่โหดเหี้ยมเกินไปแล้วครับ!!” มือทิมเกร็งแน่นจนขาวซีด เขาเผลอส่งเสียงดังขึ้นเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึก“แกคิดว่าการเป็นมาเฟียมันง่ายนักหรือไง? ยืนอยู่ที่สูง ต้องคุมคนเป็นร้อยเป็นพัน ไม่ใช่แค่มีอำนาจก็ทำได้ เราต้องเก่งพอ! ต้องโหดพอ! ต้องเหี้ยมพอ… ถึงจะกุมทุกอย่างไว้ในมือได้! แต่พ่อแกอ่อนแอเกินไป ถ้าฉันไม่จัดการเอง แกคิดว่าจะมีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ไหม?”“เพราะพ่อรู้ว่าปู่เป็นแบบนี้ไง! ถึงไม่ยอมให้ผมลำบาก แต่สุดท้าย… พ่อก็สู้ปู่ไม่ได้อยู่ดี” น้ำเสียงของทิมสั่นเครือ ดวงตายังคงจ้องผู้เป็นปู่ไม่วางตา ปนไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนเร้น“ใครใช้ให้มันคิดจะพาแกหนีไปล่ะ! ถ้า

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   6 ข่าวร้าย

    “แหม… เห็นผมหิวล่ะสิ” โยฮันหันไปยิ้มเยาะทิมที่กำลังง่วนกับการชงกาแฟให้ลูกค้าอยู่“จะปาแก้วก็กลัวตกแตกอีก สงสัยต้องปามีดแทน” ทิมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก ทำเอาโยฮันยิ้มแห้ง กลัวว่าเจ้านายจะทำจริง ๆ“หลงตัวเอง ชิ!” สกายหันไปจิกโยฮัน ก่อนจะเดินมาที่เคาน์เตอร์ จัดกาแฟกับเค้กวางในถาดแล้วยกไปเสิร์ฟตามออเดอร์โยฮันมองตามอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะกัดขนมปังในมือแล้วสะบัดอย่างแรงด้วยความไม่พอใจปนอารมณ์ดี“สกาย ฉันฝากดูร้านด้วยนะ จะเอาของไปส่งที่คลินิกหน่อย”“ได้ครับ”ทิมจัดกาแฟและขนมปังใส่ถุงกระดาษอย่างดี เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์เตรียมจะออกจากร้าน“ต้องเอาไปส่งเองเลยเหรอ เพิ่งจะหายป่วย ให้สกายไปส่งให้ก็ได้นี่” โยฮันรีบพูดห้ามขึ้นมา แววตาสงสัยปนน้อยใจลึก ๆ“มันเรื่องของฉัน นายก็รีบกลับไปซะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” ทิมพูดโดยไม่ได้ใส่ใจคนข้างหลังนัก รีบเปิดประตูแล้วเดินออกไปทันทีโยฮันเริ่มสงสัยในความใจดีที่เจ้านายมีให้กับหมอคนนี้ เหมือนมีอะไรมากกว่านั้น จึงรีบเดินออกจากร้านตามไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ณ คลินิกสัตว์“ผมเอากาแฟมา

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   5 เจ้านาย

    ณ คาเฟ่ทันทีที่วอร์ก้าวตามโยฮันเข้ามาถึงด้านในคาเฟ่ ความประหลาดใจและความสงสัยก็ผุดขึ้นทันที‘เจ้านาย’ ที่ชายหนุ่มในชุดสูทเรียกร้องให้ช่วยเหลืออย่างร้อนรนเมื่อครู่ คือทิม เจ้าของร้านคาเฟ่แมวแห่งนี้นี่เอง‘ทำไมเจ้าของร้านคาเฟ่ธรรมดา ถึงมีคนเรียกว่าเจ้านาย และดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ด้วย...’คำถามมากมายซัดเข้ามาในหัว วอร์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงอาการ แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกว่าทิมน่าจะมีเรื่องราวบางอย่าง ยิ่งรวมกับคนที่มาหาเมื่อวาน ก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าทิมไม่ใช่แค่เจ้าของคาเฟ่ธรรมดาแน่นอน ณ ห้องนอนของทิมวอร์กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้เตียง พลางทิ้งคำถามไว้ในใจ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือรักษาอาการป่วยของคนตรงหน้าให้ปลอดภัยก่อนสายตาสำรวจอาการอย่างละเอียด เมื่อเห็นสภาพของทิมที่ใบหน้าแดงก่ำก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาสีหน้านิ่งสุขุมไว้ได้เป็นอย่างดี“ช่วยดูให้หน่อยครับหมอ! พี่เขาเริ่มพูดเพ้อไม่รู้เรื่องแล้วครับ!” โยฮันร้องขอเสียงสั่น มือไม้สั่นเทาไปด้วยความเป็นห่วงวอร์ใช้ที่วัดอุณหภูมิจ่อไปที่หน้าผากของทิม“ไข้สูงข

