ระหว่างที่คนเจ็บยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจนเกือบจะหายดี ก็มีญาติ พี่น้อง และเพื่อนแวะเวียนมาเยี่ยมไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเพื่อนอย่างไอ้ ฟีนิกซ์ ที่แวะเวียนมานั่งเล่นด้วยแทบทุกวันหรือไม่ก็มาเช็กว่าเขาตายหรือยัง วันนี้มันก็มาอีกไม่รู้ว่าไม่มีงานการทำกันหรือยังไง แถมยังไปพาพระทิศเหนือ เพื่อนซึ่งกำลังบวชอยู่มาด้วย
พอเห็นเพื่อนที่เป็นพระเฉินก็รีบยกมือไหว้ มีแค่ตอนนี้แหละที่เพื่อนดูน่าเคารพที่สุด ก่อนจะบวชทำแต่เรื่องไม่ดีมาด้วยกันมาก็เยอะ จนกระทั่งทิศเหนือถูกเมียทิ้งเรียกได้ว่าเพื่อนเสียใจจนต้องหันหน้าเข้าทางธรรม เพื่อสงบจิตใจ
"นมัสการครับหลวงเพื่อน"
"เจริญพรเถอะโยมเฉิน"
“แล้วพระมายังไงครับ”
“โยมฟีนิกซ์ไปนิมนต์มา”
“แล้วพระไม่ปฏิเสธล่ะครับ”
“ไม่ได้หรอกโยม พระปฏิเสธไม่ได้”
“ไอ้ฟีนิกซ์มึงไปพาพระมาด้วยทำไมเนี่ย รบกวนพระอีก”
“กูเป็นห่วงมึงไง พาพระมาให้ศีลให้พรมึงถึงโรงพยาบาลเลยจะได้หายไวๆ หรือถ้าตายก็พร้อมสวดส่ง” นั่นปากคนหรือปากหมาไม่แน่ใจ จริงๆ คนอย่างไอ้ฟีนิกซ์นี่นรกอาจจะส่งมันมาเกิดพร้อมกับหมา ถึงได้มีฝูงหมาอยู่ในปากมัน
“อย่าให้ถึงทีมึงล่ะ กูจะนิมนต์มาทั้งวัดพร้อมสวดอภิธรรมสามวันสามคืน” ไอ้ฟีนิกซ์ไหวไหล่ไม่ยี่หระ คนอย่างมันสนใจซะที่ไหน ด่าไปก็เท่านั้นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของแท้ แถมมันยังไปนั่งกินผลไม้ที่เขาเอามาเยี่ยมผู้ป่วยอย่างสบายใจเฉิบที่โซฟา ไอ้นี่มันสันดานเสียแก้ไม่หายจริงๆ ทำอะไรก็รกหูรกตาไปหมดจริงๆ มันเนี่ย แต่ก็เลิกคบไม่ได้เลิกคบมันไปก็ไม่มีใครคบเราแล้ว
“ไปตายอดตายอยากจากไหนมาล่ะนั่น ที่บ้านไม่มีแดกเหรอ ถึงมาแดกของเยี่ยมคนอื่น”
“มีตั้งเยอะ แบ่งๆ บ้าง อย่างก กินไม่หมดเดี๋ยวมึงก็ทิ้ง น่าเสียดาย” พูดขณะที่ของกินยังเต็มปาก กินมูมมามตะกละตะกลามถ้าของกินติดคอมันตายจะไม่สงสัยเลย ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมาจากตระกูลผู้ดีเก่า ไม่เหลือเค้าผู้ดีในตัวมันเลย
พระเหนือนั่งลงเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วย ก่อนจะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตามประสาเพื่อนสนิท
“แล้วไปทำอะไรมาล่ะโยมเฉิน รอบนี้เจ็บหนักเลยนะ” พระเหนือมองใบหน้าเพื่อนที่เขียวจ้ำ ปากแตกคิ้วแตก หัวพันผ้าพันแผล ได้ยินมาว่าถูกแทงด้วย
“ไปเก็บดอกเหมือนเดิมแหละครับพระ แต่ดันมีคนไม่พอใจ” เพราะเฉินไปเก็บเงินกับลูกหนี้ของเขาตามปกติและไปดูลาดเลาพื้นที่ว่าจะเปิดบ่อนใหม่แถวๆ นั้นด้วย แต่การกระทำของเขาก็ดันไปขัดแข้งขัดขากับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ที่ปล่อยกู้เหมือนกัน เพราะเฉินเก็บดอกเบี้ยไม่แพงไม่นักก็เหมือนไปตัดหน้าเขา ทำให้ฝ่ายนั้นไม่พอใจเลยถูกลอบทำร้าย แล้ววันนั้นก็ดันพาลูกน้องไปแค่สองคน เขาก็พยายามวิ่งหนีเอาตัวรอดจนกระทั่งมาหมดแรงตรงสวนยาง เกือบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกัน ถ้าไม่มีคนมาช่วยก็ได้ตายตรงนั้นแล้ว
“เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นบ้างหรือยัง”
“ก็ดีขึ้นแล้วครับ สองสามวันก็กลับได้แล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นอาตมาก็โล่งใจ ที่โยมปลอดภัย"
แต่พอนึกถึงเรื่องตายก็จำได้ว่า ในเวลานั้นเขาได้เห็นนางฟ้า ก่อนจะถามพระเรื่องนี้ด้วยความสงสัยว่าสรุปนรกสวรรค์มีจริงไหมเพื่อที่บวชเป็นพระน่าจะมีความรู้ในเรื่องนี้บ้างเห็นพระชอบสอนว่าทำดีได้ไปสวรรค์ ทำชั่วแล้วตกนรก นางฟ้าที่เห็นวันนั้นของจริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงแค่ภาพหลอน
“พระครับ สวรรค์มีจริงไหมครับ”
“อาตมาไม่รู้หรอกโยม อาตมายังไม่เคยตาย เลยยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน” ตอบแบบนี้นี่ ถ้าไม่ติดว่ายังบวชเป็นพระอยู่นะ
“แต่วันนั้นผมเห็นนางฟ้า” เขาว่ากันว่า ช่วงเวลาที่ใกล้ตายจะทำให้เรามองเห็นโลกหลังความตายได้
“สวยไหม หน้าตาเป็นไง” ไอ้คนขี้เสือกพูดแทรกขึ้นมาทันที
“หน้าขาวๆ ปากแดงๆ คิ้วโก่งๆ แต่ไม่ใช่สเป็กว่ะ นึกว่านางฟ้าจะสวยกว่านี้” แต่ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าใจมันสั่นๆ หรือบางทีตอนนั้นเขาอาจจะใกล้ตายไหมก็ไม่แน่ใจ
“มึงแน่ใจนะว่านั่นคือนางฟ้า” ไอ้ฟีนิกซ์ได้ยินถึงกับเอะใจ นั่นนางฟ้าหรือผีนางรำ ทำไมเพื่อถึงคิดว่าเป็นนางฟ้าได้ สงสัยสมองกระทบกระเทือนหนัก การรับรู้เลยเพี้ยนไปหมดแล้ว
“มึงไม่เคยเห็นรูปวาดในวัดเหรอ ไม่นางฟ้าตรงไหน”
“ไม่ใช่นางฟ้าหรอกที่มึงเจออะ ผีชัดๆ คนเหี้ยแบบมึงไม่ได้ขึ้นหรอกสวรรค์ ตายปุ๊บนรกคงสูบมึงลงไปก่อนแล้ว”
“อืม ลงไปหามึงที่รออยู่ไง ไอ้เวร” นี่ถ้าไม่ติดว่ายังบาดเจ็บอยู่คงได้วางมวยกับไอ้เพื่อนเหี้ยนี่อย่างแน่นอน อยากรู้จริงๆ มันอยู่รอดปลอดภัยโตมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไง โดยไม่ตายคาตีนคนอื่นก่อน แต่คิดว่าถ้าปากมันยังเป็นแบบนี้น่าจะอยู่ไม่ทันใช้เบี้ยคนชราแน่
“อย่าถือสาโยมฟีนิกซ์เลย อันไหนปล่อยวางได้ก็ปล่อยนะโยมเฉิน” ส่วนเพื่อนคนนี้ก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าจะเปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้ เสียศูนย์ไปเลยเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ก็เรียกได้ว่าเพื่อนได้รับผลจากสิ่งที่ทำกับผู้หญิงคนนั้นมากกว่า
"ส่วนเรื่องนรกสวรรค์ อาตมาไม่รู้ ถ้าตอบว่ามีแล้วไม่มีขึ้นมาจริงๆ เดี๋ยวก็จะมาว่าได้ว่าอาตมามุสา"
“ครับ ว่าแต่หลวงเพื่อนจะบวชนานไหมครับ”
“ก็สักพรรษาแหละ บวชนานไปก็สงสารโยมพ่อกับโยมแม่ อายุเยอะแล้วไม่มีใครช่วยทำงาน”
“ก็ให้พ่อกับแม่เรียกน้องไอมาช่วยทำงานสิครับพระ” เฉินถึงกับหันขวับไปทางไอ้ฟีนิกซ์ตัวดี มันเนี่ยพูดไม่ดูเวลาล่ำเวลาเลยจริงๆ
“อึก” พระเหนือถึงกับสะอึก ก็ผู้หญิงที่ทำให้เพื่อนตัดสินใจบวชคือ ไอริน ความปากพล่อยของไอ้ฟีนิกซ์ยังไม่หยุดทำงาน กับพระกับเจ้ามันก็ไม่เว้น ดันไปจี้ใจดำพระนรกจะกินกบาลมันโดยแท้
“ไอ้ฟีนิกซ์มึงไม่พูดก็ไม่มีใครว่ามึงเป็นใบ้นะ”
“ขอโทษครับพระ”
“ไม่เป็นไร อาตมาไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” ขณะที่พูดไปก็เสียงสั่นๆ รู้เลยว่าพระยังทำใจไม่ได้
“เห็นโยมเฉินปลอดภัยก็ดีแล้ว อาตมาขอตัวไปกวาดลานวัดก่อนนะ” สีหน้าเศร้าของพระทำเอาเพื่อนทั้งสองเป็นห่วงโดยเฉพาะไอ้ฟีนิกซ์ ที่เป็นคนพูดไม่คิดเอง
“จะกลับแล้วเหรอครับ”
“ใช่ ตอนนี้ลานวัดใบไม้คงเกลื่อนแล้วล่ะ” เฉินยกมือไหว้ลาพระทิศเหนือก้อนที่พระจะเดินออกจากห้องไป ไอ้ฟีนิกซ์ทำหน้าเสียเพราะรู้ว่าปากไม่ดี
“ใข่เรื่องเล่นไหมไอ้ฟีนิกซ์”
“เออ กูก็ลืมไง”
“มึงรีบไปส่งพระเลย”
“เออๆ เดี๋ยวกูกลับมาเยี่ยมมึงใหม่นะ”
“หลวงเพื่อนรอด้วยครับ!!” ฟีนิกซ์รีบวิ่งตามหลวงเพื่อนไป ตอนนี้ในห้องพักผู้ป่วยก็กลัวสู่ความสงบอีกครั้ง ก่อนที่มือถือของมาเฟียหน้าปูดแต่ก็ยังหล่อจะดังขึ้น พร้อมกับโชว์ชื่อของลูกน้องอย่างไอ้จ๊อด กับไอ้แจ๊ด ที่ออกจากโรงพยาบาลได้ปุ๊บก็ขยันไปทำงานเลยมันก็ไปทั้งไม้ค้ำยันขาใส่เฝือกอย่างนั้นแหละ สงสัยจะต้องเพิ่มเงินเดือนให้พวกมันหน่อยแล้ว
“มีอะไร”
(ลูกพี่ครับ มีคนขอกู้เงินลูกพี่ครับ)
“ก็ปล่อยไปดิ ถามทำไมอีก ก็ให้มึงสองคนดูแลเรื่องเงินกู้ไปแล้วไง จะให้ใครกู้ก็แค่ดูดีๆ”
(แต่คนนี้ขอกู้วงเงินสูงครับลูกพี่ เลยอยากปรึกษาครับ)
“เท่าไหร่”
(ล้านนึงครับ)
“ไม่ต้องให้ ล้านนึงพวกนั้นไม่มีปัญญาจ่ายหรอก”
(แต่คนนี้คือเจ๊ศรีครับเฮีย เป็นเจ้ามือหวยประจำอำเภอ พอดีเจ๊แกจะเอาเงินไปจ่ายคนที่ถูกหวยที่เจ้าพ่อหนองนาน้อยให้ครับลูกพี่) ชื่อไอ้เจ้าพ่อนี่แม่งมาอีกแล้ว เป็นมิจฉาชีพแท้ๆ แต่ดันให้หวยแม่นไปอีก
(แต่เจ๊แกจะทยอยส่งต้นดอกให้หลังวันหวยออกเพราะเก็บค่าหวยได้ครับ เพียงแค่ช่วงนี้เจ๊บอกหมุนเงินไม่ทันครับ) พอคิดไปคิดมาเงินเท่านี้สำหรับเขาเพียงดีดนิ้วก็หาได้จะปล่อยกู้ก็ไม่ได้เสียหาย แถมเป็นเงินก้อนใหญ่ย่อมได้กินดอกเบี้ยเยอะ
“งั้นก็ปล่อยกู้ไป พวกมึงก็คอยเก็บทั้งต้นทั้งดอกให้ครบก็พอ ให้มันส่งให้ตรงตามที่ตกลง ถ้ามันเบี้ยวก็จัดการ”
(ครับลูกพี่)