LOGINศรัญพัชญ์รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนภายใต้สายตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกกฎเกณฑ์ของชายหนุ่มตรงหน้า
บัณฑูรย์ไม่ใช่แค่ต้องการจีบเธอเล่นๆ แต่เขาเปิดเผยชัดเจนว่าเขากำลังประกาศสงคราม เพื่อแย่งชิงหัวใจของเธอมาเป็นของเขาให้ได้
หลังจบมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยบทสนทนาอันลึกซึ้งและการรุกเร้าทางสายตาที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ ศรัญพัชญ์รู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุม บัณฑูรย์คะยั้นคะยอให้เธออยู่ต่อด้วยเหตุผลในเรื่องเอกสารสัญญา
ศรัญพัชญ์ตัดสินใจยอมนั่งต่อ แม้สัญชาตญาณจะเตือนให้เธอหนีไปซะตั้งแต่ตอนนี้ก็ตาม
เงื่อนไขในกระดาษสัญญาที่เขาจะยอมเซ็นให้ในค่ำคืนนี้คือทางรอดทางเดียวของธุรกิจและหัวใจของเธอ
ศรัญพัชญ์พยายามหลอกตัวเองว่าทุกอย่างที่นี่ปลอดภัย แต่ความหลงใหลที่ฉายชัดในดวงตาของบัณฑูรย์กลับบอกเธอว่า ไม่มีที่ใดปลอดภัยสำหรับเธอหากเขาต้องการตัวเธอขึ้นมาจริง ๆ
หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ เพื่อให้ใบหน้าของเธอให้ดูเฉยเมยต่อเสน่หาที่เขากำลังโหมกระหน่ำเข้าใส่ โดยหารู้ไม่ว่าภายใต้ท่าทีนิ่งสงบนั้น แรงปรารถนาของเขาก็เริ่มกัดเซาะป้อมปราการของเธอลงทีละน้อย
เพียงไม่นานสายตาที่บ่งบอกว่าเขาพร้อมจะช่วงชิงและครอบครองเธอโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างใด ๆ ก็ทำให้ศรัญพัชญ์รู้สึกกังวล
ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเลที่พัดผ่านอยู่ด้านนอก ความเงียบในห้องอาหารกลับเต็มไปด้วยความเร่าร้อน เสือผู้หญิงอย่างบัณฑูรย์ไม่เคยยอมแพ้ต่อเหยื่อที่หมายปองง่ายๆ เพียงเพราะคำพูดที่อ้างถึงการมีเจ้าของหัวใจแล้วเพียงเท่านั้น
“ผมว่าคุณลองดื่มไวน์สักนิดเถอะ... มันจะช่วยให้คุณผ่อนคลาย เผื่อว่าการพรีเซ็นต์โครงการของคุณในคืนนี้มันจะราบรื่นขึ้น” เขาพูดพลางยื่นมือไปหยิบเมนูเครื่องดื่ม หลังจากที่เธอยอมตกลงที่จะดื่มไวน์กับเขาเพราะข้อเสนอเรื่องงานล้วน ๆ อย่างน้อย ๆ คืนนี้พ่อของเธอก็น่าจะกำลังรอคำตอบจากดีลนี้อยู่
เขาสั่งไวน์แดงให้เธอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนมุมปากหยักลึก หญิงสาวรู้สึกถึงสายตาที่เขามอง มันเต็มไปด้วยความคาดหวังบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว และค่ำคืนนี้มันอาจจะไม่ใช่แค่การเจรจาธุรกิจอย่างที่เธอคิดไว้เสียแล้ว...แต่เธอจะหาโอกาสออกไปจากที่นี่ได้อย่างไรกัน
บัณฑูรย์ทอดสายตามองหญิงสาวที่จำใจจิบไวน์แดงรสเลิศตามคำเชิญชวน ของเหลวสีทับทิมที่เปรอะเคลือบอยู่บนริมฝีปากอิ่มสวยนั่นทำให้ลำคอของเขาแห้งผาก
ความพยายามในการรักษามาดนักธุรกิจผู้สุขุมเรียบร้อยของเธอกำลังถูกหลอมละลายด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ค่ำคืนนี้ทุกอย่างช่างเป็นใจกับเขาเหลือเกิน
ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่สะท้อนกับฟองคลื่นด้านนอก บัณฑูรย์ลอบสังเกตอาการของหญิงสาวด้วยแววตาของผู้ชนะ ยามที่ศรัญพัชญ์จิบไวน์แดงรสเลิศเข้าไปเพียงไม่กี่อึก ฤทธิ์ของน้ำเมาก็เริ่มแผ่ซ่านไปตามกระแสเลือดอย่างอย่างช้า ๆ เขาไม่ต้องการให้มันออกฤทธิ์รุนแรงจนเธอเมาไม่รู้เนื้อรู้ตัว ขอเพียงแค่ค่ำคืนนี้เธอไม่ขัดขืนก็เป็นอันใช้ได้
บัณฑูรย์ไม่ได้อยากฟังเรื่องโครงการนั่นอีกต่อไป สิ่งเดียวที่เขาอยากสัมผัสคือความนุ่มนวลภายใต้ชุดเดรสแนบเนื้อที่เธอสวมใส่อยู่ต่างหาก
“ไวน์รสชาติดีไหมครับคุณรัญ...” เขาเอ่ยถาม เสียงทุ้มนั้นพร่าลงเล็กน้อยขณะจ้องมองปลายนิ้วเรียวที่สั่นระริกยามจับแก้ว
“รสชาติดีค่ะ ปกติฉันไม่ค่อยดื่มหรอก ฉันดื่มของพวกนี้ที่ไรแล้ว หน้าฉันแดงทุกทีเลยค่ะ”
“นั่นสิครับ! ตอนนี้แก้มคุณแดงเชียว...แต่ผมก็ชอบนะ ผมชอบผู้หญิงผิวขาวอมชมพูอย่างคุณ”
“ว่าแต่...คุณดื่มไหวนะครับ” เขาถามด้วยความเป็นห่วงหลังจากสายตาสำรวจพวงแก้มและลำคอระหงที่มีรอยแดงระเรื่อทีละน้อย
“ไหวค่ะ... งั้นเรามาคุยเรื่องเงื่อนไขการร่วมทุนในโครงการกันเลยดีมั้ยคะ” ศรัญพัชญ์พยายามรวบรวมสมาธิ แต่สายตาของเขานั้นก็ทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว คุยเรื่องงานกันได้ไม่นาน บัณฑูรย์ก็นอกเรื่องขึ้นมาอีกจนได้
“ผมว่าคุณกำลังฝืนตัวเองอยู่นะครับ ตอนนี้คุณหน้าแดงมากเลย วางแก้วลงเถอะครับ ผมไม่อยากให้คุณดื่มต่อแล้ว เดี๋ยวคุณศรัญจะว่าผมเอาได้ ว่ามอมลูกสาวเขา” บัณฑูรย์วางแก้วของตนลง ก่อนจะขยับมานั่งข้าง ๆ แล้วเอาแก้วไวน์ของเธอออกจากมือ
“คุณรู้ไหมว่าคนอย่างผม ถ้าเล็งอะไรไว้แล้ว ผมไม่เคยปล่อยให้หลุดมือ...” เขาพูดออกมาอย่างเปิดเผยเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ปฏิเสธการใกล้ชิดของเขาขณะที่เธอมีอาการกรึ่ม ๆ เล็กน้อย
มือหนาเอื้อมไปโอบหัวใหล่เอาไว้เบา ๆ ความร้อนจากฝ่ามือเขาทำเอาศรัญพัชญ์สะดุ้ง แต่เขากลับกระชับหัวไหล่เธอเอาไว้แน่น
สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย สื่อความหมายอย่างโจ่งแจ้ง และไม่ใช่กระดาษสัญญาเหล่านั้น แต่เป็นร่างอวบอิ่มที่เขากำลังโอบกอดอย่างจงใจนี้ต่างหาก
“คืนนี้ผมอาจจะเซ็นสัญญาให้คุณง่ายๆ... ถ้าคุณทำให้ผมพอใจมากกว่าการนั่งพรีเซนต์โครงการอยู่ตรงนี้” เขากระซิบพลางโน้มตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่ผสมกับกลิ่นไวน์ชั้นเลิศ
คำพูดนั้นทำให้ศรัญพัชญ์หน้าร้อนผ่าว เขามีเจตนาอะไรเธอรู้ดี ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ความปรารถนาอันแรงกล้าที่ฉายชัดในดวงตาของบัณฑูรย์กำลังต้อนเธอให้จนมุมด้วยเสน่ห์อันล้นเหลือและข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่คะ คุณบัณฑูรย์!”
