ไม่จำเป็นต้องให้เธอกลับมา のすべてのチャプター: チャプター 1 - チャプター 10

24 チャプター

บทที่ 1

บทที่ 1ในวิลล่าที่เงียบเหงาว่างเปล่า ฉินจื่ออี้นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาไม่ขยับเขยื้อน จนกระทั่งเวลาผ่านไปนาน ประตูวิลล่าก็ถูกเปิดออก เส้าสวินฉือเดินเข้ามาจากด้านนอกสายตาของเขาหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อมองไปที่เธอ ก่อนที่สีหน้าจะเย็นชาลงทันที“วันนี้เยียนซู่มีไข้ เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายทำไม?”ฉินจื่ออี้ลุกขึ้นยืน แต่ยังคงก้มหน้าเงียบไม่พูดอะไร เธอไม่ตอบกลับ ขณะที่ส้าสวินฉือก็ยังไม่จากไป ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาถึงได้เอ่ยปากขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ตอนนั้นฉันมีธุระจะหาคุณ”“มีเรื่องอะไร? ก็เห็นยืนดี ๆ อยู่ตรงนี้ จะมีเรื่องอะไรได้ล่ะ?”คำอธิบายของเธอไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจเลย กลับยิ่งทำให้น้ำเสียงของเขาเย็นชาขึ้นอีกเล็กน้อย “ฉันเคยบอกเธอหรือยังว่าเยียนซู่ไม่สบาย วันนี้ฉันต้องอยู่ดูแลเยียนซู่ทั้งวัน เธอจงใจทำแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่? ฉินจื่ออี้ ฉันเคยบอกแล้วว่าอย่ามีความคิดแบบนั้นกับฉันอีก ฉันเป็นอาของเธอ เราเป็นไปไม่ได้! ถ้ายังทำแบบนี้อีก ก็ย้ายออกไปซะ”ทันทีที่พูดจบ เส้าสวินก็เดินขึ้นชั้นบนตรงดิ่ง ก่อนจะปิดประตูห้องดังปังแล้วกลับเข้าไปในห้องทันทีข้างล่างนั้น ฉินจื่ออี้ยังคงยืนอยู่ตรงเดิม มองแผ่นห
続きを読む

บทที่ 2

บทที่ 2วันที่สอง ฉินจื่ออี้ตื่นแต่เช้ามาก ตั้งแต่เช้าก็ออกจากบ้านไป เพื่อไปดำเนินเรื่องยกเลิกทะเบียนเธอตายอย่างกะทันหัน เมื่อคืนต้องนั่งค้นหาข้อมูลทั้งคืนถึงได้รู้ว่า หลังความตายยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องจัดการ แต่ตอนนี้เส้าสวินฉือก็มีคนที่อยากสร้างครอบครัวใหม่ด้วยแล้ว ในฐานะลูกบุญธรรม เธอก็เป็นเพียงภาระ ไม่อยากให้คุณอาต้องมาคอยจัดการเรื่องพวกนี้เพิ่ม และไม่อยากสร้างความลำบากให้เขาอีกพอไปถึงสถานที่สำหรับดำเนินเรื่องยกเลิกทะเบียน เจ้าหน้าที่ได้ยินว่าเธอจะมาดำเนินการปิดบัญชีให้ตัวเอง ก็ถึงกับไม่อยากเชื่อ จึงถามย้ำกับเธอหลายครั้ง“สาวน้อย การยกเลิกทะเบียนทำได้เฉพาะกรณีที่เจ้าของทะเบียนเสียชีวิตแล้วเท่านั้นนะ เธอแน่ใจจริง ๆ เหรอว่าจะทำแบบนี้?”ฉินจื่ออี้ฝืนยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพยักหน้า “อีกหกวัน ฉันก็จะหายไปจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิงแล้ว”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าหน้าที่ก็คิดว่าเธอเป็นมะเร็ง จึงมองเธอด้วยความเห็นใจเล็กน้อย แล้วพอมองดูข้อมูลของเธออีกครั้ง ก็ยิ่งรู้สึกเสียดายมากขึ้นเพิ่งอายุแค่สิบแปดปีเองเจ้าหน้าที่ไม่ได้ถามอะไรต่ออีก ก็จัดการดำเนินเรื่องปิดบัญชีให้เธอทันทีหลังจากจั
続きを読む

