LOGIN“คุณผอ.ใจดีจริง ๆ นะคะ แต่อย่าเลยค่ะถึงหาได้พลอยใสก็ไม่มีเงินจ้างพี่เลี้ยงหรอกค่ะ เอาแค่เลี้ยงตัวเองกับหลานน้อยให้รอดไปวัน ๆ ยังลำบากเลย” พอได้ยินแบบนั้นปณิธานก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาจนอธิบายไม่ถูกทั้งเห็นใจและสงสารพลอยใส ดูจากรองเท้าขาด ๆ ที่เธอใส่อยู่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าเด็กสาวคนนี้ขัดสนเรื่องเงิน
“พลอยใสเป็นเด็กน่ารักค่ะ แต่โชคชะตาใจร้ายกับเด็กคนนี้มาก ทุกวันนี้ก็รับงานพิเศษจนอดหลับอดนอนแต่ก็สู้เพราะต้องหาเงินมาส่งตัวเองเรียนไหนจะหลานอีก”
ปณิธานยืนฟังที่ป้าแจ่มเล่าพลางคิดไปด้วยว่า ชีวิตคนเรานั้นเลือกเกิดไม่ได้ บางคนกินหรูได้นอนบนที่นอนนุ่ม ๆ ทุกวัน ในขณะที่บางคนต้องอดมื้อกินมื้อ ปากกัดตีนถีบเพื่อให้ตัวเองได้มีชีวิตรอดไปในแต่ละวัน คนที่มีก็คือมีจนไม่รับรู้ถึงความลำบาก ส่วนคนที่ไม่มีก็คือไม่มีเลยในแต่ละวันได้แต่ภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์และไม่รู้ว่าจะมีลมหายใจต่อสู้กับชีวิตได้อีกนานแค่ไหน
“ถ้าไม่ลำบากป้าแจ่มจนเกินไป ผมก็อนุญาตให้ป้าพาออกัสมาเลี้ยงที่โรงเรียนได้ครับ แต่ต้องดูแลให้ดีอย่าให้รบกวนเด็กนักเรียนและเวลาสอนของคุณครูท่านอื่นนะครับ”
“จริงเหรอคะ คุณผอ.อนุญาตให้พลอยใสพาออกัสมาฝากป้าเลี้ยงได้ใช่ไหมคะ”
“ครับ”
ปณิธานตอบพร้อมรอยยิ้ม สิ่งที่เขาทำก็ถือว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เขาสงสารทั้งพลอยใสและสงสารออกัสด้วย แววตาใสซื่อและรอยยิ้มน่าเอ็นดูของเจ้าหนูน้อยทำให้ปณิธานไม่สามารถมองผ่านเรื่องนี้ได้และปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้เช่นกัน
“ป้าขอบคุณแทนพลอยใสด้วยนะคะ คุณผอ.ใจดีมาก เป็นบุญของเจ้าออกัสแท้ๆ” ป้าแจ่มฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจและขอบคุณความใจดีของปณิธาน
นี่แหละนะที่เขาว่าคนเราไม่แล้งน้ำใจและนับว่าเป็นบุญของสองน้าหลานที่ได้มาเจอคนใจดีอย่างปณิธาน ป้าแจ่มอยากให้พลอยใสมาได้ยินกับหูของตัวเองจริง ๆ อยากให้อยู่ตรงนี้ด้วยจะได้รู้ว่าผอ.ของป้าแจ่มนั้นใจดีมากแค่ไหน พลอยใสต้องซาบซึ้งมากแน่ ๆ
ช่วงเย็นของวันนั้นเองหลังจากที่ป้าแจ่มเลิกงานจากโรงเรียนแล้วเรียบร้อยก็รีบเดินทางกลับห้องเช่าเพื่ออยากนำข่าวดีไปบอกพลอยใส ดูจากเวลาแล้วคิดว่าน่าจะกลับไปเจอเด็กสาวทันเวลาก่อนที่พลอยใสจะออกจากห้องไปทำงานพิเศษที่ร้านข้าวต้ม
“พลอยใส ๆ” ป้าแจ่มเคาะประตูเรียกและใช้เวลายืนรอไม่นานบานประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับพลอยใสที่อุ้มออกัสพามาเปิดประตูด้วย
