Masuk"อยู่คนเดียว?"
"อืม เพิ่งทำขนมเสร็จหน่ะ" "กำลังจะกลับคอนโด แต่ได้ยินเสียงปืนซะก่อน" "ไม่ตกใจ?" "ก็ตกใจนะ แต่ไม่อยากให้ใครเป็นอะไรในพื้นที่ของฉันมากกว่า" นี่สินะ เหตุผลที่เธอตัดสินใจเรียกให้ผมเข้ามาหลบในร้านอย่างใจกล้า ถือว่าเก่งใช้ได้ เก่ง...สมกับที่จะได้มาเป็น 'เมียของผม' "แล้วนี่นายกินอะไรหรือยัง" "ยัง" ตากลมโตเหมือนตุ๊กตาช้อนขึ้นมามองหน้าตั้งตารอคำตอบอย่างใจดี ยิ่งทำใจแกร่งสั่นไหวในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชวนให้ผมอยากคิดหาวิธีได้นั่งอยู่ตรงนี้ต่ออีกหน่อย เผลอตอบออกไปตามเสียงที่ดังอยู่ในสมอง ทั้งๆ ที่เวลานี้ไม่ใช่เวลากินข้าวของผมเลยสักนิด "งั้นรอเดี๋ยวนะ" "อืม" ผมพยักหน้าเล็กน้อยตอบรับอย่างไม่เรื่องมาก มองตามหลังคนใจดีเดินหายเข้าไปหลังประตูบานเลื่อนสีขาวสะอาดตา ถ้าเดาไม่ผิดหลังประตูบานนั้นคงจะเป็นห้องแห่งความลับที่เธอเก็บสูตรความอร่อยเอาไว้นั้นแหละ ระหว่างนั่งรอชิมฝีมือเธอครั้งแรก ผมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอีกครั้ง เพื่อเสิร์ชหาข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับเธอ อย่างน้อยก็ร้านนี้ที่พอจะมีอะไรอะไรน่าสนใจให้พอได้รู้จักเธอมากขึ้น จนกระทั่งไปเจอคอมเมนท์รีวิวร้านจากบรรดาลูกค้าที่แวะเวียนมาหลายต่อหลายข้อความที่พากันยืนยันสถานะเจ้าของร้านคนสวยว่า 'เธอโสด' ทำเอามุมปากได้รูปยกยิ้มขึ้นมาบางเบาเพราะเก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ แต่ถึงเธอ ไม่โสด ผมก็จะทำทุกวิถีทางให้ได้เธอมาอยู่ข้างกายกัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม เพราะอะไรที่เป็นของผม ก็คือ ของผม 'เธอคนนี้ก็เช่นกัน' ก่อนจะเก็บเครื่องมือค้นหาข้อมูลเมื่อครู่ลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม นั่งกวาดสายตามองนั่นมองนี่ไปรอบๆ ตามประสาคนหูไวตาไว ทำให้รู้ว่าอีกหนึ่งเหตุผลที่เธอไม่มีทีท่าหรือแสดงอาการกลัวคนแปลกหน้าอย่างผมเลยสักนิด ก็คือ แสงไฟสีแดงเล็กๆ ของกล้องวงจรปิดที่กำลังทำหน้าที่สอดส่องเก็บหลักฐานอยู่ทั่วร้าน ไม่รู้ว่าป่านนี้กำลังลับมีดไว้ป้องกันตัวเองจากคนน่าสงสารในสายตาเธออย่างผมหรือเปล่า หึ...ผมอาจจะต้องระวังตัวเอาไว้หน่อย "มาแล้วๆ" "..." "ของในครัวมีเท่านี้ กินได้ใช่มั้ย" "ได้" มาม่าผัดจานใหญ่น่าตาน่ากินในมือคนตรงหน้าพร้อมกับกลิ่นหอมๆ ชวนให้ท้องของผมส่งเสียงประท้วงเบาเบา ด้วยความอยากลองชิมรสมือของคนใจดีว่าจะอร่อยสมกับที่เป็นเจ้าของคาเฟ่หรือเปล่า เอื้อมแขนข้างที่ไม่เจ็บไปช่วยรับจานร้อนมาวางลงบนโต๊ะตัวเล็กให้สามารถใช้จับส้อมม้วนเส้นเข้าปากได้ง่าย เพราะแขนอีกข้าง ถึงแม้จะเป็นเพียงแผลที่เกิดจากการโดนกระสุนถากเข้าเนื้อความยาวไม่กี่เซน แต่ก็พอให้รู้สึกเจ็บจนต้องนิ่วหน้าทุกครั้งที่เผลอขยับผิดจังหวะ "ไม่กิน?" "ไม่อะ ดึกแล้ว เดี๋ยวอ้วน" คนใจดีตอบด้วยท่าทางสบายๆ ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติมาก มากเสียจนทำให้มาม่าผัดจานนี้จากที่อร่อยอยู่แล้วยิ่งอร่อยมากขึ้น และที่สำคัญ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกเอ็นดูเธอมากกว่าเดิม เป็นเจ้าของร้านคาเฟ่ที่มีทั้งน้ำหวานทำทั้งขนมแต่กลับกลัวอ้วนซะอย่างนั้น ดูดูแล้ว ก็ไม่เห็นจะอ้วนตรงไหน... "แล้วคืนนี้นายจะกลับบ้านได้เหรอ" "ทำไม" "ไม่กลัวโดนดักยิงรึไง" "มะ...เอ่อ ก็กลัว" กลัวไม่ได้เจอเธออีกมากกว่า "เอาอย่างนี้มั้ย พักที่นี่ก่อน จ่ายค่าเช่าโดยการมาเป็นคนส่งขนมให้ร้านฉัน" "ว่าอะไรนะ" ผมไม่ได้มีปัญหาที่เธอจะใจดีให้ผมพักที่นี่ แต่ประโยคหลังที่เธอพูด ผมอาจจะฟังผิดเพี้ยนไป "มาเป็นคนส่งขนมให้ฉัน" "ใคร?" "นายไง ฉันพูดกับนายอยู่นะ" "ฉันให้ค่าจ้างวันละ 600 บาท" "600?" แค่ค่ากาแฟหนึ่งแก้วกับข้าวหนึ่งจานก็ไม่พอแล้วหรือเปล่าวะ "ใช่ มากกว่าร้านอื่นเลยนะ ที่พักก็ฟรี พอนายเก็บเงินใช้หนี้ได้ ค่อยว่ากันอีกที" ถึงแม้ว่าภายในใจลึกๆ จะยังรู้สึกขัดแย้งอยู่นิดหน่อย เจ้าของธุรกิจพันล้านอย่างผม กินข้าวมื้อนึงไม่ต่ำกว่าหลักพัน จ่ายเงินเดือนมือซ้ายมือขวาเป็นตัวเลขกว่าหกหลัก เปลี่ยนรถเป็นว่าเล่น แต่เธอกลับให้ผมมาเป็นลูกจ้างรายวัน แถมใจดีมีที่พักให้ น่าตลกชะมัด แต่ก็เอาเถอะ! เพื่อให้ได้เห็นหน้าเธอทุกวัน ผมควรรู้สึกดีใจและตอบตกลงข้อเสนอดีดีจากเธอทันทีถึงจะถูก "ว่าไง ตกลงไหม" "ตกลง" "แล้วนายชื่ออะไร" "ภูผา เฮียภูผา" ผมให้สิทธิ์เธอในการเรียกชื่อผมแบบนี้ คำนำหน้าแบบนี้จะมีแค่เธอเท่านั้นที่เรียกได้ กว่ามาม่าผัดจานนี้จะหมด ผมได้ใช้เวลาไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะต้องคอยคิดตอบคำถามที่เจ้านายคนใหม่สรรหามาถาม แต่ก็ไม่ผิดที่เธอจะถามให้หายสงสัย ไม่ผิดที่นายจ้างจะสัมภาษณ์พนักงานใหม่อย่างผม เพียงแต่ติดตรงที่บางคำถาม ผมอาจจะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้เธอได้ในตอนนี้ และบางคำตอบ ผมก็ไม่สามารถบอกความจริงกับเธอได้เช่นกัน จำเป็นต้องปล่อยเลยตามเลยตามที่เธอเข้าใจไปก่อน เพราะถ้าเธอรู้ว่าผมเป็นใคร ไม่แน่ว่าเธออาจจะกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้ผมแบบนี้ก็ได้ "ว่าแต่ นายมีมอเตอร์ไซค์ใช่มั้ย" "มี" "นอนห้องนี้ไปก่อนนะ" ห้องพักขนาดไม่ใหญ่มากของเธอที่อยู่ชั้นสอง กลายมาเป็นห้องพักชั่วคราวให้ลูกจ้างอย่างผม เป็นห้องสีขาวสะอาดตา ตกแต่งแบบง่ายๆ มีเพียงเตียงขนาดสามฟุตครึ่งพอดีตัวของเธอกับตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนหลังเล็กให้พอมีชุดเปลี่ยนเวลาที่เธออยู่ทำขนมจนดึกและไม่อยากขับรถกลับคอนโด แน่นอนว่าหลังจากนี้ เธอจะมีผมเป็นคนขับรถรับส่งในทุกวัน เหมารวมอยู่ในค่าแรงรายวันหกร้อยบาทนั่นแหละ "น้องมินิน" "หืม" "ขอบคุณครับ""น้องอิน กลับก่อนมั้ย เดี๋ยวคุณยายรอ" "แต่อินยังไม่ได้กวาดร้านเลยค่ะ" "ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เฮียภูผาทำ" นี่คือบทลงโทษของคนหน้ามึนที่กล้าเข้ามาจู่โจมหอมแก้มเจ้านายอย่างฉัน เพราะงั้นฉันเลยใจดีให้น้องอินเลิกงานเร็วหน่อย จะได้รีบไปหาคุณยายที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวันส่วนงานทำความสะอาดร้านกวาดถูพื้น ปล่อยให้เป็นเขา พนักงานอีกคนของร้านทำหน้าที่นั้นแทน อยากชอบทำนิสัยไม่ดีใส่ฉันดีนัก ก็ต้องมีบทลงโทษบ้างไม่อย่างนั้นเขาคงได้ใจจนทำอะไรอะไรไปตามใจตัวเองมากกว่านี้ นิสัยเจ้าชู้แบบนี้ สักวันคงได้มีสาวๆ ตามมาหาถึงร้านให้ฉันได้ปวดหัวแน่"กวาดตรงนั้นด้วยสิ""เฮียเพิ่งกวาดออกมา""แต่มันยังไม่สะอาด""..."ฉันยืนอยู่ตรงนี้ยังเห็นเลยว่ามีเศษฝุ่นหลงเหลืออยู่ เขาจะมาเถียงฉันได้ยังไงกัน ยิ่งเป็นร้านที่เกี่ยวกับอาหารการกินด้วยแล้ว ผงฝุ่นแค่นิดเดียวก็ไม่ควรมีให้เห็นจนโดนลูกค้าพากันร้องเรียน ดีหน่อยที่เขาดูสงบปากสงบคำไม่ยืนเถียงเหมือนก่อนหน้า ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามที่ฉันบอกอย่างขยันขันแข็งคงจะรู้ตัวว่าตัวเองมีความผิด แต่อย่าหวังว่าฉันจะใจอ่อนจ่ายค่าแรงวันนี้ให้ เพราะเขาเป็นคนเสนอเองว่าจะไม่รับค่าแรงวันนี้ แน่นอนว
"น้องมินิน" "หืม" "ขับรถดีดี""อื้ม" เหมือนปกติทุกวันที่ผมมายืนรอส่งเธอขึ้นรถขับออกไปจนลับตา ทั้งที่ใจอยากจะอุ้มขึ้นไปนอนกอดเสียมากกว่า แต่ทำได้แค่คิดก่อนจะหันหลังกลับไปล็อคประตูร้าน แล้วเดินตรงไปขึ้นรถที่ไอ้ชาลจอดรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อตรงไปยังจุดนัดส่งสินค้าล็อตใหม่ปลายทางของค่ำคืนนี้"เช็คเรียบร้อย?""เรียบร้อยครับนาย"อาวุธล็อตใหญ่ถูกลำเลียงเข้าตู้คอนเนอร์เตรียมพร้อมให้ลูกค้าขนกลับไป ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายที่ผมวางเป้าหมายไว้ในปีนี้ เพราะอยากให้ลูกน้องที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักมาตลอดหลายเดือนได้มีวันหยุดยาวเหมือนคนอื่นบ้าง แน่นอนว่าผมก็ใจกว้างมากพอที่จะให้เงินจำนวนหนึ่งเป็นโบนัสให้ลูกน้องไว้ใช้ในช่วงเวลาพักร่างกาย ซึ่งมันก็มากพอจนผมแทบไม่ต้องจ่ายเงินเดือนไปทั้งปีเลยก็ว่าได้ ส่วนวันหยุดของผมคงไม่จำเป็น เพราะถึงแม้ว่าเจ้านายคนสวยจะอนุญาตให้ผมหยุดวันจันทร์ได้หนึ่งวัน ผมก็ใช้วันนั้นเข้าบริษัทเพื่อเคลียร์เอกสารและนัดประชุมสำคัญ แล้วรีบกลับมาช่วยงานเธอที่ร้านต่อ สาเหตุหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เธอตั้งข้อสงสัยว่าผมหายหน้าหายตาไปไหนทั้งที่ก็พักอยู่ทชั้นสองของร้าน ส่วนอีกเหตุผลก็เพราะว่