บทที่ 3

บทที่ 3พอพูดจบ เขาก็จับมือฉินจื่ออี้ลากกลับไปที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง กดให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้ดี ๆ ก่อนจะเดินกลับไปอยู่ข้างกายอวี้เยียนซู่เธอเงยหน้าขึ้น มองเส้าสวินฉือแวบหนึ่ง ตอนนี้เขากำลังยุ่งอยู่กับการปลอบอวี้เยียนซู่ พอรับรู้ถึงสายตาของเธอ เขาก็หันกลับมามองเธอด้วยสายตาเตือนทันทีฉินจื่ออี้กดกลืนความขมขื่นในใจไว้ ยกชามข้าวขึ้นมา ฝืนทนความเจ็บปวด ค่อย ๆ กินข้าวในชามจนหมดทีละคำเธอก้มหน้า น้ำตาหยดลงไปในชาม หยิบกับข้าวเข้าปากคำหนึ่ง ความรู้สึกราวกับไฟเผาไหลลงไปตามลำคอไม่หยุด ปะปนกับรสเค็มของน้ำตา จนชั่วขณะหนึ่งเธอแยกไม่ออกเลย ว่าที่เจ็บยิ่งกว่ากัน ระหว่างท้องหรือหัวใจมื้ออาหารจบลงท่ามกลางความเงียบของฉินจื่ออี้ และความใกล้ชิดสนิทสนมของเส้าสวินฉือกับอวี้เยียนซู่ พอเธอเพิ่งวางชามตะเกียบลง เสียงรถจากด้านนอกก็ดังเข้ามา“น่าจะเป็นของฉันมาส่งแล้วล่ะ” พอได้ยินเสียงนั้น อวี้เยียนซู่ก็ยิ้มขึ้นทันทีเธอวิ่งออกไปทางประตู แต่เส้าสวินฉือกลับหันมามองฉินจื่ออี้ “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เยียนซู่จะย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน”เขาจ้องสีหน้าของเธอเขม็ง ราวกับอยากจับพิรุธบางอย่างให้ได้ เหมือนกับว่าในวินาทีถ
続きを読む

บทที่ 4

เช้าวันถัดมา ฉินจื่ออี้ตื่นแต่เช้า พอเดินไปถึงห้องอาหาร ก็เห็นว่ามีคนอยู่ในครัวแล้วเป็นเส้าสวินฉือที่สวมผ้ากันเปื้อนกำลังทำอาหารอยู่ ส่วนอวี้เยียนซู่ยืนกอดเขาจากด้านหลัง เขาไม่ได้ขัดขืน ซ้ำยังหันกลับไปมองเธอเป็นพัก ๆ พร้อมรอยยิ้มเอ็นดูภาพความใกล้ชิดสนิทสนมของพวกเขาปรากฏชัดเจนต่อสายตาของฉินจื่ออี้ แต่จู่ ๆ เธอก็หวนคิดถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาตอนนั้นในบ้านมีคนรับใช้มากมาย แต่เขากลับยุ่งกับงานตลอด ยุ่งจนไม่กลับบ้านทั้งคืนก็เป็นเรื่องปกติ คนรับใช้พวกนั้นเห็นว่าเธอเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง รังแกได้ง่าย เลยทำงานแบบขอไปที แถมยังแอบไม่เอาอาหารมาให้เธอกินอยู่บ่อย ๆต่อมาเมื่อเขารู้ว่าคนรับใช้พวกนั้นทำงานแบบขอไปที จึงไล่พวกนั้นออกทั้งหมด และเพื่อดูแลเธอ เขาจึงเรียนรู้ที่จะทำอาหาร ดูแลเธอทุกมื้อทั้งเช้า กลางวัน เย็น ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่แต่ตอนนี้ เธอไม่อาจรักเขาได้อีกต่อไปแล้วหากอวี้เยียนซู่คือคนที่จะมอบความสุขให้เขาได้จริง ๆ เธอก็มีเพียงคำอวยพรให้ทั้งคู่เท่านั้นฉินจื่ออี้เบือนสายตาออกเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว เธอก็เดินกลับมาหยุดอยู่หน้าปฏิทินอีกครั้งไม่รู้ว่าอวี้เยียนซู่ออกมาตั้งแต่เมื่
続きを読む