“ป้า ป้า” เจ้าหนูน้อยออกัสเห็นว่าเป็นป้าแจ่มที่คุ้นเคยก็รีบพนมมือป้อม ๆ ทำท่าเหมือนไหว้ป้าแจ่มอีกครั้ง วันนี้ไหว้ป้าแจ่มทั้งวันและเรียกป้าด้วย ออกัสพึ่งจะสองขวบยังพูดได้ไม่ชัดมาก ตอนนี้พูดสื่อสารได้เป็นคำ ๆ
“แหมเจ้าหนูน้อยเรียกป้าเก่งจริง ๆ” ป้าแจ่มยกมือขึ้นบีบจมูกเด็กน้อยเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยวระคนเอ็นดู ออกัสก็เข้าใจว่าป้าเล่นด้วยจึงฉีกยิ้มกว้างและหัวเราะชอบใจออกมา เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสดใสของเด็กทำให้ทั้งป้าแจ่มและพลอยใสต้องปล่อยเสียงหัวเราะตามไปด้วย ออกัสเป็นเด็กอารมณ์ดีจริง ๆ
“นี่ ๆ วันนี้ป้ามีข่าวดีมาบอกพลอยใสด้วยนะ” หยอกเจ้าออกัสจนชื่นใจแล้วจึงรีบแจ้งข่าวให้พลอยใสได้รู้เพราะป้าแจ่มกลัวว่าตัวเองจะเล่นกับออกัสจนเพลินแล้วลืมบอกข่าวดีนี้น่ะสิ
“ข่าวดีอะไรเหรอจ๊ะป้า” พลอยใสขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเธอสงสัยและเดาไม่ออกจริง ๆ ว่าเธอจะได้รับข่าวดีเรื่องอะไร แต่ถึงจะยังไม่รู้ว่าข่าวดีที่ว่านั้นจะเกี่ยวกับเธอจริงหรือไม่ พลอยใสก็แอบตื่นเต้นอยู่ในใจและความรู้สึกนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นกับเธอมานานมากแล้ว ชีวิตที่ผ่านมาเธอเจอแต่การสูญเสียและต้องอยู่กับความกลัว
“ก็ข่าวดีเกี่ยวกับเจ้าออกัสเนี่ยแหละ เมื่อตอนเย็นที่เราเจอผอ.ชินไง พลอยใสจำได้ไหม”
“ผอ.ชิน” พลอยใสพยักหน้าแทนคำตอบ
แน่นอนว่าเธอจำเขาได้ ผู้ชายร่างสูงที่ใบหน้าของเขาดูเป็นมิตร ในตอนนั้นพลอยใสไม่กล้ามองใบหน้าของผู้อำนวยการหนุ่มนาน ๆ เพราะเธอเกรงใจและกลัวจะโดนเขาต่อว่าที่พาออกัสมาฝากเลี้ยงโดยไม่ขออนุญาตก่อน ไหนจะกังวลว่าตัวเองจะทำให้ป้าแจ่มโดนเจ้านายตำหนิอีก เธอรบกวนป้าแจ่มมาทั้งวันก็ไม่อยากให้คนดี ๆ อย่างป้าแจ่มต้องมาเดือดร้อนเพราะเธอ
“คุณผอ.ไม่ได้ว่าอะไรป้าใช่ไหมจ๊ะ หนูขอโทษนะจ๊ะ”
“ไม่จ้า ๆ ป้าไม่ได้โดนคุณผอ.ว่าเลย ผอ.ชินของป้าเนี่ยใจดีที่สุดในโลกแล้วพลอยเอ๊ย” ป้าแจ่มรีบบอกให้เด็กสาวสบายใจแล้วยังทำหน้าปลื้มกับความใจดีของเจ้านาย
“ถ้าเป็นคนอื่นป้าคงโดนด่าไปแล้ว แต่ผอ.ชินไม่เหมือนคนอื่นน่ะสิ เป็นเจ้านายที่ใจดีมาก ๆ ทั้งหล่อทั้งใจดี เป็นคนอ่อนโยนมากด้วยนะพลอย” เรื่องข่าวดีที่จะมาบอกป้าแจ่มยังไปไม่ถึง ตอนนี้ขอแวะอวยยศให้เจ้านายสุดหล่อของตัวเองก่อน
“หนูกลัวจะทำให้ป้าเดือดร้อน” แต่พอได้ยินป้าแจ่มพูดแบบนั้นความกลัวที่เกิดขึ้นในใจก็หายไป
หากป้าแจ่มโดนว่าจริง ๆ พลอยใสเองก็ยิ่งรู้สึกแย่เพราะไม่อยากทำให้ใครต้องมาเดือดร้อนไปด้วยเลย และเธอก็เคารพป้าแจ่มมากๆ จะบอกว่ารักเหมือนป้าแจ่มเป็นป้าแท้ ๆ ของตัวเองก็ได้ เพราะถ้าไม่ได้ป้าแจ่มคนนี้ยื่นมือมาช่วยเหลือเธอในวันนั้น ตอนนี้พลอยใสก็ไม่รู้เลยว่าเธอกับออกัสจะเป็นอย่างไร
