Share

บทที่2

last update Date de publication: 2026-02-18 21:12:57

"อยู่คนเดียว?" 

"อืม เพิ่งทำขนมเสร็จหน่ะ" 

"กำลังจะกลับคอนโด แต่ได้ยินเสียงปืนซะก่อน"

"ไม่ตกใจ?" 

"ก็ตกใจนะ แต่ไม่อยากให้ใครเป็นอะไรในพื้นที่ของฉันมากกว่า" นี่สินะ เหตุผลที่เธอตัดสินใจเรียกให้ผมเข้ามาหลบในร้านอย่างใจกล้า ถือว่าเก่งใช้ได้ เก่ง...สมกับที่จะได้มาเป็น 'เมียของผม' 

"แล้วนี่นายกินอะไรหรือยัง"

"ยัง"

ตากลมโตเหมือนตุ๊กตาช้อนขึ้นมามองหน้าตั้งตารอคำตอบอย่างใจดี ยิ่งทำใจแกร่งสั่นไหวในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชวนให้ผมอยากคิดหาวิธีได้นั่งอยู่ตรงนี้ต่ออีกหน่อย เผลอตอบออกไปตามเสียงที่ดังอยู่ในสมอง ทั้งๆ ที่เวลานี้ไม่ใช่เวลากินข้าวของผมเลยสักนิด

"งั้นรอเดี๋ยวนะ"

"อืม"

ผมพยักหน้าเล็กน้อยตอบรับอย่างไม่เรื่องมาก มองตามหลังคนใจดีเดินหายเข้าไปหลังประตูบานเลื่อนสีขาวสะอาดตา ถ้าเดาไม่ผิดหลังประตูบานนั้นคงจะเป็นห้องแห่งความลับที่เธอเก็บสูตรความอร่อยเอาไว้นั้นแหละ 

ระหว่างนั่งรอชิมฝีมือเธอครั้งแรก ผมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอีกครั้ง เพื่อเสิร์ชหาข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับเธอ อย่างน้อยก็ร้านนี้ที่พอจะมีอะไรอะไรน่าสนใจให้พอได้รู้จักเธอมากขึ้น จนกระทั่งไปเจอคอมเมนท์รีวิวร้านจากบรรดาลูกค้าที่แวะเวียนมาหลายต่อหลายข้อความที่พากันยืนยันสถานะเจ้าของร้านคนสวยว่า 'เธอโสด' ทำเอามุมปากได้รูปยกยิ้มขึ้นมาบางเบาเพราะเก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ แต่ถึงเธอ ไม่โสด ผมก็จะทำทุกวิถีทางให้ได้เธอมาอยู่ข้างกายกัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม เพราะอะไรที่เป็นของผม ก็คือ ของผม 'เธอคนนี้ก็เช่นกัน' 

ก่อนจะเก็บเครื่องมือค้นหาข้อมูลเมื่อครู่ลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม นั่งกวาดสายตามองนั่นมองนี่ไปรอบๆ ตามประสาคนหูไวตาไว ทำให้รู้ว่าอีกหนึ่งเหตุผลที่เธอไม่มีทีท่าหรือแสดงอาการกลัวคนแปลกหน้าอย่างผมเลยสักนิด ก็คือ แสงไฟสีแดงเล็กๆ ของกล้องวงจรปิดที่กำลังทำหน้าที่สอดส่องเก็บหลักฐานอยู่ทั่วร้าน ไม่รู้ว่าป่านนี้กำลังลับมีดไว้ป้องกันตัวเองจากคนน่าสงสารในสายตาเธออย่างผมหรือเปล่า หึ...ผมอาจจะต้องระวังตัวเอาไว้หน่อย

"มาแล้วๆ" 

"..."

"ของในครัวมีเท่านี้ กินได้ใช่มั้ย" 

"ได้" มาม่าผัดจานใหญ่น่าตาน่ากินในมือคนตรงหน้าพร้อมกับกลิ่นหอมๆ ชวนให้ท้องของผมส่งเสียงประท้วงเบาเบา ด้วยความอยากลองชิมรสมือของคนใจดีว่าจะอร่อยสมกับที่เป็นเจ้าของคาเฟ่หรือเปล่า เอื้อมแขนข้างที่ไม่เจ็บไปช่วยรับจานร้อนมาวางลงบนโต๊ะตัวเล็กให้สามารถใช้จับส้อมม้วนเส้นเข้าปากได้ง่าย เพราะแขนอีกข้าง ถึงแม้จะเป็นเพียงแผลที่เกิดจากการโดนกระสุนถากเข้าเนื้อความยาวไม่กี่เซน แต่ก็พอให้รู้สึกเจ็บจนต้องนิ่วหน้าทุกครั้งที่เผลอขยับผิดจังหวะ 

"ไม่กิน?"

