แชร์

ไม่สิ้นวาสนา
ไม่สิ้นวาสนา
ผู้แต่ง: หนามชมพู

หมดวาสนาต่อกัน

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-29 18:00:38

จวนจงหย่งโหว เมืองหลวงเซิ่งจิง

ประตูจวนกว้างใหญ่ปิดสนิท เป่าลี่เซียนยืนมองอยู่ด้านหน้าราวครึ่งชั่วยามแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าคนข้างในจะเปิดประตูออกมาสักคน

บ่าวรับใช้ในจวนโหวยังคงรอฟังคำสั่ง แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านโหวจึงเฉยชาต่อบุตรสาวผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทได้ถึงเพียงนี้ และยังคงนั่งเขียนอักษรเงียบ ๆ อย่างใจเย็นได้

ทุกคนต่างสงสัยในใจแต่ไม่กล้าแม้แต่จะลอบส่งสายตาตั้งคำถามต่อกัน

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม จงหย่งโหวจึงเดินออกมาพร้อมกับโหวฮูหยิน ท่าทางองอาจน่าเกรงขามทำให้บรรยากาศที่เงียบอยู่แล้วเงียบสงัดยิ่งกว่าเดิม

"มีเรื่องใดถึงมายืนรอข้า"

คนอย่างท่านโหวเซียวหย่งคังมองเพียงปราดเดียวก็อ่านเหตุการณ์ออกว่ามีเรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้น

"เรียนท่านโหว คุณหนูเป่าลี่เซียนมารอพบที่หน้าจวนหนึ่งชั่วยามแล้วขอรับ"

บ่าวรับใช้เก่าแก่ของจวนก้มหน้ารายงาน ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้เป็นนาย

จวนจงหย่งโหวขึ้นชื่อเรื่องกฎระเบียบเคร่งครัด ด้วยเหตุนี้จึงมีแต่การสำรวมและระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา

ท่านโหวนิ่งเงียบครู่หนึ่งจึงเอ่ยเสียงราบเรียบ

"พานางเข้ามาพบข้าตรงนี้"

สิ่งที่ผู้คนคาดหวังว่าท่านโหวจะยิ้มแย้มยินดีที่ผู้น้อยจากแดนไกลเดินทางมาคารวะกลับไม่ปรากฎบนใบหน้า ตรงกันข้ามมีแต่ความเคร่งขรึมและเย็นชาของผู้อาวุโสทั้งสอง

เป่าลี่เซียนเดินตามบ่าวรับใช้เข้ามา นางยังคงสงบเสงี่ยมต่อหน้าผู้อาวุโสได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย 

"ลี่เซียนคารวะท่านลุงท่านป้าเจ้าค่ะ"

เป่าลี่เซียนย่อกายอ่อนน้อม นางได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดีจากครอบครัว เรื่องมารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่จึงไม่ขัดเขิน

เขาปรายสายตามองผู้เยาว์กว่าด้วยท่าทีหมางเมินจนนางรู้สึกได้ บุรุษตรงหน้าที่นางเรียกขานว่าท่านลุงมีท่าทางผิดปกติไปจากเมื่อก่อนมาก

"เจ้ามีธุระสำคัญอันใดถึงลำบากมาที่จวนโหวแต่เช้าเช่นนี้"

ความเย็นชาและห่างเหินนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป่าลี่เซียนรับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลในทันที

"หลานไว้ทุกข์ให้ท่านพ่อท่านแม่ครบหนึ่งปี จึงย้ายมาอยู่เมืองหลวงเจ้าค่ะ เพิ่งมาถึงก็มาคารวะท่านลุงท่านป้าเจ้าค่ะ"

ร่องรอยความหม่นเศร้ายังไม่จางหายไปจากใบหน้างาม พ่อแม่จากไปพร้อมกันทิ้งเพียงบุตรสาวคนเดียวให้โดดเดี่ยวในจวน นางคงทุกข์ใจไม่น้อย ที่พึ่งเดียวที่มีก็มีเพียงจวนจงหย่งโหวแห่งนี้เท่านั้น

"กลับมาเมืองหลวงก็ควรหาอะไรทำ พ่อแม่ของเจ้ามีทรัพย์สินตามฐานะ แต่เจ้าจะทำตัวล่องลอยไปวัน ๆ ไม่ได้ ยามนี้ไม่มีใครให้พึ่งพิงแล้ว เจ้าควรพึ่งตนเอง คาดหวังว่าจะให้ผู้อื่นช่วยเหลือก็คงยาก"

โหวฮูหยินกล่าวอบรมนาง ท่าทางผลักไสเช่นนี้เป่าลี่เซียนไม่เคยเห็นมาก่อน

มิใช่ว่านางสูญเสียบิดามารดาไปแล้ว จวนโหวจะโอบอุ้มนางเหมือนคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับท่านพ่อท่านแม่หรอกหรือ เมื่อก่อนท่านทั้งสองเอ็นดูนางดั่งบุตรสาวแท้ ๆ คนหนึ่ง วันนี้เหตุใดกลับกลายเป็นเหินห่างเหมือนนางเป็นภาระ

"หลานรับทราบเจ้าค่ะ"

จะให้นางพูดสิ่งใดได้ ในเมื่อยามนี้ในลำคอของนางมันเริ่มตีบตันแล้ว

"รับทราบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องนำไปปฏิบัติจริงด้วย ยามนี้เจ้าเหลือตัวคนเดียวแล้วอย่าหวังพึ่งพาผู้อื่นอีกเลย"

โหวฮูหยินตอกย้ำเมื่อเห็นนางนิ่งเงียบ 

"ท่านป้าเจ้าคะ ท่านพ่อบอกข้าอยู่เสมอว่าหากมีเรื่องใดให้ข้ามาที่จวนโหว ท่านลุงท่านป้าก็เคยบอกข้า เหตุใดท่านป้าถึงพูดเช่นนี้กับหลานล่ะเจ้าคะ"

ท่านโหวได้ยินดังนั้นสายตาจับจ้องมาที่นางทันที และกล่าวสิ่งที่นางไม่คิดว่าจะได้ยินมาก่อน

"แม่ทัพเป่าทำงานผิดพลาดไร้ชัยชนะ ยังลากแม่ของเจ้าไปตายด้วยกัน แล้วเหตุใดบุตรสาวแม่ทัพปลายแถวอย่างเจ้ายังกล้าแบกหน้ามาเหยียบจวนของข้า"

เป่าลี่เซียนยืนนิ่งอยู่กลางลานเรือน ร่างบอบบางในชุดไว้ทุกข์สั่นเล็กน้อย ดวงตาที่มีประกายความหวังเมื่อแรกเริ่มหม่นลงมาครู่หนึ่งแล้ว นางมองอดีตสหายรักของบิดาด้วยความตัดพ้อ

"แต่ว่าท่านลุง ข้ากับพี่เหวินรุ่ยมีสมรสพระราชทาน"

"เจ้ากล้าดีอย่างไรมาเรียกขานนามของผู้ว่าการเหวินเฉิงเช่นนั้น"

โหวฮูหยินขึ้นเสียงสมทบ สายตาที่มองมามีแต่ความรังเกียจท่วมท้น

"สมรสพระราชทานนั่นมันเรื่องตลกในวัยเด็ก เจ้าก็เป็นแค่เด็กกำพร้า อย่าได้คิดมาเกาะชื่อเสียงลูกชายข้าให้มัวหมอง กลับไปในที่ที่เจ้าควรอยู่เสียเถอะ"

"ฝ่าบาทมอบสมรสนี้ให้ข้า จะขัดราชโองการได้อย่างไรเจ้าคะ"