“อื้อ พะ” พลอยใสจะอ้าปากขอให้เขาจูบเธอเบากว่านี้หน่อยแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะปณิธานไม่เปิดช่องว่างให้เธอได้พูดอะไรออกมา“พี่ชิน...” เสียงเล็กครางชื่อคนร้ายกาจที่พรากลมหายใจของเธอไป อยากค้อนเขาที่จูบเธอไม่พักแต่สายตาดันมองเขาหวานฉ่ำเพราะอารมณ์ข้างในเริ่มคุกรุ่น“ครับ” ปณิธานยกยิ้มพอใจก่อนจะก้มจูบเธออีกครั้ง วันนี้เขาสัญญาว่าจะไม่ทำถึงขั้นนั้นแต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะทำไปถึงขั้นไหนปณิธานทิ้งตัวลงปล่อยร่างกายให้นาบไปกับร่างบาง ฟูกนอนนุ่มนิ่มจนเหมือนกับว่าร่างกายของพลอยใสจมหายลงไปกับเตียง สองแขนเล็กถูกจับให้มากอดรอบลำคอแกร่งไว้ ริมฝีปากร้อนบดเบียด เรียวลิ้นกวาดชิมไปทั่วโพรงปากหวาน มือหนาลูบไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดบีบแรงสลับเบาตามอารมณ์ปรารถนา“อืมม” เมื่อไฟปรารถนาลุกโชน ลมหายใจร้อนถูกพ่นออกมาเป่ารดบนผิวแก้มใส ลากเลื้อยไปตามซอกคอหอมกรุ่น ปณิธานลากลิ้นไปตามลำคอขาวพรมจูบไปทั่วทุกที่ที่เขาจะพาริมฝีปากไปถึง กลิ่นกายของพลอยใสหอมมาก ร่างกายเธอก็หวานมากเสียจนเขาอยากชิมเธอทั้งร่างกายในขณะที่ไฟแห่งความปรารถนากำลังโหมกระพือ มือหนาที่เคลื่อนคลานมาถึงความอวบใหญ่เกินตัว ความปรารถนาในร่างกายสั่งในปณิธานสัมผัสกับส
“พูดจริงเหรอ รักพี่คนเดียวตลอดไปเลยนะ” ถามไปเนี่ยก็เมื่อยแก้มมากเพราะปณิธานหุบยิ้มของเขาไม่ได้เลยจริง ๆ มันดีใจ มันแน่นอกเพราะความสุขมันอัดล้นอยู่ในนั้น“จริงค่ะ หนูตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่มีแฟน จะไม่รักใครเพราะหัวใจของหนู ชีวิตของหนูมอบให้พี่ชินไปหมดแล้วค่ะ หนูตายแทนพี่ชินได้เลยนะคะ” เพราะชีวิตนี้ถ้าไม่มีเขาช่วยรวมถึงป้าแจ่มด้วย เธออาจจะตายไปจริง ๆ แล้วก็ได้การที่เธอจะยกชีวิตสละชีวิตให้เขานั้นมันไม่ได้มากเกินไปเลย“อย่าพูดแบบนี้สิพลอยใส”“ก็หนู...อื้อ” เธอพูดอะไรไม่เข้าหูเขาอย่างนั้นเหรอ เขาถึงได้ประกบจูบเธอแบบนี้“อ๊ะ พี่”จูบครั้งนี้หนักหน่วงกว่าเมื่อวานมาก พี่ชินจูบย้ำ ๆ ไม่ให้เธอได้มีโอกาสพูดอะไรเลย“ถ้าอยากตายแทนพี่”ปณิธานอุ้มตัวพลอยใสขึ้นแล้วพาเธอตรงไปที่เตียง วางร่างบางให้นอนราบแล้วรีบตามขึ้นไปทาบทับบนตัวของเธอ จับข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้แล้วกดลงบนฟูกนุ่ม ๆ“พลอยใสต้องตายใต้ร่างพี่เท่านั้น นอกนั้นพี่ไม่อนุญาต”พูดจบก็โน้มใบหน้าลงมาหมายจะฉกชิมความหวานบนกลีบปากนุ่มอีกครั้งแต่ปณิธานก็ต้องชะงักเอาไว้ก่อน เมื่อเขาฉุกคิดได้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้จะทำให้พลอยใสกลัวหรือเปล่าเพราะเธอเ
