Masuk"ทำไมกลับมาช้าหล่ะ"
"รถติดเหรอ" "รถติด" รถติดจริง แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบอกไปเท่านั้น เพราะหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจที่คุณเจ้านายสั่งเสร็จ ผมก็แอบแวะเข้าไปบริษัทเพื่อเซ็นต์เอกสารด่วนที่ต้องอ่านรายละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงคุยเรื่องส่งของคืนนี้กับไอ้ชาลชาลีด้วย เลยทำให้เวลาล่วงเลยไปกว่าสองชั่วโมงกว่าจะกลับมาถึงร้าน โดยไม่ลืมจอดแวะซื้อบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงร้านทางผ่านตามที่ไอ้ชาลบอก หวังจะกลับมาชวนเธอกินมื้อเย็นด้วยกัน "จะกลับแล้ว?" "อ่าฮะ" "อย่าเพิ่ง" มือใหญ่ชูถุงบะหมีี่ในมือขึ้นให้เธอดู บอกเป็นนัยให้รู้ว่าอยากขอให้เธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนกินข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อ เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมแอบขำด้วยความรู้สึกตลกตัวเองอยู่เหมือนกัน คนที่เคยนั่งกินข้าวคนเดียว มีลูกน้องคอยดูแลหามาให้ วันไหนอยากจะมีเพื่อนนั่งกินด้วยก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่วันนี้...สิ่งเหล่านั้นกลับยากมาก หวังว่าเธอจะช่วยทำเรื่องเหล่านี้ให้มันง่ายขึ้นในทุกๆ วัน เจ้านายคนสวยคงไม่ใจร้ายเลือกปฏิเสธกันหรอกมั้ง "กินด้วยกัน ซื้อมาเผื่อ" "ซื้อมาเยอะเชียว แทนที่จะเก็บเงินไว้ใช้หนี้" "เหลือ เหลือ" แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะเจ้านายคนสวยวางกระเป๋าสะพายลงที่เดิมทันทีไม่บอกปัดปฏิเสธให้ใจห่อเหี่ยว คงจะหิวเหมือนกันนั่นแหละ ก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องครัวที่เธอใช้ทำขนมและมีโต๊ะกินข้าวไว้สำหรับให้ตัวเธอและน้องพนักงานมาหลบพักกลางวัน ปล่อยให้ผมเดินตามหลังฟังปากเล็กๆ น่าจูบนั่นบ่นเงียบๆ "บ่นเก่ง" "ห๊ะ?" "เปล่า" เกือบไปแล้วมึง ไอ้ภูผา! เพื่อไม่ให้คนขี้สงสัยมองหาคำตอบจากผม จนจับสังเกตความพิรุธที่ผมพยายามปกปิดสิ่งที่พูดออกไปตามเสียงในหัวเมื่อครู่่ได้ เพราะงั้นผมจริงรีบเดินผ่านเข้าไปหยิบอุปกรณ์ใส่อาหารมาจัดการเทใส่บะหมี่เกี๊ยวลงไป วางพร้อมเสิร์ฟ พร้อมกับเทน้ำเย็นๆ ลงแก้วทั้งของเธอและของผมอย่างรู้หน้าที่ คิดอยากจะเป็นพ่อบ้านใจกล้า มันก็ต้องฝึกตั้งแต่วันนี้หล่ะวะ "กินด้วยได้ แต่ฉันขอจ่ายเงินนะ" "จ่ายเป็นอย่างอื่น" "อะไร" "ยังไม่อยากบอก" "จิ๊ หลายเรื่องมาก" "เรื่องเดียว แต่หลายรอบ" "นี่! กินไปเลยนะ" ตากลมโตถลึงตาใส่เป็นรอบที่สิบของวัน ถือว่าผมก็เก่งใช้ได้ ที่สามารถทำให้เธอเผยท่าทางน่ามันเขี้ยวนี้ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง และยิ่งได้นั่งมองแก้มขาวใสเปลี่ยนเป็นสีชมพูๆ แบบนี้ใกล้ๆ ด้วยแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกอยากแกล้งมาก แต่ก็ต้องแลกกับการโดนเธอใช้ส้อมจิ้มลูกชิ้นหมูลูกใหญ่ถึงสองลูกป้อนเข้ามาในปากโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว จนต้องเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำมาดื่มบรรเทาอาการสำลัก และคาดโทษคนหน้าระรื่นอยู่ในใจ เมื่อไหร่จะได้เอาคืนให้หายมันเขี้ยวสักทีวะ! "ไม่ชอบ?" "เอาไว้กินทีหลังหน่ะ" หมูแดงเนื้อนุ่มสามสี่ชิ้น ถูกคนตัวเล็กใช้ส้อมจิ้มแยกรวมกันเอาไว้ข้างๆ และเอาแต่เลือกเส้นบะหมี่แบนกับเกี๊ยวหมูใส่ปากเคี้ยวจนแก้มป่องน่างับ จนผมแอบคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธออาจจะกลัวอ้วน หรือไม่ คงไม่ชอบเพียงแต่ไม่ได้แสดงอาการเรื่องมากออกมาให้ดูยุ่งยากจนผมรู้สึกรำคาญก็เท่านั้น แต่ที่ไหนได้กลับตรงกันข้ามซะอย่างนั้น หึ โคตรน่ารัก "แล้วนี่ได้กลับบ้านบ้างมั้ย" "อยากให้กลับ?" "ฉันถามก่อนนะ" "..." "ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้อยู่จนใช้หนี้หมด" พอเห็นผมทำเป็นหูทวนลมไม่ตอบคำถามเธอ ปากเล็กๆ ก็ยู่เข้าหากันให้ได้เห็น กลับไปสนใจหมูแดงในชามต่อคนเดียวเงียบๆ ไม่ยอมปริปากพูดตั้งคำถามเหมือนก่อนหน้าอีก จนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติและเป็นผมเองที่ทำพลาด เคยได้ยินมาบ้างว่า เวลาที่ผู้หญิงเงียบคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายก็ตอนนี้ แบบนี้ใช่ไหม? ที่เรียกว่า โดนงอน ถามว่าผู้ชายดิบๆ อย่างผม ผู้ไม่เคยง้อใครเพราะไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องแคร์คนอื่น จะง้อเธอหรือเปล่า ตอบเลยว่า...ง้อสิวะ! คิดได้อย่างนั้น ผมก็รีบใช้ส้อมจิ้มลูกชิ้นหมูในชามตัวเอง ไปจ่อตรงปากเล็กๆ ให้เธอได้ชิมความอร่อยที่ในชามเธอไม่มี ซึ่งคนใจร้อนอย่างผมก็ใจเย็นมากพอที่จะรอเธอยอมใจอ่อนอ้าปากงับลูกชิ้นที่ผมถือวิสาสะป้อน ทั้งๆ ที่สถานะตอนนี้ไม่ควรกล้าคิดทำอะไรอย่างนี้ แต่ผม...เฮียภูผา อยากทำอะไรต้องได้ทำ ทำเธองอน เพราะตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็ต้องเป็นคนง้อ แม้จะเพิ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่วัน แต่ผมรู้สึกเหมือนเห็นอนาคตตัวเองที่มันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ อนาคตที่ผมล็อคทุกอย่างเอาไว้ ...ถ้าได้เธอเป็นเมีย คงต้องใส่เกียให้สุด! "เฮียช่วย" "นี่! เฮียภูผา ขยับไปหน่อยได้มั้ย" "อยากยืนตรงนี้" "กวนนักนะ" มุมปากผมยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง เมื่อพาตัวเองมายืนข้างๆ ใกล้คุณเจ้านายที่กำลังยืนล้างชามสองใบอย่างขยันขันแข็ง และที่ว่าใกล้ อาจจะดูไม่จริงนิดหน่อย เพราะเวลานี้ผมแทบจะยืนซ้อนหลังบางเลยก็ว่าได้ แถมยังใช้แขนแกร่งแทรกเข้าไปตรงช่องว่างระหว่างแขนเล็กเพื่อช่วยเธอล้างจานในมือ จนอยู่ในท่าที่ยืนคล้องแขนกัน เป็นระยะที่ใกล้มากพอให้ได้สัมผัสผิวเนียนนุ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนหลงใหล พาให้ใจอยากจะลองดีสักหน่อย "เฮีย..." ฟอด "..." "..." แกล้งโน้มหน้าเข้าไปใกล้ รอจังหวะให้เธอเผลอหันหน้าพาแก้มนุ่มๆ มาชนปลายจมูกจนคนรอได้สัมผัสความหอมฟอดใหญ่ ก่อนจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แย่งชามในมือเล็กมาใช้ผ้าเช็ดให้แห้งวางกลับเข้าชั้นเรียบร้อย แกล้งทำเป็นไม่สนใจคนที่กำลังยืนหน้าแดงอยู่ตอนนี้ ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าอาการแบบนี้ เรียกว่า 'เขิน หรือ โกรธ' แต่จากที่โดนถลึงตาใส่มาตลอดทั้งวัน คงจะเป็นเหตุผลหลังไม่มีผิดหรือแปรเป็นอื่นแน่ #อิพี่ใจดีสู้เสือตลอดดดด 🤭 #อ่านสบายๆ ก่อนน้า"เป็นอะไรวะ หน้าซีด""มึนหัวหว่ะ""ข้าวปลาไม่กิน มัวแต่กินเด็ก สมควร""ปากดี""และกูกินข้าว"หลายวันมานี้ร่างกายของผมอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ต้องถือยาดมสมุนไพรที่คุณยายของอินทำให้ไว้ในมือตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นอาการหน้ามืดมึนศีรษะจะถาโถมเข้ามาหาคนที่เคยแข็งแรงและออกกำลังกายทุกวันอย่างผม โดนยิงมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่ล้มทั้งยืนเหมือนอย่างตอนนี้มาก่อน"เมียมึงเรียนจบยัง""สอบเสร็จเมื่อวาน""พาเมียมึงไปตรวจ""อินสบายดี มีแต่กูนี่""เบื่อหว่ะ มีแฝดโง่ๆ อย่างมึง""..."ผมก็เบื่อตัวเองเหมือนกันที่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะยกขาถีบไอ้ชาลีเหมือนเมื่อก่อน ทนนั่งฟังมันพูดสมเพชดูเวทนาผมมากจนผมอยากจะลุกจากโซฟาแล้วเดินหนีมันไปนั่งตรงอื่น ติดตรงที่โต๊ะทำงานของเราสองคนอยู่ในห้องเดียวกันและงานของผมยังเคลียร์ไม่เสร็จเลยต้องจำยอมนั่งทนแฝดนรกบ่นอยู่อย่างนี้ "กินซะ กูไปขอน้องฝ่ายขายมาให้""เออ ขอบใจ""ไม่เปรี้ยวเหรอวะ""ไม่ มันๆ อร่อยดี""ลองดิ""โคตรเปรี้ยว มึงกินเข้าไปได้ยังไงวะ""กูว่าอร่อย กูชอบ"มะม่วงเนื้อสีขาวจานใหญ่พร้อมน้ำปลาหวานหนึ่งกระปุกดูน่าอร่อยถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้า ทำผมน้ำลายสออยากลองกินสักชิ
ฟอด"อินกำลังทำรายงานอยู่นะ" "ก็ทำสิ" จุ๊บ"ก็อย่ามากวนสิ""ไม่ได้กวน"ผมนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กของผมอยู่ดีดี มีเธอนั่งอยู่ที่พื้นตรงหว่างขาตั้งหน้าตั้งตาทำรายงานไม่สนใจคนที่อุตส่าห์รีบเคลียร์งานแล้วขับรถมาหาเธอถึงบ้าน ทำงานมาเหนื่อยๆ ผมก็อยากจะหากลิ่นหอมๆ มาผ่อนคลายให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นสักหน่อย และแก้มกลมนุ่มๆ ซอกคอหอมอ่อนๆ ของคนตรงหน้าตอบโจทย์ผมมากที่สุดแน่นอนว่าหลานชายอย่างผมได้รับอนุญาตให้เข้าออกบ้านหลังนี้ได้ตามสบายจากคุณยายแล้ว แต่กว่ายัยตัวจิ๋วจะยอมเป็นเด็กดีและเข้าใจกันทำเอาผมปวดหัวจนต้องกินยาแก้ปวด ทั้งเรื่องที่ผมหายไปทำงานกับนายโดยไม่บอก เพราะผมไม่อยากให้เธอรับรู้ถึงมุมมืดอีกด้านโลกอันตรายที่อาจทำให้เธอกลัวและสถานะของนายตอนนั้นยังคงเป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครรู้ได้ แต่เรื่องที่ทำเธองอแงยกใหญ่ เห็นจะเป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่วันนั้นเกิดอุบัติเหตุที่ต่างฝ่ายต่างไม่ทันระวัง เป็นผมที่ถอยรถไปชนเธอที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาหาของในกระเป๋าตรงลานจอดรถของบริษัท ผมจึงจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและออกค่าใช้จ่ายให้เพื่อไม่ให้นายได้รับผลก
ชีวิตของฉันกลับมาเป็นอินคนเดิม คนที่ไม่เคยมีใครนอกจากคุณยาย และแต่ละวันของฉันก็ผ่านไปอย่างช้าๆ ตื่นเช้ามาใส่บาตรกับคุณยาย แล้วก็ขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปทำงานที่คาเฟ่ของพี่มินินอย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยให้สมกับที่พี่มินินเอ็นดูฉัน เลิกงานก็กลับมากินข้าวเย็นที่คุณยายทำเมนูง่ายๆ รอไว้ทุกวัน พอตกค่ำก็นั่งเรียนผ่านระบบออนไลน์ที่อาจารย์บันทึกไว้ให้ตามหลังเพื่อนๆ ตัดเรื่องที่คอยทำให้ว้าวุ่นใจออกไปพยายามไม่นึกถึงอีก ไม่แม้แต่จะเปิดห้องแชทของเขาคนนั้น ทำเหมือนว่าฉันไม่เคยมีห้องแชทห้องนั้นมาก่อน เหมือนกับที่เขาทำนั่นแหละ... "น้องอิน พาคุณยายมาหาคุณหมอเหรอจ๊ะ" "ค่ะพี่ฟ้า วันนี้คุณหมอนัดติดตามอาการค่ะ" "ดูคุณยายแข็งแรงขึ้นนะ" "กลับมาทำขนมได้นิดหน่อยแล้วค่ะ" คุณยายกับมาทำขนม ก็เพราะอยากฝากไปให้พี่มิมินและคุณมามี๊ของพี่มินินนั่นแหละ จนพี่มินินเริ่มบ่นว่าน้ำหนักตัวเองขึ้นทั้งที่หุ่นยังดีและไม่มีไขมันส่วนเกินให้เห็นเลยสักนิด แต่จะทำยังไงได้ก็คุณยายรักของเขานี่นา และแน่นอนว่าวันนี้ฉันกับคุณยายไม่ลืมที่จะถือถุงขนมไทยสองกล่องใหญ่มาฝากพี่ๆ พยาบาลและคุณหมอแทนคำขอบคุณที่ช่ว
