Masukหลังจากแวะทำบุญที่วัดเนื่องในโอกาสครบรอบวันตายให้ตากับยายเสร็จ จันทร์นิลก็พาสามีและลูกๆ กลับมาพักผ่อนที่บ้านเกิดในอำเภอปากช่องหลายปีที่ผ่านมาบ้านหลังนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก จอมพลให้ช่างเข้ามาปรับปรุงและตกแต่งภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อความสะดวกสบายของคนในครอบครัวยามต้องแวะเวียนมาทำบุญและค้างคืนที่นี่เป็
5 ปีผ่านไป...หลังเลิกงานจอมพลก็ตรงไปรับลูกที่โรงเรียนตามปกติ ทว่าวันนี้ท่าทีของสองแฝดกลับผิดแปลกไป ทั้งคู่นั่งเงียบปากมาตลอดทางไร้เสียงเจื้อยแจ้วเหมือนอย่างเคยคนเป็นพ่อจึงได้แต่สงสัยเก็บงำความอยากรู้อยากเห็นไว้ในใจ เพราะถามอะไรไปลูกชายก็ไม่ยอมตอบกระทั่งมินิเวนคนหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูคฤ
“คุณเจ้านาย คุณเจ้าขุน บอกผมมาเดียวนี้นะ ต้องทำยังไงแม่ของพวกคุณถึงจะยอมใจอ่อน”ร่างสูงในชุดสูทพอดีตัวเพราะเพิ่งกลับจากที่ทำงาน จ้องเขม็งมาที่ลูกชายวัยหนึ่งขวบทั้งสองคนอย่างคาดคั้น “ถ้าไม่ยอมบอกผมจะปล่อยให้พวกคุณอด!” ไม่ทำพูดเปล่า จอมพลชักช้อนในมือออกห่างจากปากเล็กๆ ของลูกชาย พร้อมยกถ้วย
‘หิวน้ำจัง’ นั่นเป็นความรู้สึกแรกที่จันทร์นิลรับรู้หลังลืมตาขึ้นมาจากห่วงนิทราอันยาวนาน “นิล! นิลเป็นยังไงบ้าง” หญิงสาวพยายามปรับโฟกัสสายตาแล้วมองหาเจ้าของเสียงเรียก และเมื่อความพร่ามัวนั้นจางหายไป เธอก็มองเห็นใบหน้าหล่อเหลาอันแสนคุ้นเคยลอยเด่นหลาอยู่ห่างจากระดับสายตาเพียงแค่
เช้ามืดในวันถัดมาเหตุการณ์ที่ทุกคนต่างเป็นกังวลก็มาถึง เป็นเรื่องน่ายินดีที่ทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลพณิชพัทร์กำลังจะถือกำเนิด แต่นั่นไม่มากพอที่จะลดทอนความหวาดหวั่นถึงความปลอดภัยของคนเป็นแม่ได้ กลางดึกของเมื่อคืนจันทร์นิลมีอาการปวดช่วงล่างบริเวณเอว ซึ่งนั่นเกิดขึ้นอยู่เป็นนิจนับตั้งแต่ครร
ผิดกับเขาที่เอาแต่วิ่งหนี ทั้งๆ ที่รักเธอไปหมดทั้งใจ นึกแล้วก็เสียดายเวลา... จอมพลแยกตัวออกจากเพื่อนเมื่อลิฟต์ลงมาถึงชั้นที่ต้องการ เขากวาดสายตามองหาร่างอุ้ยอ้ายของคนรัก เพียงไม่กี่วิเขาก็เจอเธออย่างง่ายดาย จันทร์นิลอยู่ในสายตาเขาตลอด ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน แล้วทำไม... ทำไม
“คนที่ลูกควรขอโทษไม่ใช่แม่ แต่เป็นหนูนิล” คนเป็นแม่จองมองลูกชายที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยความผิดหวัง แต่เพียงเสี้ยวนาทีนางก็เบนสายตาไปทางอื่นเพราะไม่อาจทนมองต่อไปได้สโรชาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายที่นางเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีจะเติบโตมาเลือดเย็นได้ขนาดนี้“แล้วแกจะเอายังไง ไหนจะเรื่องหนูโบว์อีก” น้ำเสีย
“แล้วคุณคิดว่ามันง่ายนักเหรอ ที่อยู่ๆ จะเดินเข้าไปบอกกับผู้ชายที่เขามีคู่หมั้นอยู่แล้วว่าท้องน่ะ” ไหล่บอบบางสั่นสะท้านไปตามแรงสะอื้นขณะเอื้อนเอ่ยถึงความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจ มันยากสำหรับเธอไปหมดทุกอย่าง จอมพลไม่มีทางรู้เลยว่าที่ผ่านมาเธอต้องเผชิญกับอะไรบ้าง เพราะความเห็นแก่ตัวของเขาท่ามก
“ก็ดูสบายดีนะคะ” นับเก้าบอกแค่นั้นแล้วตักข้าวเข้าปากอีกคำ ประวิงเวลาโดยการเคี้ยวช้าๆ พร้อมลอบสังเกตเจ้าของร่างสูงฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบทว่าเสียดแทงไปถึงขั้วหัวใจของใครบางคนเข้าอย่างจัง“แต่เธอกำลังท้องอยู่”“ท้อง!/เคร้ง!” เท่านั้นแหละทั้งเสียงอุทานและเสียงทำช้อนหล่นก็ดังประสานขึ
“ใจเย็นๆ นะเด็กๆ ทุกอย่างโอเคแล้วครับ” สักพักคนนั้นในก็สงบลง ทว่าเม็ดเหงื่อที่ผุดซึมขึ้นตามไรผมยังไม่มีท่าทีว่าจะเบาบาง เช็ดออกเท่าไหร่ก็ผุดซึมขึ้นมาเหมือนเก่า ทั้งที่อุณหภูมิในห้องนี้ค่อนข้างเย็น“นิล! เข้ามาทำอะไรในห้องนี้ เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูเหนื่อยขนาดนั้น”อริสาที่ตั้งใจจะเข้ามาตรวจเช็ควัตถุ