“อย่าพูดแบบนี้สิพลอยใส เรากำลังดูถูกความรักที่พี่มีให้อยู่นะ” น้ำเสียงของปณิธานยังทุ้มนุ่มแต่ดวงตาคมกริบฉายความดุออกมาเล็กน้อยเพราะเขาไม่พอใจที่เธอมีความคิดแบบนี้ แต่ไม่ได้โกรธเพราะเข้าใจเธอดี“หนู ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะคะ พี่ชิน ฮือ อย่าพึ่งเข้าใจหนูผิดนะคะ” รีบพนมมือขึ้นมาไหว้เพื่อขอโทษเขา พลอยใสไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ปณิธานคิดแบบนั้นเลย เธอจะไปกล้าดูถูกความรักของเขาได้ยังไงกัน มีแต่จะกราบขอบคุณที่เขามอบความรักให้เธอมากกว่า“พี่รักพลอยใสด้วยใจที่บริสุทธิ์นะ ไม่ได้แค่ต้องการร่างกาย รู้ไหมครับ”“...” พลอยใสพยักหน้าหงึก ๆ ก้อนน้ำตาก้อนใหญ่ไหลลงมาเป็นทางทั้งสองข้างทำให้คนที่ไม่ได้จะดุต้องหัวใจกระตุก เขาแค่ทำตาดุนิดเดียวเองจากปกติที่ไม่ดุ เลยทำให้อีกคนตกใจขวัญผวาเพราะคิดไปไกลแล้ว ว่าตัวเองกำลังทำให้เขาไม่พอใจอยู่ในตอนนี้ เวลาเธอร้องไห้ทั้งน่ารักและบางคราก็น่าสงสารเหมือนตอนนี้เนี่ย เขาไม่ได้อยากให้พลอยใสร้องไห้เพราะความเสียใจสักหน่อย วันนี้เธอควรร้องไห้น้ำตาแตกเพราะเขาขอเป็นแฟนสิ แล้วไงมาลงเอ่ยที่เขาทำเธอเศร้าได้“หนูขอโทษค่ะ หนูเข้าใจพี่ชินแต่...”“คำว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมสำหรับคนอื่นอา
“พี่ชินอาจจะแค่ชอบเพราะสงสารหนู” เธอไม่ได้น้อยใจ ไม่มีน้ำเสียงของความเสียใจปนอยู่ในนั้นเพราะชีวิตของเธอมันก็น่าสงสารจริงอย่างที่เขารู้พลอยใสไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่หากจะมีคนมาสงสารเธอกับหลาน ตรงกันข้ามเลยเธอกลับรู้สึกดีใจที่ยังมีคนใจดีและมีเมตตาอยู่บนโลกที่วุ่นวายใบนี้ โลกที่ปัจจุบันต่างคนก็ต่างหาแต่ความสุขและสนใจแต่ตัวเองเท่านั้น การให้ค่าของคนมันไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งเรื่องนี้เธอไม่ได้จะโกรธใครหรือน้อยใจอะไรเพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่คนที่เกิดมาแล้วต่างหากที่เลือกปฏิบัติได้เพียงแต่บางคนก็เลือกปฏิบัติในด้านที่ใจร้ายต่อคนที่ไม่มี เธอกับออกัสยังนับว่ามีบุญที่ได้มาเจอปณิธานและกานดา“พี่ไม่เถียงเพราะจุดเริ่มต้นมาจากความสงสารจริง สงสารและอยากมอบความปรารถนาดีให้ พี่อยากให้พลอยใสมีชีวิตที่ดีขึ้น” นั่นเกิดจากความเอ็นดูจากการที่เธอเป็นเด็กดี“และอย่างที่บอกไป หลังจากเราได้อยู่ด้วยกันพี่ก็ชอบพลอยใสขึ้นมาจริง ๆ จากที่พี่อยากให้พลอยใสมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น แต่ตอนนี้พี่กลับเป็นคนที่อยากร่วมชีวิตใหม่ไปกับพลอยใส”การที่เราอยู่กับใครสักคนแล้วสบาย อยู่ด้วยแล้วมีความสุขและสามารถเป็นตัวเองได้และขณะเดียวกั
“พี่จูบเพราะพี่อยากทำแบบนั้นกับพลอยใส อยากเปิดเผยความในใจของพี่ออกมาให้พลอยใสได้เห็น แต่ถ้ามันเร็วไปและถ้าพี่ทำให้พลอยใสไม่สบายใจ ก็ขอให้บอกกับพี่ตรง ๆ ไม่ต้องเกรงใจ” พูดไปก็ยังใช้ปลายจมูกคลอเคลียไม่ห่าง สูดดมกลิ่นหอมไปทั่วพวงแก้มใสเราห่างกันถึง 11 ปี เขาอายุมากขึ้นส่วนพลอยใสก็อยู่ในวัยที่สามารถมีแฟนได้แล้ว กับบางคนอายุ 22 อาจจะสร้างครอบครัวมีลูกไปแล้วแต่กับพลอยใสเขารู้ว่าเธอผ่านเรื่องราวแย่ ๆ มามาก เธอต้องทุ่มเทชีวิตให้กับการหาเงินมาเลี้ยงหลานและส่งเสียตัวเองเรียนมาตั้งแต่เด็ก เรื่องความรักพลอยใสจึงไม่มีประสบการณ์และไม่เคยมีเวลาให้กับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ“หนู หนูก็ไม่รู้ว่าเร็วไปหรือเปล่าค่ะ แต่หนูรู้ว่าใจของหนูไม่ได้กลัวพี่ชิน ไม่ได้รู้สึกไม่สบายใจ ไม่ได้อัดอึดใจค่ะ” พูดแล้วก็อยากกัดลิ้นให้ตายไปซะ น่าอายจริง ๆ ที่พูดออกไปได้ง่ายดายนักแบบนี้เรียกว่าเต็มใจใช่ไหมนะ มันเป็นความรู้สึกชวนเขินมากกว่าจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกลวนลาม มันไม่เหมือนกับพี่เขยที่ในช่วงเวลานั้นเธอทั้งกลัวทั้งตกใจและรังเกียจสิ่งที่พี่เขยกระทำ แต่กับพี่ชินพลอยใสไม่รู้สึกแบบนั้นเลยหรือมันเป็นเพราะหัวใจของเธอเองที่ยอม
“พี่ชินอยากให้หนูใส่อะไรเพิ่มในกระเป๋าเหรอคะ” พลอยใสเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาในห้องนอนของปณิธานและพาออกัสไปนั่งรอบนพรมที่หน้าโซฟา หยิบหมอนอิงสองใบลงมาวางไว้ใกล้ ๆ เผื่อว่าออกัสง่วงจะได้งีบหลับตรงนี้ก่อนได้“ปอยไจ๋ ออจัสง่วง” เห็นไหมล่ะ พลอยใสคิดไว้ผิดคาดซะที่ไหน เพราะเวลานี้ควรเป็นเวลาที่ออกัสต้องนอนได้แล้วแต่ที่ยังไม่ยอมนอนเพราะตื่นเต้นที่พรุ่งนี้จะได้ไปเที่ยวทะเล ออกัสเห่อมากขอให้เธอเปิดการ์ตูนที่มีปลาตัวเล็ก ๆ สีส้มให้ดู ดูซ้ำวนไปวนมาเพราะชอบใจที่สุด“ออกัสนอนตรงนี้ก่อนนะจ๊ะ” บอกหลานชายแล้วยกมือขึ้นมาลูบศีรษะเด็กน้อยเพื่อกล่อมนอนไปด้วย และหันหน้าไปหาเจ้าของห้องที่ตอนนี้ลงมานั่งบนพรมข้าง ๆ เธอ ปณิธานไม่พูดอะไรเขาแค่ยิ้มให้และพยักหน้าเป็นการอนุญาตให้ออกัสหลับตรงนี้ได้ อันที่จริงจะอุ้มไปนอนบนเตียงเขาก็ไม่ถือสาแต่พลอยใสคงเกรงใจไม่กล้าขอ“หลับง่ายจริง ๆ เด็กคนนี้” ปณิธานพูดเสียงเบาจนเหมือนเสียงกระซิบเพราะไม่อยากรบกวนการนอนหลับของออกัส ‘หลับลึก ๆ เลยนะ’ อันนี้คือความต้องการของจริงปณิธานไม่อยากให้เด็กน้อยตื่นมาขัดจังหวะ“หลับง่ายจนหนูอิจฉาเลยค่ะ อยากหลับง่าย ๆ ได้เหมือนออกัสบ้าง” เด็กหนอเด็ก