"ไม่อะ ดึกแล้ว เดี๋ยวอ้วน"

คนใจดีตอบด้วยท่าทางสบายๆ ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติมาก มากเสียจนทำให้มาม่าผัดจานนี้จากที่อร่อยอยู่แล้วยิ่งอร่อยมากขึ้น และที่สำคัญ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกเอ็นดูเธอมากกว่าเดิม เป็นเจ้าของร้านคาเฟ่ที่มีทั้งน้ำหวานทำทั้งขนมแต่กลับกลัวอ้วนซะอย่างนั้น

ดูดูแล้ว ก็ไม่เห็นจะอ้วนตรงไหน...

"แล้วคืนนี้นายจะกลับบ้านได้เหรอ"

"ทำไม"

"ไม่กลัวโดนดักยิงรึไง"

"มะ...เอ่อ ก็กลัว" กลัวไม่ได้เจอเธออีกมากกว่า​

"เอาอย่างนี้มั้ย พักที่นี่ก่อน จ่ายค่าเช่าโดยการมาเป็นคนส่งขนมให้ร้านฉัน"

"ว่าอะไรนะ" ผมไม่ได้มีปัญหาที่เธอจะใจดีให้ผมพักที่นี่ แต่ประโยคหลังที่เธอพูด ผมอาจจะฟังผิดเพี้ยนไป

"มาเป็นคนส่งขนมให้ฉัน"

"ใคร?"

"นายไง ฉันพูดกับนายอยู่นะ"

"ฉันให้ค่าจ้างวันละ 600 บาท"

"600?" แค่ค่ากาแฟหนึ่งแก้วกับข้าวหนึ่งจานก็ไม่พอแล้วหรือเปล่าวะ 

"ใช่ มากกว่าร้านอื่นเลยนะ ที่พักก็ฟรี พอนายเก็บเงินใช้หนี้ได้​ ค่อยว่ากันอีกที"

ถึงแม้ว่าภายในใจลึกๆ จะยังรู้สึกขัดแย้งอยู่นิดหน่อย เจ้าของธุรกิจพันล้านอย่างผม กินข้าวมื้อนึงไม่ต่ำกว่าหลักพัน จ่ายเงินเดือนมือซ้ายมือขวาเป็นตัวเลขกว่าหกหลัก เปลี่ยนรถเป็นว่าเล่น แต่เธอกลับให้ผมมาเป็นลูกจ้างรายวัน แถมใจดีมีที่พักให้ น่าตลกชะมัด แต่ก็เอาเถอะ! เพื่อให้ได้เห็นหน้าเธอทุกวัน ผมควรรู้สึกดีใจและตอบตกลงข้อเสนอดีดีจากเธอทันทีถึงจะถูก

"ว่าไง ตกลงไหม"

"ตกลง"

"แล้วนายชื่ออะไร"

"ภูผา เฮียภูผา" ผมให้สิทธิ์เธอในการเรียกชื่อผมแบบนี้ คำนำหน้าแบบนี้จะมีแค่เธอเท่านั้นที่เรียกได้

กว่ามาม่าผัดจานนี้จะหมด ผมได้ใช้เวลาไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะต้องคอยคิดตอบคำถามที่เจ้านายคนใหม่สรรหามาถาม แต่ก็ไม่ผิดที่เธอจะถามให้หายสงสัย ไม่ผิดที่นายจ้างจะสัมภาษณ์พนักงานใหม่อย่างผม เพียงแต่ติดตรงที่บางคำถาม ผมอาจจะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้เธอได้ในตอนนี้ และบางคำตอบ ผมก็ไม่สามารถบอกความจริงกับเธอได้เช่นกัน จำเป็นต้องปล่อยเลยตามเลยตามที่เธอเข้าใจไปก่อน เพราะถ้าเธอรู้ว่าผมเป็นใคร ไม่แน่ว่าเธออาจจะกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้ผมแบบนี้ก็ได้

"ว่าแต่ นายมีมอเตอร์ไซค์ใช่มั้ย"

"มี"

