แชร์

บทที่9

ผู้เขียน: พริ้มเภา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-05 12:09:46

เทียนหอมเดินทางกลับมาที่คอนโดหรูของมาร์คัส ส่วนสถานะที่เธอรู้อยู่เต็มอกก็คือ นางบำเรอของเขา แน่นอนว่าการอยู่ที่นี่ ชายหนุ่มหน้าลูกครึ่งไม่ได้มาอยู่ด้วย สิงห์กำชับเธอไว้ว่าอย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อนเพราะมาร์คัสไม่ได้ใจดีเสมอไป การที่เธอยอมตกลงอยู่ในสถานะนี้ตั้งแต่เดินเข้ามา ต้องยอมรับทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น แถมสิงห์ยังบอกกับเทียนหอมว่า ห้ามมีใจรักเขาเด็ดขาดไม่อย่างนั้นเธอจะเสียใจไปตลอดชีวิต

คำพูดของสิงห์ยังอยู่ในโซนประสาท วนเวียนอยู่อย่างนั้น ประกอบกับคำพูดหนึ่งของมาร์คัสก็แทรกเข้ามา ก่อนที่เขาจะออกมาสั่งลูกน้อง เทียนหอมลองถามถึงอิสรภาพ คำตอบที่ได้ คือความพอใจของเขา นั้นหมายความว่า ชีวิตหลังจากนี้คงขึ้นอยู่กับเขา หากเขาบีบก็คงตายหากคลายก็คงรอด เทียนหอมไม่รู้เลยว่า วันไหนที่เขาจะพอใจแล้วปล่อยเธอไปเป็นอิสระ หรือเธอต้องหาเงินมาคืนเขาถึงจะได้รับอิสระคืนมา

ร่างเล็กง่วนอยู่กับการเก็บของ ตอนนี้ห้องแห่งนี้ไม่ได้มีคนคุมเหมือนเมื่อคืน เพราะสิงห์ได้ให้คีย์การ์ดเธอไว้แล้ว ขอแค่เพียงเธอกลับมาที่ห้องและไม่สร้างเรื่องให้มาร์คัสหนักใจ เท่านั้นเธอก็จะได้อยู่อย่างเป็นสุข

ระหว่างที่นั่งจัดของอยู่ที่คอนโด เสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้นเพราะตอนที่กลับบ้านเธอไม่ลืมที่จะหยิบมันมาด้วย

เทียนหอมลุกขึ้นจากที่ เดินไปหยิบมือถือที่ถูกชาร์จแบตไว้ เมื่อเห็นเบอร์ก็รีบกดรับสายทันที

โทรศัพท์

"ว่ายังไงน้ำหวาน"

(แกเป็นอะไรหรือเปล่าไม่เห็นมาเรียน แถมไม่เห็นเข้ามาที่ร้านด้วย)

"อ๋อ ไม่สบายนิดหน่อย เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไปได้แล้ว"

(เหรอ นึกว่าพ่อแกองค์ลงแล้วไม่ให้แกมาเรียน รู้ว่าแกสบายดีก็หมดห่วงไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ)

น้ำหวานวางสายเป็นเทียนหอมที่พ่นหายใจสุดแรง หากเพื่อนรู้ว่าพ่อตัวเองส่งตัวเองมาขายเพื่อใช้หนีแถมยังอยู่ในสถานะนางบำเรอให้เขา เพื่อนของเธอคงรังเกียจเธอเป็นแน่

"ฉันอาจจะดูโง่ที่ไม่รักตัวเอง แต่ฉันก็ไม่อาจทำให้แม่เดือดร้อน"

เทียนหอมพูดกับตัวเอง หลังจากนั้นเธอก็วางมือถือลงที่เดิม แล้วเดินกลับไปเก็บข้าวของที่เธอนำมาจากบ้าน สิ่งที่เธอเอามามีเพียงเสื้อผ้าชุดนักศึกษา ตำราเรียนไม่กี่เล่ม ส่วนพวกของใช้ที่จำเป็น สิงห์จัดการเอามาให้เธอแล้ว

 

มหาลัย

อย่างที่บอกว่า เทียนหอมเธอไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่เป็นค่าใช้จ่ายเพราะมาร์คัส บอกเธอไปแล้วว่า พ่อของเธอได้ไปมากกว่าค่าตัว ดังนั้นการมาเรียนรวมถึงการเป็นอยู่เธอต้องพึ่งตัวเอง ส่วนเธอมีหน้าที่แค่กลับไปรอเขาที่ห้องไม่รู้ว่าวันไหนที่เขาจะแวะมาหา

"เมื่อวานเธอไม่ได้ไปที่ร้าน รู้ไหมว่าคนเยอะมากเลยนะ"

"ขอโทษนะ แล้วผู้จัดการว่าอะไรหรือเปล่า พอดีโทรศัพท์เรามีปัญหา เลยไม่ได้โทรลางาน"

น้ำหวานพูดถึงเรื่องร้านหมูกระทะที่เธอทั้งสองทำอยู่ เป็นพนักงานเสิร์ฟ ทว่าวันที่เกิดเรื่องไม่มีใครติดต่อเทียนหอมได้ เพราะเธอทำมือถือหล่นอยู่ที่บ้าน แถมเธอก็ไม่สามารถติดต่อใครได้เหมือนกัน

"ผู้จัดการไม่ว่าอะไร แต่วันนี้แกไปใช่ป่ะ"

"ไปสิ หยุดแล้วจะเอาอะไรใช้"

"นั้นนะสิ เมื่อไหร่จะรวยหรือไม่ก็มีเสี่ยเลี้ยงวะ"

ประโยคของน้ำหวานทำเอาเทียนหอมแทบสำลักน้ำลาย เพราะคำว่าเสี่ยเลี้ยง เธอคงไม่ได้โชคดีเหมือนคนอื่นเพราะการอยู่ที่สบายขึ้นมันไม่ได้แปลว่าชีวิตเธอดีขึ้นตาม

"เปลี่ยนเรื่องคุยเถอะ ฉันว่าเราหาเงินด้วยตัวเองมันภูมิใจจะตายไป"

"ก็จริง"

สนทนากันเพื่อรอเวลาที่จะเข้าห้อง สักพักรุ่นพี่ปีสี่ที่กำลังจีบเธอก็เดินเข้ามาหา พร้อมถุงขนมมากมายเหมือนทุกครั้ง

"น้องเทียนหอม วันนี้พี่มีขนมมาฝาก ว่าแต่เมื่อวานไปไหนมาจ๊ะ"

กิตติ หรือที่รุ่นน้องเรียกเขาว่าพี่กิต ชายหนุ่มชอบมาขายขนมจีบให้เทียนหอมอยู่บ่อยๆ ทว่าเธอเองก็ไม่ได้สนใจ แต่ด้วยเธอกับเขาเรียนคณะเดียวกันก็เลยเจอกันบ่อยก็เท่านั้น

"ขอบคุณพี่มากนะคะ อันที่จริงไม่ต้องซื้ออะไรมาให้เทียนก็ได้ สิ้นเปลืองเปล่าๆ"

"ไม่เปลืองหรอก พี่เต็มใจ"

ชายหนุ่มฉีกยิ้มโปรยเสน่ห์ เขาไม่ได้หล่อเหลาถึงขั้นสาว ๆ ต้องอ่อนระทวยแต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่จนมองไม่ได้ ออกจะตลกเสียด้วยซ้ำ คนทั้งคณะบริหารหากไม่รู้ชื่อ กิตติ นี้สิแปลก

 

เทียนหอมรับขนมแล้วก็ต้องขอตัวขึ้นห้อง ส่วนกิตติก็คงต้องแยกตัวออกไปเพื่อเข้าขั้นเรียน ระหว่างวันไม่มีอะไรผิดแปลกการเรียนก็ดำเนินไปตามปกติ ส่วนเทียนหอมหลังเลิกเรียนของวันนี้เธอก็ต้องเตรียมตัวไปทำงานเหมือนเดิม แต่ก่อนที่จะไปเธอก็ไม่ลืมที่จะโทรหาแม่ ไม่อยากให้แม่ต้องเป็นห่วง

โทรศัพท์

"หนูเลิกเรียนแล้ว ตอนนี้กำลังไปที่ร้านหมูกระทะกับน้ำหวาน"

(เทียน หนูอยู่แบบนั้น เขายอมให้หนูทำงานเหรอลูก)

"แม่คะ พ่อเอาเงินเขาไปตั้งเยอะ เขาคงให้หนูใช้สุขสบายหรอกนะ"

(แม่ไม่ดีเองที่อ่อนแอเกินไป ปกป้องหนูไม่ได้ แต่เงินที่พ่อให้มาแม่ไม่ได้ใช้นะ เทียนยอมแลกมาด้วยน้ำตา แม่ก็เก็บไว้ให้เทียน เงินหนึ่งแสนแม่เอาไปเข้าบัญชีไว้แล้ว)

"อะไรนะคะแม่ หนึ่งแสนเหรอ ที่พ่อได้เพิ่มไปหลังจากใช้หนี้ คือล้านหนึ่งต่างหาก!"

"....."

 

 

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไม่ต้องการเศษใจ   พิเศษ5

    หลังจากที่พบกันวันนั้น ยามเช้ามาร์คัสก็ยังไม่ได้เดินทางเข้ากรุงเทพ เพราะอยากทำความคุ้นเคยกับลูกสาวและได้อยู่ใกล้ชิดกับเทียนหอม ชายหนุ่มพยายามจะร้องขอให้เทียนหอมกลับไปกับเขา ขอโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าเทียนหอมก็ยังไม่ได้กลับ เธอรับรู้ได้ว่าเขารักเธอจริงแต่อยากใช้โอกาสนี้เป็นเครื่องพิสูจน์มากกว่า วันเวลาเดินทางไปไม่ได้หยุดนิ่งเทียนหอมเธอยังคงอยู่ที่เดิม ส่วนมาร์คัสก็เทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพและขอนแก่น ทุกครั้งที่มาก็จะมีของเล่นขนมมาให้ลูกจนเต็มไปหมด คนแถวนั้นที่ไม่เคยเห็นพ่อของลูกของเทียนหอมก็พึ่งได้เห็น และเสียงที่เล่าลือกันไปคือ เขาเป็นคนรวย แถมยังหล่ออีก แต่สำหรับบางคนที่ชอบนินทา แน่นอนว่าคงมองเทียนหอมเป็นเด็กเที่ยวใจแตกพลาดท้องเลยหนีมาอยู่ที่นี่ มาร์คัสใช้เวลาอย่างมากเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้เทียนหอมได้เห็น หากจะนับเวลาตั้งแต่ที่เจอกันอีกครั้งจนวันนี้ก็ผ่านมาจนหนึ่งเดือนแล้ว ทว่าคนตัวเล็กหน้าสวยก็ยังไม่ตอบตกลงที่จะเข้ากรุงเทพพร้อมตนสักที "คุณน้าครับ หากวันหนึ่งผมพาเทียนหอมกับมิรินไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าเขาที่ต่างประเทศ คุณน้าจะว่าอะไรไหมครับ" ชายหนุ่มเอ่ยถามเด่นดวงด้วยถอยคำสุภาพน้ำ

  • ไม่ต้องการเศษใจ   พิเศษ4

    มาร์คัสแทบกลืนน้ำลายไม่ลงเขาละสายตาจากคนพูดแล้วเพ่งมองที่ใบหน้าของเด็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโต นัยน์ตาประกายผิวขาวปากอมชมพูเล็กน้อยทว่าทุกสัดส่วนบนใบหน้าก็คล้ายเขาเมื่อตอนเด็ก และนั้นทำให้ชายหนุ่มต้องปล่อยโฮขึ้น "ฮึก เขาเป็นลูกของผมเหรอครับ เทียนหอมทำไมเธอใจร้ายแบบนี้" "แม่คะ" "เทียนเขาควรรู้ ไหนๆเรื่องมันก็นานแล้ว ดีกว่าเทียนจะโกหกลูกว่าพ่อเขาตายนะ" เจ็บยิ่งกว่าถูกมีดกรีดก็ว่าได้ เทียนหอมเล่นโกหกลูกสาวว่าพ่อเสีย จึงทำให้เด็กน้อยไม่เคยถามหาอีก มาร์คัสขยับเท้าเข้ามา สายตาที่มองมิรินมันอ่อนโยนจนหาที่เปรียบไม่ได้ แถมดวงตาคู่คมนั้นยังเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่มันไหล "ผมขอจับเขาได้ไหม" เด่นดวงไม่ได้ใจร้าย ตนรู้ว่าลูกสาวก็ลืมมาร์คัสไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงมีรักใหม่ไปนานแล้ว แต่นี่ครองโสดเลี้ยงลูกเพียงลำพังเพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนตนครั้งยังเด็ก "เทียน แม่ไม่อยากให้มิรินเป็นเหมือนเทียนนะลูก พ่อเขาอยู่ตรงนี้ อย่างน้อยๆเขาก็มีสายเลือดเดียวกัน" เทียนหอมร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนเด่นดวงวางหลานตัวน้อยลงจากอ้อมแขน จากนั้นก็บอกหลานสาว "มิริน ผู้ชายตรงนี้เขาเป็นปะป๊าของหนู ไปหาเขาสิ" "ปะป๊านะยัยย

