공유

ออกเดินทาง

last update 게시일: 2026-07-29 18:01:08

แพขนตายาวขยับไหวไปมา ความเย็นชาของจวนโหวทำให้นางซาบซึ้งใจจนพูดไม่ออก สิ่งที่ทำให้นางแตกสลายซ้ำสองคือประโยคที่โหวฮูหยินพูดกับนางก่อนจากมา คำพูดนั้นกรีดลึกลงสู่ขั้วหัวใจของนาง

เป่าลี่เซียนกำป้ายหยกเอาไว้แน่น ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวอันขมขื่น

บากหน้าไปถึงที่ตระกูลเขายังไม่ต้อนรับ และตัวเขาเองอาจจะตัดใจจากนางไปแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้นางก็จะไม่ขอร้องให้ใครเห็นใจอีก

ความสัมพันธ์สองตระกูลสิ้นสุดลงไปแล้ว สมรสพระราชทานก็ไม่มีแล้ว นางหมดสิทธิ์เรียกร้องเพื่อตนเองเพราะไร้ซึ่งอำนาจ

"เด็กกำพร้าหรือจะสู้จงหย่งโหวผู้ยิ่งใหญ่ได้"

เป่าลี่เซียนค้นหีบไม้ของมารดา ที่ไม่เคยสนใจมาตั้งแต่เด็ก ตำราการแพทย์และสมุนไพรมีหลายเล่มให้ศึกษา นางหยิบเล่มที่รวบรวมบันทึกที่มีสูตรยาครบถ้วนได้หนึ่งเล่มไว้พกติดตัว

เมืองเซิ่งจิงไม่เหมาะกับนางอีกต่อไปแล้ว จึงคิดออกเดินทางแสวงหาอาจารย์ที่ดีที่สุดเพื่อร่ำเรียนให้แตกฉาน นางจะเป็นหมอที่ดีที่สุด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและเพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง

เป่าลี่เซียนไม่รอช้า เมื่อตัดสินใจแล้วนางเก็บของจำเป็นและตำราใส่ห่อผ้าเพียงหนึ่งห่อ

นางตื่นตั้งแต่เช้ามืด เดินไปพบพ่อบ้านเหอที่กำลังตรวจตราการทำงานของบ่าวรับใช้

"ลุงเหอ ข้ามีเรื่องรบกวนหน่อย"

"ขอรับคุณหนู"

"ท่านลุง ข้าจะไม่อยู่คงอีกนานกว่าจะกลับมา ฝากลุงเหอดูแลด้วย"

นางเอ่ยเสียงแผ่วลงทำเอาชายชราตรงหน้ารู้สึกใจหาย

"คุณหนูจะไปไหนหรือขอรับ เพิ่งกลับจากชายแดน ข้านึกว่าท่านจะอยู่ที่นี่ไปตลอดเสียอีก"

เขามองนางที่ดูซูบเซียวลงไปมาก แววตาไม่สดใสร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน ดวงตากลมโตมีรอยบวมช้ำคล้ายผ่านการร้องไห้มาหมาด ๆ เขามองหน้าเด็กสาวที่เห็นมาแต่อ้อนแต่ออกแล้วอดเศร้าเสียใจตามนางไม่ได้ นางตัวคนเดียวไร้ที่พึ่ง เมื่อวานนางบอกว่าจะไปจวนจงหย่งโหวผู้เป็นญาติหนึ่งเดียวที่มีอยู่ ตอนขากลับนางก็เงียบขรึมลงจนผิดปกติ แล้ววันนี้นางยังบอกว่าจะไปและไม่มีกำหนดกลับ

"แสดงว่าเมื่อวานมีเรื่องไม่ดีหรือขอรับ ท่านบอกข้าสิข้าจะช่วยท่านเอง"

ผู้อาวุโสจับมือนางไว้แน่นพยายามถามนางอย่างไม่ลดละ เป่าลี่เซียนสูดลมหายใจลึกขึ้น นางกลั้นทุกความรู้สึกเอาไว้แล้วกลืนลงคอทันที