"นอนห้องนี้ไปก่อนนะ" ห้องพักขนาดไม่ใหญ่มากของเธอที่อยู่ชั้นสอง​ กลายมาเป็นห้องพักชั่วคราวให้ลูกจ้างอย่างผม​ เป็นห้องสีขาวสะอาดตา​ ตกแต่งแบบง่ายๆ​ มีเพียงเตียงขนาดสามฟุตครึ่งพอดีตัวของเธอกับตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนหลังเล็กให้พอมีชุดเปลี่ยนเวลาที่เธออยู่ทำขนมจนดึกและไม่อยากขับรถกลับคอนโด​ แน่นอนว่าหลังจากนี้​ เธอจะมีผมเป็นคนขับรถรับส่ง​ในทุกวัน​ เหมารวมอยู่ในค่าแรงรายวัน​หกร้อยบาทนั่นแหละ

"น้องมินิน" 

"หืม"

"ขอบคุณครับ"

 

 

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่25

    "นายครับ" "มึงสองคนคอยดูแลมินิน""แล้วนายละครับ" "เลือกคนที่มึงไว้ใจมาก็พอ" "ครับ" หลายวันมานี้ลูกน้องที่ผมสั่งให้คู่แฝดส่งไปคอยดูแลมินิน​เข้ามารายงานถึงความผิดปกติว่าที่ร้านของเธอมีคนไม่น่าไว้ใจคอยเทียวไปเทียวมาอยู่หน้าร้านจนผิดสังเกต​ ผมเลยให้ชาลีสืบจนได้หลักฐานว่าเป็นพวกเดียวกันกับที่ลอบยิงผมเมื่อหลายเดือนก่อน​ พวกหมาลอบกัด​ที่พยายามหาจุดอ่อนมาทำร้ายหวังให้ผมวางมือจากธุรกิจมืดและจุดอ่อนเดียวที่ผมมีอยู่ตอนนี้คือเธอ...หัวใจของผม​ เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกคนที่ผมไว้ใจมากที่สุด​ และมีความสามารถมากที่สุดคอยดูแลเธอที่ร้าน​ หรือเวลาขับรถกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ของเธอ​ที่บ้านไม่ให้คาดสายตา(เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์)​"ครับคุณเมีย" มือใหญ่หยิบมือถือราคาแพงขึ้นมากดรับสายสำคัญอย่างอารมณ์ดี​ โบกมือข้างที่ว่างส่งสัญญาณให้คนสนิทออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง​ เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัวอยากคุยกับเธอสองคนโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะแอบฟัง​จนภาพลักษณ์​ที่สร้างเอาไว้หมดความน่าเชื่อถือ เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอายุสิบแปดอีกครั้งก็ตอนนี้​ ทั้งๆ​ ที่ในความเป็นจริงผ่านมาแล้วเกือบสิบปีก็ตาม"บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกช

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่24

    สนามยิงปืนส่วนตัวที่ผมพานักเรียนใหม่มาฝึกสอนอย่างใกล้ชิด มีเพียงผมที่คอยสอนให้เธอเริ่มรู้จักอาวุธป้องกันตัวตั้งแต่ข้อทฤษฎีในชั่วโมงแรก ตามมาด้วยภาคปฏิบัติตั้งแต่วิธีการจับที่ถูกต้องและปลอดภัยกับตัวเอง มีไอ้ชาลีที่ตามมาคอยดูแลอยู่ไม่ไกล"เล็งศูนย์หน้าให้อยู่กึ่งกลางศูนย์​หลัง" "มั่นใจแล้ว​ เหนี่ยวไก" "จำได้มั้ย" "อ่าฮะ" มือใหญ่พามือเล็กจับอาวุธพกที่เหมาะกับเธอให้อยู่ในท่วงท่าที่ทะมัดทะแมง​เล็งตรงไปยังเป้าหมายข้างหน้า​ มีผมยืนซ้อนอยู่ด้านหลังยกขายาวค่อยๆ​ ดันขาเรียวให้ตั้งหลักยืนให้มั่น​ จับแขนเล็กทั้งสองข้างและไหล่บางให้อยู่ในองศาที่ถูกต้อง​ คอยกระซิบบอกข้อทฤษฎีให้เธอฟังอีกครั้ง​ รอเธอทำสมาธิและเหนี่ยวไกลงไปอย่างแน่วแน่​ เพราะเสียงที่ดังก้องทำให้มือใหญ่ยกขึ้นมาช่วยปิดหูเล็กที่มีหูฟังตัดเสียงอยู่แล้วหวังลดเสียงที่เธอได้ยินให้เบาที่สุดซึ่งคนตัวเล็กก็ทำผลงานออกมาได้ดี ไม่แสดงอาการกลัวออกมาให้เห็นแม้จะเป็นครั้งแรก​ ซึ่งเกินความคาดหมายของผมมาก"นายครับ"​"..." "ผมว่า​ นายไม่ควรพลาด" "..."จนไอ้ชาลีเอามาพูดเตือนให้ผมระวังตัว​ เมื่อเห็นตรงกลางของเป้ากระดาษเต็มไปด้วยร่องรอย​ของลูกเหล็กเ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่23