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   4 ผู้มาเยือน

    “นายกำลังทำอะไรอยู่ ประท้วงชีวิตอย่างนั้นเหรอ นายก็รู้ว่าอำนาจเท่านั้นที่จะคุมทุกคนได้ และทำได้ทุกอย่างอย่างที่นายต้องการ” พสินพูดเน้นย้ำทุกคำ"แล้วอำนาจมันทำให้พ่อกับแม่ฉันฟื้นขึ้นมาได้ไหมล่ะ และมันก็เพราะอำนาจนี่ไงที่ทำให้ทั้งสองท่านต้องจากฉันไปตลอดกาล” น้ำเสียงของทิมแฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง“นายก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ไม่ว่าตอนนี้นายจะรู้สึกยังไง ปู่ของนายก็ยังหวังว่าสักวันนายจะกลับมารับช่วงต่อ”“ฉันไม่ทำ! ใครอยากทำก็ทำไปเถอะ” ทิมปฏิเสธอย่างเด็ดขาดพสินยืดตัวขึ้นจากโต๊ะ เดินตรงเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตาคมกริบจ้องมองดวงตาดุดันตรงหน้า“นายเลือกไม่ได้ตั้งแต่วินาทีที่เกิดมาแล้ว… และนายก็ไม่มีทางที่จะตายหนีหน้าที่ของนายได้ด้วย..!” พสินกระซิบเบาๆ ข้างหู ทิมไม่ได้มีท่าทีถอยหนีแม้แต่น้อย“หมายความว่ายังไง?” ทิมถามกลับอย่างเย็นชา“คิดว่าคนฐานะอย่างนายจะไม่มีใครจับตามองงั้นเหรอ? การที่นายได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแบบนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเองหรอกนะ เพราะมันมีคนคอยปกป้องและตามดูแลนายอยู่ตลอด”เขากระซิบต่อ“ชีวิตที่สงบสุขสำหรับหลานหัวหน้าแก๊งงั้นเหรอ… ต

  • ไม่ขอเกิดเป็นหลานชายมาเฟีย   3 เอาใจใส่

    ทิมสวมเพียงเสื้อยืดตัวบางสีขาว แขนเรียวกอดถุงกระดาษใส่ขนมปังอุ่นๆ ไว้แนบอกเพื่อกันไม่ให้โดนน้ำฝน ก่อนจะก้าวออกจากร้านด้วยความรีบเร่งร่างบางต้องวิ่งฝ่าสายฝนที่พัดแรงจนเสื้อผ้าชื้นเปียกทั่วตัวเกือบทันที กลุ่มผมเส้นเล็กชื้นแฉะแนบติดหน้าผาก แม้จะรู้สึกเย็นจนหนาวสั่น แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมเจ้าแมวที่รักปึ้ก.. ปึ้ก..เมื่อถึงหน้าคลินิก ทิมรีบเคาะประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับส่ายตัวเพื่อสะบัดน้ำฝนออกบ้างพรึบ…!ประตูเปิดออก เผยให้เห็นวอร์ที่ยืนมองด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของผู้มาเยือนภายในคลินิกบรรยากาศภายในอบอุ่นและแห้งสบาย มีกลิ่นยาฆ่าเชื้อบางๆ ตัดกับสภาพอากาศภายนอกอย่างชัดเจน"มาทำไมตอนฝนตกหนักขนาดนี้ครับ?" วอร์ถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด สายตามองสำรวจร่างกายที่เปียกจนเสื้อผ้าแนบติดเนื้อ เผยให้เห็นรูปร่างบางทิมยิ้มกว้าง ร่างสั่นเล็กน้อยจากความหนาว ก่อนจะยื่นถุงกระดาษที่ยังคงมีความอุ่นอยู่ออกมาให้"ผมมาเยี่ยมฮันนี่ครับ แล้วก็เอาขนมปังมาให้คุณหมอด้วย เผื่อว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไร ร้านข้าวก็ปิดหมดแล้ว ผมอุ่นมาให้แล้วนะ"วอร์รับถ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status