Share

บทที่ 4 (02)

last update publish date: 2026-04-07 16:24:36

แพรไหมที่ยังมองกรอบหน้าคมเข้มขบเม้มปาก แล้วสุดท้ายก็พยักหน้ายินยอมไป เพราะเรื่องนี้ฉัตรฐาไม่ได้ผิดอะไร เธอควรทำตามที่บอกไว้ และก็ไม่อยากหาเรื่องทะเลาะด้วย ขอสงบศึกสักวันเพื่อเยียวยาจิตใจ

          หญิงสาวขยับตัวลุกเข้าไปในห้องครัว จะลงมือทำเมนูง่ายๆ ให้เขาก่อน โดยมีคนตัวโตเดินตามติดเป็นเงามายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง

          แต่ไม่นานเท่าไรก็ต้องหันไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดรับ เพราะมีคนติดต่อเข้ามาหา

          เป็นเอเจนซีที่คุ้นเคยกัน

          “ค่ะคุณวี”

          “ขอโทษนะครับคุณแพร พอดีมีคนอยากจ้างงานคุณแพร แต่เป็นงานด่วน ผมเลยต้องโทร.เข้ามาเวลานี้ คุณแพรสะดวกคุยไหมครับ”

          “สะดวกค่ะ คุณวีว่ามาได้เลยค่ะ”  แพรไหมยืนนิ่งเพื่อรับฟัง         ส่วนฉัตรฐายื่นใบหน้าโน้มลงไปคลอเคลียที่ผมนุ่มหอม เลื่อนต่ำไปยังลำคอระหง ก่อนจะใช้ฟันคมขบกัดไปเบาๆ

          “คุณไฉ” แพรไหมต้องหันหน้าไปปรามดุใส่คนไม่มีมารยาทที่กำลังรบกวนการสนทนา

          ฉัตรฐาบิดปากใส่ เวลานี้หญิงสาวสมควรทำอาหารให้เขามากกว่าคุยกับไอ้หนุ่มเสียงหล่อปลายสายนั่น แถมยังเหมือนจะมีรอยยิ้มบนดวงหน้าเสียด้วย แล้วใช้ฟันคมๆ แทะแล็มเนื้อสวยอีกรอบ

          “เจ็บ”

          หนนี้แพรไหมร้องอุทาน พร้อมหันไปตวัดตาค้อน

          “คุณแพรเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” กรวิชนึกห่วง เพราะได้ยินเสียงร้อง

          “แพรถูกหมากัดค่ะ” เธอจงใจพูดกระทบกระเทียบ จากที่ใจไม่ได้นึกโกรธฉัตรฐา ตอนนี้เธอเริ่มนึกอยากใช้เล็บข่วนหน้าเขา คนอะไรกวนประสาทที่สุด แต่เขากลับไม่สะท้านเลย แถมยังส่งยิ้มมายั่ว

          “หมาที่ไหน มีเจ้าของไหมครับ คุณแพรควรไปหาหมอฉีดยานะครับ ไม่รู้ว่าได้ฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้าหรือเปล่า” เขานึกห่วง ไม่รู้เวลาดึกดื่นแบบนี้ แพรไหมไปอยู่ใกล้สุนัขได้อย่างไร          

          “เดี๋ยวแพรจะรีบไปฉีดยาป้องกันไว้ค่ะ” แพรไหมพยายามขยับตัวหนี แต่ถูกมือหนาค้ำมือซ้ายขวากับเคาน์เตอร์กักขังตัวไว้ไม่ให้ไปไหน

          “คุณวีช่วยส่งข้อมูลมาให้แพรทางเมลหน่อยนะคะ เดี๋ยวแพรจะรีบอ่านแล้วตอบกลับไปค่ะ” แพรไหมจำใจต้องยุติการสนทนา เพราะมีคนก่อกวนไม่เลิก

          “ได้ครับ”

          เมื่อกรวิชวางสายไป แพรไหมก็หันไปดันอกกว้างออกห่าง และนั่นทำให้เห็นว่ามีคนกำลังดึงเข็มขัดออกจากกางเกง

          “จะทำอะไรคะ”

          “อยากเอาท่าหมา” ฉัตรฐายอมเป็นหมา ถ้าได้เอาท่านั้นที่เขาชอบ

          “แพรขออาบน้ำก่อน” แพรไหมผ่อนลมหายใจยาวเพราะหมดคำจะพูด      

          “รอในห้องนอน” ฉัตรฐาชอบใจที่แพรไหมว่าง่าย แล้วเดินผิวปากเข้าไปในห้องนอน

          ส่วนคนที่เจ็บไปทั้งใจยืนนิ่ง พยายามตั้งสติไปร่วมห้านาทีกว่าจะขยับเท้าก้าวเดิน

          ฉัตรฐายกขวดน้ำขึ้นมากระดกจนหมดขวดก่อนจะทิ้งแผ่นหลังลงนอนรออยู่บนเตียง ทว่าเวลาผ่านไปราวสิบห้านาทีแล้วกลับไม่ได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบพื้น เขาจึงฝืนกายลุกเดินออกไปดู แล้วพบว่าแพรไหมไม่ได้อยู่ในห้องน้ำหรือส่วนไหนภายในห้องนี้เลย มือหนารีบหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาโทร.หา        

          “เธอไปไหน” ฉัตรฐาถามเสียงแข็ง มีแววว่าเขาจะถูกเล่นงาน       “ไปหาหมอฉีดยาค่ะ” เวลานี้เธอขับรถคันเล็กห่างจากห้องพักมาไกลแล้ว

          “แพรไหม กลับมาเดี๋ยวนี้” ฉัตรฐากดเสียงต่ำ แต่ไม่ทันพูดให้ครบใจความสายก็ถูกตัดทิ้งไปดื้อๆ โทร.กลับไปอีกก็ไม่ยอมรับ จึงแนบรูปผ่านทางไลน์ไป

          CAI-CHATTHA : ส่งรูปเป้ากางเกง

          แพรไหมกดเปิดอ่านระหว่างที่รถติดสัญญาณไฟแดง แล้วหัวเราะออกมาทั้งที่ใจนั้นเจ็บหนึบหนับ กระนั้นก็ไม่ได้ใจดำกับฉัตรฐามากนัก ยังหาวิธีช่วยเขา

          PAIRJAA : ส่งคลิปวิดีโอ ‘สอนการช่วยตัวเอง’   

          จากนั้นก็โยนสมาร์ตโฟนไว้ที่เบาะข้างๆ ไม่ให้ความสนใจมันอีกเลย ส่วนคนเปิดอ่านเวลานี้คำรามลั่นห้องรู้แบบนี้เขาน่าจะปล่อยให้ฉลองวันเกิดไปคนเดียว

          “ยัยเด็กบ้า”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (03)

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (02)

    “ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13

    บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (06)

    “เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (05)

    “ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (04)

    “อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status