  • ไม่ต้องการเศษใจ   พิเศษ3

    คำบอกเล่าของลูกน้อง ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงต้องชะงัก ด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าคนที่ตนเห็นจะเป็นคนเดียวกันกับเด็กที่ตนตามหา "มึงเจอเธอที่ไหน" "ที่โรงแรมนี่ละครับ แต่..." "อะไร!" "นายครับ ผมไปส่งเธอที่บ้าน เห็นเด็กคนหนึ่งวิ่งมากอดเทียนหอม ผมเกรงว่าเธอน่าจะแต่งงานมีสามีไปแล้ว" คำบอกเล่านั่น มันทำให้มาร์คัสแทบจุกจนหายใจไม่ออก คำว่าแต่งงานมีครอบครัวอย่างนั้นนะเหรอ มันเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากได้ยินด้วยซ้ำ "พากูไป กูอยากเห็นกับตาตัวเอง ว่าเธอมีครอบครัวจริงหรือเปล่า" "ครับ" สิงห์น้อมรับคำสั้นๆ จากนั้นก็พามาร์คัสไปที่บ้านที่เทียนหอมอาศัยอยู่กับแม่และลูกสาว ระหว่างที่รถแล่นตามถนนมานั้น ในหัวของชายหนุ่มก็ตั้งคำถามกับตัวเองไม่หยุด ตลอดระยะเวลาสามปีที่เขาตามหาทั่วกรุงเทพ แต่คนตัวเล็กแอบมาหลบอยู่ที่ภาคอีสาน แถมลูกน้องตนยังบอกว่ามีลูกเล็ก มันหมายความว่าอย่างไรกัน รถของมาร์คัสจอดอยู่ที่หน้าบ้านโดยที่สิงห์เป็นคนขับ ชายหนุ่มเปิดประตูลงมา แต่ตอนนี้เด่นดวงได้เก็บของที่ขายลงเรียบร้อย แต่บริเวณหน้าบ้านเงียบมาก ชายหนุ่มกวาดสายตามองดูโดยรอบ แหงนหน้าขึ้นไปมองที่ชั้นสอง พร้อมกับการถอนหายใจ "เธอหนีฉันมา มาอยู

  • ไม่ต้องการเศษใจ   พิเศษ2

    สิงห์ตามมาร์คัส ออกมาข้างนอกห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ จากนั้นก็กวาดสายตามองหาคนที่ตนคิดว่าเป็นเทียนหอม แต่ก็ไร้เงา ไม่รู้ว่าจำคนผิดไปหรือเปล่า ส่วนเทียนหอมเธอขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ ชั่งใจอยู่ว่าจะเอาอย่างไรดี หากอยู่ก็ต้องเจอกับเขาแน่ แต่ถ้าหนีกลับบ้านคงถูกหัวหน้าสายงานด่าแน่นอน "ระหว่างโดนด่า กับเจอผู้ชายคนนั้นเธอจะเอายังไงเทียนหอม" เธอถามตัวเอง แต่ดูเหมือนจะได้ข้อตลกแล้ว หากหนีกลับตอนนี้แม้จะโดนต่อว่าก็ไม่เท่ากับจะเจอเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่ เทียนหอมตัดสินใจที่จะออกจากการอบรมกะทันหัน แถมยังส่งข้อความไปบอกเพื่อนอีกว่า มิรินไม่สบายขอกลับก่อน และให้บอกหัวหน้าสายงานด้วย โจอ่านและทำตามที่เพื่อนขอ อีกทั้งเขาก็เชื่อว่ามิรินไม่สบายจริงเลยไม่ได้ซักถามอะไรให้มากความ เทียนหอมเดินออกมาจากโรงแรมเธอมองหารถที่จะกลับบ้าน ทว่า สิงห์ดันเดินมาพอดี ดีหน่อยที่มาร์คัสเขากลับเข้าห้องประชุมไปแล้ว ทันทีที่สิงห์เห็นเทียนหอมยืนอยู่ เขาก็เพ่งมองอยู่สักพักแน่ใจแล้วว่าเธอคือคนที่เจ้านายตามหาก็เรียกทักทันที "เทียนหอม!!" เทียนหอมสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นก็หันกลับไปมองพอเห็นว่าเป็นสิงห์ ใบหน้าของเธอยิ่งเลิกลั

