Home / รักโบราณ / ไม่สิ้นวาสนา / หมดวาสนาต่อกัน

Share

ไม่สิ้นวาสนา
ไม่สิ้นวาสนา
Author: หนามชมพู

หมดวาสนาต่อกัน

last update publish date: 2026-07-29 18:00:38

จวนจงหย่งโหว เมืองหลวงเซิ่งจิง

ประตูจวนกว้างใหญ่ปิดสนิท เป่าลี่เซียนยืนมองอยู่ด้านหน้าราวครึ่งชั่วยามแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าคนข้างในจะเปิดประตูออกมาสักคน

บ่าวรับใช้ในจวนโหวยังคงรอฟังคำสั่ง แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านโหวจึงเฉยชาต่อบุตรสาวผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทได้ถึงเพียงนี้ และยังคงนั่งเขียนอักษรเงียบ ๆ อย่างใจเย็นได้

ทุกคนต่างสงสัยในใจแต่ไม่กล้าแม้แต่จะลอบส่งสายตาตั้งคำถามต่อกัน

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม จงหย่งโหวจึงเดินออกมาพร้อมกับโหวฮูหยิน ท่าทางองอาจน่าเกรงขามทำให้บรรยากาศที่เงียบอยู่แล้วเงียบสงัดยิ่งกว่าเดิม

"มีเรื่องใดถึงมายืนรอข้า"

คนอย่างท่านโหวเซียวหย่งคังมองเพียงปราดเดียวก็อ่านเหตุการณ์ออกว่ามีเรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้น

"เรียนท่านโหว คุณหนูเป่าลี่เซียนมารอพบที่หน้าจวนหนึ่งชั่วยามแล้วขอรับ"

บ่าวรับใช้เก่าแก่ของจวนก้มหน้ารายงาน ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้เป็นนาย

จวนจงหย่งโหวขึ้นชื่อเรื่องกฎระเบียบเคร่งครัด ด้วยเหตุนี้จึงมีแต่การสำรวมและระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา

ท่านโหวนิ่งเงียบครู่หนึ่งจึงเอ่ยเสียงราบเรียบ

"พานางเข้ามาพบข้าตรงนี้"

สิ่งที่ผู้คนคาดหวังว่าท่านโหวจะยิ้มแย้มยินดีที่ผู้น้อยจากแดนไกลเดินทางมาคารวะกลับไม่ปรากฎบนใบหน้า ตรงกันข้ามมีแต่ความเคร่งขรึมและเย็นชาของผู้อาวุโสทั้งสอง

เป่าลี่เซียนเดินตามบ่าวรับใช้เข้ามา นางยังคงสงบเสงี่ยมต่อหน้าผู้อาวุโสได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย 

"ลี่เซียนคารวะท่านลุงท่านป้าเจ้าค่ะ"

เป่าลี่เซียนย่อกายอ่อนน้อม นางได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดีจากครอบครัว เรื่องมารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่จึงไม่ขัดเขิน

เขาปรายสายตามองผู้เยาว์กว่าด้วยท่าทีหมางเมินจนนางรู้สึกได้ บุรุษตรงหน้าที่นางเรียกขานว่าท่านลุงมีท่าทางผิดปกติไปจากเมื่อก่อนมาก

"เจ้ามีธุระสำคัญอันใดถึงลำบากมาที่จวนโหวแต่เช้าเช่นนี้"

ความเย็นชาและห่างเหินนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป่าลี่เซียนรับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลในทันที

"หลานไว้ทุกข์ให้ท่านพ่อท่านแม่ครบหนึ่งปี จึงย้ายมาอยู่เมืองหลวงเจ้าค่ะ เพิ่งมาถึงก็มาคารวะท่านลุงท่านป้าเจ้าค่ะ"

