Share

บทที่5

last update publish date: 2026-02-18 21:13:56

"ติณว่า​ ติณคุ้นหน้า"

"คุ้นสิ​ เคยเห็นรูปแล้วไง"

"ไม่​ เหมือนติณเคยเจอ" 

"เหรอ​ ที่ร้านติณละมั้ง" 

"อืม​ คงงั้น" 

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายคนนึงจะไปสังสรรค์​นั่งฟังเพลง​ตามร้านเหล้าบ้าง​ ยิ่งร้านของตริติณด้วยแล้ว​ ไม่ต้องพูดถึง​ เพราะบรรยากาศดี​ เพลงฟังเพลิน​ กับแกล้มก็อร่อย​ เครื่องดื่มก็ถูกคัดสรรมาอย่างดี เพราะฉะนั้นใครไม่เคยไปถือว่าพลาดมาก​ ขนาดฉันเองยังแอบไปทุกครั้งเวลาที่เจ้าของร้านขี้บ่นไม่เข้าไปดูงานเลย​ 

แหม...บางทีก็อยากเปลี่ยนจากชิมคาเฟอีนมาเติมแอลกอฮอล์​บ้างนี่นา​ จะได้ไม่เสียชื่อว่าเป็นฝาแฝดกับเจ้าของร้านเหล้า​ ซึ่งทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดีมาก​ ยกเว้นตริติณพี่ชายของมินินคนเดียว! 

"แล้ววันนี้ว่างเหรอ"​

"รอไปรับโฟ" 

โธ่เอ้ย! ฉันก็นึกว่าเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่าฉันจะพาคนอันตรายมาไว้ใกล้ตัว​ ที่ไหนได้​ คุณแฝดมานั่งดื่มกาแฟฟรีฆ่าเวลานี่เอง​ แต่ก็เอาเถอะ...ถ้าไม่ใช่น้องโฟ​ ฉันก็ไม่ให้ผ่านเหมือนกัน​ จะบังคับให้นั่งอยู่บนคานเป็นเพื่อนกันไปจนแก่เลย

"ฝากเบเกิ้ลไปให้น้องโฟด้วยสิ"​

"อืม​ เพิ่งแชทมาบ่นว่าหิวน้ำหวาน"

"งั้นรอเดี๋ยว​ มินินไปทำให้"

เหมือนสวรรค์​แกล้ง​ ทันทีที่ตริติณเดินออกจากร้านจนลับตาไป​ คนที่แฝดอยากเห็นหน้าที่สุดก็เดินเปิดประตูเข้ามาในเวลาห่างกันเพียงเสี้ยวนาที​ เหมือนบอกให้รู้ว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะต้องทำความรู้จักกัน​ ต่างจากน้องอินที่ผ่านการคัดเลือกมาทุกด่านแล้ว​ ทุกด่านที่ว่าก็คือ​ มามี๊และตริติณที่ฉันชวนมานั่งชิมเครื่องดื่มที่น้องทำและพูดคุยด้วยกัน​ เพราะงั้นความเป็นห่วงเรื่องไว้ใจคนของฉันที่ตริติณมีจึงไม่มากเท่าไรเดอร์​คนนี้

"ร้อนเหรอ"​

"ร้อนมาก" 

"อเมริกาโน่น้ำส้มสักแก้วมั้ย​ ฉันชงให้" 

"​ครับผม" 

ระหว่างรอน้องอินเตรียมขนมให้เฮียภูผาไปส่งลูกค้า​ ฉันเลยรีบหมุนตัวไปยืนตรงเครื่องชงกาแฟลงมือทำอเมริกา​โน่น้ำส้มให้เขาไว้ดื่มระหว่างทางช่วงเวลารถติดไฟแดงเพื่อคลายร้อน​ เผื่อจะช่วยลดอาการผิวแดงบนใบหน้าที่เกิดจากแสงแดดร้อนที่อุณหภูมิสูงถึงเกือบสามสิบเก้าองศาลงได้บ้าง​ พร้อมกับหาผ้าผืนเล็กยื่นให้เขาซับเหงื่อที่ผุดให้เห็นตามกรอบหน้า​ บอกแล้วไงว่า...ฉันเป็นเจ้านายที่ใจดีที่สุด

"ได้แล้วค่ะ" 

"..."

และความใจดีของฉัน​ เลยทำให้เขาถือวิสาสะปีนเกลียวอย่างใจกล้า​ ก้มลงมาดื่มกาแฟในแก้วเก็บความเย็นทีี่มีหลอดเตรียมไว้ให้พร้อมในมือของฉันอย่างหน้าตาเฉย​ พลอยทำให้ภาพที่ออกมาตอนนี้​ เหมือนว่าฉันกำลังยืนป้อนน้ำเขาอย่างไรอย่างนั้น​ จนฉันเองจากที่ไม่ได้คิดเป็นอื่นใด​ กลับสัมผัสได้ถึงอาการเห่อร้อนบนใบหน้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ​ เมื่อตอนตาคู่คมดูกรุ่มกริ่มเหลือบขึ้นมาสบตากัน​ ดูเจ้าชู้ชะมัด! เจ้าชู้ซะจนฉันอยากจะลองใช้นิ้วจิ้มตาเจ้าเล่ห์​นั่นสักที

"เดี๋ยวเถอะ!" 

