Masuk"เอาจริงเหรอครับนาย"
"มึงมีปัญหา?" "ไม่มีครับ" เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น ผมสั่งงานด่วนให้คู่แฝดชาลชาลีหาเสื้อผ้าราคาหลักร้อยมาสามสี่ชุด พร้อมกับมอเตอร์ไซค์ที่ราคาถูกกว่าบิ๊กไบค์คู่ใจถึงสิบเท่ามาเตรียมไว้ให้ ให้ผมพร้อมเริ่มงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แน่นอนว่างานแรกที่เจ้านายคนสวยสั่งไว้ตั้งแต่ก่อนเธอกลับคือ ขับรถไปส่งขนมที่เธออดหลับอดนอนทำเมื่อคืนให้ทันก่อนเวลาประชุมของลูกค้าที่จัดขึ้นในโรงแรมใจกลางเมือง ซึ่งมือซ้ายและลูกน้องอีกสองสามคนของผมคือหนึ่งในแผนสำรองที่ผมสั่งให้พวกมันคอยแสตนด์บายอยู่ใกล้ๆ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน งานแรกจะได้ไม่พลาด ส่งอาวุธก็ส่งมาแล้ว จะลองส่งขนมสักหน่อย คงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก และถ้าผมทำได้ดี บางทีเธออาจจะอยากขึ้นค่าแรงให้พอเป็นค่าเติมน้ำมันก็ได้ "แยกย้าย" "เรื่องส่งของคืนนี้ละครับนาย" "หลังร้านปิดหนึ่งชั่วโมง มึงค่อยมารับกู" "ครับ" ไหนๆ ผมก็เป็นลูกจ้างที่นี่แล้ว เพราะงั้นต้องทำตัวเป็นลูกจ้างที่ดีสักหน่อย เผื่อเจ้านายแอบเปิดกล้องวงจรปิดตรวจดูความเรียบร้อยจะได้มองเห็นความขยันของผม รีบขับรถมาให้ผมเห็นหน้าเป็นรางวัลที่ผมอยากได้ หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ผมก็รีบพาตัวเองลงมาตรวจดูความเรียบร้อยเตรียมช่วยเธอเปิดร้าน และค่อยๆ ทยอยยกขนมที่เธอทำออกมาวางเตรียมไว้รอเธอมาจัดลงกล่องพร้อมไปส่งต่อความอร่อยให้ลูกค้า กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง "ทำอะไรหน่ะ" "ยกมาไว้ให้" "เดี๋ยวแผลก็อักเสบหรอก" รอไม่นานเสียงกระดิ่งตรงประตูก็ดังขึ้นส่งสัญญาณบอกให้รู้ว่ามีใครบางคนมา ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นคุณเจ้าของร้านคนสวย เจ้านายของผมนั่นแหละ มาพร้อมกับเสียงบ่นอุบที่เห็นผมใช้แขนข้างที่พันแผลเอาไว้ถือของ รีบก้าวเท้าเข้ามาใกล้แย่งของในมือใหญ่ไปวางบนโต๊ะแทน แล้วกลับมาสนใจแผลบนแขนแกร่งที่เวลานี้มีน้ำสีแดงซึมออกมาให้เห็น "เลือดออกเลยเห็นมั้ย" "หึ" "ยังจะขำอีก" แน่นอนว่าเสียงเอ็ดดุก็ดังให้ได้ยินทันที ตามมาด้วยตากลมโตมองค้อนวงกว้าง ดูน่ากลัวกว่าลูกปืนเมื่อคืนเสียอีก ทำขนแขนผมลุกซู่ทั้งที่ไม่เคยกลัวอะไรแบบนี้มาก่อน และไม่เคยมีใครกล้าทำท่าทางแบบนี้ใส่ผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอคือคนแรก "สงสัยวันนี้ ฉันต้องขับรถไปส่งเองก่อน" "ทำไม" คิ้วเข้มผูกเป็นปมทันที เมื่อได้ยินประโยคที่ฟังดูแล้วขัดใจ "แผลอักเสบแบบนี้ เฮียภูผาจะยกของได้ยังไง" "ฉันว่าไม่ได้หรอก" "ได้ เฮียทำได้" ก่อนจะคลายปมออกอย่างรวดเร็วเพียงแค่ได้ยินเสียงหวานเรียกชื่อในแบบที่ผมโคตรชอบ "ฉันไม่อยากเอาเปรียบลูกน้อง" "ใครรู้เข้า จะว่าฉันใจร้ายใจดำได้" ใครกล้าว่า ก็ยิงทิ้งแม่งให้หมด เสียงในหัวเถียงเธอกลับไปทันที โดยที่เธอไม่ได้ยิน สุดท้าย ผมก็ใช้ความเอาแต่ใจของตัวเองยืนยันจะเป็นคนไปส่งขนมให้ ด้วยเหตุผลที่ว่า อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย มีเจ้านายคนสวยใจดีก็ต้องตั้งใจทำงานให้เต็มที่ เธอถึงยอมให้ผมเริ่มงานตั้งแต่วันนี้ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก เปลี่ยนจากขับมอเตอร์ไซค์ มาเป็นขับรถยนต์สไตล์ญี่ปุ่นของเธอแทน มีเธอคอยเปิดแผนที่บอกทางให้อยู่ข้างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถพาแฟนไปเที่ยวดีเหมือนกัน อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ แล้วหว่ะ... "อีก 500 เมตรเลี้ยวซ้ายนะ" "ครับผม" "ใช่ ที่นี่แหละ" "จอดตรงนี้" "ครับเจ้านาย" รถญี่ปุ่นเปิดไฟกระพริบจอดรถตรงตำแหน่งที่เธอบอกอย่างว่าง่าย รอเธอกดโทรศัพท์หาลูกค้าคนแรกของวันมารับขนมหลายสิบกล่อง ส่วนผมก็หยิบแก้วกาแฟเย็นที่เธอลงมือชงให้เมื่อเช้ามาจิบเงียบๆ หวังปลุกตัวเองที่นอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงให้ตื่นเต็มตา "ฮัลโหลพาย พี่มาถึงแล้วนะ" แล้วก็ตื่นเต็มตาจนตาสว่างทันที ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนที่อยากให้เป็น แต่เป็นเพราะชื่อของคนปลายสาย พาย? ชื่อผู้ชายหรือผู้หญิงวะ? ความสงสัยอยู่กับผมเพียงไม่นาน คำเฉลยก็เดินออกมาจากประตูโรงแรม ตรงเข้ามาช่วยถือของในมือจากเจ้านายคนสวยที่ลงไปยืนรอเมื่อครู่ เป็นผู้ชายหน้าจืดดูก็รู้ว่าทั้งรูปร่างหน้าตาเป็นรองผมอยู่มาก แต่ที่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดอยู่คนเดียวก็ตรงที่ดูสนิทสนมกับเจ้านายจนน่าหมันไส้ ผมว่า...ไอ้หน้าอ่อนนี่ ไม่ใช่คนดี ยิ่งสายตาที่มันใช้มองมินินด้วยแล้ว ทำผมแทบอยากจะหาปืนมายิงลูกตามันทิ้งมาก ถ้าไม่ติดว่าสถานะของผมตอนนี้ยังไม่พร้อมจะทำอะไรอย่างนั้น ชะตาของไอ้หมอนี่ขาดกระจุยไปแล้ว ไม่มีทางได้ยืนยิ้มหน้าระรื่นแบบนี้แน่ ได้แต่เอื้อมมือไปปรับอุณหภูมิของแอร์ หวังให้ความเย็นช่วยดับความร้อนที่เกิดขึ้นข้างในให้คงที่เร็วที่สุด ปึก! "ป่ะ กลับร้านกัน" "อืม" "???" แต่อารมณ์ที่มันขึ้นเกินขีดเส้นสีส้มไปแล้ว จะให้ลดลงมาถึงเส้นสีเขียวในเวลาไม่กี่นาทีคงเป็นไปได้ยาก เลยเผลอตอบเสียงห้วนกลับไป มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงแอร์ดังกว่าเสียงเจื้อยแจ้วต่างจากขามาจนผิดสังเกต สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่พอเหลือบมองในกระจกแล้ว ก็ต้องสะดุดกับสายตาแมวดุที่กำลังจ้องเขม่น ทำเอาใจที่เคยแข็งแรงเหมือนหินผาร่วงหล่นลงไปอยู่ตาตุ่ม จนต้องคลี่คลายสถานการณ์ที่ตัวเองเป็นคนก่อพัดพาพายุที่ค่อยๆ ก่อตัวให้สงบลงเร็วที่สุด "มองทำไม?" "นี่เจ้านายนะ แค่ อืม เฉยๆ ได้เหรอ" "ครับ" "..." "กลับร้านกันครับเจ้านาย" หึ...เจ้ายศเจ้าอย่างซะด้วย!"น้องอิน กลับก่อนมั้ย เดี๋ยวคุณยายรอ" "แต่อินยังไม่ได้กวาดร้านเลยค่ะ" "ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เฮียภูผาทำ" นี่คือบทลงโทษของคนหน้ามึนที่กล้าเข้ามาจู่โจมหอมแก้มเจ้านายอย่างฉัน เพราะงั้นฉันเลยใจดีให้น้องอินเลิกงานเร็วหน่อย จะได้รีบไปหาคุณยายที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวันส่วนงานทำความสะอาดร้านกวาดถูพื้น ปล่อยให้เป็นเขา พนักงานอีกคนของร้านทำหน้าที่นั้นแทน อยากชอบทำนิสัยไม่ดีใส่ฉันดีนัก ก็ต้องมีบทลงโทษบ้างไม่อย่างนั้นเขาคงได้ใจจนทำอะไรอะไรไปตามใจตัวเองมากกว่านี้ นิสัยเจ้าชู้แบบนี้ สักวันคงได้มีสาวๆ ตามมาหาถึงร้านให้ฉันได้ปวดหัวแน่"กวาดตรงนั้นด้วยสิ""เฮียเพิ่งกวาดออกมา""แต่มันยังไม่สะอาด""..."ฉันยืนอยู่ตรงนี้ยังเห็นเลยว่ามีเศษฝุ่นหลงเหลืออยู่ เขาจะมาเถียงฉันได้ยังไงกัน ยิ่งเป็นร้านที่เกี่ยวกับอาหารการกินด้วยแล้ว ผงฝุ่นแค่นิดเดียวก็ไม่ควรมีให้เห็นจนโดนลูกค้าพากันร้องเรียน ดีหน่อยที่เขาดูสงบปากสงบคำไม่ยืนเถียงเหมือนก่อนหน้า ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามที่ฉันบอกอย่างขยันขันแข็งคงจะรู้ตัวว่าตัวเองมีความผิด แต่อย่าหวังว่าฉันจะใจอ่อนจ่ายค่าแรงวันนี้ให้ เพราะเขาเป็นคนเสนอเองว่าจะไม่รับค่าแรงวันนี้ แน่นอนว
"น้องมินิน" "หืม" "ขับรถดีดี""อื้ม" เหมือนปกติทุกวันที่ผมมายืนรอส่งเธอขึ้นรถขับออกไปจนลับตา ทั้งที่ใจอยากจะอุ้มขึ้นไปนอนกอดเสียมากกว่า แต่ทำได้แค่คิดก่อนจะหันหลังกลับไปล็อคประตูร้าน แล้วเดินตรงไปขึ้นรถที่ไอ้ชาลจอดรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อตรงไปยังจุดนัดส่งสินค้าล็อตใหม่ปลายทางของค่ำคืนนี้"เช็คเรียบร้อย?""เรียบร้อยครับนาย"อาวุธล็อตใหญ่ถูกลำเลียงเข้าตู้คอนเนอร์เตรียมพร้อมให้ลูกค้าขนกลับไป ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายที่ผมวางเป้าหมายไว้ในปีนี้ เพราะอยากให้ลูกน้องที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักมาตลอดหลายเดือนได้มีวันหยุดยาวเหมือนคนอื่นบ้าง แน่นอนว่าผมก็ใจกว้างมากพอที่จะให้เงินจำนวนหนึ่งเป็นโบนัสให้ลูกน้องไว้ใช้ในช่วงเวลาพักร่างกาย ซึ่งมันก็มากพอจนผมแทบไม่ต้องจ่ายเงินเดือนไปทั้งปีเลยก็ว่าได้ ส่วนวันหยุดของผมคงไม่จำเป็น เพราะถึงแม้ว่าเจ้านายคนสวยจะอนุญาตให้ผมหยุดวันจันทร์ได้หนึ่งวัน ผมก็ใช้วันนั้นเข้าบริษัทเพื่อเคลียร์เอกสารและนัดประชุมสำคัญ แล้วรีบกลับมาช่วยงานเธอที่ร้านต่อ สาเหตุหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เธอตั้งข้อสงสัยว่าผมหายหน้าหายตาไปไหนทั้งที่ก็พักอยู่ทชั้นสองของร้าน ส่วนอีกเหตุผลก็เพราะว่
"ทำไมกลับมาช้าหล่ะ" "รถติดเหรอ""รถติด" รถติดจริง แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบอกไปเท่านั้น เพราะหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจที่คุณเจ้านายสั่งเสร็จ ผมก็แอบแวะเข้าไปบริษัทเพื่อเซ็นต์เอกสารด่วนที่ต้องอ่านรายละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงคุยเรื่องส่งของคืนนี้กับไอ้ชาลชาลีด้วย เลยทำให้เวลาล่วงเลยไปกว่าสองชั่วโมงกว่าจะกลับมาถึงร้าน โดยไม่ลืมจอดแวะซื้อบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงร้านทางผ่านตามที่ไอ้ชาลบอก หวังจะกลับมาชวนเธอกินมื้อเย็นด้วยกัน"จะกลับแล้ว?" "อ่าฮะ" "อย่าเพิ่ง" มือใหญ่ชูถุงบะหมีี่ในมือขึ้นให้เธอดู บอกเป็นนัยให้รู้ว่าอยากขอให้เธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนกินข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อ เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมแอบขำด้วยความรู้สึกตลกตัวเองอยู่เหมือนกัน คนที่เคยนั่งกินข้าวคนเดียว มีลูกน้องคอยดูแลหามาให้ วันไหนอยากจะมีเพื่อนนั่งกินด้วยก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่วันนี้...สิ่งเหล่านั้นกลับยากมาก หวังว่าเธอจะช่วยทำเรื่องเหล่านี้ให้มันง่ายขึ้นในทุกๆ วันเจ้านายคนสวยคงไม่ใจร้ายเลือกปฏิเสธกันหรอกมั้ง"กินด้วยกัน ซื้อมาเผื่อ" "ซื้อมาเยอะเชียว แทนที่จะเก็บเงินไว้ใช้หนี้""เหลือ เหลือ" แ
"ติณว่า ติณคุ้นหน้า""คุ้นสิ เคยเห็นรูปแล้วไง""ไม่ เหมือนติณเคยเจอ" "เหรอ ที่ร้านติณละมั้ง" "อืม คงงั้น" ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายคนนึงจะไปสังสรรค์นั่งฟังเพลงตามร้านเหล้าบ้าง ยิ่งร้านของตริติณด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง เพราะบรรยากาศดี เพลงฟังเพลิน กับแกล้มก็อร่อย เครื่องดื่มก็ถูกคัดสรรมาอย่างดี เพราะฉะนั้นใครไม่เคยไปถือว่าพลาดมาก ขนาดฉันเองยังแอบไปทุกครั้งเวลาที่เจ้าของร้านขี้บ่นไม่เข้าไปดูงานเลย แหม...บางทีก็อยากเปลี่ยนจากชิมคาเฟอีนมาเติมแอลกอฮอล์บ้างนี่นา จะได้ไม่เสียชื่อว่าเป็นฝาแฝดกับเจ้าของร้านเหล้า ซึ่งทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดีมาก ยกเว้นตริติณพี่ชายของมินินคนเดียว! "แล้ววันนี้ว่างเหรอ""รอไปรับโฟ" โธ่เอ้ย! ฉันก็นึกว่าเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่าฉันจะพาคนอันตรายมาไว้ใกล้ตัว ที่ไหนได้ คุณแฝดมานั่งดื่มกาแฟฟรีฆ่าเวลานี่เอง แต่ก็เอาเถอะ...ถ้าไม่ใช่น้องโฟ ฉันก็ไม่ให้ผ่านเหมือนกัน จะบังคับให้นั่งอยู่บนคานเป็นเพื่อนกันไปจนแก่เลย"ฝากเบเกิ้ลไปให้น้องโฟด้วยสิ""อืม เพิ่งแชทมาบ่นว่าหิวน้ำหวาน""งั้นรอเดี๋ยว มินินไปทำให้"เหมือนสวรรค์แกล้ง ทันทีที่ตริติณเดินออกจากร้าน
"เฮียภูผา สิบเอ็ดโมงมีออเดอร์ไปส่งที่สุขุมวิทนะ""ครับ""แล้วก็ช่วงบ่ายมีอีกสามที่ค่ะ""ครับน้องมินิน"เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่คาเฟ่ของฉันมีไรเดอร์ประจำร้านทำหน้าที่คอยส่งขนมและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่สั่งเข้ามาผ่านช่องทางโซเชียลของร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำและพนักงานออฟฟิตที่ชอบออเดอร์เข้ามาจำนวนมากเพื่อไปจัดประชุมบ้างงานวันเกิดบ้าง รวมถึงพวกเพื่อนๆ ที่แวะเวียนสับเปลี่ยนกันมาอุดหนุนไปเลี้ยงพนักงานที่บริษัท หรือบางทีก็สวมบทบาทเป็นประชาสัมพันธ์ของร้านสั่งไปให้ลูกค้าและผู้ถือหุ้นได้ชิม ล่าสุดก็คือพาย ลูกชายคุณอากายช่วยสั่งไปรับรองลูกค้าที่มาเช่าห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมเพื่อจัดประชุม และวันนั้นคืองานแรกของเขา 'เฮียภูผา' ไรเดอร์ที่ฉันรับเข้ามาทำงานแบบงงๆ คงเป็นเพราะความสงสารของตัวเองนั่นแหละ และอีกอย่างเขาก็ดูไม่มีพิษมีภัยจนน่ากลัว ถึงอย่างไร ทั้งร้านก็เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด สเปรย์พริกไทยก็มี ที่ช็อตไฟฟ้าตริติณก็เพิ่งซื้อมาให้ใหม่ ฉันเลยวางใจในระดับหนึ่ง ที่สำคัญเขาก็ดูสะอาดสะอ้านเอาการเอางานด้วย ฉันจึงลองรับเขาเข้ามาทำงานซะเลย ได้ช่วยคน แถมยังได้คนช่วยงาน ไม่ต้องรอลุ้นเวลากดห
"เอาจริงเหรอครับนาย""มึงมีปัญหา?""ไม่มีครับ"เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น ผมสั่งงานด่วนให้คู่แฝดชาลชาลีหาเสื้อผ้าราคาหลักร้อยมาสามสี่ชุด พร้อมกับมอเตอร์ไซค์ที่ราคาถูกกว่าบิ๊กไบค์คู่ใจถึงสิบเท่ามาเตรียมไว้ให้ ให้ผมพร้อมเริ่มงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แน่นอนว่างานแรกที่เจ้านายคนสวยสั่งไว้ตั้งแต่ก่อนเธอกลับคือ ขับรถไปส่งขนมที่เธออดหลับอดนอนทำเมื่อคืนให้ทันก่อนเวลาประชุมของลูกค้าที่จัดขึ้นในโรงแรมใจกลางเมือง ซึ่งมือซ้ายและลูกน้องอีกสองสามคนของผมคือหนึ่งในแผนสำรองที่ผมสั่งให้พวกมันคอยแสตนด์บายอยู่ใกล้ๆ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน งานแรกจะได้ไม่พลาด ส่งอาวุธก็ส่งมาแล้ว จะลองส่งขนมสักหน่อย คงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก และถ้าผมทำได้ดี บางทีเธออาจจะอยากขึ้นค่าแรงให้พอเป็นค่าเติมน้ำมันก็ได้"แยกย้าย""เรื่องส่งของคืนนี้ละครับนาย""หลังร้านปิดหนึ่งชั่วโมง มึงค่อยมารับกู""ครับ"ไหนๆ ผมก็เป็นลูกจ้างที่นี่แล้ว เพราะงั้นต้องทำตัวเป็นลูกจ้างที่ดีสักหน่อย เผื่อเจ้านายแอบเปิดกล้องวงจรปิดตรวจดูความเรียบร้อยจะได้มองเห็นความขยันของผม รีบขับรถมาให้ผมเห็นหน้าเป็นรางวัลที่ผมอยากได้ หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเส







