Share

บทที่6

last update publish date: 2026-02-19 21:04:32

"ทำไมกลับมาช้าหล่ะ​" 

"รถติดเหรอ"

"รถติด" 

รถติดจริง​ แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบอกไปเท่านั้น​ เพราะหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจที่คุณเจ้านายสั่งเสร็จ​ ผมก็แอบแวะเข้าไปบริษัทเพื่อเซ็นต์​เอกสารด่วน​ที่ต้องอ่านรายละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเอง​ รวมถึงคุยเรื่องส่งของคืนนี้กับไอ้ชาลชาลีด้วย​ เลยทำให้เวลาล่วงเลยไปกว่าสองชั่วโมงกว่าจะกลับมาถึงร้าน​ โดยไม่ลืมจอดแวะซื้อบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงร้านทางผ่านตามที่ไอ้ชาลบอก​ หวังจะกลับมาชวนเธอกินมื้อเย็นด้วยกัน

"จะกลับแล้ว?" 

"อ่าฮะ" 

"อย่าเพิ่ง" มือใหญ่ชูถุงบะหมีี่ในมือขึ้นให้เธอดู​ บอกเป็นนัยให้รู้ว่าอยากขอให้เธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนกินข้าวเย็นด้วยกัน​สักมื้อ​ เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมแอบขำด้วยความรู้สึกตลกตัวเองอยู่เหมือนกัน​ คนที่เคยนั่งกินข้าวคนเดียว​ มีลูกน้องคอยดูแลหามาให้​ วันไหนอยากจะมีเพื่อนนั่งกินด้วยก็ไม่ใช่เรื่องยาก​ แต่วันนี้...สิ่งเหล่านั้นกลับยากมาก​ หวังว่าเธอจะช่วยทำเรื่องเหล่านี้ให้มันง่ายขึ้น​ในทุกๆ​ วัน

เจ้านายคนสวยคงไม่ใจร้ายเลือกปฏิเสธกันหรอกมั้ง​

"กินด้วยกัน​ ซื้อมาเผื่อ" 

"ซื้อมาเยอะเชียว​ แทนที่จะเก็บเงินไว้ใช้หนี้"

"เหลือ​ เหลือ" 

แล้วก็ไม่ผิดหวัง​ เพราะเจ้านายคนสวยวางกระเป๋าสะพายลงที่เดิมทันทีไม่บอกปัดปฏิเสธให้ใจห่อเหี่ยว​ คงจะหิวเหมือนกันนั่นแหละ​ ก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องครัวที่เธอใช้ทำขนมและมีโต๊ะ​กินข้าวไว้สำหรับให้ตัวเธอและน้องพนักงานมาหลบพักกลางวัน​ ปล่อยให้ผมเดินตามหลังฟังปากเล็กๆ​ น่าจูบนั่นบ่นเงียบๆ

"​บ่นเก่ง"

"ห๊ะ?"

"​เปล่า" เกือบไปแล้วมึง​ ไอ้ภูผา! 

เพื่อไม่ให้คนขี้สงสัยมองหาคำตอบจากผม​ จนจับสังเกตความพิรุธ​ที่ผมพยายามปกปิดสิ่งที่พูดออกไปตามเสียงในหัวเมื่อครู่่ได้​ เพราะงั้นผมจริงรีบเดินผ่านเข้าไปหยิบอุปกรณ์​ใส่อาหารมาจัดการเทใส่บะหมี่เกี๊ยวลงไป​ วางพร้อมเสิร์ฟ​ พร้อมกับเทน้ำเย็นๆ​ ลงแก้วทั้งของเธอและของผมอย่างรู้หน้าที่​ 

คิดอยากจะเป็นพ่อบ้านใจกล้า​ มันก็ต้องฝึกตั้งแต่วันนี้หล่ะวะ

"กินด้วย​ได้​ แต่ฉันขอจ่ายเงินนะ" 

"จ่ายเป็นอย่างอื่น"

"อะไร"​

"ยังไม่อยากบอก" 

"จิ๊​ หลายเรื่องมาก" 

"เรื่องเดียว​ แต่หลายรอบ" 

"นี่! กินไปเลยนะ" 

ตากลมโตถลึงตาใส่เป็นรอบที่สิบของวัน​ ถือว่าผมก็เก่งใช้ได้​ ที่สามารถทำให้เธอเผยท่าทางน่ามันเขี้ยวนี้ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง​ และยิ่งได้นั่งมองแก้มขาวใสเปลี่ยนเป็นสีชมพูๆ​ แบบนี้ใกล้ๆ​ ด้วยแล้ว​ ก็ยิ่งรู้สึกอยากแกล้ง​มาก แต่ก็ต้องแลกกับการโดนเธอใช้ส้อมจิ้มลูกชิ้นหมูลูกใหญ่ถึงสองลูกป้อนเข้ามาในปากโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว​ จนต้องเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำมาดื่มบรรเทาอาการสำลัก​ และคาดโทษคนหน้าระรื่นอยู่ในใจ

เมื่อไหร่จะได้เอาคืนให้หายมันเขี้ยวสักทีวะ!​

"ไม่ชอบ?" 

"เอาไว้กินทีหลังหน่ะ"

หมูแดงเนื้อนุ่มสามสี่ชิ้น​ ถูกคนตัวเล็กใช้ส้อมจิ้มแยกรวมกันเอาไว้ข้างๆ​ และเอาแต่เลือกเส้นบะหมี่แบนกับเกี๊ยวหมูใส่ปากเคี้ยวจนแก้มป่องน่างับ​ จนผมแอบคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธออาจจะกลัวอ้วน​ หรือไม่​ คงไม่ชอบเพียงแต่ไม่ได้แสดงอาการเรื่องมากออกมาให้ดูยุ่งยากจนผมรู้สึกรำคาญ​ก็เท่านั้น แต่ที่ไหนได้กลับตรงกันข้ามซะอย่างนั้น​ หึ​ โคตรน่ารัก

"แล้วนี่ได้กลับบ้านบ้างมั้ย" 

"อยากให้กลับ?" 

"ฉันถามก่อนนะ" 

"..."

"ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้อยู่จนใช้หนี้หมด" 

พอเห็นผมทำเป็นหูทวนลมไม่ตอบคำถามเธอ​ ปากเล็กๆ​ ก็ยู่เข้าหากันให้ได้เห็น กลับไปสนใจหมูแดงในชามต่อคนเดียวเงียบๆ​ ไม่ยอมปริปากพูดตั้งคำถามเหมือนก่อนหน้าอีก​ จนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติและเป็นผมเองที่ทำพลาด​ เคยได้ยินมาบ้างว่า​ เวลาที่ผู้หญิงเงียบคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด​ เพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายก็ตอนนี้​ แบบนี้ใช่ไหม?​ ที่เรียกว่า​ โดนงอน

ถามว่าผู้ชายดิบๆ​ อย่างผม​ ผู้ไม่เคยง้อใครเพราะไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องแคร์คนอื่น​ จะง้อเธอหรือเปล่า​ ตอบเลยว่า...ง้อสิวะ!​ 

คิดได้อย่างนั้น​ ผมก็รีบใช้ส้อมจิ้มลูกชิ้นหมูในชามตัวเอง​ ไปจ่อตรงปากเล็กๆ​ ให้เธอได้ชิมความอร่อยที่ในชามเธอไม่มี​ ซึ่งคนใจร้อนอย่างผมก็ใจเย็นมากพอที่จะรอเธอยอมใจอ่อนอ้าปากงับลูกชิ้นที่ผมถือวิสาสะป้อน​ ทั้งๆ​ ที่สถานะตอนนี้ไม่ควรกล้าคิดทำอะไรอย่างนี้​ แต่ผม...เฮียภูผา​ อยากทำอะไรต้องได้ทำ​ ทำเธองอน​ เพราะตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็ต้องเป็นคนง้อ​ แม้จะเพิ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่วัน​ แต่ผมรู้สึกเหมือนเห็นอนาคตตัวเองที่มันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ​ อนาคตที่ผมล็อคทุกอย่างเอาไว้

...ถ้าได้เธอเป็นเมีย​ คงต้องใส่เกียให้สุด! 

"เฮียช่วย" 

"นี่! เฮียภูผา​ ขยับไปหน่อยได้มั้ย" 

"อยากยืนตรงนี้" 

"กวนนักนะ" 

มุมปากผมยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง​ เมื่อพาตัวเองมายืนข้างๆ​ ใกล้คุณเจ้านายที่กำลังยืนล้างชามสองใบอย่างขยันขันแข็ง​ และที่ว่าใกล้​ ​อาจจะดูไม่จริงนิดหน่อย​ เพราะเวลานี้ผมแทบจะยืนซ้อนหลังบางเลยก็ว่าได้​ แถมยังใช้แขนแกร่งแทรกเข้าไปตรงช่องว่างระหว่างแขนเล็กเพื่อช่วยเธอล้างจาน​ในมือ​ จนอยู่ในท่าที่ยืนคล้องแขนกัน​ เป็นระยะที่ใกล้มากพอให้ได้สัมผัสผิวเนียนนุ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆ​ ชวนหลงใหล​ พาให้ใจอยากจะลองดีสักหน่อย

"เฮีย..."

ฟอด

"..."

"..."

แกล้งโน้มหน้าเข้าไปใกล้​ รอจังหวะให้เธอเผลอหันหน้าพาแก้มนุ่มๆ​ มาชนปลายจมูกจนคนรอได้สัมผัสความหอม​ฟอดใหญ่​ ก่อนจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แย่งชามในมือเล็กมาใช้ผ้าเช็ดให้แห้งวางกลับเข้าชั้นเรียบร้อย​ แกล้งทำเป็นไม่สนใจคนที่กำลังยืนหน้าแดงอยู่ตอนนี้

ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าอาการแบบนี้​ เรียกว่า​ 'เขิน​ หรือ​ โกรธ' แต่จากที่โดนถลึงตาใส่มาตลอดทั้งวัน​ คงจะเป็นเหตุผลหลังไม่มีผิดหรือแปรเป็นอื่นแน่

 

 

 

#อิพี่ใจดีสู้เสือตลอดดดด​ 🤭

#อ่านสบายๆ​ ก่อนน้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่25

    "นายครับ" "มึงสองคนคอยดูแลมินิน""แล้วนายละครับ" "เลือกคนที่มึงไว้ใจมาก็พอ" "ครับ" หลายวันมานี้ลูกน้องที่ผมสั่งให้คู่แฝดส่งไปคอยดูแลมินิน​เข้ามารายงานถึงความผิดปกติว่าที่ร้านของเธอมีคนไม่น่าไว้ใจคอยเทียวไปเทียวมาอยู่หน้าร้านจนผิดสังเกต​ ผมเลยให้ชาลีสืบจนได้หลักฐานว่าเป็นพวกเดียวกันกับที่ลอบยิงผมเมื่อหลายเดือนก่อน​ พวกหมาลอบกัด​ที่พยายามหาจุดอ่อนมาทำร้ายหวังให้ผมวางมือจากธุรกิจมืดและจุดอ่อนเดียวที่ผมมีอยู่ตอนนี้คือเธอ...หัวใจของผม​ เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกคนที่ผมไว้ใจมากที่สุด​ และมีความสามารถมากที่สุดคอยดูแลเธอที่ร้าน​ หรือเวลาขับรถกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ของเธอ​ที่บ้านไม่ให้คาดสายตา(เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์)​"ครับคุณเมีย" มือใหญ่หยิบมือถือราคาแพงขึ้นมากดรับสายสำคัญอย่างอารมณ์ดี​ โบกมือข้างที่ว่างส่งสัญญาณให้คนสนิทออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง​ เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัวอยากคุยกับเธอสองคนโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะแอบฟัง​จนภาพลักษณ์​ที่สร้างเอาไว้หมดความน่าเชื่อถือ เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอายุสิบแปดอีกครั้งก็ตอนนี้​ ทั้งๆ​ ที่ในความเป็นจริงผ่านมาแล้วเกือบสิบปีก็ตาม"บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกช

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่24

    สนามยิงปืนส่วนตัวที่ผมพานักเรียนใหม่มาฝึกสอนอย่างใกล้ชิด มีเพียงผมที่คอยสอนให้เธอเริ่มรู้จักอาวุธป้องกันตัวตั้งแต่ข้อทฤษฎีในชั่วโมงแรก ตามมาด้วยภาคปฏิบัติตั้งแต่วิธีการจับที่ถูกต้องและปลอดภัยกับตัวเอง มีไอ้ชาลีที่ตามมาคอยดูแลอยู่ไม่ไกล"เล็งศูนย์หน้าให้อยู่กึ่งกลางศูนย์​หลัง" "มั่นใจแล้ว​ เหนี่ยวไก" "จำได้มั้ย" "อ่าฮะ" มือใหญ่พามือเล็กจับอาวุธพกที่เหมาะกับเธอให้อยู่ในท่วงท่าที่ทะมัดทะแมง​เล็งตรงไปยังเป้าหมายข้างหน้า​ มีผมยืนซ้อนอยู่ด้านหลังยกขายาวค่อยๆ​ ดันขาเรียวให้ตั้งหลักยืนให้มั่น​ จับแขนเล็กทั้งสองข้างและไหล่บางให้อยู่ในองศาที่ถูกต้อง​ คอยกระซิบบอกข้อทฤษฎีให้เธอฟังอีกครั้ง​ รอเธอทำสมาธิและเหนี่ยวไกลงไปอย่างแน่วแน่​ เพราะเสียงที่ดังก้องทำให้มือใหญ่ยกขึ้นมาช่วยปิดหูเล็กที่มีหูฟังตัดเสียงอยู่แล้วหวังลดเสียงที่เธอได้ยินให้เบาที่สุดซึ่งคนตัวเล็กก็ทำผลงานออกมาได้ดี ไม่แสดงอาการกลัวออกมาให้เห็นแม้จะเป็นครั้งแรก​ ซึ่งเกินความคาดหมายของผมมาก"นายครับ"​"..." "ผมว่า​ นายไม่ควรพลาด" "..."จนไอ้ชาลีเอามาพูดเตือนให้ผมระวังตัว​ เมื่อเห็นตรงกลางของเป้ากระดาษเต็มไปด้วยร่องรอย​ของลูกเหล็กเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status