"ทำไมกลับมาช้าหล่ะ" "รถติดเหรอ""รถติด" รถติดจริง แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบอกไปเท่านั้น เพราะหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจที่คุณเจ้านายสั่งเสร็จ ผมก็แอบแวะเข้าไปบริษัทเพื่อเซ็นต์เอกสารด่วนที่ต้องอ่านรายละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงคุยเรื่องส่งของคืนนี้กับไอ้ชาลชาลีด้วย เลยทำให้เวลาล่วงเลยไปกว่าสองชั่วโมงกว่าจะกลับมาถึงร้าน โดยไม่ลืมจอดแวะซื้อบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงร้านทางผ่านตามที่ไอ้ชาลบอก หวังจะกลับมาชวนเธอกินมื้อเย็นด้วยกัน"จะกลับแล้ว?" "อ่าฮะ" "อย่าเพิ่ง" มือใหญ่ชูถุงบะหมีี่ในมือขึ้นให้เธอดู บอกเป็นนัยให้รู้ว่าอยากขอให้เธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนกินข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อ เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมแอบขำด้วยความรู้สึกตลกตัวเองอยู่เหมือนกัน คนที่เคยนั่งกินข้าวคนเดียว มีลูกน้องคอยดูแลหามาให้ วันไหนอยากจะมีเพื่อนนั่งกินด้วยก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่วันนี้...สิ่งเหล่านั้นกลับยากมาก หวังว่าเธอจะช่วยทำเรื่องเหล่านี้ให้มันง่ายขึ้นในทุกๆ วันเจ้านายคนสวยคงไม่ใจร้ายเลือกปฏิเสธกันหรอกมั้ง"กินด้วยกัน ซื้อมาเผื่อ" "ซื้อมาเยอะเชียว แทนที่จะเก็บเงินไว้ใช้หนี้""เหลือ เหลือ" แ
"ติณว่า ติณคุ้นหน้า""คุ้นสิ เคยเห็นรูปแล้วไง""ไม่ เหมือนติณเคยเจอ" "เหรอ ที่ร้านติณละมั้ง" "อืม คงงั้น" ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายคนนึงจะไปสังสรรค์นั่งฟังเพลงตามร้านเหล้าบ้าง ยิ่งร้านของตริติณด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง เพราะบรรยากาศดี เพลงฟังเพลิน กับแกล้มก็อร่อย เครื่องดื่มก็ถูกคัดสรรมาอย่างดี เพราะฉะนั้นใครไม่เคยไปถือว่าพลาดมาก ขนาดฉันเองยังแอบไปทุกครั้งเวลาที่เจ้าของร้านขี้บ่นไม่เข้าไปดูงานเลย แหม...บางทีก็อยากเปลี่ยนจากชิมคาเฟอีนมาเติมแอลกอฮอล์บ้างนี่นา จะได้ไม่เสียชื่อว่าเป็นฝาแฝดกับเจ้าของร้านเหล้า ซึ่งทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดีมาก ยกเว้นตริติณพี่ชายของมินินคนเดียว! "แล้ววันนี้ว่างเหรอ""รอไปรับโฟ" โธ่เอ้ย! ฉันก็นึกว่าเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่าฉันจะพาคนอันตรายมาไว้ใกล้ตัว ที่ไหนได้ คุณแฝดมานั่งดื่มกาแฟฟรีฆ่าเวลานี่เอง แต่ก็เอาเถอะ...ถ้าไม่ใช่น้องโฟ ฉันก็ไม่ให้ผ่านเหมือนกัน จะบังคับให้นั่งอยู่บนคานเป็นเพื่อนกันไปจนแก่เลย"ฝากเบเกิ้ลไปให้น้องโฟด้วยสิ""อืม เพิ่งแชทมาบ่นว่าหิวน้ำหวาน""งั้นรอเดี๋ยว มินินไปทำให้"เหมือนสวรรค์แกล้ง ทันทีที่ตริติณเดินออกจากร้าน
"เฮียภูผา สิบเอ็ดโมงมีออเดอร์ไปส่งที่สุขุมวิทนะ""ครับ""แล้วก็ช่วงบ่ายมีอีกสามที่ค่ะ""ครับน้องมินิน"เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่คาเฟ่ของฉันมีไรเดอร์ประจำร้านทำหน้าที่คอยส่งขนมและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่สั่งเข้ามาผ่านช่องทางโซเชียลของร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำและพนักงานออฟฟิตที่ชอบออเดอร์เข้ามาจำนวนมากเพื่อไปจัดประชุมบ้างงานวันเกิดบ้าง รวมถึงพวกเพื่อนๆ ที่แวะเวียนสับเปลี่ยนกันมาอุดหนุนไปเลี้ยงพนักงานที่บริษัท หรือบางทีก็สวมบทบาทเป็นประชาสัมพันธ์ของร้านสั่งไปให้ลูกค้าและผู้ถือหุ้นได้ชิม ล่าสุดก็คือพาย ลูกชายคุณอากายช่วยสั่งไปรับรองลูกค้าที่มาเช่าห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมเพื่อจัดประชุม และวันนั้นคืองานแรกของเขา 'เฮียภูผา' ไรเดอร์ที่ฉันรับเข้ามาทำงานแบบงงๆ คงเป็นเพราะความสงสารของตัวเองนั่นแหละ และอีกอย่างเขาก็ดูไม่มีพิษมีภัยจนน่ากลัว ถึงอย่างไร ทั้งร้านก็เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด สเปรย์พริกไทยก็มี ที่ช็อตไฟฟ้าตริติณก็เพิ่งซื้อมาให้ใหม่ ฉันเลยวางใจในระดับหนึ่ง ที่สำคัญเขาก็ดูสะอาดสะอ้านเอาการเอางานด้วย ฉันจึงลองรับเขาเข้ามาทำงานซะเลย ได้ช่วยคน แถมยังได้คนช่วยงาน ไม่ต้องรอลุ้นเวลากดห
"เอาจริงเหรอครับนาย""มึงมีปัญหา?""ไม่มีครับ"เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น ผมสั่งงานด่วนให้คู่แฝดชาลชาลีหาเสื้อผ้าราคาหลักร้อยมาสามสี่ชุด พร้อมกับมอเตอร์ไซค์ที่ราคาถูกกว่าบิ๊กไบค์คู่ใจถึงสิบเท่ามาเตรียมไว้ให้ ให้ผมพร้อมเริ่มงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แน่นอนว่างานแรกที่เจ้านายคนสวยสั่งไว้ตั้งแต่ก่อนเธอกลับคือ ขับรถไปส่งขนมที่เธออดหลับอดนอนทำเมื่อคืนให้ทันก่อนเวลาประชุมของลูกค้าที่จัดขึ้นในโรงแรมใจกลางเมือง ซึ่งมือซ้ายและลูกน้องอีกสองสามคนของผมคือหนึ่งในแผนสำรองที่ผมสั่งให้พวกมันคอยแสตนด์บายอยู่ใกล้ๆ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน งานแรกจะได้ไม่พลาด ส่งอาวุธก็ส่งมาแล้ว จะลองส่งขนมสักหน่อย คงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก และถ้าผมทำได้ดี บางทีเธออาจจะอยากขึ้นค่าแรงให้พอเป็นค่าเติมน้ำมันก็ได้"แยกย้าย""เรื่องส่งของคืนนี้ละครับนาย""หลังร้านปิดหนึ่งชั่วโมง มึงค่อยมารับกู""ครับ"ไหนๆ ผมก็เป็นลูกจ้างที่นี่แล้ว เพราะงั้นต้องทำตัวเป็นลูกจ้างที่ดีสักหน่อย เผื่อเจ้านายแอบเปิดกล้องวงจรปิดตรวจดูความเรียบร้อยจะได้มองเห็นความขยันของผม รีบขับรถมาให้ผมเห็นหน้าเป็นรางวัลที่ผมอยากได้ หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเส







