LOGINเพียะ!
จู่ๆ มือเล็กก็ฟาดที่แก้มเข้าให้เต็มแรงโดยไม่ทันตั้งตัว จนทำเอามึนงงเห็นดาวยิบๆ ไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ มือข้างเดิมก็เงื้อขึ้นอีกรอบ แต่คราวนี้เขาไม่ยอมเป็นเป้านิ่งให้ตบแล้ว
“หยุดนะ” ชายหนุ่มรีบคว้ามือเธอไว้ทันที
“ปล่อยน้า...มาจับทำไม ฉันจะตบ ตบให้หายแค้น คนบ้า คนนิสัยเสีย”
“ไปโดนตัวไหนมาเนี่ย แรงเยอะชะมัด” เจ้าของห้องบ่นพึมพำ วันนี้มันวันอะไร อยู่ๆ ก็ซวยโดนตบไม่รู้เรื่องแบบนี้
“หยุดนะคุณ ไม่งั้นผมจะแจ้งตำรวจจับคุณ ฐานบุกรุกและทำร้ายร่างกาย”
ได้ผล...หญิงสาวหยุดอาละวาดทันทีเมื่อได้ยินคำว่าตำรวจ
“ตำรวจอะไร แจ้งทำไม ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ไอ้พี่ธรรศบ้านั่นต่างหากที่ทำผิด” คนเมาเถียงกลับเสียงอู้อี้
“คุณนั่นแหละที่ผิด”
เจ้าของห้องหนุ่มพยายามทำขึงขังใส่ เขารวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นด้วยมือเพียงข้างเดียวเพื่อไม่ให้เธออาละวาดไปมากกว่านี้
“ฉันผิดยางงาย”
“ข้อแรกคุณเข้าห้องผิด และข้อสองตบผิดคน ข้อสามผมไม่ใช่ไอ้พี่ธรรศบ้า แฟนคุณ ไม่ใช่คนที่คุณจะมาตบตีทำร้ายร่างกายได้นะ” เสียงดุเข้มแทงใจดำของคนฟังจนน้ำตารื้นขึ้น ในสมองผุดภาพที่คนรักอี๋อ๋อกับสาวอื่น และขับรถผ่านหน้าเธอไปอย่างเลือดเย็น แถมยังส่งข้อความมาทวงเงินให้เจ็บใจอีก
“ใช่สิ ฉันมันผิด ผิดที่ตาถั่วรักคนผิด ผิดมาตลอดเลย” น้ำเสียงอ่อนล้าจนน่าใจหาย
“ถ้ารู้ว่ารักคนผิด ก็เลิกรักไปสิ แล้วกลับมารักตัวเอง มันยากตรงไหน” ปกติเขาไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านโดยเฉพาะชาวบ้านที่ไม่รู้จักแบบนี้
คำนั้นกระแทกใจคนฟังอย่างแรง ตรรกะของเขาเรียบง่ายไม่ซับซ้อน
“พูดง่ายแต่ทำยากน่ะสิ คบมาตั้งหลายปีแล้ว ให้เลิกง่ายๆ ฉันทำอะไรผิด เขาต่างหากที่ผิด”
“งั้นก็คบต่อไป” ห้ามไม่ได้ก็ยุส่งเสียเลย จบๆ ไป
“แต่ฉันไม่อยากคบแล้ว หมอนั่นนิสัยเสียจะตาย งกด้วย”
“อ้าว!” เขาอุทาน ชักไม่แน่ใจว่าระหว่างเมากับบื้อ ผู้หญิงตรงหน้าเป็นแบบไหนกันแน่ รู้ว่าผู้ชายนิสัยเสีย แถมงกด้วย ก็ยังอยากจะคบต่อ
เอาเถอะ โบราณว่าไว้ อย่าไปถือคนบ้า อย่าไปว่าคนเมา
“คุณไม่เข้าใจหรอก ว่ามันเจ็บแค่ไหน ตอนเห็นเขาใจดีกับผู้หญิงคนอื่น แต่ใจร้ายกับฉันคนเดียว ฮือๆ”
จากอาละวาด กลายเป็นร้องไห้โฮเหมือนเขื่อนแตกในพริบตา ทำเอาคนฟังถึงกับตะลึงงัน นี่เขากำลังคุยกับคนบ้าจริงๆ ใช่ไหม
“ร้องไห้ทำไมเนี่ยคุณ หยุดเป่าปี่ก่อน ถ้าจะอาละวาดก็ช่วยกลับไปที่ห้องตัวเองก่อนได้ไหมเนี่ย”
