LOGIN"ติณว่า ติณคุ้นหน้า"
"คุ้นสิ เคยเห็นรูปแล้วไง" "ไม่ เหมือนติณเคยเจอ" "เหรอ ที่ร้านติณละมั้ง" "อืม คงงั้น" ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายคนนึงจะไปสังสรรค์นั่งฟังเพลงตามร้านเหล้าบ้าง ยิ่งร้านของตริติณด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง เพราะบรรยากาศดี เพลงฟังเพลิน กับแกล้มก็อร่อย เครื่องดื่มก็ถูกคัดสรรมาอย่างดี เพราะฉะนั้นใครไม่เคยไปถือว่าพลาดมาก ขนาดฉันเองยังแอบไปทุกครั้งเวลาที่เจ้าของร้านขี้บ่นไม่เข้าไปดูงานเลย แหม...บางทีก็อยากเปลี่ยนจากชิมคาเฟอีนมาเติมแอลกอฮอล์บ้างนี่นา จะได้ไม่เสียชื่อว่าเป็นฝาแฝดกับเจ้าของร้านเหล้า ซึ่งทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดีมาก ยกเว้นตริติณพี่ชายของมินินคนเดียว! "แล้ววันนี้ว่างเหรอ" "รอไปรับโฟ" โธ่เอ้ย! ฉันก็นึกว่าเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่าฉันจะพาคนอันตรายมาไว้ใกล้ตัว ที่ไหนได้ คุณแฝดมานั่งดื่มกาแฟฟรีฆ่าเวลานี่เอง แต่ก็เอาเถอะ...ถ้าไม่ใช่น้องโฟ ฉันก็ไม่ให้ผ่านเหมือนกัน จะบังคับให้นั่งอยู่บนคานเป็นเพื่อนกันไปจนแก่เลย "ฝากเบเกิ้ลไปให้น้องโฟด้วยสิ" "อืม เพิ่งแชทมาบ่นว่าหิวน้ำหวาน" "งั้นรอเดี๋ยว มินินไปทำให้" เหมือนสวรรค์แกล้ง ทันทีที่ตริติณเดินออกจากร้านจนลับตาไป คนที่แฝดอยากเห็นหน้าที่สุดก็เดินเปิดประตูเข้ามาในเวลาห่างกันเพียงเสี้ยวนาที เหมือนบอกให้รู้ว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะต้องทำความรู้จักกัน ต่างจากน้องอินที่ผ่านการคัดเลือกมาทุกด่านแล้ว ทุกด่านที่ว่าก็คือ มามี๊และตริติณที่ฉันชวนมานั่งชิมเครื่องดื่มที่น้องทำและพูดคุยด้วยกัน เพราะงั้นความเป็นห่วงเรื่องไว้ใจคนของฉันที่ตริติณมีจึงไม่มากเท่าไรเดอร์คนนี้ "ร้อนเหรอ" "ร้อนมาก" "อเมริกาโน่น้ำส้มสักแก้วมั้ย ฉันชงให้" "ครับผม" ระหว่างรอน้องอินเตรียมขนมให้เฮียภูผาไปส่งลูกค้า ฉันเลยรีบหมุนตัวไปยืนตรงเครื่องชงกาแฟลงมือทำอเมริกาโน่น้ำส้มให้เขาไว้ดื่มระหว่างทางช่วงเวลารถติดไฟแดงเพื่อคลายร้อน เผื่อจะช่วยลดอาการผิวแดงบนใบหน้าที่เกิดจากแสงแดดร้อนที่อุณหภูมิสูงถึงเกือบสามสิบเก้าองศาลงได้บ้าง พร้อมกับหาผ้าผืนเล็กยื่นให้เขาซับเหงื่อที่ผุดให้เห็นตามกรอบหน้า บอกแล้วไงว่า...