บทที่ 5

บทที่ 5พอเห็นกองของพวกนั้นบนพื้น ใจของฉินจื่ออี้ก็สั่นสะท้านอย่างแรงทั้งที่เธอซ่อนมันไว้แล้วแท้ ๆ ก็ไม่รู้ว่าเส้าสวินฉือไปเจอมันได้ยังไงเธอลนลานอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แล้วรีบอธิบายติด ๆ ขัด ๆ ว่า “พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของพ่อแม่ฉัน ของพวกนี้ฉันเตรียมไว้ให้พวกท่าน ถึงตอนนั้นฉันจะเผาไปให้พวกท่าน”พอได้ยินคำตอบของเธอ เส้าสวินฉือก็เหมือนกดความรู้สึกแปลก ๆ ในใจลงได้ เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นอีกว่า “พรุ่งนี้ฉันจะไปกับเธอ ไปเยี่ยมพวกเขาด้วย”“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณอา คุณอาอยู่กับพี่เยียนซู่ดี ๆ แล้วก็ตั้งใจทำงานเถอะ ที่ผ่านมาฉันสร้างปัญหาให้คุณเยอะมาก เป็นตัวถ่วงของคุณ ต่อไปจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว”เส้าสวินฉือเตรียมใจไว้แล้วว่าเธอคงจะดีใจ แต่กลับไม่คิดเลยว่าจะเห็นเธอส่ายหน้าปฏิเสธข้อเสนอของเขา ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ส่วนฉินจื่ออี้นั้นกลับเป็นฝ่ายเดินจากไปก่อนแล้วเธอเงียบ ๆ ฉีกหน้าปฏิทินออกมาอีกแผ่น แล้วฉีกเป็นชิ้น ๆ โยนลงถังขยะเหลืออีกแค่สี่วันแล้วมองแผ่นหลังของฉินจื่ออี้ที่เดินจากไป เส้าสวินฉือก็นึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของเธอขึ้นมา ก่อนจ
続きを読む

บทที่ 6

บทที่ 6เมื่อได้ยินเสียงคาดคั้นของเส้าสวินฉือ ฉินจื่ออี้ก็ได้สติกลับมาเสียที พอเห็นจดหมายรักในมือของตัวเอง เธอก็รีบวางซองจดหมายกลับคืนลงในลิ้นชักอย่างลนลาน ก่อนจะอ้ำอึ้งเอ่ยอธิบายว่า “ฉันแค่อยากช่วยคุณทำความสะอาดนิดหน่อย…”แต่คำอธิบายของเธอกลับไม่ได้รับความเข้าใจจากเขา ตรงกันข้าม น้ำเสียงของเขายิ่งเย็นชาลงกว่าเดิมเล็กน้อย “ของในนั้น เธอได้อ่านหรือยัง?”ฉินจื่ออี้ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่า สิ่งที่เขาสนใจกลับเป็นคำถามนี้พอเห็นสีหน้าของเขายิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ เธอก็รีบส่ายหน้า แล้วตอบว่า “ฉันไม่ได้เปิดดูค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบนี้ สีหน้าของเส้าสวินฉือจึงค่อย ๆ ดีขึ้นเล็กน้อย แต่เวลามองมาที่เธอ น้ำเสียงของเขาก็ยังคงแฝงไปด้วยความโกรธอยู่“เธอออกไปก่อน ต่อไปถ้ายังไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ห้ามแตะของฉัน”“ขอโทษค่ะ ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”ฉินจื่ออี้ก้มหน้าลง ไม่ได้โต้แย้งอะไร ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไปทันทีหลังจากออกมาจากห้องทำงาน เธอก็กลับไปที่ห้องของตัวเองทันที เธอนอนลงบนเตียง แต่ในหัวกลับเผลอนึกถึงจดหมายรักพวกนั้นที่เพิ่งเห็นในห้องหนังสือเมื่อครู่นี้ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ก่อนหน้านี้ไม
続きを読む

บทที่ 7

บทที่ 7 เส้าสวินฉือมองเธอ ก่อนจะรับของขวัญที่เธอยื่นให้ สีหน้าของเขาดูลึกลับอ่านไม่ออก“ไว้ค่อยมาร่วมอวยพรในพิธีหมั้นก็ยังไม่สาย”งานหมั้นเหรอ?แต่เธอคงอยู่ไม่ถึงวันที่เขาหมั้นแล้วฉินจื่ออี้ก้มหน้าลง เงียบไม่พูดอะไร ไม่อธิบายและไม่โต้แย้ง หลังจากยื่นของขวัญออกไปแล้วก็เดินจากมา ก่อนจะไปหามุมหนึ่งนั่งอยู่ตามลำพังเธอเดินจากไปแล้ว เส้าสวินฉือก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ยังคงควงอวี้เยียนซู่เดินวนอยู่ท่ามกลางผู้คนในงาน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน และคอยแนะนำแขกที่เข้ามาแสดงความยินดีแต่ละคนให้อวี้เยียนซู่อย่างใจเย็นไม่นานนัก หลังจากทักทายผู้ที่มาร่วมแสดงความยินดีครบทุกคนแล้ว เส้าสวินฉือกับอวี้เยียนซู่ก็หายไปจากฝูงชนฉินจื่ออี้นั่งอยู่คนเดียวสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นและออกจากห้องจัดเลี้ยงไปดูเหมือนว่าเธอก็ยังไม่ชินกับบรรยากาศแบบนี้อยู่ดี ตั้งแต่เด็กเธอก็ไม่ชอบสถานที่ที่มีคนเยอะ ๆ แต่ก่อนเส้าสวินฉือมักจะแอบพาเธอออกไปกลางคันเสมอ และตอนนี้ นิสัยนั้นของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนเลยสิ่งที่เปลี่ยนไป มีเพียงคนที่เขาพาออกไปเท่านั้นพื้นที่ด้านนอกห้องจัดเลี้ยงกว้างขวางมาก ฉินจื่ออี้จำได้ว่าไม่ไกลนักมีศ
続きを読む

บทที่ 8

บทที่ 8 เธอกำลังจะอ้าปากพูด แต่จู่ ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เด็กสองคนกำลังเล่นสเก็ตบอร์ดไล่หยอกล้อกัน พุ่งตรงมาทางสระว่ายน้ำ ทั้งคู่ไม่เห็นว่ามีคนยืนอยู่ข้างหน้า พอรู้ตัวก็เบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนจนทำให้อวี้เยียนซู่ที่ยืนอยู่ข้างสระตกลงไปในสระน้ำทันทีได้ยินเพียงเสียง “ตู้ม” ดังขึ้น น้ำในสระกระเซ็นเป็นวงกว้าง ฉินจื่ออี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้ทันที โดยไม่ทันสนใจเด็กสองคนนั้นที่ก่อเรื่อง ก็เตรียมจะกระโดดลงไปช่วยคน แต่กลับมีเงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านข้างตัวเธอไปอย่างรวดเร็วจากนั้นก็มีแรงมหาศาลพุ่งเข้ามา ฉินจื่ออี้ถูกชนจนถอยหลังเซไปสองก้าว พอตั้งหลักได้แล้วจึงมองเห็นชัดว่า คนที่รีบร้อนพุ่งเข้ามานั้นคือ เส้าสวินฉือเขาถอดเสื้อนอกออกโดยไม่ลังเล ก่อนจะกระโดดลงสระว่ายน้ำทันที หลังจากช่วยอวี้เยียนซู่ขึ้นมาแล้ว จึงขมวดคิ้วแน่น หันมองไปทางฉินจื่ออี้“เกิดอะไรขึ้น?”ยังไม่ทันได้เอ่ยคำอธิบายออกมา อวี้เยียนซู่ที่คลุมเสื้อนอกของเขาอยู่ก็พลันเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน“เป็นความผิดของฉันเอง ที่ทำให้จื่ออี้โกรธ เธอเลยผลักฉันลงน้ำ โชคดีที่ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก คุณอย่าโทษเธอเลยนะ…” น้ำเสียงอ่อนหวานน่
続きを読む