ร่องรอยความหม่นเศร้ายังไม่จางหายไปจากใบหน้างาม พ่อแม่จากไปพร้อมกันทิ้งเพียงบุตรสาวคนเดียวให้โดดเดี่ยวในจวน นางคงทุกข์ใจไม่น้อย ที่พึ่งเดียวที่มีก็มีเพียงจวนจงหย่งโหวแห่งนี้เท่านั้น

"กลับมาเมืองหลวงก็ควรหาอะไรทำ พ่อแม่ของเจ้ามีทรัพย์สินตามฐานะ แต่เจ้าจะทำตัวล่องลอยไปวัน ๆ ไม่ได้ ยามนี้ไม่มีใครให้พึ่งพิงแล้ว เจ้าควรพึ่งตนเอง คาดหวังว่าจะให้ผู้อื่นช่วยเหลือก็คงยาก"

โหวฮูหยินกล่าวอบรมนาง ท่าทางผลักไสเช่นนี้เป่าลี่เซียนไม่เคยเห็นมาก่อน

มิใช่ว่านางสูญเสียบิดามารดาไปแล้ว จวนโหวจะโอบอุ้มนางเหมือนคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับท่านพ่อท่านแม่หรอกหรือ เมื่อก่อนท่านทั้งสองเอ็นดูนางดั่งบุตรสาวแท้ ๆ คนหนึ่ง วันนี้เหตุใดกลับกลายเป็นเหินห่างเหมือนนางเป็นภาระ

"หลานรับทราบเจ้าค่ะ"

จะให้นางพูดสิ่งใดได้ ในเมื่อยามนี้ในลำคอของนางมันเริ่มตีบตันแล้ว

"รับทราบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องนำไปปฏิบัติจริงด้วย ยามนี้เจ้าเหลือตัวคนเดียวแล้วอย่าหวังพึ่งพาผู้อื่นอีกเลย"

โหวฮูหยินตอกย้ำเมื่อเห็นนางนิ่งเงียบ 

"ท่านป้าเจ้าคะ ท่านพ่อบอกข้าอยู่เสมอว่าหากมีเรื่องใดให้ข้ามาที่จวนโหว ท่านลุงท่านป้าก็เคยบอกข้า เหตุใดท่านป้าถึงพูดเช่นนี้กับหลานล่ะเจ้าคะ"

ท่านโหวได้ยินดังนั้นสายตาจับจ้องมาที่นางทันที และกล่าวสิ่งที่นางไม่คิดว่าจะได้ยินมาก่อน

"แม่ทัพเป่าทำงานผิดพลาดไร้ชัยชนะ ยังลากแม่ของเจ้าไปตายด้วยกัน แล้วเหตุใดบุตรสาวแม่ทัพปลายแถวอย่างเจ้ายังกล้าแบกหน้ามาเหยียบจวนของข้า"

เป่าลี่เซียนยืนนิ่งอยู่กลางลานเรือน ร่างบอบบางในชุดไว้ทุกข์สั่นเล็กน้อย ดวงตาที่มีประกายความหวังเมื่อแรกเริ่มหม่นลงมาครู่หนึ่งแล้ว นางมองอดีตสหายรักของบิดาด้วยความตัดพ้อ

"แต่ว่าท่านลุง ข้ากับพี่เหวินรุ่ยมีสมรสพระราชทาน"

"เจ้ากล้าดีอย่างไรมาเรียกขานนามของผู้ว่าการเหวินเฉิงเช่นนั้น"

โหวฮูหยินขึ้นเสียงสมทบ สายตาที่มองมามีแต่ความรังเกียจท่วมท้น

"สมรสพระราชทานนั่นมันเรื่องตลกในวัยเด็ก เจ้าก็เป็นแค่เด็กกำพร้า อย่าได้คิดมาเกาะชื่อเสียงลูกชายข้าให้มัวหมอง กลับไปในที่ที่เจ้าควรอยู่เสียเถอะ"

"ฝ่าบาทมอบสมรสนี้ให้ข้า จะขัดราชโองการได้อย่างไรเจ้าคะ"

"ไร้ยางอาย! พ่อเจ้าพ่ายแพ้ศึกศัตรู ยังจะกล้าเรียกร้องอีกหรือ ไม่ประหารเจ้าด้วยก็ดีเท่าไหร่แล้ว ข้าจะนำเรื่องนี้ขอถอนการสมรสเมื่อใดก็ได้ ระหว่างข้าที่มีคุณต่อแผ่นดิน กับพ่อของเจ้าผู้ไม่เอาไหน คิดว่าฝ่าบาทจะฟังใครมากกว่ากัน"

เป่าลี่เซียนตัวสั่นสะท้านเมื่อได้ยิน นี่คือจุดประสงค์แท้จริงของจวนโหวสินะ ความดีชั่วชีวิตของบิดานางไม่มีประโยชน์ใดอีกต่อไปแล้ว ท่านแม่เคยบอกว่าใจคนเรายากแท้หยั่งถึงนางก็เพิ่งเข้าใจลึกซึ้งในวันนี้เอง

"อย่าได้คิดไปไกลเลยคุณหนูเป่า เหวินรุ่ยเองก็ไม่ได้คิดมาก เขาเป็นคนกตัญญูพ่อแม่ว่าอย่างไรเขาก็ว่าตามนั้น เรื่องวัยเด็กก็แค่เรื่องล้อเล่นสนุก ๆ ที่ฝ่าบาทหยอกเย้าพวกเจ้าเท่านั้น ป้ายหยกคู่ก็แค่มอบให้เป็นรางวัลที่พวกเจ้ากล้าหาญ เจ้ากับครอบครัวเจ้าคิดมากไปเอง กลับไปเถิดพวกเราไม่มีอะไรให้เจ้าหรอก"

เสียงอ่อนหวานจากหน้ามือเป็นหลังมือราวกับกำลังหลอกล่อเด็กน้อยของโหวฮูหยินช่างแยบยลนัก เป่าลี่เซียนไม่พูดต่อ นางไม่มีสิ่งใดจะพูดได้อีกแล้ว

"พาคุณหนูเป่าออกไปแล้วปิดประตูจวน"

คำสั่งเฉียบขาดของท่านโหวอื้ออึงอยู่ในโสตประสาท นางเดินตามบ่าวรับใช้ที่นำทางไปยังประตูอย่างว่าง่าย ไม่ได้เอ่ยคัดค้านอะไรอีก

รถม้าออกตัวอย่างรวดเร็วมาถึงจวนตระกูลเป่า เป่าลี่เซียนเดินเหม่อลอยนั่งลงที่ม้านั่งหน้าเรือน สมองของนางยามนี้ทั้งสับสนและผิดหวัง

นางถูกผลักไสออกมาจากจวนจงหย่งโหว ถูกตัดขาดจากที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต ในยามที่นางไม่เหลือใคร พี่เหวินรุ่ยของนางก็ไม่อยู่ที่นี่แล้ว เขาเดินทางล่วงหน้าไปรับตำแหน่งผู้ว่าการของเมืองเหวินเฉิงอันห่างไกลแล้ว

​ภาพแห่งความหวังตรงหน้าค่อยๆ เลือนราง รสชาติแห่งความขมขื่นดึงจิตใจของนางให้จมดิ่ง นึกย้อนกลับไปในวันวาน วันที่เมืองหลวงเซิ่งจิงมีแต่ความอบอุ่น และจวนโหวแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนาง

ในวัยแปดขวบของลี่เซียน บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น เป่าเจิ้นเหว่ย นายกองร่างกายกำยำแต่ใบหน้าใจดีกำลังคลี่แผนที่การรบร่วมกับสหายรักอย่างท่านโหวเซียวหย่งคัง ทั้งสองหารือเรื่องศึกชายแดนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม แต่สายตากลับลอบมองออกไปนอกหน้าต่างเรือนเป็นระยะ

​ที่ลานกว้างด้านนอก เสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงวัยแปดขวบดังเจื้อยแจ้ว