ฉันเป็นเจ้านายที่ใจดีที่สุด "ได้แล้วค่ะ" "..." และความใจดีของฉัน เลยทำให้เขาถือวิสาสะปีนเกลียวอย่างใจกล้า ก้มลงมาดื่มกาแฟในแก้วเก็บความเย็นทีี่มีหลอดเตรียมไว้ให้พร้อมในมือของฉันอย่างหน้าตาเฉย พลอยทำให้ภาพที่ออกมาตอนนี้ เหมือนว่าฉันกำลังยืนป้อนน้ำเขาอย่างไรอย่างนั้น จนฉันเองจากที่ไม่ได้คิดเป็นอื่นใด กลับสัมผัสได้ถึงอาการเห่อร้อนบนใบหน้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อตอนตาคู่คมดูกรุ่มกริ่มเหลือบขึ้นมาสบตากัน ดูเจ้าชู้ชะมัด! เจ้าชู้ซะจนฉันอยากจะลองใช้นิ้วจิ้มตาเจ้าเล่ห์นั่นสักที "เดี๋ยวเถอะ!" "หึ ก็คิดว่าอยากป้อน" "หักเงินซะดีมั้ย" "ใจร้ายไปรึเปล่าครับเจ้านาย" ถึงจะทำเหมือนว่ากลัวโดนฉันหักเงินค่าแรง ยกมือขึ้นทั้งสองข้างเหมือนยกธงขาวยอมแพ้แล้ว แต่ความเป็นจริงนั้น ดูสวนทางกับความเจ้าเล่ห์และความร้ายกาจที่ถ่ายทอดออกมาผ่านแววตาเสือโคร่งคู่นั้นมาก มากเสียจนทำฉันอยากจะฟาดเข้าให้สักที แต่ใจก็กลัวจะเผลอไปตีซ้ำตำแหน่งเดิมที่เป็นแผลเหมือนรอบก่อน เลยทำได้แต่ถลึงตาใส่มองเขาอย่างคาดโทษ เพื่อให้เขานึกกลัวเจ้านายอย่างฉันบ้าง แต่เชื่อเถอะ...เขาหน่ะ ไม่กลัวไม่เกรงฉันหรอก มีแต่จะกวนประสาทกันมากขึ้นเสียมากกว่า "เฮียรีบไปรีบกลับ" "เอาค่าน้ำมันมั้ย" "อยากเอาอย่างอื่น" "เฮีย ภู ผา!" เห็นไหมหล่ะ? ที่ฉันพูดคือเรื่องจริง! ต่อไปฉันคงต้องระวังคำพูดที่ใช้พูดกับตาเฮียภูผานี่ให้มากกว่านี้ เขาจะได้ไม่เอามาเป็นโอกาสหยอกกลับฉันได้ง่าย "เวลาพี่ภูผายิ้มเนี่ย เหมือนพระเอกในซีรีย์เลยนะคะ" "น่าจะแค่กับน้องอินนะพี่ว่า" เพราะกับฉัน ฉันเริ่มรู้สึกว่าเขาเหมือนตัวโกงมากกว่า "กับอิน พี่ภูผาไม่เคยยิ้มให้เลยค่ะ" น้องอินพูดไป ทำหน้าครุ่นคิดไปราวกับกำลังนึกว่าเคยเห็นรอยยิ้มร้ายๆ แบบที่เฮียภูผายิ้มใส่ฉันหรือเปล่า แต่มือคู่เล็กก็ยังคงจัดเค้กในตู้อย่างรู้การรู้งานไม่มีขาดตกบกพร่อง "อีกอย่าง ถามคำก็แค่ตอบคำ ดูหวงคำพูดมาก ไม่เหมือนเวลาพูดกับพี่มินิน ดูใส่ใจทุกคำเลย" "คงอยากให้ขึ้นค่าแรงนั่นแหละ" ถึงได้ทำเนียนตีสนิทอย่างที่เห็น "งั้นอินต้องมีพี่ภูผาเป็นไอดอล เผื่อจะได้ค่าขนมกับเขาบ้าง" "พี่จะหักเงินทั้งคู่หน่ะสิไม่ว่า" "โห อินเศร้าเลยค่ะ" ฉันถึงกับเอื้อมไปหยิบกระปุกยาดมทันทีเมื่อคิดตามที่น้องอินพูด ขอรับมือกับแค่คุณไรเดอร์คนเดียวก็พอ ขนาดเพิ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่วันยังกล้าต่อปากต่อคำฉันได้ขนาดนี้ แล้วถ้าพากันมาเป็นทีมรุมฉันพร้อมกันสองคน มีหวังฉันคงได้ปวดหัวทุกวันแน่ "พี่มินิน อินกลับก่อนนะคะ" "จ๊ะ กลับดีดีนะ ถึงแล้วอย่าลืมแชทมาบอกพี่นะ" "รับทราบค่ะ" ฉันมองตามหลังพนักงานคนเก่งของร้าน จนขับมอเตอร์ไซค์ออกไปเรียบร้อย ก็หันกลับมาเช็คของในตู้ทำหน้าที่แทนเจ้าตัวที่รีบกลับไปเฝ้าคุณยายที่โรงพยาบาล นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผล ที่ฉันตัดสินใจรับน้องอินมาทำงานด้วย เพราะอยากจะช่วยเงินค่ารักษาพยาบาลของคุณยายที่ป่วยด้วยโรคหัวใจรอรับการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาล และฉันก็ปรึกษาตริติณแล้ว ว่าอยากจะช่วยออกเงินค่าผ่าตัดให้ เพื่อน้องอินจะได้หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และกลับไปเรียนอย่างที่ตัวเองฝันเอาไว้ #เหงาๆน้า"เป็นอะไรวะ หน้าซีด""มึนหัวหว่ะ""ข้าวปลาไม่กิน มัวแต่กินเด็ก สมควร""ปากดี""และกูกินข้าว"หลายวันมานี้ร่างกายของผมอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ต้องถือยาดมสมุนไพรที่คุณยายของอินทำให้ไว้ในมือตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นอาการหน้ามืดมึนศีรษะจะถาโถมเข้ามาหาคนที่เคยแข็งแรงและออกกำลังกายทุกวันอย่างผม โดนยิงมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่ล้มทั้งยืนเหมือนอย่างตอนนี้มาก่อน"เมียมึงเรียนจบยัง""สอบเสร็จเมื่อวาน""พาเมียมึงไปตรวจ""อินสบายดี มีแต่กูนี่""เบื่อหว่ะ มีแฝดโง่ๆ อย่างมึง""..."ผมก็เบื่อตัวเองเหมือนกันที่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะยกขาถีบไอ้ชาลีเหมือนเมื่อก่อน ทนนั่งฟังมันพูดสมเพชดูเวทนาผมมากจนผมอยากจะลุกจากโซฟาแล้วเดินหนีมันไปนั่งตรงอื่น ติดตรงที่โต๊ะทำงานของเราสองคนอยู่ในห้องเดียวกันและงานของผมยังเคลียร์ไม่เสร็จเลยต้องจำยอมนั่งทนแฝดนรกบ่นอยู่อย่างนี้ "กินซะ กูไปขอน้องฝ่ายขายมาให้""เออ ขอบใจ""ไม่เปรี้ยวเหรอวะ""ไม่ มันๆ อร่อยดี""ลองดิ""โคตรเปรี้ยว มึงกินเข้าไปได้ยังไงวะ""กูว่าอร่อย กูชอบ"มะม่วงเนื้อสีขาวจานใหญ่พร้อมน้ำปลาหวานหนึ่งกระปุกดูน่าอร่อยถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้า ทำผมน้ำลายสออยากลองกินสักชิ
ฟอด"อินกำลังทำรายงานอยู่นะ" "ก็ทำสิ" จุ๊บ"ก็อย่ามากวนสิ""ไม่ได้กวน"ผมนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กของผมอยู่ดีดี มีเธอนั่งอยู่ที่พื้นตรงหว่างขาตั้งหน้าตั้งตาทำรายงานไม่สนใจคนที่อุตส่าห์รีบเคลียร์งานแล้วขับรถมาหาเธอถึงบ้าน ทำงานมาเหนื่อยๆ ผมก็อยากจะหากลิ่นหอมๆ มาผ่อนคลายให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นสักหน่อย และแก้มกลมนุ่มๆ ซอกคอหอมอ่อนๆ ของคนตรงหน้าตอบโจทย์ผมมากที่สุดแน่นอนว่าหลานชายอย่างผมได้รับอนุญาตให้เข้าออกบ้านหลังนี้ได้ตามสบายจากคุณยายแล้ว