เข้าสู่ระบบบทที่ 4
“กูถามจริงไอ้ไฉ มึงกำลังเอาเขามาเป็นตัวแทนเกลหรือเปล่าวะ หรือเอาเขาเป็นคนคั่นเวลาระหว่างรอเกล ถึงเขาจะหน้าไม่เหมือน แต่ยิ้มคล้ายๆ กัน…”
หัวใจของแพรไหมยังจมอยู่กับประโยคนี้แม้คลิปเสียงจะเงียบไปแล้ว และเธอจำได้ดีว่าเป็นเสียงของจิรัฐและฉัตรฐา
“ตัวแทน คนคั่นเวลาเหรอ”
เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าฉัตรฐามีคนในใจ เขาไม่เคยพูดถึง และเธอคนนั้นก็ไม่เคยมาปรากฏตัวให้เห็น ไม่ทันให้คร่ำครวญอะไรอีก เสียงแจ้งเตือนก็ดังเป็นรอบที่สอง
ไลน์
ผู้หวังดีส่งไฟล์บางอย่างมาให้เธอ ปากนุ่มขบแน่น รู้สึกว่าไม่อยากเปิดอ่าน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะหนีความจริงไปทำไม
“ผู้หญิงคนนี้สินะ”
เธอเปิดดูภาพที่ถูกส่งมาให้ คาดว่าเป็นผู้หญิงที่ได้นั่งในตำแหน่งหัวใจของฉัตรฐา
เธอสวย ตัวเล็ก น่าทะนุถนอม ทว่ารอยยิ้มไม่เห็นเหมือนกันสักนิด เธอคนนั้นยิ้มแล้วโลกสดใส ส่วนแพรไหมยิ้มหม่นราวกับโลกกำลังจะถล่ม
มันกำลังเกิดขึ้นจริงๆ แค่ไม่ได้เกิดกับโลกใบกลม แต่เป็นใจดวงเล็กของเธอ
แพรไหมถอยตัวไปนั่งบนโซฟา พยายามตั้งสติและจัดการกับความรู้สึกของหัวใจที่มันบ้าหลงคิดไปเองทั้งนั้น จะโกรธใครได้ นอกจากตัวเองที่อ่อนไหวไปคนเดียว
เฮ้อ
หญิงสาวยิ้มเศร้าแล้วนั่งจมอยู่กับความจริงที่ได้รู้
ส่วนผู้หวังดียิ้มร่า ใจจริงอยากกดอัดเสียงมากกว่านี้ แต่กลัวจะถูกจับได้ แต่เท่านี้ก็สาแก่ใจแล้ว เพราะรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าแพรไหมมาตลอด และกลัวว่าอีกฝ่ายจะมาแย่งคนของเธอไป
แพรไหมยกขาทั้งสองข้างขึ้นมานั่งกอดแล้วโยกตัวไปมา ทว่ากลับไม่มีน้ำตาทิ้งลงมาแม้สักหยด เรื่องแค่นี้เธอไม่ควรร้องไห้
มันเจ็บใจ แต่ไม่ถึงขั้นตาย
นานเท่าไรไม่รู้ที่เธอจมอยู่กับความเงียบ กระทั่งมีเสียงทุ้มเข้มดังขึ้น
“เป็นอะไร”
“คุณมาตั้งแต่เมื่อไรคะ” แพรไหมดึงตัวออกจากความเศร้าเงยหน้าไปมอง
“นานแล้ว ถ้าเป็นโจรป่านนี้มันจับเธอฆ่าไปแล้ว” เสียงไขกุญแจห้องก็ดังขึ้น แต่แพรไหมกลับยังนั่งเหมอไม่รู้เรื่องราว
“ของ เอาไป”
“แพรไม่อยากได้แล้วค่ะ” มือเรียวสวยไม่ได้ยื่นไปรับของขวัญ ทำแค่เงยหน้ามองฉัตรฐา
“จะมามากเรื่องอะไรอีก หรือว่าเกิดไม่ถูกใจขึ้นมา น้ำหอมที่ซื้อมาให้เธอก็ชอบใช้ไม่ใช่หรือไง” ฉัตรฐาเลิกมองคนที่ทำแค่นิ่งมองของขวัญ
แพรไหมยิ้มหยันใส่ ที่ชอบเพราะคิดว่าเขาเอาใจใส่กันต่างหาก แต่วันนี้เธอรู้ความจริงแล้วจะปรีดากับของพวกนี้ได้อย่างไร
“กับข้าวล่ะ” ฉัตรฐาวางของขวัญไว้บนโต๊ะแทน แล้วเปลี่ยนเรื่องด้วยไม่อยากหัวเสีย ปกติมาถึงกับข้าวจะถูกวางตั้งไว้ที่โต๊ะแล้ว แต่วันนี้กลับไม่เห็น
“ยังไม่เสร็จเลยค่ะ” แพรไหมไม่คิดจะลุกไปทำต่อ เธอหมดแรงแล้ว
“แล้วฉันจะกินอะไร” เขารีบเคลียร์งานและหิ้วท้องรอมากินฝีมือแพรไหม จนรู้สึกแสบท้องไปหมดแล้ว
“มีมาม่าอยู่ในครัวค่ะ ต้มกินได้” เธอบอก
“ฉันจะกินแกงมัสมั่นเนื้อ” ฉัตรฐาเค้นเสียงตอบกลับ แพรไหมจะมาคิดโกงกันไม่ได้
“ไว้อีกสองสามวันทำไปให้ค่ะ” ตอนนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงทำอะไรอีกแล้ว ขืนทำไปรสชาติคงห่วยแตกน่าดู
“ฉันไม่กินมาม่า ลุกไปทำเดี๋ยวนี้เลย ฉันหิวจนแสบท้องไปหมดแล้วเนี่ย” ฉัตรฐาไม่ให้ทางเลือก อย่างไรแพรไหมก็ต้องลุกไปจัดการทำกับข้าวให้เขา
ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง
“ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน
บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี
“เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร
“ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ
“อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห





![โสเภณีชั้นสูง [SM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