บทที่ 9

บทที่ 9วันสุดท้ายของการนับถอยหลัง ขณะที่ฉินจื่ออี้ลงมาชั้นล่าง เส้าสวินฉือกำลังจะออกไปข้างนอกพร้อมกับอวี้เยียนซู่ พอเธอเดินมาถึงหน้าประตู ก็เอ่ยปากเรียกเขาไว้ทันที“คุณอา ฉันรู้ว่าคุณยุ่ง แต่วันนี้คุณพอจะกลับมากินข้าวกับฉันสักมื้อได้ไหม แค่มื้อเดียว แค่เราสองคน”ฉันอยาก…บอกลาคุณให้ดี ๆ สักครั้งในดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอาวรณ์และความคาดหวัง แต่ทันทีที่เขาได้ยินประโยคนั้น เขากลับเผลอคิดโดยสัญชาตญาณว่านี่ก็เป็นเพียงการสารภาพรักอีกครั้งของเธอ จึงคิดจะปฏิเสธโดยไม่รู้ตัว ทว่าอวี้เยียนซู่กลับแตะมือเขาเบา ๆ แล้วพูดอย่างเข้าอกเข้าใจว่า “งั้นฉันไปนัดเจอเพื่อนสาวก็แล้วกัน พอดีไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อีกอย่างคุณก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว อย่าไปถือสาเด็กคนหนึ่งเลยนะ”ท้ายที่สุด ภายใต้การเกลี้ยกล่อมของเธอ เส้าสวินฉือก็ตอบตกลงในที่สุดทั้งที่ได้รับคำตอบอย่างที่ต้องการแล้ว แต่ความขมขื่นในใจของฉินจื่ออี้กลับยังคงเอ่อล้นขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่เธอมองส่งทั้งสองคนขึ้นรถไป จนเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นและค่อย ๆ แล่นห่างออกไป ฉินจื่ออี้ฝืนกดความขมขื่นที่เอ่อล้นอยู่ในใจไว้ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านได้ยิน
続きを読む

บทที่ 10

บทที่ 10 ห้าวันต่อมา เส้าสวินฉือกลับมาจากสวิตเซอร์แลนด์ เพียงแวบแรกก็สังเกตเห็นความผิดปกติในวิลล่าทันทีไม่มีฉินจื่ออี้ที่มักจะรีบวิ่งเข้ามาต้อนรับอย่างตื่นเต้นทันทีที่เขาเปิดประตูเหมือนเคย เขาเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น แต่กลับมีเพียงความรู้สึกเดียวเท่านั้นมันเงียบเกินไปจู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่า ตลอดห้าวันมานี้ ฉินจื่ออี้ก็เงียบผิดปกติแบบนี้เช่นกัน ไม่มีทั้งสายโทรเข้าและไม่มีแม้แต่ข้อความ“จื่ออี้ล่ะ? คงยังโกรธที่วันนั้นคุณไม่ไปตามนัดอยู่หรือเปล่า แต่คุณก็จำเป็นเพราะงานไม่ใช่เหรอถึงต้องผิดนัดเธอ เด็กจริง ๆ เลยนะ เดี๋ยวคุณค่อยไปง้อเธอดี ๆ ก็แล้วกัน”เสียงของอวี้เยียนซู่ดังขึ้นจากด้านหลัง เพียงประโยคเดียวก็จุดไฟความโกรธในใจเขาให้ลุกโชน“เด็กงั้นเหรอ? อีกไม่กี่วันก็จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ยังจะมาทำงอแงแบบเด็กอะไรอีก ครั้งนี้ฉันจะปล่อยเธอไว้แบบนี้สักพัก ใครก็ห้ามไปสนใจ ดูสิว่าเมื่อไหร่เธอจะยอมออกมา!”ได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยความโกรธของเขา อวี้เยียนซู่ก็ซ่อนแววสะใจในดวงตาไว้ แสร้งพูดปลอบใจสองสามคำ ก่อนจะกลับเข้าห้องไปก็ปล่อยให้พวกเขาบาดหมางกันไปเถอะ ยิ่งพวกเขาอยู่
続きを読む
前へ
123
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status