คนอินโทรเวิร์ดถึงกับกุมขมับ รับมือไม่ถูก ปลอบคนก็ไม่เป็น โลกอันแสนสงบของเขาต้องพังทลายเพราะเจอแม่สาวขี้เมาคนนี้ เขาควรจัดการยังไงกับเธอดี จับโยนออกไปนอกห้องเสียดีไหม ถึงยังไงก็คนแปลกหน้าไม่ได้รู้จักกันอยู่แล้ว
ยังคิดไม่ตก จู่ๆ หญิงสาวก็สะบัดข้อมือตัวเองออกอย่างแรง ซึ่งเขาก็ยอมปล่อย เพราะคิดว่าเธอจะได้สติและกลับห้องไปแต่โดยดี แต่ทว่าเขาคิดผิดไป
“เฮ้ย!” ชายหนุ่มอุทานลั่น รู้สึกวูบ เมื่อถูกคว้าคอเสื้อเชิ้ตแล้วกระชากลงมาใกล้
“คุณว่าฉันสวยไหม” คำถามนั้นทำให้คนฟังนิ่งไป
“ก็ไม่ได้แย่นะ”
“ไม่แย่นี่คือสวยหรือไม่สวย”
“ส่องกระจกเอาเองก็ได้มั้ง”
“นั่นสินะ ฉันไม่สวยจริงด้วย” พูดเองเออเองไปอีก “เพราะถ้าสวยไอ้พี่ธรรศคงไม่ไปหลียัยน้องใบชาอะไรนั่น คุณรู้ไหม ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ให้สถานะฉันเลยด้วยซ้ำ ไอ้คนบ้านั่น”
ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ
“เฮ้อ ผมว่าคุณควรพักดีกว่านะ กลับไปนอน...อุ๊บ!”
ยังไม่ทันพูดจบ ร่างบางก็ยื่นริมฝีปากมาประทับลงบนปากของเขาอย่างจัง
มื้อค่ำวันนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ นนทพัทธ์ดูผ่อนคลายขึ้นมาก เขาไม่ต้องแบกความรักข้างเดียวไว้อีกต่อไป เพราะมีรินลดาคอยเติมเต็มช่องว่างในใจด้วยความร่าเริงและเข้าใจในวิชาชีพเดียวกันก่อนกลับคีตกาอาสาเดินมาส่งว่าที่บ่าวสาวถึงรถ“เป้ย...พี่ขอบคุณเป้ยนะ ที่วันนั้นเป้ยเลือกที่จะซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง มันทำให้พี่กล้าที่จะเปิดใจรับคนใหม่เข้ามาในชีวิตเหมือนกัน” พี่หมอเอ่ยด้วยความจริงใจ“เป้ยก็ขอบคุณพี่นนท์ค่ะ ที่เป็นพี่ชายที่แสนดีและไม่เคยทิ้งเป้ยไปไหน พี่นนท์เหมาะกับความสุขที่สุดแล้วค่ะ”ภวิศเดินเข้ามาจับมือหมอนนท์พลางพยักหน้าอย่างลูกผู้ชาย “ดูแลคุณรินให้ดีนะหมอ อย่าเอาอย่างผมล่ะ ไม่งั้นจะกลายเป็นหมาโบ้ที่หลังไม่รู้ด้วย”ทุกคนหัวเราะร่าท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่าน ภวิศโอบไหล่คีตกาเดินกลับเข้าบ้านเรือนหอแสนอบอุ่นด้วยกัน“คิดแล้วก็เสียดายนะ”“เสียดายอะไรคะ” คีตกาเงยหน้ามองสามีอย่างแปลกใจ“เห็นหมอนนท์จะแต่งงาน พี่ก็เลยคิดถึงงานแต่งของเราสองคนขึ้นมาน่ะสิ คิดแล้วก็เสียดาย อยากแต่งงานกับเป้ยอีกรอบจัง”“ก็แต่งสิคะ”“ว่าไงนะ!”“เป้ยบอกว่าอยากแต่งก็แต่งได้ค่ะ แต่รอให้เป้ยคลอดเจ้าเบอร์สามก่อนแล้วกันนะคะ
