Compartilhar

บทที่ 8

Autor: ชาชา
บทที่ 8

เธอกำลังจะอ้าปากพูด แต่จู่ ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เด็กสองคนกำลังเล่นสเก็ตบอร์ดไล่หยอกล้อกัน พุ่งตรงมาทางสระว่ายน้ำ ทั้งคู่ไม่เห็นว่ามีคนยืนอยู่ข้างหน้า พอรู้ตัวก็เบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนจนทำให้อวี้เยียนซู่ที่ยืนอยู่ข้างสระตกลงไปในสระน้ำทันที

ได้ยินเพียงเสียง “ตู้ม” ดังขึ้น น้ำในสระกระเซ็นเป็นวงกว้าง ฉินจื่ออี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้ทันที โดยไม่ทันสนใจเด็กสองคนนั้นที่ก่อเรื่อง ก็เตรียมจะกระโดดลงไปช่วยคน แต่กลับมีเงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านข้างตัวเธอไปอย่างรวดเร็ว

จากนั้นก็มีแรงมหาศาลพุ่งเข้ามา ฉินจื่ออี้ถูกชนจนถอยหลังเซไปสองก้าว พอตั้งหลักได้แล้วจึงมองเห็นชัดว่า คนที่รีบร้อนพุ่งเข้ามานั้นคือ เส้าสวินฉือ

เขาถอดเสื้อนอกออกโดยไม่ลังเล ก่อนจะกระโดดลงสระว่ายน้ำทันที หลังจากช่วยอวี้เยียนซู่ขึ้นมาแล้ว จึงขมวดคิ้วแน่น หันมองไปทางฉินจื่ออี้

“เกิดอะไรขึ้น?”

ยังไม่ทันได้เอ่ยคำอธิบายออกมา อวี้เยียนซู่ที่คลุมเสื้อนอกของเขาอยู่ก็พลันเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

“เป็นความผิดของฉันเอง ที่ทำให้จื่ออี้โกรธ เธอเลยผลักฉันลงน้ำ โชคดีที่ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก คุณอย่าโทษเธอเลยนะ…” น้ำเสียงอ่อนหวานน่าสงสาร แฝงไปด้วยความน่าเวทนา พร้อมกับท่าทางที่สั่นเทา ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นมองเห็นภาพนั้นอย่างชัดเจน

และทันทีที่เขาได้ยินคำอธิบายของเธอ ที่เรียกว่าแก้ตัวแต่แท้จริงคือการปักความผิด สายตาที่เต็มไปด้วยการตำหนิก็พุ่งตรงมายังเธอทันที

“ฉันไม่ได้ผลักเธอ ไม่ใช่ฉันที่ทำ เป็น…” เธอส่ายหน้า พยายามอธิบายเพื่อล้างตัวเอง พลางหันไปมองหาเด็กสองคนนั้นที่ก่อเรื่อง แต่เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นเงาของทั้งสองคนนั้นอยู่เลย ชั่วขณะหนึ่ง ฉินจื่ออี้ก็พูดอะไรไม่ออก

เพียงชะงักไปครู่เดียว เธอก็ไม่มีโอกาสได้อธิบายอีก

“ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วจะเป็นใคร? ฉันเหรอ? หรือว่าเธอจะบอกว่า เยียนซู่ตกลงไปเองโดยไม่ตั้งใจ?”

“ฉินจื่ออี้ ตอนแรกฉันคิดว่าเธอแค่เอาแต่ใจนิดหน่อย แต่ตอนนี้ดูแล้ว เธอนี่มันไร้การอบรมสิ้นดี!”

ราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางสมองของเธอ

คำพูดเมื่อกี้…คุณอาเป็นคนพูดเหรอ พูดว่าเธอ…ไร้การอบรม

ทั้งที่เขารู้ดี หลังจากพ่อแม่เธอเสียไป สิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็คือการได้ยินคำพูดแบบนี้ ตอนเรียนหนังสือพวกเด็กคนนั้นรังแกเธอ ก็มักจะด่าว่าเธอว่า “มีแม่ให้กำเนิด แต่ไม่มีแม่สั่งสอน” ตอนนั้นคนที่ยืนออกหน้าปกป้องเธอก็ชัด ๆ ว่าเป็นเขาเองนี่นา

แต่ตอนนี้ กลับเป็นเขาเองที่ใช้คำพูดนี้เป็นมีดคม กรีดแทงเข้ามาที่เธอด้วยมือตัวเอง

ริมฝีปากของเธอสั่นไหว พึมพำเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่หยุดฟังอีกต่อไป กลับอุ้มอวี้เยียนซู่ขึ้นมาแล้วเดินจากไปทันที

เมื่อเจ้าของงานต่างจากไปแล้ว งานเลี้ยงก็ย่อมไม่มีเหตุผลจะดำเนินต่อ ผู้คนต่างพากันทยอยแยกย้ายไป ส่วนฉินจื่ออี้กลับบ้านเพียงลำพังอย่างเหม่อลอย ราวกับคนไร้จิตวิญญาณ

ทั้งคืนเธอแทบไม่ได้นอน โทรหาเขาแล้วก็ส่งข้อความไป หวังจะอธิบายให้ชัดเจน แต่เวลาผ่านไปทั้งคืนแล้ว เส้าสวินฉือก็ยังไม่สนใจเธอเลย

จนกระทั่งรุ่งเช้าของวันถัดมา ตอนฟ้าเพิ่งเริ่มสาง เขาถึงได้พาอวี้เยียนซู่กลับมาที่วิลล่า

“คุณอา ฉันไม่ได้ผลักเธอจริง ๆ ตอนนั้นมีเด็กสองคนกำลังเล่นกันแล้วเผลอชนจนเธอตกลงไปต่างหาก!”

พอเห็นพวกเขากลับมา ฉินจื่ออี้ก็รีบเดินเข้าไปอธิบาย แต่เขายังคงไม่พูดอะไรสักคำ ดึงมืออวี้เยียนซู่เดินผ่านเธอไปตรง ๆ แม้แต่จะหันมามองเธอสักนิดก็ยังไม่มี

เธอเร่งฝีเท้าขึ้นไม่กี่ก้าวไปยืนขวางหน้าเขาอีกครั้ง พออ้าปากพูด ดวงตาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที

“คุณอาเชื่อฉันสักครั้งได้ไหม เมื่อก่อนคุณ…เชื่อใจฉันมากนะ”

เมื่อเสียงที่สะอื้นปนอยู่ดังขึ้น เขาถึงได้หยุดฝีเท้าลงในที่สุด

เมื่อก่อนฉินจื่ออี้มีญาติอยู่เพียงคนเดียวคือเส้าสวินฉือ ขาเพียงคนเดียวก็ให้ทุกอย่างที่เธอต้องการกับเธอ

ทุกครั้งที่เกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาก็มักจะเชื่อคำพูดของเธอโดยไม่มีเงื่อนไข

เธอเคยถามเขาเหมือนกันว่า ทำไมทั้งที่คนอื่นต่างบอกว่าเธอโกหก เขาถึงยังเชื่อเธอแบบนั้น ตอนนั้นเขาตอบว่า “อี้อี้ เธอเป็นคนที่ฉันเลี้ยงดูมากับมือ ฉันอาจไม่รู้จักนิสัยของคนอื่น แต่จะไม่รู้จักว่าเธอเป็นคนแบบไหนได้ยังไง?”

แต่ตอนนี้ เขากลับยืนนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้นอยู่นาน สุดท้ายก็ยื่นมือออกมาแล้วผลักฉินจื่ออี้ออกไปทันที

“หลบไป!”

เขาไม่ได้ออกแรงมาก แต่เธอกลับเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วล้มลงกับพื้น พอเห็นว่าเธอล้มลงง่ายดายขนาดนี้ เส้าสวินฉือก็ใจหายวาบ รีบเข้าไปพยุงทันที รีบเข้าไปพยุงทันที แต่พอมือสัมผัสถึง กลับพบว่าร่างของเธอเย็นเฉียบผิดไปจากคนปกติ

“ทำไมตัวเธอถึงเย็นขนาดนี้?”

ในน้ำเสียงของเขามีความเป็นห่วงที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด พอเห็นฉินจื่ออี้อึกอักพูดอะไรไม่ออก เขาก็รีบคว้ามือเธอมาจับไว้ แต่กลับต้องชะงักงันด้วยความตกตะลึง เพราะเขากลับไม่สามารถคลำชีพจรของเธอได้เลย!

เขาเพิ่งจะอ้าปากเตรียมถาม แต่อวี้เยียนซู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเส้าสวินฉือมาตลอดกลับเอ่ยขัดขึ้นก่อน “จื่ออี้ ต่อให้เธอจะไม่พอใจที่สวินฉือคอยอยู่กับฉัน ก็ไม่ควรแกล้งป่วยเพื่อให้เขาเป็นห่วงเธอแบบนี้นะ!”

พอคำพูดนี้หลุดออกมา ความเป็นห่วงในใจของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธทันที “เธอผลักเยียนซู่ลงสระยังไม่พอ ยังจะแกล้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากฉันอีกเหรอ? ตอนนี้วิธีเดียวที่เธอจะได้รับการให้อภัยจากฉัน ก็คือไปขอโทษเยียนซู่!”

เข็มนาฬิกาบนผนังยังคงเดินไปทีละวินาที ความเศร้าที่บอกไม่ถูกเอ่อล้นขึ้นในใจ เวลาของเธอเหลือไม่มากแล้ว ยังจะต้องเสียไปกับการบาดหมางแบบนี้อีกเหรอ?

ฉินจื่ออี้หน้าซีดเผือด ไม่ได้อธิบายต่ออีก “ได้ ฉันขอโทษ”

พูดจบ เธอก็ลุกขึ้น ก้มหน้าต่ำ ดวงตาแดงก่ำ เอ่ยขอโทษอวี้เยียนซู่เบา ๆ หนึ่งครั้ง จากนั้นถึงเงยหน้าขึ้นมองเส้าสวินฉืออีกครั้ง

ครั้งนี้ ในดวงตาของเธอหลงเหลือเพียงความนิ่งเฉยว่างเปล่าราวกับน้ำตายเท่านั้น

“คุณอา ตอนนี้คุณยกโทษให้ฉันได้หรือยัง?”

แม้จะได้คำขอโทษอย่างที่ต้องการแล้ว แต่เส้าสวินฉือกลับไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย

เพราะเด็กสาวตรงหน้า ราวกับได้รับความอยุติธรรมอย่างหนัก จนดูเศร้าเสียใจเหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ

สีหน้าของเขามืดครึ้มถึงขีดสุด ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะเอ่ยออกมาอย่างเย็นชาเพียงคำว่า “อย่าให้มีครั้งหน้า!”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 24

    บทที่ 24สุดท้ายแล้วจี้สวินฉือก็จากไปแล้วหลังจากอวี๋จื่ออี้จัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลด้วยตัวเองเสร็จได้ไม่นาน เขาก็ได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลที่เธอโอนมาให้เดิมทีเขาไม่อยากรับเงินนั้นไว้ แต่คำพูดถัดมาของเธอกลับทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้อีก“รุ่นน้อง ยังไงฐานะทางบ้านนายก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว อย่าฝืนตัวเองเกินไปเลย ค่ารักษาของฉันฉันจ่ายเองได้อยู่แล้ว ถ้าทำให้นายต้องไปทำงานพิเศษเพิ่มอีกเพราะฉัน ฉันก็รู้สึกไม่สบายใจเหมือนกัน”จี้สวินฉือก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วน บางทีอาจเป็นเพราะช่วงนี้เขาฝันมากขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมและวิธีจัดการเรื่องต่าง ๆ ของเขาก็ยิ่งเหมือนคนในความฝันคนนั้นมากขึ้นทุกทีแต่คนในความฝันคือทายาทของเส้าซื่อ กรุ๊ป เป็นดาวรุ่งในแวดวงธุรกิจที่แม้จะแตกหักกับตระกูลเส้า ก็ยังสามารถสร้างตัวขึ้นมาใหม่ได้ด้วยความสามารถของตัวเองแต่จี้สวินฉือ เป็นเพียงนักศึกษายากจนที่ไม่มีอะไรเลย แถมยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำพอกลับถึงหอพัก เขาก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไม ทั้งที่ทุกอย่างกำลังไปในทิศทางที่ดี แต่แค่คืนเดียวผ่านไป ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมดด้านนอกหอพักจู่ ๆ ก็เริ่มมีเสีย