​"พี่เหวินรุ่ย ดูนี่สิ ข้าหัดทำขนมกุ้ยฮวามาให้ท่านตั้งหลายชิ้นแน่ะ มีท่านแม่คอยช่วยข้าด้วยนะ"

เป่าลี่เซียนในวัยเยาว์ สวมชุดสีชมพูสดใสดั่งดอกไม้แรกแย้ม ในมือน้อยๆ ประคองกล่องไม้ใส่อาหารวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเซียวเหวินรุ่ย คุณชายผู้พี่ที่นั่งอ่านตำราอยู่ใต้ต้นหลิว เด็กหนุ่มวัยสิบสองขวบเงยหน้าขึ้นจากม้วนคัมภีร์ ใบหน้าเยาว์วัยที่เริ่มฉายแววหล่อเหลาและสุขุมเกินอายุ แอบจุดรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากยามเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของคู่หมั้นตัวน้อยเลอะแป้งทำขนมเป็นปื้นขาว

​"วิ่งซุ่มซ่ามเช่นนี้ หากล้มลงมาขนมไม่หกกระจายหมดหรือ"

 น้ำเสียงของเขาดูดุ แต่กลับยื่นมือไปช่วยประคองกล่องขนมอย่างระมัดระวัง

"ข้าไม่ล้มหรอก ข้าเก่งจะตาย ท่านชิมดูเร็วเข้า ข้าหัดทำขนมก็เพื่อท่านคนเดียวเลยนะ"

 เด็กหญิงยืดอกอวดอย่างภาคภูมิใจ

เซียวเหวินรุ่ยหยิบขนมกุ้ยฮวาสีเหลืองนวลเข้าปาก รสชาติหวานละมุนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึมซาบไปถึงหัวใจ เด็กหนุ่มเคี้ยวตุ้ย ๆ ก่อนจะแสร้งทำเป็นพยักหน้าเรียบ ๆ

 "อืม พอกลืนลงคอได้ วันหน้าก็หัดทำมาอีกละกัน"

"เย้ พี่เหวินรุ่ยชอบขนมของข้าที่สุด"

เด็กหญิงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ โดยหารู้ไม่ว่า สายตาของเด็กหนุ่มที่มองตามร่างป้อม ๆ ของนางนั้น เต็มไปด้วยความประทับใจลึกซึ้ง 

"ข้าจะชิมขนมของเจ้าจนกว่าจะทำอร่อยกว่าพ่อครัวในวังหลวง"

และเขาก็ทำตามสัจจะที่ให้ไว้ คอยชิมขนมของนางทุกครั้งจนฝีมือของนางเทียบพ่อครัววังหลวงได้อย่างที่นางตั้งใจและมีเขาเป็นแรงผลักดัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่สิ้นวาสนา   ตอนพิเศษ 2

    เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายปี บรรยากาศภายในจวนผู้ว่าการมณฑลเหวินเฉิงบัดนี้ไม่ได้เงียบสงบอีกต่อไป เป่าลี่เซียน ได้ให้กำเนิดทายาทตัวน้อยถึงสองคนคนโตเป็นคุณชายน้อยนามว่าเซียวหมิงเจ๋อวัยสี่ขวบ ผู้มีใบหน้าคมคายฉายแววเฉียบแหลมเหมือนเซียวเหวินรุ่ย มีไหวพริบและรอยยิ้มถอดแบบมาจากเป่าลี่เซียนไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนคนเล็กคือเซียวหลินเอ๋อร์ วัยสองขวบครึ่ง ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งจวน ดวงตากลมโตสุกใสและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ใครเห็นก็ต้องหลงรักความเห่อหลานของปู่ย่าจวนโหวนั้นเรียกได้ว่าไม่มีใครเกิน ทันทีที่รู้ว่าลูกสะใภ้ให้กำเนิดทายาทเพิ่มขึ้น สองสามีภรรยาก็เดินทางจากเมืองหลวงมุ่งตรงมายังเมืองเหวินเฉิงทันที และเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนจวนผู้ว่าการจนเกินไป แต่ก็อยากอยู่ใกล้ชิดหลาน ๆ ชนิดที่ว่าก้าวเท้าออกจากเรือนก็เจอจวหย่งโหวถึงกับยอมทุ่มเงินก้อนโตซื้อที่ดินผืนใหญ่ติดกับจวนผู้ว่าการแล้วสร้างเรือนขึ้นมาใหม่ เป็นเรือนหลังใหญ่สง่างาม มีประตูเชื่อมต่อเดินทะลุเข้าหาจวนผู้ว่าการได้โดยตรง ภายในจัดสร้างสนามเด็กเล่น สระบัวกว้างขวาง และห้องเก็บของเล่นที่แน่นขนัดไปด้วยหุ่นไม้ ตุ๊กตาผ้า และขนมนมเนยครบครันชนิดที่ว่าตามใจ