สามปีต่อมา...“เจ้าโปรดอย่าพาน้องปริมวิ่งเร็วแบบนั้นสิลูก เดี๋ยวน้องล้ม!”เสียงห้าวของคุณพ่อลูกสองตะโกนลั่นสนามหญ้า คุณพ่อมาดเข้มที่ตอนนี้สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์วิ่งไล่ตามลูกชายและลูกสาววัยกำลังซน ภวิศอุ้มลูกสาววัยเตาะแตะขึ้นพาดบ่าพลางหัวเราะร่า ก่อนจะเดินตรงมาหาคีตกาที่ยืนยิ้มละมุนอยู่ริมระเบียง“โอย เหนื่อยจัง ลูกเรานี่ซนเหมือนใครเนี่ย” ภวิศแกล้งอ้อนเมียพลางเนียนเอาหน้าซุกไหล่บาง“ซนเหมือนพี่วิศตอนเด็กๆ ไงคะ คุณแม่บอกเป้ยหมดแล้วนะ ตอนเด็กๆ พี่ซนมากเหมือนน้องโปรดไม่มีผิดเลย” คีตกาหัวเราะเบาๆ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้สามี“ส่วนน้องปริมก็น่ารักเหมือนเป้ยไม่มีผิด พี่เห็นในอัลบั้มภาพ ตอนเด็กๆ เป้ยน่ารักมากๆ เลย หวังว่าเจ้าเบอร์สามในท้องจะน่ารักเหมือนแม่อีกคนนะ” ภวิศยื่นมือไปลูบที่หน้าท้องนูนของว่าที่คุณแม่ลูกสามคีตกาค้อนใส่คนขยันทำการบ้านจนเสกเด็กเข้าท้องเธอไม่หยุด แต่เขาก็ไม่เคยเบื่อที่จะอ้อนและเอาใจเธอทุกคืนๆ จนเธอเสพติดความหื่นจากเขาด้วย หากวันไหนสามีไม่ทำการบ้านก็มีงอนกันบ้าง ขนาดลูกสามแล้วความหวานก็ยังไม่ลดลง แต่อย่าให้ถึงขั้นมีเบอร์สี่ห้าหกเลย ส่วนคุณปู่คุณย่านั้นไม่ต้องพูด
“คอยดูเถอะเป้ยจะฟ้องคุณพ่อคุณแม่พี่”“ฟ้องไปก็เท่านั้น พ่อแม่พี่หลงหลานจะตาย มีลูกหลายคนบ้านจะได้ครึกครื้นไงครับ” เขาแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือป้วนเปี้ยนปัดผ่านทรวงอกที่อวบอิ่มเพราะต้องให้นมลูก“หิวนมจัง...” คุณแม่ลูกอ่อนทำตาโตตะปบมือซุกซนที่เลิกชายเสื้อเธอขึ้น“พี่วิศ อย่ามาหื่นนะคะ นี่นมของน้องโปรด”“แบ่งๆ กันน่า เข้าโครงการคนละครึ่ง เป้ยมีตั้งสองเต้า ก็แบ่งลูกเต้าหนึ่ง สามีเต้าหนึ่ง ดีจะตาย”“อย่ามาเนียนค่ะ เป้ยง่วงแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า”“ไม่เป็นไรนะ เป้ยง่วงเป้ยก็หลับไป เดี๋ยวพี่ทำเอง”ทำเอง? เขาจะทำอะไรไม่ทันที่เธอจะได้ถาม คุณพ่อจอมป่วนก็จัดการทำในสิ่งที่เขาอยากทำมาหลายเดือนกับร่างกายอวบอิ่มของเธอ โดยเฉพาะส่วนที่เขาต้องมองลูกชายดูดมันทุกวันด้วยความอิจฉาสุดหัวใจ“พี่วิศ...อย่ากินนมลูกหมดนะ”พ่อตัวร้ายฟังเสียก็ดี เสียงดูดจ๊วบๆ อย่างเอร็ดอร่อยนั่นทำให้เธอรู้สึกวาบหวิว ร่างกายร้อนรุ่มขึ้นมาทันใด ใช่แต่เขาที่ต้องการ เธอเองก็ขาดเรื่องนี้มานานเกินไปแล้ว จากที่จะต่อต้าน คีตกาจึงยอมปล่อยให้สามีหน้ามึนจัดการดื่มกินร่างกายหอมหวานของเธอตามอำเภอใจ เรื่องนี้ไม่ต้อง
“แง้ๆ...”