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 23

    บทที่ 23 ไม่ใช่ว่าอวี๋จื่ออี้จะเสียใจทีหลัง คำพูดที่เธอพูดไว้ก่อนที่วิญญาณจะสลายไปในตอนนั้น ก็ยังคงใช้ได้อยู่แม้จะมีความเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยเสียใจเลยแต่ตอนนั้น ยังมีอีกหนึ่งประโยคที่เธอยังไม่ได้พูด——เพียงแต่ถ้ามีชาติหน้า เธอไม่อยากรักเส้าสวินฉืออีกแล้ววันนั้น เธอคิดจริง ๆ ว่าตัวเองจะสลายหายไปแบบนั้นเลยแต่ในเมื่อครั้งนี้เธอได้โอกาสมีชีวิตอีกครั้ง เธอก็ไม่อยากพัวพันกับเขาอีก เธออยากมีชีวิตเพื่อตัวเองสักครั้งตอนที่อวี๋จื่ออี้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นช่วงบ่ายของวันถัดมาแล้วกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ฉุนจมูกกับเพดานสีขาวล้วน ความเจ็บแปลบเล็ก ๆ จากเข็มที่หลังมือ และขวดน้ำเกลือที่ห้อยอยู่ด้านข้าง ทำให้เธอเข้าใจได้ทันทีว่าตัวเองอยู่ที่ไหนเธอหันศีรษะไป คนที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงคือจี้สวินฉือเขาฟุบอยู่ข้างเตียง ดูเหมือนจะหลับไม่สนิทนัก แถมยังเห็นไรหนวดเคราจาง ๆ ขึ้นอยู่ที่คาง คงเป็นเพราะทั้งคืนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้พักผ่อนอย่างจริงจังเลยถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะรู้สึกสงสาร หรืออาจจะใจเต้นไปกับเขา แต่ในตอนนี้ เมื่อเธอมองเขา ความรู้สึกในใจก็ปะปนกันไปหมดตอนที่พญายมมาหาเธอ ยังได้พูด

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 22

    บทที่ 22 อวี๋จื่ออี้ฝันยาวนานมากเธอมองเห็นใบหน้าของคนในความฝันไม่ชัด แต่กลับรู้สึกขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลว่า คนในความฝันนั้นก็คือพวกเขาในความฝัน มีชายคนหนึ่งที่ชื่อเหมือน “จี้สวินฉือ” แต่คนละนามสกุล เขาไม่ใช่นักเรียนยากจน หากแต่เป็นทายาทของเส้าซื่อ กรุ๊ป เขายอมย้ายออกจากตระกูล สละสถานะทายาท เพียงเพื่อเลี้ยงดูเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อเหมือนเธอแต่คนละนามสกุล เด็กคนนั้นร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เล็ก และยังเป็นหลานสาวที่เขารักที่สุดด้วยเขาเลี้ยงดูเธอจนเติบโต มอบความรักและความโปรดปรานให้เธอเพียงคนเดียว เอาใจใส่และตามใจเธอถึงขนาดว่า เธออยากได้ดวงดาว เขาก็จะไม่ยอมยื่นให้เพียงดวงจันทร์ตั้งแต่อายุแปดขวบจนถึงสิบแปดปี เขาเลี้ยงดูเธอมาตลอดสิบปีเต็ม แต่เธอกลับ “ไม่รู้จักละอาย” ไปตกหลุมรักผู้ใหญ่ที่เป็นญาติของตัวเองไม่มีใครเข้าใจเธอเลย แม้แต่คุณอาที่เคยรักและเอ็นดูเธอมากที่สุดก็ตามชายที่ชื่อ “เส้าสวินฉือ” คนนั้น ดึงความรักทั้งหมดที่เคยมอบให้เธอกลับคืนไปในพริบตา ก่อนจะเริ่มนัดดูตัวอย่างต่อเนื่องไม่หยุด จนกระทั่งพาคู่หมั้นที่เพียบพร้อมทุกด้านกลับมาเขาคิดว่าทำแบบนี้แล้วเธอคงจะยอมตัดใจแต่ภา

