LOGIN“ไม่เดือนร้อนเลยหนู แถมคุณผอ.ยังใจดีอนุญาตให้พลอยใสพาออกัสมาฝากป้าเลี้ยงด้วยนะ”
“จะ จริงเหรอคะป้า” ทั้งน้ำเสียงและแววตาของพลอยใสแสดงออกมาชัดถึงความตื่นเต้นและดีใจ พลอยใสคงดีใจมากและก็ไม่ได้ผิดไปจากที่ป้าแจ่มคิดเอาไว้เลย เห็นเด็กดีอย่างพลอยใสยิ้มกว้างออกมาได้ตัวป้าแจ่มเองก็ดีใจไปด้วย
“จริงสิ ผอ.คงเห็นเจ้าออกัสแล้วสงสารนั่นแหละ ทีแรกผอ.จะช่วยหาพี่เลี้ยงเด็กให้ออกัสด้วยนะ แต่ป้าบอกไปแล้วว่าหนูไม่มีเงินจ้างใครมาเป็นพี่เลี้ยงให้หลานหรอก” เห็นใบหน้าหวานทำหน้าจะแย้งเรื่องพี่เลี้ยงเด็ก ป้าแจ่มจึงรีบบอกว่าตนเองได้บอกกับเจ้านายไปแล้วว่าลำพังพลอยใสแค่หาเงินมาใช้ให้รอดไปวัน ๆ ยังลำบากเลย ไม่ต้องคิดถึงเรื่องจะหาเงินมาจ้างพี่เลี้ยงเด็ก
“พอคุณผอ.ได้ยินแบบนั้นก็เลยอนุญาตให้ป้าพาออกัสมาเลี้ยงได้ แต่ต้องดูไม่ให้เจ้าหนูเนี่ยไปเล่นรบกวนเวลางานของคุณครู ไม่ต้องห่วงนะป้าเลี้ยงออกัสที่ห้องพักของแม่บ้าน มีเพื่อน ๆ ป้าช่วยกันเลี้ยงหลายคน”
“หนูขอบคุณป้าแจ่มมาก ๆ เลยนะจ๊ะ และหนูขอฝากป้าขอบคุณผอ.ชินด้วยได้ไหมคะ” เขาไม่ได้มีเพียงแค่หน้าตาดีเท่านั้นแต่เจ้านายของป้าแจ่มยังใจดีมากด้วย การมีเมตตาของเขาต่อเธอและหลานในครั้งนี้พลอยใสจะไม่มีวันลืมเลย
“จ้า แต่ป้าว่าพลอยใสไปขอบคุณผอ.เองจะดีกว่านะ ไม่ต้องกลัวหรอก ผอ.ชินของป้าใจดี” เน้นย้ำรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ก็มันเป็นความจริงทั้งนั้น หากผอ.ของป้าเป็นคนดุนะป้าไม่อวยให้ฟังหรอก
“จ้ะป้า” เรื่องที่เขาเป็นคนใจดีมีเมตตาอันนี้พลอยใสเห็นแล้วและซาบซึ้งในพระคุณของเขามาก และก็จริงอย่างที่ป้าแจ่มแนะนำ เธอควรเข้าไปขอบคุณเขาด้วยตัวเอง เพียงแต่...พลอยใสรู้สึกอายยังไงก็ไม่รู้ เธอเกรงใจเขาเกินกว่าจะกล้าสู้หน้า แต่ไม่ได้นะ ‘เราต้องไม่อาย เราต้องไปขอบคุณคนดี ๆ อย่างเขาด้วยตัวเองให้ได้’ นับว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่ออกัสมีคนดูแลช่วงกลางวัน
“พรุ่งนี้ก็ออกจากบ้านเร็ว ๆ หน่อยนะจะได้ไปดักเจอคุณผอ.”
“ค่ะป้า” พลอยใสยิ้มทั้งดวงตาพร้อมโค้งศีรษะให้ป้าแจ่มแทนการยกมือขึ้นมาไหว้เพราะสองแขนต้องอุ้มออกัสเอาไว้
“แล้วค่ำนี้พาออกัสไปด้วยเหรอ เอามาฝากป้าไว้ก็ได้นะพลอย จะได้ไปทำงานสบายใจ” เห็นพลอยใสเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว คงเตรียมพร้อมออกไปทำงานเสิร์ฟที่ร้านข้าวต้มหน้าปากซอย
“จ้ะป้า พอดีวันนี้เฮียโตพาลูกชายมาเล่นที่ร้านค่ะ เฮียเลยให้หนูพาออกัสไปด้วย ลูกเฮียจะได้มีเพื่อนเล่น”
“เล่น เล่น” ได้ยินคำว่าเล่นไม่ได้เลย ออกัสรีบยกมือขึ้นมาตบแปะ ๆ อย่างดีใจ
“แหม ยิ้มจนเห็นฟันเห็นเหงือกเลยนะออกัส” เด็กคนนี้มันน่าฟัดจริง ๆ ว่าแล้วก็ขอบีบแก้มกลม ๆ นั้นหน่อย
“อย่าลืมเอาผ้าองผ้าอ้อมกับขวดนมไปด้วยละหนู เจ้านี่มันกินเก่ง นมเตรียมไปกี่ขวดก็ดูดหมดเกลี้ยง” ป้าแจ่มช่วยเตือนเพราะกลัวพลอยใสจะลืมพกของจำเป็นไปทำงานด้วย
ออกัสก็ยังเล็กมากพูดก็ยังไม่เก่งกลัวจะไปร้องไห้งอแงที่ร้านข้าวต้มน่ะสิ โชคดีที่เฮียโตเจ้าของร้านเอ็นดูสองน้าหลาน เห็นว่าออกัสก็รุ่นเดียวกับลูกของเขาและเห็นแก่ความขยันทำงานของพลอยใสจึงให้ความช่วยเหลือและไม่ถือสาถ้าพลอยใสจะพาออกัสไปที่ร้านข้าวต้มด้วย
“หนูเตรียมของไว้ครบแล้วจ้ะป้า ขอบคุณนะคะ”
“ไป ๆ รีบไปทำงาน ถ้าเลิกงานแล้วไม่มีรถก็โทรมาบอกป้านะเดี๋ยวป้าให้ตาแก่ขี่สามล้อไปรับ” ตาแก่ก็คือลุงแดงสามีป้าแจ่มและตอนนี้คงแวะนั่งก๊งยาดองอยู่ที่ไหนสักที่นี่แหละ
“ขอบคุณจ้ะป้า หนูฝากดูห้องด้วยนะจ๊ะ”
“ผมเอายำปลาสลิด ยอดอ่อนทานตะวันผัดใส่หมูกรอบและต้มยำกุ้งน้ำข้นกับข้าวต้ม 2 ครับ เอากลับบ้านนะครับ”
ปณิธานสั่งเมนูกับข้าวโดยที่ไม่ต้องเปิดเมนูของร้านเฮียโตข้าวต้มโต้รุ่งดู ข้าวต้มก็คือข้าวต้ม ไม่ว่าที่ไหนๆ เมนูกับข้าวก็มีเหมือนกันและร้านข้าวต้มเฮียโตเขาก็แวะมานั่งกินบ้าง บางครั้งก็สั่งกลับบ้าน อาจจะไม่บ่อยแต่ปณิธานยกร้านข้าวต้มเฮียโตให้เป็นร้านประจำในวันที่เขาเบื่ออาหารและคิดไม่ออกว่ามื้อเย็นจะกินอะไรดี
“อื้อ พะ” พลอยใสจะอ้าปากขอให้เขาจูบเธอเบากว่านี้หน่อยแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะปณิธานไม่เปิดช่องว่างให้เธอได้พูดอะไรออกมา“พี่ชิน...” เสียงเล็กครางชื่อคนร้ายกาจที่พรากลมหายใจของเธอไป อยากค้อนเขาที่จูบเธอไม่พักแต่สายตาดันมองเขาหวานฉ่ำเพราะอารมณ์ข้างในเริ่มคุกรุ่น“ครับ” ปณิธานยกยิ้มพอใจก่อนจะก้มจูบเธออีกครั้ง