เข้าสู่ระบบ[โรงพยาบาล]
เมื่อถึงกำหนดนัดฉีดยาคุมอีกครั้ง อัญญารินจึงมาตามที่หมอนัดตามเวลาไม่มีคลาดเคลื่อน เธอมาคนเดียวทุกครั้งเพราะคาลวินมักจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขา แต่นั่นแหละเธอชินแล้วกับความเย็นชาของเขา คนตัวเล็กนั่งมองคนเดินผ่านหน้าเธอไปคนแล้วคนเล่า ผู้หญิงต่างชาติแต่ละคนทั้งสูงและหุ่นดีมาก เธอนั่งมองคนนั้นทีคนนี้ทีจนไปเจอเข้ากับคนที่เธอคุ้นเคยมากที่สุดแค่หันหลังก็จำได้แล้วว่าเป็นใคร "พี่อร" ร่างบางรีบวิ่งเข้าไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนสวมแว่นตาดำมีผ้าคลุมไหล่อีกฝั่งของที่เธอนั่งอยู่ "พี่อร!" อัญญารินรีบวิ่งมาดึงแขนผู้หญิงคนนั้นไว้ก่อนที่หล่อนจะหนีไป "ปล่อยฉัน!" อรนภาหันมาสะบัดข้อมือออกจากมือของอัญญาริน "พี่ไปอยู่ที่ไหนมา พ่อกับแม่เป็นห่วงพี่มากเลยนะ" อัญญารินจับมือพี่สาวมากุมไว้ "พ่อกับแม่ของเธอคนเดียวไม่ใช่ของฉัน" "พี่พูดอะไร พ่อกับแม่รักพี่มากเลยนะกลับบ้านกันเถอะนะพี่อร" อัญญารินบอกกับพี่สาว ถึงอรนภาจะไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของพ่อกับแม่และไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของเธอ แต่ทุกคนก็รักอรนภามาก "ไม่! อย่ามายุ่งกับฉัน" อรนภาสะบัดมือออกจนผ้าคลุมไหล่หล่นลงไปที่พื้น "พี่อร! ใครทำอะไรพี่ ทำไมเนื้อตัวเขียวแบบนี้" ร่างบางตกใจเมื่อได้เห็นเนื้อตัวของพี่สาวที่ช้ำเขียวเป็นจ้ำๆ เต็มไปหมด "ก็บอกว่าอย่ามายุ่งกับฉันไง! หลบไป" อรนภาหยิบผ้าคลุมไหล่ขึ้นมาปกปิดรอยช้ำเขียวไม่ให้ใครเห็นแล้วรีบวิ่งไปทางอื่นเพื่อหนีจากอัญญาริน "พี่อร เดี๋ยวก่อน คุณคาลวินเขารอพี่อยู่นะ" อัญญารินตะโกนบอกเป็นภาษาไทย เธอเชื่อว่าคนรอบข้างตอนนี้ไม่มีใครฟังรู้เรื่องนอกจากอรนภาที่เป็นคนไทยเหมือนกัน "คาลวิน เธอรู้จักเขาได้ยังไง?" อรนภาก้าวขาฉับๆ กลับมาหาน้องสาวแล้วเขย่าตัวน้องสาวเพื่อต้องการคำตอบ "อัญทำงานอยู่ที่บริษัทของเขา เขาคิดถึงพี่นะพี่อรอย่าหนีไปอีกเลย" อัญญารินบอกเท่าที่จะบอกได้ จะให้เธอพูดเหรอว่าเธอเป็นที่ระบายอารมณ์ให้กับเขา "บริษัท? คาลวินมีบริษัทได้ยังไง" "พี่ไม่รู้เหรอบริษัทมอร์เชลมีชื่อเสียงมากเลยนะ" อัญญารินบอกพี่สาว อรนภาไปอยู่ที่ไหนมาทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้ ส่วนอีกคนได้แต่ยืนสงสัยคาลวินที่เธอรู้จักเป็นเพียงเด็กกำพร้าไม่มีแม้กระทั่งบ้าน แล้วทำไมตอนนี้ถึงมีบริษัทใหญ่โตได้ "พี่อร กลับไปหาพ่อกับแม่เถอะ ทุกคนคิดถึงพี่นะ" อัญญารินเห็นพี่สาวเริ่มมีท่าทีอ่อนลงเลยพูดเกลี้ยกล่อมอีกครั้งเผื่อจะได้ผล "ฉันจะไม่กลับไปที่นั่นอีกเด็ดขาด จำคำฉันไว้ ฉันต้องได้ดีกว่าเธอ" พูดจบก็เดินหนีไปทิ้งให้อัญญารินยืนน้ำตาซึมอยู่คนเดียว ทำไมอรนภาถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ ตอนเด็กเราทั้งคู่รักกันมากแต่ตอนนี้อรนภากลับเห็นเธอเป็นคู่แข่งที่ต้องเอาชนะให้ได้ ตอนที่อัญญารินกลับมาถึงเพนท์เฮาส์ของคาลวิน เธอไม่ได้บอกใครว่าไปเจออรนภาที่โรงพยาบาล เธอคิดย้อนกลับไปถึงตอนที่ครอบครัวของเธอมีความสุขอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาพของเด็กหญิงสองคนที่อายุห่างกันสามปีกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน อรนภาโตกว่าอัญญารินสามปี ตอนเด็กทั้งสองคนจะไปโรงเรียนพร้อมกัน โดยมีคุณพ่อขับรถไปส่ง เมื่ออรนภาเรียนจบมัธยมเธอจึงตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกาตอนนั้นอัญญารินเพิ่งขึ้นมัธยม อรนภาไปเรียนต่อที่อเมริกาโดยไม่กลับมาที่ไทยอีกเลยเมื่อโทรไปหาก็ได้คำตอบว่าอ่านหนังสืออยู่ไม่ว่างคุย "ถ้าพี่อรไม่รู้ความจริงก็คงไม่เป็นแบบนี้" อัญญารินพูดกับรูปของเธอกับพี่สาวที่กำลังเล่นก่อกองทรายตอนไปเที่ยวทะเลด้วยกันเมื่อสิบกว่าปีก่อน หกปีที่แล้ว..... หลังจากอรนภาสลัดคาลวินสำเร็จ เธอก็ตกลงแต่งงานกับฟิลิปซึ่งเป็นลูกชายมหาเศรษฐีของอเมริกา ทั้งคู่เพิ่งคบหากันได้แค่ไม่กี่เดือน อรนภาตัดสินใจไม่เรียนต่อทั้งที่อีกไม่นานก็จะจบปริญญา เธอมั่นใจว่าฟิลิปสามารถเลี้ยงดูเธอได้ เธอจึงไม่จำเป็นต้องเรียนจบแล้วหางานทำ อรนภาชอบความสะดวกสบายสาเหตุที่ขอพ่อแม่มาเรียนที่อเมริกาก็เพราะไม่อยากตื่นแต่เช้าเพื่อช่วยผู้เป็นแม่ทำขนมขายงกๆ "แม่คะ พี่อรกลับมาแล้ว" อัญญารินกระโดดโลดเต้นดีใจที่เห็นพี่สาวเดินลากกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาในบ้าน "พี่อร คิดถึงจังเลย" อัญญารินกอดพี่สาวแน่นด้วยความคิดถึงที่ไม่ได้เจอกันนานเกือบสี่ปี "พอแล้ว เข้าบ้านเถอะพี่ร้อน แดดที่นี่ทำผิวพี่ไหม้หมดแล้ว" อรนภาดันน้องสาวที่ตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อออกแล้วรีบเดินเข้าบ้าน "พ่อแม่ สวัสดีค่ะ" อรนภายกมือไหว้พ่อแม่ของตนเอง "เรียนจบแล้วใช่ไหมลูก จะทำงานเลยหรือพักก่อนล่ะลูก" ผู้เป็นพ่อถามลูกสาวคนโตด้วยความหวังดีและดีใจที่จะได้เห็นใบปริญญาของลูกสาว "ไม่ค่ะ อรเรียนไม่จบ ที่กลับมาก็เพราะอรกำลังจะแต่งงานค่ะ" อรนภาพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ "แต่งงาน? ทำไมไม่บอกแม่ก่อนล่ะลูก แล้วแต่งกับใคร" ผู้เป็นแม่รีบถามลูกสาวด้วยความตกใจ จู่ๆ ลูกสาวคนโตก็บอกว่าจะแต่งงานทั้งที่ครอบครัวยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย "อรก็บอกอยู่ไงคะแม่ว่าจะแต่งงาน