登入แพรไหมที่ยังมองกรอบหน้าคมเข้มขบเม้มปาก แล้วสุดท้ายก็พยักหน้ายินยอมไป เพราะเรื่องนี้ฉัตรฐาไม่ได้ผิดอะไร เธอควรทำตามที่บอกไว้ และก็ไม่อยากหาเรื่องทะเลาะด้วย ขอสงบศึกสักวันเพื่อเยียวยาจิตใจ
หญิงสาวขยับตัวลุกเข้าไปในห้องครัว จะลงมือทำเมนูง่ายๆ ให้เขาก่อน โดยมีคนตัวโตเดินตามติดเป็นเงามายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง
แต่ไม่นานเท่าไรก็ต้องหันไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดรับ เพราะมีคนติดต่อเข้ามาหา
เป็นเอเจนซีที่คุ้นเคยกัน
“ค่ะคุณวี”
“ขอโทษนะครับคุณแพร พอดีมีคนอยากจ้างงานคุณแพร แต่เป็นงานด่วน ผมเลยต้องโทร.เข้ามาเวลานี้ คุณแพรสะดวกคุยไหมครับ”
“สะดวกค่ะ คุณวีว่ามาได้เลยค่ะ” แพรไหมยืนนิ่งเพื่อรับฟัง ส่วนฉัตรฐายื่นใบหน้าโน้มลงไปคลอเคลียที่ผมนุ่มหอม เลื่อนต่ำไปยังลำคอระหง ก่อนจะใช้ฟันคมขบกัดไปเบาๆ
“คุณไฉ” แพรไหมต้องหันหน้าไปปรามดุใส่คนไม่มีมารยาทที่กำลังรบกวนการสนทนา
ฉัตรฐาบิดปากใส่ เวลานี้หญิงสาวสมควรทำอาหารให้เขามากกว่าคุยกับไอ้หนุ่มเสียงหล่อปลายสายนั่น แถมยังเหมือนจะมีรอยยิ้มบนดวงหน้าเสียด้วย แล้วใช้ฟันคมๆ แทะแล็มเนื้อสวยอีกรอบ
“เจ็บ”
หนนี้แพรไหมร้องอุทาน พร้อมหันไปตวัดตาค้อน
“คุณแพรเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” กรวิชนึกห่วง เพราะได้ยินเสียงร้อง
“แพรถูกหมากัดค่ะ” เธอจงใจพูดกระทบกระเทียบ จากที่ใจไม่ได้นึกโกรธฉัตรฐา ตอนนี้เธอเริ่มนึกอยากใช้เล็บข่วนหน้าเขา คนอะไรกวนประสาทที่สุด แต่เขากลับไม่สะท้านเลย แถมยังส่งยิ้มมายั่ว
“หมาที่ไหน มีเจ้าของไหมครับ คุณแพรควรไปหาหมอฉีดยานะครับ ไม่รู้ว่าได้ฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้าหรือเปล่า” เขานึกห่วง ไม่รู้เวลาดึกดื่นแบบนี้ แพรไหมไปอยู่ใกล้สุนัขได้อย่างไร
“เดี๋ยวแพรจะรีบไปฉีดยาป้องกันไว้ค่ะ” แพรไหมพยายามขยับตัวหนี แต่ถูกมือหนาค้ำมือซ้ายขวากับเคาน์เตอร์กักขังตัวไว้ไม่ให้ไปไหน
“คุณวีช่วยส่งข้อมูลมาให้แพรทางเมลหน่อยนะคะ เดี๋ยวแพรจะรีบอ่านแล้วตอบกลับไปค่ะ” แพรไหมจำใจต้องยุติการสนทนา เพราะมีคนก่อกวนไม่เลิก
“ได้ครับ”
เมื่อกรวิชวางสายไป แพรไหมก็หันไปดันอกกว้างออกห่าง และนั่นทำให้เห็นว่ามีคนกำลังดึงเข็มขัดออกจากกางเกง
“จะทำอะไรคะ”
“อยากเอาท่าหมา” ฉัตรฐายอมเป็นหมา ถ้าได้เอาท่านั้นที่เขาชอบ
“แพรขออาบน้ำก่อน” แพรไหมผ่อนลมหายใจยาวเพราะหมดคำจะพูด
“รอในห้องนอน” ฉัตรฐาชอบใจที่แพรไหมว่าง่าย แล้วเดินผิวปากเข้าไปในห้องนอน
ส่วนคนที่เจ็บไปทั้งใจยืนนิ่ง พยายามตั้งสติไปร่วมห้านาทีกว่าจะขยับเท้าก้าวเดิน
ฉัตรฐายกขวดน้ำขึ้นมากระดกจนหมดขวดก่อนจะทิ้งแผ่นหลังลงนอนรออยู่บนเตียง ทว่าเวลาผ่านไปราวสิบห้านาทีแล้วกลับไม่ได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบพื้น เขาจึงฝืนกายลุกเดินออกไปดู แล้วพบว่าแพรไหมไม่ได้อยู่ในห้องน้ำหรือส่วนไหนภายในห้องนี้เลย มือหนารีบหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาโทร.หา
“เธอไปไหน” ฉัตรฐาถามเสียงแข็ง มีแววว่าเขาจะถูกเล่นงาน “ไปหาหมอฉีดยาค่ะ” เวลานี้เธอขับรถคันเล็กห่างจากห้องพักมาไกลแล้ว
“แพรไหม กลับมาเดี๋ยวนี้” ฉัตรฐากดเสียงต่ำ แต่ไม่ทันพูดให้ครบใจความสายก็ถูกตัดทิ้งไปดื้อๆ โทร.กลับไปอีกก็ไม่ยอมรับ จึงแนบรูปผ่านทางไลน์ไป
CAI-CHATTHA : ส่งรูปเป้ากางเกง
แพรไหมกดเปิดอ่านระหว่างที่รถติดสัญญาณไฟแดง แล้วหัวเราะออกมาทั้งที่ใจนั้นเจ็บหนึบหนับ กระนั้นก็ไม่ได้ใจดำกับฉัตรฐามากนัก ยังหาวิธีช่วยเขา
PAIRJAA : ส่งคลิปวิดีโอ ‘สอนการช่วยตัวเอง’
จากนั้นก็โยนสมาร์ตโฟนไว้ที่เบาะข้างๆ ไม่ให้ความสนใจมันอีกเลย ส่วนคนเปิดอ่านเวลานี้คำรามลั่นห้องรู้แบบนี้เขาน่าจะปล่อยให้ฉลองวันเกิดไปคนเดียว“ยัยเด็กบ้า”
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
“ขอบคุณเจ้มากเลยนะคะสำหรับส่วนลด” แพรไหมพนมมือขึ้นไหว้เจ้าของร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการทำอาหาร หลังขับรถมาซื้อกล่องกระดาษไปเตรียมตัวทำอาหารขาย “พวกเรามันคนกันเอง” ปรานีโบกมือว่าไม่ต้องเกรงใจ เมื่อก่อนแพรไหมเป็นลูกค้าประจำ แถมยังแนะนำร้านเธอให้กับโรงงานกับร้านอาหารอีกด้วย จึงสนิท
ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิด
“อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เ
ด้านแพรไหมเมื่อก้าวเท้าขึ้นไปบนเวทีแล้ว เธอก็ปล่อยใจสนุกไปกับเสียงเพลงที่ตัวเองกำลังเล่น ซึ่งมีทั้งไทยและเทศ ผู้คนในผับต่างโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะ เพลงไหนฮิตจะเห็นทุกคนตะโกนส่งเสียงร้องออกมาร่วมด้วย เมื่อเสร็จงานแล้วหญิงสาวก็เดินไปรับค่าจ้างจากผู้ดูแลผับ ก่อนจะตรงดิ่งไปที่รถของตัวเอง