แต่กว่ายัยตัวจิ๋วจะยอมเป็นเด็กดีและเข้าใจกันทำเอาผมปวดหัวจนต้องกินยาแก้ปวด ทั้งเรื่องที่ผมหายไปทำงานกับนายโดยไม่บอก เพราะผมไม่อยากให้เธอรับรู้ถึงมุมมืดอีกด้านโลกอันตรายที่อาจทำให้เธอกลัวและสถานะของนายตอนนั้นยังคงเป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครรู้ได้ แต่เรื่องที่ทำเธองอแงยกใหญ่ เห็นจะเป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทที่วันนั้นเกิดอุบัติเหตุที่ต่างฝ่ายต่างไม่ทันระวัง เป็นผมที่ถอยรถไปชนเธอที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาหาของในกระเป๋าตรงลานจอดรถของบริษัท ผมจึงจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและออกค่าใช้จ่ายให้เพื่อไม่ให้นายได้รับผลก
ชีวิตของฉันกลับมาเป็นอินคนเดิม คนที่ไม่เคยมีใครนอกจากคุณยาย และแต่ละวันของฉันก็ผ่านไปอย่างช้าๆ ตื่นเช้ามาใส่บาตรกับคุณยาย แล้วก็ขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าไปทำงานที่คาเฟ่ของพี่มินินอย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยให้สมกับที่พี่มินินเอ็นดูฉัน เลิกงานก็กลับมากินข้าวเย็นที่คุณยายทำเมนูง่ายๆ รอไว้ทุกวัน พอตกค่ำก็นั่งเรียนผ่านระบบออนไลน์ที่อาจารย์บันทึกไว้ให้ตามหลังเพื่อนๆ ตัดเรื่องที่คอยทำให้ว้าวุ่นใจออกไปพยายามไม่นึกถึงอีก ไม่แม้แต่จะเปิดห้องแชทของเขาคนนั้น ทำเหมือนว่าฉันไม่เคยมีห้องแชทห้องนั้นมาก่อน เหมือนกับที่เขาทำนั่นแหละ... "น้องอิน พาคุณยายมาหาคุณหมอเหรอจ๊ะ" "ค่ะพี่ฟ้า วันนี้คุณหมอนัดติดตามอาการค่ะ" "ดูคุณยายแข็งแรงขึ้นนะ" "กลับมาทำขนมได้นิดหน่อยแล้วค่ะ" คุณยายกับมาทำขนม ก็เพราะอยากฝากไปให้พี่มิมินและคุณมามี๊ของพี่มินินนั่นแหละ จนพี่มินินเริ่มบ่นว่าน้ำหนักตัวเองขึ้นทั้งที่หุ่นยังดีและไม่มีไขมันส่วนเกินให้เห็นเลยสักนิด แต่จะทำยังไงได้ก็คุณยายรักของเขานี่นา และแน่นอนว่าวันนี้ฉันกับคุณยายไม่ลืมที่จะถือถุงขนมไทยสองกล่องใหญ่มาฝากพี่ๆ พยาบาลและคุณหมอแทนคำขอบคุณที่ช่ว
"พี่ฟ้าคะ คุณยายของอินหายไปไหนคะ"เป็นเหมือนทุกวันหลังจากทำงานที่คาเฟ่เสร็จฉันก็รีบมาหายายที่โรงพยาบาลจนสนิทกับพี่พยาบาลทุกคนที่ช่วยดูแลคุณยายมานานหลายเดือน แต่แล้วหัวใจฉันแทบหล่นตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม เมื่อเตียงคนไข้ที่คุณยายเคยนอนรอฉันทุกวันกลับว่างเปล่า แก้วน้ำและกระบอกน้ำที่ฉันเตรียมไว้ให้ก็หายตามไปด้วย ทำฉันร้อนใจจนต้องรีบวิ่งมาถามพี่ฟ้าที่นั่งเข้าเวรอยู่ตรงเคาน์เตอร์"น้องอิน คุณยายย้ายไปห้องวีไอพีแล้วนะ""ห้องวีไอพีเหรอคะ""ใช่จ๊ะ ก็คุณชาลแฟนของน้องอินมาทำเรื่องให้ตั้งแต่เช้า" "คุณชาลเหรอ"เสียงแผ่วเบาเรียกชื่อคนคุ้นเคยออกมาด้วยความแปลกใจ ทั้งที่เมื่อคืนก็อยู่ด้วยกันแต่เขาไม่ปริปากเล่าเรื่องนี้หรือถามอะไรกับฉันเลยสักคำ แถมยังมาจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ จนฉันต้องหาโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดูแชทเผื่อว่าเขาจะส่งข้อความมาแล้วเป็นฉันที่ไม่ได้เปิดอ่าน แต่กลับมีแต่ความว่างเปล่าไม่มีเลยสักข้อความ สงสัยงานคงจะเยอะละมั้ง..."ถ้าน้องอินเข้าไปหาคุณยายแล้ว แวะไปคุยกับคุณหมอด้วยนะ คุณหมอรอคุยเรื่องการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดวันมะรืนหน่ะจ่ะ""ผ่าตัดเหรอคะ คุณยายได้คิวแล้วเหรอคะ""ใช่จ๊ะ วันมะรืน"พ
ตั้งแต่นายมีอาชีพเสริมเพิ่มขึ้นมา ก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากในทิศทางที่เรียกว่ายังไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ จากที่กลางวันทำงานบริษัทเหมือนคนทั่วไป พอตะวันตกดินก็เปลี่ยนเส้นทางงานเป็นสีเทา นอนวันละสามสี่ชั่วโมงเท่านั้น มาตอนนี้ เวลานอนเหลือวันละชั่วโมงสองชั่วโมงเท่านั้น "อื้อ จะนอน""ก็นอน"แต่ไม่เป็นไร เพราะต่อให้เวลาพักผ่อนของผมจะเหลือน้อยสักเท่าไหร่ ผมก็ยังมีเวลากลับมาเติมพลังกับยัยตัวจิ๋วที่ผมอุ้มกลับมาจากโรงพยาบาลมาไว้ที่ห้องทุกวัน เหมือนอย่างวันนี้เวลาที่ผมกลับมาถึงคอนโดก็ล่วงเลยจนเกือบเช้า แต่เพียงได้กลิ่นหอมๆ จากผิวนุ่มๆ ของยัยตัวจิ๋วความเมื่อยล้าจากงานที่ทำมามากกว่ายี่สิบชั่วโมงก็หายไปพริบตา เปลี่ยนเป็นความพลุ่งพล่านของอารมณ์จนอะไรอะไรปวดหนึบเผลอรบกวนคนที่กำลังหลับฝันหวาน ทำเสียงหวานหูส่งเสียงประท้วง ไม่รู้รึไงวะ ว่ายิ่งทำเสียงแบบนี้ ยิ่งทำให้ตัวเองไม่ได้นอนดีดี"อ๊ะ"เมื่อจมูกมีสันจากที่อยากจะทำเพียงหยอกล้อดอมดมดอกไม้สีขาวที่มีเกสรสีชมพูก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่งับปลายเกสรระบายความมันเขี้ยวที่มี ก่อนจะไล่เลียชิมรอบๆ ซ้ำรอยเดิมที่เริ่มจางลงให้ขึ้นสีใหม่ตามอารมณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ไม