“ไปกับผมที่บาร์สิ หลังจากนั้นผมจะเซ็นต์สัญญาพวกนี้ให้คุณ” เขารีบยื่นขอเสนอทันที
ในหัวของบัณฑูรย์ตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียว... คือการได้ครอบครองเรือนร่างนี้บนเตียงนุ่ม ๆ และเปลี่ยนเสียงเจรจาธุรกิจที่น่าเบื่อให้เป็นเสียงครางอันเร่าร้อน
เขาไม่สนใจว่าเธอจะอ้างเหตุผลใด ๆ แม้แต่จะอ้างว่ามีแฟนแล้วก็ตามที เพราะคืนนี้... เหยื่อแสนสวยคนนี้จะต้องตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
ไฮโซหนุ่มหลงใหลในความพยศและความทะเยอทะยานของผู้บริหารสาว และคืนนี้เขาจะทำให้เธอรู้ซึ้งว่า... การอยากได้เขาเป็นหุ้นส่วนนั้น เธอต้องจ่ายด้วยอะไรที่มากกว่าลายเซ็นในกระดาษ
บัณฑูรย์ยังคงแช่ค้างตัวตนที่ใหญ่โตไว้ในกายสาวอย่างใจเย็น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้ข้อพับขาเรียวสวยแล้วรั้งขึ้นมาพาดบ่าแกร่งเพื่อเปิดทางให้การรุกล้ำนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น“อย่าเกร็งนะ ยิ่งคุณเกร็งคุณจะยิ่งเจ็บ” เขาปลอบประโลมเสียงพร่าพลางก้มลงจูบซับที่หน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ศรัญพัชญ์พยายามผ่อนคลายลมหายใจตามที่เขาบอก แม้จะยังรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่ขยายช่องทางรักของเธอจนตึงเปรี๊ยะไปหมด บัณฑูรย์เริ่มขยับกายเข้าออกในจังหวะที่เนิบนาบที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อให้ผนังนุ่มหยุ่นได้คุ้นชินกับผิวสัมผัสอันร้อนผ่าวของเขา“ผมจะขยับให้เบาที่สุดเลยที่รัก... สัญญาว่าจะไม่รุนแรง”ชายหนุ่มสวนสะโพกสอบเข้าหาอย่างแช่มช้า บดเบียดเน้นย้ำตรงส่วนปลายที่บานหยักให้ครูดผ่านจุดกระสันด้านในอย่างจงใจ ความนุ่มนวลที่เขาหยิบยื่นให้เริ่มทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าความรุนแรง เพราะมันทำให้ความแสบระบมในคราแรกค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง“แบบนี้เป็นไงที่รัก... คุญยังเจ็บอยู่ไหม” บัณฑูรย์ถามพลางก้มลงมองใบห
บรรยากาศภายในห้องนอนร้อนระอุขึ้นจนถึงขีดสุด เมื่อความใคร่และความปรารถนาถูกจุดติดจนยากจะดับทอด บัณฑูรย์ไม่รอช้า เขาประกบฝ่ามือลงบนเนินเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งความต้องการ ก่อนจะออกแรงนวดเคล้นเบาๆ จนศรัญพัชญ์บิดกายดิ้นเร่าด้วยความซ่านสยิว“อื้อ!! คุณบัณฑูรย์ขา...” เสียงหวานครางกระเส่าอย่างลืมตัว ความวาบหวิวแล่นพล่านไปทั่วกายสาวเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายลงบนรอยแยกที่อุ่นชื้น“แฉะไปหมดแล้วรัญ... ให้ผมมอบความสุขให้คุณเถอะนะ...ที่รัก” บัณฑูรย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบจ้องมองปฏิกิริยาของเหยื่อสาวอย่างผู้ชนะ“ถ้าจะทำจริงๆ... คุณต้องใส่ถุงยางนะคะ” เธอพยายามดึงสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดบอกเขา เพราะเกรงถึงผลที่จะตามมา“ได้... แต่คุณต้องโมคให้ผมก่อนนะ เหมือนครั้งที่แล้ว”ไม่พูดเปล่า บัณฑูรย์รั้งแขนเรียวงามให้เธอลุกขึ้นมานั่ง ก่อนที่เขาจะยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่พุ่งทะยานออกมาทักทาย ศรัญพัชญ์หน้าร้อนผ่าวเมื่อสบเข้ากับท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่ปูดโปนด้วยเส้นเลือด มันดูน่าเกรงขามและใหญ่โตเสียจนเธอนึกหวั่นใจ“สัญญาก่อนนะคะ ว่าคุณจะไม่เx็ดสด...” หญิงสาวบอกด้วยห
เขาวางเธอลงอย่างเบามือบนผ้าปูที่นอนเนื้อละเอียด ก่อนจะตามลงไปทาบทับ ร่างกายแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเบียดเสียดกับความนุ่มนิ่มของเธออย่างแผ่วเบา บัณฑูรย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยความเสน่หาภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความปรารถนา บัณฑูรย์ไม่ได้เพียงแค่พาศรัญพัชญ์มาส่งที่เตียง แต่เขาตั้งใจจะหลอมละลายความดื้อรั้นของเธอให้หมดสิ้นไปในค่ำคืนนี้ มือหนาเอื้อมไปทางด้านหลัง ลากปลายนิ้วผ่านแนวกระดูกสันหลังจนหญิงสาวขนลุกซู่ ก่อนจะรูดซิบชุดเดรสสีสวยลงอย่างเชี่ยวชาญ“คุณมีถุงหรือเปล่าคะ...” เธอถามเสียงสั่นพร่าขณะที่อาภรณ์ชิ้นงามร่วงหล่นลงไปกองอยู่ที่ปลายเตียง เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่ประดับด้วยบราเซียลูกไม้สีหวาน และจีสตริงตัวจิ๋ว สองมือเรียวโอบรอบลำคอหนาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว“ไม่ครับ... คืนนี้ผมอยากสัมผัสคุณตรงๆ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยขีดข่วนจางๆ จากฝีมือของเธอในครั้งก่อน“อย่าพูดแบบนี้สิคะ... รัญรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้” เธอพยายามประท้วงพลางเบนหน้าหนีสายตาคมกริบที่กำลังสำรวจเรือนร่างเธ
ท่ามกลางบรรยากาศสลัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพลิงโทสะที่เคยร้อนระอุพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวจนน่าใจหาย เมื่อพยัคฆ์ร้ายจอมบงการยอมถอดเล็บแล้วกลายร่างเป็นชายหนุ่มขี้อ้อนที่ดูอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าเดิม มือหนาวางลงบนเอวคอดกิ่วอย่างถือสิทธิ์ ศรัญพัชญ์สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวหนักหน่วงของเขา บ่งบอกว่าอารมณ์หึงหวงเมื่อครู่กำลังเปลี่ยนรูปเป็นเปลวไฟแห่งปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ไปทั้งตัว“สั่งอาหารเถอะค่ะ... รัญว่าคุณน่าจะหิวแล้ว” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อซ่อนอาการประหม่าและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก“สั่งอาหารน่ะเรื่องรอง แต่สั่งสอนเด็กดื้อนี่สิเรื่องใหญ่...” เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวนั้นจงใจลากผ่านชิดซอกหูขาวสะอาด“อีกอย่างตอนนี้ผมก็ไม่ได้หิวข้าว... แต่ผมหิวคุณมากกว่า”“แล้วไม่ทานอะไรเลย คุณจะมีแรงเหรอคะ?” ศรัญพัชญ์แกล้งเอ่ยถามกลับอย่างท้าทาย แววตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ทว่าความใจกล้านั้นกลับยิ่งโหมไฟรักในอกของชายหนุ่มให้ลุกโชน“ขอบคุณที่เตือน... ก็ดีเหมือนกัน คืนนี้ผมจะได้มีแรงลงโทษเด็กดื้ออย่างคุณให้หนักๆ” บัณฑูรย์ไม่ได้พูดเปล่า แต่กลับโน้มใบหน้าล
ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วกายหนา เมื่อเห็นท่าทางที่ดูชิดเชื้อสนิทสนมจนน่ารำคาญใจ บัณฑูรย์ขบกรามแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เขายืนนิ่งอยู่ใต้เงาสลัวของแมกไม้บริเวณทางเข้าร้านอาหาร แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองภาพหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะฝากฝังรอยรักเอาไว้บนผิวกายเมื่อครั้งก่อน กำลังมอบรอยยิ้มแสนหวานนั้นให้ชายคนอื่นอย่างไม่วางตา แสงไฟสลัวที่ตกกระทบใบหน้าหวานยิ่งทำให้เธอดูงดงามและเย้ายวนใจ จนเขาอยากจะเข้าไปกระชากเธอเข้าออกมาซ่อนไว้ในอ้อมกอดที่มีเพียงเขาคนเดียวที่มีสิทธิ์ได้ครอบครอง“รำลึกความหลังกันเสร็จหรือยัง!” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องมาจากทางด้านหลัง ปลุกให้ศรัญพัชญ์ที่กำลังสวมบทบาทแกล้งอ่อยเหยื่อถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างตื่นตระหนกจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อเธอหันไปสบเข้ากับดวงตาคมของบัณฑูรย์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิดร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ดูภูมิฐานก้าวประชิดโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเฉียบลงทันตา บัณฑูรย์จ้องมองหญิงสาวราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว“คุณบัณฑูรย์!” ศรัญพัชญ์อุทานลั่น ควา
ช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศภายในห้องพักบนโรงแรมหรู พีรดนย์ลอบมองสุธิดาแฟนสาวที่กำลังรื้อเช็กเอกสารการออกแบบด้วยท่าทางลนลาน เสียงโทรศัพท์จากลูกค้าที่โทรมาเร่งรัด จึงทำให้ทริปนี้กลายเป็นเรื่องด่วนที่ไม่อาจเลี่ยงได้“พี่ดนย์คะ ลูกค้าโทรมาเร่งงาน สุว่าเราคงต้องกลับกันเย็นนี้แล้วล่ะ” สุธิดาเงยหน้าขึ้นเอ่ยน้ำเสียงร้อนรน พีรดนย์ขมวดคิ้วแน่น พลางมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยความลำบากใจ“พี่นัดรัญเอาไว้ตอนหนึ่งทุ่มด้วยสิ เอาไงดี นี่มันยังไม่ถึงห้าโมงเย็นเลย โต๊ะอาหารก็จองเอาไว้แล้วด้วย” พีรดนย์บอกอย่างเป็นกังวล“เราเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นได้ไหมคะ? พี่ลองโทรไปคุยกับคุณรัญดู สักห้าโมงครึ่งพอได้ไหม” สุธิดาเสนอทางออกสุดท้ายพีรดนย์ก็จำใจโทรไปขอเลื่อนเวลากับทางร้านอาหาร ซึ่งก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดี“ตอนนี้ทางร้านอาหารโอเคแล้วนะครับ”“งั้นพี่รีบโทรบอกคุณรัญเลยค่ะ สุจะรีบไปจัดกระเป๋า เสร็จแล้วเดี๋ยวเราออกไปหาคุณรัญที่บ้านเลย พี่จะได้เคลียร์ใจกับเธอ เผื่อว่าเธอไม่สะดวกไปที่ร้านอาหารกับเรา” พีรดนย์นิ่งคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้ายอมรับในเหตุผลของแฟนสาวพีรดนย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาได้ก็รีบโทรไ







