LOGIN"เอาจริงเหรอครับนาย"
"มึงมีปัญหา?" "ไม่มีครับ" เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น ผมสั่งงานด่วนให้คู่แฝดชาลชาลีหาเสื้อผ้าราคาหลักร้อยมาสามสี่ชุด พร้อมกับมอเตอร์ไซค์ที่ราคาถูกกว่าบิ๊กไบค์คู่ใจถึงสิบเท่ามาเตรียมไว้ให้ ให้ผมพร้อมเริ่มงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แน่นอนว่างานแรกที่เจ้านายคนสวยสั่งไว้ตั้งแต่ก่อนเธอกลับคือ ขับรถไปส่งขนมที่เธออดหลับอดนอนทำเมื่อคืนให้ทันก่อนเวลาประชุมของลูกค้าที่จัดขึ้นในโรงแรมใจกลางเมือง ซึ่งมือซ้ายและลูกน้องอีกสองสามคนของผมคือหนึ่งในแผนสำรองที่ผมสั่งให้พวกมันคอยแสตนด์บายอยู่ใกล้ๆ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน งานแรกจะได้ไม่พลาด ส่งอาวุธก็ส่งมาแล้ว จะลองส่งขนมสักหน่อย คงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก และถ้าผมทำได้ดี บางทีเธออาจจะอยากขึ้นค่าแรงให้พอเป็นค่าเติมน้ำมันก็ได้ "แยกย้าย" "เรื่องส่งของคืนนี้ละครับนาย" "หลังร้านปิดหนึ่งชั่วโมง มึงค่อยมารับกู" "ครับ" ไหนๆ ผมก็เป็นลูกจ้างที่นี่แล้ว เพราะงั้นต้องทำตัวเป็นลูกจ้างที่ดีสักหน่อย เผื่อเจ้านายแอบเปิดกล้องวงจรปิดตรวจดูความเรียบร้อยจะได้มองเห็นความขยันของผม รีบขับรถมาให้ผมเห็นหน้าเป็นรางวัลที่ผมอยากได้ หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ผมก็รีบพาตัวเองลงมาตรวจดูความเรียบร้อยเตรียมช่วยเธอเปิดร้าน และค่อยๆ ทยอยยกขนมที่เธอทำออกมาวางเตรียมไว้รอเธอมาจัดลงกล่องพร้อมไปส่งต่อความอร่อยให้ลูกค้า กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง "ทำอะไรหน่ะ" "ยกมาไว้ให้" "เดี๋ยวแผลก็อักเสบหรอก" รอไม่นานเสียงกระดิ่งตรงประตูก็ดังขึ้นส่งสัญญาณบอกให้รู้ว่ามีใครบางคนมา ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นคุณเจ้าของร้านคนสวย เจ้านายของผมนั่นแหละ มาพร้อมกับเสียงบ่นอุบที่เห็นผมใช้แขนข้างที่พันแผลเอาไว้ถือของ รีบก้าวเท้าเข้ามาใกล้แย่งของในมือใหญ่ไปวางบนโต๊ะแทน แล้วกลับมาสนใจแผลบนแขนแกร่งที่เวลานี้มีน้ำสีแดงซึมออกมาให้เห็น "เลือดออกเลยเห็นมั้ย" "หึ" "ยังจะขำอีก" แน่นอนว่าเสียงเอ็ดดุก็ดังให้ได้ยินทันที ตามมาด้วยตากลมโตมองค้อนวงกว้าง ดูน่ากลัวกว่าลูกปืนเมื่อคืนเสียอีก ทำขนแขนผมลุกซู่ทั้งที่ไม่เคยกลัวอะไรแบบนี้มาก่อน และไม่เคยมีใครกล้าทำท่าทางแบบนี้ใส่ผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอคือคนแรก "สงสัยวันนี้ ฉันต้องขับรถไปส่งเองก่อน" "ทำไม" คิ้วเข้มผูกเป็นปมทันที เมื่อได้ยินประโยคที่ฟังดูแล้วขัดใจ "แผลอักเสบแบบนี้ เฮียภูผาจะยกของได้ยังไง" "ฉันว่าไม่ได้หรอก" "ได้ เฮียทำได้" ก่อนจะคลายปมออกอย่างรวดเร็วเพียงแค่ได้ยินเสียงหวานเรียกชื่อในแบบที่ผมโคตรชอบ "ฉันไม่อยากเอาเปรียบลูกน้อง" "ใครรู้เข้า จะว่าฉันใจร้ายใจดำได้" ใครกล้าว่า ก็ยิงทิ้งแม่งให้หมด เสียงในหัวเถียงเธอกลับไปทันที โดยที่เธอไม่ได้ยิน สุดท้าย ผมก็ใช้ความเอาแต่ใจของตัวเองยืนยันจะเป็นคนไปส่งขนมให้ ด้วยเหตุผลที่ว่า อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย มีเจ้านายคนสวยใจดีก็ต้องตั้งใจทำงานให้เต็มที่ เธอถึงยอมให้ผมเริ่มงานตั้งแต่วันนี้ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก เปลี่ยนจากขับมอเตอร์ไซค์ มาเป็นขับรถยนต์สไตล์ญี่ปุ่นของเธอแทน มีเธอคอยเปิดแผนที่บอกทางให้อยู่ข้างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถพาแฟนไปเที่ยวดีเหมือนกัน อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ แล้วหว่ะ... "อีก 500 เมตรเลี้ยวซ้ายนะ" "ครับผม" "ใช่ ที่นี่แหละ" "จอดตรงนี้" "ครับเจ้านาย" รถญี่ปุ่นเปิดไฟกระพริบจอดรถตรงตำแหน่งที่เธอบอกอย่างว่าง่าย รอเธอกดโทรศัพท์หาลูกค้าคนแรกของวันมารับขนมหลายสิบกล่อง ส่วนผมก็หยิบแก้วกาแฟเย็นที่เธอลงมือชงให้เมื่อเช้ามาจิบเงียบๆ หวังปลุกตัวเองที่นอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงให้ตื่นเต็มตา "ฮัลโหลพาย พี่มาถึงแล้วนะ" แล้วก็ตื่นเต็มตาจนตาสว่างทันที ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนที่อยากให้เป็น แต่เป็นเพราะชื่อของคนปลายสาย พาย? ชื่อผู้ชายหรือผู้หญิงวะ? ความสงสัยอยู่กับผมเพียงไม่นาน คำเฉลยก็เดินออกมาจากประตูโรงแรม ตรงเข้ามาช่วยถือของในมือจากเจ้านายคนสวยที่ลงไปยืนรอเมื่อครู่ เป็นผู้ชายหน้าจืดดูก็รู้ว่าทั้งรูปร่างหน้าตาเป็นรองผมอยู่มาก แต่ที่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดอยู่คนเดียวก็ตรงที่ดูสนิทสนมกับเจ้านายจนน่าหมันไส้ ผมว่า...ไอ้หน้าอ่อนนี่ ไม่ใช่คนดี ยิ่งสายตาที่มันใช้มองมินินด้วยแล้ว ทำผมแทบอยากจะหาปืนมายิงลูกตามันทิ้งมาก ถ้าไม่ติดว่าสถานะของผมตอนนี้ยังไม่พร้อมจะทำอะไรอย่างนั้น ชะตาของไอ้หมอนี่ขาดกระจุยไปแล้ว ไม่มีทางได้ยืนยิ้มหน้าระรื่นแบบนี้แน่ ได้แต่เอื้อมมือไปปรับอุณหภูมิของแอร์ หวังให้ความเย็นช่วยดับความร้อนที่เกิดขึ้นข้างในให้คงที่เร็วที่สุด ปึก! "ป่ะ กลับร้านกัน" "อืม" "???" แต่อารมณ์ที่มันขึ้นเกินขีดเส้นสีส้มไปแล้ว จะให้ลดลงมาถึงเส้นสีเขียวในเวลาไม่กี่นาทีคงเป็นไปได้ยาก เลยเผลอตอบเสียงห้วนกลับไป มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงแอร์ดังกว่าเสียงเจื้อยแจ้วต่างจากขามาจนผิดสังเกต สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่พอเหลือบมองในกระจกแล้ว ก็ต้องสะดุดกับสายตาแมวดุที่กำลังจ้องเขม่น ทำเอาใจที่เคยแข็งแรงเหมือนหินผาร่วงหล่นลงไปอยู่ตาตุ่ม จนต้องคลี่คลายสถานการณ์ที่ตัวเองเป็นคนก่อพัดพาพายุที่ค่อยๆ ก่อตัวให้สงบลงเร็วที่สุด "มองทำไม?" "นี่เจ้านายนะ แค่ อืม เฉยๆ ได้เหรอ" "ครับ" "..." "กลับร้านกันครับเจ้านาย" หึ...เจ้ายศเจ้าอย่างซะด้วย!"เป็นอะไรวะ หน้าซีด""มึนหัวหว่ะ""ข้าวปลาไม่กิน มัวแต่กินเด็ก สมควร""ปากดี""และกูกินข้าว"หลายวันมานี้ร่างกายของผมอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ต้องถือยาดมสมุนไพรที่คุณยายของอินทำให้ไว้ในมือตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นอาการหน้ามืดมึนศีรษะจะถาโถมเข้ามาหาคนที่เคยแข็งแรงและออกกำลังกายทุกวันอย่างผม โดนยิงมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่ล้มทั้งยืนเหมือนอย่างตอนนี้มาก่อน"เมียมึงเรียนจบยัง""สอบเสร็จเมื่อวาน""พาเมียมึงไปตรวจ""อินสบายดี มีแต่กูนี่""เบื่อหว่ะ มีแฝดโง่ๆ อย่างมึง""..."ผมก็เบื่อตัวเองเหมือนกันที่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะยกขาถีบไอ้ชาลีเหมือนเมื่อก่อน ทนนั่งฟังมันพูดสมเพชดูเวทนาผมมากจนผมอยากจะลุกจากโซฟาแล้วเดินหนีมันไปนั่งตรงอื่น ติดตรงที่โต๊ะทำงานของเราสองคนอยู่ในห้องเดียวกันและงานของผมยังเคลียร์ไม่เสร็จเลยต้องจำยอมนั่งทนแฝดนรกบ่นอยู่อย่างนี้ "กินซะ กูไปขอน้องฝ่ายขายมาให้""เออ ขอบใจ""ไม่เปรี้ยวเหรอวะ""ไม่ มันๆ อร่อยดี""ลองดิ""โคตรเปรี้ยว มึงกินเข้าไปได้ยังไงวะ""กูว่าอร่อย กูชอบ"มะม่วงเนื้อสีขาวจานใหญ่พร้อมน้ำปลาหวานหนึ่งกระปุกดูน่าอร่อยถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้า ทำผมน้ำลายสออยากลองกินสักชิ
ฟอด"อินกำลังทำรายงานอยู่นะ" "ก็ทำสิ" จุ๊บ"ก็อย่ามากวนสิ""ไม่ได้กวน"ผมนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กของผมอยู่ดีดี มีเธอนั่งอยู่ที่พื้นตรงหว่างขาตั้งหน้าตั้งตาทำรายงานไม่สนใจคนที่อุตส่าห์รีบเคลียร์งานแล้วขับรถมาหาเธอถึงบ้าน ทำงานมาเหนื่อยๆ ผมก็อยากจะหากลิ่นหอมๆ มาผ่อนคลายให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นสักหน่อย และแก้มกลมนุ่มๆ ซอกคอหอมอ่อนๆ ของคนตรงหน้าตอบโจทย์ผมมากที่สุดแน่นอนว่าหลานชายอย่างผมได้รับอนุญาตให้เข้าออกบ้านหลังนี้ได้ตามสบายจากคุณยายแล้ว แต่กว่ายัยตัวจิ๋วจะยอมเป็นเด็กดีและเข้าใจกันทำเอาผมปวดหัวจนต้องกินยาแก้ปวด ทั้งเรื่องที่ผมหายไปทำงานกับนายโดยไม่บอก เพราะผมไม่อยากให้เธอรับรู้ถึงมุมมืดอีกด้านโลกอันตรายที่อาจทำให้เธอกลัวและสถานะของนายตอนนั้นยังคงเป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครรู้ได้ แต่เรื่องที่ทำเธองอแงยกใหญ่ เห็นจะเป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่วันนั้นเกิดอุบัติเหตุที่ต่างฝ่ายต่างไม่ทันระวัง เป็นผมที่ถอยรถไปชนเธอที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาหาของในกระเป๋าตรงลานจอดรถของบริษัท ผมจึงจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและออกค่าใช้จ่ายให้เพื่อไม่ให้นายได้รับผลก
ชีวิตของฉันกลับมาเป็นอินคนเดิม คนที่ไม่เคยมีใครนอกจากคุณยาย และแต่ละวันของฉันก็ผ่านไปอย่างช้าๆ ตื่นเช้ามาใส่บาตรกับคุณยาย แล้วก็ขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปทำงานที่คาเฟ่ของพี่มินินอย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยให้สมกับที่พี่มินินเอ็นดูฉัน เลิกงานก็กลับมากินข้าวเย็นที่คุณยายทำเมนูง่ายๆ รอไว้ทุกวัน พอตกค่ำก็นั่งเรียนผ่านระบบออนไลน์ที่อาจารย์บันทึกไว้ให้ตามหลังเพื่อนๆ ตัดเรื่องที่คอยทำให้ว้าวุ่นใจออกไปพยายามไม่นึกถึงอีก ไม่แม้แต่จะเปิดห้องแชทของเขาคนนั้น ทำเหมือนว่าฉันไม่เคยมีห้องแชทห้องนั้นมาก่อน เหมือนกับที่เขาทำนั่นแหละ... "น้องอิน พาคุณยายมาหาคุณหมอเหรอจ๊ะ" "ค่ะพี่ฟ้า วันนี้คุณหมอนัดติดตามอาการค่ะ" "ดูคุณยายแข็งแรงขึ้นนะ" "กลับมาทำขนมได้นิดหน่อยแล้วค่ะ" คุณยายกับมาทำขนม ก็เพราะอยากฝากไปให้พี่มิมินและคุณมามี๊ของพี่มินินนั่นแหละ จนพี่มินินเริ่มบ่นว่าน้ำหนักตัวเองขึ้นทั้งที่หุ่นยังดีและไม่มีไขมันส่วนเกินให้เห็นเลยสักนิด แต่จะทำยังไงได้ก็คุณยายรักของเขานี่นา และแน่นอนว่าวันนี้ฉันกับคุณยายไม่ลืมที่จะถือถุงขนมไทยสองกล่องใหญ่มาฝากพี่ๆ พยาบาลและคุณหมอแทนคำขอบคุณที่ช่ว
"พี่ฟ้าคะ คุณยายของอินหายไปไหนคะ"เป็นเหมือนทุกวันหลังจากทำงานที่คาเฟ่เสร็จฉันก็รีบมาหายายที่โรงพยาบาลจนสนิทกับพี่พยาบาลทุกคนที่ช่วยดูแลคุณยายมานานหลายเดือน แต่แล้วหัวใจฉันแทบหล่นตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม เมื่อเตียงคนไข้ที่คุณยายเคยนอนรอฉันทุกวันกลับว่างเปล่า แก้วน้ำและกระบอกน้ำที่ฉันเตรียมไว้ให้ก็หายตามไปด้วย ทำฉันร้อนใจจนต้องรีบวิ่งมาถามพี่ฟ้าที่นั่งเข้าเวรอยู่ตรงเคาน์เตอร์"น้องอิน คุณยายย้ายไปห้องวีไอพีแล้วนะ""ห้องวีไอพีเหรอคะ""ใช่จ๊ะ ก็คุณชาลแฟนของน้องอินมาทำเรื่องให้ตั้งแต่เช้า" "คุณชาลเหรอ"เสียงแผ่วเบาเรียกชื่อคนคุ้นเคยออกมาด้วยความแปลกใจ ทั้งที่เมื่อคืนก็อยู่ด้วยกันแต่เขาไม่ปริปากเล่าเรื่องนี้หรือถามอะไรกับฉันเลยสักคำ แถมยังมาจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ จนฉันต้องหาโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดูแชทเผื่อว่าเขาจะส่งข้อความมาแล้วเป็นฉันที่ไม่ได้เปิดอ่าน แต่กลับมีแต่ความว่างเปล่าไม่มีเลยสักข้อความ สงสัยงานคงจะเยอะละมั้ง..."ถ้าน้องอินเข้าไปหาคุณยายแล้ว แวะไปคุยกับคุณหมอด้วยนะ คุณหมอรอคุยเรื่องการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดวันมะรืนหน่ะจ่ะ""ผ่าตัดเหรอคะ คุณยายได้คิวแล้วเหรอคะ""ใช่จ๊ะ วันมะรืน"พ
ตั้งแต่นายมีอาชีพเสริมเพิ่มขึ้นมา ก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากในทิศทางที่เรียกว่ายังไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ จากที่กลางวันทำงานบริษัทเหมือนคนทั่วไป พอตะวันตกดินก็เปลี่ยนเส้นทางงานเป็นสีเทา นอนวันละสามสี่ชั่วโมงเท่านั้น มาตอนนี้ เวลานอนเหลือวันละชั่วโมงสองชั่วโมงเท่านั้น "อื้อ จะนอน""ก็นอน"แต่ไม่เป็นไร เพราะต่อให้เวลาพักผ่อนของผมจะเหลือน้อยสักเท่าไหร่ ผมก็ยังมีเวลากลับมาเติมพลังกับยัยตัวจิ๋วที่ผมอุ้มกลับมาจากโรงพยาบาลมาไว้ที่ห้องทุกวัน เหมือนอย่างวันนี้เวลาที่ผมกลับมาถึงคอนโดก็ล่วงเลยจนเกือบเช้า แต่เพียงได้กลิ่นหอมๆ จากผิวนุ่มๆ ของยัยตัวจิ๋วความเมื่อยล้าจากงานที่ทำมามากกว่ายี่สิบชั่วโมงก็หายไปพริบตา เปลี่ยนเป็นความพลุ่งพล่านของอารมณ์จนอะไรอะไรปวดหนึบเผลอรบกวนคนที่กำลังหลับฝันหวาน ทำเสียงหวานหูส่งเสียงประท้วง ไม่รู้รึไงวะ ว่ายิ่งทำเสียงแบบนี้ ยิ่งทำให้ตัวเองไม่ได้นอนดีดี"อ๊ะ"เมื่อจมูกมีสันจากที่อยากจะทำเพียงหยอกล้อดอมดมดอกไม้สีขาวที่มีเกสรสีชมพูก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่งับปลายเกสรระบายความมันเขี้ยวที่มี ก่อนจะไล่เลียชิมรอบๆ ซ้ำรอยเดิมที่เริ่มจางลงให้ขึ้นสีใหม่ตามอารมณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ไม
"อุ้ย ตรงนั้นมีร้านไอติมนี่นา""ถ้างั้นฉันเลี้ยงไอติมนายก็แล้วกัน""..."ไม่รู้หละ! ฉันไม่รอให้เขาออกความเห็นใดใดทั้งสิ้นถือวิสาสะดึงมือใหญ่เดินตามไปร้านไอติมโฮมเมดใกล้ๆ ตามใจตัวเอง จะให้เขาจ่ายเงินเลี้ยงฉันฝ่ายเดียวได้อย่างไร จริงไหม? "สั่งสิ""เธอเลือก""งั้นเอารสชาไทยกับนมฮอกไกโดอย่างละหนึ่งลูกค่ะ""สักครู่ครับ"ในเมื่อเขาไม่ยอมเลือก และฉันก็ไม่อาจเดาใจถูกว่าเขาชอบหรือไม่ชอบไอติมรสอะไร เพราะงั้นฉันเลยเลือกรสที่ตัวเองชอบและอยากกินมาแทน รสชาไทยให้เขา ส่วนของฉันคือรสนมฮอกไกโดคนละลูกตามเงินที่มีในกระเป๋า"ยังทำงานร้านเหล้า?""ลาออกแล้ว""...""ก็หลังจากวันนั้นนั่นแหละ"อยู่ๆ เขาก็ถามถึงอาชีพที่สองของฉันขึ้นมา คงจะไปเที่ยวที่ร้านเหล้าแล้วไม่เห็นฉันก็เลยพาลให้สงสัยละมั้ง ซึ่งฉันก็ตอบออกไปตามความเป็นจริงไม่ได้ปิดบังอะไร ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วนี่นะ ใจดวงน้อยมันก็เริ่มคุ้นชินกับความเป็นเขาบ้างแล้ว แถมเขายังพามากินมื้อใหญ่อีก ฉันจะแกล้งลืมเรื่องที่เขาชอบปากไม่ดีใส่ไปก็แล้วกันว่าแต่...เวลาผู้ชายเย็นชาอย่างเขาไปนั่งร้านเหล้าแล้วเจอผู้หญิงสวยๆ จะหวั่นไหวหรือพากลับบ้านบ้างมั้ยนะ อย
"วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ" "อืม" "แล้วมาทำไมละ" "คิดถึง"คิดถึงเหรอ? ทำไมเพียงแค่เขาพูดคำนี้ ใจฉันก็พลอยสั่นไหวไปกับคำหวานของเขาได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่ไม่ควรเผลอใจไปกับความเจ้าชู้ของเขาแท้ๆ และความแพรวพราวที่ส่งผ่านมาทางดวงตาคู่คมคอยยิ้มกรุ่มกริ่ม กับมือปลาหมึกที่ชอบทำเนียนมาโอบเอวของฉันทุกค
"น้องอิน พี่มาช่วยแล้วจ๊ะ""ยุ่งมั้ย"พอลงมาข้างล่างได้ ฉันก็รีบตรงไปหาน้องอินที่ยืนประจำอยู่ตรงเคาน์เตอร์ด้วยความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้องวุ่นอยู่คนเดียวนานสองนาน แต่ถึงอย่างนั้นน้องก็ไม่แสดงสีหน้าเหนื่อยล้าออกมาให้เห็น ยังตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ยิ้มจนตากลมโตเป็นเส้นโค้งสระอิ น่าเอ็นดูมาก ถ้าฉัน
"พี่มินิน สวัสดีค่ะ""จ๊ะ น้องอิน""ทำไมอยู่คนเดียวหล่ะ เฮียภูผาไปส่งของเหรอ""ตั้งแต่มา อินยังไม่เห็นเลยค่ะ" "อ้าวเหรอ แล้วใครเปิดร้าน""อินเองค่ะ" แปลก ทุกวันจะเป็นเขาที่ลงมาเปิดร้านตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอฉันมารับออเดอร์แรกของร้าน ต่างจากวันนี้ที่ฉันเองก็เข้ามาสายเพราะแวะไปทำธุระให้มามี๊
"น้องอิน กลับก่อนมั้ย เดี๋ยวคุณยายรอ" "แต่อินยังไม่ได้กวาดร้านเลยค่ะ" "ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เฮียภูผาทำ" นี่คือบทลงโทษของคนหน้ามึนที่กล้าเข้ามาจู่โจมหอมแก้มเจ้านายอย่างฉัน เพราะงั้นฉันเลยใจดีให้น้องอินเลิกงานเร็วหน่อย จะได้รีบไปหาคุณยายที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวันส่วนงานทำความสะอาดร้านกวาดถูพื้น ปล