  • ไม่สิ้นวาสนา   ตอนพิเศษ 1

    ผ่านพ้นไปได้ไม่นานหออาภรณ์สำเร็จรูปสกุลเสิ่น ภายใต้การนำของเฉียวเอ๋อร์ กลายเป็นร้านค้าที่ทำกำไรมหาศาลและมีชื่อเสียงกระฉ่อนที่สุดในมณฑลเหวินเฉิงเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต รองเท้าปักลายน่ารัก และถุงหอมสมุนไพรหลวงจากหมอหลวงเป่าลี่เซียน ถูกผู้คนแย่งชิงกันซื้อจนผลิตแทบไม่ทัน ม้วนผ้าเก่าล้าสมัยที่เคยถูกทิ้งขว้างได้นำมาแปรสภาพเป็นเงินทองมูลค่านับพันตำลึง สามารถปลดหนี้และทำกำไรพุ่งสูงขึ้นกว่าร้านผ้าของคู่แข่งหลายเท่าตัวในวันที่ครบกำหนดสัญญา เฉียวเอ๋อร์ยื่นสมุดบัญชีพร้อมหีบใส่เงินกำไรก้อนโตลงบนโต๊ะต่อหน้านายหญิงเสิ่นและท่านเศรษฐีเสิ่น ชัยชนะอันงดงามนี้ทำเอานายหญิงเสิ่นที่เคยอคติและใจดำถึงกับพูดอะไรไม่ออก นึกไม่ถึงว่าสะใภ้ที่ตนเคยดูแคลน จะมีหัวการค้าอันชาญฉลาดและมีความเพียรพยายามถึงเพียงนี้"ข้ารักษาสัญญา" นายหญิงเสิ่นเอ่ยเสียงนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงไม่ปรากฏให้เห็น "ยกกิจการหออาภรณ์สำเร็จรูปให้เจ้าดูแลโดยเด็ดขาด และเจ้าคือสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลเสิ่นที่ข้ายอมรับอย่างจริงแท้"ท่านเศรษฐีเสิ่นเองก็หัวเราะชอบใจ ตบโต๊ะดังปัง "ยอดเยี่ยมมากเฉียวเอ๋อร์ สายตาของอวี่เจียมอง

  • ไม่สิ้นวาสนา   ย้ายเข้าจวนผู้ว่าการ

    เมื่อขบวนรถม้าเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่สำนักศึกษาฝู่เหวินใจกลางเมืองเหวินเฉิง เสี่ยวหาวที่นั่งอยู่ข้างพี่สาวแอบเลิกม่านมองทิวทัศน์ภายนอกด้วยดวงตาเป็นประกาย ค่ำคืนแห่งความยากลำบากของตระกูลซ่งผ่านพ้นไปแล้ว และวันนี้ ก้าวแรกสู่หนทางปัญญาชนของน้องชายหมอหลวงกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม ภายใต้ร่มเงาความรักและการสนับสนุนอันมั่นคงของพี่สาวและพี่เขยผู้ปกครองมณฑลขบวนรถม้าคู่แห่งจวนผู้ว่าการมณฑลเคลื่อนตัวผ่านย่านการค้าอันคึกคัก ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายเหนือที่เงียบสงบอันเป็นที่ตั้งของสำนักศึกษาฝู่เหวิน ป้ายไม้โอ๊คขนาดใหญ่สลักตัวอักษรสีทองทรงพลังเด่นหราอยู่หน้าประตู บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอายน้ำหมึกและเสียงท่องตำราก้องกังวานของเหล่าบัณฑิตเมื่อรถม้าจอดสนิท ร่างสูงสง่าในชุดขุนนางเต็มยศสีน้ำเงินเข้มก็ก้าวลงมารอรับ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักจะเรียบเฉยยามอยู่ต่อหน้าราษฎร บัดนี้กลับประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนยามทอดสายตามองมายังเป่าลี่เซียนและครอบครัวของนาง"คารวะใต้เท้าเซียว" บิดามารดาตระกูลซ่งรีบก้าวลงจากรถม้าและทำท่าจะคุกเข่าคำนับด้วยความเกรงใจในยศถาบรรดาศักดิ์ ทว่าเซียวเหวินรุ่

  • ไม่สิ้นวาสนา   การค้ารุ่งเรือง

    วันต่อมา ภายในร้านผ้าสายใต้ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับคึกคักขึ้นมาทันตาเห็นด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของเสิ่นอวี่เจีย ชายหนุ่มได้ส่งช่างตัดเย็บเสื้อผ้าฝีมือดีสามคน และช่างปักสตรีผู้มีชื่อเสียงอีกสี่คนจากโรงปักหลวงมาประจำการที่ร้านตามคำขอของภรรยา และยังแอบลงบัญชีส่วนตัวออกเงินสำรองจ่ายค่าแรงล่วงหน้าให้ช่างทุกคนล่วงหน้า เพื่อให้เฉียวเอ๋อร์ปฎิบัติงานได้อย่างไร้กังวลเฉียวเอ๋อร์กางพับผ้าโบราณทั้งหมดออกมาบนโต๊ะยาว นางเริ่มแจกจ่ายงานด้วยท่าทางคล่องแคล่ว "ท่านป้า ผ้าไหมสีม่วงเข้มลายดอกโบตั๋นนี้เนื้อหนาเกินไปหากจะทำชุด ควรนำมาตัดเป็นรองเท้าฝีเข็มแน่น ๆ ปักลายไหมทองเล็กน้อยที่หัวรองเท้า ส่วนผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนล้าสมัยชุดนี้ ตัดเป็นชุดเอี้ยมสำเร็จรูปสำหรับเด็กเล็กและชุดลำลองสำหรับสตรีชาวบ้านธรรมดา เน้นสวมใส่ง่าย ราคาไม่แพงเจ้าค่ะ""แล้วผ้าเศษเล็กเศษน้อยพวกนี้ล่ะนายหญิงน้อย" ช่างปักคนหนึ่งเอ่ยถาม"เศษผ้าพวกนี้อย่าทิ้งเด็ดขาดเจ้าค่ะ นำมาเย็บเป็นถุงหอมใบเล็ก ปักลายนกเป็ดน้ำหรือลายมงคลขนาดย่อม จากนั้นข้าจะไปขอแบ่งซื้อมะลิแห้งและสมุนไพรหอมจากโรงโอสถหลวงของท่านหมอเป่ามาบรรจุไว้ด้านใน ขายในราคาเพียงยี่ส

  • ไม่สิ้นวาสนา   กิจการร้าง

    ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะไปร้านไหน ครอบครัวไหนที่แสร้งทำเป็นเจ้าเล่ห์หมกเม็ด ก็จะถูกเฉียวเอ๋อร์ใช้ไหวพริบของอดีตแม่ค้าตลาดสดตลบหลังจนยอมจ่ายเงินครบทุกอีแปะ ส่วนร้านไหนที่ยากจนและเดือดร้อนจริง ๆ เฉียวเอ๋อร์ก็จะช่วยต่อรองขอพ่อบ้านเฉิงให้ยืดระยะเวลาให้อย่างมีเหตุมีผล ความเก่งกาจ ไหวพริบปฏิภาณ และความมีน้ำใจของนาง ทำให้พ่อบ้านเฉิงรู้สึกประทับใจและเอ็นดูสะใภ้คนนี้จนถึงขั้นสุด"นายหญิงน้อย ท่านช่างมีพรสวรรค์ด้านการค้าขายยิ่งนัก ไหวพริบของท่านเหนือกว่าคุณหนูในห้องหอนับร้อยเท่า"พ่อบ้านเฉิงเอ่ยชมไม่ขาดปาก ขณะที่นั่งพักดื่มชา"มาเถอะขอรับ ข้าจะสอนเคล็ดลับการดูงบลับและการตรวจสอบบัญชีซ้อนของสกุลเสิ่นให้ท่านเอง วิชาพวกนี้นายท่านยังไม่เคยสอนคุณชายเลยด้วยซ้ำ""จริงหรือเจ้าคะ ขอบคุณท่านพ่อบ้านเฉิงยิ่งนักเจ้าค่ะ"เฉียวเอ๋อร์หูผึ่ง ดวงตาวาววับรีบขยับเข้าไปนั่งฟังพ่อบ้านถ่ายทอดวิชาให้อย่างตั้งใจยามเย็นเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ เสิ่นอวี่เจียที่เพิ่งกลับจากที่ว่าการรีบมาหาภรรยาด้วยความห่วงใย แต่เขากลับต้องแปลกใจเมื่อเห็นเฉียวเอ๋อร์นั่งคุยหัวเราะสนุกสนานอยู่กับพ่อบ้านเฉิง โดยมีกองเงินค่าเช่าที่เก็บมาได้ครบถ้วนตั้

  • ไม่สิ้นวาสนา   มวยถูกคู่

    ความรักของขุนนางหนุ่มกับแม่ค้าเต้าหู้แห่งเมืองเหวินเฉิงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด เมื่อเสิ่นอวี่เจียนำเรื่องที่จะแต่งงานกับเฉียวเอ๋อร์เข้าบ้านไปบอกแก่บิดามารดา คฤหาสน์หลังใหญ่ของเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเหวินเฉิงก็แตกตื่นทันที"เจ้าว่าอย่างไรนะอวี่เจีย เจ้าจะแต่งงานกับแม่ค้าขายเต้าหู้ที่ท้ายตลาดงั้นหรือ" เสียงของนายหญิงเสิ่น มารดาของเขาดังลั่นห้องโถง ใบหน้างามบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ นางคัดค้านหัวชนฝาทันที "ไม่ได้! ข้าไม่ยอมเด็ดขาด! เจ้าเป็นถึงรองผู้ว่าการมณฑล ซ้ำยังเป็นบุตรชายคนโตสกุลเสิ่น บุตรีขุนนางหรือคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงมีให้เลือกถมไป เหตุใดต้องไปคว้าสตรีชั้นต่ำที่บ้านดินซอมซ่อที่มารดาก็เพิ่งตายจากเช่นนั้นมาเป็นสะใภ้ใหญ่ นางไม่คู่ควรกับเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ!"เสิ่นอวี่เจียยันกายนั่งนิ่ง ท่วงท่าสุขุมเยือกเย็นราวกับกำลังนั่งเจรจาการค้าสำคัญ ชายหนุ่มปัดแขนเสื้อแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่น"ท่านแม่ เฉียวเอ๋อร์ไม่ใช่สตรีชั้นต่ำ นางเป็นคนกตัญญูและสู้ชีวิต เงินทองสกุลเสิ่นของเรามีล้นฟ้าจนกินใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด เหตุใดต้องเอาเรื่องฐานะมาตัดสินความสุขชั่วชีวิตข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status