تسجيل الدخول"อยู่คนเดียว?"
"อืม เพิ่งทำขนมเสร็จหน่ะ" "กำลังจะกลับคอนโด แต่ได้ยินเสียงปืนซะก่อน" "ไม่ตกใจ?" "ก็ตกใจนะ แต่ไม่อยากให้ใครเป็นอะไรในพื้นที่ของฉันมากกว่า" นี่สินะ เหตุผลที่เธอตัดสินใจเรียกให้ผมเข้ามาหลบในร้านอย่างใจกล้า ถือว่าเก่งใช้ได้ เก่ง...สมกับที่จะได้มาเป็น 'เมียของผม' "แล้วนี่นายกินอะไรหรือยัง" "ยัง" ตากลมโตเหมือนตุ๊กตาช้อนขึ้นมามองหน้าตั้งตารอคำตอบอย่างใจดี ยิ่งทำใจแกร่งสั่นไหวในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชวนให้ผมอยากคิดหาวิธีได้นั่งอยู่ตรงนี้ต่ออีกหน่อย เผลอตอบออกไปตามเสียงที่ดังอยู่ในสมอง ทั้งๆ ที่เวลานี้ไม่ใช่เวลากินข้าวของผมเลยสักนิด "งั้นรอเดี๋ยวนะ" "อืม" ผมพยักหน้าเล็กน้อยตอบรับอย่างไม่เรื่องมาก มองตามหลังคนใจดีเดินหายเข้าไปหลังประตูบานเลื่อนสีขาวสะอาดตา ถ้าเดาไม่ผิดหลังประตูบานนั้นคงจะเป็นห้องแห่งความลับที่เธอเก็บสูตรความอร่อยเอาไว้นั้นแหละ ระหว่างนั่งรอชิมฝีมือเธอครั้งแรก ผมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอีกครั้ง เพื่อเสิร์ชหาข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับเธอ อย่างน้อยก็ร้านนี้ที่พอจะมีอะไรอะไรน่าสนใจให้พอได้รู้จักเธอมากขึ้น จนกระทั่งไปเจอคอมเมนท์รีวิวร้านจากบรรดาลูกค้าที่แวะเวียนมาหลายต่อหลายข้อความที่พากันยืนยันสถานะเจ้าของร้านคนสวยว่า 'เธอโสด' ทำเอามุมปากได้รูปยกยิ้มขึ้นมาบางเบาเพราะเก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ แต่ถึงเธอ ไม่โสด ผมก็จะทำทุกวิถีทางให้ได้เธอมาอยู่ข้างกายกัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม เพราะอะไรที่เป็นของผม ก็คือ ของผม 'เธอคนนี้ก็เช่นกัน' ก่อนจะเก็บเครื่องมือค้นหาข้อมูลเมื่อครู่ลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม นั่งกวาดสายตามองนั่นมองนี่ไปรอบๆ ตามประสาคนหูไวตาไว ทำให้รู้ว่าอีกหนึ่งเหตุผลที่เธอไม่มีทีท่าหรือแสดงอาการกลัวคนแปลกหน้าอย่างผมเลยสักนิด ก็คือ แสงไฟสีแดงเล็กๆ ของกล้องวงจรปิดที่กำลังทำหน้าที่สอดส่องเก็บหลักฐานอยู่ทั่วร้าน ไม่รู้ว่าป่านนี้กำลังลับมีดไว้ป้องกันตัวเองจากคนน่าสงสารในสายตาเธออย่างผมหรือเปล่า หึ...ผมอาจจะต้องระวังตัวเอาไว้หน่อย "มาแล้วๆ" "..." "ของในครัวมีเท่านี้ กินได้ใช่มั้ย" "ได้" มาม่าผัดจานใหญ่น่าตาน่ากินในมือคนตรงหน้าพร้อมกับกลิ่นหอมๆ ชวนให้ท้องของผมส่งเสียงประท้วงเบาเบา ด้วยความอยากลองชิมรสมือของคนใจดีว่าจะอร่อยสมกับที่เป็นเจ้าของคาเฟ่หรือเปล่า เอื้อมแขนข้างที่ไม่เจ็บไปช่วยรับจานร้อนมาวางลงบนโต๊ะตัวเล็กให้สามารถใช้จับส้อมม้วนเส้นเข้าปากได้ง่าย เพราะแขนอีกข้าง ถึงแม้จะเป็นเพียงแผลที่เกิดจากการโดนกระสุนถากเข้าเนื้อความยาวไม่กี่เซน แต่ก็พอให้รู้สึกเจ็บจนต้องนิ่วหน้าทุกครั้งที่เผลอขยับผิดจังหวะ "ไม่กิน?" "ไม่อะ ดึกแล้ว เดี๋ยวอ้วน" คนใจดีตอบด้วยท่าทางสบายๆ ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติมาก มากเสียจนทำให้มาม่าผัดจานนี้จากที่อร่อยอยู่แล้วยิ่งอร่อยมากขึ้น และที่สำคัญ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกเอ็นดูเธอมากกว่าเดิม เป็นเจ้าของร้านคาเฟ่ที่มีทั้งน้ำหวานทำทั้งขนมแต่กลับกลัวอ้วนซะอย่างนั้น ดูดูแล้ว ก็ไม่เห็นจะอ้วนตรงไหน... "แล้วคืนนี้นายจะกลับบ้านได้เหรอ" "ทำไม" "ไม่กลัวโดนดักยิงรึไง" "มะ...เอ่อ ก็กลัว" กลัวไม่ได้เจอเธออีกมากกว่า "เอาอย่างนี้มั้ย พักที่นี่ก่อน จ่ายค่าเช่าโดยการมาเป็นคนส่งขนมให้ร้านฉัน" "ว่าอะไรนะ" ผมไม่ได้มีปัญหาที่เธอจะใจดีให้ผมพักที่นี่ แต่ประโยคหลังที่เธอพูด ผมอาจจะฟังผิดเพี้ยนไป "มาเป็นคนส่งขนมให้ฉัน" "ใคร?" "นายไง ฉันพูดกับนายอยู่นะ" "ฉันให้ค่าจ้างวันละ 600 บาท" "600?" แค่ค่ากาแฟหนึ่งแก้วกับข้าวหนึ่งจานก็ไม่พอแล้วหรือเปล่าวะ "ใช่ มากกว่าร้านอื่นเลยนะ ที่พักก็ฟรี พอนายเก็บเงินใช้หนี้ได้ ค่อยว่ากันอีกที" ถึงแม้ว่าภายในใจลึกๆ จะยังรู้สึกขัดแย้งอยู่นิดหน่อย เจ้าของธุรกิจพันล้านอย่างผม กินข้าวมื้อนึงไม่ต่ำกว่าหลักพัน จ่ายเงินเดือนมือซ้ายมือขวาเป็นตัวเลขกว่าหกหลัก เปลี่ยนรถเป็นว่าเล่น แต่เธอกลับให้ผมมาเป็นลูกจ้างรายวัน แถมใจดีมีที่พักให้ น่าตลกชะมัด แต่ก็เอาเถอะ! เพื่อให้ได้เห็นหน้าเธอทุกวัน ผมควรรู้สึกดีใจและตอบตกลงข้อเสนอดีดีจากเธอทันทีถึงจะถูก "ว่าไง ตกลงไหม" "ตกลง" "แล้วนายชื่ออะไร" "ภูผา เฮียภูผา" ผมให้สิทธิ์เธอในการเรียกชื่อผมแบบนี้ คำนำหน้าแบบนี้จะมีแค่เธอเท่านั้นที่เรียกได้ กว่ามาม่าผัดจานนี้จะหมด ผมได้ใช้เวลาไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะต้องคอยคิดตอบคำถามที่เจ้านายคนใหม่สรรหามาถาม แต่ก็ไม่ผิดที่เธอจะถามให้หายสงสัย ไม่ผิดที่นายจ้างจะสัมภาษณ์พนักงานใหม่อย่างผม เพียงแต่ติดตรงที่บางคำถาม ผมอาจจะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้เธอได้ในตอนนี้ และบางคำตอบ ผมก็ไม่สามารถบอกความจริงกับเธอได้เช่นกัน จำเป็นต้องปล่อยเลยตามเลยตามที่เธอเข้าใจไปก่อน เพราะถ้าเธอรู้ว่าผมเป็นใคร ไม่แน่ว่าเธออาจจะกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้ผมแบบนี้ก็ได้ "ว่าแต่ นายมีมอเตอร์ไซค์ใช่มั้ย" "มี" "นอนห้องนี้ไปก่อนนะ" ห้องพักขนาดไม่ใหญ่มากของเธอที่อยู่ชั้นสอง กลายมาเป็นห้องพักชั่วคราวให้ลูกจ้างอย่างผม เป็นห้องสีขาวสะอาดตา ตกแต่งแบบง่ายๆ มีเพียงเตียงขนาดสามฟุตครึ่งพอดีตัวของเธอกับตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนหลังเล็กให้พอมีชุดเปลี่ยนเวลาที่เธออยู่ทำขนมจนดึกและไม่อยากขับรถกลับคอนโด แน่นอนว่าหลังจากนี้ เธอจะมีผมเป็นคนขับรถรับส่งในทุกวัน เหมารวมอยู่ในค่าแรงรายวันหกร้อยบาทนั่นแหละ "น้องมินิน" "หืม" "ขอบคุณครับ""เป็นอะไรวะ หน้าซีด""มึนหัวหว่ะ""ข้าวปลาไม่กิน มัวแต่กินเด็ก สมควร""ปากดี""และกูกินข้าว"หลายวันมานี้ร่างกายของผมอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ต้องถือยาดมสมุนไพรที่คุณยายของอินทำให้ไว้ในมือตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นอาการหน้ามืดมึนศีรษะจะถาโถมเข้ามาหาคนที่เคยแข็งแรงและออกกำลังกายทุกวันอย่างผม โดนยิงมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่ล้มทั้งยืนเหมือนอย่างตอนนี้มาก่อน"เมียมึงเรียนจบยัง""สอบเสร็จเมื่อวาน""พาเมียมึงไปตรวจ""อินสบายดี มีแต่กูนี่""เบื่อหว่ะ มีแฝดโง่ๆ อย่างมึง""..."ผมก็เบื่อตัวเองเหมือนกันที่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะยกขาถีบไอ้ชาลีเหมือนเมื่อก่อน ทนนั่งฟังมันพูดสมเพชดูเวทนาผมมากจนผมอยากจะลุกจากโซฟาแล้วเดินหนีมันไปนั่งตรงอื่น ติดตรงที่โต๊ะทำงานของเราสองคนอยู่ในห้องเดียวกันและงานของผมยังเคลียร์ไม่เสร็จเลยต้องจำยอมนั่งทนแฝดนรกบ่นอยู่อย่างนี้ "กินซะ กูไปขอน้องฝ่ายขายมาให้""เออ ขอบใจ""ไม่เปรี้ยวเหรอวะ""ไม่ มันๆ อร่อยดี""ลองดิ""โคตรเปรี้ยว มึงกินเข้าไปได้ยังไงวะ""กูว่าอร่อย กูชอบ"มะม่วงเนื้อสีขาวจานใหญ่พร้อมน้ำปลาหวานหนึ่งกระปุกดูน่าอร่อยถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้า ทำผมน้ำลายสออยากลองกินสักชิ
ฟอด"อินกำลังทำรายงานอยู่นะ" "ก็ทำสิ" จุ๊บ"ก็อย่ามากวนสิ""ไม่ได้กวน"ผมนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กของผมอยู่ดีดี มีเธอนั่งอยู่ที่พื้นตรงหว่างขาตั้งหน้าตั้งตาทำรายงานไม่สนใจคนที่อุตส่าห์รีบเคลียร์งานแล้วขับรถมาหาเธอถึงบ้าน ทำงานมาเหนื่อยๆ ผมก็อยากจะหากลิ่นหอมๆ มาผ่อนคลายให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นสักหน่อย และแก้มกลมนุ่มๆ ซอกคอหอมอ่อนๆ ของคนตรงหน้าตอบโจทย์ผมมากที่สุดแน่นอนว่าหลานชายอย่างผมได้รับอนุญาตให้เข้าออกบ้านหลังนี้ได้ตามสบายจากคุณยายแล้ว แต่กว่ายัยตัวจิ๋วจะยอมเป็นเด็กดีและเข้าใจกันทำเอาผมปวดหัวจนต้องกินยาแก้ปวด ทั้งเรื่องที่ผมหายไปทำงานกับนายโดยไม่บอก เพราะผมไม่อยากให้เธอรับรู้ถึงมุมมืดอีกด้านโลกอันตรายที่อาจทำให้เธอกลัวและสถานะของนายตอนนั้นยังคงเป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครรู้ได้ แต่เรื่องที่ทำเธองอแงยกใหญ่ เห็นจะเป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่วันนั้นเกิดอุบัติเหตุที่ต่างฝ่ายต่างไม่ทันระวัง เป็นผมที่ถอยรถไปชนเธอที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาหาของในกระเป๋าตรงลานจอดรถของบริษัท ผมจึงจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและออกค่าใช้จ่ายให้เพื่อไม่ให้นายได้รับผลก
ชีวิตของฉันกลับมาเป็นอินคนเดิม คนที่ไม่เคยมีใครนอกจากคุณยาย และแต่ละวันของฉันก็ผ่านไปอย่างช้าๆ ตื่นเช้ามาใส่บาตรกับคุณยาย แล้วก็ขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปทำงานที่คาเฟ่ของพี่มินินอย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยให้สมกับที่พี่มินินเอ็นดูฉัน เลิกงานก็กลับมากินข้าวเย็นที่คุณยายทำเมนูง่ายๆ รอไว้ทุกวัน พอตกค่ำก็นั่งเรียนผ่านระบบออนไลน์ที่อาจารย์บันทึกไว้ให้ตามหลังเพื่อนๆ ตัดเรื่องที่คอยทำให้ว้าวุ่นใจออกไปพยายามไม่นึกถึงอีก ไม่แม้แต่จะเปิดห้องแชทของเขาคนนั้น ทำเหมือนว่าฉันไม่เคยมีห้องแชทห้องนั้นมาก่อน เหมือนกับที่เขาทำนั่นแหละ... "น้องอิน พาคุณยายมาหาคุณหมอเหรอจ๊ะ" "ค่ะพี่ฟ้า วันนี้คุณหมอนัดติดตามอาการค่ะ" "ดูคุณยายแข็งแรงขึ้นนะ" "กลับมาทำขนมได้นิดหน่อยแล้วค่ะ" คุณยายกับมาทำขนม ก็เพราะอยากฝากไปให้พี่มิมินและคุณมามี๊ของพี่มินินนั่นแหละ จนพี่มินินเริ่มบ่นว่าน้ำหนักตัวเองขึ้นทั้งที่หุ่นยังดีและไม่มีไขมันส่วนเกินให้เห็นเลยสักนิด แต่จะทำยังไงได้ก็คุณยายรักของเขานี่นา และแน่นอนว่าวันนี้ฉันกับคุณยายไม่ลืมที่จะถือถุงขนมไทยสองกล่องใหญ่มาฝากพี่ๆ พยาบาลและคุณหมอแทนคำขอบคุณที่ช่ว
"พี่ฟ้าคะ คุณยายของอินหายไปไหนคะ"เป็นเหมือนทุกวันหลังจากทำงานที่คาเฟ่เสร็จฉันก็รีบมาหายายที่โรงพยาบาลจนสนิทกับพี่พยาบาลทุกคนที่ช่วยดูแลคุณยายมานานหลายเดือน แต่แล้วหัวใจฉันแทบหล่นตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม เมื่อเตียงคนไข้ที่คุณยายเคยนอนรอฉันทุกวันกลับว่างเปล่า แก้วน้ำและกระบอกน้ำที่ฉันเตรียมไว้ให้ก็หายตามไปด้วย ทำฉันร้อนใจจนต้องรีบวิ่งมาถามพี่ฟ้าที่นั่งเข้าเวรอยู่ตรงเคาน์เตอร์"น้องอิน คุณยายย้ายไปห้องวีไอพีแล้วนะ""ห้องวีไอพีเหรอคะ""ใช่จ๊ะ ก็คุณชาลแฟนของน้องอินมาทำเรื่องให้ตั้งแต่เช้า" "คุณชาลเหรอ"เสียงแผ่วเบาเรียกชื่อคนคุ้นเคยออกมาด้วยความแปลกใจ ทั้งที่เมื่อคืนก็อยู่ด้วยกันแต่เขาไม่ปริปากเล่าเรื่องนี้หรือถามอะไรกับฉันเลยสักคำ แถมยังมาจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ จนฉันต้องหาโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดูแชทเผื่อว่าเขาจะส่งข้อความมาแล้วเป็นฉันที่ไม่ได้เปิดอ่าน แต่กลับมีแต่ความว่างเปล่าไม่มีเลยสักข้อความ สงสัยงานคงจะเยอะละมั้ง..."ถ้าน้องอินเข้าไปหาคุณยายแล้ว แวะไปคุยกับคุณหมอด้วยนะ คุณหมอรอคุยเรื่องการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดวันมะรืนหน่ะจ่ะ""ผ่าตัดเหรอคะ คุณยายได้คิวแล้วเหรอคะ""ใช่จ๊ะ วันมะรืน"พ
ตั้งแต่นายมีอาชีพเสริมเพิ่มขึ้นมา ก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากในทิศทางที่เรียกว่ายังไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ จากที่กลางวันทำงานบริษัทเหมือนคนทั่วไป พอตะวันตกดินก็เปลี่ยนเส้นทางงานเป็นสีเทา นอนวันละสามสี่ชั่วโมงเท่านั้น มาตอนนี้ เวลานอนเหลือวันละชั่วโมงสองชั่วโมงเท่านั้น "อื้อ จะนอน""ก็นอน"แต่ไม่เป็นไร เพราะต่อให้เวลาพักผ่อนของผมจะเหลือน้อยสักเท่าไหร่ ผมก็ยังมีเวลากลับมาเติมพลังกับยัยตัวจิ๋วที่ผมอุ้มกลับมาจากโรงพยาบาลมาไว้ที่ห้องทุกวัน เหมือนอย่างวันนี้เวลาที่ผมกลับมาถึงคอนโดก็ล่วงเลยจนเกือบเช้า แต่เพียงได้กลิ่นหอมๆ จากผิวนุ่มๆ ของยัยตัวจิ๋วความเมื่อยล้าจากงานที่ทำมามากกว่ายี่สิบชั่วโมงก็หายไปพริบตา เปลี่ยนเป็นความพลุ่งพล่านของอารมณ์จนอะไรอะไรปวดหนึบเผลอรบกวนคนที่กำลังหลับฝันหวาน ทำเสียงหวานหูส่งเสียงประท้วง ไม่รู้รึไงวะ ว่ายิ่งทำเสียงแบบนี้ ยิ่งทำให้ตัวเองไม่ได้นอนดีดี"อ๊ะ"เมื่อจมูกมีสันจากที่อยากจะทำเพียงหยอกล้อดอมดมดอกไม้สีขาวที่มีเกสรสีชมพูก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่งับปลายเกสรระบายความมันเขี้ยวที่มี ก่อนจะไล่เลียชิมรอบๆ ซ้ำรอยเดิมที่เริ่มจางลงให้ขึ้นสีใหม่ตามอารมณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ไม
"อุ้ย ตรงนั้นมีร้านไอติมนี่นา""ถ้างั้นฉันเลี้ยงไอติมนายก็แล้วกัน""..."ไม่รู้หละ! ฉันไม่รอให้เขาออกความเห็นใดใดทั้งสิ้นถือวิสาสะดึงมือใหญ่เดินตามไปร้านไอติมโฮมเมดใกล้ๆ ตามใจตัวเอง จะให้เขาจ่ายเงินเลี้ยงฉันฝ่ายเดียวได้อย่างไร จริงไหม? "สั่งสิ""เธอเลือก""งั้นเอารสชาไทยกับนมฮอกไกโดอย่างละหนึ่งลูกค่ะ""สักครู่ครับ"ในเมื่อเขาไม่ยอมเลือก และฉันก็ไม่อาจเดาใจถูกว่าเขาชอบหรือไม่ชอบไอติมรสอะไร เพราะงั้นฉันเลยเลือกรสที่ตัวเองชอบและอยากกินมาแทน รสชาไทยให้เขา ส่วนของฉันคือรสนมฮอกไกโดคนละลูกตามเงินที่มีในกระเป๋า"ยังทำงานร้านเหล้า?""ลาออกแล้ว""...""ก็หลังจากวันนั้นนั่นแหละ"อยู่ๆ เขาก็ถามถึงอาชีพที่สองของฉันขึ้นมา คงจะไปเที่ยวที่ร้านเหล้าแล้วไม่เห็นฉันก็เลยพาลให้สงสัยละมั้ง ซึ่งฉันก็ตอบออกไปตามความเป็นจริงไม่ได้ปิดบังอะไร ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วนี่นะ ใจดวงน้อยมันก็เริ่มคุ้นชินกับความเป็นเขาบ้างแล้ว แถมเขายังพามากินมื้อใหญ่อีก ฉันจะแกล้งลืมเรื่องที่เขาชอบปากไม่ดีใส่ไปก็แล้วกันว่าแต่...เวลาผู้ชายเย็นชาอย่างเขาไปนั่งร้านเหล้าแล้วเจอผู้หญิงสวยๆ จะหวั่นไหวหรือพากลับบ้านบ้างมั้ยนะ อย
"น้องมินิน" "หืม" "ขับรถดีดี""อื้ม" เหมือนปกติทุกวันที่ผมมายืนรอส่งเธอขึ้นรถขับออกไปจนลับตา ทั้งที่ใจอยากจะอุ้มขึ้นไปนอนกอดเสียมากกว่า แต่ทำได้แค่คิดก่อนจะหันหลังกลับไปล็อคประตูร้าน แล้วเดินตรงไปขึ้นรถที่ไอ้ชาลจอดรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อตรงไปยังจุดนัดส่งสินค้าล็อตใหม่ปลายทางของค่ำคืนนี
"ทำไมกลับมาช้าหล่ะ" "รถติดเหรอ""รถติด" รถติดจริง แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบอกไปเท่านั้น เพราะหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจที่คุณเจ้านายสั่งเสร็จ ผมก็แอบแวะเข้าไปบริษัทเพื่อเซ็นต์เอกสารด่วนที่ต้องอ่านรายละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงคุยเรื่องส่งของคืนนี้กับไอ้ชาลชาลีด้วย เลยทำใ
"ติณว่า ติณคุ้นหน้า""คุ้นสิ เคยเห็นรูปแล้วไง""ไม่ เหมือนติณเคยเจอ" "เหรอ ที่ร้านติณละมั้ง" "อืม คงงั้น" ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายคนนึงจะไปสังสรรค์นั่งฟังเพลงตามร้านเหล้าบ้าง ยิ่งร้านของตริติณด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง เพราะบรรยากาศดี เพลงฟังเพลิน กับแกล้มก็อร่อย เครื่องดื่มก็ถูกคัดสรร
"เฮียภูผา สิบเอ็ดโมงมีออเดอร์ไปส่งที่สุขุมวิทนะ""ครับ""แล้วก็ช่วงบ่ายมีอีกสามที่ค่ะ""ครับน้องมินิน"เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่คาเฟ่ของฉันมีไรเดอร์ประจำร้านทำหน้าที่คอยส่งขนมและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่สั่งเข้ามาผ่านช่องทางโซเชียลของร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำและพนักงานออฟฟิตที่ชอบออเดอร์






![[ love of butterfly ] ผีเสื้อสามผัว (4p)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![คลั่งรัก I [พระเอกเจ้าเล่ห์ หล่อร้าย] 18+](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)