"หึ​ ก็คิดว่าอยากป้อน" 

"หักเงินซะดีมั้ย" 

"ใจร้ายไปรึเปล่าครับเจ้านาย" 

ถึงจะทำเหมือนว่ากลัวโดนฉันหักเงินค่าแรง ยกมือขึ้นทั้งสองข้างเหมือนยกธงขาวยอมแพ้แล้ว​ แต่ความเป็นจริงนั้น​ ดูสวนทางกับความเจ้าเล่ห์​และความร้ายกาจที่ถ่ายทอดออกมาผ่านแววตาเสือโคร่งคู่นั้นมาก​ มากเสียจนทำฉันอยากจะฟาดเข้าให้สักที​ แต่ใจก็กลัวจะเผลอไปตีซ้ำตำแหน่งเดิมที่เป็นแผล​เหมือนรอบก่อน เลยทำได้แต่ถลึงตาใส่มองเขาอย่างคาดโทษ​ เพื่อให้เขานึกกลัวเจ้านายอย่างฉันบ้าง​ 

แต่เชื่อเถอะ...เขาหน่ะ​ ไม่กลัวไม่เกรงฉันหรอก​ มีแต่จะกวนประสาทกันมากขึ้นเสียมากกว่า

"เฮียรีบไปรีบกลับ" 

"เอาค่าน้ำมันมั้ย"

"อยากเอาอย่างอื่น" 

"เฮีย​ ภู​ ผา!" 

เห็นไหมหล่ะ? ​ ที่ฉันพูดคือเรื่องจริง! ต่อไปฉันคงต้องระวังคำพูดที่ใช้พูดกับตาเฮียภูผานี่ให้มากกว่านี้​ เขาจะได้ไม่เอามาเป็นโอกาสหยอกกลับฉันได้ง่าย​ 

"เวลาพี่ภูผายิ้มเนี่ย​ เหมือนพระเอกในซีรีย์​เลยนะคะ" 

"น่าจะแค่กับน้องอินนะพี่ว่า" เพราะกับฉัน​ ฉันเริ่มรู้สึกว่าเขาเหมือนตัวโกงมากกว่า

"กับอิน​ พี่ภูผาไม่เคยยิ้มให้เลยค่ะ" น้องอินพูดไป​ ทำหน้าครุ่นคิดไปราวกับกำลังนึกว่าเคยเห็นรอยยิ้มร้ายๆ​ แบบที่เฮียภูผายิ้มใส่ฉันหรือเปล่า​ แต่มือคู่เล็กก็ยังคงจัดเค้กในตู้อย่างรู้การรู้งานไม่มีขาดตกบกพร่อง

"อีกอย่าง​ ถามคำก็แค่ตอบ​คำ​ ดูหวงคำพูดมาก ไม่เหมือนเวลาพูดกับพี่มินิน​ ดูใส่ใจทุกคำเลย" 

"คงอยากให้ขึ้นค่าแรงนั่นแหละ" ถึงได้ทำเนียนตีสนิทอย่างที่เห็น

"งั้นอินต้องมีพี่ภูผาเป็นไอดอล​ เผื่อจะได้ค่าขนมกับเขาบ้าง"

"พี่จะหักเงินทั้งคู่หน่ะสิไม่ว่า"

"โห​ อินเศร้าเลยค่ะ"

ฉันถึงกับเอื้อมไปหยิบกระปุกยาดมทันทีเมื่อคิดตามที่น้องอินพูด​ ขอรับมือกับแค่คุณไรเดอร์คนเดียว​ก็พอ​ ขนาดเพิ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่วันยังกล้าต่อปากต่อคำฉันได้ขนาดนี้​ แล้วถ้าพากันมาเป็นทีมรุมฉันพร้อมกันสองคน​ มีหวังฉันคงได้ปวดหัวทุกวันแน่​ 

"พี่มินิน​ อินกลับก่อนนะคะ" 

"จ๊ะ​ กลับดีดีนะ​ ถึงแล้วอย่าลืมแชทมาบอกพี่นะ" 

"รับทราบค่ะ" 

ฉันมองตามหลังพนักงานคนเก่งของร้าน​ จนขับมอเตอร์ไซค์ออกไปเรียบร้อย​ ก็หันกลับมาเช็คของในตู้ทำหน้าที่แทนเจ้าตัวที่รีบกลับไปเฝ้าคุณยายที่โรงพยาบาล​ นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผล​ ที่ฉันตัดสินใจรับน้องอินมาทำงานด้วย​ เพราะอยากจะช่วยเงินค่ารักษาพยาบาล​ของคุณยายที่ป่วยด้วยโรคหัวใจรอรับการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาล​ และฉันก็ปรึกษาตริติณ​แล้ว​ ว่าอยากจะช่วยออกเงินค่าผ่าตัดให้​ เพื่อน้องอินจะได้หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่​ และกลับไปเรียนอย่างที่ตัวเองฝันเอาไว้

 

 

#เหงาๆน้า

 

 

 

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่29

    เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่28

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง​ "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้​ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค​ เฮียยอม" "นี่​ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้​ ค่อยๆ​ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด​ แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน​ ​จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น​ แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้​ เธอไม่ขยับถอยหนี​ ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ​ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่25

    "นายครับ" "มึงสองคนคอยดูแลมินิน""แล้วนายละครับ" "เลือกคนที่มึงไว้ใจมาก็พอ" "ครับ" หลายวันมานี้ลูกน้องที่ผมสั่งให้คู่แฝดส่งไปคอยดูแลมินิน​เข้ามารายงานถึงความผิดปกติว่าที่ร้านของเธอมีคนไม่น่าไว้ใจคอยเทียวไปเทียวมาอยู่หน้าร้านจนผิดสังเกต​ ผมเลยให้ชาลีสืบจนได้หลักฐานว่าเป็นพวกเดียวกันกับที่ลอบยิงผมเมื่อหลายเดือนก่อน​ พวกหมาลอบกัด​ที่พยายามหาจุดอ่อนมาทำร้ายหวังให้ผมวางมือจากธุรกิจมืดและจุดอ่อนเดียวที่ผมมีอยู่ตอนนี้คือเธอ...หัวใจของผม​ เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกคนที่ผมไว้ใจมากที่สุด​ และมีความสามารถมากที่สุดคอยดูแลเธอที่ร้าน​ หรือเวลาขับรถกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ของเธอ​ที่บ้านไม่ให้คาดสายตา(เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์)​"ครับคุณเมีย" มือใหญ่หยิบมือถือราคาแพงขึ้นมากดรับสายสำคัญอย่างอารมณ์ดี​ โบกมือข้างที่ว่างส่งสัญญาณให้คนสนิทออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง​ เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัวอยากคุยกับเธอสองคนโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะแอบฟัง​จนภาพลักษณ์​ที่สร้างเอาไว้หมดความน่าเชื่อถือ เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอายุสิบแปดอีกครั้งก็ตอนนี้​ ทั้งๆ​ ที่ในความเป็นจริงผ่านมาแล้วเกือบสิบปีก็ตาม"บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกช

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่24

    สนามยิงปืนส่วนตัวที่ผมพานักเรียนใหม่มาฝึกสอนอย่างใกล้ชิด มีเพียงผมที่คอยสอนให้เธอเริ่มรู้จักอาวุธป้องกันตัวตั้งแต่ข้อทฤษฎีในชั่วโมงแรก ตามมาด้วยภาคปฏิบัติตั้งแต่วิธีการจับที่ถูกต้องและปลอดภัยกับตัวเอง มีไอ้ชาลีที่ตามมาคอยดูแลอยู่ไม่ไกล"เล็งศูนย์หน้าให้อยู่กึ่งกลางศูนย์​หลัง" "มั่นใจแล้ว​ เหนี่ยวไก" "จำได้มั้ย" "อ่าฮะ" มือใหญ่พามือเล็กจับอาวุธพกที่เหมาะกับเธอให้อยู่ในท่วงท่าที่ทะมัดทะแมง​เล็งตรงไปยังเป้าหมายข้างหน้า​ มีผมยืนซ้อนอยู่ด้านหลังยกขายาวค่อยๆ​ ดันขาเรียวให้ตั้งหลักยืนให้มั่น​ จับแขนเล็กทั้งสองข้างและไหล่บางให้อยู่ในองศาที่ถูกต้อง​ คอยกระซิบบอกข้อทฤษฎีให้เธอฟังอีกครั้ง​ รอเธอทำสมาธิและเหนี่ยวไกลงไปอย่างแน่วแน่​ เพราะเสียงที่ดังก้องทำให้มือใหญ่ยกขึ้นมาช่วยปิดหูเล็กที่มีหูฟังตัดเสียงอยู่แล้วหวังลดเสียงที่เธอได้ยินให้เบาที่สุดซึ่งคนตัวเล็กก็ทำผลงานออกมาได้ดี ไม่แสดงอาการกลัวออกมาให้เห็นแม้จะเป็นครั้งแรก​ ซึ่งเกินความคาดหมายของผมมาก"นายครับ"​"..." "ผมว่า​ นายไม่ควรพลาด" "..."จนไอ้ชาลีเอามาพูดเตือนให้ผมระวังตัว​ เมื่อเห็นตรงกลางของเป้ากระดาษเต็มไปด้วยร่องรอย​ของลูกเหล็กเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status