แต่คงจะแต่งที่อเมริกาถ้าทุกคนไม่สะดวกไปก็ไม่เป็นไรค่ะ" ทั้งพ่อและแม่ได้แต่มองหน้าลูกสาวคนโตด้วยความผิดหวัง ไม่คิดเลยว่าอรนภาจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้ อะไรทำให้ลูกสาวคนโตของพวกเขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ "ถ้าอรเห็นสมควรก็ทำไปเถอะลูก พ่อแม่และน้องอยู่ข้างอรเสมอ" ผู้เป็นพ่อบอกกับอรนภา แม้จะผิดหวังแต่อะไรที่ลูกต้องการคนเป็นพ่อเป็นแม่ยอมได้ทั้งนั้น "อรเหนื่อยแล้วขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ" พูดจบก็เดินตัวปลิวขึ้นไปข้างบนทิ้งกระเป๋าใบใหญ่ไว้ด้านล่างเพราะรู้ว่าอัญญารินต้องเอาขึ้นมาให้เธออยู่ดี อรนภาขึ้นมาบนห้องนอนที่ไม่ได้อยู่นานแต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ข้าวของวางเป็นระเบียบแต่ที่แปลกตาไปก็คือกล่องสี่เหลี่ยมสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอ "กล่องอะไร ของยัยอัญหรือเปล่า?" มือเรียวเปิดกล่องดูของด้านในด้วยความสงสัย ด้านในเต็มไปด้วยของเล่นและตุ๊กตาตัวเล็กที่เธอเคยเล่นสมัยเป็นเด็กและยังมีรูปภาพที่พ่อกับแม่อุ้มเด็กทารกอยู่แต่สถานที่ในรูปคือ..'บ้านเด็กกำพร้า' "ยินดีต้อนรับสมาชิกของบ้าน อรนภา" อรนภาอ่านตัวหนังสือที่เขียนไว้ด้านหลังรูป ขาเรียวรีบวิ่งลงบันไดมาเพื่อถามพ่อและแม่ "นี่มันอะไรคะแม่ หมายความว่ายังไง" อรนภายื่นรูปภาพใบนั้นส่งให้ผู้เป็นแม่ดู "อร คือแม่อธิบายได้" "ไม่ต้องหรอกคุณ ผมว่าอรควรรู้ความจริง" ผู้เป็นพ่อพูดออกมา ยังไงสักวันอรนภาก็ต้องรู้ความจริง "ความจริงอะไร พ่อบอกอรมาสิคะ" "ที่จริงแล้วพ่อกับแม่รับหนูมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า เพราะตอนนั้นร่างกายแม่ไม่แข็งแรงเลยมีลูกยาก พวกเราเลยไปรับหนูมาแต่พอสามปีต่อมาแม่ก็ท้องอัญ" ผู้เป็นพ่ออธิบายให้ลูกสาวคนโตฟัง ทั้งคู่รักอรนภาเหมือนลูกของตัวเองทั้งดูแลอย่างดีและให้การศึกษาที่ดีไม่น้อยหน้าไปกว่าอัญญารินเลย "กรี๊ด!!! พ่อกับแม่โกหกอรมาตลอด อรไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่" อรนภากรี๊ดลั่นบ้าน นิสัยของอรนภาอีกอย่างคือเอาแต่ใจตัวเอง "อรฟังแม่ก่อนนะลูก แม่กับพ่อรักอรมากนะ" "ไม่ฟัง! อรจะไม่อยู่บ้านหลังนี้แล้ว" พูดจบก็ลากกระเป๋าใบใหญ่ที่วางอยู่ออกมาจากบ้าน "พี่อร อย่าไป พี่จะไปไหน พี่อร!" อัญญารินอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น เธอแค่ยืนดูเงียบๆ "ฉันไม่ใช่พี่เธอ จำไว้นะฉันจะไม่มีวันแพ้เธอง่ายๆ" อรนภาผลักคนตัวเล็กจนล้มแล้วเดินลากกระเป๋าออกจากบ้านไป หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครพบเจออรนภาอีกเลย ติดต่อก็ไม่ได้เพราะเธอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เธอตัดการติดต่อกับครอบครัวทุกช่องทาง อัญญารินตัดสินใจสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลของไทยเพราะไม่อยากให้พ่อแม่ต้องสิ้นเปลืองค่าเทอม อีกอย่างเธอยังอยากอยู่ดูแลท่านทั้งคู่ ตั้งแต่อรนภาหายไปทั้งพ่อและแม่ของเธอก็ได้แต่ถามหาอรนภาอยู่ตลอด เธอเป็นห่วงกลัวท่านว่าทั้งคู่จะเป็นอะไรไป แต่พอเรียนจบปริญญาตรีอัญญารินก็มาทำตามฝันของตัวเองที่อเมริกาและมาตามหาพี่สาวอีกด้วย[โรงพยาบาล] เมื่อถึงกำหนดนัดฉีดยาคุมอีกครั้ง อัญญารินจึงมาตามที่หมอนัดตามเวลาไม่มีคลาดเคลื่อน เธอมาคนเดียวทุกครั้งเพราะคาลวินมักจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขา แต่นั่นแหละเธอชินแล้วกับความเย็นชาของเขา คนตัวเล็กนั่งมองคนเดินผ่านหน้าเธอไปคนแล้วคนเล่า ผู้หญิงต่างชาติแต่ละคนทั้งสูงและหุ่นดีมาก เธอนั่งมองคนนั้นทีคนนี้ทีจนไปเจอเข้ากับคนที่เธอคุ้นเคยมากที่สุดแค่หันหลังก็จำได้แล้วว่าเป็นใคร "พี่อร" ร่างบางรีบวิ่งเข้าไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนสวมแว่นตาดำมีผ้าคลุมไหล่อีกฝั่งของที่เธอนั่งอยู่ "พี่อร!" อัญญารินรีบวิ่งมาดึงแขนผู้หญิงคนนั้นไว้ก่อนที่หล่อนจะหนีไป "ปล่อยฉัน!" อรนภาหันมาสะบัดข้อมือออกจากมือของอัญญาริน "พี่ไปอยู่ที่ไหนมา พ่อกับแม่เป็นห่วงพี่มากเลยนะ" อัญญารินจับมือพี่สาวมากุมไว้ "พ่อกับแม่ของเธอคนเดียวไม่ใช่ของฉัน" "พี่พูดอะไร พ่อกับแม่รักพี่มากเลยนะกลับบ้านกันเถอะนะพี่อร" อัญญารินบอกกับพี่สาว ถึงอรนภาจะไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของพ่อกับแม่และไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของเธอ แต่ทุกคนก็รักอรนภามาก
หกปีที่แล้ว... คู่รักของมหาวิทยาลัยที่หลายคนอิจฉาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายหนุ่มอเมริกันสุดหล่อกับสาวสวยชาวเอเชีย "อร เรียนจบเราแต่งงานกันนะ" คาลวินกุมมือหญิงสาวชาวไทยนามว่าอรนภาเอาไว้แน่น เขาและเธอคบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ทั้งคู่ใกล้จะเรียนจบแล้ว อรนภาเป็นคนไทยที่มาเรียนต่อที่อเมริกา คาลวินตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า อรนภาเป็นที่พูดถึงอย่างมากในคณะเพราะเป็นคนสวยและยังเป็นคนเอเชีย แต่เธอเลือกที่จะคบกับคาลวินแทนที่จะคบกับชายหนุ่มคนอื่น "เราอย่าเพิ่งคิดเลยดีกว่า" อรนภาแกะมือเขาออก เธอคบกับเขาเพราะความหล่อและความฮ็อตของเขา แต่จะให้เธอฝากชีวิตไว้กับคนที่ไร้พ่อแม่ ไม่มีสมบัติหรือมรดกสักชิ้นแบบเขา เธอขอบายดีกว่า "ทำไมล่ะ เราจะเรียนจบกันแล้วนะอร" คาลวินจับมืออรนภาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ถูกแกะออกอีกครั้ง "เรายังไม่อยากคิดน่ะ เราต้องกลับไทยนะอย่าลืมสิ" อรนภาให้เหตุผลกับเขา "งั้นก็ได้ เราจะรออรพร้อมนะ" คาลวินยอมแพ้ที่จะเซ้าซี้ต่อ เขาอยากสร้างครอบครัวกับเธอ เขาตั้งใจจะทำงานหาเงิ
หลังจากเขาสุขสมจากร่างกายของเธอแล้ว อัญญารินที่หอบเหนื่อยก็รีบใส่เสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่แล้วเดินออกไปนั่งหน้าห้องเพื่อทำหน้าที่เลขาต่อเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย แม้ว่าร่างกายแทบจะยืนไม่ไหวแต่ก็แบกสังขารทำงานต่อเธอจะอ่อนแอให้เขาเห็นไม่ได้ ไม่งั้นเขาคงหาว่าเธอสำออยเป็นแน่"ตอนเที่ยงฉันอยากกินอาหารอิตาลี" คาลวินสั่งเธอผ่านเครื่องอินเตอร์คอม"เดี๋ยวให้คุณจอห์นจัดการให้นะคะ" อัญญารินตอบกลับเขา พร้อมกับเอื้อมมืออีกข้างกำลังจะหยิบโทรศัพท์เพื่อติดต่อคนสนิทของเขา"ฉันสั่งเธอ" พูดจบก็วางสายไปทันที อัญญารินวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ คำสั่งของเขาคือสิ่งที่เธอต้องทำตาม ร้านอาหารอิตาลีที่เขาอยากินอยู่ไกลจากที่ตั้งบริษัทเป็นสิบกิโล เธอขับรถไม่เป็นเพราะงั้นคงต้องนั่งรถแท็กซี่ไปอีกตามเคย"สิบเอ็ดโมงน่าจะทัน" เธอนั่งคำนวณเวลาในการไปซื้อมื้อเที่ยงให้กับเขา งานบนโต๊ะก็ต้องสะสางให้เสร็จก่อนเย็นนี้ ถ้าเธอมียี่สิบร่างได้ก็จะดีพอถึงเวลาสิบเอ็ดโมงตรงร่างบางจึงรีบเก็บของเพื่อไปซื้ออาหารให้กับเขา เธอโทรไปสั่งอาหารที่ร้านไว้เรียบร้อยแล้วโชคไม่ดีที่ร้านนี้ไม่มีบริการเดลิเว
เช้าอันสดใสหรือเปล่า? ...อัญญารินตื่นขึ้นมาด้วยความระบมทั้งส่วนบนและล่าง หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วคิดว่าจะได้พัก แต่คาลวินก็ยังไม่พอใจเขายังจัดการเธอต่อบนเตียงอีกตั้งสองรอบกว่าจะได้นอน"อาหารเช้าครับคุณอัญญาริน" มือขวาคนสนิทของคาลวินนำอาหารเช้ามาส่งให้เธอและเขา"ขอบคุณนะคะคุณจอห์น ร่างบางอยู่ที่เพนท์เฮาส์ของคาลวินมาหนึ่งปีแล้ว ไม่แปลกที่จะรู้จักคุ้นเคยกับคนสนิทของเขา"คุณคาลวินล่ะครับ""ยังไม่ตื่นค่ะ" ร่างบางบอกกับจอห์นซึ่งเป็นคนสนิทที่ไว้ใจได้ที่สุดของคาลวิน เขารู้เรื่องระหว่างเธอและเจ้านายของเขาทุกอย่างและเขายังเป็นคนที่เก็บความลับเรื่องของเธอกับคาลวินเอาไว้ด้วย"คุณอัญอยากรับอะไรเพิ่มไหมครับ" จอห์นปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากคาลวินเลยสักนิด เขาให้เกียรติคาลวินยังไงกับอัญญารินก็ไม่ต่างกัน แม้เธอจะบอกว่าตัวเองเป็นแค่ลูกน้องของคาลวินก็ตาม"ไม่แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ""อ่อยไอ้จอห์นแต่เช้าเลยเหรอ เมื่อคืนยังไม่หายคันสินะ" คาลวินออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพที่นุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว"เปล่าครับนาย ผมกับคุณอัญแค่คุยกัน" จอห์นรีบปฏ