"ไม่มีเรื่องน่าห่วง เพียงแต่ข้าอยากจะไปเรียนรู้การใช้ชีวิตข้างนอกเท่านั้น"

เหอฝูยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่านางกำลังไร้เหตุผล

"อีกไม่นานก็จะแต่งงานแล้ว ไปเรียนรู้ตอนนั้นเอาก็ได้นะขอรับ มัน...มันอันตรายเกินไป หากคุณหนูเป็นอะไรไปอีกคน ข้าจะบอกวิญญาณนายท่านกับฮูหยินว่าอย่างไร"

เขาเริ่มเสียงสั่นเครือเป็นห่วงนางจับใจ เป่าลี่เซียนจับมือชายชราแน่นพร้อมตบหลังมือเบา ๆ

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ข้าจะไปพบสหายแล้วจากนั้นก็ไปค้นหาว่าจะทำอะไร ลุงเหอไม่ต้องห่วงข้าไปไม่นานก็กลับมา"

นางพูดจาอ่อนโยน นางมักปลอบใจผู้อื่นอยู่เสมอและได้ผลทุกครั้ง พ่อบ้านเหอฝูพยักหน้าพลางถอนหายใจอย่างเป็นห่วงจับใจ เมื่อนางตัดสินใจแน่วแน่เขาก็ได้แต่จำนนและปล่อยนางไปก่อน

คุณหนูผู้นี้ไม่เคยดื้อรั้น นับเป็นครั้งแรกที่นางดึงดันขนาดนี้

"เช่นนั้นขอให้ท่านรักษาตัวด้วย ถึงบ้านสหายแล้วอย่าลืมส่งข่าวนะขอรับ"

"ข้าย่อมแจ้งข่าวท่านลุงแน่นอน"

จวนตระกูลเป่ายามนี้เงียบลงกว่าเมื่อก่อนมาก แม้ทั้งสามคนจะย้ายไปอยู่ชายแดนแต่ยังมีพ่อบ้านเหอและบ่าวรับใช้อยู่จำนวนหนึ่ง ตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว บ่าวไพร่ถูกคัดออกหลายคนเพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย อีกหลายคนทยอยขอลาออกเมื่อทราบข่าวลือว่าท่านแม่ทัพทำงานผิดพลาดจนแพ้ศึกสงคราม อาจมีการลงโทษคนหลายฝ่ายรวมถึงบ่าวรับใช้ในจวน

ผ่านมาหนึ่งปีข่าวนั้นเงียบหายไปและไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น แต่ลูกจ้างก็ลาออกเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงพ่อบ้านเหอที่เป็นคนเก่าแก่ติดตามแม่ทัพเป่าเจิ้งเหว่ยมาตั้งแต่วัยเยาว์ และลูกจ้างผู้ชายอีกสามคนที่เป็นหลานและญาติของเหอฝูที่ยังคงเหนียวแน่นต่อตระกูลเป่ามานาน

นั่นหมายความว่าจวนนี้มีนางเป็นสตรีเพียงคนเดียวท่ามกลางการดูแลรับใช้ของบ่าวผู้ชาย จะว่าไปก็เปรียบเสมือนญาติพี่น้องกัน

นางไม่มีสิ่งใดต้องกังวล เพราะเรื่องภายในจวนพ่อบ้านเหอล้วนจัดการได้หมดและเขาก็ทำได้ดีเสมอมา

เป่าลี่เซียนออกเดินทางโดยรถม้ารับจ้าง นางไม่รบกวนให้ใครไปส่ง อยากเดินทางเงียบ ๆ ลำพัง เรื่องสหายเป็นเรื่องโกหก นางไม่ได้มีสหายและไม่ได้ไปพบใครเป็นพิเศษ นอกจากอาจารย์เฉียวฟง หมอที่เก่งที่สุดทางทิศตะวันออก นางเคยได้ยินว่าหมอท่านนี้เป็นหมอเทวดา รักษาโรคยาก ๆ ได้ดีกว่าหมอหลวง เพียงแต่เขาเดินทางบ่อย ต้องรักษาคนป่วยที่อยู่ห่างไกลเป็นประจำ