วันนี้เขาสัญญาว่าจะไม่ทำถึงขั้นนั้นแต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะทำไปถึงขั้นไหนปณิธานทิ้งตัวลงปล่อยร่างกายให้นาบไปกับร่างบาง ฟูกนอนนุ่มนิ่มจนเหมือนกับว่าร่างกายของพลอยใสจมหายลงไปกับเตียง สองแขนเล็กถูกจับให้มากอดรอบลำคอแกร่งไว้ ริมฝีปากร้อนบดเบียด เรียวลิ้นกวาดชิมไปทั่วโพรงปากหวาน มือหนาลูบไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดบีบแรงสลับเบาตามอารมณ์ปรารถนา“อืมม” เมื่อไฟปรารถนาลุกโชน ลมหายใจร้อนถูกพ่นออกมาเป่ารดบนผิวแก้มใส ลากเลื้อยไปตามซอกคอหอมกรุ่น ปณิธานลากลิ้นไปตามลำคอขาวพรมจูบไปทั่วทุกที่ที่เขาจะพาริมฝีปากไปถึง กลิ่นกายของพลอยใสหอมมาก ร่างกายเธอก็หวานมากเสียจนเขาอยากชิมเธอทั้งร่างกายในขณะที่ไฟแห่งความปรารถนากำลังโหมกระพือ มือหนาที่เคลื่อนคลานมาถึงความอวบใหญ่เกินตัว ความปรารถนาในร่างกายสั่งในปณิธานสัมผัสกับส
“พูดจริงเหรอ รักพี่คนเดียวตลอดไปเลยนะ” ถามไปเนี่ยก็เมื่อยแก้มมากเพราะปณิธานหุบยิ้มของเขาไม่ได้เลยจริง ๆ มันดีใจ มันแน่นอกเพราะความสุขมันอัดล้นอยู่ในนั้น“จริงค่ะ หนูตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่มีแฟน จะไม่รักใครเพราะหัวใจของหนู ชีวิตของหนูมอบให้พี่ชินไปหมดแล้วค่ะ หนูตายแทนพี่ชินได้เลยนะคะ” เพราะชีวิตนี้ถ้าไม่มีเขาช่วยรวมถึงป้าแจ่มด้วย เธออาจจะตายไปจริง ๆ แล้วก็ได้การที่เธอจะยกชีวิตสละชีวิตให้เขานั้นมันไม่ได้มากเกินไปเลย“อย่าพูดแบบนี้สิพลอยใส”“ก็หนู...อื้อ” เธอพูดอะไรไม่เข้าหูเขาอย่างนั้นเหรอ เขาถึงได้ประกบจูบเธอแบบนี้“อ๊ะ พี่”จูบครั้งนี้หนักหน่วงกว่าเมื่อวานมาก พี่ชินจูบย้ำ ๆ ไม่ให้เธอได้มีโอกาสพูดอะไรเลย“ถ้าอยากตายแทนพี่”ปณิธานอุ้มตัวพลอยใสขึ้นแล้วพาเธอตรงไปที่เตียง วางร่างบางให้นอนราบแล้วรีบตามขึ้นไปทาบทับบนตัวของเธอ จับข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้แล้วกดลงบนฟูกนุ่ม ๆ“พลอยใสต้องตายใต้ร่างพี่เท่านั้น นอกนั้นพี่ไม่อนุญาต”พูดจบก็โน้มใบหน้าลงมาหมายจะฉกชิมความหวานบนกลีบปากนุ่มอีกครั้งแต่ปณิธานก็ต้องชะงักเอาไว้ก่อน เมื่อเขาฉุกคิดได้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้จะทำให้พลอยใสกลัวหรือเปล่าเพราะเธอเ
“อย่าพูดแบบนี้สิพลอยใส เรากำลังดูถูกความรักที่พี่มีให้อยู่นะ” น้ำเสียงของปณิธานยังทุ้มนุ่มแต่ดวงตาคมกริบฉายความดุออกมาเล็กน้อยเพราะเขาไม่พอใจที่เธอมีความคิดแบบนี้ แต่ไม่ได้โกรธเพราะเข้าใจเธอดี“หนู ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะคะ พี่ชิน ฮือ อย่าพึ่งเข้าใจหนูผิดนะคะ” รีบพนมมือขึ้นมาไหว้เพื่อขอโทษเขา พลอยใสไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ปณิธานคิดแบบนั้นเลย เธอจะไปกล้าดูถูกความรักของเขาได้ยังไงกัน มีแต่จะกราบขอบคุณที่เขามอบความรักให้เธอมากกว่า“พี่รักพลอยใสด้วยใจที่บริสุทธิ์นะ ไม่ได้แค่ต้องการร่างกาย รู้ไหมครับ”“...” พลอยใสพยักหน้าหงึก ๆ ก้อนน้ำตาก้อนใหญ่ไหลลงมาเป็นทางทั้งสองข้างทำให้คนที่ไม่ได้จะดุต้องหัวใจกระตุก เขาแค่ทำตาดุนิดเดียวเองจากปกติที่ไม่ดุ เลยทำให้อีกคนตกใจขวัญผวาเพราะคิดไปไกลแล้ว ว่าตัวเองกำลังทำให้เขาไม่พอใจอยู่ในตอนนี้ เวลาเธอร้องไห้ทั้งน่ารักและบางคราก็น่าสงสารเหมือนตอนนี้เนี่ย เขาไม่ได้อยากให้พลอยใสร้องไห้เพราะความเสียใจสักหน่อย วันนี้เธอควรร้องไห้น้ำตาแตกเพราะเขาขอเป็นแฟนสิ แล้วไงมาลงเอ่ยที่เขาทำเธอเศร้าได้“หนูขอโทษค่ะ หนูเข้าใจพี่ชินแต่...”“คำว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมสำหรับคนอื่นอา
“พี่ชินอาจจะแค่ชอบเพราะสงสารหนู” เธอไม่ได้น้อยใจ ไม่มีน้ำเสียงของความเสียใจปนอยู่ในนั้นเพราะชีวิตของเธอมันก็น่าสงสารจริงอย่างที่เขารู้พลอยใสไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่หากจะมีคนมาสงสารเธอกับหลาน ตรงกันข้ามเลยเธอกลับรู้สึกดีใจที่ยังมีคนใจดีและมีเมตตาอยู่บนโลกที่วุ่นวายใบนี้ โลกที่ปัจจุบันต่างคนก็ต่างหาแต่ความสุขและสนใจแต่ตัวเองเท่านั้น การให้ค่าของคนมันไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งเรื่องนี้เธอไม่ได้จะโกรธใครหรือน้อยใจอะไรเพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่คนที่เกิดมาแล้วต่างหากที่เลือกปฏิบัติได้เพียงแต่บางคนก็เลือกปฏิบัติในด้านที่ใจร้ายต่อคนที่ไม่มี เธอกับออกัสยังนับว่ามีบุญที่ได้มาเจอปณิธานและกานดา“พี่ไม่เถียงเพราะจุดเริ่มต้นมาจากความสงสารจริง สงสารและอยากมอบความปรารถนาดีให้ พี่อยากให้พลอยใสมีชีวิตที่ดีขึ้น” นั่นเกิดจากความเอ็นดูจากการที่เธอเป็นเด็กดี“และอย่างที่บอกไป หลังจากเราได้อยู่ด้วยกันพี่ก็ชอบพลอยใสขึ้นมาจริง ๆ จากที่พี่อยากให้พลอยใสมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น แต่ตอนนี้พี่กลับเป็นคนที่อยากร่วมชีวิตใหม่ไปกับพลอยใส”การที่เราอยู่กับใครสักคนแล้วสบาย อยู่ด้วยแล้วมีความสุขและสามารถเป็นตัวเองได้และขณะเดียวกั
“พี่จูบเพราะพี่อยากทำแบบนั้นกับพลอยใส อยากเปิดเผยความในใจของพี่ออกมาให้พลอยใสได้เห็น แต่ถ้ามันเร็วไปและถ้าพี่ทำให้พลอยใสไม่สบายใจ ก็ขอให้บอกกับพี่ตรง ๆ ไม่ต้องเกรงใจ” พูดไปก็ยังใช้ปลายจมูกคลอเคลียไม่ห่าง สูดดมกลิ่นหอมไปทั่วพวงแก้มใสเราห่างกันถึง 11 ปี เขาอายุมากขึ้นส่วนพลอยใสก็อยู่ในวัยที่สามารถมีแฟนได้แล้ว กับบางคนอายุ 22 อาจจะสร้างครอบครัวมีลูกไปแล้วแต่กับพลอยใสเขารู้ว่าเธอผ่านเรื่องราวแย่ ๆ มามาก เธอต้องทุ่มเทชีวิตให้กับการหาเงินมาเลี้ยงหลานและส่งเสียตัวเองเรียนมาตั้งแต่เด็ก เรื่องความรักพลอยใสจึงไม่มีประสบการณ์และไม่เคยมีเวลาให้กับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ“หนู หนูก็ไม่รู้ว่าเร็วไปหรือเปล่าค่ะ แต่หนูรู้ว่าใจของหนูไม่ได้กลัวพี่ชิน ไม่ได้รู้สึกไม่สบายใจ ไม่ได้อัดอึดใจค่ะ” พูดแล้วก็อยากกัดลิ้นให้ตายไปซะ น่าอายจริง ๆ ที่พูดออกไปได้ง่ายดายนักแบบนี้เรียกว่าเต็มใจใช่ไหมนะ มันเป็นความรู้สึกชวนเขินมากกว่าจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกลวนลาม มันไม่เหมือนกับพี่เขยที่ในช่วงเวลานั้นเธอทั้งกลัวทั้งตกใจและรังเกียจสิ่งที่พี่เขยกระทำ แต่กับพี่ชินพลอยใสไม่รู้สึกแบบนั้นเลยหรือมันเป็นเพราะหัวใจของเธอเองที่ยอม
“พี่ชินอยากให้หนูใส่อะไรเพิ่มในกระเป๋าเหรอคะ” พลอยใสเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาในห้องนอนของปณิธานและพาออกัสไปนั่งรอบนพรมที่หน้าโซฟา หยิบหมอนอิงสองใบลงมาวางไว้ใกล้ ๆ เผื่อว่าออกัสง่วงจะได้งีบหลับตรงนี้ก่อนได้“ปอยไจ๋ ออจัสง่วง” เห็นไหมล่ะ พลอยใสคิดไว้ผิดคาดซะที่ไหน เพราะเวลานี้ควรเป็นเวลาที่ออกัสต้องนอนได้แล้วแต่ที่ยังไม่ยอมนอนเพราะตื่นเต้นที่พรุ่งนี้จะได้ไปเที่ยวทะเล ออกัสเห่อมากขอให้เธอเปิดการ์ตูนที่มีปลาตัวเล็ก ๆ สีส้มให้ดู ดูซ้ำวนไปวนมาเพราะชอบใจที่สุด“ออกัสนอนตรงนี้ก่อนนะจ๊ะ” บอกหลานชายแล้วยกมือขึ้นมาลูบศีรษะเด็กน้อยเพื่อกล่อมนอนไปด้วย และหันหน้าไปหาเจ้าของห้องที่ตอนนี้ลงมานั่งบนพรมข้าง ๆ เธอ ปณิธานไม่พูดอะไรเขาแค่ยิ้มให้และพยักหน้าเป็นการอนุญาตให้ออกัสหลับตรงนี้ได้ อันที่จริงจะอุ้มไปนอนบนเตียงเขาก็ไม่ถือสาแต่พลอยใสคงเกรงใจไม่กล้าขอ“หลับง่ายจริง ๆ เด็กคนนี้” ปณิธานพูดเสียงเบาจนเหมือนเสียงกระซิบเพราะไม่อยากรบกวนการนอนหลับของออกัส ‘หลับลึก ๆ เลยนะ’ อันนี้คือความต้องการของจริงปณิธานไม่อยากให้เด็กน้อยตื่นมาขัดจังหวะ“หลับง่ายจนหนูอิจฉาเลยค่ะ อยากหลับง่าย ๆ ได้เหมือนออกัสบ้าง” เด็กหนอเด็ก