"อุ้ย ตรงนั้นมีร้านไอติมนี่นา""ถ้างั้นฉันเลี้ยงไอติมนายก็แล้วกัน""..."ไม่รู้หละ! ฉันไม่รอให้เขาออกความเห็นใดใดทั้งสิ้นถือวิสาสะดึงมือใหญ่เดินตามไปร้านไอติมโฮมเมดใกล้ๆ ตามใจตัวเอง จะให้เขาจ่ายเงินเลี้ยงฉันฝ่ายเดียวได้อย่างไร จริงไหม? "สั่งสิ""เธอเลือก""งั้นเอารสชาไทยกับนมฮอกไกโดอย่างละหนึ่งลูกค่ะ""สักครู่ครับ"ในเมื่อเขาไม่ยอมเลือก และฉันก็ไม่อาจเดาใจถูกว่าเขาชอบหรือไม่ชอบไอติมรสอะไร เพราะงั้นฉันเลยเลือกรสที่ตัวเองชอบและอยากกินมาแทน รสชาไทยให้เขา ส่วนของฉันคือรสนมฮอกไกโดคนละลูกตามเงินที่มีในกระเป๋า"ยังทำงานร้านเหล้า?""ลาออกแล้ว""...""ก็หลังจากวันนั้นนั่นแหละ"อยู่ๆ เขาก็ถามถึงอาชีพที่สองของฉันขึ้นมา คงจะไปเที่ยวที่ร้านเหล้าแล้วไม่เห็นฉันก็เลยพาลให้สงสัยละมั้ง ซึ่งฉันก็ตอบออกไปตามความเป็นจริงไม่ได้ปิดบังอะไร ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วนี่นะ ใจดวงน้อยมันก็เริ่มคุ้นชินกับความเป็นเขาบ้างแล้ว แถมเขายังพามากินมื้อใหญ่อีก ฉันจะแกล้งลืมเรื่องที่เขาชอบปากไม่ดีใส่ไปก็แล้วกันว่าแต่...เวลาผู้ชายเย็นชาอย่างเขาไปนั่งร้านเหล้าแล้วเจอผู้หญิงสวยๆ จะหวั่นไหวหรือพากลับบ้านบ้างมั้ยนะ อย
"น้องมินิน" "หืม" "ขับรถดีดี""อื้ม" เหมือนปกติทุกวันที่ผมมายืนรอส่งเธอขึ้นรถขับออกไปจนลับตา ทั้งที่ใจอยากจะอุ้มขึ้นไปนอนกอดเสียมากกว่า แต่ทำได้แค่คิดก่อนจะหันหลังกลับไปล็อคประตูร้าน แล้วเดินตรงไปขึ้นรถที่ไอ้ชาลจอดรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อตรงไปยังจุดนัดส่งสินค้าล็อตใหม่ปลายทางของค่ำคืนนี
"ทำไมกลับมาช้าหล่ะ" "รถติดเหรอ""รถติด" รถติดจริง แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งเหตุผลที่ผมเลือกบอกไปเท่านั้น เพราะหลังจากที่ปฏิบัติภารกิจที่คุณเจ้านายสั่งเสร็จ ผมก็แอบแวะเข้าไปบริษัทเพื่อเซ็นต์เอกสารด่วนที่ต้องอ่านรายละเอียดและตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงคุยเรื่องส่งของคืนนี้กับไอ้ชาลชาลีด้วย เลยทำใ
"เฮียภูผา สิบเอ็ดโมงมีออเดอร์ไปส่งที่สุขุมวิทนะ""ครับ""แล้วก็ช่วงบ่ายมีอีกสามที่ค่ะ""ครับน้องมินิน"เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่คาเฟ่ของฉันมีไรเดอร์ประจำร้านทำหน้าที่คอยส่งขนมและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่สั่งเข้ามาผ่านช่องทางโซเชียลของร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำและพนักงานออฟฟิตที่ชอบออเดอร์
"เอาจริงเหรอครับนาย""มึงมีปัญหา?""ไม่มีครับ"เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น ผมสั่งงานด่วนให้คู่แฝดชาลชาลีหาเสื้อผ้าราคาหลักร้อยมาสามสี่ชุด พร้อมกับมอเตอร์ไซค์ที่ราคาถูกกว่าบิ๊กไบค์คู่ใจถึงสิบเท่ามาเตรียมไว้ให้ ให้ผมพร้อมเริ่มงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แน่นอนว่างานแรกที่เจ้านายคนสวยสั่ง