ขณะเดียวกันที่เมืองเหวินเฉิงอันห่างไกล

บรรยากาศภายในห้องทำงานของที่ว่าการมณฑลเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลากพู่กัน เซียวเหวินรุ่ยในชุดขุนนางเต็มยศนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าดูซูบซีดและแววตาเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม มือของเขากำพู่กันแน่นจนข้อนิ้วซีด

กู้เฉิง องครักษ์คนสนิทก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าหนักใจ ก่อนจะประสานมือรายงานเสียงแผ่ว

"ใต้เท้า สายสืบที่ข้าส่งไปสืบข่าวคราวของตระกูลเป่าที่ชายแดนรายงานกลับมาแล้วขอรับ"

เซียวเหวินรุ่ยเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวังเต็มเปี่ยม

"เป็นอย่างไร เจอนางหรือไม่"

กู้เฉิงคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้าต่ำด้วยความสะเทือนใจ

"เรียนใต้เท้า คุณหนูไว้ทุกข์ให้แม่ทัพเป่าและฮูหยินครบกำหนดก็เดินทางกลับเมืองหลวงเซิ่งจิงโดยไม่ได้แจ้งผู้ใด แต่ตอนนี้นางไม่ได้อยู่ที่จวนขอรับ คนที่จวนบอกว่านางเดินทางไปพบสหายและไม่รู้อยู่เมืองใดเพราะนางไม่ได้บอกไว้ ไม่ให้รถม้าของจวนไปส่ง ไม่ให้ผู้ใดติดตาม"

สิ้นคำพูดรายงาน พู่กันในมือของเซียวเหวินรุ่ยหักสะบั้นลงเป็นสองท่อน ใจของเขาดิ่งวูบลงสู่ความมืดมิด ความอ้างว้างระคนรันทดใจเกาะกุมหัวใจจนแทบอ่อนแรง เขามองออกไปนอกหน้าต่างพลางคร่ำครวญในใจ

'ลี่เซียน เจ้าอยู่ที่ใด หากมีปัญหาเหตุใดจึงไม่มาหาข้า'

เป่าลี่เซียนไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนตอนที่ท่านพ่อท่านแม่ของนางเสียชีวิตช่วงแรกยังเขียนจดหมายส่งมาหาเขาที่จวน เขาเคยบอกแล้วว่ามารับตำแหน่งที่เหวินเฉิง และทันที่ที่กลับเมืองหลวงให้ไปหาเขาที่จวนโหว ไปคารวะท่านพ่อท่านแม่เอาไว้ก่อน เมื่อเสร็จงานสำคัญเขาจะแต่งงานกับนางทันที

ยามนี้เขาก็มึนงงเช่นกัน จวนโหวไม่ส่งข่าวใดและนางก็เงียบหายไปราวกับคนไม่รู้จักกัน

เซียวเหวินรุ่ยเร่งสะสางงานเร็วที่สุดแล้วเดินทางกลับเมืองหลวง ได้ฝากฝังงานให้กู้เฉิงสานต่อ

เสียงเกือกม้าดังมาแต่ไกล ประตูจวนจงหย่งโหวเปิดอ้าออกกว้างต้อนรับคุณชายของเดียวของตระกูลเซียว เขาไม่รอช้าลงจากหลังม้ารุดไปยังเรือนใหญ่โดยไม่สนใจคนรอบข้างที่ลอบมองกันอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก

"เหวินรุ่ยกลับมาแล้ว จะอยู่กี่วันหรือ"

