ตลาดสดหนองนาน้อย
ช่วงเช้าในวันหยุดเจ๊ศรีชวนลูกสาวอย่างเต้าหู้มาจ่ายตลาดด้วยกันเพราะพรุ่งนี้เป็นวันพระใหญ่แถมยังเป็นวันหวยออกด้วย เจ๊ศรีคิดเอาไว้ว่าจะซื้อของเพื่อเตรียมไปทำบุญชุดใหญ่ที่วัดในช่วงเช้า เพื่อเสริมสิริมงคล เพื่อเตรียมรับเงินเข้ากระเป๋าแบบไม่ต้องได้จ่ายออก
ลูกสาวที่ตื่นเช้าทำหน้าบูดเป็นตูดลิง วันหยุดทั้งทีแทนที่จะได้ตื่นสาย ต้องมาตื่นตีสี่ตีห้าจ่ายตลาดกับแม่ แถมอาบน้ำแต่งตัวยังไม่ทันจะได้แต่งหน้าแม่ก็ลากออกจากบ้านแล้ว บอกว่าเดี๋ยวไปสายของดีๆ จะหมดเสียก่อน เต้าหู้เลยต้องหน้าสดแข่งกับปลาที่ตลาด คนสวยเบื่อ
“ทำหน้าให้สวยๆ หน่อย นี่มาซื้อของเตรียมไปทำบุญนะ เดี๋ยวชาติหน้าก็เกิดมาขี้เหร่หรอก”
“ชาตินี้สวยมากแล้ว ชาติหน้าขี้เหร่บ้างก็ได้ไม่เป็นไร”
“เฮ้อ เบื่อคนสวยจริงๆ”
ขณะที่เจ๊ศรีกำลังจะเดินไปทางเขียงหมูของพ่อจีจี้ ก็เห็นว่ามีชายชุดดำสองคนยังใช้ไม้ค้ำยันเพราะขาที่ยังใส่เฝือกเดินแจกใบปลิวอะไรสักอย่าง ท่าทางดูไม่น่าไว้ใจ คนอะไรใส่แว่นดำมาเดินตลาดช่วงเช้ามืด มีคนปกติที่ไหนเขาทำกัน พอเห็นว่าผู้ชายสองคนนั้นเดินจากไปแล้ว ด้วยความอยากรู้เจ๊ศรีเลยเดินเข้าไปซื้อหมูพร้อมกับถาม เฮียเกียง พ่อของจีจี้
“เฮียๆ ผู้ชายสองคนก่อนหน้า เป็นใครเหรอ”
“อ๋อ พวกปล่อยเงินกู้ ถ้าสนใจจะเอาใบปลิวไว้ไหม เฮียได้มาสองใบ”
“ไม่เอาดีกว่าเฮีย เอามาก็ไม่รู้ว่าจะกู้เงินไปทำอะไร แถมดอกพวกนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ ว่าโหดแค่ไหน” พวกปล่อยกู้นอกระบบนั้นคิดดอกเบี้ยที่แพงกว่าธนาคารอยู่แล้ว ถึงสะดวกกว่าที่ไม่ต้องใช้เอกสารอะไรให้ยุ่งยาก แต่ว่าถ้าเกิดไม่มีจ่ายขึ้นมาจริงๆพวกมันก็ตามทวงตามราวีไม่หยุดแน่นอน เห็นหลายคนแล้วที่ถึงขั้นต้องย้ายบ้านหนีเจ้าหนี้ก็มี
“จริงด้วย อย่างเจ๊ศรีมีเงินเยอะอยู่แล้ว คงไม่ต้องกู้หรอก”
“ไม่ได้เยอะอะไรหรอก ก็พอมีพอใช้แหละเฮีย”
“ระดับเจ้ามือหวยแล้วคงไม่ใช่มีแค่พอใช้มั้ง วันหลังก็ปล่อยกู้ดูบ้างสิ” เฮียเกียงลองเสนอการหารายได้ทางอื่นให้กับเจ๊ศรี ตอนแรกเธอก็มีคิดอยู่บ้างว่าจะทำปล่อยกู้แล้วคอยนั่งกินดอกเบี้ยไปวันๆ แต่คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า