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 21

    บทที่ 21“วันนี้นายนัดฉันออกมา มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” อวี๋จื่ออี้พยายามกดความรู้สึกแปลก ๆ ในใจเอาไว้ แล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุดส่วนใบหน้าของเขาที่ยังร้อนผ่าวไม่หาย พอได้ยินคำถามของเธอเข้า ก็ยิ่งแดงขึ้นไปอีกเขาหยิบถุงใบหนึ่งออกมาจากอ้อมแขนแล้วยื่นให้อวี๋จื่ออี้ ขณะพูดเสียงของเขาก็เผลอเบาลงโดยไม่รู้ตัว“รุ่นพี่ นี่ให้พี่ครับ”พอเห็นว่าเขาจะให้ของขวัญ อวี๋จื่ออี้ก็รีบผลักถุงนั้นกลับไป โบกมือปฏิเสธทันที แต่เขากลับเหมือนคาดเดาการกระทำและความคิดของเธอไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงหยิบของในถุงออกมาทันทีมันคือผ้าพันคอไหมพรมสีขาว เส้นไหมถักไม่สม่ำเสมอ บางช่วงถี่บางช่วงห่าง มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ได้ซื้อมา และคำพูดถัดมาของจี้สวินฉือก็ยิ่งยืนยันความคิดนั้น“ตอนนี้ผมยังไม่มีเงินมากพอ เลยไม่สามารถให้ของขวัญแพง ๆ กับรุ่นพี่ได้ ผ้าพันคอนี้ผมถักเองกับมือ เป็นครั้งแรกด้วย ยังไม่ค่อยชำนาญ หวังว่ารุ่นพี่จะไม่รังเกียจนะครับ”ประโยคเดียวนั้นแฝงความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม พอประกอบกับใบหน้าที่แดงระเรื่อของจี้สวินฉือแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นมาอยู่ตรงนี้ เห็นเขาที่แสดงความรู้สึกออกมาอย่างจริงใจ

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 20

    บทที่ 20กว่าจะกล่อมให้การถกเถียงจอแจของคนในห้องสงบลงได้ อวี๋จื่ออี้ก็เพิ่งจะตั้งใจจะพักสักหน่อย เสียงแจ้งเตือนข้อความจากมือถือก็ดังขึ้นทันทีเธอก้มลงมอง ก็พบว่าเป็นข้อความจากจี้สวินฉือ“รุ่นพี่ วันนี้ผมขอโทษจริง ๆ ที่ทำโจ๊กของพี่หก ถ้าอย่างนั้น วันหลังผมขอเลี้ยงข้าวชดเชยได้ไหมครับ?”มีศีรษะหนึ่งโผล่มาจากข้างไหล่ของเธอ มองเห็นข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ของอวี๋จื่ออี้ในแวบเดียว จากนั้นก็เป็นเสียงคุ้นเคยของมู่เหวินซา “เห็นไหมล่ะ เขายังบอกว่าจะเลี้ยงข้าวเธอด้วยนะ ได้ยินมาว่าฐานะทางบ้านเขาก็ไม่ค่อยดี แบบนี้ไม่เรียกว่าชอบแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ!”พอได้ยินว่าฐานะทางบ้านของจี้สวินฉือไม่ค่อยดี อวี๋จื่ออี้ก็ขมวดคิ้วขึ้นโดยสัญชาตญาณไม่รู้เพราะอะไร พอได้ยินพวกเธอพูดถึงฐานะทางบ้านของเขา กลับมีความรู้สึกขึ้นมาว่า บ้านของเขาน่าจะมีฐานะดีมากแต่พอมู่เหวินซาพูดถึงฐานะทางบ้านของเขาขึ้นมา อวี๋จื่ออี้ก็พลันนึกขึ้นได้ว่า ชื่อจี้สวินฉือ เธอก็เคยได้ยินมาบ้างก็เพราะว่าเขาเป็นถึงผู้ทำคะแนนอันดับหนึ่งของสายวิทย์เมื่อปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ แต่กลับเลือกมหาวิทยาลัย A ในท้องถิ่นเพราะพ่อแม่