    สายของอีกวัน​ ฉันพาร่างกายอันอ่อนล้าเดินออกมาจากห้องนอนขนาดใหญ่​ ตรงไปยังห้องครัวหาใครบางคนเพราะคิดว่าเขาต้องอยู่ตรงนั้นแน่​ แต่กลับเห็นความว่างเปล่า​ ไม่มีแม้แต่เงาให้เห็น​ ทำคิ้วผูกพันกันเป็นโบว์​ หายไปไหนของเขานะ? "นายไปวิ่งครับนายหญิง" "..."ฉันหันซ้ายมองขวาหานายหญิงตามเสียงทุ้มทางด้านหลัง​ ไม่เห็นจะมีใครอยู่สักคน​ มีก็แต่ฉันที่ยืนงงอยู่คนเดียวตรงนี้​ ก่อนจะหันกลับ​ไปทางเสียง​ต้นทาง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นชาล​ คนที่เคยไปช่วยงานที่ร้านฉันวันที่เขาไม่สบาย​ ในมือเต็มไปด้วยถุงกระดาษ​ เหมือนจะมีถุงกาแฟและอาหารเช้าจากร้านของฉันด้วย​ ฉันหลีกทางให้ชาลเดินถือของในมือไปวางลงบนไอส์แลนด์หินอ่อนสีดำขนาดใหญ่ แต่ยังคงตั้งคำถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย เพราะตลอดทางที่นั่งรถเข้ามาฉันไม่เห็นว่ามีสวนสาธารณะใกล้ๆ นี้เลย จะว่าเขาขยันขับรถออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ ก็ไม่น่าใช่!"เขาไปวิ่งที่ไหนเหรอ" "ด้านฟ้าครับ" "ฉันไปได้มั้ย" "เชิญครับ" ชาลผายมือไปข้างหน้าเล็กน้อยตามแบบฉบับสุภาพบุรุษ​เพื่อให้ฉันเดินนำไปข้างหน้า​ ฉันเลยพาตัวเองเดินตรงไปที่ลิฟต์​โดยสารที่เปรียบเสมือนประตู​เข้าออกชั้นส่วนตัวของเขา​ ก่อนที่ชาลจ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่22

    "ฮัลโหล" "ว่า?" "เย็นชาสุดๆ" "แบร่" "หึ​ ออกมาแล้ว?" "ค่ะ​ อยู่กับตริติณ​ น้องโฟ" "ครับ"​ ใครจะเชื่อว่ามาเฟียผู้เคร่งขรึม​ที่อายุใกล้เข้าเลขสามอย่างผม​ จะมีอารมณ์​มานั่งวิดิโอคอลคุยกับสาวสวยเหมือนวัยรุ่นที่เพิ่งจีบกันแบบนี้​ แค่ได้หน้าสวยๆ​ เชิดใส่ดูน่ามันเขี้ยว​ ​มุมปากของผมก็สามารถยกยิ้มขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย​ จนไอ้ชาลกับไอ้ชาลีที่นั่งอยู่ด้านหน้าพากันขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเหลือบมองผมผ่านกระจก​ แปลกตรงไหนวะ? ที่จริงงานวันนี้ผมอยากเป็นคนไปรับเธอด้วยตัวเอง​ เพราะอยากเดินควงเธอเข้างานประกาศให้ทุกคนรู้ว่าอย่าได้กล้าเข้ามายุ่งผู้หญิงของผม​ แต่ติดตรงที่เธอต้องไปแต่งหน้าทำผมเป็นเพื่อนผู้หญิงของแฝดตัวเอง​ เลยอยากจะเดินทางไปพร้อมกันที่เดียว​ ผมเลยต้องเดินเข้างานคนเดียวเหมือนเช่นทุกปี​ อาจจะต่างตรงที่ปีนี้ไม่ได้ยืนเบื่อเหมือนที่ผ่านมา "คุณภูผา​ เจอกันอีกแล้วนะคะ" "..." "มิวสิค​ พรีเซนเตอร์​ที่คุณภูผาเลือกปีที่แล้วไงคะ" "ครับ​ ทีมงานเลือกครับ" ปกติผมประหยัดคำพูดกับคนแปลกหน้ามากโดยเฉพาะกับผู้หญิง​ และยิ่งเป็นดารานางแบบด้วยแล้ว​ ผมยิ่งระวังตัวมากเป็นพิเศษเพราะไม่อยากเป็นข่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status