"ไร้ยางอาย! พ่อเจ้าพ่ายแพ้ศึกศัตรู ยังจะกล้าเรียกร้องอีกหรือ ไม่ประหารเจ้าด้วยก็ดีเท่าไหร่แล้ว ข้าจะนำเรื่องนี้ขอถอนการสมรสเมื่อใดก็ได้ ระหว่างข้าที่มีคุณต่อแผ่นดิน กับพ่อของเจ้าผู้ไม่เอาไหน คิดว่าฝ่าบาทจะฟังใครมากกว่ากัน"

เป่าลี่เซียนตัวสั่นสะท้านเมื่อได้ยิน นี่คือจุดประสงค์แท้จริงของจวนโหวสินะ ความดีชั่วชีวิตของบิดานางไม่มีประโยชน์ใดอีกต่อไปแล้ว ท่านแม่เคยบอกว่าใจคนเรายากแท้หยั่งถึงนางก็เพิ่งเข้าใจลึกซึ้งในวันนี้เอง

"อย่าได้คิดไปไกลเลยคุณหนูเป่า เหวินรุ่ยเองก็ไม่ได้คิดมาก เขาเป็นคนกตัญญูพ่อแม่ว่าอย่างไรเขาก็ว่าตามนั้น เรื่องวัยเด็กก็แค่เรื่องล้อเล่นสนุก ๆ ที่ฝ่าบาทหยอกเย้าพวกเจ้าเท่านั้น ป้ายหยกคู่ก็แค่มอบให้เป็นรางวัลที่พวกเจ้ากล้าหาญ เจ้ากับครอบครัวเจ้าคิดมากไปเอง กลับไปเถิดพวกเราไม่มีอะไรให้เจ้าหรอก"

เสียงอ่อนหวานจากหน้ามือเป็นหลังมือราวกับกำลังหลอกล่อเด็กน้อยของโหวฮูหยินช่างแยบยลนัก เป่าลี่เซียนไม่พูดต่อ นางไม่มีสิ่งใดจะพูดได้อีกแล้ว

"พาคุณหนูเป่าออกไปแล้วปิดประตูจวน"

คำสั่งเฉียบขาดของท่านโหวอื้ออึงอยู่ในโสตประสาท นางเดินตามบ่าวรับใช้ที่นำทางไปยังประตูอย่างว่าง่าย ไม่ได้เอ่ยคัดค้านอะไรอีก

รถม้าออกตัวอย่างรวดเร็วมาถึงจวนตระกูลเป่า เป่าลี่เซียนเดินเหม่อลอยนั่งลงที่ม้านั่งหน้าเรือน สมองของนางยามนี้ทั้งสับสนและผิดหวัง

นางถูกผลักไสออกมาจากจวนจงหย่งโหว ถูกตัดขาดจากที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต ในยามที่นางไม่เหลือใคร พี่เหวินรุ่ยของนางก็ไม่อยู่ที่นี่แล้ว เขาเดินทางล่วงหน้าไปรับตำแหน่งผู้ว่าการของเมืองเหวินเฉิงอันห่างไกลแล้ว

​ภาพแห่งความหวังตรงหน้าค่อยๆ เลือนราง รสชาติแห่งความขมขื่นดึงจิตใจของนางให้จมดิ่ง นึกย้อนกลับไปในวันวาน วันที่เมืองหลวงเซิ่งจิงมีแต่ความอบอุ่น และจวนโหวแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนาง

ในวัยแปดขวบของลี่เซียน บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น เป่าเจิ้นเหว่ย นายกองร่างกายกำยำแต่ใบหน้าใจดีกำลังคลี่แผนที่การรบร่วมกับสหายรักอย่างท่านโหวเซียวหย่งคัง ทั้งสองหารือเรื่องศึกชายแดนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม แต่สายตากลับลอบมองออกไปนอกหน้าต่างเรือนเป็นระยะ

​ที่ลานกว้างด้านนอก เสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงวัยแปดขวบดังเจื้อยแจ้ว

​"พี่เหวินรุ่ย ดูนี่สิ ข้าหัดทำขนมกุ้ยฮวามาให้ท่านตั้งหลายชิ้นแน่ะ มีท่านแม่คอยช่วยข้าด้วยนะ"

เป่าลี่เซียนในวัยเยาว์ สวมชุดสีชมพูสดใสดั่งดอกไม้แรกแย้ม ในมือน้อยๆ ประคองกล่องไม้ใส่อาหารวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเซียวเหวินรุ่ย คุณชายผู้พี่ที่นั่งอ่านตำราอยู่ใต้ต้นหลิว เด็กหนุ่มวัยสิบสองขวบเงยหน้าขึ้นจากม้วนคัมภีร์ ใบหน้าเยาว์วัยที่เริ่มฉายแววหล่อเหลาและสุขุมเกินอายุ แอบจุดรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากยามเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของคู่หมั้นตัวน้อยเลอะแป้งทำขนมเป็นปื้นขาว

​"วิ่งซุ่มซ่ามเช่นนี้ หากล้มลงมาขนมไม่หกกระจายหมดหรือ"

 น้ำเสียงของเขาดูดุ แต่กลับยื่นมือไปช่วยประคองกล่องขนมอย่างระมัดระวัง

"ข้าไม่ล้มหรอก ข้าเก่งจะตาย ท่านชิมดูเร็วเข้า ข้าหัดทำขนมก็เพื่อท่านคนเดียวเลยนะ"

 เด็กหญิงยืดอกอวดอย่างภาคภูมิใจ

เซียวเหวินรุ่ยหยิบขนมกุ้ยฮวาสีเหลืองนวลเข้าปาก รสชาติหวานละมุนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึมซาบไปถึงหัวใจ เด็กหนุ่มเคี้ยวตุ้ย ๆ ก่อนจะแสร้งทำเป็นพยักหน้าเรียบ ๆ

 "อืม พอกลืนลงคอได้ วันหน้าก็หัดทำมาอีกละกัน"

"เย้ พี่เหวินรุ่ยชอบขนมของข้าที่สุด"

เด็กหญิงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ โดยหารู้ไม่ว่า สายตาของเด็กหนุ่มที่มองตามร่างป้อม ๆ ของนางนั้น เต็มไปด้วยความประทับใจลึกซึ้ง 

"ข้าจะชิมขนมของเจ้าจนกว่าจะทำอร่อยกว่าพ่อครัวในวังหลวง"

และเขาก็ทำตามสัจจะที่ให้ไว้ คอยชิมขนมของนางทุกครั้งจนฝีมือของนางเทียบพ่อครัววังหลวงได้อย่างที่นางตั้งใจและมีเขาเป็นแรงผลักดัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไม่สิ้นวาสนา   เสมียนหน้าโง่

    ยามอิ๋นทั่วทั้งมณฑลเหวินเฉิงยังคงจมดิ่งอยู่ใต้ความมืดมิดและลมหนาวเย็นเยือก ทว่าภายในห้องครัวเล็ก ๆ ของสองแม่ลูกสกุลเฉียว กลับมีแสงตะเกียงน้ำมันดวงน้อยส่องสว่างโชยไอร้อน กลิ่นหอมละมุนของน้ำถั่วเหลืองต้มสุกโชยอบอวลไปทั่วบริเวณ"เฉียวเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจหรือว่าสัญญาที่เจ้าทำกับทางการเมื่อกลางวัน จะไม่ทำเดือดร้อนทีหลังน่ะลูก"สตรีวัยกลางคนผู้มีใบหน้าซูบเซียวเอ่ยถามด้วยความกังวล มือผอมบางคอยช่วยตักถั่วเหลืองที่แช่น้ำจนนิ่มใส่ลงในช่องหินโม่ขนาดย่อม"ท่านแม่วางใจเถิดเจ้าค่ะ" เฉียวเอ๋อร์ขยับแขนเรียวออกแรงหมุนแกนไม้โม่หินอย่างแข็งขัน ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดเหงื่อแววตาเปล่งประกายความมั่นใจเต็มเปี่ยม "เสมียนหน้าขาวคนนั้นท่าทางซื่อบื้อจะตายไป คิดเลขก็ไม่เป็น ข้าคำนวณดูแล้ว ค่าธรรมเนียมตั้งแผงลอยตั้งสองตำลึงเงิน แต่เขาให้เราส่งเต้าหู้แค่ห้าก้อนต่อวันมาหักหนี้ ต้นทุนถั่วเหลืองไม่กี่อีแปะ ส่งไม่กี่วันก็หมดหนี้หลวงแล้วเจ้าค่ะ ทางการขาดทุนย่อยยับ ส่วนพวกเรากำไรเห็น ๆ"นางหัวเราะร่าชอบใจ สะบัดหน้าชมตัวเองในใจว่าช่างเป็นอัจฉริยะทางการเงินยิ่งนัก โดยหารู้ไม่ว่าสัญญาที่ประทับตราไปเมื่อกลางวันนั้น ถูกเส

  • ไม่สิ้นวาสนา   ฉลาดกว่าเห็น ๆ

    ภายในจวนตระกูลเป่าที่เพิ่งได้รับการคืนเกียรติยศ บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยความอาลัย รถม้าคันใหญ่ของจวนจงหย่งโหวจอดเตรียมพร้อมอยู่ด้านหน้า เป่าลี่เซียนในชุดเดินทางรัดกุมที่ดูสง่างาม หันไปกุมมือเหี่ยวชราของพ่อบ้านเหอเอาไว้แน่น"ท่านลุงเหอ ลำบากท่านแล้ว จวนตระกูลเป่าคงต้องฝากท่านช่วยดูแลรักษาแทนข้าด้วยนะเจ้าคะ""คุณหนูโปรดวางใจเถิดขอรับ" พ่อบ้านเหอน้ำตาคลอเบ้า ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม "บ่าวจะดูแลจวนแห่งนี้ให้สะอาดสะอ้าน รอคุณหนูกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง ขอให้คุณหนูและใต้เท้าเซียวเดินทางปลอดภัยนะขอรับ"เซียวเหวินรุ่ยบีบไหล่พ่อบ้านชราเบา ๆ แทนคำสัญญาว่าจะดูแลเป่าลี่เซียนให้ดีที่สุด จากนั้นทั้งคู่จึงขึ้นรถม้า มุ่งหน้าไปยังจวนจงหย่งโหวเพื่อลาจงหย่งโหวและโหวฮูหยิน ซึ่งยามนี้ทัศนคติเปลี่ยนไปราวหน้ามือเป็นหลังมือ โหวฮูหยินถึงกับมอบปิ่นหยกและของบำรุงตระเตรียมใส่รถม้าให้อย่างล้นหลาม พลางกำชับให้ทั้งคู่รีบมีทายาทและส่งข่าวมาบอก เมื่อร่ำลาบุพการีเรียบร้อยแล้ว ขบวนรถม้าจึงเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่มณฑลเหวินเฉิงมณฑลเหวินเฉิงเหวินเฉิงกลับมาเจริญรุ่งเรืองและเป็นระเบียบเรียบร้อยข

  • ไม่สิ้นวาสนา   กอบกู้เกียรติยศ

    บ่าวรับใช้ด้านนอกรีบยกอ่างน้ำอุ่นและเครื่องแต่งกายเข้ามาปรนนิบัติอย่างนอบน้อม ยามนี้เป่าลี่เซียนสลัดคราบหมอหญิงชาวบ้าน สวมใส่ชุดฮูหยินเอกตระกูลขุนนางตามจารีตประเพณีโบราณอย่างเต็มยศ ตัวชุดเป็นผ้าไหมสีแดงมงคลทอสลับดิ้นทองขลิบชายด้วยผ้าต่วนสีเขียวเข้มอันเป็นสัญลักษณ์ของภรรยาหลวง ตัวเสื้อปักลวดลายใบบัวและนกยูงคู่มงคล บ่งบอกถึงความร่มเย็นเป็นสุขและเกียรติยศ เสื้อคลุมตัวนอกยาวคลุมสะโพก มวยผมดกดำเกล้าขึ้นประดับด้วยปิ่นระย้าทองคำและไข่มุกเม็ดโตสลักลายดอกโบตั๋น ใบหน้างดงามสะคราญตาจนเซียวเหวินรุ่ยที่แต่งกายในชุดขุนนางเต็มยศสีแดงเข้มถึงกับยืนมองตาค้างด้วยความลุ่มหลง ชายหนุ่มก้าวเข้ามาจับจูงมือบางของนาง พากันเยื้องย่างออกจากเรือนหอมุ่งตรงไปยังห้องโถงหลักภายในห้องโถงกว้างใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ จงหย่งโหวและโหวฮูหยินสวมชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มและน้ำเงินครามอันหรูหรา นั่งประจำตำแหน่งประธานบนเก้าอี้สลักลาย ด้านข้างมีซ่งไห่และหวังซิ่งในชุดผ้าเนื้อดีที่จวนโหวจัดเตรียมให้ นั่งร่วมเป็นพยานฝั่งเจ้าสาว พร้อมด้วยด้วยพ่อบ้านเหอที่ยืนคุมบ่าวไพร่ดูแลความเรียบร้อย"บัดนี้ได้ฤกษ์มงคล คารวะน้ำชาบิดามารดา" เสี

  • ไม่สิ้นวาสนา   เข้าหอ nc18+

    แสงเทียนมงคลสีแดงชาดส่องสว่างอยู่ภายในห้องหออันกว้างใหญ่ กลิ่นอายหอมสะอาดของกำยานดอกไม้มงคลอบอวลไปทั่วทุกมุมห้อง เป่าลี่เซียนนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียงกว้างที่ปูด้วยฟูกผ้าไหมสีแดงมงคล สองมือกุมประสานกันแน่นอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าผืนบาง ใจดวงน้อยเต้นระทึกเป็นจังหวะรัวเร็ว เมื่อได้ยินเสียงผลักบานประตูและฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเดินเข้ามาภายในเรือนเซียวเหวินรุ่ยในชุดเจ้าบ่าวสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงเบื้องหน้าฮูหยินของตน ชายหนุ่มหยิบไม้คานมงคลทำจากไม้จันทน์ทองคำขึ้นมา ก่อนจะใช้ปลายไม้ค่อย ๆ สอดช้อนใต้ชายผ้าคลุมหน้าสีแดงสด แล้วเลิกขึ้นช้า ๆ อย่างทะนุถนอมเมื่อผ้าคลุมหน้าพ้นผ่าน ใบหน้าหวานที่แต่งแต้มด้วยชาดสีสดก็ปรากฏสู่สายตา ดวงตาคู่สวยฉ่ำปรือเงยขึ้นสบสายตาคมกริบของสามีด้วยความขัดเขิน แววตาของเซียวเหวินรุ่ยในยามนี้เข้มขึ้นดูลุ่มหลงจนยากจะถอนตัว ชายหนุ่มวางไม้คานลงแล้วทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง เอื้อมมือไปหยิบจอกสุรามงคลสองใบที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ส่งให้นางจอกหนึ่ง ส่วนตนเองถือไว้จอกหนึ่ง"เซียนเอ๋อร์ ดื่มสุราคล้องแขนเถิด จากนี้ไปเจ้ากับข้าจะเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วชีวิต"ท่อนแขนแกร่งสอดประสานคล้องเ

  • ไม่สิ้นวาสนา   วันมงคลสมรส

    เซียวเหวินรุ่ยกลับเข้ามาภายในเรือนหลักของจวนจงหย่งโหว ชายหนุ่มไม่รอช้า มุ่งตรงไปยังห้องโถงกลางที่ซึ่งบิดาและมารดากำลังนั่งหารือกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยแจ้งกำหนดการด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เด็ดขาด"ท่านพ่อ ท่านแม่ อีกสามวันจะถึงวันมงคลสมรสแล้ว ลูกมาเรียนแจ้งให้ท่านเตรียมตัวขอรับ""อะไรนะ! อีกสามวัน" โหวฮูหยินอุทานแผ่วเบา ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "รุ่ยเอ๋อร์ เจ้าจะรีบร้อนเกินไปแล้ว งานมงคลของจวนโหวทั้งที ทั้งขบวนสินสอด การตกแต่งเรือนหอ แจกจ่ายเทียบเชิญขุนนางใหญ่อีก เวลาเพียงสามวันจะเตรียมทันได้อย่างไร ซ้ำร้าย เรื่องสตรีผู้นั้น แม่ยังมิได้...""ท่านแม่ขอรับ เรื่องนี้ลูกได้กราบทูลและถวายรายงานต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทแล้ว" เซียวเหวินรุ่ยเอ่ยขัดขึ้นเสียงทุ้มแฝงด้วยความกดดัน "ผลงานความดีความชอบของเป่าลี่เซียนที่มณฑลเหวินเฉิงมีมากมาย นางใช้ความรู้ความสามารถระงับโรคระบาดร้ายแรง ช่วยชีวิตราษฎร การที่นางควบคุมสถานการณ์ได้รวดเร็วเช่นนั้น เท่ากับช่วยรักษาชีวิตของลูก และส่งเสริมเกียรติยศในหน้าที่การงานของลูกต่อราชสำนั

  • ไม่สิ้นวาสนา   กลับจวนตระกูลเป่า

    หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเข้าเฝ้าและได้รับราชโองการยืนยันงานมงคลสมรสเป็นที่เรียบร้อย เซียวเหวินรุ่ยก็ไม่รั้งรอให้เป่าลี่เซียนต้องทนอึดอัดใจอยู่ในจวนโหวที่บุพการีของเขายังคงมีความขุ่นมัว ชายหนุ่มสั่งการให้จัดขบวนรถม้า นำพานางพร้อมด้วยครอบครัวตระกูลซ่ง มุ่งหน้าตรงไปยัง จวนตระกูลเป่าทันทีจวนตระกูลเป่าในยามนี้ แม้จะดูเงียบเหงาไปบ้างเพราะขาดเจ้านายผู้นำทัพมานาน แต่จวนเก่าแห่งนี้ยังดูสะอาดสะอ้านและสงบเงียบ เมื่อเป่าลี่เซียนก้าวเท้าผ่านประตูใหญ่เข้ามา พ่อบ้านเหอ ชายชราผู้ซื่อสัตย์ที่คอยเฝ้าดูแลจวนรกร้างนี้ด้วยความหวังอันริบหรี่มาโดยตลอดพลันเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นร่างระหงที่คุ้นตา ชายชราถึงกับเบิกตากว้าง ไม้กวาดในมือร่วงหล่นลงพื้นโดยไม่รู้ตัว"คุณหนู ท่านกลับมาแล้วจริง ๆ หรือขอรับ" พ่อบ้านเหอฝูซอยเท้าก้าวเข้ามาหา ร่างกายสั่นเทาด้วยความปิติ ชายชราเอื้อมมือเหี่ยวย่นเข้าจับมือบางของนางไว้แน่น น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลอาบแก้ม "โถ คุณหนู ข้าทั้งคิดถึง ทั้งเป็นห่วงท่านยิ่งนัก คิดว่าชีวิตนี้จะไม่ได้พบท่านอีกแล้ว"เป่าลี่เซียนน้ำตาคลอเบ้า นางบีบมือพ่อบ้านเหอเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม "ท่านลุง ข้ากลับมาแล้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status