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 19

    ชามโจ๊กเสียการควบคุมทันทีเอียงเทลง โจ๊กส่วนใหญ่กระเด็นไปอีกด้าน อีกส่วนหนึ่งก็สาดใส่ตัวนักศึกษาชายที่เดินผ่านมาพอดีสิ่งเดียวที่ยังนับว่าโชคดีคือ อวี๋จื่ออี้ไม่ได้ถูกลวกจากความร้อน“ซี้ด!”ไม่คิดว่าโจ๊กจะร้อนขนาดนี้ เมื่อรู้สึกถึงความแสบที่ลามไปทั่วหน้าอกกับท้อง จี้สวินฉือก็อดสูดปากเข้าหนึ่งเฮือกไม่ได้พอได้ยินเสียงร้องเจ็บ อวี๋จื่ออี้ก็ตกใจ รีบเอ่ยถามทันทีว่า “นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”จี้สวินฉือสูดหายใจลึก ๆ อยู่หลายครั้ง กว่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น เขาโบกมือให้อวี๋จื่ออี้ก่อนจะพูดว่า “ฉันไม่เป็นไร ขอโทษนะครับ เป็นความผิดฉันเองที่ทำให้โจ๊กของเธอหก เดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่แล้วกัน!”เขาขอโทษออกมาแทบจะทันที จนทำให้อวี๋จื่ออี้ตั้งตัวไม่ทันไปชั่วขณะจะมีใครกันที่ตัวเองเจ็บตัว แต่สิ่งแรกที่ทำกลับเป็นการขอโทษแล้วก็ขอชดใช้แบบนี้?ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ก็โทษเขาฝ่ายเดียวไม่ได้ด้วย“ไม่เป็นไร ฉันซื้อใหม่เองก็ได้” เธอมองโจ๊กที่หกเลอะพื้นด้วยความเสียดายนิดหน่อย แต่ก็ยังส่ายหน้า ก่อนจะล้วงทิชชู่ออกจากกระเป๋าส่งให้เขา ชี้ไปที่โจ๊กที่เปื้อนอยู่บนเสื้อของเขา แววตามีความเป็นห่วง “โจ๊กก็ไม่ได้แพงอะไร แต่น

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 9

    บทที่ 9วันสุดท้ายของการนับถอยหลัง ขณะที่ฉินจื่ออี้ลงมาชั้นล่าง เส้าสวินฉือกำลังจะออกไปข้างนอกพร้อมกับอวี้เยียนซู่ พอเธอเดินมาถึงหน้าประตู ก็เอ่ยปากเรียกเขาไว้ทันที“คุณอา ฉันรู้ว่าคุณยุ่ง แต่วันนี้คุณพอจะกลับมากินข้าวกับฉันสักมื้อได้ไหม แค่มื้อเดียว แค่เราสองคน”ฉันอยาก…บอกลาคุณให้ดี ๆ สักครั้ง

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 7

    บทที่ 7 เส้าสวินฉือมองเธอ ก่อนจะรับของขวัญที่เธอยื่นให้ สีหน้าของเขาดูลึกลับอ่านไม่ออก“ไว้ค่อยมาร่วมอวยพรในพิธีหมั้นก็ยังไม่สาย”งานหมั้นเหรอ?แต่เธอคงอยู่ไม่ถึงวันที่เขาหมั้นแล้วฉินจื่ออี้ก้มหน้าลง เงียบไม่พูดอะไร ไม่อธิบายและไม่โต้แย้ง หลังจากยื่นของขวัญออกไปแล้วก็เดินจากมา ก่อนจะไปหามุมหน

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 6

    บทที่ 6เมื่อได้ยินเสียงคาดคั้นของเส้าสวินฉือ ฉินจื่ออี้ก็ได้สติกลับมาเสียที พอเห็นจดหมายรักในมือของตัวเอง เธอก็รีบวางซองจดหมายกลับคืนลงในลิ้นชักอย่างลนลาน ก่อนจะอ้ำอึ้งเอ่ยอธิบายว่า “ฉันแค่อยากช่วยคุณทำความสะอาดนิดหน่อย…”แต่คำอธิบายของเธอกลับไม่ได้รับความเข้าใจจากเขา ตรงกันข้าม น้ำเสียงของเขายิ

  • ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา   บทที่ 5

    บทที่ 5พอเห็นกองของพวกนั้นบนพื้น ใจของฉินจื่ออี้ก็สั่นสะท้านอย่างแรงทั้งที่เธอซ่อนมันไว้แล้วแท้ ๆ ก็ไม่รู้ว่าเส้าสวินฉือไปเจอมันได้ยังไงเธอลนลานอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แล้วรีบอธิบายติด ๆ ขัด ๆ ว่า “พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของพ่อแม่ฉัน ของพวกนี้ฉันเตรียมไว้ให้พวกท่าน ถึ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status