  • ไม่ต้องการเศษใจ   พิเศษ1

    3ปีผ่านไป ระยะเวลาพิสูจน์อะไรได้หลายอย่างแม้กระทั่งใจคน "นายครับ อาทิตย์หน้าที่จะถึงเราต้องไปฝึกอบรมพนักงานขายที่ต่างจังหวัดนะครับนาย" เสียงที่โพล่งบอกเป็นเสียงของสิงห์ แน่นอนว่าชายหนุ่มร่างสูงนี้ ยังอยู่กับมาร์คัสไม่ได้จากไปที่ไหน แถมยังช่วยงานผู้เป็นนายได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่องเหมือนเดิม "อืม กูรู้แล้ว ว่าแต่ช่วงหลังมานี้ มึงได้ไปตามสืบข่าวจากเด็กน้ำหวานบ้างหรือเปล่า" "เอ่ออ คือ" สิงห์เงียบเพราะไม่ได้ไปตามสืบมาสักพักใหญ่ เพราะอะไรนะ เหรอ เพราะน้ำหวานเห็นหน้าสิงห์ทีไรก็ไล่ตะเพิดทุกที ก็หลังๆมานี้ไม่ใช่แค่ไปตามสืบ แต่กับก้าวล้ำเขาไปในชีวิตเขาจนทำให้น้ำหวานต้องเลิกกับแฟนเพราะสิงห์เป็นต้นเหตุ "หากมึงว่างก็แอบไปตามหน่อยแล้วกัน กูเชื่อว่าเด็กคนนั้นรู้ว่าเมียกูอยู่ไหนแต่ไม่บอก" "นายครับ แต่ ผ่านมาสามปีแล้ว ป่านนี้เทียนหอมคงมีแฟนใหม่ไปแล้วนะครับนาย" ปัง!! "กูไม่สน จะผัวใหม่กี่คน กูก็ต้องเอาเมียกูกลับมาให้ได้" ไม่เพียงแค่ปากพูด เขายังตบโต๊ะเสียงดังลั่นใส่สิงห์จนสิงห์ต้องก้มหน้าต่ำลง เพราะตกใจ บรรยากาศในห้องทำงานยังคงปกคลุมไปด้วยความเงียบ ตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่มีวันไหนเลย

  • ไม่ต้องการเศษใจ   บทที่55

    สิ่งที่มันเจ็บที่สุดก็น่าจะเป็นคำพูดของคนที่บอกว่ารักกัน แต่เขาในตอนนี้กับไม่แคร์ความรู้สึกเธอเลยแม้แต่น้อย วาจาที่พ่นออกมานั้นไม่รู้ว่าเขาคิดหรือเปล่า ทว่ามันดันทำให้อีกฝ่ายน้ำตานองหน้าขึ้นมาเสียดื้อๆ "มาร์คงรักเธอมากสินะ คุณถึงไม่แคร์ความรู้สึกพิมพ์สักนิด" "พิมพ์หากผมไม่แคร์ความรู้สึกคุณ ผมจะแต่งงานกับคุณทำไมกัน แต่คุณบอกเองว่าไม่สบายใจผมก็ไม่ฝืน แล้วจะให้ผมทำยังไง" "คุณรู้ตัวหรือเปล่า ว่าคุณเห็นแก่ตัวมากที่สุด คุณน่าจะสำนึกรู้สึกผิดกับพิมพ์บ้าง แต่นี่คุณกับไม่สนความรู้สึกพิมพ์เลย" เธอทั้งร้องไห้ทั้งยืนปาดน้ำตาอยู่อย่างนั้น ส่วนมาร์คัสไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ใบหน้าหล่อเสหลบสายตาแฟนสาว จากนั้นก็ค่อย ๆ สาวเท้าลงมาหาเธออย่างใจเย็น สองมือของเขาเอื้อมไปจับมือพิมพ์รดาไว้แน่น จากนั้นก็พูดเสียงเรียบ "ผมขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง คุณอยากจะด่าจะว่าจะประจานผมยังไงก็ได้ ผมยอมรับผมลืมเธอไม่ได้จริงๆ แต่เรื่องแต่งงานผมแล้วแต่คุณจะตัดสินใจ ผมขอโทษนะพิมพ์!" "ฮึกฮือ อืออ คุณรักเด็กนั่นขนาดนี้เลยเหรอ พิมพ์ไม่ดีตรงไหน ทำไมคุณไม่บอกพิมพ์ละคะ เราจะแต่งงานกันแล้วทำไมคุณถึงใจร้ายแบบนี้" "ผมขอโทษ ผมไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status