คีตกาสะดุ้งลืมตาทันทีที่ได้ยินเสียงลูกร้องไห้จ้า แต่ยังไม่ทันจะได้ลุกขึ้นไปดูก็มีเสียงงัวเงียดังข้างๆ หู“เป้ยนอนต่อเถอะ เดี๋ยวพี่ดูลูกเอง” ภวิศในสภาพหัวฟู ตาโรยเพราะเพิ่งได้นอนไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องตื่นขึ้นมาดูลูกที่ร้องกลางดึกอีก“ว่าไงครับคนเก่งของพ่อ”ชายหนุ่มอุ้มลูกโยกไปมาพลางร้องเพลงกล่อมเสียงเพี้ยนๆ จนคีตกาที่แอบมองอยู่ต้องหลุดขำตลอดหลายเดือนหลังจากคลอด ภวิศกลายเป็นคุณพ่อดีเด่น เขาคอยช่วยเธอดูแลลูกแทบทุกอย่าง แม้จะมีพี่เลี้ยงคอยช่วย แต่พี่เลี้ยงเบอร์หนึ่งของบ้านก็ยังคงเป็นภวิศนั่นเอง ไม่ว่าจะคอยเก็บน้ำนมให้เธอเมื่อปั๊มเสร็จ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลูก หรือกระทั่งเปลี่ยนแพมเพิร์ส หรือลุกมาป้อนนมกลางดึกเขาก็ทำได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง คำพูดติดปากของเขาคือ เป้ยพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ทำเองคีตกามองแผ่นหลังกว้างของคนเป็นสามีที่พยายามเดินโยกตัวไปมาทั่วห้องนอนเพื่อปลอบน้องโปรดที่กำลังงอแงให้สงบลง ใบหน้าที่เคยถือดีและเรียบตึงยามอยู่นอกบ้าน บัดนี้กลับมีรอยคล้ำใต้ตาชัดเจน ทว่าแววตาที่มองเจ้าก้อนแป้งในอ้อมกอดกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่หาจากไหนไม่ได้อีก“พี่วิศคะ ส่งลูกให้เป้ยเถอะค่ะ พี่
“แต่พี่หวงนี่ ไม่อยากให้ใครมองเมียพี่” ภวิศเถียงสู้ตาย เขาหันไปหาพยาบาล “คุณพยาบาลครับ มีผ้าคลุมไหม เอามาปิดให้มิดที่สุดนะ ให้หมอเห็นแค่...แค่ส่วนที่จำเป็นจริงๆ ก็พอ อย่าให้เขาเห็นอย่างอื่นนะ!”นนทพัทธ์ถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้า “คุณวิศครับ ถ้าคุณยังวุ่นวายไม่เลิก ผมจะสั่งให้พยาบาลลากคุณออกไปรอข้างนอกนะ เลือกเอาว่าจะอยู่เป็นกำลังใจให้เมียเงียบๆ หรือจะไปนั่งนับมดอยู่ที่ทางเดิน” คุณหมอหนุ่มเอ็ดอย่างเหลืออด ตั้งแต่ทำคลอดมา เขาก็เพิ่งเจอเคสนี้ที่สามีคนไข้หึงกระทั่งช่องคลอดเมียภวิศเม้มปากแน่นสนิททันที เขาทำหน้าบึ้งตึงพลางขยับไปยืนที่เหนือศีรษะของคีตกา“ห้ามมองเกินความจำเป็นนะหมอนนท์... ผมจ้องอยู่นะ!” ภวิศขู่ฟ่อข้างหูหมอ แต่มือกลับสั่นพั่บๆ เพราะเห็นคีตกาเริ่มเบ่งคลอด แล้วในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง“อุแว้! อุแว้!”เสียงร้องไห้จ้าของเจ้าตัวเล็กดังขึ้น นนทพัทธ์ประคองทารกน้อยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ “ยินดีด้วยครับเป้ย ยินดีด้วยคุณวิศ... ลูกชายของพวกคุณแข็งแรงมากเลยครับ ดูสิอ้วนจ่ำม่ำเลย”วินาทีที่ภวิศเห็นลูก และเห็นความปลอดภัยของเมีย ความหวงเมื่อครู่มลายหายไปกลายเป็นความตื้นตันใจจนน้ำตาค