เสียงอบอุ่นของมารดาถามไถ่พลางมองสำรวจความเรียบร้อยของบุตรชายอย่างภาคภูมิใจ

"ท่านแม่ ลี่เซียนมาที่นี่หรือไม่ขอรับ"

เขาถามอย่างร้อนใจโดยไม่สนใจเรื่องที่มารดาถามไปเมื่อครู่ ทำให้นางหน้าตึงขึ้นมาทันที

"กลับมาก็ถามหาคนอื่น เจ้าเห็นพ่อแม่เป็นหัวหลักหัวตอหรืออย่างไร ลูกหนอลูก พ่อแม่เป็นห่วงกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่เจ้ากลับห่วงใยผู้อื่น"

เซียวเหวินรุ่ยรู้ตัวว่าทำให้มารดาเสียความรู้สึกจึงเข้าไปถามไถ่นาง

"ท่านแม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจขอรับ เพียงแต่ข้าได้ยินข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับนาง"

"หากไม่ดีก็เพราะนางทำตัวเองไม่เกี่ยวกับเจ้า เข้าไปข้างในเถิดท่านพ่อของเจ้ารออยู่"

หลังรับประทานอาหารค่ำ เซียวเหวินรุ่ยไม่ลืมถามเรื่องของเป่าลี่เซียนขึ้นมา

"ท่านพ่อขอรับ ลี่เซียนได้มาที่นี่หรือไม่ขอรับ"

"เจ้าถามถึงนางทำไม"

"ข้าไม่ได้ข่าวคราวนางอีกเลยได้ยินว่ากลับจากชายแดนแล้วและตอนนี้อยู่ที่ใดก็ไม่รู้ ข้ากระจายให้คนออกตามสืบแต่ยังไม่ได้ความเลยขอรับ"

เซียวหย่งคังจ้องมองบุตรชายครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเด็ดขาด

"นางจะเป็นอย่างไรไม่เกี่ยวกับตระกูลเราแล้ว ข้าจะไปขอยกเลิกสมรสพระราชทานให้ เจ้าจะได้เป็นอิสระเสียที"

"ท่านพ่อ!"

"ข้าไม่เคยเห็นด้วยแต่แรกอยู่แล้ว แต่ในเมื่อเป็นประสงค์ของฝ่าบาทที่เอ็นดูเจ้า หวังพึ่งพาเจ้าในภายหน้าข้าก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ตอนนี้เจ้าเป็นผู้ว่าการ มีเกียรติยศและยังเป็นผู้สืบทอดจวนโหว สมรสพระราชทานกับเด็กกำพร้านั่นก็ไม่จำเป็นแล้ว"

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ไม่สิ้นวาสนา   ตอนพิเศษ 2

    เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปี บรรยากาศภายในจวนผู้ว่าการมณฑลเหวินเฉิงบัดนี้ไม่ได้เงียบสงบอีกต่อไป เป่าลี่เซียน ได้ให้กำเนิดทายาทตัวน้อยถึงสองคนคนโตเป็นคุณชายน้อยนามว่าเซียวหมิงเจ๋อวัยสี่ขวบ ผู้มีใบหน้าคมคายฉายแววเฉียบแหลมเหมือนเซียวเหวินรุ่ย มีไหวพริบและรอยยิ้มถอดแบบมาจากเป่าลี่เซียนไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนคนเล็กคือเซียวหลินเอ๋อร์ วัยสองขวบครึ่ง ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งจวน ดวงตากลมโตสุกใสและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ใครเห็นก็ต้องหลงรักความเห่อหลานของปู่ย่าจวนโหวนั้นเรียกได้ว่าไม่มีใครเกิน ทันทีที่รู้ว่าลูกสะใภ้ให้กำเนิดทายาทเพิ่มขึ้น สองสามีภรรยาก็เดินทางจากเมืองหลวงมุ่งตรงมายังเมืองเหวินเฉิงทันที และเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนจวนผู้ว่าการจนเกินไป แต่ก็อยากอยู่ใกล้ชิดหลาน ๆ ชนิดที่ว่าก้าวเท้าออกจากเรือนก็เจอจวหย่งโหวถึงกับยอมทุ่มเงินก้อนโตซื้อที่ดินผืนใหญ่ติดกับจวนผู้ว่าการแล้วสร้างเรือนขึ้นมาใหม่ เป็นเรือนหลังใหญ่สง่างาม มีประตูเชื่อมต่อเดินทะลุเข้าหาจวนผู้ว่าการได้โดยตรง ภายในจัดสร้างสนามเด็กเล่น สระบัวกว้างขวาง และห้องเก็บของเล่นที่แน่นขนัดไปด้วยหุ่นไม้ ตุ๊กตาผ้า และขนมนมเนยครบครันชนิดที่ว่าตามใจ

  • ไม่สิ้นวาสนา   ตอนพิเศษ 1

    ผ่านพ้นไปได้ไม่นานหออาภรณ์สำเร็จรูปสกุลเสิ่น ภายใต้การนำของเฉียวเอ๋อร์ กลายเป็นร้านค้าที่ทำกำไรมหาศาลและมีชื่อเสียงกระฉ่อนที่สุดในมณฑลเหวินเฉิงเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต รองเท้าปักลายน่ารัก และถุงหอมสมุนไพรหลวงจากหมอหลวงเป่าลี่เซียน ถูกผู้คนแย่งชิงกันซื้อจนผลิตแทบไม่ทัน ม้วนผ้าเก่าล้าสมัยที่เคยถูกทิ้งขว้างได้นำมาแปรสภาพเป็นเงินทองมูลค่านับพันตำลึง สามารถปลดหนี้และทำกำไรพุ่งสูงขึ้นกว่าร้านผ้าของคู่แข่งหลายเท่าตัวในวันที่ครบกำหนดสัญญา เฉียวเอ๋อร์ยื่นสมุดบัญชีพร้อมหีบใส่เงินกำไรก้อนโตลงบนโต๊ะต่อหน้านายหญิงเสิ่นและท่านเศรษฐีเสิ่น ชัยชนะอันงดงามนี้ทำเอานายหญิงเสิ่นที่เคยอคติและใจดำถึงกับพูดอะไรไม่ออก นึกไม่ถึงว่าสะใภ้ที่ตนเคยดูแคลน จะมีหัวการค้าอันชาญฉลาดและมีความเพียรพยายามถึงเพียงนี้"ข้ารักษาสัญญา" นายหญิงเสิ่นเอ่ยเสียงนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงไม่ปรากฏให้เห็น "ยกกิจการหออาภรณ์สำเร็จรูปให้เจ้าดูแลโดยเด็ดขาด และเจ้าคือสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลเสิ่นที่ข้ายอมรับอย่างจริงแท้"ท่านเศรษฐีเสิ่นเองก็หัวเราะชอบใจ ตบโต๊ะดังปัง "ยอดเยี่ยมมากเฉียวเอ๋อร์ สายตาของอวี่เจียมอง

  • ไม่สิ้นวาสนา   ย้ายเข้าจวนผู้ว่าการ

    เมื่อขบวนรถม้าเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่สำนักศึกษาฝู่เหวินใจกลางเมืองเหวินเฉิง เสี่ยวหาวที่นั่งอยู่ข้างพี่สาวแอบเลิกม่านมองทิวทัศน์ภายนอกด้วยดวงตาเป็นประกาย ค่ำคืนแห่งความยากลำบากของตระกูลซ่งผ่านพ้นไปแล้ว และวันนี้ ก้าวแรกสู่หนทางปัญญาชนของน้องชายหมอหลวงกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม ภายใต้ร่มเงาความรักและการสนับสนุนอันมั่นคงของพี่สาวและพี่เขยผู้ปกครองมณฑลขบวนรถม้าคู่แห่งจวนผู้ว่าการมณฑลเคลื่อนตัวผ่านย่านการค้าอันคึกคัก ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายเหนือที่เงียบสงบอันเป็นที่ตั้งของสำนักศึกษาฝู่เหวิน ป้ายไม้โอ๊คขนาดใหญ่สลักตัวอักษรสีทองทรงพลังเด่นหราอยู่หน้าประตู บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอายน้ำหมึกและเสียงท่องตำราก้องกังวานของเหล่าบัณฑิตเมื่อรถม้าจอดสนิท ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางเต็มยศสีน้ำเงินเข้มก็ก้าวลงมารอรับ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักจะเรียบเฉยยามอยู่ต่อหน้าราษฎร บัดนี้กลับประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนยามทอดสายตามองมายังเป่าลี่เซียนและครอบครัวของนาง"คารวะใต้เท้าเซียว" บิดามารดาตระกูลซ่งรีบก้าวลงจากรถม้าและทำท่าจะคุกเข่าคำนับด้วยความเกรงใจในยศถาบรรดาศักดิ์ ทว่าเซียวเหวินรุ่

  • ไม่สิ้นวาสนา   การค้ารุ่งเรือง

    วันต่อมา ภายในร้านผ้าสายใต้ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับคึกคักขึ้นมาทันตาเห็นด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของเสิ่นอวี่เจีย ชายหนุ่มได้ส่งช่างตัดเย็บเสื้อผ้าฝีมือดีสามคน และช่างปักสตรีผู้มีชื่อเสียงอีกสี่คนจากโรงปักหลวงมาประจำการที่ร้านตามคำขอของภรรยา และยังแอบลงบัญชีส่วนตัวออกเงินสำรองจ่ายค่าแรงล่วงหน้าให้ช่างทุกคนล่วงหน้า เพื่อให้เฉียวเอ๋อร์ปฎิบัติงานได้อย่างไร้กังวลเฉียวเอ๋อร์กางพับผ้าโบราณทั้งหมดออกมาบนโต๊ะยาว นางเริ่มแจกจ่ายงานด้วยท่าทางคล่องแคล่ว "ท่านป้า ผ้าไหมสีม่วงเข้มลายดอกโบตั๋นนี้เนื้อหนาเกินไปหากจะทำชุด ควรนำมาตัดเป็นรองเท้าฝีเข็มแน่น ๆ ปักลายไหมทองเล็กน้อยที่หัวรองเท้า ส่วนผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนล้าสมัยชุดนี้ ตัดเป็นชุดเอี้ยมสำเร็จรูปสำหรับเด็กเล็กและชุดลำลองสำหรับสตรีชาวบ้านธรรมดา เน้นสวมใส่ง่าย ราคาไม่แพงเจ้าค่ะ""แล้วผ้าเศษเล็กเศษน้อยพวกนี้ล่ะนายหญิงน้อย" ช่างปักคนหนึ่งเอ่ยถาม"เศษผ้าพวกนี้อย่าทิ้งเด็ดขาดเจ้าค่ะ นำมาเย็บเป็นถุงหอมใบเล็ก ปักลายนกเป็ดน้ำหรือลายมงคลขนาดย่อม จากนั้นข้าจะไปขอแบ่งซื้อมะลิแห้งและสมุนไพรหอมจากโรงโอสถหลวงของท่านหมอเป่ามาบรรจุไว้ด้านใน ขายในราคาเพียงยี่ส

  • ไม่สิ้นวาสนา   กิจการร้าง

    ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะไปร้านไหน ครอบครัวไหนที่แสร้งทำเป็นเจ้าเล่ห์หมกเม็ด ก็จะถูกเฉียวเอ๋อร์ใช้ไหวพริบของอดีตแม่ค้าตลาดสดตลบหลังจนยอมจ่ายเงินครบทุกอีแปะ ส่วนร้านไหนที่ยากจนและเดือดร้อนจริง ๆ เฉียวเอ๋อร์ก็จะช่วยต่อรองขอพ่อบ้านเฉิงให้ยืดระยะเวลาให้อย่างมีเหตุมีผล ความเก่งกาจ ไหวพริบปฏิภาณ และความมีน้ำใจของนาง ทำให้พ่อบ้านเฉิงรู้สึกประทับใจและเอ็นดูสะใภ้คนนี้จนถึงขั้นสุด"นายหญิงน้อย ท่านช่างมีพรสวรรค์ด้านการค้าขายยิ่งนัก ไหวพริบของท่านเหนือกว่าคุณหนูในห้องหอนับร้อยเท่า"พ่อบ้านเฉิงเอ่ยชมไม่ขาดปาก ขณะที่นั่งพักดื่มชา"มาเถอะขอรับ ข้าจะสอนเคล็ดลับการดูงบลับและการตรวจสอบบัญชีซ้อนของสกุลเสิ่นให้ท่านเอง วิชาพวกนี้นายท่านยังไม่เคยสอนคุณชายเลยด้วยซ้ำ""จริงหรือเจ้าคะ ขอบคุณท่านพ่อบ้านเฉิงยิ่งนักเจ้าค่ะ"เฉียวเอ๋อร์หูผึ่ง ดวงตาวาววับรีบขยับเข้าไปนั่งฟังพ่อบ้านถ่ายทอดวิชาให้อย่างตั้งใจยามเย็นเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ เสิ่นอวี่เจียที่เพิ่งกลับจากที่ว่าการรีบมาหาภรรยาด้วยความห่วงใย แต่เขากลับต้องแปลกใจเมื่อเห็นเฉียวเอ๋อร์นั่งคุยหัวเราะสนุกสนานอยู่กับพ่อบ้านเฉิง โดยมีกองเงินค่าเช่าที่เก็บมาได้ครบถ้วนตั้

  • ไม่สิ้นวาสนา   มวยถูกคู่

    ความรักของขุนนางหนุ่มกับแม่ค้าเต้าหู้แห่งเมืองเหวินเฉิงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด เมื่อเสิ่นอวี่เจียนำเรื่องที่จะแต่งงานกับเฉียวเอ๋อร์เข้าบ้านไปบอกแก่บิดามารดา คฤหาสน์หลังใหญ่ของเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเหวินเฉิงก็แตกตื่นทันที"เจ้าว่าอย่างไรนะอวี่เจีย เจ้าจะแต่งงานกับแม่ค้าขายเต้าหู้ที่ท้ายตลาดงั้นหรือ" เสียงของนายหญิงเสิ่น มารดาของเขาดังลั่นห้องโถง ใบหน้างามบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ นางคัดค้านหัวชนฝาทันที "ไม่ได้! ข้าไม่ยอมเด็ดขาด! เจ้าเป็นถึงรองผู้ว่าการมณฑล ซ้ำยังเป็นบุตรชายคนโตสกุลเสิ่น บุตรีขุนนางหรือคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงมีให้เลือกถมไป เหตุใดต้องไปคว้าสตรีชั้นต่ำที่บ้านดินซอมซ่อที่มารดาก็เพิ่งตายจากเช่นนั้นมาเป็นสะใภ้ใหญ่ นางไม่คู่ควรกับเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ!"เสิ่นอวี่เจียยันกายนั่งนิ่ง ท่วงท่าสุขุมเยือกเย็นราวกับกำลังนั่งเจรจาการค้าสำคัญ ชายหนุ่มปัดแขนเสื้อแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่น"ท่านแม่ เฉียวเอ๋อร์ไม่ใช่สตรีชั้นต่ำ นางเป็นคนกตัญญูและสู้ชีวิต เงินทองสกุลเสิ่นของเรามีล้นฟ้าจนกินใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด เหตุใดต้องเอาเรื่องฐานะมาตัดสินความสุขชั่วชีวิตข

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status