“ไม่เอาล่ะ แค่คนยืมไม่คืนทุกวันนี้ก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้วเฮีย ตอนมายืมนี่ร้องไห้แทบกราบฉัน พอไปทวงกลายเป็นฉันจะกราบมันแทน” เจ๊ศรีก็คุยและบ่นไปตามประสาของแก มีคนชอบมายืมเงินตลอดถามว่าให้ไหมก็ให้ เพราะเจ๊ศรีเป็นคนที่ขี้สงสารคนอื่น พอเห็นคนเดือดเนื้อร้อนใจก็อดไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปช่วย ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะโดนหักหลัง หรือโดนโกงเจ๊แกก็หาได้สนใจเจ็บแล้วก็จำจะไม่ช่วยคนเดิมที่ทำไม่ดีเท่านั้นเอง
สิ่งที่เต้าหู้เบื่อที่สุดในการมาตลาดกับแม่ก็คือ การที่แม่เม้าท์มอยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนี่แหละ แวะร้านไหน ก็ชวนคุยตลอด จากที่จะได้กลับบ้านเร็วๆ กลายเป็นว่าออกบ้านเช้ามืดกลับบ้านอีกทีก็ฟ้าสาง นี่เจ๊แกมาจ่ายตลาดหรือมาหาเพื่อนคุย แต่คุยไปคุยมาก็ได้นู่นนี่นั่นแถมมาด้วยตลอดหรือนี่จะเป็นแผนของเจ๊ศรีตั้งแต่แรกก็ไม่แน่ใจ
หลังจากที่ซื้อของทุกอย่างเสร็จหมดแล้วทั้งสองแม่ลูกก็กลับบ้านเต้าหู้ก็ขึ้นไปแต่งหน้าให้สวย และเช่นเคยวันหยุดแบบนี้ก็มีนัดไปนั่งเล่นที่ค่ายมวยกับเพื่อนสาวตามเดิม
“มีอะไรดีนะไอ้ค่ายมวยเนี่ย ไปแทบทุกวัน ไปซ้อมมวยเหรอ เมื่อไหร่จะได้ขึ้นชก ฮะ?” แม่ที่รู้อยู่แล้วว่าลูกสาวจะออกไปไหนก็เอ่ยแซว แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรมากเพราะรู้ว่าลูกสาวนั้นติดเล่นกับเพื่อน และรู้ดีว่าลูกสาวนั้นเป็นคนแบบไหน เลยไม่ได้ห่วงเรื่องผู้ชายมาก เห็นแต่งหน้าแต่งตัวแต่ก็ไม่เคยมีเรื่องเสียหาย เพราะเลี้ยงมาแบบเหมือนเป็นเพื่อน พอมีเรื่องอะไรก็ไม่เคยปิดบัง คุยกันตลอด
“แค่ไปนั่งเล่นเฉยๆ สวยแบบนี้โดนต่อยมาตาเขียวไม่คุ้มค่ะ”
“จ้า แม่นางเต้าหู้คนงาม” ว่าเน้นเสียงอย่างหมั่นไส้ ไอ้ความมั่นนี้ลูกฉันได้แต่ใดมา
“วันนี้กลับมาเร็วหน่อยก็ดี มาช่วยทำกับข้าว ทำขนมไปทำบุญ”
“จ้าๆ” ก่อนจะไปก็ไม่วายแบมือขอตังค์เหมือนเดิม และเจ๊ศรีก็ควักให้ไปตามระเบียบ หลังรับเงินจากแม่มาได้ก็เอามอเตอร์ไซค์คู่ใจออกมาเตรียมขึ้นขี่ หูก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เสียงนี้มาอีกแล้วมาพร้อมกับเสียงน้ำที่เปิดรดต้นไม้