"พี่ฟ้าคะ คุณยายของอินหายไปไหนคะ"เป็นเหมือนทุกวันหลังจากทำงานที่คาเฟ่เสร็จฉันก็รีบมาหายายที่โรงพยาบาลจนสนิทกับพี่พยาบาลทุกคนที่ช่วยดูแลคุณยายมานานหลายเดือน แต่แล้วหัวใจฉันแทบหล่นตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม เมื่อเตียงคนไข้ที่คุณยายเคยนอนรอฉันทุกวันกลับว่างเปล่า แก้วน้ำและกระบอกน้ำที่ฉันเตรียมไว้ให้ก็หายตามไปด้วย ทำฉันร้อนใจจนต้องรีบวิ่งมาถามพี่ฟ้าที่นั่งเข้าเวรอยู่ตรงเคาน์เตอร์"น้องอิน คุณยายย้ายไปห้องวีไอพีแล้วนะ""ห้องวีไอพีเหรอคะ""ใช่จ๊ะ ก็คุณชาลแฟนของน้องอินมาทำเรื่องให้ตั้งแต่เช้า" "คุณชาลเหรอ"เสียงแผ่วเบาเรียกชื่อคนคุ้นเคยออกมาด้วยความแปลกใจ ทั้งที่เมื่อคืนก็อยู่ด้วยกันแต่เขาไม่ปริปากเล่าเรื่องนี้หรือถามอะไรกับฉันเลยสักคำ แถมยังมาจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ จนฉันต้องหาโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดูแชทเผื่อว่าเขาจะส่งข้อความมาแล้วเป็นฉันที่ไม่ได้เปิดอ่าน แต่กลับมีแต่ความว่างเปล่าไม่มีเลยสักข้อความ สงสัยงานคงจะเยอะละมั้ง..."ถ้าน้องอินเข้าไปหาคุณยายแล้ว แวะไปคุยกับคุณหมอด้วยนะ คุณหมอรอคุยเรื่องการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดวันมะรืนหน่ะจ่ะ""ผ่าตัดเหรอคะ คุณยายได้คิวแล้วเหรอคะ""ใช่จ๊ะ วันมะรืน"พ
ตั้งแต่นายมีอาชีพเสริมเพิ่มขึ้นมา ก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากในทิศทางที่เรียกว่ายังไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ จากที่กลางวันทำงานบริษัทเหมือนคนทั่วไป พอตะวันตกดินก็เปลี่ยนเส้นทางงานเป็นสีเทา นอนวันละสามสี่ชั่วโมงเท่านั้น มาตอนนี้ เวลานอนเหลือวันละชั่วโมงสองชั่วโมงเท่านั้น "อื้อ จะนอน""ก็นอน"แต่ไม่เป็นไร เพราะต่อให้เวลาพักผ่อนของผมจะเหลือน้อยสักเท่าไหร่ ผมก็ยังมีเวลากลับมาเติมพลังกับยัยตัวจิ๋วที่ผมอุ้มกลับมาจากโรงพยาบาลมาไว้ที่ห้องทุกวัน เหมือนอย่างวันนี้เวลาที่ผมกลับมาถึงคอนโดก็ล่วงเลยจนเกือบเช้า แต่เพียงได้กลิ่นหอมๆ จากผิวนุ่มๆ ของยัยตัวจิ๋วความเมื่อยล้าจากงานที่ทำมามากกว่ายี่สิบชั่วโมงก็หายไปพริบตา เปลี่ยนเป็นความพลุ่งพล่านของอารมณ์จนอะไรอะไรปวดหนึบเผลอรบกวนคนที่กำลังหลับฝันหวาน ทำเสียงหวานหูส่งเสียงประท้วง ไม่รู้รึไงวะ ว่ายิ่งทำเสียงแบบนี้ ยิ่งทำให้ตัวเองไม่ได้นอนดีดี"อ๊ะ"เมื่อจมูกมีสันจากที่อยากจะทำเพียงหยอกล้อดอมดมดอกไม้สีขาวที่มีเกสรสีชมพูก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่งับปลายเกสรระบายความมันเขี้ยวที่มี ก่อนจะไล่เลียชิมรอบๆ ซ้ำรอยเดิมที่เริ่มจางลงให้ขึ้นสีใหม่ตามอารมณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ไม
"อุ้ย ตรงนั้นมีร้านไอติมนี่นา""ถ้างั้นฉันเลี้ยงไอติมนายก็แล้วกัน""..."ไม่รู้หละ! ฉันไม่รอให้เขาออกความเห็นใดใดทั้งสิ้นถือวิสาสะดึงมือใหญ่เดินตามไปร้านไอติมโฮมเมดใกล้ๆ ตามใจตัวเอง จะให้เขาจ่ายเงินเลี้ยงฉันฝ่ายเดียวได้อย่างไร จริงไหม? "สั่งสิ""เธอเลือก""งั้นเอารสชาไทยกับนมฮอกไกโดอย่างละหนึ่งลูกค่ะ""สักครู่ครับ"ในเมื่อเขาไม่ยอมเลือก และฉันก็ไม่อาจเดาใจถูกว่าเขาชอบหรือไม่ชอบไอติมรสอะไร เพราะงั้นฉันเลยเลือกรสที่ตัวเองชอบและอยากกินมาแทน รสชาไทยให้เขา ส่วนของฉันคือรสนมฮอกไกโดคนละลูกตามเงินที่มีในกระเป๋า"ยังทำงานร้านเหล้า?""ลาออกแล้ว""...""ก็หลังจากวันนั้นนั่นแหละ"อยู่ๆ เขาก็ถามถึงอาชีพที่สองของฉันขึ้นมา คงจะไปเที่ยวที่ร้านเหล้าแล้วไม่เห็นฉันก็เลยพาลให้สงสัยละมั้ง ซึ่งฉันก็ตอบออกไปตามความเป็นจริงไม่ได้ปิดบังอะไร ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วนี่นะ ใจดวงน้อยมันก็เริ่มคุ้นชินกับความเป็นเขาบ้างแล้ว แถมเขายังพามากินมื้อใหญ่อีก ฉันจะแกล้งลืมเรื่องที่เขาชอบปากไม่ดีใส่ไปก็แล้วกันว่าแต่...เวลาผู้ชายเย็นชาอย่างเขาไปนั่งร้านเหล้าแล้วเจอผู้หญิงสวยๆ จะหวั่นไหวหรือพากลับบ้านบ้างมั้ยนะ อย
"ติณว่า ติณคุ้นหน้า""คุ้นสิ เคยเห็นรูปแล้วไง""ไม่ เหมือนติณเคยเจอ" "เหรอ ที่ร้านติณละมั้ง" "อืม คงงั้น" ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายคนนึงจะไปสังสรรค์นั่งฟังเพลงตามร้านเหล้าบ้าง ยิ่งร้านของตริติณด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง เพราะบรรยากาศดี เพลงฟังเพลิน กับแกล้มก็อร่อย เครื่องดื่มก็ถูกคัดสรร
"เฮียภูผา สิบเอ็ดโมงมีออเดอร์ไปส่งที่สุขุมวิทนะ""ครับ""แล้วก็ช่วงบ่ายมีอีกสามที่ค่ะ""ครับน้องมินิน"เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่คาเฟ่ของฉันมีไรเดอร์ประจำร้านทำหน้าที่คอยส่งขนมและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่สั่งเข้ามาผ่านช่องทางโซเชียลของร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำและพนักงานออฟฟิตที่ชอบออเดอร์
"เอาจริงเหรอครับนาย""มึงมีปัญหา?""ไม่มีครับ"เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น ผมสั่งงานด่วนให้คู่แฝดชาลชาลีหาเสื้อผ้าราคาหลักร้อยมาสามสี่ชุด พร้อมกับมอเตอร์ไซค์ที่ราคาถูกกว่าบิ๊กไบค์คู่ใจถึงสิบเท่ามาเตรียมไว้ให้ ให้ผมพร้อมเริ่มงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แน่นอนว่างานแรกที่เจ้านายคนสวยสั่ง
"อยู่คนเดียว?" "อืม เพิ่งทำขนมเสร็จหน่ะ" "กำลังจะกลับคอนโด แต่ได้ยินเสียงปืนซะก่อน""ไม่ตกใจ?" "ก็ตกใจนะ แต่ไม่อยากให้ใครเป็นอะไรในพื้นที่ของฉันมากกว่า" นี่สินะ เหตุผลที่เธอตัดสินใจเรียกให้ผมเข้ามาหลบในร้านอย่างใจกล้า ถือว่าเก่งใช้ได้ เก่ง...สมกับที่จะได้มาเป็น 'เมียของผม' "แล้วนี่นายกินอะไรหรื






![ห้าผัวแซ่บเกินต้าน [6P] + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