“เป้ยเป็นอะไรไปน่ะ!”เสียงนั้นกระตุกความสนใจของคุณวิเศษและคุณภคมนให้หันไปมองที่ลูกชายกับลูกสะใภ้ทันที“คุณวิศ...คุณวิศคะ! เป้ยปวดท้อง...” คีตกาบอกด้วยสีหน้าเหยเก รู้สึกปวดหน่วงที่ท้องอย่างรุนแรง“อย่าบอกนะว่าจะคลอดแล้ว ไหนว่าหมอนัดคลอดอาทิตย์หน้านี่นา”“อย่าเพิ่งพูดได้ไหมคะ ตอนนี้เป้ยปวดมากๆ เลย โอ๊ย...”สิ้นเสียงร้องของคีตกา คฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบก็เกิดโกลาหลทันที“เป้ยทนหน่อยนะ แล้วพี่ต้องทำอะไรก่อนล่ะเนี่ย” ภวิศทำหน้าเลิ่กลั่ก “เดี๋ยวๆ พี่ไปเอากระเป๋า ไม่ใช่สิ พี่ต้องสตาร์ทรถ พี่ต้องโทรหาหมอ ทำอะไรก่อนดีวะเนี่ย!”“เจ้าวิศ! ตั้งสติหน่อยลูก” คุณวิเศษเรียกสติลูกชายที่ตอนนี้ลนลานยิ่งกว่าคนท้องเสียเอง“รถ! ต้องไปเตรียมรถก่อน อ้อยๆ ไปหยิบกระเป๋าคุณผู้หญิงมาที เอาของที่เตรียมไว้มาด้วยนะ ตอนนี้เลย” คนจะเป็นพ่อครั้งแรกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก รีบประคองเมียรักไปที่รถ ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของว่าที่คุณปู่คุณย่าที่หันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมายบรรยากาศหน้าห้องคลอดเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ภวิศในชุดสีเขียวสวมหมวกคลุมผมยืนกุมมือคีตกาแน่นจนเหงื่อชุ่มมือทั้งคู่ ใบหน้าที่เคยถือดีบัดนี้ซีดเผือด ยิ่งเห็น
MiuRa: จอย...วันนี้มีกินเลี้ยงแผนกเหรอJoy: ใช่แล้วจ้ามิวรากดส่งรูปเจ้าปัญหาไปMiuRa: คุณธรรศกอดใครเนี่ย ดูสนิทกันจังJoy: อ๋อ...ชื่อน้องใบชาน่ะ เด็กฝึกงานคนใหม่ เด็กเส้นจากญาติจีเอ็มฝากมาน่ะ เห็นว่าน้องเพิ่งเรียนจบจากเมืองนอกแล้วอยากมาหาประสบการณ์งานโรงแรมเราดู ถามทำไมเหรอMiuRa: เปล่าๆ เห็นน้องส
‘พี่รักมิวนะ แต่มิวก็รู้ว่าโรงแรมเรามีกฎห้ามพนักงานคบหาหรือแต่งงานกัน ไม่อย่างนั้น ต้องมีคนหนึ่งที่ลาออก ส่วนใหญ่เขาก็เอาคนที่ตำแหน่งต่ำกว่าออก พี่ไม่อยากให้มิวต้องลำบาก’ ครั้งหนึ่งธรรศเคยบอกกับเธอแบบนั้น แล้วเธอก็เชื่อว่าเขาหวังดี แม้จะทะแม่งๆ หูหน่อย‘แล้วเราต้องปิดบังคนอื่นไปถึงเมื่อไหร่คะ’‘จน
“ไหวไหมเนี่ยมิว...”มิวรา หรือ มิว สะดุ้งละสายตาจากหน้าจอมือถือ มองหน้าเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ในแผนกที่เพิ่งกลับจากพาลูกค้าอินสเปคห้องจัดเลี้ยงงานแต่งเป็นงานที่หกของวันนี้แล้ว ยังไม่นับที่พนักงานขายวิ่งไปหางานมาให้อีกจนล้นมือ คาดว่าเซอร์วิสชาร์ตของพนักงานเดือนนี้น่าจะพุ่งงานกำลังไปได้ดี แต่ความรักของ
บทนำ“พี่ธรรศคะ ตอนนี้เราเป็นอะไรกันเหรอ...”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มิวรารวบรวมความกล้าในการถามคำถามนี้กับคนที่เธอคบหาดูใจกันมากว่าสี่ปี แต่คนถูกถามกลับถอนหายใจพรืดอย่างรำคาญ แทบไม่เก็บสีหน้าเบื่อหน่ายกับคำถามของเธอสักนิด“มิวถามแบบนี้กี่ครั้งแล้ว ไม่เบื่อบ้างเหรอ”“เบื่อ! ก็เพราะเบื่อไงคะ มิวถึงต้องถ