“เต้าหู้คนสวยจะไปไหนแต่เช้าเลย” ป้ามอย ฉายาป้าข้างบ้านที่แท้จริงเอ่ยเรียกแบบนี้ไม่ได้มีเรื่องดีๆ จะถามแน่นอน เอาล่ะเต้าหู้สูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสติเตรียมรับคำถามจากป้าข้างบ้านและหาทางตอบ
“ไปบ้านเพื่อนจ้ะ”
“ดีจังเลยเนาะ ได้เที่ยวได้เล่นไม่ต้องลำบากลำบนหาเงิน เนี่ยตอนป้าอายุเท่านี้ลำบากมากต้องช่วยพ่อช่วยแม่หาเงิน ไม่ได้มีเวลามาเที่ยวเล่นสบายยๆ แบบนี้หรอก” ดอกแรกมาแล้ว แต่มีเหรอที่คนอย่างเต้าหู้จะยอม
“โหจริงเหรอจ๊ะ ชีวิตป้ามอยนี่น่าสงสารมากเลยเนาะ ฉันเนี่ยโชคดีจริงๆ ที่แม่รวย เลยไม่ได้ลำบาก” ยัยป้ามอยเริ่มชักสีหน้าใส่ หึ เริ่มก่อนเองแท้ๆ พอโดนสวนกลับบ้างทำมาเป็นโกรธ สงครามยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหารค่ะป้า
“แล้วนี่ไปบ้านเพื่อนที่ไหนล่ะ หรือว่าบ้านแฟน” นั่นป้ามอยเอาอีกแล้ว
“ป้าว่ายังเรียนอยู่เลยอย่าพึ่งรีบมีแฟนสิ เกิดท้องขึ้นมาก็เป็นภาระพ่อแม่อีกมันไม่คุ้มนะเต้าหู้” นี่ป้าเล่นแบบนี้เลยเหรอ คำพูดป้ามอยทำเอาเลือดนักสู้ในตัวมันพลุ่งพล่าน ไม่ได้ยกนี้เต้าหู้ต้องชนะ
“ตอนนี้ป้ามอยอายุเท่าไหร่จ๊ะ” เด็กสาวตีหน้าใสซื่อถามเรื่องอายุไป ทำเอาคนที่แก่กว่าถึงกับขมวดคิ้วงงว่าถามเรื่องนี้ทำไม
“สี่สิบสี่”
“แล้วลูกสาวคนโตอายุเท่าไหร่นะจ๊ะ”
“สามสิบ แล้วเอ็งจะถามไปทำไมรึเต้าหู้”
“อยากรู้น่ะสิว่าป้ามีลูกตอนเท่าไหร่” เต้าหู้นับนิ้วมือบวกลบอายุป้ามอยกับลูกสาวดูว่าห่างกันเท่าไหร่สรุปก็คือ
“โหป้า!! มีลูกตอนอายุสิบสี่เองเหรอเนี่ย ตอนป้ามอยมีลูกคนแรกนี่เด็กกว่าหนูอีกนะ!” ป้ามอยไม่พอใจเริ่มขึ้นเสียงทำหน้าไม่สบอารมณ์
“นั่นมันสมัยก่อน ไม่เหมือนกัน”
“แต่ลูกสาวป้าก็มีลูกแล้วไม่ใช่เหรอ แถมเป็นรุ่นพี่หนูอยู่ปีหนึ่งด้วยอายุก็น่าจะสิบหก สรุปก็คือ ลูกป้าก็มีลูกตอนสิบสี่เหมือนกันใช่ไหมจ๊ะ ว่าแต่ลูกสาวคนโตป้าไปไหนนะตั้งแต่หนูเกิดมายังไม่เคยเห็นหน้าเลย เห็นแต่หน้าหลานป้าเนี่ย” ทำตาแป๋วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มที่ยียวนจนป้ามอยไม่ตอบพร้อมปิดประตูบ้านเข้าไป
หึ คิดจะมาสั่งสอนลูกคนอื่นเอาครอบตัวตัวเองให้รอดก่อนป้า
เมื่อสงครามฝีปากกับป้าข้างบ้านจบลงเต้าหู้ก็บึงมอเตอร์ไซค์ไปรับจีจี้เพื่อไปที่ค่ายมวย เสียเวลากับคนประสาทแดกหน่อยแต่ก็คุ้มเพราะเธอชนะ
.
.
รางวัลที่หนึ่งงวดวันที่ 16 เมษายน พุทธศักราช 25XX
เลขที่ออก…….