LOGIN[โรงพยาบาล]
เมื่อถึงกำหนดนัดฉีดยาคุมอีกครั้ง อัญญารินจึงมาตามที่หมอนัดตามเวลาไม่มีคลาดเคลื่อน เธอมาคนเดียวทุกครั้งเพราะคาลวินมักจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขา แต่นั่นแหละเธอชินแล้วกับความเย็นชาของเขา คนตัวเล็กนั่งมองคนเดินผ่านหน้าเธอไปคนแล้วคนเล่า ผู้หญิงต่างชาติแต่ละคนทั้งสูงและหุ่นดีมาก เธอนั่งมองคนนั้นทีคนนี้ทีจนไปเจอเข้ากับคนที่เธอคุ้นเคยมากที่สุดแค่หันหลังก็จำได้แล้วว่าเป็นใคร "พี่อร" ร่างบางรีบวิ่งเข้าไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนสวมแว่นตาดำมีผ้าคลุมไหล่อีกฝั่งของที่เธอนั่งอยู่ "พี่อร!" อัญญารินรีบวิ่งมาดึงแขนผู้หญิงคนนั้นไว้ก่อนที่หล่อนจะหนีไป "ปล่อยฉัน!" อรนภาหันมาสะบัดข้อมือออกจากมือของอัญญาริน "พี่ไปอยู่ที่ไหนมา พ่อกับแม่เป็นห่วงพี่มากเลยนะ" อัญญารินจับมือพี่สาวมากุมไว้ "พ่อกับแม่ของเธอคนเดียวไม่ใช่ของฉัน" "พี่พูดอะไร พ่อกับแม่รักพี่มากเลยนะกลับบ้านกันเถอะนะพี่อร" อัญญารินบอกกับพี่สาว ถึงอรนภาจะไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของพ่อกับแม่และไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของเธอ แต่ทุกคนก็รักอรนภามาก "ไม่! อย่ามายุ่งกับฉัน" อรนภาสะบัดมือออกจนผ้าคลุมไหล่หล่นลงไปที่พื้น "พี่อร! ใครทำอะไรพี่ ทำไมเนื้อตัวเขียวแบบนี้" ร่างบางตกใจเมื่อได้เห็นเนื้อตัวของพี่สาวที่ช้ำเขียวเป็นจ้ำๆ เต็มไปหมด "ก็บอกว่าอย่ามายุ่งกับฉันไง! หลบไป" อรนภาหยิบผ้าคลุมไหล่ขึ้นมาปกปิดรอยช้ำเขียวไม่ให้ใครเห็นแล้วรีบวิ่งไปทางอื่นเพื่อหนีจากอัญญาริน "พี่อร เดี๋ยวก่อน คุณคาลวินเขารอพี่อยู่นะ" อัญญารินตะโกนบอกเป็นภาษาไทย เธอเชื่อว่าคนรอบข้างตอนนี้ไม่มีใครฟังรู้เรื่องนอกจากอรนภาที่เป็นคนไทยเหมือนกัน "คาลวิน เธอรู้จักเขาได้ยังไง?" อรนภาก้าวขาฉับๆ กลับมาหาน้องสาวแล้วเขย่าตัวน้องสาวเพื่อต้องการคำตอบ "อัญทำงานอยู่ที่บริษัทของเขา เขาคิดถึงพี่นะพี่อรอย่าหนีไปอีกเลย" อัญญารินบอกเท่าที่จะบอกได้ จะให้เธอพูดเหรอว่าเธอเป็นที่ระบายอารมณ์ให้กับเขา "บริษัท? คาลวินมีบริษัทได้ยังไง" "พี่ไม่รู้เหรอบริษัทมอร์เชลมีชื่อเสียงมากเลยนะ" อัญญารินบอกพี่สาว อรนภาไปอยู่ที่ไหนมาทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้ ส่วนอีกคนได้แต่ยืนสงสัยคาลวินที่เธอรู้จักเป็นเพียงเด็กกำพร้าไม่มีแม้กระทั่งบ้าน แล้วทำไมตอนนี้ถึงมีบริษัทใหญ่โตได้ "พี่อร กลับไปหาพ่อกับแม่เถอะ ทุกคนคิดถึงพี่นะ" อัญญารินเห็นพี่สาวเริ่มมีท่าทีอ่อนลงเลยพูดเกลี้ยกล่อมอีกครั้งเผื่อจะได้ผล "ฉันจะไม่กลับไปที่นั่นอีกเด็ดขาด จำคำฉันไว้ ฉันต้องได้ดีกว่าเธอ" พูดจบก็เดินหนีไปทิ้งให้อัญญารินยืนน้ำตาซึมอยู่คนเดียว ทำไมอรนภาถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ ตอนเด็กเราทั้งคู่รักกันมากแต่ตอนนี้อรนภากลับเห็นเธอเป็นคู่แข่งที่ต้องเอาชนะให้ได้ ตอนที่อัญญารินกลับมาถึงเพนท์เฮาส์ของคาลวิน เธอไม่ได้บอกใครว่าไปเจออรนภาที่โรงพยาบาล เธอคิดย้อนกลับไปถึงตอนที่ครอบครัวของเธอมีความสุขอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาพของเด็กหญิงสองคนที่อายุห่างกันสามปีกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน อรนภาโตกว่าอัญญารินสามปี ตอนเด็กทั้งสองคนจะไปโรงเรียนพร้อมกัน โดยมีคุณพ่อขับรถไปส่ง เมื่ออรนภาเรียนจบมัธยมเธอจึงตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกาตอนนั้นอัญญารินเพิ่งขึ้นมัธยม อรนภาไปเรียนต่อที่อเมริกาโดยไม่กลับมาที่ไทยอีกเลยเมื่อโทรไปหาก็ได้คำตอบว่าอ่านหนังสืออยู่ไม่ว่างคุย "ถ้าพี่อรไม่รู้ความจริงก็คงไม่เป็นแบบนี้" อัญญารินพูดกับรูปของเธอกับพี่สาวที่กำลังเล่นก่อกองทรายตอนไปเที่ยวทะเลด้วยกันเมื่อสิบกว่าปีก่อน หกปีที่แล้ว..... หลังจากอรนภาสลัดคาลวินสำเร็จ เธอก็ตกลงแต่งงานกับฟิลิปซึ่งเป็นลูกชายมหาเศรษฐีของอเมริกา ทั้งคู่เพิ่งคบหากันได้แค่ไม่กี่เดือน อรนภาตัดสินใจไม่เรียนต่อทั้งที่อีกไม่นานก็จะจบปริญญา เธอมั่นใจว่าฟิลิปสามารถเลี้ยงดูเธอได้ เธอจึงไม่จำเป็นต้องเรียนจบแล้วหางานทำ อรนภาชอบความสะดวกสบายสาเหตุที่ขอพ่อแม่มาเรียนที่อเมริกาก็เพราะไม่อยากตื่นแต่เช้าเพื่อช่วยผู้เป็นแม่ทำขนมขายงกๆ "แม่คะ พี่อรกลับมาแล้ว" อัญญารินกระโดดโลดเต้นดีใจที่เห็นพี่สาวเดินลากกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาในบ้าน "พี่อร คิดถึงจังเลย" อัญญารินกอดพี่สาวแน่นด้วยความคิดถึงที่ไม่ได้เจอกันนานเกือบสี่ปี "พอแล้ว เข้าบ้านเถอะพี่ร้อน แดดที่นี่ทำผิวพี่ไหม้หมดแล้ว" อรนภาดันน้องสาวที่ตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อออกแล้วรีบเดินเข้าบ้าน "พ่อแม่ สวัสดีค่ะ" อรนภายกมือไหว้พ่อแม่ของตนเอง "เรียนจบแล้วใช่ไหมลูก จะทำงานเลยหรือพักก่อนล่ะลูก" ผู้เป็นพ่อถามลูกสาวคนโตด้วยความหวังดีและดีใจที่จะได้เห็นใบปริญญาของลูกสาว "ไม่ค่ะ อรเรียนไม่จบ ที่กลับมาก็เพราะอรกำลังจะแต่งงานค่ะ" อรนภาพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ "แต่งงาน? ทำไมไม่บอกแม่ก่อนล่ะลูก แล้วแต่งกับใคร" ผู้เป็นแม่รีบถามลูกสาวด้วยความตกใจ จู่ๆ ลูกสาวคนโตก็บอกว่าจะแต่งงานทั้งที่ครอบครัวยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย "อรก็บอกอยู่ไงคะแม่ว่าจะแต่งงาน แต่คงจะแต่งที่อเมริกาถ้าทุกคนไม่สะดวกไปก็ไม่เป็นไรค่ะ" ทั้งพ่อและแม่ได้แต่มองหน้าลูกสาวคนโตด้วยความผิดหวัง ไม่คิดเลยว่าอรนภาจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้ อะไรทำให้ลูกสาวคนโตของพวกเขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ "ถ้าอรเห็นสมควรก็ทำไปเถอะลูก พ่อแม่และน้องอยู่ข้างอรเสมอ" ผู้เป็นพ่อบอกกับอรนภา แม้จะผิดหวังแต่อะไรที่ลูกต้องการคนเป็นพ่อเป็นแม่ยอมได้ทั้งนั้น "อรเหนื่อยแล้วขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ" พูดจบก็เดินตัวปลิวขึ้นไปข้างบนทิ้งกระเป๋าใบใหญ่ไว้ด้านล่างเพราะรู้ว่าอัญญารินต้องเอาขึ้นมาให้เธออยู่ดี อรนภาขึ้นมาบนห้องนอนที่ไม่ได้อยู่นานแต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ข้าวของวางเป็นระเบียบแต่ที่แปลกตาไปก็คือกล่องสี่เหลี่ยมสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอ "กล่องอะไร ของยัยอัญหรือเปล่า?" มือเรียวเปิดกล่องดูของด้านในด้วยความสงสัย ด้านในเต็มไปด้วยของเล่นและตุ๊กตาตัวเล็กที่เธอเคยเล่นสมัยเป็นเด็กและยังมีรูปภาพที่พ่อกับแม่อุ้มเด็กทารกอยู่แต่สถานที่ในรูปคือ..'บ้านเด็กกำพร้า' "ยินดีต้อนรับสมาชิกของบ้าน อรนภา" อรนภาอ่านตัวหนังสือที่เขียนไว้ด้านหลังรูป ขาเรียวรีบวิ่งลงบันไดมาเพื่อถามพ่อและแม่ "นี่มันอะไรคะแม่ หมายความว่ายังไง" อรนภายื่นรูปภาพใบนั้นส่งให้ผู้เป็นแม่ดู "อร คือแม่อธิบายได้" "ไม่ต้องหรอกคุณ ผมว่าอรควรรู้ความจริง" ผู้เป็นพ่อพูดออกมา ยังไงสักวันอรนภาก็ต้องรู้ความจริง "ความจริงอะไร พ่อบอกอรมาสิคะ" "ที่จริงแล้วพ่อกับแม่รับหนูมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า เพราะตอนนั้นร่างกายแม่ไม่แข็งแรงเลยมีลูกยาก พวกเราเลยไปรับหนูมาแต่พอสามปีต่อมาแม่ก็ท้องอัญ" ผู้เป็นพ่ออธิบายให้ลูกสาวคนโตฟัง ทั้งคู่รักอรนภาเหมือนลูกของตัวเองทั้งดูแลอย่างดีและให้การศึกษาที่ดีไม่น้อยหน้าไปกว่าอัญญารินเลย "กรี๊ด!!! พ่อกับแม่โกหกอรมาตลอด อรไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่" อรนภากรี๊ดลั่นบ้าน นิสัยของอรนภาอีกอย่างคือเอาแต่ใจตัวเอง "อรฟังแม่ก่อนนะลูก แม่กับพ่อรักอรมากนะ" "ไม่ฟัง! อรจะไม่อยู่บ้านหลังนี้แล้ว" พูดจบก็ลากกระเป๋าใบใหญ่ที่วางอยู่ออกมาจากบ้าน "พี่อร อย่าไป พี่จะไปไหน พี่อร!" อัญญารินอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น เธอแค่ยืนดูเงียบๆ "ฉันไม่ใช่พี่เธอ จำไว้นะฉันจะไม่มีวันแพ้เธอง่ายๆ" อรนภาผลักคนตัวเล็กจนล้มแล้วเดินลากกระเป๋าออกจากบ้านไป หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครพบเจออรนภาอีกเลย ติดต่อก็ไม่ได้เพราะเธอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เธอตัดการติดต่อกับครอบครัวทุกช่องทาง อัญญารินตัดสินใจสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลของไทยเพราะไม่อยากให้พ่อแม่ต้องสิ้นเปลืองค่าเทอม อีกอย่างเธอยังอยากอยู่ดูแลท่านทั้งคู่ ตั้งแต่อรนภาหายไปทั้งพ่อและแม่ของเธอก็ได้แต่ถามหาอรนภาอยู่ตลอด เธอเป็นห่วงกลัวท่านว่าทั้งคู่จะเป็นอะไรไป แต่พอเรียนจบปริญญาตรีอัญญารินก็มาทำตามฝันของตัวเองที่อเมริกาและมาตามหาพี่สาวอีกด้วยในที่สุดวันที่คาลวินอดใจอดกลั้นมาตลอดสองเดือนก็มาถึงเสียที วันวิวาห์สุดแสนจะโรแมนติกของหนุ่มนักธุรกิจชาวอเมริกันกับเลขาสาวชาวไทย งานแต่งงานที่ดูเพอร์เฟกต์ไปหมดทุกอย่างยกเว้นแค่อย่างเดียวคือเจ้าบ่าวยืนทำหน้าพะอืดพะอมเหมือนคนจะอาเจียน"ไหวไหมคะคุณคาลวิน" เจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวเดินเข้ามาจับแขนคนที่กำลังจะเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายในอีกไม่ช้า"อย่าแกล้งพ่อมากสิลูกรัก" คาลวินพยักหน้าตอบเธอแล้วก้มลงไปคุยกับอีกคนที่อยู่ในท้องของอัญญารินเมื่อเดือนที่แล้วตอนที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานแต่ง เธอมีอาการหน้ามืดจนเป็นลมคาลวินจึงพาไปโรงพยาบาลและได้รู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้ว น่าจะหลังจากที่เขาแอบฉวยโอกาสตอนเธอเมาที่นิวยอร์ก และอัญญารินก็ไม่ได้ไปฉีดยาคุมตามที่หมอนัดตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่องคราวนั้นคาลวินกำลังจะได้เป็นคุณพ่อ แต่ดูเหมือนลูกจะแกล้งเขาหนักเหลือเกิน คนท้องไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใดแต่คนที่ไม่ท้องกลับต้องตื่นมาอาเจียนทุกเช้าแถมยังกินอะไรไม่ได้เพราะรู้สึกเหม็นไปหมดทุกอย่าง"ลูกคงรู้มั้งคะว่าคุณทำกับฉันไว้เยอะ คิกคิก" เจ้าสาว
[เรือนจำหญิง]คาลวินและอัญญารินบินกลับมาที่ประเทศไทยเพื่อบอกข่าวดีทุกคนเรื่องที่ทั้งคู่จะแต่งงานและที่ไม่บอกไม่ได้คืออรนภา ทั้งคู่จึงถือโอกาสมาเยี่ยมอรนภาที่เรือนจำเสียเลย"พี่อร สบายดีไหมคะ" อัญญารินยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับคนด้านใน"ในคุกก็ไม่แย่นะ มีข้าวฟรี มีงานให้ทำ มีที่นอนให้นอนแถมยังมีเพื่อนเยอะอีก" อรนภาพูดติดตลกทำไมเธอต้องทำชีวิตให้มันเศร้าล่ะเพราะในนี้มันก็ไม่ได้แย่จริงๆ"พี่อรล่ะก็พูดเล่นไปได้ อัญคิดถึงพี่นะ" ร่างบางวางมือไว้บนกระจกกั้น อรนภาเลยเอามือของเธอมาทาบมือของน้องสาวแม้จะมีกระจกกั้นอยู่ แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจกันได้"กลับจากอเมริกาแล้วเหรอ อาทิตย์ก่อนแม่มาเยี่ยมพี่ยังบอกว่าอัญไปทำงานกับคุณคาลวินอีกครั้ง""ค่ะ อัญกลับมาหาพ่อกับแม่แล้วก็พี่ไงคะ" อัญญารินเอ่ยออกไป"ฉันขอคุยกับอรนภาบ้างสินะๆ" คาลวินสะกิดไหล่มนอย่างกับเด็กน้อย เขาอยากจะคุยบ้าง อัญญารินจึงส่งหูโทรศัพท์ให้กับเขา"ที่มาวันนี้ผมมีข่าวดีจะมาบอก""อะไรคะ" อรนภายิ้มรับเหมือนรู้ว่าสิ่งที่เขาจะบอกคืออะไร"ผมกับอัญกำลังจะแต่งงาน
คาลวินมัวแต่หลงระเริงที่เมื่อคืนเขาได้จัดหนักกับคนเมาไป แต่ลืมไปแล้วว่ากำลังตามง้อเธออยู่ คาลวินลืมตาขึ้นมาแล้วตวัดแขนไปกอดคนข้างๆ แต่คว้าได้แค่อากาศ คาลวินลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเร็ว"อัญ อยู่ในห้องน้ำเหรอ" คาลวินลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ แต่ห้องน้ำก็โล่งสนิท"อัญ อยู่ไหน?" เขาตะโกนเรียกเธอลั่นห้อง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ"ไปไหนของเขา" เขายืนเปลือยเปล่าโชว์กล้ามหน้าท้องเป็นลอนงามยืนเกาหัวอย่างมึนงงเพราะหาเธอไม่เจอครืด~ เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้น คาลวินจึงหยิบมาดูและเจอข้อความจากเบอร์แปลก[จะลงมาทานด้วยกันก็ได้นะครับ] ข้อความที่ได้ถูกส่งมาจากลูคัส พร้อมแนบรูปอัญญารินกำลังทานอาหารเช้าอยู่ที่ร้านอาหารของโรงแรม"ไอ้ลูคัสไหนบอกไม่ยุ่งไง แล้วมันมาได้ไง" คาลวินหัวเสียเมื่อได้รับข้อความมาจากลูคัส เขารีบวิ่งเข้าห้องน้ำและอาบน้ำด้วยความไวแสง"เจ้าของคุณมาตามแล้วครับ" ลูคัสเอ่ยบอกกับร่างบาง เมื่อเห็นคาลวินเดินหน้าตั้งตรงมาที่โต๊ะอาหารของตนเอง"เขาไม่ใช่เจ้าของฉันสักหน่อยค่ะ" อัญญารินตอบอย่างไม่สบอารมณ์แล้วก้มหน้าลงกินต่อ เมื่อเช้าเธอต
[นิวยอร์ก]อัญญารินทำหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อมาถึงโรงแรมแล้วพนักงานต้อนรับบอกว่าห้องพักเต็มหมดแล้ว โรงแรมหรูหราขนาดนี้มีห้องเป็นร้อยห้องจะเต็มได้ยังไงกันแล้วบังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่เหลือเพียงห้องเดียวแถมยังเป็นห้องสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนกันอีก"ขอโทษนะคะไม่มีห้องอื่นเหลือแล้วจริงเหรอคะ ห้องไหนก็ได้ค่ะ" อัญญารินเดินไปหาพนักงานอีกครั้งเพื่อถามหาห้องว่างสำหรับคืนนี้"ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลค่ะคุณผู้หญิง ห้องพักจึงถูกจองล่วงหน้าไว้หมดแล้วค่ะ ขออภัยด้วยนะคะ" พนักงานต้อนรับตอบอย่างฉะฉาน"แถวนี้มีโรงแรมอื่นไหมคะ""ละแวกนี้มีแค่โรงแรมของเราค่ะ จะมีอีกโรงแรมห่างไปสามสิบกิโลเมตรค่ะ" พนักงานต้อนรับแนะนำเธอ อัญญารินเริ่มคิดหนักห่างไปสามสิบกิโลแล้วเธอจะไปยังไง"นี่เธอ ไม่มีห้องว่างก็นอนกับฉันก็ได้ ฉันไม่ถือหรอก" คาลวินขำกับท่าทางกระวนกระวายของเธอ จนต้องลุกขึ้นมาเจรจาแทน โชคดีเหลือเกินลูกค้าที่นัดประชุมกับเขาเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ คาลวินจึงขอร้องให้ช่วยบอกอัญญารินว่าห้องเต็มเพื่อที่จะง้อภรรยาและจะลดราคาโครงการที่ร่วมทุนให้อีกสิบเปอร์เซ็นต์ ลู
อรนภาอยู่ในห้อง ICU เพื่อดูอาการได้สี่วันทางแพทย์ก็ให้ย้ายมายังห้องพิเศษของโรงพยาบาลเพราะอรนภามีอาการดีขึ้นมากสามารถตอบสนองได้ดีทุกอย่างเหลืออย่างเดียวคือรอให้เธอฟื้น"พี่อร รีบตื่นนะคะ" เธอกุมมือพี่สาวขึ้นมาแนบหน้าของตัวเอง"เดี๋ยวอรก็ตื่น เชื่อฉันสิ" คาลวินจับไหล่ของคนที่นั่งอยู่เพื่อให้กำลังใจก๊อก~ ก๊อก~ เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างหนาของว่าที่เจ้าของโรงพยาบาลอย่างลูคัสเดินเข้ามา"สวัสดีครับคุณอัญ" ลูคัสเอ่ยทักทายด้วยความเป็นมิตร"จะมาทำไมก็ไม่รู้" คาลวินกอดอกสีหน้าบึ้งตึงเมื่อเห็นลูคัส ทุกอย่างอุตส่าห์จะดีอยู่แล้วเชียวไม่รู้จะมาขัดจังหวะทำไม"ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้าผมก็ออกไปรอข้างนอกก่อนได้นะครับ" ลูคัสตอบกลับเบาๆ แต่เจ็บ คาลวินอยากจะเสยหน้าอีกคนให้ล้มแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้"ฉันไปซื้อของให้เธอกินตอนเที่ยงดีกว่า" พูดจบก็เดินปึงปังออกไป เขาต้องระงับอารมณ์ไม่ให้ลุกขึ้นมาชกหน้าไอ้คนที่มายุ่งวุ่นวายกับเธอ"อาการของพี่สาวคุณเป็นยังไงบ้างครับ" ลูคัสไม่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับทางแพทย์สักเท่าไหร่ เขามีหน้าที่บริห
[ประเทศอเมริกา]หลังจากทราบข่าวเรื่องพี่สาว อัญญารินไม่รอช้ารีบเก็บกระเป๋าเพื่อเดินทางไปหาพี่สาวที่โรงพยาบาล พ่อแม่ของเธอพอรู้เรื่องก็ตกใจจนเกือบจะเป็นลมพวกท่านอยากจะขอตามไปด้วย แต่ร่างกายและสังขารคงเดินทางนานๆ ไม่ไหวจึงขออยู่ฟังข่าวที่บ้านส่วนคาลวินพอรู้ว่าอัญญารินจะไปอเมริกาก็ไม่รีรอให้จอห์นรีบหาไฟล์ทไปอย่างด่วนที่สุด คาลวินจัดการเรื่องการเดินทางให้เธอทั้งหมด ส่วนลูคัสจะตามไปทีหลังเพราะต้องรีบเคลียร์งานที่นี่ก่อน แต่เขาจะคอยประสานงานที่โรงพยาบาลให้ตอนระยะเวลาเกือบยี่สิบชั่วโมง อัญญารินไม่ยอมหลับหรือพักผ่อนเลย จิตใจของเธอกระวนกระวายถึงพี่สาวที่ตอนนี้แพทย์ยังไม่สามารถแจ้งอาการที่แน่ชัดเจนได้"ใจเย็นอัญ เดี๋ยวก็ล้มหรอก"คาลวินเดินตามเธอแทบไม่ทัน อัญญารินก้าวฉับๆ อย่างว่องไวไปที่ห้อง ICU ของโรงพยาบาล ตอนลงจากเครื่องทางโรงพยาบาลโทรมาแจ้งว่าอรนภาถูกย้ายจากห้องฉุกเฉินมาที่ห้อง ICU แล้ว หากคืนนี้ยังไม่มีอาการตอบสนองญาติคงต้องทำใจเผื่อเอาไว้บ้างเพราะอรนภาโดนชนอย่างแรงแถมศีรษะยังไปกระแทกกับขอบฟุตบาทจนเลือดไหลเธอเสียเลือดไปมากแล้วก่อนท
อัญญารินนั่งหน้าเครียด เมื่อคาลวินไม่ยอมให้เธอย้ายไปอยู่แผนกบัญชีแล้วเธอจะทำยังไงต่อไปดี "อัญญาริน เข้ามาฉัน" เสียงจากอินเตอร์คอมดังขึ้น แต่คนที่ลุกขึ้นกลับไม่ใช่เธอ อรนภาที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ได้ยินสิ่งที่คาลวินสั่งก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องเขาไปหน้าตาเฉย อัญญารินทำได้แค่เดินตามไปเง
วันแรกของการทำงานร่วมกันระหว่างอรนภาและอัญญาริน วันนี้อรนภาแต่งหน้าทำผมจัดเต็มแตกต่างกับคนเมื่อวานที่มีสภาพเหมือนคนป่วย อัญญารินมองพี่สาวของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตาแค่ข้ามคืนคนเขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือ แล้วก็ก้มมองตัวเองพร้อมหยิบกระจกขึ้นมาส่อง ทั้งใบหน้ามีแค่ลิปสติกที่แสดงออกว่าเธอก็แต่งหน้า
หลังเลิกงานในรถคันใหญ่ที่มีคนขับคือคนสนิทของคาลวิน อัญญารินนั่งเงียบมาตลอดทางต่างจากทุกวัน ถ้าได้กลับด้วยกันเธอจะชวนเขาคุยตามประสาของเธอ แต่วันนี้เธอเงียบผิดปกติ"เป็นอะไร" คาลวินถามออกมาด้วยความสงสัยที่เห็นเธอเงียบเกินไป"เปล่าค่ะ คุณต้องการอะไรหรือเปล่าคะ""ไม่ แค่เห็
หมดวันหยุดไปเหมือนไม่ได้หยุดพักเลยเพราะต้องตามไปเป็นคนรับใช้จำเป็นคอยถือของให้กับคู่ขาของเขาทั้งวัน พอกลับมาก็กลายเป็นตุ๊กตายางมีชีวิตให้เขาต่อและวันนี้ก็เป็นวันที่เธอต้องไปทำงานอีกแล้ว"วันหยุดหมดไปเร็วจริงๆ" บ่นเป็นภาษาไทยไม่ให้เจ้าของห้องเข้าใจเพราะกลัวจะโดนดุ"ฉันรู้ว่าเธอกำ







