LOGINวันต่อมาอากาศยามบ่ายของฤดูใบไม้ร่วงสดใสกว่าทุกวัน เด็ก ๆ วิ่งเล่นอยู่กลางลานโบสถ์ เสียงหัวเราะของพวกเขาดังทั่วบริเวณ
ชิออนนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ต้นสนใหญ่สายลมเย็นพัดผ่านปลายผม เขาเผลอยิ้มจาง ๆ กับภาพเด็ก ๆ วิ่งไล่กัน
แต่ไม่นาน เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาเสียงที่ไม่เคยได้ยินในที่แห่งนี้มาก่อน
เสียงเฮลิคอปเตอร์ ลมแรงพัดกรูมาจนใบไม้ร่วงกราว เด็ก ๆ หยุดวิ่งแล้วชี้ขึ้นฟ้า
“พี่ชิออน ดูนั่นสิ มีเครื่องบินด้วย!”
ชิออนหันไปมองด้วยความตกใจท้องฟ้าสีฟ้าสด มีเฮลิคอปเตอร์สีดำลำหนึ่งกำลังลดระดับลงตรงลานกว้างหน้าโบสถ์
เสียงใบพัดดังสนั่น ชิออนเดินเร็วออกไปดู หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ในรอบหลายเดือน และเมื่อเครื่องจอดลง ร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูสีเข้มก็วิ่งออกมา
ชายคนนั้น คือเจย์ ในผมสีเทา เงินที่สะท้อนแดดบ่ายวูบวาบ
“เจย์” ชิออนเรียกอีกฝ่ายด้วยสายตาของความดีใจ
“ว้าว คุณลุงเป็นเจ้าชายจริง ๆ ด้วย” เด็กร้องด้วยความดีใจและตื่นเต้นที่เห็นเจ้าชายของพวกเขาลงมาจากเครื่องบิน
เจย์ไม่พูดอะไรเลย เขาวิ่งตรงเข้ามาหา ก่อนคว้าอีกฝ่ายเข้ากอดแน่นกลางลานแรงกอดนั้นแน่นจนชิออนแทบหายใจไม่ออก
“ขอโทษ” เสียงของเจย์สั่นจนแทบกลืนคำ เขากอดชิออนทั้งน้ำตา หัวใจที่เคยเข้มแข็งวันนี้ยิ่งตอกย้ำว่าถ้าเขาไม่มีชิออน เขาโคตรจะอ่อนแอ
“ขอโทษที่ทำให้นายต้องอยากหนีทุกอย่างแบบนั้น” เจย์พูดพลางจ้องตาชิออนแน่น เขารู้สึกเสียใจจนทำให้ชิออนต้องอยากหนีไปจากทางโลก แม้มันอาจฟังเป็นเรื่องที่ดีแต่เขาก็รู้ดีเช่นกันว่าชิออนต้องเจ็บปวดขนาดไหน เขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน
ในเมื่อห่างกันแล้วมีแต่เสียใจ เขาก็ควรกลับมาทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิม
“ฉันขอโทษนะชิออน ขอโทษที่ทำให้นายต้องเป็นแบบนี้ มันเป็นเพราะฉันเอง...” ชิออนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ยกมือขึ้นกอดตอบ เขาสูดลมหายใจลึก ได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมที่จำได้ดี
ตอนนี้เขาไม่ได้โกรธหรือเกลียดเจย์แล้ว กลับกันเขากลับรู้ว่ารักอีกฝ่ายมากแค่ไหน
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วครับ” เขาพูดเสียงเบา ก่อนจะพูดประโยคต่อมาซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่มาจากใจจริงของชิออน
“ผมต่างหากที่ผิด ผมไม่เคยฟังคุณเลย”
“ไม่ นายไม่ผิด”
เจย์ส่ายหน้าดวงตาแดงจัดกำลังจะพูดต่อแต่ถูกชิออนห้ามเอาไว้
“ชู่ว์” ชิออนแตะริมฝีปากของเจย์เบา ๆ ตอนนี้เขารู้ความจริงหมดแล้ว และตลอดระยะเวลาหลายเดือนมานี้ พวกเขาควรจะเริ่มต้นกันใหม่ ไม่ควรพูดถึงเรื่องที่ทำให้เจ็บปวดอีก
“เราทั้งคู่ต่างก็ผิด และเราทั้งคู่ก็เจ็บปวดพอแล้วครับ”
“เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหมครับเจย์” คำนี้ไม่คิดจะได้ยินจากปากของ
ชิออน เจย์ชะงักไปชั่วขณะ เขารีบพยักหน้าโดยพลัน“อื้อ เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ ในฐานะคนรัก”
“ครับ ในฐานะคนรัก” ชิออนยิ้มจนตาเป็นสระอิ ลมเย็นพัดผ่าน ทั้งสองยืนกอดกันเงียบ ๆ อยู่กลางแสงแดดยามบ่ายด้วยความคิดถึง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ชิออนจึงเอียงหน้ามองอีกฝ่าย
“คุณรู้ได้ยังไงครับว่าผมอยู่ที่นี่” ชิออนแกล้งถามออกไป ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเจย์เป็นคนคอยรับของมามอบให้ทุกเดือน แต่อีกฝ่ายไม่คิดจะแสดงตัว เขาเลยเลี่ยงที่จะไม่ถามเรื่องนั้น
เจย์หลบสายตาไปนิดหนึ่ง ก่อนตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเบาราวกับกระซิบ
“ฉัน...ใช้นักสืบน่ะ”
ชิออนเลิกคิ้ว ก่อนหยิกลงบนแขนอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้ ที่แท้ก็แอบสืบเรื่องของเขาอยู่ตลอดสินะ ทั้ง ๆ ที่มาที่นี่ทุกเดือนแต่ก็ไม่เคยมาเจอกันเลย
น่าน้อยใจชะมัด
“เจ็บนะ” เจย์บ่นโอด เขาไม่ได้เจ็บมาก แต่อยากงอแงเท่านั้น
“ก็สมควรแล้วครับ” ชิออนหัวเราะในลำคอ
เจย์มองหน้าอีกฝ่ายเงียบ ๆ ใบหน้าของคนที่เขาคิดถึงที่สุดในโลก เขาระบายยิ้มออกมา นี่เป็นครั้งแรกของเจย์ที่เขายิ้มกว้างที่สุดในชีวิตเพียงเพราะได้มีโอกาสเห็นคนที่เขารักยิ้มและหัวเราะอีกครั้ง เจย์น่ะ ชอบรอยยิ้มของชิออนมากกว่าสิ่งใดบนโลกใบนี้
“ฉันดีใจที่นายยังยิ้มให้ฉัน”
“ผมก็ดีใจที่คุณกลับมาหาผม”
ชิออนพูดพร้อมรอยยิ้มที่แสดงออกมาจากความดีใจ ก่อนเอนศีรษะพิงอกของอีกฝ่าย เสียงใบพัดเครื่องค่อย ๆ ห่างออกไป เหลือเพียงเสียงลมและหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
“เจย์ สัญญากับผมได้ไหม ว่าคุณจะไม่หลอก ไม่โกหกผมอีก”
“ฉันสัญญา และอีกอย่างฉันก็ไม่อยากเสียนายไปอีกแล้ว”
“ผมเองก็เหมือนกัน ไม่อยากเสียคุณไปอีกแล้ว” พูดจบเจย์ก็โน้มท้ายทอยของชิออนเข้ามาประกบริมฝีปาก เป็นเพียงจูบสั้น ๆ ที่ไม่มีความเร่าร้อน มีแต่ความอบอุ่นที่สั่นสะเทือนถึงหัวใจ ทั้งคู่หลับตา ราวกับช่วงเวลานั้นได้หยุดลง
แสงแดดยามบ่ายคล้อยลอดผ่านยอดไม้ลงมาเป็นลวดลายบนพื้นหญ้าหอคอยโบสถ์ดังแผ่วเป็นเนือง ๆ ลมอุ่นพัดกลีบดอกมูกุงฮวาปลิววนอยู่กลางอากาศ ชิออนเดินช้า ๆ ข้างกายเจย์ในสวนเล็ก ๆ ของโบสถ์ กลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้ชวนให้บรรยากาศดูโรแมนติก“ทำไมถึงเลือกที่จะมาอยู่ที่นี่” เจย์ถามเสียงอ่อนโยนมือกุมมือชิออนอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไป พลางมองไปรอบ ๆ มีต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ต้น ม้านั่งไม้สีซีดตั้งอยู่กลางสนามหญ้า และไกลออกไป เด็ก ๆ กำลังหัวเราะกันอยู่ตรงลานดิน“เพราะผมเกิดที่นี่ คุณเคยสืบประวัติผม คงรู้ว่าผมเป็นเด็กกำพร้า”เสียงของชิออนแผ่วเบา ราวกับลมที่พัดผ่านทุ่งดอกไม้ เขาก้มมองพื้นหญ้า ใบหน้าแฝงรอยยิ้มเศร้า ๆ ที่พยายามซ่อนความเจ็บลึกในใจพ่อแม่ของชิออนเสียไปตั้งแต่ยังเด็ก เขาจึงเติบโตมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า“อืม ฉันรู้ แต่ฉันแค่อยากได้ยินจากปากนาย” เจย์ตอบเบา ๆ ดวงตาอ่อนโยนจนแทบละลาย เขาไม่อยากฟังจากใครอื่นอีกแล้ว นอกจากเสียงสั่นไหวของคนตรงหน้า ที่ทำให้หัวใจของเขาเจ็บและอบอุ่นไปพร้อมกัน“ผมเองก็อยากได้ยินจากปากคุณ” ชิออนเงยหน้าขึ้นสบตา ความกล้าชั่วขณะผลักให้เขาพูดสิ่งที่ค้างคาในใจ ดวงตาคู
วันต่อมาอากาศยามบ่ายของฤดูใบไม้ร่วงสดใสกว่าทุกวัน เด็ก ๆ วิ่งเล่นอยู่กลางลานโบสถ์ เสียงหัวเราะของพวกเขาดังทั่วบริเวณชิออนนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ต้นสนใหญ่สายลมเย็นพัดผ่านปลายผม เขาเผลอยิ้มจาง ๆ กับภาพเด็ก ๆ วิ่งไล่กันแต่ไม่นาน เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาเสียงที่ไม่เคยได้ยินในที่แห่งนี้มาก่อนเสียงเฮลิคอปเตอร์ ลมแรงพัดกรูมาจนใบไม้ร่วงกราว เด็ก ๆ หยุดวิ่งแล้วชี้ขึ้นฟ้า“พี่ชิออน ดูนั่นสิ มีเครื่องบินด้วย!”ชิออนหันไปมองด้วยความตกใจท้องฟ้าสีฟ้าสด มีเฮลิคอปเตอร์สีดำลำหนึ่งกำลังลดระดับลงตรงลานกว้างหน้าโบสถ์เสียงใบพัดดังสนั่น ชิออนเดินเร็วออกไปดู หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ในรอบหลายเดือน และเมื่อเครื่องจอดลง ร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูสีเข้มก็วิ่งออกมาชายคนนั้น คือเจย์ ในผมสีเทา เงินที่สะท้อนแดดบ่ายวูบวาบ“เจย์” ชิออนเรียกอีกฝ่ายด้วยสายตาของความดีใจ“ว้าว คุณลุงเป็นเจ้าชายจริง ๆ ด้วย” เด็กร้องด้วยความดีใจและตื่นเต้นที่เห็นเจ้าชายของพวกเขาลงมาจากเครื่องบินเจย์ไม่พูดอะไรเลย เขาวิ่งตรงเข้ามาหา ก่อนคว้าอีกฝ่ายเข้ากอดแน่นกลางลานแรงกอดนั้นแน่นจนชิออนแทบหายใจไม่ออก“ขอโทษ” เสียงของเจย์สั่
หลายวันมานี้ ชิออนมักเอาแต่ใช้เวลาอยู่ในโบสถ์มากกว่าทุกครั้ง เขาแทบจะไม่ออกไปไหน วันทั้งวันหมดไปกับการช่วยเด็ก ๆ และสวดภาวนาในห้องเล็ก แต่ในใจกลับไม่สงบเลยสักนิด ทุกครั้งที่หลับตา เขามักจะเห็นใบหน้าของเจย์ และได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาในความเงียบและเมื่อคิดถึงมากเกินไป ความกลัวก็กลับมา กลัวว่าจะไม่ได้เจอกันอีกสุดท้าย เขาจึงตัดสินใจไปพบกับบาทหลวงอีกครั้ง ในยามเย็นหลังจากที่คุณพ่อว่างเขาก็มาพบคุณพ่อเป็นการส่วนตัวในโบสถ์“คุณพ่อครับ ทำยังไงผมถึงจะลืมความรู้สึกเจ็บปวดได้เหรอครับ” ชิออน ถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าดวงตากลับสั่นระริกด้วยความกลัวแม้จะอยู่ที่โบสถ์มานานหลายเดือนแล้วก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกทุกข์ใจได้ชิออนยังคงยึดติดอยู่กับความรู้สึกพวกนั้นบาทหลวงหันมามองช้า ๆ มองใบหน้าชิออนด้วยสีหน้าอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มบาง“ลูกแน่ใจหรือว่าต้องการอย่างนั้นจริง ๆ”“ครับ ผมอยากปลดปล่อยตัวเองจากความกลัว จากความรักที่ยังหลอกหลอน ผมอยากใช้ชีวิตโดยที่มีความสุขอีกครั้ง” คุณพ่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ“ลูกยังหนีความรู้สึกอยู่เลยชิออน” เสียงของท่านนิ่งและอ่อนโยน“ลูกอาจพึ่งพาพระเจ้าและศา
อีกฟากหนึ่ง บนถนนต่างจังหวัดที่ทอดยาวผ่านเนินเขาและทุ่งนารถบรรทุก สีดำคันเดิมแล่นอยู่ใต้ท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีของยามเย็นเจย์นั่งอยู่หลังพวงมาลัยมือใหญ่จับแน่น สายตาเหม่อมองถนนข้างหน้าเสื้อเชิ้ตสีเทาแขนยาวถูกม้วนขึ้นถึงศอกปลายนิ้วมีรอยบุหรี่เก่าที่ยังไม่จางเขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว แม้ชีวิตที่นี่จะลำบาก แต่เขาก็บอกตัวเองเสมอว่ามันเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นอันที่จริง เขาไม่จำเป็นต้องทนลำบากขนาดนี้เลยแต่ก็เพราะนี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขาได้เห็นหน้าชิออน โดยไม่ต้องกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีเขาไปอีกทุกครั้งที่รถจอด เขาจะเห็นชิออนอยู่กับเด็ก ๆ เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายลอดออกมาถึงนอกรั้วโบสถ์เพียงเท่านั้น หัวใจของเจย์ก็เหมือนหายเจ็บไปชั่วขณะ“เห็นนายยังยิ้มอยู่ แค่นี้ฉันก็พอแล้ว”หลังจากที่ชิออนออกไปจากชีวิตเขา เจย์ก็ให้คนตามสืบมาตลอดว่าชิออน อยู่ที่ไหน และทำอะไรอยู่ และตอนที่ชิออนมาอยู่ที่นี่เขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะมองอีกฝ่ายอยู่ห่าง ๆ ทั้งที่ในใจเขาไม่อาจปล่อยชิออนไปได้ แต่ก็ต้องจำใจต้องปล่อยไป เพราะไม่อยากให้ชิออนต้องเจ็บปวดเพราะเขาอีกแล้วทางด้านของชิออนหลังจากที่เสียงและเ
หลายวันมานี้ ชีวิตของชิออนดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เขาช่วยคุณพ่อจัดหนังสือในห้องสมุด สอนเด็ก ๆ ร้องเพลง และทำอาหารเช้าให้พวกเขาทุกวันแต่ทุกคืนก่อนนอน เขายังคงเปิดโทรศัพท์เครื่องเก่าที่หน้าจอร้าว พิมพ์ชื่อ เจย์ เจย์โฬม ลงในช่องค้นหาเหมือนเดิมไม่มีข่าว ไม่มีบทสัมภาษณ์ ไม่มีแม้แต่ภาพหลุดเหมือนชายคนนั้นหายไปจากโลกนี้ทั้งใบเขาไม่รู้ว่าควรโล่งใจหรือเสียใจดีเพราะอย่างน้อย ถ้าไม่มีข่าวร้าย ก็แปล ว่าเจย์ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่การไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนั้นกำลังเป็นอย่างไรมันกลับทำให้เขาเจ็บกว่าที่คิดจนวันหนึ่ง เด็ก ๆ ในโบสถ์วิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมหนังสือนิทานในมือ“พี่ชิออน อ่านให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ”ชิออนยิ้มบาง ๆ เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า แล้วเปิดหนังสือให้พวกเขา เด็ก ๆ นั่งล้อมรอบเสียงของชิออนฟังดูนุ่มอบอุ่นและอ่อนโยนในยามเล่านิทาน เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็ก ๆ ดังไปทั่วห้องไม้เล็ก ๆ ยามที่ชิออนได้อยู่กับเด็ก ๆ เขาก็มีความสุข แต่พออยู่คนเดียวเขาก็เอาแต่คิดถึงเจย์ จนบางครั้งถึงขั้นเหมอลอยก็มีเวลาผ่านไปหลายเดือน ทุกสิ้นเดือนมักจะมีรถขนของมาส่งที่โบสถ์เหมือนเดิม ทั้งกล่องของบริจาค เสื้อผ้าเด็ก ของเล่น แ
“เจย์อาจจะทำผิดวิธี แต่เขารักนายจริง ๆ เขาไม่เคยคิดจะทำร้ายนายเลย เขาแค่ไม่รู้จะทำยังไงให้นายอยู่ต่อได้โดยไม่เสียทุกอย่าง”“...”“ส่วนเรื่องที่นายหางานไม่ได้นั่นก็ไม่ใช่เพราะเขาเหมือนกัน” มินฮยอกถอนหายใจ“นายแก่เกินไปสำหรับวงการนี้แล้ว ชิออน เด็กรุ่นใหม่โตขึ้นทุกวัน โลกมันเปลี่ยนไปไว นายเข้าใจใช่ไหม”คำพูดของมินฮยอกทำให้ชิออนรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแทบหายใจไม่ออก ที่ผ่านมาเขาเอาแต่โทษเจย์โดยไม่เคยคิดเลยว่าแท้จริงแล้ววงการนี้เป็นอย่างไร และเหตุผลที่อดีตสมาชิกคนอื่น ๆ ยังมีที่ยืนอยู่ อาจเพราะพวกเขายังเด็กกว่าใช่ ชิออนเป็นลีดเดอร์ เป็นพี่ใหญ่ของวง เขารู้ดีว่าหน้าที่นั้นหมายถึงอะไร“มันจะมีสักกี่คนกันล่ะชิออน ที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่ตัวเองรักยังมีทางรอดไปได้ แม้นายจะหมดโอกาสในวงการเพลง แต่นายก็ยังมีโอกาสอื่นอยู่นะชิออน”คำพูดนั้นเหมือนกระจกที่สะท้อนทุกอย่างกลับเข้าหาใจของชิออนน้ำตาเริ่มไหลช้า ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว“ผม” เสียงชิออนขาดห้วง จุกไปทั่วลำคอ“ผมเข้าใจผิดเขาไปหมดเลย” ชิออนทำท่าจะลุกขึ้น แต่มินฮยอกก็รั้งเขาเอาไว้“ชิออน”“ครับ?”“นายรู้ไหม สองอักษรแรกของชื่อบริษัทเป็นช

![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