ในที่สุดอัญญารินก็กลับมาถึงเพนท์เฮาส์ของเขาในเครือของมอร์เชล เธอต้องนั่งแท็กซี่กลับมาคนเดียวเพราะถูกทิ้งอย่างไม่ไยดี"ไปอาบน้ำ ฉันอยาก" คำสั่งสั้นๆ แค่ไม่กี่คำที่เธอต้องทำตาม เธอกลับมายังไม่ทันได้พักก็โดนคนเอาแต่ใจสั่งอีกแล้วในห้องน้ำกว้างที่พอๆ กับห้องนอน คนตัวเล็กเปิดน้ำให้ไหลจนทั่วทั้งตัวพร้อมกับรินฮัมเพลงไปอาบน้ำไปเหมือนจะลืมไปแล้วว่ามีอีกคนรออยู่ด้านนอก คาลวินทนรอไม่ไหวถึงกับต้องเข้ามาตามในห้องน้ำ"ยืนร้องเพลงอยู่ได้ชักช้า" ร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามหน้าท้องลอนได้รูปสวย ความสูงของเธออยู่แค่อกของเขาเท่านั้น"ขอโทษค่ะ จะรีบแล้วค่ะ" ร่างบางรีบขอโทษขอโพยเมื่อรู้ว่าตัวเองช้าเกินไปแล้ว"ไม่ต้องแล้วเอาในนี้แม่ง!" พูดจบก็ตระโบมจูบเธออย่างเร่าร้อน ใครจะไปคิดว่าคนร่างบางตัวเล็กแบบเธอจะทำให้เขาเกิดอารมณ์ได้ตลอดเวลา ร่างสูงต้องก้มลงมาจูบเธอเพราะขนาดตัวของเธอกับเขาต่างกันมาก แขนใหญ่ช้อนคนตัวเล็กขึ้นมาแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ล้างหน้าก่อนจะวางคนตัวเล็กลง"อึก..อ๊า" ร่างสูงนั่งลงตรงหว่างขาของเธอและจัดการเลียชิมของสงวน"แผล็บ..อื้ม.
ปัจจุบันร่างบางนั่งคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่เธอเจอกับคาลวิน เธอกลายเป็นทาสกามของเขาเพียงเพราะเขาต้องการเอาคืนในสิ่งที่พี่สาวของเธอทำไว้ ทุกวันนี้หน้าที่เลขาส่วนตัวของเธอไม่ต่างอะไรกับทาสอารมณ์เคลื่อนที่ เขาสั่งให้ไปไหนเธอก็ต้องไป ในสัญญาแผ่นนั้นที่เธอเซ็นเมื่อหนึ่งปีที่แล้วมันคือสัญญาที่มัดเธอไว้เธอไม่มีทางหาเงินสิบล้านดอลลาร์มาให้เขาได้แน่นอน เธอทำได้แค่เพียงทำตามที่เขาสั่งไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะหาตัวพี่สาวของเธอเจอ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าพี่สาวของเธอไปอยู่ที่ไหน เมื่อห้าปีที่แล้วพี่สาวเธอหนีออกจากบ้านหลังจากรู้ความจริงที่แม่ปิดบังมาตลอด"ลงได้แล้วนั่งเหม่ออยู่ได้ เห็นแล้วรำคาญ" คาลวินหันมาบอกเธอที่กำลังนั่งเหม่อคิดเรื่องราวผ่านมา"ค่ะๆ" ร่างบางหอบเอกสารของเขาลงจากรถแล้วเดินตามเขาไปติดๆ วันนี้คาลวินมีนัดกับลูกค้าเลขาส่วนตัวอย่างเธอก็ต้องตามมาด้วย"รอข้างนอก" เขาสั่งให้เธอรอด้านนอกร้านอาหารแล้วเดินตัวปลิวเข้าไปในร้านอาหารสุดหรูเพียงลำพัง ร่างบางได้แต่ยืนถือแฟ้มเอกสารรออยู่หน้าร้านตามคำสั่ง"นัดลูกค้าไว้แล้วทำไมไม่เ







