เข้าสู่ระบบหกปีที่แล้ว...
คู่รักของมหาวิทยาลัยที่หลายคนอิจฉาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายหนุ่มอเมริกันสุดหล่อกับสาวสวยชาวเอเชีย "อร เรียนจบเราแต่งงานกันนะ" คาลวินกุมมือหญิงสาวชาวไทยนามว่าอรนภาเอาไว้แน่น เขาและเธอคบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ทั้งคู่ใกล้จะเรียนจบแล้ว อรนภาเป็นคนไทยที่มาเรียนต่อที่อเมริกา คาลวินตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า อรนภาเป็นที่พูดถึงอย่างมากในคณะเพราะเป็นคนสวยและยังเป็นคนเอเชีย แต่เธอเลือกที่จะคบกับคาลวินแทนที่จะคบกับชายหนุ่มคนอื่น "เราอย่าเพิ่งคิดเลยดีกว่า" อรนภาแกะมือเขาออก เธอคบกับเขาเพราะความหล่อและความฮ็อตของเขา แต่จะให้เธอฝากชีวิตไว้กับคนที่ไร้พ่อแม่ ไม่มีสมบัติหรือมรดกสักชิ้นแบบเขา เธอขอบายดีกว่า "ทำไมล่ะ เราจะเรียนจบกันแล้วนะอร" คาลวินจับมืออรนภาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ถูกแกะออกอีกครั้ง "เรายังไม่อยากคิดน่ะ เราต้องกลับไทยนะอย่าลืมสิ" อรนภาให้เหตุผลกับเขา "งั้นก็ได้ เราจะรออรพร้อมนะ" คาลวินยอมแพ้ที่จะเซ้าซี้ต่อ เขาอยากสร้างครอบครัวกับเธอ เขาตั้งใจจะทำงานหาเงินและเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีให้เธอ คาลวินทำงานหลังเลิกเรียนเป็นบาร์เทนเดอร์ในบาร์แห่งหนึ่ง เขาทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียนเพราะเขาไม่มีพ่อแม่แบบคนอื่นๆ จึงต้องทำอะไรด้วยตัวเองมาตลอด คนอย่างคาลวินไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หากเขาอยากได้อะไรก็ต้องได้ "เฮ้ย! ฟิลิปทางนี้เว้ย" เสียงลูกค้าในร้านตะโกนเรียกเพื่อนเสียงดัง บาร์แห่งนี้เป็นบาร์ของพวกคนรวยที่มานั่งดื่มชิลๆ ตามประสาคนเงินเหลือใช้ "หายหน้าหายตาไปเลยนะเว้ย สาวชาวไทยแฟนนายล่ะ ไม่มาเหรอ" สองชายหนุ่มที่กำลังคุยกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ทำให้คาลวินที่ชงเครื่องดื่มให้แขกคนอื่นได้ยิน เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังแต่หูมันดันได้ยินเองและทั้งสองคนพูดเสียงดังฟังชัด "กำลังตามเข้ามา เธอไปเข้าห้องน้ำน่ะ" ชายที่ชื่อฟิลิปตอบคำถามเพื่อน "ธุรกิจที่บ้านนายเป็นไงบ้าง" สองหนุ่มลูกนักธุรกิจพูดคุยกันตามประสาคนรวย คนมีธุรกิจเป็นของตัวเอง "ก็เรื่อยๆ ตอนนี้กำลังขยายกิจการไปดูไบ" คาลวินฟังทั้งคู่คุยกันแล้วได้แต่อิจฉา ทำไมเขาถึงเกิดมาโดนพ่อแม่ทิ้งไม่มีแม้กระทั่งบ้านของตัวเอง ตอนเด็กต้องอาศัยอยู่ในโบสถ์กับพวกเด็กกำพร้าคนอื่นๆ พอเริ่มโตก็ย้ายออกมาหาห้องเช่าเล็กๆ อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย "นั่นไง แฟนฉันมาพอดี" ฟิลิปบอกกับเพื่อนเมื่อเห็นแฟนสาวของตัวเองเดินเข้ามา คาลวินหันมองตามโดยไม่ได้ตั้งใจแต่สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาหัวใจแทบหยุดเต้น ทำไมผู้หญิงที่เขารักที่สุดถึงมาอยู่ที่นี่และทำไมผู้ชายที่ชื่อฟิลิปถึงแนะนำเพื่อนตัวเองว่าอรนภาเป็นแฟน นี่มันเกิดอะไรขึ้น "ฮันนี่ทำไมไปนานจัง ผมคิดถึงคุณจะแย่" ชายหนุ่มที่ชื่อฟิลิปคว้าเอวอรนภาเข้ามากอดและหอมแก้ม แต่ตอนนี้สีหน้าอรนภากระอักกระอ่วนและเต็มไปด้วยความกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คาลวินมองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย เพล้ง! แก้วไวน์ในมือของเขาถูกโยนลงพื้นจนแตก ทำให้ทุกคนหันไปมองที่คาลวินเป็นตาเดียว อรนภารู้ว่าคาลวินทำงานอยู่ที่นี่และเธอก็ไม่ได้อยากมา แต่ฟิลิปลูกชายมหาเศรษฐีที่เธอกำลังแอบคบหาอยู่อยากพามาเธอก็ปฏิเสธไม่ได้ "อร นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" คาลวินเดินออกมากระชากแขนอรนภาและถามต่อหน้าคนมากมาย "นี่มันอะไรกันอร" ฟิลิปถามด้วยความสงสัย เขาเองก็งงกับสถานการณ์ตรงหน้าเช่นกัน "อรไม่รู้จักเขาค่ะฟิลิป ใครก็ไม่รู้" อรนภากอดแขนฟิลิปแน่นทำท่าขยะแขยงคาลวิน "เฮ้ย! แกมายุ่งอะไรกับแฟนฉันไอ้กระจอก" ฟิลิปผลักคาลวินอย่างแรงจนกระเด็น "แกนั่นแหละมายุ่งอะไรกับอร" คาลวินก็ไม่ยอม เขากระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายกลับทันที "พูดหมาๆ อะไร อรกับฉันคบกันอยู่ แกนั่นแหละเป็นใคร" ลูกชายมหาเศรษฐีผลักคาลวินออกอีกครั้ง อรนภามองชายทั้งสองคนที่กำลังจะมีเรื่องกันเพื่อแย่งเธอ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าชาตินี้จะมีผู้ชายมาต่อยกันแย่งเธอ "พูดสิอรว่าเธอกับฉันเป็นแฟนกัน" คาลวินหันไปถามหญิงสาวที่ต้นเหตุอย่างเธอ "อรไม่รู้จักเขาจริงๆ นะคะฟิลิป อรจะไปรู้จักบาร์เทนเดอร์คนนี้ได้ยังไงล่ะคะ จริงไหม?" อรนภาตีหน้าเศร้าทำเป็นไม่รู้จักคาลวิน ฟิลิปที่กำลังหลงอรนภาไม่ว่าเธอจะพูดอะไร เขาก็เชื่อหมดทุกอย่าง "ไอ้กระจอก นี่มึงใส่ร้ายแฟนกูเหรอ" ฟิลิปชี้หน้าคาลวินและชกหน้าเขาเข้าไปเต็มๆ จนเลือดไหลที่มุมปาก คาลวินตั้งท่าจะชกกลับ "หยุด! เกิดอะไรขึ้น? เป็นอะไรไหมครับคุณฟิลิป" เจ้าของบาร์เดินออกมาด เมื่อมีลูกน้องไปรายงานว่าหน้าบาร์กำลังเกิดเรื่อง เขาหันมาถามคาลวินเสียงแข็งและหันไปถามฟิลิปด้วยท่าทีที่ต่างจากคาลวินอย่างสองมาตรฐาน "ไล่มันออกซะ" ฟิลิปสั่งเสียงเข้ม อำนาจของเขาสามารถไล่คนอย่างคาลวินออกได้สบายๆ "ได้ครับคุณฟิลิป นายออกไปซะและไม่ต้องมาทำงานอีก" เจ้าของบาร์เกรงกลัวอิทธิพลของพ่อฟิลิปจึงจำเป็นต้องเสียพนักงานดีๆ อย่างคาลวินไป หลังจากวันที่คาลวินโดนไล่ออกจากงานและยังถูกคนรักทรยศ ทำให้เขารู้ว่าผู้หญิงทุกคนล้วนแต่เห็นแก่เงิน เพราะยังไงเงินก็คือปัจจัยหลัก คาลวินเป็นคนทะเยอทะยานและคนอย่างเขาไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หลังจากเกิดเรื่องในคืนนั้นเขาก็ไม่ได้ข่าวคราวอะไรของอรนภาอีกเลย ถามจากเพื่อนของเธอก็บอกว่าเธอกลับประเทศไทยไปแล้วทั้งที่ยังเรียนไม่จบ คาลวินกลับมาตั้งใจเรียนจนจบด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองและโชคก็เข้าข้างเขาในที่สุด เขาได้พบกับชายชราเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ป่วยแบบไร้หนทางรักษา ลูกหลานสืบสกุลก็ไม่มีแม้แต่คนเดียว ธุรกิจก็ใกล้จะล้มละลายเต็มทีเพราะไม่มีใครดูแล ชายคนนั้นจึงยินยอมมอบทุกอย่างให้กับเขาได้สานต่อ คาลวินใช้เวลาสี่ปีเพื่อทำให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เขากลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในเวลาไม่ช้าด้วยความพยายามของตัวเอง จากบริษัทที่ใกล้จะล้มละลายกลับกลายมาเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของอเมริกาอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้กลายเป็นบริษัทที่ทุกคนแก่งแย่งกันเข้าทำงาน แต่ทุกแผนกจะถูกคัดเลือกโดยประธานบริษัทอย่างคาลวิน นับจากวันที่อรนภาทิ้งเขาไปไม่มีวันไหนเลยที่เขาไม่คิดถึงเธอ ต่อให้โกรธเธอมากแค่ไหนแต่เขาก็เกลียดเธอไม่ลง เธอทำให้เขารู้จักว่ารักแรกพบเป็นอย่างไร ถึงปากจะบอกว่าเกลียดคนทรยศแบบเธอแต่ใจของเขาก็ยังมีอรนภาเต็มไปหมด คนอย่างคาลวินไม่ยอมเสียใจอยู่ฝ่ายเดียวเขาต้องได้เอาคืนจากคนในครอบครัวของเธอ และเหยื่อที่โชคร้ายคนนั้นก็คือ…'อัญญาริน' กลับมาสู่โลกของความเป็นจริงที่ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป ในห้องนอนที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำแต่คนข้างกายเธอตัวร้อนผ่าว จนอัญญารินสะดุ้งตื่นเมื่อแขนของเธอไปสัมผัสโดนตัวเขา "ตัวร้อนมากเลย" หญิงสาวรีบลุกขึ้นมาเตรียมกะละมังและผ้าขนหนูเพื่อมาเช็ดตัวให้เขาทันที "อร อรอย่าทิ้งผมไป" เสียงทุ้มละเมอออกมาเบาๆ ถึงผู้หญิงที่เขาคิดถึงอยู่ตลอดเวลาจนเก็บไปฝัน อัญญารินชะงักมือที่กำลังเช็ดตัวให้เขาอย่างปวดใจ "แม้แต่ฝันคุณก็ยังมีแต่พี่อรสินะคะ" ร่างบางเอ่ยเสียงเบาหวิว เธอรู้สึกปวดหนึบที่หัวใจแม้แต่ในฝันของเขาก็ยังเป็นพี่สาวของเธอ เธอรู้ว่าเขารักพี่สาวของเธอมากที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะความแค้น เธอได้แต่ภาวนาให้เขาเจออรนภาเร็วๆ เขาอาจจะกลับมาสมหวังอีกครั้งก็ได้เพราะตอนนี้เขามีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว "อร ผมคิดถึงคุณนะ" "พี่อรก็คงคิดถึงคุณนะคะ" อัญญารินกุมมือเขาขึ้นมาจูบเบาๆ เธออยากเกิดเป็นอรนภา พี่สาวของเธอเกิดมาทั้งสวย ทั้งเก่งทำอะไรก็ออกมาดูดีไปหมดทุกอย่างผิดกับเธออย่างลิบลับ "กลับมาหาผมได้ไหม" คาลวินยังคงละเมอไม่รู้ตัว ร่างบางลูบผมเขาเบาๆ ให้นอนหลับ "นอนเถอะนะคะ สักวันคุณต้องได้เจอพี่อรเพราะฉันเองก็อยากเจอพี่สาวเหมือนกันค่ะ" เธอบอกกับเขา คาลวินหลับสนิททันตา อัญญารินจึงจัดการเช็ดตัวลดไข้ให้เขาจนเสร็จ ตลอดคืนเธอนอนหลับไม่สนิทต้องคอยตื่นมาดูอาการของเขาเพราะกลัวว่าจะไข้ขึ้นสูงอีก กลางคืนผ่านไป แสงอาทิตย์ส่องผ่านทะลุม่านเข้ามาในห้องนอน ร่างบางลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งที่เพิ่งได้งีบหลับไปเมื่อชั่วโมงก่อน "ตัวไม่ร้อนแล้ว" มือเล็กอังหน้าผากของคาลวินเพื่อวัดอุณหภูมิ ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว "เอ๊ะ! พรุ่งนี้ถึงกำหนดแล้วนี่นา" เมื่ออาบน้ำเสร็จในขณะกำลังจะเปิดตู้เสื้อผ้าก็เจอกับใบนัดของหมอที่เธอต้องไปพบทุกเดือน คาลวินบังคับให้เธอฉีดยาคุมทุกเดือนและมันก็วนมาถึงวันนัดอีกครั้ง "อรุณสวัสดิ์ครับคุณอัญ" เมื่อเปิดประตูห้องออกมาก็เจอกับจอห์นที่กำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหารให้ทั้งคู่อยู่ "เดี๋ยวฉันจัดการเองค่ะ คุณจอห์นไปเตรียมตัวทำงานเถอะค่ะ" อัญญารินก็คืออัญญาริน เธอเกรงใจไปหมดทุกคน เธอยอมเสียสละได้เสมอถ้าทำให้คนอื่นมีความสุข "ได้ครับ ถ้าต้องการอะไรโทรเรียกได้เลยนะครับ" จอห์นก้มหัวให้เธอแล้วเดินออกไป "ว้าวว ไส้กรอกเยอรมันกับขนมปังแยมนี่นา" ร่างบางจัดเตรียมอาหารเช้าไว้ให้อีกคนที่กำลังอาบน้ำอยู่ด้วย "ทานอาหารเช้าเลยไหมคะ" เมื่อเห็นเขาเดินออกมา เธอจึงเอ่ยถามด้วยความหวังดี ใบหน้าเปื้อนยิ้มรอฟังคำตอบของเขา "วันนี้ฉันไม่หิว" พูดจบก็เดินตรงดิ่งออกจากห้องไป อัญญารินมองอาหารบนโต๊ะที่เธอตั้งใจจัดไว้อย่างน่าทานแต่โดนเขาเมินอีกแล้ว ทำไมเธอทำอะไรไปก็ไม่ถูกใจเขาเลยสักอย่าง ใบหน้าสวยเศร้าสลดก่อนจะรีบเดินตามเขาไปขึ้นรถเพราะกลัวจะถูกทิ้งในที่สุดวันที่คาลวินอดใจอดกลั้นมาตลอดสองเดือนก็มาถึงเสียที วันวิวาห์สุดแสนจะโรแมนติกของหนุ่มนักธุรกิจชาวอเมริกันกับเลขาสาวชาวไทย งานแต่งงานที่ดูเพอร์เฟกต์ไปหมดทุกอย่างยกเว้นแค่อย่างเดียวคือเจ้าบ่าวยืนทำหน้าพะอืดพะอมเหมือนคนจะอาเจียน"ไหวไหมคะคุณคาลวิน" เจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวเดินเข้ามาจับแขนคนที่กำลังจะเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายในอีกไม่ช้า"อย่าแกล้งพ่อมากสิลูกรัก" คาลวินพยักหน้าตอบเธอแล้วก้มลงไปคุยกับอีกคนที่อยู่ในท้องของอัญญารินเมื่อเดือนที่แล้วตอนที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานแต่ง เธอมีอาการหน้ามืดจนเป็นลมคาลวินจึงพาไปโรงพยาบาลและได้รู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้ว น่าจะหลังจากที่เขาแอบฉวยโอกาสตอนเธอเมาที่นิวยอร์ก และอัญญารินก็ไม่ได้ไปฉีดยาคุมตามที่หมอนัดตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่องคราวนั้นคาลวินกำลังจะได้เป็นคุณพ่อ แต่ดูเหมือนลูกจะแกล้งเขาหนักเหลือเกิน คนท้องไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใดแต่คนที่ไม่ท้องกลับต้องตื่นมาอาเจียนทุกเช้าแถมยังกินอะไรไม่ได้เพราะรู้สึกเหม็นไปหมดทุกอย่าง"ลูกคงรู้มั้งคะว่าคุณทำกับฉันไว้เยอะ คิกคิก" เจ้าสาว
[เรือนจำหญิง]คาลวินและอัญญารินบินกลับมาที่ประเทศไทยเพื่อบอกข่าวดีทุกคนเรื่องที่ทั้งคู่จะแต่งงานและที่ไม่บอกไม่ได้คืออรนภา ทั้งคู่จึงถือโอกาสมาเยี่ยมอรนภาที่เรือนจำเสียเลย"พี่อร สบายดีไหมคะ" อัญญารินยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับคนด้านใน"ในคุกก็ไม่แย่นะ มีข้าวฟรี มีงานให้ทำ มีที่นอนให้นอนแถมยังมีเพื่อนเยอะอีก" อรนภาพูดติดตลกทำไมเธอต้องทำชีวิตให้มันเศร้าล่ะเพราะในนี้มันก็ไม่ได้แย่จริงๆ"พี่อรล่ะก็พูดเล่นไปได้ อัญคิดถึงพี่นะ" ร่างบางวางมือไว้บนกระจกกั้น อรนภาเลยเอามือของเธอมาทาบมือของน้องสาวแม้จะมีกระจกกั้นอยู่ แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจกันได้"กลับจากอเมริกาแล้วเหรอ อาทิตย์ก่อนแม่มาเยี่ยมพี่ยังบอกว่าอัญไปทำงานกับคุณคาลวินอีกครั้ง""ค่ะ อัญกลับมาหาพ่อกับแม่แล้วก็พี่ไงคะ" อัญญารินเอ่ยออกไป"ฉันขอคุยกับอรนภาบ้างสินะๆ" คาลวินสะกิดไหล่มนอย่างกับเด็กน้อย เขาอยากจะคุยบ้าง อัญญารินจึงส่งหูโทรศัพท์ให้กับเขา"ที่มาวันนี้ผมมีข่าวดีจะมาบอก""อะไรคะ" อรนภายิ้มรับเหมือนรู้ว่าสิ่งที่เขาจะบอกคืออะไร"ผมกับอัญกำลังจะแต่งงาน
คาลวินมัวแต่หลงระเริงที่เมื่อคืนเขาได้จัดหนักกับคนเมาไป แต่ลืมไปแล้วว่ากำลังตามง้อเธออยู่ คาลวินลืมตาขึ้นมาแล้วตวัดแขนไปกอดคนข้างๆ แต่คว้าได้แค่อากาศ คาลวินลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเร็ว"อัญ อยู่ในห้องน้ำเหรอ" คาลวินลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ แต่ห้องน้ำก็โล่งสนิท"อัญ อยู่ไหน?" เขาตะโกนเรียกเธอลั่นห้อง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ"ไปไหนของเขา" เขายืนเปลือยเปล่าโชว์กล้ามหน้าท้องเป็นลอนงามยืนเกาหัวอย่างมึนงงเพราะหาเธอไม่เจอครืด~ เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้น คาลวินจึงหยิบมาดูและเจอข้อความจากเบอร์แปลก[จะลงมาทานด้วยกันก็ได้นะครับ] ข้อความที่ได้ถูกส่งมาจากลูคัส พร้อมแนบรูปอัญญารินกำลังทานอาหารเช้าอยู่ที่ร้านอาหารของโรงแรม"ไอ้ลูคัสไหนบอกไม่ยุ่งไง แล้วมันมาได้ไง" คาลวินหัวเสียเมื่อได้รับข้อความมาจากลูคัส เขารีบวิ่งเข้าห้องน้ำและอาบน้ำด้วยความไวแสง"เจ้าของคุณมาตามแล้วครับ" ลูคัสเอ่ยบอกกับร่างบาง เมื่อเห็นคาลวินเดินหน้าตั้งตรงมาที่โต๊ะอาหารของตนเอง"เขาไม่ใช่เจ้าของฉันสักหน่อยค่ะ" อัญญารินตอบอย่างไม่สบอารมณ์แล้วก้มหน้าลงกินต่อ เมื่อเช้าเธอต
[นิวยอร์ก]อัญญารินทำหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อมาถึงโรงแรมแล้วพนักงานต้อนรับบอกว่าห้องพักเต็มหมดแล้ว โรงแรมหรูหราขนาดนี้มีห้องเป็นร้อยห้องจะเต็มได้ยังไงกันแล้วบังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่เหลือเพียงห้องเดียวแถมยังเป็นห้องสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนกันอีก"ขอโทษนะคะไม่มีห้องอื่นเหลือแล้วจริงเหรอคะ ห้องไหนก็ได้ค่ะ" อัญญารินเดินไปหาพนักงานอีกครั้งเพื่อถามหาห้องว่างสำหรับคืนนี้"ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลค่ะคุณผู้หญิง ห้องพักจึงถูกจองล่วงหน้าไว้หมดแล้วค่ะ ขออภัยด้วยนะคะ" พนักงานต้อนรับตอบอย่างฉะฉาน"แถวนี้มีโรงแรมอื่นไหมคะ""ละแวกนี้มีแค่โรงแรมของเราค่ะ จะมีอีกโรงแรมห่างไปสามสิบกิโลเมตรค่ะ" พนักงานต้อนรับแนะนำเธอ อัญญารินเริ่มคิดหนักห่างไปสามสิบกิโลแล้วเธอจะไปยังไง"นี่เธอ ไม่มีห้องว่างก็นอนกับฉันก็ได้ ฉันไม่ถือหรอก" คาลวินขำกับท่าทางกระวนกระวายของเธอ จนต้องลุกขึ้นมาเจรจาแทน โชคดีเหลือเกินลูกค้าที่นัดประชุมกับเขาเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ คาลวินจึงขอร้องให้ช่วยบอกอัญญารินว่าห้องเต็มเพื่อที่จะง้อภรรยาและจะลดราคาโครงการที่ร่วมทุนให้อีกสิบเปอร์เซ็นต์ ลู
อรนภาอยู่ในห้อง ICU เพื่อดูอาการได้สี่วันทางแพทย์ก็ให้ย้ายมายังห้องพิเศษของโรงพยาบาลเพราะอรนภามีอาการดีขึ้นมากสามารถตอบสนองได้ดีทุกอย่างเหลืออย่างเดียวคือรอให้เธอฟื้น"พี่อร รีบตื่นนะคะ" เธอกุมมือพี่สาวขึ้นมาแนบหน้าของตัวเอง"เดี๋ยวอรก็ตื่น เชื่อฉันสิ" คาลวินจับไหล่ของคนที่นั่งอยู่เพื่อให้กำลังใจก๊อก~ ก๊อก~ เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างหนาของว่าที่เจ้าของโรงพยาบาลอย่างลูคัสเดินเข้ามา"สวัสดีครับคุณอัญ" ลูคัสเอ่ยทักทายด้วยความเป็นมิตร"จะมาทำไมก็ไม่รู้" คาลวินกอดอกสีหน้าบึ้งตึงเมื่อเห็นลูคัส ทุกอย่างอุตส่าห์จะดีอยู่แล้วเชียวไม่รู้จะมาขัดจังหวะทำไม"ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้าผมก็ออกไปรอข้างนอกก่อนได้นะครับ" ลูคัสตอบกลับเบาๆ แต่เจ็บ คาลวินอยากจะเสยหน้าอีกคนให้ล้มแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้"ฉันไปซื้อของให้เธอกินตอนเที่ยงดีกว่า" พูดจบก็เดินปึงปังออกไป เขาต้องระงับอารมณ์ไม่ให้ลุกขึ้นมาชกหน้าไอ้คนที่มายุ่งวุ่นวายกับเธอ"อาการของพี่สาวคุณเป็นยังไงบ้างครับ" ลูคัสไม่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับทางแพทย์สักเท่าไหร่ เขามีหน้าที่บริห
[ประเทศอเมริกา]หลังจากทราบข่าวเรื่องพี่สาว อัญญารินไม่รอช้ารีบเก็บกระเป๋าเพื่อเดินทางไปหาพี่สาวที่โรงพยาบาล พ่อแม่ของเธอพอรู้เรื่องก็ตกใจจนเกือบจะเป็นลมพวกท่านอยากจะขอตามไปด้วย แต่ร่างกายและสังขารคงเดินทางนานๆ ไม่ไหวจึงขออยู่ฟังข่าวที่บ้านส่วนคาลวินพอรู้ว่าอัญญารินจะไปอเมริกาก็ไม่รีรอให้จอห์นรีบหาไฟล์ทไปอย่างด่วนที่สุด คาลวินจัดการเรื่องการเดินทางให้เธอทั้งหมด ส่วนลูคัสจะตามไปทีหลังเพราะต้องรีบเคลียร์งานที่นี่ก่อน แต่เขาจะคอยประสานงานที่โรงพยาบาลให้ตอนระยะเวลาเกือบยี่สิบชั่วโมง อัญญารินไม่ยอมหลับหรือพักผ่อนเลย จิตใจของเธอกระวนกระวายถึงพี่สาวที่ตอนนี้แพทย์ยังไม่สามารถแจ้งอาการที่แน่ชัดเจนได้"ใจเย็นอัญ เดี๋ยวก็ล้มหรอก"คาลวินเดินตามเธอแทบไม่ทัน อัญญารินก้าวฉับๆ อย่างว่องไวไปที่ห้อง ICU ของโรงพยาบาล ตอนลงจากเครื่องทางโรงพยาบาลโทรมาแจ้งว่าอรนภาถูกย้ายจากห้องฉุกเฉินมาที่ห้อง ICU แล้ว หากคืนนี้ยังไม่มีอาการตอบสนองญาติคงต้องทำใจเผื่อเอาไว้บ้างเพราะอรนภาโดนชนอย่างแรงแถมศีรษะยังไปกระแทกกับขอบฟุตบาทจนเลือดไหลเธอเสียเลือดไปมากแล้วก่อนท
อัญญารินนั่งหน้าเครียด เมื่อคาลวินไม่ยอมให้เธอย้ายไปอยู่แผนกบัญชีแล้วเธอจะทำยังไงต่อไปดี "อัญญาริน เข้ามาฉัน" เสียงจากอินเตอร์คอมดังขึ้น แต่คนที่ลุกขึ้นกลับไม่ใช่เธอ อรนภาที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ได้ยินสิ่งที่คาลวินสั่งก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องเขาไปหน้าตาเฉย อัญญารินทำได้แค่เดินตามไปเง
วันแรกของการทำงานร่วมกันระหว่างอรนภาและอัญญาริน วันนี้อรนภาแต่งหน้าทำผมจัดเต็มแตกต่างกับคนเมื่อวานที่มีสภาพเหมือนคนป่วย อัญญารินมองพี่สาวของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตาแค่ข้ามคืนคนเขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือ แล้วก็ก้มมองตัวเองพร้อมหยิบกระจกขึ้นมาส่อง ทั้งใบหน้ามีแค่ลิปสติกที่แสดงออกว่าเธอก็แต่งหน้า
หลังเลิกงานในรถคันใหญ่ที่มีคนขับคือคนสนิทของคาลวิน อัญญารินนั่งเงียบมาตลอดทางต่างจากทุกวัน ถ้าได้กลับด้วยกันเธอจะชวนเขาคุยตามประสาของเธอ แต่วันนี้เธอเงียบผิดปกติ"เป็นอะไร" คาลวินถามออกมาด้วยความสงสัยที่เห็นเธอเงียบเกินไป"เปล่าค่ะ คุณต้องการอะไรหรือเปล่าคะ""ไม่ แค่เห็
หมดวันหยุดไปเหมือนไม่ได้หยุดพักเลยเพราะต้องตามไปเป็นคนรับใช้จำเป็นคอยถือของให้กับคู่ขาของเขาทั้งวัน พอกลับมาก็กลายเป็นตุ๊กตายางมีชีวิตให้เขาต่อและวันนี้ก็เป็นวันที่เธอต้องไปทำงานอีกแล้ว"วันหยุดหมดไปเร็วจริงๆ" บ่นเป็นภาษาไทยไม่ให้เจ้าของห้องเข้าใจเพราะกลัวจะโดนดุ"ฉันรู้ว่าเธอกำ







