Se connecter“ว้าย ตายแล้วพี่แพร”
สาวสวยอีกสองคนยกมือขึ้นแนบอก เมื่อแพรไหมที่กำลังผสมเครื่องดื่มให้ลูกค้าถูกเพื่อนอีกคนเดินมากระแทกตัวทำให้น้ำร้อนในกาน้ำราดใส่มือ
“พี่ไม่เป็นไร น้ำไม่ร้อนมาก”
แพรไหมสะบัดมือด้วยความแสบร้อน แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นมือพอง โชคดีที่น้ำไม่ได้ร้อนจัด ถึงอย่างนั้นก็ทำให้มือบางแดงเถือก และสงสัยว่าเธอคงต้องรีบไปหาหมอเสียแล้ว
“ช่วงนี้ดวงตกหรือไงยัยแพร”
แพรไหมบ่นก่อนจะเป่าลมออกจากปากสองหน เพราะการถอดเสื้อผ้าออกจากตัวนั้นแสนจะลำบากและวุ่นวาย อีกทั้งยังถูกคุณหมอสั่งห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำ ระหว่างอาบน้ำเธอจึงต้องคอยยกมือไว้อยู่ตลอด
“อาบน้ำก็ลำบากอีก” หญิงสาวมองมือที่ถูกพันผ้าก๊อซไว้ ก่อนจะนิ่วหน้าเพราะรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกแล้ว และครั้งนี้ดูเหมือนจะหนักกว่าเดิม
แพรไหมเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงหลังอาบน้ำเสร็จ ก่อนจะหยิบน้ำและยามากรอกปาก แล้วจึงทิ้งตัวนอนลง เธอกำลังจะป่วยในรอบหลายปี เป็นเพราะโดนฝนวันนั้นด้วยแน่ๆ ประกอบกับใจที่กำลังอ่อนแอ ไม่นานความง่วงงุนจากฤทธิ์ยาก็ส่งผลให้เปลือกตาคู่สวยค่อยๆ ปิดลงอย่างเชื่องช้า
แพรไหมหลับไปด้วยอาการกระสับกระส่าย เพราะอุณหภูมิร่างกายเริ่มร้อนขึ้น หญิงสาวนอนหลับๆ ตื่นๆ กระทั่งสัมผัสได้ว่าเตียงนอนยุบลง จึงฝืนลืมตา
ภาพเบื้องหน้าที่เห็นทำให้ต้องเค้นเสียงถามไป “มาทำไม”
“มาเอา” คนที่นั่งอยู่ข้างเตียงคลายเนกไทลงแล้วบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้มีแววห่วงใยแต่อย่างใด
“ออกไป” แพรไหมออกปากไล่ เธอไม่อยากเห็นหน้าฉัตรฐา กลัวว่าจะไข้ขึ้นหนักยิ่งกว่าเดิม
“เธอควรทำหน้าที่ของตัวเอง”
ฉัตรฐาไม่ขยับไปไหน แถมยังโน้มใบหน้าไปใกล้ดวงหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำ ตาจ้องตาเพื่อบอกว่าเขามาทวงหน้าที่ที่แพรไหมละเลย
“เป็น-แค่-ลูก-น้อง” หญิงสาวเค้นเสียงบอกทีละคำ ฉัตรฐาลืมคำบอกของตัวเองไปหรืออย่างไร
“เจ้านายเอาลูกน้องมีถมเถไป” ฉัตรฐาบอกอย่างไม่สะท้าน ว่าแล้วใช้หลังมือไล้หน้านวลที่กำลังร้อนจัด“เกลียดว่ะ” แพรไหมปัดมือหนาทิ้งแล้วกดตะคอกเสียงดัง นึกอยากลุกขึ้นไปอาละวาด
“พูดไม่เพราะเลยครับ” ฉัตรฐายิ้มชอบใจ พลางโน้มหน้าลงไปใกล้อีกนิด จนเกือบชิดปลายจมูกสวย
“ถอยออกไป” แพรไหมออกแรงผลักอกกว้าง นึกอยากจะยกมือขึ้นข่วนหน้าอีกฝ่ายให้เลือดซิบ แล้วฝืนตัวลุกขึ้นจากหมอนพยายามขยับตัวไปอีกฝั่ง
“จะไปไหน” ฉัตรฐาดึงข้อมือเล็กไว้ คิดหรือว่าจะหนีเขาไปได้
คนที่ป่วยกายแล้วยังต้องเจ็บปวดหัวใจอีกพยายามสะบัดมือหนาให้พ้น แล้วยืดแขนไปคว้ากระเป๋าสตางค์ของตัวเองมาไว้ในมือ “เอาเงินไปซื้อกินซะ” หญิงสาวหยิบเงินออกมาแล้วปาใส่หน้าคนมักมาก ก่อนจะปล่อยประโยคคำถาม “คนของคุณไม่ให้เอาหรือไงถึงกระเสือกกระสนแบบนี้”
ฉัตรฐานิ่งมอง ไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย
“อย่าบอกนะว่ายังไม่เคยแตะ ขี้ขลาดว่ะ กลับไปซบอกพ่อไป” แพรไหมถึงกับหลุดขำ ไม่นึกว่าหัวใจของฉัตรฐาจะเล็กยิ่งกว่ามด แล้วออกแรงผลักไสไล่ไปให้พ้นอีกรอบ
“แพรไหม” คนถูกค่อนแคะถึงกับเค้นเสียงเข้ม ดวงตาดุดันเบิกโต
“พูดแทงใจดำทำเป็นรับไม่ได้” แพรไหมบิดปากนึกสะใจ สิ่งที่เธอพูดไปล้วนเป็นความจริง ฉัตรฐาเก่งแค่ปากก็เท่านั้นเอง
“คนคั่นเวลาอย่างเธอมีสิทธิ์น้อยใจด้วยเหรอ สำหรับเกลฉันทะนุถนอมไว้ในวันที่เหมาะสมต่างหาก”
ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง
“ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน
บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี
“เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร
“ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ
“อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห







